My Twin Butlers บัตเลอร์ที่รัก [3P]
บทที่ 0 : Prologue :

: Prologue : กระจกสีดำสนิทบนโต๊ะรับประทานอาหารตัวยาวเหยียดเด่นหราอยู่กลางห้อง พื้นหินอ่อนเงาสะอาดตาสะท้อนแสงเรืองรองจากโคมไฟแชนเดอเรีย ทำให้บ้านหลังนี้ดูอลังการงานสร้าง ด้วยพื้นที่กว้างขวางกว่าสิบไร่ ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องสันทนาการ ได้รับการออกแบบอย่างลงตัวด้วยฝีมือสถาปนิกของบริษัทในเครือ ‘Ananda’ พร็อพเพอร์ตี้ การันตีคุณภาพงานโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ด้วยเครดิตยาวนานถึงห้าสิบปี สวนหย่อมรอบบ้านขนาบข้างสระว่ายน้ำความยาวถึงยี่สิบเมตรในชั้นลอย มีระบบหมุนเวียนน้ำเกลือในสระกลายเป็นม่านน้ำตกให้พื้นที่จิบกาแฟกลายเป็นมุมพักผ่อนสุดส่วนตัว ถึงจะมีเสียงดังของน้ำไหลลงกระทบหินก้อนเล็ก ๆ ในช่วงกลางวัน ตัวผนังบ้านก็เก็บเสียงได้ดี ไม่มีเสียงหลุดรอดออกมาจากแต่ละห้องที่เชื่อมต่อกัน อาจไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเรียกหาด้วยความกว้างของตัวบ้าน หากต้องการความช่วยเหลือหรือขาดเหลืออะไรจะต้องโทรหาแม่บ้านประจำ คฤหาสน์หลังใหญ่โตโอ่อ่าแนวโมเดิร์นลอฟท์รวมมูลค่าราคาเหยียด 250 ล้าน จำลองการสร้างใกล้เคียงรีสอร์ตท่ามกลางขุนเขาในย่านใจกลางเมืองกรุง สมฐานะเจ้าของกิจการโรงแรม อสังหาริมทรัพย์ ที่มีสาขาทั่วประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่ำรวยของพ่อม่ายหนุ่มเรียกได้ว่าเหลือกินเหลือใช้ ทุกมื้ออาหารของคุณพ่อและลูกสาวยังได้รับการอำนวยความสะดวก ไม่ต่างจากว่าเป็นโรงแรมห้าดาว มีคนรู้ใจคอยให้บริการความสะดวกสบายทุกอย่าง ‘บัตเลอร์’ ผู้ดูแลส่วนตัวสำหรับคนมีกำลังทรัพย์อาทิเช่น ประธานาธิบดี นายกฯ ดารานักแสดง มหาเศรษฐีระดับโลก ความพิเศษของครอบครัว ‘ธนะโชติสกุล’ คือมีบัตเลอร์เป็นแฝดหนุ่มรูปงาม! สองแฝดมีผิวละเอียดเนียนสีน้ำผึ้งสมชายชาตรี อาจเพราะพวกเขาไม่ได้ทำงานกลางแจ้งหนักหนาสาหัส ขายาวชะลูดพาแฟชั่นขาเต่อให้กลับมาฮิตอีกครั้งด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร รูปร่างกำยำล่ำสันทำให้พวกเขาป็อปปูล่าในหมู่สาวน้อยใหญ่มาตั้งแต่เล็กจนโตเป็นหนุ่มวัยสามสิบปีหมาด ๆ ด้วยความเป็นแฝดเทียม หน้าตาละม้ายคล้ายกัน หลายคนสามารถที่จะแยกออกได้ว่าเป็นคนละคน คนพี่มีคิ้วเข้มหนาเรียบเฉียงกับแววตาคู่คมเข้มกว่า เรียวปากหนาหยักได้รูปอมแดงชมพูด้วยเขาไม่เคยแตะต้องบุหรี่ แม้แต่เสียงทุ้มนุ่มหูไม่แหบแห้ง ชัดถ้อยชัดคำพูดจาฉะฉานน่าฟัง คนสนิทสนมคุ้นเคยรู้ว่าสองพี่น้องนิสัยแตกต่างกันสุดขั้ว! น้องชายฝาแฝด ‘ภาคิน’ ไม่ใช่คนพูดเยอะ ค่อนข้างเงียบขรึม ขี้เกรงใจคน ตรงข้ามกับพี่ชายที่รู้จักปรับตัวเข้าสถานการณ์ได้ดี เอาอกเอาใจคนเก่งต่อให้ใครจะว่า ‘ภากร’ ช่างประสบสอพลอสักหน่อย บางคนก็ว่าเขาน่ะร้ายกาจกว่าน้องชาย สองหนุ่มหล่อคมสมชื่อ ‘ภาคิน’ และ ‘ภากร’ คุณแม่ของพวกเขาดีกรีถึงอดีตนางงาม ผันตัวมาประกอบอาชีพแม่บ้านเพราะพิษร้ายของเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ก่อนจะมาอาศัยใบบุญบ้านนายอนันต์ ผ่านการแนะนำของญาติสนิท น่าเสียดายที่คุณแม่มาด่วนจากไปไม่ทันได้เห็นลูกชายทั้งสองเติบใหญ่ ครั้งแรกที่นายอนันต์ตัดสินใจอุปการะเด็กทั้งสองคนด้วยความเอ็นดู ไม่มีคนในครอบครัวเห็นด้วยนัก จนกระทั่งส่งเด็กหนุ่มไปเรียนงานบัตเลอร์ การโรงแรมเพื่อกลับมาช่วยงาน ทุกวันนี้พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี ช่วยงานเจ้าของบ้านที่บริษัท ที่โรงแรม สอดส่องดูแลบ้านและลูกสาวของนายอนันต์ คอยประสานงานกับแม่บ้าน พ่อครัว สารถี งานเอกสารเลขานุการ หรืองานบอร์ดี้การ์ดก็ตามไม่มีใครรู้ใจมากไปกว่า เป็นงานดูแลชีวิตเรียบง่ายของเจ้านายในแต่ละวันให้ออกมาเรียบร้อยราบรื่น ไม่ได้มีอะไรเคร่งครัดนักด้วยความเป็นคนคุ้นเคยกันมานาน ใต้เรือนกายกำยำเป็นล่ำสันอย่างคนดูแลตัวเอง ออกกำลังกายเป็นประจำไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละสามครั้ง เชิ้ตสีขาวครีมปกคอจีนเรียบกริบในกางเกงทรงฟิต เข็มขัดสีเงินหนังงานแบรนด์เนมบนสะโพกสอบขับบุคลิกของเขาให้ดูมีภูมิฐานเหมาะสมกับค่าจ้างและราคาของบ้านหลังนี้ กันเองแต่สุภาพเรียบร้อยนั่นคือเพียงพอเหมาะสมตามคำสั่งเจ้าของบ้านที่ไม่ต้องการเครื่องแบบเต็มยศให้วุ่นวาย เว้นเสียแต่ว่าใครจะเข้าไปช่วยงานโรงแรมรับจ๊อบพิเศษด้วย ชายหนุ่มไขว้มือไว้ด้านหลัง เชยหน้าหลุบตามองเหลี่ยมมนของแก้วทรงสวยในมือทำมุมเข้าองศากับแสงไฟเพื่อพิจารณาว่าไม่มีแมลงหรือฝุ่นนอนก้นแก้วให้เจ้านายต่อว่าถึงความผิดพลาด ซึ่งไม่ควรเกิดหากใช้ความระมัดระวังดีแล้ว ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ วางมันลงบนโต๊ะกระจกเกลี้ยงอย่างระวัง ไม่แม้จะเกิดเสียงดัง ตามองความเรียบร้อยของอาหารปรุงสุกใหม่ ลูกสาวเจ้าของบ้านชอบทานข้าวต้มปรุงรสพร้อมเครื่องเคียงเป็นขนมปัง น้ำผลไม้ อาหารนานาชาติสำหรับคุณพ่อที่ลงมาช้าหรืออาจไม่มาหากวันไหนได้ติดพันสาว ๆ อันนับเป็นเรื่องปกติของเพลย์บอยรุ่นใหญ่ จำเป็นต้องนำเสิร์ฟเป็นรายการหลังสุด ควันลอยฉุยจากชามจานควบคุมอุณหภูมิบอกว่าเขาเป็นคนทำงานตรงเวลาเสมอ อาหารจึงร้อนและกำลังจะอุ่นพร้อมรับประทานในอีกไม่กี่นาที ผ้ากันเปื้อนสีขาวงานประณีตปักดิ้นทองขอบแซมลวดลายดอกไม้วางไว้บริเวณหัวโต๊ะ เป็นฝีมือของภากร ด้วยความช่างเอาใจคุณหนูของบ้านเป็นที่หนึ่ง เขาเลือกที่จะเย็บมันด้วยตัวเอง จานรอยัลพอร์ซเลนใบใหญ่กลม แก้วน้ำทรงสวย ช้อนส้อมมีด ช้อนตักซุป วางเรียงตามหลักการจัดเสิร์ฟอาหารในแบบสากล จากออเดิร์ฟเข้ามาสู่อาหารจานหลัก ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดัง เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองไปทางบันไดทรงโค้งหมุนลงมาประจบกับพื้นหินอ่อนของบ้าน ร่างบางในเดรสสูททำงานประสาสาวมั่น ความยาวประหน้าขาเผยผิวขาวเนียนละเอียดของคนที่ไม่เคยแตะต้องถุงน่อง แต่รักษาความงามบนเรือนร่างได้ดียิ่ง เธอวางพักมือไว้ตรงหัวราวบันไดสีเงิน แม้ไม่ใช่คนชอบรอใครนักเธอกลับรอจนกระทั่งรอยยิ้มเป็นมิตรระบายบนวงหน้าหล่อเหลา สร้างความชุ่มชื้นหัวใจให้แก่คนมาเยือน “อรุณสวัสดิ์ครับ... น้องวี...” คำเตือน : WARNING นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหา 3P = 3persons

บทที่ 1 : CHAPTER 1 : My Twins ‘ButlerS’

: CHAPTER 1 : My Twins ‘ButlerS’ อื้อ... คุณอา... ขา... อ๊ะ อ๊าา.. ตรงนั้น... ไม่ได้นะคะ! รินไม่ไหวค่ะ... อื้อ... ซี้ด… อ๊าาาย! เสียงร้องครวญครางสุดซ่านสยิวดังลอดผ่านช่องเล็ก ๆ ของประตูไม้สักสีเข้มสลักลาย ไปถึงบริเวณทางโถงยาวของชั้นสอง เจ้าของเรือนร่างงามสง่าในเดรสสูทสีดำสั้นเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนไร้รอยแผลสะดุดก้าวหยุดลงกึก... ดวงตาคู่สวยใต้อายไลเนอร์คมกริบหรี่เล็กจนเหยียดตรง ขณะยกมือขึ้นเคาะบนไม้บานใหญ่เบา ๆ วีณาพยายามใช้ความระมัดระวังไม่ให้ประตูที่แง้มอยู่เปิดอ้าออกไปมากกว่านี้ เพราะไม่อยากเห็นสภาพห้องนันทนาการของคุณพ่อผู้เป็นหนุ่มโสดขี้เหงา “พ่อคะ... ถ้าเป็นไปได้ ช่วยปิดประตูให้สนิทก่อน ลูกจะขอบคุณมาก” เสียงหวานบอกพลันลดมือลงไว้แนบกาย อนันต์ชะโงกหน้ามาให้เห็นเพียงเส้นผมสีน้ำตาลกระเซอะกระเซิง เม็ดเหงื่อพร่างพราวบนหน้าผาก ส่ายตาพร่ามองลูกสาวด้วยรอยยิ้มเจื่อน “ขอโทษครับลูก พ่อลืม...” “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ หนูแค่เห็นคุณแม่บ้านเดินไปเดินมา สาวพ่อท่าจะเสียวกระสันเหลือเกิน ขนลุกกันทั้งบ้าน ผนังบ้านเรามันก็หนาอยู่นะคะ” “วันหลังพ่อจะระวังครับคุณลูก...” หญิงสาวยิ้มอ่อนแทนคำขอบคุณก่อนเดินจากไป คุณพ่อที่รับปากว่าจะไม่ลืมปิดประตูอีกจึงหมุนลูกบิดสีเงินเคลือบเงากดล็อคสนิทแน่น พ่อก็เป็นอย่างนั้น... ผู้หญิงเปรียบเสมือนดอกไม้ริมทาง ทุกอย่างบนโลกนี้ไม่ต่างจากสินค้าสามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน ครั้นพ่อจะทำตัวงกสักหน่อยไม่ควักสักแดงก็ย่อมได้ ในเมื่อบางคนเร่เข้ามาทอดกายให้ฟรี ๆ พ่อมักให้สิ่งตอบแทนกลับเพื่อที่จะไม่มีเรื่องค้างคาใจต่อกัน คุณพ่อหล่อเหลาเท่าไร คงเท่ากันกับลูกสาวคนเดียวของเขา ใบหน้างามหมดจดของวีณาถอดแบบมาจากผู้เป็นบิดา ผิวขาวผ่องตามแบบต้นตระกูลอย่างคุณตาซึ่งเป็นชาวกรีซมาตั้งรกรากในเมืองไทยนานแล้ว เธอมีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนประกายราวดวงตาของลูกแก้ว ผมสีดำเหมือนแม่... นั่นเป็นวินาทีแรกที่วีณาในวัยห้าขวบจดจำชายแปลกหน้าได้ว่าเขาเป็นใคร หน้าประตูไม้ซอมซ่อของบ้านสังกะสีคับแคบ ริมทางรถไฟเสียงดังหนวกหู แม่คงลืมเธอ จึงคลอดลูกแล้วทิ้งไว้ให้คุณยายเลี้ยงเพื่อกลับไปใช้ชีวิตสาวโสด ส่งเงินให้ใช้แค่พันบาทต่อเดือน วันนั้นเอง เด็กสาวตัวน้อยในเสื้อผ้าเก่า ๆ สีเทาเหมือนผ้าขี้ริ้ว กางเกงขาดวิ่น มีคุณยายคอยปะรอยเย็บให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ใส่เสื้อผ้าราคาแพง งานแบรนด์เนมทุกชิ้น ทรัพย์สมบัติของเธอทุกอย่างล้วนสั่งทำเป็นพิเศษ นายอนันต์ไม่ได้เติมเต็มแค่ทรัพย์สินเงินทองของนอกกาย แต่การทดแทนให้ในช่วงที่เขาไม่ได้อยู่กับลูกสาวตอนลำบาก เด็กสาวยากจนเคยอดมื้อกินมื้อ ครานี้ไม่มีสักมื้อที่อาหารบนโต๊ะของเธอจะมีกับข้าวแค่อย่างเดียว ‘คุณยายจัน’ มีชีวิตดีขึ้น หลังย้ายมาอาศัยบ้านริมชานเมืองไม่ไกลจากบ้านเธอนัก ซึ่งเธอจะไปเยี่ยมเยียนเมื่อไรก็ได้ แค่บอกคนขับรถให้พาไป และบอกคุณพ่อสักหน่อย คนไม่เคยเป็นพ่อแต่เป็นเพลย์บอยตัวพ่อ! เริ่มหันมาเรียนรู้การเลี้ยงเด็ก จัดหาข้าวของทุกอย่างให้ลูกสาวคนเดียว แม้วีณาจะเป็นความผิดพลาดผลพวงมาจากความมักมากในกามารมณ์ เขาทำเต็มที่ในแบบของเขา สวมบทคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเต็มตัวดูแลลูกสาวด้วยตัวเองจนเติบใหญ่อย่างสมบูรณ์เพียบพร้อม แต่หัวจรดเท้าทั้งเสื้อผ้ารองเท้ากระเป๋าราคาเหยียดล้านสมเป็นเซเลบสาวคนดัง ไม่ว่าลูกสาวอยากได้อะไรรุ่นลิมิเต็ดแค่ไหน คุณพ่อต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนหามาให้ลูกสาวจนได้ วีณาเป็นคนแต่งตัวดีเลือกเสื้อผ้าเก่ง ความเป็นคนมีหน้าอกสะโพกทำให้เธอดูเย้ายวนตาบุรุษด้วยธรรมชาติของสรีระ ผิวสีขาวละเอียดเนียนคงเพราะว่าเธอดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เป็นธรรมดาที่คุณพ่อคงต้องหวงลูกสาว เลยส่งสองหนุ่มทำหน้าที่บัตเลอร์ตามดูแลไม่ห่าง วีณากำลังคิดถึงพวกเขา... ในก้าวแรกย่างเหยียบห้องทำงานกว้างขวางที่มีการแยกสัดส่วนของห้องเป็นอย่างดีให้พักผ่อนและทำงานได้ในขณะเดียว เธอหย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาผู้บริหาร วางกระเป๋าแบรนด์หนังจระเข้ลง ยกสายหาเลขานุการโดยใช้โทรศัพท์สายตรงภายในบ้าน “คุณดาได้เอกสารจากห้องเก็บหนังสือของฉันไหมคะ? ถ้าได้แล้วยังไง รบกวนช่วยเรียกพี่ภามพี่ภีมมาให้ด้วยนะ” ปลายสายวางลงบนโต๊ะทำงานเป็นเงามันสุดโมเดิร์น ‘ณดา’ เป็นเลขานุการประจำตัวที่เธอให้ความไว้วางใจ รองลงมาจากคนดูแลส่วนตัวคือพี่ชายต่างสายเลือดอีกสองคน ซึ่งไม่รู้ว่าใครมาทำงานในวันนี้ สำหรับเธอแล้ว ‘ButlerS’ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ วีณาไม่เคยเห็นพวกเขาเป็นหัวหน้าคนรับใช้หรือพ่อบ้าน ไม่ใช่บอร์ดี้การ์ด ไม่ใช่เลขานุการ ไม่ใช่ทาสผู้ดูแลไวน์ให้เจ้าของบ้านเหมือนแรกเริ่มเดิมทีมีอาชีพนี้ในกรีกโรมัน ก่อนแพร่หลายไปเป็นที่นิยมในประเทศอังกฤษ พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่แม้กระทั่งเงาของเจ้านาย ไม่ใช่ลูกจ้างคนรู้ใจ อย่างในวัฒนธรรมเศรษฐีที่จะต้องมี ‘บัตเลอร์’ ประจำบ้านไว้ข้างกายคอยดูแลเสมอ ความจงรักภักดีของสองหนุ่มฝาแฝดไม่สามารถตีมูลค่าเป็นเม็ดเงิน ภาคินและภากรเป็นทั้งพี่ชาย เพื่อนรัก เป็นคนสนิทสนมของเธอ... “มาแล้วครับบอส” เสียงทุ้มนุ่มละมุนหูผ่านประตูไม้สัก ก่อนที่เขาจะปิดมันเบา ๆ ด้วยท่าทางแสนสุขุม ร่างสูงสง่าในเชิ้ตสีขาวสะอาดสวมทับด้วยเสื้อกั๊กลายสก็อตสีน้ำเงินเผยอกผึ่งผายองอาจ เรียบร้อยไร้รอยยับตามแบบฉบับของภาคิน ขายาวชะลูดด้วยความสูงเท่ากันกับพี่ชายหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร! ต่างกันสักหน่อยตรงกางเกงยาวถึงขอบรองเท้าเป็นเงามัน สมเป็นหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบอย่างไม่ต้องสงสัยเลย เขาหยุดก้าวลงข้างเจ้านาย ถัดจากโต๊ะ เพื่อหลุบตาคมมองเธอขยับเก้าอี้หมุน “วีณา... วีชื่อวี... น้องวีค่ะ เลิกเรียกบอสตามเลขาฯ วีซะที ได้ยินแล้วหงุดหงิด” “ผมอยู่ในเวลางาน ดูแลความเรียบร้อยในบ้านคุณอา ท่านมาได้ยินเข้าจะไม่งาม ไม่เหมาะสม ขอโทษด้วยครับ” ชายหนุ่มก้มหน้าลง ประสานมือไว้ข้างหน้าอย่างรักษากิริยา ด้วยจมูกโด่งเป็นสันรั้น บนใบหน้าคมคายดุดันกระทั่งแววตาของเขาอาจให้ความรู้สึกไม่สุภาพ ทว่าท่าทีแสนสุภาพนอบน้อมของเขายิ่งทำให้เธอไม่พอใจ “งั้นเลิกงานก็อย่าเรียก ไม่อย่างนั้นพี่ภามลาออกไปทำงานที่อื่นเถอะ เราจะได้เป็นพี่น้องกัน ดูแลกันอย่างที่เคยเป็น ไม่ใช่เจ้านายลูกน้อง” “ครับ... คุณวีณา เอาเป็นว่าผมขอนอกเวลางานสำหรับงานสนิทสนม” เป็นถ้อยคำแสนสุภาพที่สุดแล้วสำหรับภาคิน เขาเพิ่งโดนขู่ไล่ออก! แม้รู้ดีว่าไม่มีทางโดนไล่ออก

บทที่ 2 : CHAPTER 2 : No more ‘ButlerS’

: CHAPTER 2 : No more ‘ButlerS’ “เกรงใจอะไรนักหนาอยู่กันมาตั้งนาน พ่อเคยว่าพวกพี่ที่ไหนมีแต่ชม ชมกว่าลูกสาวแท้ ๆ อีก แล้วนี่นะ...” หญิงสาวเงยขึ้นสบมองตาคมเข้มเป็นประกาย ยกสองมือกอดอกด้วยความคิดสงสัยเรื่องบางอย่าง แต่กลับถอนหายใจออกมา “บัตเลอร์ที่ดีไม่ใช่ผู้ตามเจ้านายแต่ยืดหยุ่นได้ เวลาอยู่ในห้องบอลรูม เรือยอร์ช ไม่ต้องให้เรียกหา แต่ส่ายตามองหาลูกค้าอย่างคนรู้ใจว่าควรต้องเติมน้ำให้เต็มแก้ว เสิร์ฟขนมตอนไหน...” “และไม่ล้ำเส้น... มีจุดยืนชัดเจนในการทำงาน คุณอาเป็นผู้มีพระคุณกับครอบครัวผมครับ” เพลียจะเถียงกับภาคินผู้เคร่งครัดในเวลางาน! ขนาดเธอเคยว่าเขาเป็นไบโพลาร์ เดี๋ยวแทนตัวเองว่าพี่ว่าผม เขาก็ไม่สนใจกลับร่างได้อย่างรวดเร็วอีกต่างหาก หญิงสาวยกมือกดกุมขมับ โบกไปมาอย่างเอือม ๆ “ลืมมันไปเถอะค่ะ คุณภาคิน เอ้อ... พี่ภีมไปไหนคะ?” “มาแล้วค่ะ คุณวีณาา!” คนมาทีหลังส่งเสียงแหลมมาพร้อมกองกระดาษ และแท็บเล็ตงานวางลงบนโต๊ะ เลขานุการคนสวยรู้หน้าที่ตัวเองดี ดึงเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเจ้านาย ก่อนสังเกตเห็นหนุ่มหล่อประจำบ้านจึงฉีกยิ้มกว้างหวาน ขณะที่เจ้าตัวยังคงยืนนิ่งเฉย ร่างบางในเดรสสีดำสีเดียวกัน สวมทับด้วยสูทสุภาพกางเกงขายาว เจ้านายแต่งตัวอย่างไร ณดาจัดเซ็ตตาม เอ่ยปากขออนุญาตฝากเนื้อฝากตัวเป็น FC พอได้รับคำตอบว่า ‘ได้สิ ดีเลย อยากมีฝาแฝดเหมือนกัน’ เลขาฯ คนสวยแต่งตัวอย่างเหมาะสม ไปไหนมาไหนด้วยกันกับวีณาเหมือนเงาตามตัว ณดานั่งลงบนเก้าอี้หมุนฝั่งตรงข้ามด้วยหน้าตาใสซื่อ เจ้านายสาวเลยพูดแซวอย่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย “หวังว่าคุณดาจะไม่ทำรุ่มร่ามกับพี่ชายฝาแฝดที่น่ารักของฉันนะคะ ฉีกยิ้มหวานมาแต่ไกล” “ไม่เลยค่ะ ดาไม่กล้ายุ่งกับหนุ่มบอส” “คุณพ่อได้... คนนั้นยังโสด ฉันยินดียกให้เป็นแม่สื่อให้ด้วยนะคะ” หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันทว่าสถานะต่างปฏิเสธด้วยการยกมือไหว้งามช้อย “ดาขอบพระคุณบอสมากนะคะ ที่ให้ความเมตตาดาถึงเพียงนี้ แต่ดาภูมิใจในสถานะเลขาฯ บอสมากกว่า คุณอนันต์ร้อนแรงเกินไปค่ะ ดาไม่มีความสามารถพอรับใช้คุณท่าน” “แหม... คุณดาน่ะ... มาทำเป็นมีจริตจะก้าน รู้จักพูดจาแบบนี้ไง เรียนมาจากพี่ภีมเขาล่ะสิ” พูดถึงฝาแฝดคนพี่ช่างเจรจามากกว่าน้องชายที่มีนิสัยเงียบขรึม ภาคินผู้ทำตัวโอเว่อร์สุภาพเกินเบอร์ สองสาวหัวเราะคิกคักอย่างลืมตัว เจ้านายเป็นฝ่ายเงียบเสียก่อนพอเหลือบตามองคนถูกนินทาไม่ได้ตลกไปด้วย “ยังไงก็ห้ามยุ่งนะคะ พี่ชายสองคนนี้ของวีณา” “รับทราบค่ะ บอสบอกเช้ากลางวันเย็นก่อนนอน เกินวันละสามเวลาหลังอาหาร ดาไม่กล้าแตะเด็ดขาด แต่ว่าหล่อขนาดนี้... ไม่เหลือถึงบอสหรอกมั้งคะ” ณดาหลุดปากเยอะไปสักหน่อย ดวงตาคู่คมกริบมองกลับท่าทีข่มขู่ว่าอย่าล้ำเส้น! แม้เขาไม่ได้พูดอะไรยังสัมผัสได้ถึงรังสีเข่นฆ่ารอบกาย เลขาฯ คนดียิ้มเจื่อน ก้มหน้าก้มตาอ่านงานในกระดาษบนโต๊ะ บรรยากาศในห้องกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง “แหม... คุณณดา พี่ภีม พี่ภามดูแลฉันตลอด จะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน” เจ้านายสาวเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม หยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่น รังสีอำมหิตแผ่รอบกายบอกให้รู้ว่าเธอโกรธจัด! ใต้อายลายเนอร์คมกริบเหนือดวงตาคู่สวย ราวกับว่าเธอคงฉีกเนื้อเขาได้หากว่าเป็นเช่นนั้น เธอไม่มองหน้าชายหนุ่มเลย ขณะพูดกับคนเปิดประเด็น “แต่ถ้าบอสจะมีแฟนล่ะก็ไม่แน่ ตอนนี้เบรกเรื่องหนุ่ม ๆ ไว้สักครู่ ค่อยมาคุยเรื่องคู่ของบอสนะคะ” “ลูกครับ... พ่อได้ยินเรื่องฟงแฟนอะไร อย่าเพิ่งมีเลยนะลูก อยู่ทำงานให้พ่อก่อนค่อยคิดเรื่องมีครอบครัวนะครับ ลูกเพิ่งอายุยี่สิบห้าเองนะ” นายอนันต์บ่นอุบอิบเสียงอ่อนอ้อนด้วยความละอายใจอยู่ ในเมื่อตัวเขาคงไม่ใช่พ่อที่สมบูรณ์แบบเลิศเลออะไร แต่ถึงจะเสเพลบ้างประสาหนุ่มโสดสายเปย์ เกิดมาพร้อมกองเงินกองทอง ไม่สนใจใยดีใครนัก ลูกสาวที่ประคบประหงมมาดั่งไข่ในหิน ไม่มีหนุ่มไหนได้เห็นขาอ่อนง่าย ๆ หัวข้อแฟนจึงเป็นเรื่องไม่น่าภิรมย์ ไม่เข้าหูคุณพ่อ! “หนูไปทำงานทุกวันอยู่แล้วนี่คะพ่อ แค่ไปเดทกับหนุ่ม ๆ ทำไมไม่ได้ล่ะ?” “พ่อไม่อยากให้ลูกมีแฟนตอนนี้ไง ลูกจะไปกับใครที่ไหน พ่อไม่รู้จัก พ่อกลัวเปล่าครับ” อย่างน้อยลูกสาวไม่เคยเถียงกลับว่าทีเขาล่ะ ควงสาวกลับมาไม่ซ้ำหน้า วีณาไม่ได้ตอบคำถามคุณพ่อ แต่เช้ามารับประทานอาหารเช้าเงียบกริบ เข้าห้องมาอาบน้ำเสร็จแล้วจึงเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน ภายในห้องนอนโทนสีขาวสลับดำตกแต่งอย่างเรียบหรู กระจกบานใหญ่ล้อบกรอบอลังการบนโต๊ะเครื่องแป้ง ข้างกันนั้นเป็นมุมของเล่นราวกับอยู่ในโลกของเทพนิยาย สถาปนิกชื่อดังเนรมิตให้กลายเป็นของเจ้าหญิงตัวน้อยมานานแล้วและไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดวงตาคู่คมเข้มฉายแววเอ็นดูเหมือนกับว่าเธอยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ “ตกลงหนูจะไปกับใครครับลูก...” จนได้ยินเสียงอ้อนวอนขออีกครั้ง เธอจึงหันไปบอกคุณพ่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “หนูเรียนหนังสือจบแล้ว ทำงานแล้วนะคะพ่อ เอาเป็นหนูว่าจะระวังตัว ไม่ให้พ่อเป็นห่วงนะ” คำตอบของเธอยิ่งทำให้สีหน้าของคุณพ่อเต็มไปด้วยความผิดหวัง เธอหยิบเสื้อกระโปรงตัวสวยสีดำมาทาบบนเรือนกายซึ่งคลุมไว้ด้วยชุดคลุมอาบน้ำ หน้าโต๊ะกระจกล้อมขอบทองสลักลายสวยงามทรงเจ้าหญิงบานสูงใหญ่ ด้วยความมั่นใจในรูปร่างของตนเอง เธอพิถีพิถันกับการแต่งตัวในทุก ๆ วัน “ลูกครับ... เอางี้... หนุ่มที่ไหนที่ลูกจะเดทพามาให้พ่อรู้จักด้วย พ่อจะได้คุยกับเขาด้วยว่าเป็นคนยังไง บ้านเรามีเชฟระดับมิชลินสตาร์จะไปทานข้างนอกทำไม” อนันต์คิดว่าให้ลูกสาวอยู่ในสายตาดีกว่าหากเจ้าตัวไม่เลิกล้มแผนการมีคู่ วีณาเอาแต่ใจอย่างไรเสียเธอก็ต้องยอมผู้ชายคนเดียวบนโลก “แบบนั้นก็ได้ค่ะ ถ้ามี... หนูจะพามาทานข้าวที่บ้านนะคะ” “รับปากพ่อแล้วห้ามผิดสัญญานะครับคุณลูก” “ค่ะพ่อ...” พอลูกสาวรับคำให้เขาสบายใจ อนันต์เดินถอยหลังส่งยิ้มหวานให้คนในห้องนอนกว้างด้วยท่าทางกวน ๆ ไปถึงประตูไม้สลักลายดอกไม้สวย ทำหน้าตาทะเล้นเป็นเด็กหนุ่ม ตอนนี้คุณพ่อก็ยังหนุ่มเพราะมีลูกสาวตอนอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น “พ่อไปทำงานแล้วนะ...” “ไว้เจอกันมื้อเย็นค่ะ เดินทางปลอดภัย บายค่ะพ่อ” คนลูกโบกมือลาพลางยิ้มอ่อนมองร่างสูงในเชิ้ตสีดำ กางเกงเข้ารูปสุดวัยรุ่น ทรงผมเรียบเสย คุณพ่อปิดประตูลงเบา ๆ อนันต์ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด พอออกไปยืนยิ้มกริ่มหน้าห้องแล้วนึกแผนการบางอย่างขึ้นได้ กลับมาแง้มประตูบอกลูกสาวอีกรอบ “เอ้อลูก... ถ้ามีเวลาคิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไปสร้างโรงแรมเลิฟโมเทลเล่นเนอะ เผื่อว่าลูกจะได้รู้จักความรักมากขึ้น พ่อให้เลขาฯ ส่งโปรเจกต์ไปให้ลองทำนะครับ”

อ่านต่อ