อุ้มรักดวงใจมาเฟีย
บทที่ 1 ตอนที่ 1

ภัทรญาเหลือบมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งก้มดูเอกสารอย่างพินิจพิจารณาอยู่ตรงข้ามเธอ ตรงกลางคือโต๊ะทำงานภายในห้องโอ่อ่าใหญ่โตเต็มไปด้วยของตกแต่งราคาแพงลิ่ว ที่รู้ว่ารายรอบตัวเธอเต็มไปด้วยของราคาแพงเพราะที่นี่คือห้องชุดแต่บรรยากาศเลิศหรูราวอยู่ในคฤหาสน์ส่วนตัวของ ครินต์ คาร์ลินเบิร์ก มหาเศรษฐีหนุ่มวัยสามสิบห้าปี ลูกครึ่งไทย เยอรมัน เจ้าของกิจการโรงแรมหรูที่มีหลายสาขากระจายอยู่ทั่วโลกทั้งยังมีคาสิโนยักษ์ใหญ่ทั้งในเอเชียและยุโรป เขาอยู่เมืองไทยและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างคนไทยคนหนึ่ง เพียงแต่ไม่เคยเปิดเผยตัวเองต่อหน้าสื่อ ที่สำคัญเขาเคยเป็นคนสำคัญของเธอ สำคัญยังไงน่ะเหรอ เขาเคยเป็นแฟนกับเธอแต่มีเหตุให้เลิกร้างกันไปประมาณปีครึ่งเห็นจะได้ และที่เธอมาหาเขาวันนี้ก็เพราะมีเรื่องสำคัญที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากเขา เพราะไม่เห็นว่าใครจะสามารถช่วยเธอได้ นอกจากมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อลากไส้ เคยเป็นคนรู้ใจ แต่เธอเองที่ทำทุกอย่างพัง ไม่ใช่ว่าเธอนอกใจเขา แต่มีเหตุผลสำคัญมากกว่านั้น มันเกิดจากความยุ่งเหยิงและสับสนในชีวิตของเธอเอง ครอบครัวกิจการล้มละลาย เธอต้องดูแลแม่ที่เป็นโรคซึมเศร้า และพ่อของเธอหลังธุรกิจทรุดทำให้สุขภาพทรุดตามไปด้วย เป็นโรคเครียดและทำให้เป็นโรคหัวใจตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้เธอเหมือนเจอทางตัน ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ก็เหลือเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เธออยากร้องขอความเห็นใจ นั่นคือ ครินต์ คาร์ลินเบิร์ก บุรุษที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ชายในชีวิตของเธอ ผู้ชายที่ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธเขาได้ลง แถมมีแต่อยากวิ่งเข้าหา เพราะโปรไฟล์ของเขาไม่ธรรมดา เขาไม่ใช่แค่คนมีเงิน แต่การศึกษาระดับปริญญาเอกด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา การศึกษาดีไม่พอ หน้าตายังหล่อเหลาบาดจิต เมื่อก่อนภัทรญาไม่เคยตื่นเต้นเวลาเห็นผู้ชายที่เป็นลูกครึ่ง แต่ครินต์แตกต่างออกไป เขาไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาสะอาดสะอ้านอย่างคนรวย หน้าตาคมเข้มเครียดขรึมออกจะดุดัน แต่ให้ตายเถอะ! เขาช่างมีเสน่ห์โดยเฉพาะนัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายเหมือนเพชร และเธอเองเป็นฝ่ายทิ้งเขาก่อน ทำให้เขาช้ำใจ ถึงวันนี้ไม่รู้ว่าเขาจะยังโกรธเธออีกหรือไม่ ขณะภัทรญากำลังเหลือบแลเขาหลลายต่อหลายครั้งก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อครินต์วางเอกสารลงบนโต๊ะ เขาจ้องมองเธอนิ่ง “มาหาผมมีธุระอะไรอย่างนั้นเหรอ เบล” เขาถาม และยังคงเรียกชื่อของเธออย่างที่เขาเคยเรียกเมื่อตอนเป็นแฟนกัน ภัทรญายิ่งประหม่าที่เขายังจดจำเรื่องบางเรื่องได้ น้ำเสียงฟังราบเรียบแต่หน้าตาของเขานี่สิที่ยังเคร่งขรึม “เอ้อ...ฉันแค่จะมา...ขอร้องให้คุณช่วยน่ะค่ะ” เขาเลิกคิ้ว “ขอให้ผมช่วยเหรอ...นึกยังไงถึงได้นึกถึงผม คิดว่าคุณลืมผมไปแล้วซะอีก” “ฉันไม่เคยลืมคุณหรอกค่ะ” “อ้อ...เหรอ...ไม่เคยลืม นี่แสดงว่าคุณก็ยังคิดถึงผมตลอด โดยเฉพาะเวลาที่คุณอยากได้รับความช่วยเหลือ อย่างนั้นใช่ไหม” “ฉันขอพูดตรง ๆ นะคะ คือว่า...ตอนนี้กิจการที่บ้านของฉันมีปัญหา เราถูกฟ้องล้มละลาย แล้ว...พ่อเครียดจัดจนไม่สบายและก็ต้องเข้ารับหารผ่าตัดหัวใจอย่างเร่งด่วน ฉันยังจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้” “ปัญหาของคุณคือเงินอย่างนั้นสินะ” “พูดตรง ๆ ก็ได้ค่ะว่าใช่ ฉันตั้งใจมาขอยืมเงินจากคุณ” “อยากได้เท่าไหร่?” เขาถาม ทำให้ภัทรญาอึ้งไปแต่ก็เพียงชั่วลมหายใจก่อนตอบ “สิบล้านค่ะ” “ผมให้คุณห้าสิบล้าน” “ฉันไม่ได้ต้องการเงินมากขนาดนั้นนะคะ ที่ต้องการก็แค่ใช้เป็นค่ารักษา ค่าผ่าตัดหัวใจของพ่อ และอีกส่วนหนึ่งก็เพื่อช่วยพยุงกิจการของท่าน เพราะถ้ากิจการยังคงอยู่ได้ท่านก็จะได้ไม่ป่วยหนัก” “ไม่ว่าคุณจะต้องการหรือไม่ก็ตาม ผมอยากให้คุณ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” “อะไรเหรอคะ?” เธอถามอย่างกระตือรือร้น ครินต์หยัดยิ้ม เขาจ้องหน้าสวยหวานของผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยทุ่มใจให้ แต่จู่ ๆ เธอก็ปฏิเสธและบอกเขาว่าไม่อยากคบใคร อยากอยู่คนเดียว เขาจดจำทุกคำที่เธอเคยบอกตอนเลิกกันได้ดีจนถึงทุกวันนี้ “มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสักนิด แต่คิดว่าคุณคงเข้าใจ...รู้ไหมว่าตอนที่เราเลิกกันผมไม่มีความสุขเลยสักวัน คุณทำให้ผมคิดถึงครอบครัว...ที่ไม่มีความสมบูรณ์” “ฉันขอโทษค่ะครินต์ ถึงอธิบายตอนนี้คุณก็คงไม่เข้าใจและยังโกรธอยู่ดี” “ไม่...ผมไม่โกรธ ไม่โทษคุณด้วย ก็คนมันไม่มีใจจะให้ทำยังไงมันก็ฝืนกันไม่ได้ เพียงแต่ว่าถ้าผมยื่นข้อเสนอไปแล้วคุณจะต้องรับมันไว้เพราะผมคิดว่านอกจากนี้คงไม่มีใครช่วยคุณได้แล้วล่ะ” “อะไรล่ะคะ บอกมาสิคะ” “ผมก็ยังยืนยันคำเดิม ว่าตอนเลิกกันคุณทำให้ผมคิดถึงครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ ผมหมกมุ่นอยู่กับมัน ความคิดที่ว่าผมอบากมีครอบครัว แต่พอได้พบคุณอีกครั้งผมก็คิดอะไรได้เยอะเลยทีเดียว ผมคิดได้ว่าไม่มีหรอกครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ฉะนั้นผมก็เลยคิดว่าครอบครัวไม่จำเป็นต้องมีสามคน พ่อ แม่ ลูกก็ได้” “คุณหมายความว่ายังไงคะครินต์”

บทที่ 2 ตอนที่ 2

“ถ้าคุณจะรับข้อเสนอของผม เป็นแม่อุ้มบุญ อุ้มท้องลูกของผม ถ้าคุณตอบตกลงผมจะจ่ายให้คุณไปเลยงวดแรก ยี่สิบห้าล้าน” คำพูดนั้นทำให้ภัทรญาหน้าตื่น เธองงเหมือนไก่ตาแตก “เอ้อ...ฉันว่าคุณคงพูดอะไรผิดไป หรือไม่ที่พูดนี่เพราะยังโกรธฉันอยู่ใช่ไหมคะ” เขาไหวไหล่ “ผมไม่ได้พูดผิด ไม่ได้โกรธ แค่รู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่ผมรอคอยมานาน” “ที่จะได้เอาคืนอย่างนั้นสินะคะ” “คุณเดินเข้ามาหาผมเองนะ เบล...ต่างคนต่างก็ได้รับโอกาส คุณจะหาจากที่ไหนไม่ได้หรอก เงินห้าสิบล้านกับการเป็นแม่อุ้มบุญให้ผม แค่คุณตกลงผมก็จะให้หมอที่ติดต่อไว้เริ่มกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วทันที” “ครินต์...คุณบอกว่าไม่โกรธ แต่นี่เป็นการเอาคืนชัด ๆ เลยนะคะ” “แล้วแต่คุณจะคิด แค่คุณอุ้มท้องลูกของผมก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากเย็น” “คุณกำลังบีบบังคับให้ฉันเลือกในสิ่งที่ฉันไม่ได้อยากเลือกนะคะ” “เป็นข้อเสนอ แต่คุณต้องตัดสินใจแล้วล่ะ เพราะผมจะให้เวลาคุณ...” เขายกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา “หนึ่งชั่วโมงนับจากนี้ เดี๋ยวผมกลับมาฟังคำตอบ” ครินต์ออกจากห้องนั้น ปล่อยให้ภัทรญานั่งนิ่ง ไม่ใช่นิ่งเฉย ๆ แต่เธอยังอึ้งกับการแสดงออกของเขา สักครู่ก็มีใครคนหนึ่งเปิดประตูและก้าวเข้ามา เธอหันกลับไปมอง เป็นเด็กหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปี สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็ค ท่าทีสุภาพ เขายกแก้วน้ำมาวางตรงหน้าและกล่าวว่า “ผมชื่อดอมครับ เป็นบอดี้การ์ดของคุณครินต์” บทที่ 2 “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ...ฉันเบลค่ะ...เอ้อ...ครินต์บอกว่าเดี๋ยวเขาจะกลับมาค่ะ” “ครับ...นายให้ผมมาอยู่คอยอำนวยความสะดวกให้คุณเบลครับ” ให้มาคุม หรือกดดันกันแน่ ภัทรญารู้ดีว่าครินต์เป็นคนยังไง เธอเคยคบกับเขา รู้ดีว่าครินต์มีนิสัยอย่างหนึ่งคือชอบบงการ แต่ตอนนั้นเธอชอบทุกอย่างที่เป็นเขา ถึงบัดนี้ก็ยังจดจำสิ่งที่เขาทำได้ทุกอย่าง ครินต์เป้ฯมหาเศรษฐี เขามักมีคนคอยติดตาม แต่เขาไม่ให้ใครมาอยู่ใกล้เธอ ตอนนั้นกับตอนนี้มันแตกต่างกันสินะ ก็เธอไม่ใช่แฟนของเขาแล้ว เขาให้คนมาตอยดูแลอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่หรอก คนของเขากำลังจับตาเธออยู่ต่างหาก ภัทรญาเริ่มอึดอัด เธอหายใจไม่ทั่งท้อง และมีความคิดบางอย่างวาบเข้ามาในสมอง เธอไม่น่ามาที่นี่ เขาคงหัวเราะเยาะความล้มเหลวในชีวิตของเธอ ซึ่งจริง ๆ มันเกิดในช่วงเวลาที่เธอคบกับเขา เรื่องธุรกิจทางบ้านที่พังพาบก็เป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เธออยากออกห่างจากเขาด้วย ภัทรญานึกถึงข้อเสนอของครินต์ เขาจะให้เธอเป็นแม่อุ้มบุญ ถึงครั้งหนึ่งเขาเคยรักเธอ แต่ทำแบบนี้มันจะไม่เป็นการเหยียบย่ำกันเกินไปหน่อยหรือ ให้เธออุ้มท้องให้เขา จากนั้นก็เฉดหัวเธอทิ้งแล้วเอาลูกไว้ ภัทรญากำลังตกผลึกความคิดในชั้นสุดท้าย เธอกำลังจะอ้าปากพุดอไรบางอย่างกับบอดดี้การ์ดของครินต์ก็ได้ยินเสียงมือถือดังขึ้นเสียก่อน เธอหยิบขึ้นมาจากกระเป๋าและรีบรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นใคร “คะ...แม่เหรอคะ...ว่าไงนะคะ...พ่อต้องรีบผ่าตัดด่วน หมอว่าอย่างนั้นเหรอคะ ค่าใช้จ่าย...ค่ะ...โอเคค่ะ...เดี๋ยวเบลจะเข้าไปคุยกับหมอนะคะ...ได้สิคะ...เบลเคลียร์ทุกอย่างเองค่ะ” เธอวางสาย น้ำตาเกือบไหลเมื่อนึกถึงการตัดสินใจสุดท้ายของตัวเอง คงไม่ต้องรอถึงชั่วโมงแล้วกระมัง เธอหันไปยังบอดี้การ์ดหนุ่ม “เอ้อ...ดอม...ไม่ทราบว่าตอนนี้ครินต์อยู่ไหนเหรอคะ” “นายอยู่ที่ห้องหนังสือครับ ไม่ทราบมีอะไรหรือเปล่าครับ” “ฉันต้องการพบเขาตอนนี้ ช่วยพาฉันไปพบเขาหน่อยได้ไหมคะ?” “ได้ซีครับ...ตามผมมาทางนี้ครับ” ดอมรับคำก่อนเดินนำภัทรญาไปยังอีกห้องหนึ่ง เธอก้าวเข้าไปและเห็นครินต์นั่งอ่านหนังสือบนเก้าอี้นวมด้วยท่าทีสบายๆ สักครู่ดอมก็ถอยออกไปปล่อยให้เธอยืนนิ่งจ้องมองครินต์อยู่สักครู่ กระทั่งเขาเงยหน้าจากหนังสือ รอยปากหยักหยัดขึ้นเล็กน้อย “ปกติผมไม่ให้ใครเข้ามาในห้องนี้เลย แม้แต่คนสนิท...หรือว่าคุณตัดสินใจอะไรได้ถึงอยากพบผมก่อนเวลา คุณคงรีบกลับซีนะ” “ฉันตกลงรับข้อเสนอของคุณ ที่จะเป็นแม่อุ้มบุญ...คุณบอกใช่ไหมคะว่าถ้าฉันตอบตกลงจะจ่ายทันทียี่สิบห้าล้าน” “ผมไม่ลืมหรอก” เขาวางหนังสือลงและยืดลำตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าภัทรญา คราวนี้เธอกล้าสบนัย์ตาเขาตรงๆ “ว่าแต่คุณเถอะเบล คิดดีแล้วหรือที่ตอบรับข้อเสนอของผม”

บทที่ 3 ตอนที่ 3

“ค่ะ...ฉันจะเป็นแม่ของลูกคุณ จะทำตามสัญญาที่คุณเสนอมาทุกอย่าง” “คุณจะไม่แม้แต่เสียดายอย่างนั้นใช่ไหม” “ค่ะ” “ก็ดี...ผมจะให้คุณอ่านสัญญาเพิ่มเติม แต่ก่อนอื่นผมคงต้องเซ็นเช็คเงินสดยี่สิบห้าล้านให้คุณก่อนสินะ” ครินต์ดึงสมุดเช็คออกจากกระเป๋า มันดูเหมือนเขาตระเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว เขาจรดปลายปากกาบนสมุดแล้วดึงเช็คยื่นให้เธออย่างเยือกเย็น “นี่เป็นเงินงวดแรกสำหรับคุณ” เขายื่นให้เธอรับไป ภัทรญาก้มดูตัวเลข เธอแทบไม่ตื่นเต้นกับตัวเลขแถมยังหดหู่เหลือจะเอ่ย แต่...ทำไมทุกอย่างมันง่ายดายไปหมด “ผมถือว่าเมื่อคุณรับเงินจากผมไปแล้วก็หมายความว่า คุณตกลงทำตามเงื่อนไขที่ผมต้องการทุกอย่าง สัญญาไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกนะ แต่คุณก็จะบิดพลิ้วไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถ้าเล่นตุกติกผมก็มีทนายจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่” “ฉันไม่ผิดสัญญาหรอกนะคะ ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยเหลือ...ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะกลับมาจัดการเรื่องสัญญาค่ะ” “คุณยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!” เสียงเขาเข้มขึ้นก่อนคว้าข้อมือภัทรญาที่กำลังจะออกไปจากห้องนั้น “ครินต์...ฉันไม่โกหกคุณหรอกนะคะ พรุ่งนี้จะกลับมาตามสัญญา แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบกลับ มีธุระสำคัญมากจริงๆ” “อะไรกัน มาแล้วก็จะรีบไปเลยหรือ พอได้เงินก็อยู่ไม่ได้เลยว่างั้น” “ฉันต้องรีบไปโรงพยาบาลค่ะ ฉันต้องไปคุยกับหมอเรื่องผ่าตัดหัวใจคุณพ่อ ฉันไม่ได้โกหกนะคะ” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ “ผมไม่ได้ว่าคุณโกหก แต่ผมจะบอกว่าเมื่อคุณรับเงินก้อนแรกไปแล้วก็หมายความว่าคุณไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ด้วยตัวเองอีก นอกจากฟังคำสั่งจากผมเท่านั้น!” “ครินต์...” ภัทรญาเสียงแห้งหายเหมือนหัวใจของเธอที่มันหล่นวูบลงไปเบื้องล่าง ยิ่งเห็นนัยน์ตาคมวับของครินต์ก็ยิ่งทำให้หนาวไปถึงขั้วหัวใจ “ครินต์...แต่เรื่องนี้ขอร้องได้ไหมคะ ฉันมีความจำเป็นที่ต้องรีบไปจริงๆ ฉันต้องพบคุณหมอที่รักษาพ่อของฉัน ถ้าช้ากว่านี้ฉันเกรงว่า” “ผมไม่ใช่คนใจจืดใจดำถึงขนาดนั้นหรอกนะเบล แต่ในเมื่อคุณรับข้อเสนอของผมแล้วก็ต้องเชื่อฟังเพราะตอนนี้ผมอยู่ในฐานะนายจ้างของคุณ ผมมีสิทธิ์จะให้คุณทำอะไรอย่างที่ผมอยากให้ทำ มีสิทธิ์ไม่ให้คุณไปไหนตามอำเภอใจก็ได้” “แต่เรื่องนี้สำคัญมากนะคะ ชีวิตพ่อของฉันทั้งคน” “อย่ากังวลไปเลยนะ ผมจะเป็นคนพาคุณไปเอง” “คุณจะไปส่งฉันที่โรงพยาบาลอย่างนั้นเหรอคะ” บทที่ 3 “ใช่...เพราะผมต้องพาคุณกลับมาที่นี่ คุณไปไหนไม่ได้อีกแล้วนะเบล” “หมายความว่ายังไงกันคะ” “หมายความว่า...คุณต้องอยู่ที่นี่ นับจากวันนี้เป็นต้นไป” ภัทรญาย่นคิ้ว แสดงสีหน้าประหลาดใจ เธอชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง“ฉันต้องอยู่ที่นี่ ตั้งแต่วันนี้เหรอคะ ตะ...แต่ว่าฉันยังไม่ได้ทำสัญญากับคุณเป็นลายลักษณ์อักษรเลยนะคะ” “แค่คุณรับเงินผมไปนั่นก็ถือว่าสัญญาระหว่างเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หรือคุณจะเปลี่ยนใจ” เธอส่ายหน้า “มะ...ไม่ค่ะ...ฉันยังยืนยันคำเดิมว่าจะทำตามข้อเสนอของคุณ” “ก็แน่วแน่ดีนี่ แบบนี้ผมจะได้ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไปกันเถอะ” “ไปไหนคะ?” “ก็ไหนคุณบอกว่าจะไปโรงพยาบาลนี่ไม่ใช่เหรอ ผมจะพาคุณไปยังไงล่ะ” “ฉันไปเองได้ค่ะ อาจไม่ต้องลำบากให้คุณไปส่ง” “ผมไม่ได้ลำบากอะไร ก็แค่พาคุณไปแล้วก็พาคุณกลับ” “คุณจะไม่ให้ฉันเตรียมตัวเลยเหรอคะ จู่ ๆ ก็ให้ฉันมาอยู่ที่นี่ แล้วข้าวของเสื้อผ้าของฉันล่ะคะ” “คุณอยากได้อะไรบ้างล่ะ ของพวกนั้นซื้อหาใหม่เอาได้ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรือแม้แต่ชุดชั้นใน” นัยน์ตาเข้มเป็นประกายวาววามของครินต์เลื่อนไปทั่วใบหน้าร้อนผะผ่าวของภัทรญา เธอยังตื่นเต้นเวลาอยู่ต่อหน้าเขา มันเป็นความรู้สึกเก่า ๆ ที่ผุดขึ้นมา จั้งแต่ได้เจอเชาอีกครั้ง แทบไม่มีอะไรในตัวเขาเปลี่ยนแปลงไปเลย ทั้งความหล่อเหลา ท่าทีสุขุม และแววตาราวกับไฟหลอมละลายความเข้มแข็งของเธอได้อย่างร้ายกาจ เธอรู้ว่าว่าเขาร้ายกาจ แต่ไม่เคยลืมเขาได้แม้เป็นฝ่ายตัดใจเดินไปจากชีวิตของเขาเอง ทว่าครินต์จะเข้าใจความรู้สึกของเธอหรือเปล่า ขณะนั้นเขาขยับเข้าใกล้มากกว่าเก่า ภัทรญาถอยหลังแต่กลับถูกเขาตรึงไว้ด้วยมือหนาแกร่งที่จับข้อมือทั้งสองไว้ เหมือนมีกระแสไฟอ่อนจากตัวเขาไหลเข้าไปในตัวเธอ ปากได้รูปของเขาทำให้ภัทรญารำลึกถึงคืนวันเก่าๆ เธอเคยสัมผัสความวาบหวามจากจุมพิตของครินต์ แต่ไม่เคยปล่อยตัวไปตามอารมณ์กับเขา เธอไม่เคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับมาเฟียหนุ่ม และในเวลานั้นเขาก็ไม่เคยบีบบังคับให้เธอตอบรับการมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ครินต์เลิกคิ้ว

อ่านต่อ