ทูนหัวของพ่อ
บทที่ 1 1 1

มายาวดี ทอแสงงาม เธอมีพื้นเพเป็นคนเหนือผู้มีผิวกายนวลเนียนผุดผาด มีใบหน้างดงามแม้ไม่ได้แต่งหน้าก็สวยจนต้องเหลียวมอง บัณฑิตสาววัย 21 ปีผู้นี้ เธอมีความใฝ่ฝันที่จะทำงานในตึกสูงระฟ้าที่ใดที่หนึ่งในเมืองหลวง เธอมีความทะเยอทะยานอยู่พอสมควร แต่กระนั้นก็ไม่เคยหลงระเริงไปกับแสงสีจนเสียผู้เสียคน มายาวดีเรียนจบพร้อมเกียรตินิยมอันดับสอง เธอทำให้พ่อกับแม่ซึ่งเป็นชาวไร่ชาวสวนภูมิใจ และมายาวดีก็อยากให้พวกท่านอยู่ดีมีสุขในบั้นปลายชีวิต เมื่อเรียนจบจึงตระเวนสมัครงานไว้หลายแห่ง ก็มีบางแห่งที่เรียกเธอเข้าสัมภาษณ์งานบ้างแล้ว แต่เธอยังไม่ผ่านการประเมินด้วยเหตุผลที่เจอมาเหมือนกันสองแห่ง นั่นคือความสวย ไม่ผิดหรอก เรื่องจริงๆ ที่เธอประสบพบมากับตัวเชียวล่ะ เขาให้เหตุผลว่าเธอเหมาะที่จะไปประกวดนางงามมากกว่าจะมาทำงานในห้องแอร์ไปวันๆ มายาวดีทั้งแปลกใจและตกใจครามครัน คิดมาตลอดว่าหน้าตาผิวพรรณจะเป็นเครื่องนำทางให้เธอมีอนาคตสดใส พอเธอถามกลับก็ได้คำตอบว่า...ไม่อยากให้ความมั่นคงในองค์กรต้องระส่ำระสายเพราะผู้หญิงคนเดียว มันคือคำตอบงี่เง่าที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา คนสวยและเรียนดีขนาดนี้ต้องไม่ถูกเมินสิ แล้วนี่อะไร องค์กรใหญ่ๆ 2 แห่งตอบเธอเหมือนกันเป๊ะ! “เฮ้อ!!!” เสียงถอนใจของเธอคงดังมาก ขนาดทำให้เพื่อนรักอย่างประกายแก้วต้องเหลียวมอง “เธอจะหนักใจอะไรกันนักหนายะหยา เขาเพิ่งจะปฏิเสธเธอแค่สองที่ ยังมีอีกหลายที่ไม่ใช่เหรอ” ประกายแก้ว เพชรฤาชา สาวสวยผู้เรียนเก่งจนได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวของเจ้าพ่อแดนใต้ พ่อของเธอใครๆ ก็เรียกเจ้าพ่อเพราะร่ำรวยล้นฟ้า เป็นเจ้าของเกาะปะการังสถานที่ท่องเที่ยวในทะเลอันดามัน เมื่อเรียนจบความหวังของประกายแก้วก็คือกลับไปช่วยงานพ่อที่บ้าน แต่กลายเป็นว่าเธอมีแฟนและตอนนี้ก็กำลังท้องอ่อนๆ เสียด้วย เรื่องนี้พ่อของเธอยังไม่รู้ ถ้ารู้ล่ะก็เป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ “ก็ใช่ แต่เหตุผลนั่นฉันรับไม่ได้จริงๆ กึ้ง” “เขาอาจจะมองเลยไปถึงอนาคต” “ก็ถ้าฉันไม่เล่นด้วย แล้วมันจะเสียหายตรงไหน” “เธอสวยเกินไป ปัญหามันต้องตามมาไม่จบไม่สิ้น เขาน่าจะมองมุมนี้” “แบบนี้ ฉันก็ไปสมัครงานที่ไหนไม่ได้เลยสิกึ้ง” “เฮ้อ” ประกายแก้วนึกเห็นใจเพื่อนรัก “ทิ้งเรื่องบ้าๆ นี่ไว้ก่อนดีมั้ย ไปเที่ยวบ้านฉันก่อน นี่ฉันยังไม่รู้จะบอกพ่อยังไงเลยเรื่องท้องก่อนแต่ง” “ท่านต้องเข้าใจ” ถึงคราวที่มายาวดีต้องปลอบใจเพื่อนบ้าง “พ่อฉันดุอย่างกับเสือ จนคนที่นั่นเขาเรียกเจ้าพ่อไปแล้ว พี่ว่านจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้” ดีอย่างที่แฟนหนุ่มของประกายแก้วมีความรับผิดชอบ แถมยังมีหน้าที่การงานดี ไม่เจ้าชู้ เสมอต้นเสมอปลาย ข้อดีของเขาทำให้ประกายแก้วปล่อยให้ตัวเองท้อง แต่พอคิดถึงพ่อก็หวนกลับไปไม่ทันเสียแล้ว “คงไม่หรอกมั้ง” “ไม่พลาดล่ะสิยะหยา แต่ยังไงฉันก็ต้องบอกพ่อ ในเมื่อฉันมีพ่อเพียงคนเดียวนี่เนอะ” กำลังใจของประกายแก้วมาเต็มเปี่ยม “ว่าแต่...เธอจะไปเที่ยวบ้านฉันมั้ย จะได้ไปรู้จักกับพ่อฉันด้วย” “ฉันไม่อยากไปเลยกึ้ง อยากทำงานแล้ว” “ไปเปิดสมองแล้วค่อยกลับมาสู้ชีวิตต่อก็ได้นี่ พ่อฉันหล่อมากนะยะหยา ถ้าเธอไม่เห็นอาจจะต้องเสียใจ” ประกายแก้วกวาดสายตามองมายาวดีเพื่อนรัก “มองอะไรแบบนั้นกึ้ง” มายาวดีเอ็ดเพื่อนเมื่อถูกมองอย่างโลมเลีย “จะบอกว่า...พ่อฉันยังหนุ่มยังแน่น แม่ฉันก็เสียไปตั้งนานแล้วด้วย ฉันเห็นบางทีพ่อก็เหม่อลอยเหงาหงอย ฉันว่า...ถ้าเธอไป พ่อฉันอาจจะถูกใจเธอก็ได้” “บ้า!! นี่เธอจะให้ฉันเป็นแม่เลี้ยงเธอหรือไง ไม่เอาหรอก” มายาวดีปฏิเสธเสียงหลง พ่อของประกายแก้วอายุมากแล้ว ส่วนเธอเพิ่งจะ 21 ปี เธอไม่อยากได้สามีแก่เลยสักนิด “ฉันก็ไม่อยากได้คนอื่นมาเป็นแม่เลี้ยงเหมือนกัน สงสัยพ่อคงต้องเหี่ยวเฉาแบบนี้ไปตลอดชีวิตแน่ๆ” ประกายแก้วทำหน้าสลด มายาวดีมองเมินทำไม่สนใจ รสนิยมของเธอไม่ชอบคนแก่ แก่กว่ากันมากสุดก็แค่ 7 ปีนั่นพอไหว แต่ระดับพ่อของประกายแก้วนี่คงห่างกันมาก ไม่ไหวแน่ๆ “ไปนะยะหยา ฉันอยากให้เธอทิ้งความฝันไปชั่วครู่ แค่อาทิตย์เดียวก็ยังดี แล้วค่อยกลับมาตามหาความฝันต่อ นะยะหยานะ ไปเที่ยวบ้านฉันกัน ถ้ามีเธอไปด้วยพ่ออาจจะเข้าใจเราง่ายขึ้น” “แล้วฉันจะมีส่วนช่วยเธอยังไงฮึกึ้ง เธอบอกพ่อดุมากจนใครๆ เรียกกันว่าเจ้าพ่อ แล้วฉันเป็นใครจะช่วยเธอให้พ้นเงื้อมือพ่อได้ยังไง” มายาวดีโวยวาย “ต้องได้สิ เชื่อฉัน พ่อน่ะแพ้คนสวย” “...” มายาวดีสะบัดหน้าหนี “นึกว่าเห็นแก่หลานเธอในท้องฉันแล้วกันนะยะหยา” ประกายแก้วออดอ้อนเอาแก้มถูกบ่าของมายาวดีไปมา กระทั่งมายาวดีใจอ่อน “ก็ได้ๆ อาทิตย์เดียวนะ” “เย้! อาทิตย์เดียวก็เกินพอแล้วจ้ะเพื่อนรัก” หลังจากนั้นเพียงวันเดียว ประกายแก้ว วงศกร และมายาวดีก็เดินทางมาถึงเกาะปะการัง “นายหัวครับนายหัว ช่วยผมด้วยครับ” เสียงไอ้เข้มดังมาแต่ไกล เดโชจึงต้องหันมาก็พอดีร่างของไอ้เข้มมาถึงตัว แล้วมันก็สะดุดรากไม้ล้มคุกเข่าไปกอดขาของนายหัว “ไอ้ห่าเอ๊ย!!! กูว่ามึงจะพากูซวยก่อนจะได้ช่วยก็เพราะอย่างนี้ รีบร้อนอะไรนักหนาวะ ใครจะตายบนเกาะกูอีกล่ะ” ท่อนขายาวแข็งแกร่งสะบัดร่างไอ้เข้มจนกระเด็นกลับหลัง ไอ้เข้มรีบรุดขึ้นยืนก้มหัวให้นายเหนือหัวของมันอย่างรวดเร็ว “ไม่มีใครตายครับ มีแต่จะเกิด” “ใครมันท้องแก่จะคลอดลูกวะ ก็ไม่มีนี่หว่า หรือจะเป็นนักท่องเที่ยว” เดโชก็เดาสุ่มเพราะไอ้เข้มไม่บอกให้ละเอียด “ไม่ใช่ครับนายหัว” “โอ๊ย! มึงจะถนอมปากถนอมคำไว้แลกทองหรือไงวะไอ้ห่าเข้ม! มีอะไรมึงก็พูดมาให้หมดสิวะ” เดโชเริ่มหงุดหงิด “อีเปรี้ยวครับอีเปรี้ยว” “ถ้าเรื่องอีนี่ มึงไม่ต้องบอก กูรู้ตั้งแต่ออกข่าววันแรก” ว่าแล้วเดโชก็หันหลังเดินหนี เบื่อที่ไอ้เข้มมันใช้สอยคำพูดอย่างประหยัด ถามยาวเหยียดตอบมาสั้นๆ กว่าจะรู้กันก็คงข้ามวัน ดีที่มันเป็นคนซื่อ เลี้ยงมันไว้ไม่เสียหายอะไร “นายหัว!” เสียงของไอ้เข้มดังขึ้นเหมือนมันก็เริ่มจะเบื่อตัวเอง “อีเปรี้ยวน่ะควายผม มันจะออกลูก นายช่วยทำคลอดให้มันที” แล้วทุกอย่างก็หลุดจากปากไอ้เข้ม

บทที่ 2 1 2

บนเกาะปะการังมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดมีแอ่งน้ำใหญ่ที่ใช้สำหรับทำนาข้าวได้ นาข้าวบนเกาะนี้เกือบ 50 ไร่ ก็เป็นของครอบครัวไอ้เข้ม เก็บเกี่ยวได้ก็นำมาขายให้นายหัวของมัน ไม่ต้องระเห็จไปขายให้โรงสีบนฝั่งแผ่นดินใหญ่ เพราะกิจการของนายหัวเดโชมีมากมาย รีสอร์ต 5 แห่งบนเกาะนี้เป็นของนายหัว ผู้คนบนเกาะก็นับหน้าถือตานายหัวเดโชประหนึ่งเจ้าพ่อของจังหวัดนี้ เขาเก่งทุกอย่าง ทำได้ทุกเรื่อง แต่ทำไม...ไอ้บ้าเข้มต้องเห็นเป็นหมอตำแยทำคลอดให้วัวควายของมันประจำ “กูไม่ใช่หมอตำแย ไม่ใช่สัตวแพทย์” “แต่นายหัวเก่งที่สุดบนเกาะนี้ นายหัวต้องทำได้” ไอ้เข้มยังยืนยันคำเดิม “ไอ้เข้ม! กูเป็นนายหัว” เท้าใหญ่กระทืบพื้นดินอย่างยัวะ “ครับผมรู้ แต่อีเปรี้ยวมันน่าจะยอมนายหัว” “นี่มึงว่ากูเป็นผัวอีเปรี้ยวหรือไงไอ้เข้ม!!” บาทาลอยมาแต่ไกล ดีนะคนซื่ออย่างไอ้เข้มหลบทันไม่งั้นมีหวังปากแตก “ไม่ใช่ๆ ใครจะกล้าคิดอย่างนั้น ผมหมายถึง...นายหัวต้องดึงลูกออกจากท้องอีเปรี้ยวได้แน่ๆ เพราะมันเชื่องกับนายหัวครับ” เดโชพ่นลมหายใจอย่างแรง ไอ้เข้มมันพูดถูก ที่จริงมันพูดไม่เคลียร์ และเขาก็กวนประสาทมันเอง แต่เห็นหน้าซื่อๆ ของมันแล้วก็อดไม่ได้ สุดท้ายเดโชก็เลยไปทำคลอดให้อีเปรี้ยว นอกจากจะเป็นนายหัวแห่งเกาะปะการังแล้วยังควบตำแหน่งสัตวแพทย์ของเกาะนี้อีกด้วย เก่งจริงๆ มึง...ไอ้เดย์ หลังจากที่เป็นหมอตำแยจำเป็นเสร็จเรียบร้อย เดโชก็ออกมายืนมองน้ำทะเลสีสวยๆ อีกฟากหนึ่งของเกาะ ชายหาดฟากนี้จัดเป็นหาดส่วนตัวของเดโช เขามักจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ตามลำพังในยามที่ต้องการพักผ่อน ร่างสูงเหยียดตัวขึ้นก่อนจะถอดเสื้อถอดกางเกงเหลือไว้เพียงกางเกงว่ายน้ำที่มักจะใส่แทนกางเกงชั้นในเป็นประจำด้วยความที่ชอบว่ายน้ำ กายแกร่งกำยำก้าวลงทะเล ครู่เดียวก็แหวกว่ายอยู่ในสายน้ำอย่างเพลิดเพลิน เป็นช่วงเวลาที่ได้ปลดปล่อยความเครียดที่มักจะเข้ามามีบทบาทในสมองร่ำไป มายาวดีมองเกาะปะการังอย่างตื่นตาตื่นใจ เธอคิดว่าเป็นเกาะเล็กๆ แต่ภาพที่เห็นเกาะตรงหน้านั้นใหญ่มากเลยทีเดียว ที่สำคัญบนเกาะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากมายมานอนอาบแดดหน้าหาดใกล้ๆ กับท่าเรือเล็กๆ “สวยล่ะสิ มองตาค้างเลย” ประกายแก้วกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อน “สวย สวยมาก” “บนเกาะนั่นก็มีคนหล่อมากๆ อยู่ด้วยนะ” มายาวดีถอนใจ รู้ดีว่าเพื่อนรักหมายถึงใคร “เธอยังไม่เลิกจับคู่ฉันกับพ่อเธออีกเหรอ เขาคงไม่สนใจเด็กๆ อย่างเราหรอก นี่รุ่นลูกเลยนะ” “พ่อฉันทำแม่ท้องตั้งแต่อายุ 19 ตอนนี้อายุแค่ 40 ยังหนุ่มยังแน่น ถ้าเห็นแล้วเธอจะเชื่อ ฉันไม่ได้โกหก” ประกายแก้วหัวเราะคิกคัก แล้วหันไปจับมือคนรักเดินนำหน้าเพื่อนขึ้นเกาะ มือที่ประสานกันอยู่นั้นเตือนมายาวดีถึงสาเหตุของการมาที่นี่ เธอมาเพื่อเป็นไม้กันหมา เอ๊ย! มาเพื่อให้พ่อยอมรับในตัวลูกเขย แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยเธอก็ยังงงๆ พ่อประกายแก้วจะมาเชื่ออะไรกับคำพูดของเธอ ไม่ใช่ญาติผู้ใหญ่ของเขาสักหน่อย ทว่ามายาวดีมาแล้วก็ต้องทำให้เพื่อนประสบความสำเร็จได้แต่งงานอยู่กินกับคนรักสมปรารถนา “คุณหนู! คุณหนูกึ้งมาแล้ว!!!” ป้าลำเจียกที่อยู่ใกล้ชิดกับนายหัวมานานเห็นประกายแก้วกลับมาก็ดีใจ วิ่งเข้าใส่แต่ยั้งฝีเท้าไว้ได้ทันก่อนจะทำคุณหนูหงายท้อง “ป้าเจียก คิดถึงจังเลย” ประกายแก้วกอดป้าลำเจียก ได้กอดแล้วก็คิดถึงทุกๆ คนที่อยู่บนเกาะนี้ “พวกเราคิดถึงคุณหนูมาก” “แต่คงไม่ใช่พ่อ เพราะพ่อไม่เคยไปหากึ้งเลย ได้แต่โทร.ถามตลอด” เธอบอกคล้ายจะน้อยใจ ซึ่งจริงๆ แล้วประกายแก้วไม่รู้สึกแบบนั้น เธอรู้จักพ่อของตนดีที่สุด เขาจะไม่ค่อยแสดงออกว่ารักหรือห่วงแค่ไหน พ่อเข้มแข็งมากเป็นซุปเปอร์แมนของเธอและของทุกคนบนเกาะ “คุณหนูอย่าน้อยใจ นายหัวก็เป็นแบบนี้ ไปค่ะไป ไปหานายหัวกัน ไอ้เฒ่า!” ป้าลำเจียกตะโกนเรียกผัวตัวเองสุดเสียง “เอารถออกไปหานายหัวเร็ว” สำเนียงทองแดงชัดเจน ประกายแก้วฟังไปยิ้มไป เมื่อรถกระบะของลุงหยวนหรือไอ้เฒ่าของป้าลำเจียกมาถึงชายหาดอีกฟากหนึ่งของเกาะ มายาวดีก็แทบจะอ้าปากค้างเมื่อเห็นหาดทรายสีขาวสว่างมาก ราวกับมีออร่าลอยขึ้นมาจากเม็ดทราย พระเจ้า!! พอลงจากรถได้เธอก็เดินลิ่วไปหาเม็ดทรายเหมือนถูกมนตร์สะกด มายาวดีนั่งยองๆ กอบทรายสีขาวละเอียดขึ้นมา มันนุ่มมาก ขาวสะอาดเงยหน้ามองไปทางไหนก็ไม่เห็นแม้แต่เศษขยะสักชิ้น แต่เอ๊ะ!! นั่น...มีคนกำลังเล่นน้ำอยู่ด้วย “นายหัวลงไปว่ายน้ำเล่นหลังจากทำคลอดให้อีเปรี้ยวเสร็จ คุณหนูรอนายหัวอยู่ตรงนี้นะคะ ใต้ร่มไม้ นั่งมองทะเลสวยๆ ไปก่อน” “ค่ะป้าเจียก” ประกายแก้วรับคำแล้วจุ๊บแก้มป้าเจียกให้สมกับความคิดถึง แล้วก็โบกไม้โบกมือให้คนในน้ำทะเลต่อ “พ่อ!!! พ่อขึ้นมาได้แล้ว!!! กึ้งกลับมาหาพ่อแล้ว!!!” ยกมือป้องปากตะโกนสุดเสียงเรียกคนที่อยู่ในทะเล คนเป็นพ่อได้ยินก็เดินขึ้นจากน้ำ และนั่นก็ทำให้มายาวดีถึงกับตาค้างเมื่อร่างนั้นเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ “นั่นพ่อเธอจริงๆ หรือกึ้ง” สะกิดคนข้างๆ ถามให้แน่ใจ เพราะคนที่เห็นนั้นห่างไกลคำว่าพ่อหลายขุม “ใช่ นี่แหละพ่อฉัน เป็นไง ตาค้างเลยล่ะสิ” ประกายแก้วหัวเราะคิก "ใช่...ตาค้างเลยล่ะ" สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วร่างสูงตระหง่านที่เดินขึ้นมาจากน้ำทะเล ใบหน้านั้นหล่อเหลาคมเข้ม แผงอกกว้างแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ผิวกายสีทองแดง ต่ำลงมายังกางเกงว่ายน้ำสีดำที่ห่อหุ้มลำชายตุงๆ โอยยย เคยเห็นแต่ในทีวี เป้าตุงๆ เหมือนห่อหมก ของจริงมันยิ่งกว่าห่อหมกเสียอีกนะ “ยะหยา ฟังฉันอยู่หรือเปล่า" ประกายแก้วแกล้งสะกิดเพื่อนทั้งที่เห็นสายตาเพื่อนจับจ้องไปยังพ่อสุดหล่อของตนไม่วางตา ไม่แปลกใจเพราะใครๆ ที่เห็นนายหัวเดโชก็มักมีอาการแบบนี้ ยิ่งเป็นเพื่อนรักของเธอด้วยแล้วล่ะก็ สงสัยความฝันไม่ไกลเกินเอื้อม

บทที่ 3 1 3

เดโชพาหุ่นนายแบบที่พกห่อหมกยักษ์ติดตัวมาแต่เกิดหยุดอยู่ตรงลูกสาวแท้ๆ ที่อายุอ่อนกว่าเขาเพียง 19 ปีเศษ แล้วสายตาก็สะดุดอยู่ตรงสาวน้อยหน้าหวานเจ้าของดวงตากลมโต แพขนตางอนยาว เครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม ผิวขาวอมชมพูเหมือนคนภาคเหนือ เกิดความพึงพอใจกับสาวงามตรงหน้าลึกๆ แต่ยังวางตัวละสายตาไปหาลูกสาวของเขา “สวัสดีค่ะพ่อ กึ้งคิดถึงพ่อที่สุดเลย” ประกายแก้วกอดบิดาบังเกิดเกล้าด้วยความรักและเคารพ “คิดถึงแต่เพิ่งจะกลับมา แถมยังพาเพื่อนมาด้วย” “หือ...ทีพ่อยังไม่ไปหากึ้งได้เลย” “ไม่ได้ไป ก็ใช่ว่าจะไม่สนใจ กลับมาก็ดีแล้วจะได้ช่วยพ่อทำงานบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เที่ยวตะลอนๆ เหมือนเจ้าไม่มีศาล” “พ่อน่ะ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะบอกว่าคิดถึงกึ้ง เป็นห่วงกึ้ง” ประกายแก้วกระเง้ากระงอดผละห่าง เดโชมองบุตรสาวด้วยแววตาคมกริบจริงจัง “พ่อยังมีเวลาเป็นห่วงเราอีกทั้งชีวิต แต่เรานั่นล่ะ ที่อยากออกห่างจากพ่อเหลือเกิน” นายหัวหนุ่มรูปงามมองเลยไปยังชายหนุ่มที่ยืนเงียบอยู่หลังประกายแก้ว แววตาคู่นั้นจริงจังขึ้นกว่าเดิม เข้มจัดและกรุ่นไปด้วยความไม่พอใจ “แล้วนี่ใคร” ราวกับเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ แค่เพียงเห็นหน้าไอ้หนุ่มหน้าละอ่อน เดโชก็กำหมัดแน่น “เอ่อ...คือ...” ประกายแก้วอ้ำอึ้งไม่กล้าบอกความจริงกับพ่อ “ไอ้นี่มันเป็นใคร” ถามลูกสาวเสียงเข้มจนเกือบเป็นตวาด และประกายแก้วก็สะดุ้งโหยงพูดไม่ออกบอกไม่ถูก “คือ...” “กูถามว่ามึงเป็นใคร ตอบ!!” นายหัวเดโชทนไม่ไหวตะคอกเสียงกร้าว “ผมชื่อวงศกรครับ เป็นแฟนกับกึ้งครับ” วงศกรยังกลัวลนลานไม่ต่างจากท่าทีของแฟนสาว ก็ท่าทางเอาเรื่องของคนตรงหน้า น่ากลัวใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ สีหน้านั้นบ่งบอกว่าไม่ใครก็ใครต้องตายกันไปข้าง และคนตรงหน้าคงไม่ยอมตายแน่นอน คนที่จะตายก็คงเป็นเขานั่นเอง “แฟน?” “ใช่ค่ะ พี่ว่านเป็นแฟนกึ้ง ทำงานเป็นวิศวกรในองค์กรใหญ่แห่งหนึ่งค่ะ พี่ว่านรักกึ้งมากนะคะ ไม่เคยทำให้กึ้งเสียใจเลยสักครั้ง” ประกายแก้วอธิบายความเป็นวงศกรให้พ่อฟังแล้วถอนใจเฮือก ทว่าพ่อของเธอกลับเงียบกริบจนน่าประหลาดใจ “พ่อคะ” เธอเรียก “คบกันมานานเท่าไหร่” นานทีเดียวกว่าเดโชจะถามประโยคนี้ “ฉันต้องการรู้จากปากนาย ไม่ใช่กึ้ง” แม้จะเป็นถ้อยคำที่คล้ายจะเย็นลงอยู่ในที แต่ประกายแก้วไม่ยักจะสบายใจเลยที่ได้ยิน เธอหันไปมองวงศกรแฟนหนุ่ม “ปีกว่าๆ ครับ” วงศกรตอบ “คือ...พี่ว่านจะมาขอขมาพ่อค่ะ” แล้วประกายแก้วก็ตัดสินใจบอกไป “ขอขมา? นี่แกท้องรึไงยัยกึ้ง!” “ค่ะ กึ้งท้อง” มายาวดีมองเพื่อนที แฟนเพื่อนที และหยุดลงที่พ่อของเพื่อน ท่าทางของเขาพร้อมจะล้มทุกคนให้คว่ำ และถ้าทำขึ้นมาจริงๆ เธออดสงสารเพื่อนไม่ได้แน่ๆ “ท้องรึ?” เหมือนทุกสรรพสิ่งจะเงียบลงในทันทีทันใด และแม้แต่ลมหายใจของมายาวดีก็ยังไม่หลุดจากปลายจมูก ช่างเป็นคำถามที่เปล่งมาจากน้ำเสียงชวนประหวั่นพรั่นพรึงเสียนี่กระไร “ครับ ผมจะขอขมาและขอรับผิดชอบกึ้งกับลูกที่อยู่ในท้องกึ้งครับ” วงศกรพูดจบเข่าก็เหมือนจะอ่อนลงจนทรุดฮวบ เขาคุกเข่าเพื่อขอขมาพ่อแท้ๆ ของคนรัก และหวังจะให้เขาเข้าใจยอมรับลูกเขยคนนี้ แต่... “ผลัวะ!!!” ก้านคอของวงศกรถูกเตะ ร่างของเขาล้มคว่ำไปกองรวมกับเม็ดทราย “กรี๊ดดดด พี่ว่าน!!!” ประกายแก้วกรีดร้องตาลีตาเหลือกเข้าไปประคองคนรักของเธอ วงศกรถึงขั้นสลบ และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกโกรธพ่อตัวเองขึ้นมา “พ่อเตะพี่ว่านทำไม พ่อจะพูดดีๆ ไม่เป็นรึไง ทำไมต้องใช้ความรุนแรงด้วย” “แกถามฉัน? แล้วแกไปนอนแผ่ให้มันเอาทำไมไม่ถามความเห็นจากฉันก่อน” “แต่นี่มันชีวิตกึ้งนะพ่อ อนาคตของกึ้ง มันน่าจะถูกกำหนดด้วยตัวกึ้งเองหรือเปล่า” “แต่ฉันเป็นพ่อแก” “พ่อที่ทำพลาดจนมีกึ้งออกมานี่นะ” “ใช่ และฉันก็เลี้ยงดูแกตั้งแต่เกิดด้วยความรับผิดชอบ” “ใช่ไง พ่อแค่รับผิดชอบกึ้ง แต่ไม่เคยรักกึ้งเลย เพราะถ้ารักพ่อจะไม่ทำแบบนี้” “แกรู้ได้ไงว่าฉันไม่รัก ถ้าไม่รักแล้วจะส่งคนให้ไปเฝ้าดูแกทุกเมื่อเชื่อวันแบบนี้เหรอ แกคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่แกอยู่กินกับผู้ชายหรือไง แต่ที่ฉันไม่แสดงตัวเพราะฉันจะดูว่าแกจะเอาตัวรอดได้ไหม แกคบกับมันแค่ปีเดียวก็ปล่อยให้ตัวเองท้อง แกคิดว่าพ่ออย่างฉันควรดีใจไหมที่ลูกในอก เลือดเนื้อเชื้อไขที่ฉันรักถูกคนอื่นแย่งไป ฉันเงียบเพราะเห็นแกมีความสุข และรอว่าเมื่อไหร่ไอ้ห่านี่มันจะพาแกกลับมาแต่งงาน จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มา กระทั่งแกต้องพามันมาขอขมาฉันเอง แบบนี้จะให้ฉันต้องกราบมันมั้ย” “เรารักกัน พี่ว่านรักกึ้ง” ประกายแก้วร่ำไห้กอดวงศกรแนบแน่นด้วยความเสียใจ เป็นห่วงคนรักสุดหัวใจ “ฉันก็รักแก” “หยุดเถอะค่ะ พ่อลูกอย่าทะเลาะกันเลยนะคะ” มายาวดีทะลุกลางปล้อง เธอว่าเรื่องมันจะไปกันใหญ่ พ่อทำเพราะอารมณ์ล้วนๆ ส่วนลูกก็ดูจะรักผู้ชายมากเหลือเกินจนมองพ่อเป็นอื่น เธอไม่ต้องการให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย “คุณพ่อคะ ยะหยายืนยันว่าตลอดเวลาพี่ว่านดูแลกึ้งเป็นอย่างดีค่ะ ไม่เคยนอกใจกึ้งเลยสักครั้ง คุณพ่ออย่าทำลายครอบครัวที่กำลังจะสร้างขึ้นเลยนะคะ ถ้าโกรธกึ้งก็สงสารหลานที่อยู่ในท้องกึ้งด้วยเถอะค่ะ” เดโชตวัดตาคมกริบมองมายังมายาวดีนิ่ง เขามองเธอนาน นานเกินไป นานจนเธอต้องหลบตาคู่นั้นมองพื้นทรายแล้วใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ นี่ฉันหาเรื่องใส่ตัวหรือเปล่าเนี่ย

อ่านต่อ