ร่างสูงใหญ่ตามแบบฉบับยุโรปยืนเหม่อมองออกไปด้านนอกคฤหาสน์สุดหรู แววตาสีเทาหม่นดูเยือกเย็นลึกลับน่าค้นหา ชายหนุ่มอายุสามสิบสอง ใบหน้าคมเข้ม คิ้วดกดำตรงยาว ดวงตาเรียวคม ริมฝีปากหยักลึก จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้ารูปสี่เหลี่ยม ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งหน้าตาและชาติตระกูล รวมถึงทรัพย์สมบัติ ซาฟ เดเวเต้ อัลเล็นโซ่ ผู้ซึ่งนำพาหัวใจสาวๆ ในเมืองเวนิชลุ่มหลงกับรูปลักษณ์อันแสนสง่างาม ตระกูลอัลเล็นโซ่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนานในอดีตที่เคยต่อสู้เคียงข้างกษัตริย์มา บรรพบุรุษส่งต่อความรุ่งเรืองให้กับบิดาของเขาจนกระทั่งถึงรุ่นหลาน ทุกคนขนานนามพี่น้องสี่คนว่าเทพบุตรอัลเล็นโซ่ เมื่อก่อนจับดาบแต่เวลานี้จับธุรกิจแทน “คุณชายครับ ท่านซานโต้เรียกพบครับ” คนถูกเรียกขยับกายเล็กน้อยหันมองผู้มาเยือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เห็นชายชราอายุราวหกสิบได้กำลังยืนในท่าทีน้อมน้อม “เข้าใจแล้ว บอกท่านด้วยว่าเดี๋ยวผมตามไป” คนใช้เก่าแก่ก้มหน้าลงแล้วหลบฉากออกจากห้อง ซาฟหันมองวิวผ่านหน้าต่างอีกสักพัก จึงตัดสินใจละสายตาแล้วเดินทางตามคำนัดหมาย ซานโต้ขยับกายเล็กน้อยทันทีที่เห็นบุตรชายคนโตมายืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าเย็นชาไม่บ่งบอกความรู้สึกอะไรทำให้คนเป็นพ่ออย่างเขารู้สึกหนักใจไม่น้อย แม้ว่าซาฟจะไม่เคยทำอะไรให้ผิดหวังเลย “พ่อมีธุระสำคัญจะคุยด้วย” “ครับ” “นั่งลงก่อนสิ”ซานโต้บอก ร่างสูงใหญ่ทอดกายลงนั่งบนโซฟาสีน้ำตาลอ่อน สีหน้าลูกทำเอาเขาหนักใจ ที่ซาฟกลายเป็นคนเช่นนี้ มันเป็นเพราะเหตุการณ์เลวร้ายเมื่อสมัยเด็ก มันไม่มีทางแก้ไขอะไรได้เลย แม้ตนพยายามพาจิตแพทย์มา แต่ซาฟยังคงมีท่าทีหมางเมินต่อคนรอบข้าง แสดงสีหน้าและท่าทางราวกับคนไม่มีจิตใจหรือความรู้สึกใดๆ “วันนี้เพื่อนพ่อมาขอกู้เงินกับเรา แต่มันเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่พ่อจะยอมรับได้ พ่อจำต้องทำสัญญาเป็นข้อตกลงกับทางนั้นไว้” “ครับ” “ตระกูลดีกาลโน่จะส่งตัวลูกสาวของเขามาแต่งงานกับเรา” ซาฟนิ่งงัน ครุ่นคิดคำบิดาครู่หนึ่งแล้วกระตุกมุมปากเล็กน้อย ช้อนสายตามองผู้ให้กำเนิด “แล้วพ่อว่ายังไงล่ะครับ” “พ่ออยากให้แกช่วยตัดสินใจ” “ทางนั้นขอกู้เท่าไหร่ครับ?” “หนึ่งหมื่นล้าน!” ชายหนุ่มเงียบประมวลผลกำไรในหัวอย่างฉับไว การปล่อยเงินให้ดีกาลโน่ใช่ว่าจะมีผลเสียอย่างเดียว ท่าเรือของตระกูลนี้เป็นที่ต้องการของนักธุรกิจหลายคน “แล้วเขาจะส่งลูกสาวคนไหนมาแต่งกับเราล่ะครับ?”เขาถามสบตาบิดาเพื่อรอคำตอบ “ลูกสาวคนรอง เทียร่า” ซาฟหยุดใช้ความคิดอีกครั้ง ข่าวแว่วมาตาเฒ่าเซโตหวงบุตรสาวคนเล็กที่สุด เพราะอย่างนี้ถึงได้ส่งคนรองมาสินะ “พ่อจะให้ลูกสาวของตระกูลนั้นแต่งงานกับลูกชายคนไหนล่ะครับ” “ที่พ่อเรียกแกมาคุยก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ พ่ออยากให้แกแต่งงานกับเทียร่า...” ซาฟชะงัก หากตนต้องแต่งจะเลือกเอาประโยชน์ที่ได้จากการแต่งงานกับตระกูลนั้นให้ได้มากที่สุด เพราะการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง อีกทั้งตัวเขาก็พอจะรู้เรื่องมรดกที่เซโตแบ่งให้กับบุตรสาวแต่ละคนมาคร่าวๆ “ผมแต่งได้ แต่หากผมจะแต่งผมต้องการลูกสาวที่ตระกูลดีกาลโน่หวงแหนที่สุด”เขาบอกบิดา “หมายความว่ายังไง?” “ผมต้องการแต่งงานกับโมนา ดีกาลโน่” ซานโต้ขมวดคิ้วมองลูกชายอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน ไม่คิดเลยแม้แต่เรื่องแต่งงานลูกยังเอาธุรกิจมาเกี่ยวข้อง ประมวลทุกอย่างเป็นผลกำไร อายุอานามไม่ใช่น้อยเลย อยากให้เป็นฝั่งเป็นฝา จะมีใครบางไหมที่สามารถเปลี่ยนซาฟให้เป็นคนมีความรู้สึก “แกตัดสินใจไปเลยก็แล้วกัน เพราะแกเป็นคนที่จะต้องแต่งงาน” “งั้นเรื่องนี้ผมจัดการเองแล้วกันครับ” เขาลุกยืนเต็มความสูง แล้วก้มศีรษะให้บิดาราวกับเจ้านาย แล้วหันกายก้าวยาวออกนอกห้อง ซาฟกลับมายืนอยู่จุดเดิมอีกครั้ง เมืองเวนิชช่างมีมนต์ขลังทำให้เขาทอดสายตามองออกไปได้ไม่รู้เบื่อ สวยเสียยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก อยากจะรู้นักจะมีผู้หญิงคนไหนที่สามารถทำให้เขาหลงรักได้ จะมีอยู่บนโลกใบนี้หรือเปล่า ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเข้ามาในความคิดเลยสักคน แม้แต่สาวๆ ที่เคยนอนกอดก่ายด้วย ไม่เคยระลึกได้สักครั้งหลังจากเลิกราบนเตียง แต่ในความคิดกลับคะนึงหากลับนึกถึงใบหน้าอันแสนหวานสดใส ของเด็กสาวคนนึงแม้หลายปีมาแล้วก็ไม่อาจลืมเลือน เสียงสะอื้นยังคงดังไม่หยุด เมื่อคำบัญชาจากบิดา ต้องการส่งให้เธอไปเป็นภรรยาของบุตรชายคนโตของตระกูลอัลเล็นโซ่ โมนา ดีกาลโน่ สาวน้อยวัยยี่สิบสอง หน้าตางดงามหวานละมุน ผิวกายขาวนวลลออ แพขนตางอนยาวดวงตากลมแววตาทอประกายปนเศร้า นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ผมยาวตรงสีคาราเมล รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่นเพราะไม่อยากทำตามความต้องการของบิดา “หนูไม่อยากไปค่ะพ่อ...” เธอบอกบิดาสะอื้นออกมาอย่างหนัก “หากหนูไม่ไปพ่อจะไม่สามารถกู้เงินมาได้นะลูก เราต้องใช้เงินก้อนนี้” เซโตพยายามขอร้อง “พี่เทียร่า ช่วยโมนาด้วยค่ะ” เทียร่ายืนมองน้องสาว อยากไปใจแทบขาดแต่ทำไมทางนั้นดันยืนคำขาดว่าจะเอาตัวยัยเด็กขี้แยนี่ ไม่เข้าใจ ทั้งๆที่เธอเป็นลูกเมียหลวงแต่ยัยเด็กบ้านี่เป็นแค่ลูกเมียน้อยที่เกิดจากผู้หญิงไทยก็แค่นั้น “พ่อค่ะ เทียร่าไปแทนน้องไม่ได้เหรอคะ” “จะไปได้ยังไงล่ะลูกในเมื่อทางนั้นเขายื่นคำขาดมา”
เทียร่าใช้ความคิดอย่างหนัก ยัยเด็กบ้านี่ไม่ค่อยได้ไปออกงาน ตัวเธอเองก็เช่นกันไม่ค่อยได้ไปออกตามสื่อต่างๆเหมือนกันมีแต่พี่สาวคนโตที่ออกงานประจำ “ให้หนูปลอมตัวเป็นโมนาก็ได้นี่คะพ่อ!” คุณหนูเจ้าน้ำตาหันมามองบิดาเพื่อขอร้องอีกครั้ง เซโตมองบุตรสาวด้วยความสงสารพยายามชั่งใจเรื่องความถูกต้องกับความสงสารลูก แต่ยังไงเสียลูกก็ต้องมาก่อน “ก็ได้เทียร่า ลูกไปแทนน้องก็แล้วกัน!” ลูกสาวคนรองยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุดเธอก็จะได้ไปอยู่ที่คฤหาสน์แห่งสรวงสวรรค์ที่คนเล่าขานว่าเป็นสวรรค์บนดินที่ทุกคนต่างหมายที่จะได้เข้าไปชื่นชมสักครั้ง คฤหาสน์แห่งตระกูลอัลเล็นโซ่ เงาแห่งสรวงสวรรค์ ซาฟต่อสายถึงเซโตเพื่อพูดคุยเรื่องข้อตกลงที่เขาคิดขึ้น เขายังไม่อยากเสี่ยงอะไรเพราะบางทีตระกูลดีกาลโน่อาจจะกำลังลำบากถึงได้กู้เงินกับตระกูลของเขา “สวัสดีครับ ผมเดเวนเต้ อัลเล็นโซ่ครับ” “ครับ ไม่ทราบว่าคุณชายจะติดต่อกับใครหรือครับ?”ปลายสายถามเขา “ขอเรียนสายคุณเซโตครับ” ชายชรากำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องกับลูกสาวคนเล็กขมวดคิ้วทันที เมื่อได้ยินว่าบุตรชายคนโตของตระกูลที่กำลังจะดองกันโทรมาหาเขา “สวัสดีครับ”เซโตกรอกเสียง “สวัสดีครับ ผมขอแนะตำตัวผมคือเดเวนเต้ อัลเล็นโซ่ครับ” “ไม่ต้องพูดเป็นทางการมากก็ได้ซาฟ มีอะไรจะพูดกับอาเหรอ?” “เอ่อ... ผมมีสัญญาที่จะตกลงกับคุณอาครับ” “สัญญา... เรื่องอะไรเหรอ?” “เกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานของสองตระกูล” “มีอะไรเหรอหรือว่าซาฟไม่สะดวก” “เปล่าครับ ผมแค่ต้องการเวลาเพื่อทำความรู้จักว่าที่เจ้าสาวของผมก็แค่นั้น” “แล้วซาฟต้องการให้อาทำอะไร” “ผมต้องการให้เจ้าสาวของผมมาอาศัยอยู่ร่วมบ้านกับผมเป็นเวลาสองเดือนครับ” เซโตนิ่งงันสมกับเป็นซาฟ คงกำลังจะดูว่าธุรกิจของเขามีปัญหาหรือเปล่าเลยชั่งใจที่จะแต่งงาน แต่ก็ดีเหมือนกัน บางทีเทียร่าและซาฟคงต้องทำความรู้จักกันให้แนบแน่นเสียก่อน “อาขอถามลูกสาวอาก่อนนะซาฟ” “ได้ครับคุณอา ผมขอตัวก่อนครับ” บุตรสาวคนรองของตระกูลถูกตามมา เทียร่านั่งลงตรงข้ามกับบิดาที่โซฟากำมะหยี่สีขาวนวล เซโตจ้องลึกลงไปในดวงตาบุตรสาว เขารักลูกทุกคน แต่โมนาคือลูกที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมากที่สุดเพราะโมนาสูญเสียแม่ไปจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกในขณะที่กำลังเดินทางมาหาบุตรสาวคนเล็กที่อิตาลี โมนาเสียใจและตั้งแต่นั้นมานิสัยที่เคยสดใสก็เปลี่ยนไป เธอหวาดกลัว และยังเจ้าน้ำตาจนทำให้เขารู้สึกสงสาร จึงคอยปกป้องลูกเสมอ โมนาแทบไม่ออกไปไหนจากที่นี่นอกจากไปเรียนและออกไปซื้อของบ้างบางครั้ง และทุกครั้งช่างภาพจะสามารถจับรูปหญิงสาวที่ผู้คนขนานนามเทพธิดาแห่งเวนิช “วันนี้ซาฟโทรมาหาพ่อ” “เค้าว่ายังไงคะพ่อ” น้ำเสียงเทียร่าตื่นเต้น “ซาฟต้องการให้ว่าที่เจ้าสาวไปอยู่ร่วมบ้านเพื่อศึกษานิสัยใจคอ” เทียร่าหยุดคิดเธอนิ่งงันไปสักพัก แล้วหันมาสบตาบิดาต่อทำไมเขาจะต้องศึกษาด้วยนะในเมื่อตกลงว่าจะแต่งงานกับบุตรสาวตระกูลดีกาลโน่แล้ว “เทียร่าไม่มีปัญหาหรอกค่ะ คุณซาฟจะว่ายังไงเทียร่าก็โอเคอยู่แล้วล่ะค่ะพ่อ” “ถ้าอย่างนั้นลูกก็ไปเก็บกระเป๋าได้เลยพรุ่งนี้จะได้เตรียมตัวไป” “ค่ะพ่อ”เธอบอกพร้อมกับยิ้มกว้างออมาแล้วรีบสาวเท้าไปเก็บกระเป๋าที่ห้อง ในที่สุด...เธอก็จะกลายเป็นคุณหญิงแห่งตระกูลอัลเล็นโซ่ เธอไม่จำเป็นต้องมาแย่งสมบัติของดีกาลโน่ที่เทียบไม่ได้กับอัลเล็นโซ่เลยสักนิด ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่ ที่ผู้คนกล่าวขานว่าเป็นเงาแห่งสรวงสวรรค์ เทียร่าถึงกับอ้าปากค้างกวาดสายตามองไปทุกที่ที่รถเคลื่อนไป สมคำล่ำลือที่นี่สวยเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ ที่พำนักของตระกูลอันเล็นโซ่อยู่ในพื้นที่กว่าพันไร่ ถูกดัดแปลงกลายเป็นที่อำนวยความสะดวกสารพัดรูปแบบ ทั้งสนามกอล์ฟ ทั้งสนามขี่ม้า ยิงปืน และอีกหลายอย่าง เทพบุตรทั้งสี่อยู่ภายในคฤหาสน์ของตนเองถูกปลูกสร้างแบ่งเป็นสี่หลัง และทุกหลังต่างมีสไตล์เป็นของตัวเอง แม้แต่บ้านยังบ่งบอกลักษณ์นิสัยเจ้าของได้เป็นอย่างดี แต่ที่สะดุดแต่และทำให้ทุกคนต่างหยุดยืนราวกับต้องมนต์สะกดนั้นก็คือโอเอซิสขนาดใหญ่ที่รายล้อมด้วยดอกไม้นานาพรรณ และต้นไม้พันธ์หายากที่เขียวขจีทั่วบริเวณ น้ำสีเขียวมรกตจนเห็นเงาสะท้อนของตนเอง ตกกลางคืนเมื่อได้รับแสงจันทร์มันจะส่องระยิบระยับงามจับตา ผู้คนที่ทำงานให้ตระกูลอัลเล็นโซ่เรียกที่นี่ว่าอ้อมกอดแห่งมารดา ไม่เคยมีใครได้เข้าไปในนั้นยกเว้นคนสวนเก่าแก่เพียงห้าคน และบุตรชายทั่งสี่แห่งตระกูลเท่านั้นเพราะโอเอซิสอ้อมกอดแห่งมารดาเป็นที่ฝังศพของผู้หญิงที่เป็นที่รักของทุกคน มาเรีย อัลเล็นโซ่ ผู้หญิงที่ให้กำเนิดเทพบุตรทั้งสี่ เทียร่าหยุดยืนหน้าคฤหาสน์หรูของซาฟ เธอจ้องมองด้วยความตกตะลึงคฤหาสน์ของเขาช่างมีมนต์ให้ความรู้สึกลึกลับเก่าแก่และดูมีอำนาจในตัว อิฐที่ใช้สร้างเป็นสีเทาตัวบ้านถูกจัดให้เรียบหรูเฟอร์นิเจอร์ดูเก่าแก่แต่ก็เป็นของราคาแพงทุกก้าวที่เดินจะเห็นดวงไฟระย้าที่ห้อยลงมาอย่างสวยงาม มีรูปบรรพบุรุษเก่าแก่ของตระกูลแขวนอยู่ตามผนังห้อง สาวใช้ประจำคฤหาสถ์เชิญเธอมานั่งที่โซฟาด้านในห้องรับแขก เทียร่ากวาดตามองไปรอบๆ อย่างใจจดใจจ่อแต่อดไม่ได้ที่จะละลาบละล้วง เธอเดินสำรวจไปรอบๆก่อนจะหยิบโน้นหยิบนี่ดูโดยไม่ทันได้เห็นว่าร่างสูงใหญ่กำลังยืนอยู่ด้านหลัง “สวัสดีครับ”เสียงทุ้มกล่าวทักทาย เธอชะงักรีบหันมาหาเขาด้วยความตกใจ เทียร่านิ่งงันเมื่อได้เห็นเขาแบบเต็มตาครั้งแรกในชีวิต แข้งขาอ่อนแรงไปหมดไม่รู้เป็นเพราะอะไร “สวัสดีค่ะ ฉันโมนา”เธอตอบพลางเดินไปหาเขาแล้วยื่นมือจับเพื่อทักทายแต่เขากลับเมินเฉยเดินไปนั่งที่โซฟา
ดวงตาคมกริบกวาดตามองไปยังผู้หญิงที่กำลังหย่อนกายนั่งลงตรงข้ามเขาด้วยท่าทีหวาดๆ ดวงตาสีเทาของเขาทำให้เธอรู้สึกหวั่นเกรง เขาช่างสมคำร่ำลือเธอแทบหยุดหัวใจตัวเองไม่อยู่อยู่แล้ว “ข้อตกลงระหว่างเราคุณคงรู้ดีใช่ไหม?” “ค่ะพ่อบอกดิฉันแล้ว” “ถ้าอย่างนั้นผมจะให้คนของผมพาคุณไปที่ห้องพักก็แล้วกัน ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”เขาบอกก่อนจะลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวก่อนค่ะ!”เธอรีบรั้งเขาไว้ เขามองมาที่เธอและหยุดยืนเพื่อรอฟังว่าจะพูดอะไรออกมา “เราอยู่ห้องเดียวกันหรือเปล่าคะ?”เธอถามพร้อมกับยิ้มยั่วยวนเขาออกมา คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ดวงตาคมกริบจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าไม่วางตา “หมายความว่ายังไงครับ?”เขาถามแม้จะรู้อยู่แก่ใจ “คือ... ฉันหมายความว่า เราสองคนจะทดลองอยู่เพื่อศึกษานิสัยใจคอกันและกัน ฉันเลยคิดว่าบางที...เราอาจจะควรอยู่ด้วยกันค่ะ”เทียร่าตะกุกตะกัก “เราก็อยู่ในบ้านหลังเดียวกันอยู่แล้วนี่ครับ”น้ำเสียงเรียบเฉยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ฉันหมายถึงการอยู่ร่วมห้องนอนค่ะ” เขาหันมามองเธอเต็มตา พลางกวาดสายตาไปทั่วร่างอวบอิ่ม ไม่มีรอยยิ้มไม่มีความยินดีไม่มีความรู้สึกอะไรเลย เขาตายด้านหรือยังไง เขาเฝ้าถามตัวเอง อยากจะรู้สึกบ้างแต่มันดันไม่มีเลยไม่รู้เพราะอะไร “แต่คุณจะเสียเปรียบได้นะครับ” “ไม่หรอกค่ะ ฉันยินดี” เธอตอบแล้วยิ้มออกมา “ได้ครับ แต่ผมจะไปนอนที่ห้องของคุณก็แล้วกัน” ซาฟปรายตามองแล้วเดินจากไป ดวงตาเรียวคมทอดมองเส้นทางในหัวกำลังคิดบางอย่าง โมนา... งั้นเหรอ น่าแปลกดูอย่างไรก็ไม่น่าเชื่อ เคยได้ยินว่าโมนาเป็นลูกสาวคนเล็กของตระกูลดีกาลโน่ อายุเธอแค่เพียงยี่สิบสองปีเท่านั้น แต่ทำไมผู้หญิงที่มาหาเขาถึงได้ดูมีประสบการณ์และอายุอานามก็น่าจะมากกว่านั้น โมนาเป็นลูกครึ่งแต่ทำไมเค้าโครงหน้าถึงบ่งบอกว่าเป็นสาวอิตาลีเต็มตัว เขาไม่ได้โง่ แค่หวังอย่าให้ตัวเองโดนสวมเขา ด้วยตนเองเกลียดการโกหกที่สุด หากตระกูลดีกาลโน่เล่นตลก เห็นทีคงต้องจัดการให้สมน้ำสมเนื้อ ถึงเขาเฉยไม่ได้หมายความว่ายอมให้หลอกได้ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคงไม่มีหน้าเป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมดของตระกูลหรอก “เดวิช ช่วยหารูปลูกสาวทั้งสามคนของตระกูลดีกาลโน่ให้หน่อย” เขาต่อสายถึงบอดี้การ์ดคนสนิท “ครับนาย” สาวร่างสมส่วนตามแบบฉบับสาวยุโรปเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์ตระกูลดีกาลโน่ เวน่าเดินเข้ามาด้านในแล้วสาวเท้าเดินมาหาบิดาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ เธอหย่อนกายลงนั่งตรงข้ามบิดาให้ห้องหนังสือ “ลมอะไรหอบลูกมาถึงนี่ละเวน่า?”เซโตถามบุตรสาว “พ่อ... สิ่งที่พ่อทำมันผิดนะ ซาฟไม่เหมือนคนอื่นถ้าเขารู้เรื่องที่เราสลับตัวโมนากับเทียร่าแล้วละก็ พ่ออย่าหวังจะได้เงินทุนนั้นเลย!” “เทียร่าคงไม่ทำให้เราผิดหวังหรอกลูก..” “พ่อคิดน้อยไป! ซาฟไม่ได้โง่ไม่อย่างนั้นเค้าขยายธุรกิจจนแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้เหรอ” เซโตวางมือจากเอกสารตรงหน้าเขาเงยหน้าสบตาบุตรสาวที่นั่งขมวดคิ้วใช้ความคิดอย่างหนักอยู่ ชายชรานิ่งงันไปชั่วครู่ “แล้วแกจะให้พ่อทำยังไง?” “หนูก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าซาฟรู้เมื่อไหร่เป็นเรื่องแน่!”สีหน้าวิตกอย่างรุนแรง “พ่อส่งตัวโมนาให้ซาฟไม่ได้ โมนาไม่ควรจะได้แต่งงานกับใครด้วยซ้ำลูกก็ดูน้องสิ น้องเป็นแบบนั้น!”เซโตเสียงเครียด “พ่อต้องตัดสินใจแล้วละค่ะ ว่าพ่อจะเลือกลูกตัวเองหรือเลือกตระกูลและลูกน้องนับพันชีวิต!” เทพธิดาเวนิชยืนนิ่งอยู่หน้าห้องหนังสือของบิดา มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาปิดปากไว้เพื่อกลั้นเสียงสะอื้นเธอผิดเอง ผิดที่ทำให้ใครๆต้องมาเดือดร้อนแบบนี้ นี่เธอกำลังจะทำให้ใครหลายๆ คนต้องเดือดร้อนเพราะความเห็นแก่ตัวเหรอนี่ ร่างบอบบางทรุดกายลงกับพื้นแล้วสะอื้นออกมาอย่างหนัก บุตรสาวคนโตเดินออกมาจากห้องหนังสือของบิดา เธอชะงักเมื่อเห็นน้องสาวมองมาน้ำตาอาบแก้ม เวน่าเม้มริมฝีปากแน่นแล้วเมินหน้าหนี แม้จะสงสารน้องแต่โมนาควรโตได้แล้วไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้ามาดูแลคุณหนูขี้แงตลอดชีวิต สูญเสียแม่เสียใจเธอเข้าใจอยู่แต่ใช้ว่าโมนาเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกที่สูญเสียแม่ไปสักหน่อย เธอเองก็สูญเสียแม่ไปเหมือนกัน เวน่าสาวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็วเพราะไม่ต้องการเข้าไปกอดน้องเพื่อปลอบเหมือนที่เคยทำมาทุกครั้ง ร่างสูงใหญ่ยืนเหม่อออกไปด้านนอกหน้าต่างห้องทำงานอีกครั้ง เขากำลังใช้ความคิดเรื่องของผู้หญิงที่ก้าวเข้ามาเพื่อทำหน้าที่ภรรยาให้กับเขา ดวงตาสีเทาจ้องมองไปยังเบื้องหน้า “นายครับ!”เสียงเรียกสะดุดความคิดเขาลงเขาหันกลับมามองเดวิชบอดี้การ์ดคนสนิท “ได้แล้วใช่ไหม?” “ครับ”เดวิชวางรูปสองใบลงบนโต๊ะทำงานของเขา ซาฟขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตาคมจ้องมอบลูกน้องตนเอง เดวิชทำสีหน้าไม่ถูกเพราะเขาจนปัญญาที่จะหารูปของลูกสาวคนเล็กของดีกาลโน่เหมือนกัน “มีแค่สองใบเหรอ?” “เอ่อ..ครับ” “หารูปใครไม่ได้”เขาถามเสียงเรียบแต่แฝงความดุดัน “รูปคุณหนูโมนาครับ” ไม่มีคำถามใดๆ ออกจากริมฝีปากหยักได้รูปอีก เมื่อเขาเอาแต่เพ็งมองไปยังรูปพวกนั้นด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ก่อนจะหันไปถามบอดี้การ์ด “คนนี้คือเวน่าใช่ไหม?” “ใช่ครับ เธอออกงานบ่อยผมเลยได้รูปเธอเยอะมากเลยครับ” เขาหยิบรูปอีกใบมาดู สีหน้าของเขาปรับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงทันที “แล้วคนนี้ละ?” “คนนั้นคุณเทียร่าครับ เป็นลูกสาวคนที่สองของตระกูล” ชายหนุ่มนิ่งเขาวางรูปลงบนโต๊ะ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแล้วถอนหายใจหนักออกมา เขาไม่ใช่น้องคนที่สามหรือสี่ที่จะเหวี่ยงรูปทิ้งทันทีที่ได้รับรู้ แม้สีหน้าเขาจะเรียบเฉยแต่ออกจะรู้สึกไม่พอใจมากเช่นกันที่ตระกูลดีกาลโน่บังอาจเล่นตลกกับเขา ถ้าไม่สั่งสอนกันบ้างคงไม่ต้องออกไปมองหน้าใคร