เพลิงรักเพลิงอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม2)
บทที่ 1 chapter1

๑ อดีตและปัจจุบัน กรุงเทพฯ... ณ..คฤหาสน์สีขาวหลังโตหรูหราสร้างบนพื้นที่หนึ่งไร่ มีรั้วกั้นสูงมิดชิดอยู่ในซอยสุขุมวิทซอย 65 ความมืดสลัวยามพลบค่ำเป็นเวลาหนึ่งทุ่มสามสิบนาที ข้างถนนมีรถสปอร์ต Audi R8 รุ่นใหม่ สีเงินยังไม่ดับเครื่องยนต์จอดอยู่ใกล้ประตูรั้วเข้าบ้าน ‘เพลิงพาย ดาราฉาย’ ชายหนุ่มวัย 40 ปี แต่อายุใช่จะทำให้เขาดูแก่เลยสักนิด ใบหน้าหล่อเหลา คมคาย สูง 183 เซนติเมตร ความสมบูรณ์ของร่างกายทุกส่วนสัดเหมือนรูปปั้นหุ่นเดวิด ชายหนุ่มนั่งหลังพิงเบาะรถ แววตาสีเข้มดุจหินผาอ่อนลงเมื่อได้มองป้ายชื่อเจ้าของบ้านได้อย่างชัดเจนจากโคมไฟบนเสารั้ว ‘ดาราฉาย’ นามสกุลที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ได้พระราชทานให้ทวดและเทียด สืบทอดกันมาจนถึงมารดาของชายหนุ่ม ดวงตาดุจพญายมเพ่งมองเพดานรถแล้วถอนหายใจเข้าออกแผ่วเบา เมื่อคำนวณเวลาที่เขาจากที่นี่ไป 12 ปีกับอดีตอันไม่น่าจดจำและไม่มีวันลืมความรักที่มาพร้อมกับความแค้น เขาอุตส่าห์ทุ่มเทให้คำมั่นสัญญาระหว่างกันและกัน แต่สิ่งเหล่านั้นมลายหายไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งขณะนี้ในห้วงลึกของหัวใจที่แกร่งและแข็งแรง พร้อมที่จะทำร้ายล้างผลาญให้หล่อนคนนั้นได้เจ็บอย่างทรมานแสนสาหัส เรียวปากหยักยิ้มเหี้ยมเกรียมเมื่อย้อนนึกถึงอดีตอันแสนหวานที่ผ่านมา… “คุณแม่ครับ” เพลิงพายวัยยี่สิบเจ็ดปี เป็นลูกชายคนเดียวของ ‘คุณหญิงแขศรี’ ซึ่งมีเชื้อสายผู้ดีเก่า กับ ‘นายศักดา เทวารักษ์’ นายหัวผู้โด่งดังจากการทำธุรกิจค้าที่ดินและรวยติดอันดับ 3 ในประเทศไทย “เพลิงลูกแม่” คุณหญิงแขศรีที่นั่งอยู่บนรถเข็น นางเดินได้บ้างไม่ได้บ้างยามป่วยกระเสาะกระแสะแบบนี้ เป็นมานานหลายปีแล้วและช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้นัก พยายามใช้มือที่ไม่มีแรงทั้งสองข้างจับล้อรถเข็นดันให้รถหมุนเพื่อที่จะได้เห็นหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน “ผมอุ้มครับ” เพลิงพายปล่อยมือจากคนที่เขาพาด้วย รีบเดินเข้าไปประคองมารดาที่กำลังพยุงตัวลุกออกจากรถเข็น เขาอุ้มคุณหญิงแขศรีพาไปนั่งที่โซฟา ส่วนตนเองก็ย่อกายนั่งลงบนพรมตรงข้างปลายเท้าของท่าน “อ้าว หนูณียังไม่กลับอีกหรือ?” คุณหญิงแขศรีเปรยเสียงเอ็นดูถามคนให้การพยาบาลส่วนตัว “ยังค่ะคุณหญิง” ‘อุษณีย์’ หญิงสาวหน้าสวยวัย 26 ปีตอบคำถามแต่ไม่ได้เงยหน้ามองคุณหญิง “ณีครับ เข้ามานั่งใกล้ๆ ผมสิครับ” เพลิงพายเรียกเธอให้เข้ามาหา แต่เป็นเขาเองที่ลุกขึ้นไปจูงมือสาวเจ้าให้เข้ามานั่งข้างมารดา “เพลิง ปล่อยมือณีเถอะค่ะ” อุษณีย์พยายามดึงมือของตัวเองออกจากมือของชายหนุ่ม เมื่อเห็นแววตาของคุณหญิงแขศรีมองความสนิทสนมของเธอและเขา “แม่ครับ ผมมีเรื่องจะบอกคุณแม่ครับ” เป็นเพราะมารดาแท้ๆ ที่ทำให้เขาได้เจอนางฟ้าชุดขาวผู้ใจดี เพลิงพายได้รับหน้าที่จากมารดาให้ไปเป็นประธานเปิดโครงการช่วยเด็กผู้ด้อยโอกาสในบ้านเด็กกำพร้าจึงได้พบรักกับอุษณีย์ที่นั่น “มีอะไรหรือเพลิง?” ถามลูกชาย แต่แววตาของคุณหญิงแขศรีที่มองอุษณีย์นั้นเอ็นดูรักใคร่เหมือนลูกเหมือนหลานเสียเหลือเกิน นางรู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวตั้งแต่ครั้งที่ลูกชายมาขอร้องให้รับเธอเข้ามาทำงานในบ้าน “ผมกับณี เรารักกันครับ” เพลิงพายไม่อายมารดา เขากุมมือของอุษณีย์ยกขึ้น แล้วแตะริมฝีปากลงบนหลังมือบาง แสดงให้มารดาเห็นว่าพวกเขาทั้งสองรักกันอย่างที่พูด “คุณหญิง ณี” เธอใจเต้นตุบตับๆ หวาดกลัวนางแขศรีจึงรีบก้มหน้างุด อุษณีย์เติบโตมาจากบ้านเด็กกำพร้าพร้อมกับน้องสาววัย 9 ปีที่ต้องรับผิดชอบเลี้ยงดู และนี่คือจุดที่ทำให้หญิงสาวมุ่งมั่นตั้งใจเรียนจนจบ ม. 6 และได้ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง “คุณแม่จะว่ายังไงครับ ถ้าผมจะหมั้นกับณี” “เพลิงคะ!” อุษณีย์ตกใจเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มที่ตัวเองรักและคอยช่วยเหลือมาตลอดจะกล้าขอหมั้นต่อหน้าคุณหญิงแขศรี แต่ก็แอบดีใจอยู่ไม่ใช่น้อยที่เขายังให้เกียรติผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเธอ “แม่จะไปห้ามทำไม ในเมื่อหัวใจของลูกทั้งสองตรงกัน รักกัน แม่ดีใจเสียอีกที่เพลิงรักหนูณี” แขศรีมองหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ มือเหี่ยวย่นยื่นเข้าไปลูบกระหม่อมของหญิงสาวที่ก้มกราบตรงปลายเท้า “ขอบคุณคุณแม่มากครับ” เพลิงพายก็ก้มลงกราบเท้าของมารดาเช่นกัน “แล้วหนูณีล่ะ ยินยอมจะหมั้นกับพ่อเพลิงของฉันไหม?” ถึงจะรู้ชาติกำเนิดของอุษณีย์ว่ามาจากบ้านเด็กกำพร้า แต่นั่นหาได้ทำให้คุณหญิงแขศรีคิดรังเกียจ นางยิ่งรักและเอ็นดูในความดี ไม่ลืมกำพืดของหญิงสาวเสียมากกว่า “คุณหญิงคะ ณี” ใบหน้างามอาบน้ำตาพยักหงึกๆ ตอบรับทั้งที่ยังก้มหน้า

บทที่ 2 chapter2

“หมั้นไว้ก่อนนะ ตาเพลิงเรียนจบเมื่อไหร่ แม่จะจัดงานแต่งให้ลูกทั้งสอง” “แค่นี้ณีก็ดีใจแล้วค่ะ ที่คุณหญิงไม่รังเกียจณี” ด้วยความดีใจ หญิงสาวโผเข้าโอบกอดเอวท้วม รับเอาความอบอุ่นจากวงแขนอันเหี่ยวย่นที่กางออกให้เธอได้เข้าไปซบอก “หยุดเรียกแม่ว่าคุณหญิงเสียที ต่อไปนี้ หนูณีคือลูกสาวของแม่นะ” เชยคางน้อยของว่าที่ลูกสะใภ้ให้เงยขึ้นมองตากัน “ณีขอบคุณคุณหญิงมากค่ะที่เมตตาณี” ความอบอุ่นจากการกระทำของคุณหญิงทำให้อุษณีย์รีบตักตวงไขว่คว้าไว้ “นี่แน่ะพูดไม่จำ บอกว่าอย่าเรียกคุณหญิง” แขศรีตีแขนของว่าที่ลูกสะใภ้หนึ่งที ที่สอนไม่รู้จักจำ “บอกว่าให้เรียกแม่ เรียกแม่” “ณีขอโทษค่ะ” ยิ้มแห้งๆ พร้อมทั้งลูบรอยคันตรงแขนที่ถูกคุณหญิงทำโทษ “หนูณี อดทนรอตาเพลิงนะ เขาไปเรียนแค่สองปีเท่านั้นเอง” คุณหญิงพูดกับว่าที่ลูกสะใภ้ “ค่ะ” เพราะหัวใจของเธอมีเพียงเพลิงพายจึงพยักใบหน้ารับ และจะรอคอยเขาด้วยหัวใจรักเดียว “ณีครับ ผมจะแต่งงานกับคุณทันทีเมื่อผมกลับมา” เพลิงพายกุมมือเธอไว้ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยนิ้วนางข้างซ้ายแผ่วเบา แล้วบรรจงสวมแหวนเพชรเม็ดเล็กน่ารักใส่เรียวนิ้วงาม “เพลิงคะ” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาก้มมองแหวนในนิ้วมือของตัวเอง ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าผู้หญิงจนๆ อย่างเธอจะมีโอกาสแบบนี้ “รอผมนะณี” ใบหน้าคมคายย่อลง เขาหรี่ตามองหน้าแฟนสาวแล้วยื่นมือเข้าไปดันปลายคางงามให้เงยขึ้นมองสบตากันหวานซึ้ง “ค่ะณีจะรอคุณ” สองหนุ่มสาวโอบกอดกันด้วยความรัก ทำให้คุณหญิงแขศรีที่นั่งมองก็ซาบซึ้งยินดีปีติไปกับลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ “ทำไมบ้านเงียบจัง คุณหญิงอยู่ไหน?” เสียงของนายศักดาที่ถามแม่บ้านดังพอที่จะทำให้คนทั้งสามที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกได้ยิน “คุณหญิงคุยธุระอยู่กับคุณเพลิงที่ห้องรับแขกค่ะ” “ตาเพลิงมาแล้วเหรอ” “ค่ะ” สาวใช้รับกระเป๋าทำงานของเจ้านายมาถือไว้ หมอบตัวเดินถอยหลังเล็กน้อยเพื่อหลีกทางให้คุณผู้ชายเดินผ่าน นายศักดาเดินยิ้มเข้าไปนั่งข้างภรรยา เขาแสดงความรักต่อหน้าลูกด้วยการหอมแก้มเมียไปทีหนึ่ง “สองแม่ลูกคุยอะไรกันเหรอ เสียงดังไปถึงหน้าประตูเลยครับ” “คุณพี่มาก็ดีแล้ว น้องมีข่าวดีจะบอกค่ะ” คุณหญิงโยนค้อนให้สามีวงใหญ่ ทำอะไรไม่อายลูกบ้าง อายุก็ปูนนี้แล้วยังจะมาหอมแก้มกันต่อหน้าลูกๆ อีก นางตีแขนสามีเบาๆ แก้เขินอายสายตาของลูกๆ ที่มองอยู่ “ข่าวดีอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าตาเพลิงจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ถ้าเป็นเรื่องนั้นน่ะ ผมรู้แล้ว” นายศักดาพูดดักภรรยา “เรื่องนั้นก็ใช่ค่ะ แต่เรื่องนี้สำคัญกว่า ตาเพลิงมาขอหมั้นหนูณี คุณพี่เห็นดีด้วยไหมคะ?” “มีข่าวดีขนาดนี้ ทำไมคุณหญิงเพิ่งจะมาบอกผมล่ะครับ” นายศักดายิ้มกรุ้มกริ่มใส่ภรรยา ถึงเขาจะเป็นผู้ชายเจ้าชู้ มีอีหนูมากมาย แต่ก็ไม่เคยยกย่องใครให้เป็นหนึ่งเหนือกว่าภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากคนนี้เลย “คุณพี่คะ ลูกเราก็เพิ่งจะคลานเข้ามาบอกน้องเมื่อกี้นี้เหมือนกันค่ะ” คุณหญิงแขศรีสะบัดหน้าหนีอย่างหมั่นไส้ ต่อหน้าลูกทำสีหน้าสีตาเป็นวัยรุ่นมีความรักไปได้ “เพลิง หนูณี เข้ามาใกล้ๆพ่อสิ” กวักมือเรียกลูกชาย แต่สายตาเจ้าชู้ของชายชราวัยหกสิบจับจ้องมองความสวยของว่าที่ลูกสะใภ้ไม่วาง “ครับ / ค่ะ” เพลิงพายจับมือแฟนสาวคลานไปพร้อมกันแล้วก้มลงกราบเท้าของนายศักดา “พ่อดีใจนะที่เพลิงหมั้นกับหนูณี” นายศักดาตบบ่าของลูกชายยินดีไปกับลูก ส่วนมืออีกข้างยื่นเข้าไปลูบผมยาวสลวยดำขลับของว่าที่ลูกสะใภ้อย่างอ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยเล่ห์กลของผู้ชายเจ้าชู้ “ขอบคุณครับพ่อ / ขอบคุณค่ะ คุณท่าน” เมื่อได้รับคำอวยพรจากบิดา เพลิงพายและอุษณีย์เอ่ยคำขอบคุณพร้อมๆ กัน “คุณพี่ขา คุณพี่จะว่าอะไรไหม ถ้าน้องจะให้หนูณีเข้ามาอยู่ในบ้านของเราน่ะค่ะ” คุณหญิงหันไปปรึกษากับสามี “ผมว่าก็ดีเหมือนกันนะ มีหนูณีอยู่ใกล้ๆ คุณ ผมก็หมดห่วง แล้วหนูณีพร้อมเข้ามาอยู่วันไหนล่ะ” นายศักดายังนั่งข้างภรรยา หันไปถามอุษณีย์ที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้น ชายชราถูกชะตากับหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็นเมื่อครั้งลูกชายพามาฝากทำงานที่นี่ “คือ ณีว่า ณีอยู่บ้านจะสะดวกกว่านะคะ” ถึงจะเป็นห้องเช่าราคาถูกๆ แต่นั่นก็คือที่พักอาศัยของตน...อุษณีย์คิดไว้เสมอ ถ้าทำงานเก็บเงินได้เยอะๆ จะซื้อบ้านสักหลังแล้วไปรับน้องที่ยังอยู่สถานีบ้านเด็กกำพร้ามาอยู่ด้วยกัน “ทำไมล่ะณี อยู่ที่นี่ด้วยกันนะครับ มาช่วยดูแลคุณแม่แทนผมไง” เพลิงพายรีบพูดแทนแฟนสาว “นั่นสิ หนูณีมีอะไรขัดข้องเหรอ” นายศักดาถาม “ถ้าเป็นเรื่องของน้องสาว หนูณีก็เอามาอยู่ด้วยก็ได้นี่จ๊ะ” เมื่อจะรับหญิงสาวเข้ามาเป็นคนในครอบครัว คุณหญิงแขศรีก็ไม่ลืมเรื่องของว่าที่ลูกสะใภ้ว่ายังมีน้องสาวต้องเลี้ยงดูอีกหนึ่งคน นางไม่คิดรังเกียจและพร้อมจะให้เด็กน้อยอีกคนที่นางไม่เคยเห็นหน้าเข้ามาอยู่ในบ้านด้วยเช่นกัน

บทที่ 3 chapter3

“ณี” อุษณีย์ได้แต่พูดอ้ำอึ้ง แบ่งรับแบ่งสู้ไปแบบนั้น “ก่อนผมจะไปต่างประเทศ ผมจะพาณีไปรับน้องที่บ้านเด็กกำพร้ามาอยู่ด้วยที่นี่นะครับ” เพลิงพายเอี้ยวหน้ากระซิบเสียงแผ่วเบาชิดข้างแก้มนวลให้ได้ยินกันเพียงสองคน… เงาดำทมิฬของตัวบ้านหลังใหญ่ถูกสายตาแดงก่ำจ้องมอง ยังจำได้เสมอว่าตรงไหนของบ้านมีอะไรบ้าง เพราะเขาเกิดและโตที่บ้านหลังนี้ เพลิงพายมีสีหน้าเคร่งขรึม เขาเอนหลังพิงเบาะรถ ศีรษะก็เกยที่พนักเบาะ สายตามองเพดานรถนั้นหลับลงพร้อมทั้งยกมือขึ้นทุบหน้าผากของตัวเองให้ลืมภาพในอดีตอันเลวร้ายออกจากสมอง ชายหนุ่มตัดสินใจเคลื่อนรถไปจอดรถข้างรั้วแล้วก้าวลงจากรถยืนหลังพิงข้างรถ ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเยาะ สมเพชหัวใจแข็งแกร่งที่คอยแต่จะหวั่นไหว ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแข็งกระด้างก้มมองมือตัวเองที่ลูบสัมผัสใบหน้าหวานของสาวน้อยในไอโฟนรุ่นใหม่ ‘แม่นกน้อยในกำมือ’ “หึ! ฉันจะทำให้คนที่เธอรักดั่งดวงใจตายทั้งเป็น เหมือนอย่างที่เธอทำกับแม่ของฉัน อุษณีย์!” ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในตัวบ้าน ชายหนุ่มหยุดยืนกลางห้องโถงขนาดใหญ่หรูหราสง่างาม ทุกอย่างไม่แปรเปลี่ยนเลยสักนิด ยังคงที่เหมือนเดิมซึ่งทำให้เขาพอใจอยู่บ้าง แต่แล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นมองภาพถ่ายของเจ้าของบ้านขนาดใหญ่เท่าตัวคนนั้นได้มาแทนที่รูปของคุณหญิงแขศรี มันตั้งเด่นตระหง่านชัดเจนอยู่ข้างฝาตรงบันไดทางขึ้นชั้นบน ซึ่งแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นใคร เพล้ง!! พวงกุญแจรถในมือถูกปาไปใส่รูปนั้นด้วยความแค้นผสมความเกลียดชังเมื่อมองภาพผู้หญิงของบิดา หล่อนช่างกล้าหาญ บังอาจเอาภาพของตัวเองขึ้นมาแทนที่ภาพมารดาของเขาได้อย่างไร “คุณหนู!” นางจันทร์ แม่บ้านเก่าแก่และยังเป็นแม่นมของชายหนุ่มเดินออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงสิ่งของบางอย่างตกแตก นางก้มเก็บพวงกุญแจที่ตกอยู่ข้างบันได ใบหน้าเหี่ยวย่นซีดขาว ยกมือทาบอกตกใจเมื่อมองเห็นรอยร้าวบนกรอบรูปของคุณหญิงคนใหม่ “นมจันทร์สวัสดีครับ” เพลิงพายเดินเข้าไปกอดแม่นม หลังจากมารดาได้เสียไป เขาก็ได้แม่นมคนนี้เป็นที่พักพิง ขณะที่ในหัวใจมีรอยร้าวระหว่างเขากับบิดาเกิดขึ้น “คุณหนูของนมกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? ไปค่ะ ไปนั่งที่โซฟาก่อน” ดวงตาฝ้าฟางเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา เจอกันครั้งสุดท้ายตอนที่คุณหญิงเสีย และหลังจากนั้น ชายหนุ่มก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย นมจันทร์มองหน้าคุณหนูที่เมื่อก่อนตัวเล็กแค่เอวของนาง แต่ขณะนี้ตัวใหญ่กว่านางเป็นสองเท่า รอยยิ้มภูมิใจผุดขึ้นขณะมองคุณหนูรูปหล่อ ตอนนี้ เพลิงพายประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ ชายหนุ่มดูภูมิฐานสมเป็นนักธุรกิจค้าที่ดิน ทั้งต่างประเทศและในประเทศไทย เมื่อเอ่ยชื่อของเขา ทุกคนต้องร้องอ๋อเป็นเสียงเดียวกัน มือของนางจันทร์สั่นระริกลูบแขนลูบหน้าของคุณหนูของตน “ผมมาได้หลายวันแล้วครับ” เพลิงพายไม่ยอมนั่งตามคำเชิญของแม่นม เขาเดินจับโน่นจับนี่ สำรวจสิ่งของทุกอย่างภายในบ้าน “คุณหนูน่าจะมาอยู่ที่บ้านนี้นะคะ” นางจันทร์เดินตามหลัง กลัวว่าเพลิงพายจะทำลายข้าวของที่ตั้งโชว์ เพราะสิ่งของที่เขาจับขึ้นมาดูแต่ละชิ้นนั้นเป็นของหวงของคุณหญิงคนใหม่ “คอนโดฯ ที่เจ้าพระยาก็อยู่สบายดีครับ” ไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับผู้หญิงเห็นแก่เงิน ‘ผู้หญิงสารเลว ฉันเกลียดเธอที่สุด’ “คุณอารยา น้องสาวของคุณณีค่ะ” แม่นมเดินตามรอยเท้าใหญ่ คอยจัดของที่ชายหนุ่มจับแล้ววางไม่เป็นระเบียบ พร้อมทั้งแนะนำคนในรูปให้เขาได้รู้จัก หลังจากคุณหญิงแขศรีเสียแล้ว เพลิงพายก็ไปอยู่ต่างประเทศ และนายศักดาก็บอกให้คุณหญิงคนใหม่พาน้องสาวเข้ามาอยู่ในบ้าน “ครับ” เพลิงพายแสยะยิ้มร้าย แต่ดวงตาแดงก่ำขัดแย้งหัวใจ ไม่อยากให้นางจันทร์รู้ว่าเขากำลังอ่อนไหว ชายหนุ่มก้มมองภาพเด็กน้อยนักเรียนประถมผูกโบ ดวงตากลมโตบ้องแบ๊ว หน้าสวยหวานตั้งแต่เล็กนี่เอง ใบหน้าคมคายตึงเครียดก้มมองนาฬิกาบนข้อมือ แปดโมงเช้าทางโน้นเป็นเวลาที่เจ้าหล่อนต้องตื่นไปเรียน อยากจะรู้จริงๆ ว่าเป็นไอ้ผู้ชายหน้าเจ๊ก หน้าจีน หรือหน้าฝรั่งคนไหนกันนะที่จะมารับเธอ คนที่มีแต่ความแค้นว้าวุ่น หัวใจเจ็บหน่วงๆ เมื่อนึกถึงสาวน้อยเดินเคียงข้างกับชายอื่น “คุณหนูคงไม่เคยเห็นคุณเมย์” นางจันทร์ยิ้มสดใสเมื่อพูดถึงน้องสาวของคุณหญิงคนใหม่ ‘อารยา พานทอง’ นิสัยเรียบร้อย ถ่อมตน ไม่ถือตัวและไม่ลืมกำพืดของตัวเองนั้น ช่างแตกต่างผิดจากพี่สาวเสียจริงๆ ทั้งที่เมื่อก่อนเคยอ่อนน้อม แต่พอได้เป็นคุณผู้หญิงของบ้าน นิสัยของเจ้าหล่อนก็แปรเปลี่ยน “ผมจำเด็กนั่นไม่ได้แล้วครับ ถ้านมจันทร์ไม่บอกว่านี่เป็นน้องสาวของอุษณีย์ ผมก็คงไม่ทราบ” เพลิงพายวางกรอบรูปอย่างอ้อยอิ่ง หัวใจไม่รักดี ทำไมต้องรู้สึกดีกับสาวน้อยผู้แสนอ่อนหวานแบบนี้ด้วยนะ

อ่านต่อ