ร่างหนัก ๆ ที่กำลังขยับสะโพกของเขาแทรกสอดเข้ามาในตัวเธอนี่มันอะไร ก็ไหนว่าไม่ค่อยได้พัก เข้าเคสผ่าตัดทีละสิบชั่วโมงจนแทบไม่มีเวลาจะได้นอนด้วยซ้ำไป แล้วนายแพทย์อาร์เธอร์เอาเรี่ยวแรงจากที่ไหนมาขย่มใส่ได้ขนาดนี้กัน ก่อนจะทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นก็ดันถูกปลุกปั่นอารมณ์ด้วยปากและมือของอีกฝ่ายจนอารมณ์แปลกประหลาดไม่รู้ที่มาที่ไปแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างกายของเธอ อันนาดิ้นพล่าน กายสาวกระตุกถี่เป็นจังหวะซ้ำ ๆ พร้อมส่งเสียงหวีดร้องดังลั่นห้อง “อาร์ธ!” เธอเรียกชื่ออีกฝ่ายพร้อมกับที่เจ้าของร่างใหญ่กระแทกกระทั้นเข้าหาไม่ยั้งก่อนที่ทุกอย่างในหัวจะพร่าเลือนไปจนหมดสิ้น เนื้อกายร้อนผ่าวชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ อันนาลืมตามองเพดานนิ่ง ๆ ก่อนจะตะแคงตัวหลบแขนหนัก ๆ ที่วางพาดลงบนลำตัวของเธอ ปัดแขนล่ำบึ้กนั่นออก พร้อมกับนอนพักจนจังหวะการหายใจเป็นปกติดีแล้วก็ค่อยหันกลับมาที่ร่างของคนที่คร่อมทับเธออยู่เมื่อครู่นี้ เห็นว่าเจ้าของร่างกายใหญ่โตนอนคว่ำหน้าสลบไปแล้วก็ค่อยหย่อนขาลงขยับออกจากเตียงในห้องชุดของอีกฝ่ายไป ไม่น่าหวังดีกับไอ้หมอหื่นนี่เลย เธอนั่งดื่มอยู่ที่คลับกับอมยิ้มอยู่ดี ๆ ตาก็ดันเหลือบไปเห็นว่าอาร์เธอร์เข้ามาในร้านที่อีกฟาก แล้วนั่งดื่มกับพรรคพวกของเขา แป๊บเดียวเท่านั้นหันไปมองอีกที หมอบ้านี่ก็ฟุบหน้าลงกับโซฟา ร่วงเป็นมะม่วงเลย พอเห็นอย่างนั้นเธอก็นิ่งเฉยไม่อยากจะสนใจ แต่แล้วคำพูดของแม่ที่พร่ำบอกมาตั้งแต่เด็ก ๆ ก็เข้ามารบกวนหัวใจของเธอตลอด ว่าให้ช่วยดูแลกันให้ดีเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน เลยทนทำเฉยต่อไปไม่ไหว ถึงได้ชวนอมยิ้มให้เข้าไปลากตัวนายแพทย์อาร์เธอร์กลับห้องพัก แต่แล้วเธอกลับถูกอาร์เธอร์ลากขึ้นเตียงเสียเอง เธอทั้งทุบ ทั้งตี ทั้งต่อย ทั้งตะโกนเรียก แต่เหมือนว่าเขาจะเมาอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่เหล้า ดูไม่ค่อยจะมีสติเท่าไรนัก เดินหน้าปล้ำเธอจนสำเร็จ การเสียสาวครั้งแรกทั้งทีให้เป็นคนที่ต่างคนต่างรักกันก็ไม่ได้ ทำไมจะต้องมาเป็นไอ้หมอบ้าอาร์เธอร์ คนที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็กแบบนี้ด้วย ทำคุณบูชาโทษแท้ ๆ เธอจึงยกขายันร่างหนาหนักให้พ้นไปจากตัวแต่ก็ออกแรงได้ไม่เต็มที่ เพราะรู้สึกเจ็บตรงส่วนนั้นของตัวเอง “อาร์ธ ทำอะไรวะเนี่ย รู้ตัวไหม” เธอได้แต่สบถเบา ๆ แล้วยื่นมือจะปลุกอีกฝ่ายที่พอได้ปลดเปลื้องใส่ตัวเองแล้วก็นอนฟุบหน้าสลบเหมือดไปแบบนั้น ก่อนจะชะงักดึงมือกลับ เมื่อนึกขึ้นได้ถึงตอนเด็ก ๆ อาร์เธอร์ชอบแสดงความเป็นสุภาพบุรุษอยู่เรื่อย เวลาทำอะไรให้คนอื่นหรือแม้แต่ตัวเธอเองไม่พอใจ แล้วถ้าอาร์เธอร์รู้ว่าเมื่อคืนทำอะไรกับเธอ ชีวิตวัยสาวจะต้องจบสิ้นลงที่การรับผิดชอบแบบสุภาพบุรุษขั้นสุดของอีกฝ่ายอย่างแน่นอน ฮึ่ย! อันนาได้แต่ทึ้งหัวหูตัวเอง จะบอกว่าเสียใจก็ไม่ใช่ หรือจะบอกว่าผิดหวังก็ไม่เชิง พอกลับขึ้นมาบนรถแล้วค่อยฉุกคิดขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนี้ไอ้หมอบ้ากามนั่นมันได้สวมถุงยางอนามัยหรือเปล่า แล้วเธอจะรู้ได้ยังไง ก็คนมันไม่เคยนี่นา แต่สภาพแบบนั้นคงไม่ได้สวมแน่นอน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปมั่วที่ไหนมาบ้าง แล้วจะท้องไหมนะ เอาล่ะ อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองก่อนดีกว่า คิดได้อย่างนั้นแล้วรีบสตาร์ตเครื่องยนต์ เหยียบคันเร่งขับตรงไปจอดลงที่หน้าร้านขายยา ร้านนี้รู้จักกับแม่ด้วย เอาไงดีนะ พรางตัวดีกว่า แล้วก็หยิบแว่นกันแดดอันใหญ่เกินครึ่งหน้าที่ซุกอยู่ในช่องเก็บของขึ้นมาสวม พร้อมกับปล่อยผมกระเซิงปิดทับอีกทีลงไปซื้อยาที่ร้านขายยาตรงทางผ่านจะเข้าบ้าน เมื่อกลับขึ้นรถมาแล้วก็ให้รู้สึกขัด ๆ ที่ตรงส่วนบอบบางกลางลำตัวอยู่ไม่น้อย เสียงสบถเบา ๆ เล็ดลอดออกจากปากอีกคำ ไม่รู้ว่าจะหื่นได้ขนาดนั้น นี่ขนาดว่าไม่รู้สติยังทรงพลังอย่างกับม้าคึก ถ้าสติดีครบถ้วน ไม่รู้ว่าจะขนาดไหน น่าสงสารแฟนสาวของอีกฝ่ายจริง ๆ เลย คงจะคึกหนักแบบนี้ทุกครั้งที่นอนด้วยกันแน่ ๆ คิดมาถึงตรงนี้ก็ฟาดมือกับพวงมาลัยรถด้วยอาการเจ็บใจลึก ๆ จากนั้นขับรถตรงกลับเข้าบ้านในทันที หมอหื่นทรงพลังที่ถูกต่อว่าจากปากหญิงสาวตั้งแต่ลานจอดรถของห้องชุดริมแม่น้ำเพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นนี่เอง นายแพทย์อาร์เธอร์ครางในลำคอก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัว เมื่อคืนนี้เขาไม่ได้แวะคุยกับรุ่นพี่ที่เป็นหมอประจำแผนกเดียวกันที่คลับหรอกหรือ และถ้าจำไม่ผิดเมื่อคืนเขาไม่ได้สั่งเหล้ามาดื่มด้วยนี่นา แล้วทำไมอาการของเขาตอนนี้มันถึงมึน ๆ งง ๆ ได้ขนาดนี้ เหมือนกับเมามาทั้งคืน คิดมาถึงตรงนี้ก็ขมวดคิ้วมุ่น นึกทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แสดงว่าเครื่องดื่มแก้วนั้นคงไม่ใช่แค่น้ำเปล่าอย่างเดียว จะต้องผสมอะไรแปลก ๆ ลงไปในนั้นอย่างแน่นอน เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปที่นั่น แต่พอโดนตามถี่เข้า ทางนั้นบอกให้ออกไปนั่งถกเรื่องงานวิจัยที่ทำร่วมกัน เลยแวะเสียหน่อยเพราะเป็นทางกลับห้องพักพอดี แต่พอคุยไปคุยมาหัวข้อก็เปลี่ยนไปยังเรื่องอื่นแทน ชายหนุ่มสะบัดหัวแล้วสายตาก็มองเห็นสภาพที่นอนกับสภาพของตัวเขาเองได้ชัดเจนมากขึ้น สายตามองเห็นชิ้นส่วนของอะไรสักอย่างบนเตียงนอน หยิบขึ้นดูแล้วก็ให้รู้สึกคุ้นเคยไม่น้อย เคยเห็นที่ไหนนะของแบบนี้ แต่พอยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหัว นึกไม่ออก แล้วเมื่อคืนเขาหลับนอนกับใครกัน
แล้วเมื่อคืนเขาหลับนอนกับใครกัน ถามตัวเองแล้วก็นึกเสียวขึ้นมาเมื่อมองไปบนเตียงก็เห็นร่องรอยบางอย่างบนนั้น เลือดของใคร ของเขาเองหรือของคนที่เขานอนด้วยแบบไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ แล้วมองไปรอบ ๆ ห้องอีกที ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน เดินไปรื้อดูในถังขยะก็ไม่เจอซากคอนดอมในนั้นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ก่อนจะเดินโซเซไปที่หัวเตียง รื้อค้นกระเป๋าสตางค์ คอนดอมที่เขามีติดตัวไว้ไม่ได้ถูกใช้เลยสักชิ้น รื้อต่อที่หัวเตียงก็พบว่ายังไม่ได้แกะเช่นกัน ยังอยู่ครบทุกชิ้น ซวยแล้ว คุณหมอหนุ่มยกสันมือเคาะหัวตัวเองอีกที อาการแบบนี้ไม่ใช่เมาอย่างเดียวแน่นอน ต้องโดนยาตัวไหนสักตัวร่วมด้วยเป็นแน่ ขนาดที่ว่ามีเซ็กซ์กับใครเขาก็ยังนึกไม่ออกนี่น่ากลัวมาก มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เมาแล้วจะนอนกับใครที่ไหนก็ยังจำไม่ได้ ผู้หญิงหรือผู้ชายกันที่เขามีสัมพันธ์ด้วยก็ยังนึกไม่ออก นายแพทย์อาร์เธอร์ลุกไปหยิบขวดน้ำออกมาเปิดดื่มไปกว่าค่อนขวดแล้วพยายามนึกเรื่องเมื่อคืนนี้ต่อ ความทรงจำสุดท้ายที่พอจะนึกได้คือเขานั่งคุยอยู่กับเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นพี่ชายของฌาร์มมี่ นึกได้ถึงตรงนี้ พลันเสียงออดหน้าห้องพักก็ดังขึ้น อาร์เธอร์ปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นเพราะปวดหัวหนักเกินกว่าจะรับแขกในวันนี้ แต่แล้วเสียงออดก็ยังดังไม่หยุดแถมจังหวะยังถี่รัวขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายจำใจต้องลุกออกไปที่ประตูเพราะทนรำคาญอีกต่อไปไม่ไหว ส่องดูตรงช่องตาแมวก่อนจะปลดล็อกให้เมื่อเห็นว่าเป็นใคร “อาร์ธคะ” เสียงเรียกชื่อเขาหวานหยดดังออกมาจากปากเล็ก ๆ เคลือบสีชมพูวาวของหญิงสาวเจ้าของชื่อฌาร์มมี่ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะลอบมองที่เขาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น “ฌาร์มมี่แวะเอาบรันช์มาให้ค่ะ” ฌาร์มมี่วางตะกร้าบรรจุอาหารที่ทำมาให้เขาเป็นประจำไว้บนโต๊ะหินอ่อนในส่วนที่เป็นห้องครัว ก่อนจะแกะอาหารใส่จานและชาม พร้อมกับส่งเสียงถามด้วยอาการที่ปกปิดความอยากรู้อยากเห็นแทบไม่มิด “แล้วเมื่อคืนนี้ อาร์ธ...” พูดออกมาแค่นั้นฌาร์มมี่ก็เงียบไป เมื่อคืนเขานอนกับฌาร์มมี่อย่างนั้นหรือ อาร์เธอร์เดินไปหยิบขวดน้ำที่ดื่มค้าง ยกดื่มต่อจนหมด ก่อนจะลอบมองหญิงสาวผ่านขวดน้ำด้วยความรู้สึกหนึ่งที่พุ่งทะยานเข้ามาบอกว่า ไม่น่าใช่ เพราะหากว่าเขาหลับนอนกับหญิงสาวจริง เจ้าหล่อนต้องแสดงความเป็นเจ้าของเขามากกว่านี้สิ แล้วถึงได้เอ่ยออกไปว่า “ผมทำไมหรือ” “เมื่อคืนอาร์ธกลับห้องยังไงคะ ใครมาส่ง” ทันทีที่ฌาร์มมี่ถามคำถามจบ อาร์เธอร์ก็ให้รู้สึกแปลกใจไม่น้อย มองสบตาหญิงสาวนิ่ง เพราะจำได้ว่าเมื่อคืนนี้ในวงสนทนาไม่มีฌาร์มมี่นี่นา จึงเอ่ยทวนถามไปว่า “เมื่อคืนนี้คุณก็มาด้วยหรือ” ฌาร์มมี่ยิ้มพร้อมส่งสายตาแสร้งจับผิดส่งคืนเขาไป พร้อมเอ่ยว่า “คืองี้ค่ะ มี่ก็กะจะไปนั่งดื่มด้วยน่ะค่ะ พอมี่ไปถึงคลับ ก็ไม่เจออาร์ธแล้วล่ะค่ะ แต่เห็นรถจอดอยู่ เลยแปลกใจว่าหายไปไหน โทรหาก็ไม่ยอมรับสาย ร้ายนะเนี่ย ดอดไปกับสาวที่ไหนมาหรือคะ” ได้ยินอย่างนั้นแล้วคลายใจลงไปไม่น้อย พูดมาแบบนี้แสดงว่าไม่ใช่เจ้าหล่อนที่เขานอนด้วยเมื่อคืนนี้ แล้วใครกันที่เป็นเจ้าของรอยเลือดที่เปรอะบนที่นอนของเขา นายแพทย์หนุ่มลากสายตามองไปยังห้องนอนที่ประตูยังคงเปิดอ้าทิ้งเอาไว้ มองที่นอนนิ่งเป็นนานไม่ได้ตอบอะไรฌาร์มมี่ออกไป รอจนเจ้าหล่อนกลับเขาค่อยลงมือรื้อผ้าปูผืนนั้นออก พับเก็บเพื่อนำไปส่งตรวจหาดีเอ็นเอคู่กรณีของเขา พร้อมกับลงไปที่ด้านล่างเพื่อขอดูกล้องวงจรปิดตั้งแต่บนชั้นที่เขาพักเผื่อจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติมมาบ้าง “เมื่อคืนไปหลับไปนอนกับใคร ที่ไหน” เสียงถามดังมาจากทางไหนแน่ อันนาหันหน้ามองซ้ายมองขวาหาเสียงของแม่ ไม่เห็นตัวก็เดาเอาว่าแม่คงให้คนอัดเสียงไว้หลอกเวลาที่เธอกลับบ้านเช้าอีกแน่ ๆ เลย แล้วย่องกลับเข้าห้อง ไปได้ไม่กี่ก้าว เจ้าของเสียงถามก็พาร่างที่ยังงดงามของตัวเองมาขวางหน้าไว้ “แม่ถามว่าเมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา” “โหยแม่ หนูจะสามสิบแล้วนะ” “สามสิบ แล้วยังทำตัวแบบนี้จะไม่ให้แม่เป็นห่วงได้ยังไง” แกล้งทำหน้าตูม ๆ บอกเสียงอ่อยไปว่า “หนูไปนอนห้องกุ๊กเก๋มา” “แม่โทรถามแล้ว กุ๊กเก๋บอกว่าหนูไม่ได้อยู่ที่ห้อง” “อ๋อ เออ ใช่ แฟนมันมา หนูเลยไม่อยากอยู่เป็นก้างมัน ก็เลยกลับมานี่ไง” ฐิตตาหรี่ตาลงมองบุตรสาวของตัวเอง พูดเน้นเสียงเพื่อคาดคั้นออกไปว่า “โกหก” “ไม่” อันนาลากเสียงให้อยู่ในระดับเดียวกัน ก่อนบอกไปว่า “หนูจะโกหกแม่ทำไม ไม่ใช่นิสัยหนูเลยนะ” ฐิตตามองบุตรสาวตัวดีก็เหมือนเห็นตัวเองซ้อนอยู่ในร่างนั้นราง ๆ ทุกคำกล่าว ทุกมุกที่สรรหามาใช้ มีหรือตนเองจะไม่รู้ ดูไม่ออก “บอกแม่ตามตรงว่าไปนอนที่ไหนมา ก่อนที่แม่จะเอาไปคุยกับพ่อ” “เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเอาไปคุยกันเลยหรือ” อันนาบ่นจบก็เดินตรงไปยังห้อง ผลักประตูเข้าไปนอนแผ่หลาบนเตียง แล้วบอกแม่ไปว่า “เมื่อคืนนี้หนูเมามากก็เลยเปิดห้องในโรงแรมใกล้ ๆ นั่นแหละนอน” ฐิตตาส่งเสียงจิ๊ในปาก พร้อมถอนใจแรง ๆ เตือนลูกสาวไปว่า “อย่าทำตัวแบบนี้อีกนะ เกิดเมาหนัก ๆ แล้วโดนคนจับปล้ำมา ลูกนั่นแหละที่จะเสียใจที่สุด” อันนาไม่ได้ฟังคำเตือนของแม่ เพราะดูเหมือนว่ามันจะสายไปเสียแล้วนาทีนี้ ยกศีรษะขึ้นถามแม่ไปว่า “แม่ก็โดนปล้ำมาเหมือนกันหรือจ๊ะ” พูดถึงเรื่องปล้ำ คนเคยมีประสบการณ์ก็หน้าร้อนผ่าวขึ้น ร้องบอกไปว่า “บ้า” แม่เพลี่ยงพล้ำเสียแล้ว เมื่อถูกอันนาจับอาการได้
แม่เพลี่ยงพล้ำเสียแล้ว เมื่อถูกอันนาจับอาการได้ หากว่าแม่อ้าปากค้างน้อย ๆ ตาลอย ๆ ยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองแบบนี้แล้วนะ ชัดเลย “แน่ะ ใช่แหง ใครปล้ำแม่หรือจ๊ะ” “ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ” เสียงตอบของคนชอบปล้ำดังมาจากประตูหน้าห้อง สองแม่ลูกหันไปมองแทบจะพร้อมกันก็เห็นว่าคนพูดยืนมองพวกตนอยู่ที่ตรงนั้นนั่นเอง “คุยอะไรกันเป็นลางไม่ดี ปล้ำ ๆ เปิ้ม ๆ ได้ยินแล้วใจหวิว ๆ ยังไงก็ไม่รู้” นายแพทย์ภวินท์ส่งสายตาเป็นประกายไปมองยังคนเป็นภรรยา ฐิตตาเห็นสายตาของเขาก็ออกอาการหน้าแดงกว่าเดิม บอกกลับไปว่า “ถิงกำลังบอกลูกสาวของคุณอยู่นี่ไงคะว่าอย่าเที่ยวดื่มจนเมาไปทั่ว เกิดใครจับปล้ำขึ้นมา...” พูดไม่ทันจบ นายแพทย์ภวินท์ร้องเสียงหลง “ไม่นะ!” ละสายตาจากภรรยาไปมองยังบุตรสาวที่เขารักสุดดวงจิตดวงใจ อันนาเลยถลึงตาใส่พ่อ ส่ายหน้าน้อย ๆ แสดงสีหน้าเอือม ๆ แล้วยักไหล่ ปดด้วยท่วงท่าว่าไม่ใช่อย่างที่พวกท่านกำลังคิดกันเลยแม้แต่นิดเดียว “นั่นสิคะ ถิงก็เลยกำลังบอกลูกอยู่เนี่ย” ว่าแล้วคนเป็นพ่อก็ย้ายตัวเองเข้ามานั่งสั่งสอนแทน พออ้าปากเท่านั้น อันนาก็แย้งพ่อไปว่า “พ่อจ๋า หนูจะสามสิบแล้วนะ” “สามสิบแล้วไง ต่อให้สามขวบ สิบสามขวบ ยี่สิบสามขวบ หรือสามสิบขวบ” “พ่อกับแม่ก็ไม่มีทางหมดห่วงในตัวหนูได้เลย...ใช่ไหมจ๊ะ” อันนาชิงพูดขึ้นเพราะถ้อยคำพวกนั้น เธอจำได้แม่นเลยล่ะ แล้วลุกไปคว้ามือของพ่อด้วยมือตนเองข้างหนึ่ง อีกข้างก็ยื่นไปคล้องแขนแม่ บอกให้ท่านคลายกังวลไปว่า “หนูโตแล้ว หนูรับผิดชอบตัวเองได้หรอกน่า” “แม่ไม่เชื่อหรอก จำแต้แว้ดได้ไหม ที่เราบอกจะเลี้ยงให้ดี สุดท้ายก็ตาย...” “พ่อจำได้” นายแพทย์ภวินท์รีบยกมือบอกอย่างไว “แล้วพ่อก็ยังจำไอ้เทาได้ด้วยนะแม่” “โถเจ้าเทา เต่าที่น่าสงสารตัวนั้นใช่ไหมคะคุณ” “ใช่ ที่ลูกรับปากบอกว่าจะดูแลให้ดีที่สุด ดีกว่าแต้แว้ด” “สุดท้ายเหลือแต่กระดอง” อันนาฟังเงียบ ๆ กลอกตามองบนเพดาน แล้วบอกพ่อกับแม่ไปว่า “ทีเรื่องดี ๆ ก็ไม่เอามาชมหนูกันเลย” ฐิตตาหันไปถามนายแพทย์ผู้เป็นสามียิ้ม ๆ “มีด้วยหรือคะคุณ” นายแพทย์ภวินท์มองตอบคนเป็นภรรยาแล้วบอกด้วยท่าทางว่าเขานึกไม่ออกเลยเรื่องดี ๆ ที่ลูกว่านั่นน่ะ อันนารู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกพ่อกับแม่รุมประณามก็อดน้อยใจไม่ได้ ร้องเรียกคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องนี้ด้วยเสียงน้อยใจ “แม่น่ะ” หลังจากไล่พ่อกับแม่ออกจากห้องไปแล้ว อันนาก็รีบพุ่งตัวไปหยิบยาที่หาซื้อมาก่อนจะเข้าบ้านขึ้นดู แล้วก็เกิดระแวง สายตาเหลือบมองไปยังประตูห้อง วางยากลับเข้าที่เดิม เดินไปเช็กดูอีกครั้งว่าล็อกประตูดีแล้วหรือยัง ก่อนจะเดินไปหยิบถุงยาออกมาอ่านฉลาก อ่านวิธีการกินจนเข้าใจดีแล้ว ก็เตรียมแกะออกมารอก่อนหนึ่งเม็ด แต่แล้วคำพูดดูถูกจากบุพการีก็พากันเบียดตัวพุ่งเข้ามาในหัวในหูของอันนาในตอนนั้นเอง ไม่มีความรับผิดชอบหรือ ไม่ใส่ใจอย่างนั้นใช่ไหม แล้วความคิดหนึ่งก็เคลื่อนที่อย่างไว เพื่อเบียดแทรกคำถามพวกนั้น มือที่ถือยาคุมกำเนิดฉุกเฉินค้างอยู่ก็ค่อย ๆ ลดยานั่นลงเก็บเข้าที่เดิมของมัน ก่อนจะโยนเข้ากระเป๋าดังเดิม ไม่กล้าทิ้งในห้องหรอก เดี๋ยวเกิดใครตาไวเห็นเข้าเอาไปฟ้องแม่ ได้ซวยกันใหญ่อีกแน่รอบนี้ พร้อมกับเดินไปกอดอกมองเงาสะท้อนตัวเองในกระจก มันจะได้ไหมนะ ที่อาร์เธอร์เมาแล้วทำกับเธอไปนั่นน่ะ จะท้องได้หรือเปล่านะ คิดพร้อมกับแอ่นตัวพร้อมเบ่งท้องให้พองที่สุดเท่าที่จะพองได้ เมื่อคืนนี้โดนไอ้หมอบ้านั่นจับกดไปกี่รอบก็ไม่รู้ แต่แค่นั้นคงไม่ท้องหรอกมั้ง ลองเสี่ยงดูดีไหมนะ มองไปยังยาคุมฉุกเฉินอีกครั้ง ไม่ต้องกินมันหรอก ถ้าท้อง เธอก็จะเลี้ยงลูกเอง เลี้ยงให้ดี เป็นแม่ที่ดีสุด ๆ ไปเลย นี่ไงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่เธอตัดสินใจทำ พ่อกับแม่จะต้องกลืนน้ำลายตัวเองที่พูดจาสบประมาทเธอสารพัดไปแบบนั้น อันนาจะต้องเป็นแม่คนที่ดีให้ได้เลย ไม่เชื่อก็คอยดู! “ทางคลับต้องขอโทษด้วยนะคะคุณหมอ” ผู้จัดการบอกอย่างนอบน้อม เอ่ยไปตามระเบียบของคลับตนเอง อาร์เธอร์พูดขอบคุณสั้น ๆ แล้วเดินออกจากคลับที่เขาแวะมาเมื่อคืนนี้ด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เมื่อทางผู้จัดการของคลับไม่สามารถให้เขาดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้ ว่าใครที่พาเขากลับห้องกันแน่ ทางที่พักของเขาก็หน้าเจื่อนเมื่อเขาขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด ทางนั้นบอกว่ามีแค่กล่อง แต่ไม่มีกล้องวงจรปิดติดเอาไว้ อาร์เธอร์ได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไรก่อนจะกลับออกมา เขาคงต้องรีบเจาะเลือดส่งแล็บตรวจดูแล้วว่าจะติดโรค ติดเชื้อจากความสัมพันธ์ไร้สตินั่นหรือไม่ แล้วจึงตรงไปยังรถที่จอดทิ้งไว้ เปิดรถได้ ค่อยเข้าไปนั่งลงที่หลังพวงมาลัยรถ ขยับตัวขึ้นเพื่อล้วงเอาของในกระเป๋ากางเกงที่เก็บได้บนเตียงนอนขึ้นมามองดูอีกครั้ง เขาต้องตามหาผู้ร้ายให้เจอ ว่าใครกันที่แอบมานอนกับเขาแล้วทิ้งเขาไปอย่างไม่ไยดี คนคนนั้นจะต้องเป็นเจ้าของเจ้าสิ่งนี้แน่ ๆ เมื่อสรุปความได้อย่างนั้น ก็ค่อยเปิดที่เก็บของหน้ารถออก หย่อนชิ้นส่วนที่หลงเหลือให้ดูต่างหน้าเข้าไปเก็บไว้ในนั้น แล้วขับรถกลับไปยังโรงพยาบาลอย่างเดิม ก่อนจะตรงไปหารุ่นพี่ที่ชวนเขาออกไปดื่มเมื่อคืนนี้