สุดสวาทเมียพรหมจรรย์
บทที่ 1 1 1

ตอนที่ 1 สาวน้อยหน้าหวานที่อยู่ในชุดกระโปรงรัดติ้วไปทุกสัดส่วนสีแดงเพลิงสุดร้อนแรง กำลังนั่งก้มหน้าที่ถูกแต่งจนเข้มด้วยฝีมือของหญิงร่วมอาชีพเดียวกัน มธุรส พงศ์ศักดา หรือน้ำผึ้ง สาวน้อยที่มีชื่อหวานสมกับใบหน้า กำลังตรองไม่ตกกับอาชีพใหม่ที่ถูกยัดเยียดให้จากแม่เลี้ยงสาว บิดาของเธอเพิ่งจะจากไปเมื่อไม่นานหลังจากที่มารดาบังเกิดเกล้าก็ทอดทิ้งเธอให้อยู่กับบิดาเรื่อยมา มธุรสในวันนี้มีอายุ 20 ปีเต็ม เนื่องจากวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของเธอ แต่แทนที่สาวน้อยจะมีความสุขเหมือนคนอื่นๆ กลับต้องมานั่งน้ำตาตกในอยู่แบบนี้แทน “น้ำผึ้ง แกจะคิดอะไรมากวะ ชีวิตพวกเรามันเลือกไม่ได้ ถ้าไม่ทำก็อด หรือแกอยากจะกลับไปให้นังแม่เลี้ยงโขกสับ ดุด่าและจิกหัวใช้งานหนักๆ เหมือนเดิม วันดีคืนดียังโดนตบโดนตีซะอีก อีกอย่างนะดีไม่ดีผัวใหม่มันจะรวบหัวรวบหางแกซะด้วยซ้ำ” มณีรัตน์ หรือเม่นบอกอย่างรู้เรื่องของสาวน้อยดี เพราะบ้านอยู่ติดกัน “แต่ว่า...น้ำผึ้งกลัวน่ะเม่น” มธุรสบอกเสียงสั่นอย่างน่าสงสาร “น้ำผึ้ง ฉันเข้าใจแกนะ แต่แกอย่าลืมสิว่านังแม่เลี้ยงใจยักษ์ของแก มันรู้จักกับเจ้าของผับนี้ด้วย ถ้าแกไม่ทำงาน มันเล่นงานแกแน่ นอกจากว่าแกจะหนีไป เฮ้อ...แต่ก็นั่นแหละ เงินก็ไม่มีติดตัวจะหนีไปไหนรอด แกก็ต้องสู้กับงานนี้สักตั้ง เสียตัวครั้งเดียว แกก็มีเงินพอจะหนีไปจากนังแม่เลี้ยงได้แล้วนะ” “เม่น...” “เชื่อฉันนะน้ำผึ้ง ฉันเองก็ไม่ได้อยากให้แกทำงานแบบนี้ แต่แกไม่มีทางเลือก ไอ้ฉันเองจะให้เงินแกหนีไป ฉันก็ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย เพราะเพิ่งจะเริ่มทำงานนี้เหมือนกัน แต่ถ้าแกไปถูกใจเสี่ยคนใดคนหนึ่งเข้า แกก็จะสบายเลยนะ ยิ่งสาวสวยสดๆ ซิงๆ อย่างแก พวกเสี่ยตัณหากลับมันยิ่งชอบ แกจะได้ไม่ต้องไปเปลืองตัวให้คนอื่นอีกไงล่ะ” มธุรสทอดถอนใจออกมายืดยาว ก่อนจะลุกขึ้นยืน ไม่ใช่ว่าเธอจะคล้อยตามมณีรัตน์ แต่เป็นเพราะเธอไม่มีทางเลือกต่างหาก และครั้งนี้จะเป็นครั้งเดียวที่เธอจะตัดสินใจทำงานนี้ จากนี้เธอจะต้องหนีไปให้ได้ ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าทนอยู่แบบนี้ “ตกลงเม่น ครั้งนี้ครั้งแรกและจะเป็นครั้งเดียวของน้ำผึ้ง” มณีรัตน์พยักหน้าให้ และส่งยิ้มน้อยๆ เป็นกำลังใจให้มธุรส ก่อนที่ทั้งสองจะเดินจูงมือกันไปยังห้องที่พวกเธอจะต้องเข้าไปนั่งเรียกแขก ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มรูปงาม เครื่องหน้าทุกชิ้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเขาไม่ใช่คนไทยแน่นอน ผู้เป็นเจ้าของใบหน้าคมคาย ดวงตาสีฟ้าคู่คมกริบ ขนตายาวหนาเป็นแพแต่ไม่งอนงามเหมือนอิสตรี จมูกโด่งขึ้นสันสวย ปลายคางบึกบึนผ่าเล็กน้อย ประดับด้วยไรเคราที่เริ่มขึ้นเขียว ราฟาเอล โปราซซีนี่ มาเฟียหนุ่มแห่งเมืองฟิเรนเซ่ ประเทศอิตาลี เจ้าของธุรกิจการฟอกเงินที่ใหญ่ที่สุดในฟิเรนเซ่และธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมกับบอดี้การ์ดอีก 6 คน เดินเข้ามาในผับลาลาซ่า ทันทีที่พวกเขาเดินเข้ามา ทุกคนที่อยู่ในผับต่างก็หันไปให้ความสนใจ เพราะไม่ค่อยเห็นผู้ชายใส่สูทแต่งตัวเต็มยศเข้ามาเที่ยวผับแบบนี้พร้อมกัน 7 คน “สวัสดีครับท่าน ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ ผับลาลาซ่ามีบริการครบวงจรนะครับ” ผู้จัดการหนุ่มที่พอจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง ตรงเข้ามาถามทันทีที่ราฟาเอลนั่ง ส่วนบอดี้การ์ดอีก 6 คน เลือกที่จะนั่งบนโซฟาชุดติดกันกับเจ้านาย “ที่ว่าครบวงจรน่ะ มีอะไรบ้างล่ะ” ราฟาเอลถามเป็นภาษาไทยแปร่งๆ เขาพูดได้ 5 ภาษา และหนึ่งในนั้นก็คือภาษาไทยนั่นเอง “ก็มีอาหาร เครื่องดื่ม ผู้หญิงพร้อมสถานที่ครับ” “ผู้หญิงเหรอ ดีเลยฉันกำลังต้องการอยู่พอดี แต่ขอสวยๆ ที่บริการถึงใจหน่อยแล้วกันนะ” ราฟาเอล บอก “ได้เลยครับท่าน แต่...ท่านจะเข้าไปเลือกเองก็ได้นะครับ เพื่อจะได้ถูกใจท่านที่สุด” “เลือกได้ด้วยเหรอ ดีจริง เอาสิ...” แล้วราฟาเอลก็เดินตามผู้จัดการร้านเข้าไปด้านใน ชายหนุ่มมาหยุดยืนอยู่ด้านหน้าห้องกระจก ซึ่งทำที่นั่งเป็นชั้นๆ เหมือนอรรถจรรย์ ในนั้นมีหญิงสาวมากหน้าหลายตาแต่งตัวยั่วยวน และกำลังส่งสายตาเชิญชวนมาที่เขาเกือบทุกคน ยกเว้น...ผู้หญิงในชุดสีแดงเพลิงที่เพียงแต่ตวัดสายตาขึ้นมองเขาชั่วแวบเดียว แล้วก้มหน้าลงมองมือตัวเอง ราวกับว่ามือของเธอมีนิ้วงอกขึ้นมาอีกนิ้วอย่างงั้นแหละ ราฟาเอลกวาดตามองร่างบางในชุดสีแดงเพลิงอย่างสนใจ ชุดที่เธอคนนั้นสวมมันช่างน่ารัดรึงยั่วยวนให้เขาเป็นผู้ถอดเสียนี่กระไร ผิวของเธอขาวผ่องตัดกับสีแดงนั้นอย่างงดงาม ราฟาเอลมองเธออยู่นานด้วยความลุ่มหลง แม้หญิงสาวจะไม่ได้ส่งสายตายั่วยวนเชิญชวนเหมือนคนอื่น แต่เขาคิดว่าสาวน้อยคนนั้นคงจะร้อนแรงเหมือนชุดที่ใส่แน่ๆ “ฉันเอาผู้หญิงชุดสีแดงเพลิงคนนั้น” ราฟาเอลบอก และชี้นิ้วไปทางสาวน้อยชุดแดงที่นั่งก้มหน้าก้มตาอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง “ได้ครับท่าน แล้วท่านจะใช้บริการสถานที่ของเรามั้ยครับ” “อืม...ฉันอยากได้ห้องที่มีเตียงน้ำ และมีกระจกล้อมรอบ รวมทั้งบนเพดานด้วยมีมั้ย” “มีครับ เดี๋ยวผมให้เด็กพาขึ้นไปนะครับ ส่วนผู้หญิงเดี๋ยวผมจะให้เธอตามขึ้นไป” ผู้จัดการหนุ่มรีบบอก และคำนวณรายได้ครั้งนี้ในใจอย่างรวดเร็ว ราฟาเอลไม่ตอบได้แต่พยักหน้า ผู้จัดการหนุ่มเรียกบริกรมานำแขกพิเศษที่ท่าจะมีเงินถุงเงินถังขึ้นไปยังห้องที่ต้องการ ก่อนจะเรียกสาวน้อยในชุดแดงออกมาจากห้องกระจก “น้ำผึ้งรับแขก” มธุรสสะดุ้งทันทีที่ได้ยิน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจเป็นครั้งสุดท้ายว่าจะต้องทำงานนี้เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย มธุรสเดินออกมาจากห้องกระจก ขาแข้งของเธอสั่นจนแทบจะก้าวขาเดินไม่ไหว “ห้อง 3505 บริการแขกดีๆ ล่ะ ถ้าเธอบริการเขาถึงใจ รับรองว่าวันนี้เธอรวยแน่ เพราะแขกคนนี้ดูท่าจะกระเป๋าหนักน่าดูเลยล่ะ” ผู้จัดการหนุ่มบอก “คะ...ค่ะ” “เอ้า...อย่าลืมพกถุงไปด้วย แล้วนี่...เธอใช้มันเป็นรึเปล่านี่ ครั้งนี้ครั้งแรกนี่นา” “ปะ...เป็นค่ะ” มธุรสตอบ ใบหน้าหวานสวยนั้นแดงก่ำ จริงๆ แล้วเธอใช้ไม่เป็นหรอก เพราะไม่เคยใช้ แต่ถ้าต้องใช้จริงๆ ก็คงไม่ยากหรอก “ดีๆ เอาไปสัก 3 อัน ถ้าไม่พอกดลงมาบอกจะให้เด็กเอาขึ้นไปให้” ผู้จัดการหนุ่มบอกอย่างเห็นเป็นเรื่องปกติ แต่มธุรสไม่ปกติ หญิงสาวอดหวาดหวั่นไม่ได้ ถ้า 3 อันแล้วยังไม่พอ เธอคงตายแน่ๆ “ไปๆ อย่าชักช้า เดี๋ยวแขกรอนานแล้วจะอารมณ์เสียซะก่อน” ผู้จัดการหนุ่มบอก และดันหลังมธุรสให้เดินขึ้นไปทันที หญิงสาวฝืนกายเดินขึ้นไปยังห้อง 3505 ช้าๆ เพื่อเป็นการถ่วงเวลา แต่เพียงไม่นานเธอก็เดินมาหยุดลงที่หน้าห้องดังกล่าว สาวน้อยทอดถอนใจออกมายืดยาว ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูห้อง 3 ครั้ง และเปิดประตูเข้าไปช้าๆ ประตูสู่ห้องพล่าผลาญพรหมจรรย์ของเธอ

บทที่ 2 1 2

ร่างสูงของราฟาเอลตอนนี้ได้ถอดเสื้อนอกออกแล้ว เหลือแต่เสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมลงหลายเม็ด โชว์แผงอกกว้างล่ำสันและไรขนอ่อนแสนเซ็กซี่ หันมามองร่างบางในชุดสีแดงเพลิงที่รัดติ้วไปทั้งเนื้อทั้งตัว ยิ่งได้ยลโฉมเธอใกล้ๆ แบบนี้ เขายิ่งปรารถนาเธอมากขึ้น ใบหน้าหวานรูปหัวใจ ดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดกลัวออกมาให้เห็นได้ชัดนั้น มองมาที่ชายหนุ่มเขม็ง เรือนร่างของเธอดุจนาฬิกาทราย ช่างงดงามและชวนให้อยากลิ้มลอง ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาหญิงสาวช้าๆ ก่อนจะเชยคางมนขึ้น ดวงตาสีครามเป็นประกายวาวอย่างถูกใจในความงามที่แสนเปราะบางราวแก้วเจียระไนสวยสดงดงามและหาค่าเปรียบมิได้ ริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้นเผยอออกทันทีที่สาวน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาสีครามอย่างหวาดหวั่น ราฟาเอลรู้สึกได้ถึงร่างบางที่กำลังสั่นน้อยๆ “สวยถูกใจฉันมากเลย สาวน้อย” เขาบอก แล้วกดริมฝีปากลงจุมพิตริมฝีปากนุ่มนิ่มและหวานล้ำทันที มธุรสผงะไปนิด มือบางยกขึ้นยันอกกว้างทันที ถุงยางอนามัยที่เธอถือร่วงลงสู่พื้น ใบหน้างามเบี่ยงหนีริมฝีปากร้อนผ่าวที่ไล่จุมพิตเธออย่างเอาเป็นเอาตาย “นี่...สาวน้อย เธออย่าทำให้ฉันคิดว่าเธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ต้องการจะขึ้นค่าตัวหน่อยเลย เพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นหรอก ในเมื่อฉันคิดจะจ่ายให้เธอไม่อั้นอยู่แล้ว เพราะเธอถูกใจฉัน” ราฟาเอลบอก ก่อนก้มลงปิดปากนุ่มอีกครั้ง ปลายลิ้นสากร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวพันกับเรียวลิ้นนุ่มน่ารักๆ ของมธุรสอย่างหิวกระหาย ความหวานที่ได้รับยิ่งทำให้ราฟาเอลหลงใหล แม้ตัวเขาเองยังไม่อยากเชื่อเลย ผู้ชายมากประสบการณ์อย่างเขาผ่านผู้หญิงมานักต่อนัก หรือแม้แต่สาวพรหมจรรย์ ราฟาเอลก็ล่าพรหมจรรย์จากพวกเธอมาก็มาก แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่กระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนของเขา ให้ลุกโชนได้มากเท่านี้มาก่อนเลย ความรู้สึกต่อต้านในคราแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความซาบซ่านรัญจวน มธุรสรู้สึกคล้ายตัวเองกำลังจะหน้ามืดเพราะฤทธิ์จูบจากเขา มือบางต้องยกขึ้นโอบรอบลำคอแข็งแรงเอาไว้เพื่อพยุงตัว เพราะเธอกลัวว่าจะล้มพับไปเสียก่อน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้รับแม้จะไม่อ่อนโยนเท่าที่ควร เพราะเขาคิดว่าเธอไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ เรียกเลือดในกายของสาวน้อยให้เดือดพล่าน จนร่างกายร้อนผ่าวไปทั้งตัว ราฟาเอลเกาะกุมทรวงอกอวบใหญ่ที่เต็มมือเหมาะเจาะ ราวกับพระเจ้าสร้างเธอขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ มือหนาบีบเคล้นเบาๆ ก่อนจะดึงรั้งชุดแดงเกาะอกลงต่ำได้อย่างง่ายดายเพราะเนื้อผ้าที่เป็นผ้ายืด มือหนาสัมผัสกับผิวเนื้อเนียนนุ่มที่แท้จริง คลึงเคล้นเบาๆ สลับกับหนักหน่วง ราฟาเอลถอนริมฝีปากออก ก่อนช้อนร่างบางขึ้นและอุ้มไปวางลงบนเตียงนุ่มนิ่ม หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่ในน้ำ เวลาที่ร่างใหญ่ขยับหรือแม้แต่ตัวเธอเองขยับกาย พื้นเตียงก็ยวบเป็นระลอกคลื่นเด้งดึ๋งไปมา แต่มธุรสมีเวลาคิดถึงเตียงนุ่มนี้ได้ไม่นานนัก สมองของเธอก็เริ่มเบลอไปหมด เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูที่แข็งเป็นไตชูชันเข้าปาก ชายหนุ่มดูดเม้มขบย้ำ จนมธุรสแอ่นร่างเข้าหาอย่างลืมตัว เพราะไฟพิศวาสที่แผดเผาจนมอดไหม้ มือหนาดึงรั้งชุดสวยจนเลื่อนหลุดออกจากร่างระหง ร่างหนาคลุกเคล้าไปทั่วร่างงามอย่างหลงใหล ริมฝีปากร้อนๆ แนบไปกับทุกสัดส่วน ผิวเนื้อเนียนนุ่มเย็นเฉียบราวแพรเนื้อดีตอนนี้กลับร้อนระอุราวจับไข้ มธุรสไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นเปลือยเปล่าไปหมดตั้งแต่เมื่อใด รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อเรียวลิ้นร้อนสากแตะแต้มเข้ากับกลีบกุหลาบตูมเต่งดอกงาม ที่ยังไม่มีหมู่ภมรได้เชยชมเลยสักครั้ง และภมรหนุ่มที่กำลังจะเชยชมเธออยู่นี้ ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าจะได้เป็นภมรตัวแรก และอาจจะเป็นตัวเดียวที่เธอให้เชยชม ร่างบางแอ่นหยัดโค้งตัวขึ้นดุจคันศร เพียงปลายลิ้นสัมผัสตวัดกวัดแกว่งไม่นาน น้ำหวานก็ซึมออกมาให้ภมรได้ลิ้มลอง ราฟาเอลยันตัวขึ้น และปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่รัดรึงออก จนร่างกายกำยำเปลือยเปล่า ชายหนุ่มเข้าหาร่างบางอีกครั้ง กดคลึงสัดส่วนความเป็นชายกับกลีบกุหลาบดอกงาม ก่อนจะกดเข้าไปช้าๆ “อ๊าย...” มธุรสกรีดร้องออกมาทันทีด้วยความเจ็บปวด ร่างบางเจ็บร้าวราวกับกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ น้ำตาใสๆ ไหลออกมาทางหางตาทันที ราฟาเอลเองก็ชะงักค้างอย่างตกใจ สาวน้อยที่เขาคิดว่าเธอร้อนแรงเหมือนชุดที่สวม แต่เขาคิดผิด ร่างบางใต้ร่างของเขาเป็นสาวพรหมจรรย์จริงๆ เธอไม่ได้ใส่จริตมารยาเพื่อโก่งค่าตัว แต่เขาเองที่โง่หลงใหลความงามตรงหน้า จนมองไม่ออกว่าเธอเป็นสาวพรหมจรรย์จริงๆ “สาวน้อย นี่เธอ...พระเจ้า...” ราฟาเอลถึงกับเรียกหาพระเจ้า เขาอธิบายไม่ถูกว่าตอนนี้ตนรู้สึกยังไง ดีใจหรือเสียใจ แต่ที่แน่ๆ เขาหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว ราฟาเอลขบกรามแน่น เมื่อผลักดันเข้าไปจนสุดในครั้งเดียว หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตดึงดูดความสนใจจากเธอ เขาแช่ตัวเองในความนุ่มนิ่มอบอุ่นนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มขยับตัวเนิบนาบ ปากก็พูดพร่ำปลอบโยนระดมจูบดึงดูดความสนใจไปทั่วดวงหน้าสวยหวาน ร่างเปลือยเปล่าสองร่างขับกล่อมดนตรีแห่งปรารถนาอย่างไพเราะเพราะพริ้ง มธุรสเองก็หลงลืมความเจ็บปวดที่ได้พานพบ ตอนนี้เธอเสียวซ่านมากกว่าเจ็บปวด หัวใจดวงน้อยหวิวๆ ชอบกล ขนในกายลุกชันขึ้นทั้งตัวเหมือนมีพายุพัดท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ มธุรสจิกปลายเล็บลงกับหัวไหล่หนา เมื่อความสุขแปลกใหม่มาเยือน ร่างบางเกร็งกระตุกก่อนที่หัวสมองจะขาวโพลนไปหมด ราฟาเอลควบขับร่างหนาตามติดหญิงสาวไปเยือนดินแดนวิมานฉิมพลีด้วยกัน “เธอชื่ออะไร” ราฟาเอลถาม เมื่อลมหายใจเป็นปกติ “มธุรสค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบา ร่างบางสะอื้นฮัก เมื่อคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเสียไปให้กับชายแปลกหน้าคนนี้ เธอไม่ได้เจ็บปวดแต่เสียใจที่ไม่อาจรักษาสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตสาวเอาไว้ได้ “มีชื่อที่เรียกง่ายกว่านี้มั้ย” เขาถามเสียงขุ่น ไม่ชอบได้ยินเสียงร้องไห้เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซาตานร้าย ที่ชอบทำร้ายคนบริสุทธิ์ยังไงไม่รู้ “น้ำผึ้งค่ะ” “นี่...หยุดร้องไห้ซะทีได้มั้ย ฉันเกลียดที่สุดในเวลาที่ร่วมรักเสร็จแล้วผู้หญิงร้องไห้” ราฟาเอลตะคอกเสียดุอย่างลืมตัว ยิ่งทำให้มธุรสร้องไห้หนักขึ้นไปอีก “ขอโทษค่ะ ที่ทำให้คุณไม่พอใจ” มธุรสบอกปนเสียงสะอื้น ก่อนจะทรงตัวขึ้นนั่ง มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มนวลป้อยๆ “จะไปไหน” “ถ้าเสร็จงานของน้ำผึ้งแล้ว น้ำผึ้งคงต้องขอตัวค่ะ” ร่างบางถูกกระชากกลับลงนอนหงายบนที่นอนนุ่มอีกครั้ง และถูกกักตัวไว้ด้วยอ้อมแขนกำยำของราฟาเอล “เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะงานของเธอยังไม่จบ สำหรับเธอครั้งเดียวคงไม่พอ ฉันบอกแล้วไงว่าชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้เธอเป็นคนแรกแบบนี้ยิ่งติดใจจนไม่อยากปล่อยให้เธอเป็นของใครอีก เธอจะเรียกเท่าไหร่ ถ้าฉันจะซื้อตัวเธอไปอยู่กับฉัน เป็นของฉันคนเดียว ไม่ต้องเปลืองตัวให้คนอื่น” “คุณ...ว่าอะไรนะคะ” มธุรสคิดว่าตัวเองหูฝาด จริงอย่างที่มณีรัตน์พูด เธออาจจะมีเสี่ยกระเป๋าหนักรับเลี้ยงไว้เลย แต่ผู้ชายคนนี้ห่างไกลจากคำว่าเสี่ยมากนัก เพราะเขาไม่อ้วนลงพุงเหมือนบรรดาเสี่ยๆ ที่เธอเคยเห็น แถมเขายังรูปหล่ออีกต่างหาก

บทที่ 3 1 3

“ฉันจะพาเธอไปอยู่กับฉันที่ฟิเรนเซ่ ประเทศอิตาลี ไปเป็นผู้หญิงของฉัน ผู้หญิงของราฟาเอล โปราซซีนี่” “อิตาลี...ฟิเรนเซ่...” มธุรสคราง หัวสมองน้อยๆ กำลังคิดทบทวนไปมาถึงผลได้ผลเสีย เธอจะได้ไปจากที่นี่ แถมไปไกลถึงอิตาลี แต่...อนาคตที่ยังไม่รู้จะเป็นยังไงต่อทำให้เธอต้องฉุกคิดอีกครั้ง “ใช่ ถ้าเธอไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงที่นี่ ฉันอยากให้เธอไปกับฉัน และรับรองว่าฉันจะเลี้ยงดูเธออย่างดี และดีไม่ดีฉันอาจจะยกทรัพย์สมบัติที่มีให้เธอบ้าง ถ้าเธอทำให้ฉันพอใจ” มธุรสไม่ตอบแต่มองสบตาสีครามอย่างคิดทบทวนไปมา เธอไม่ได้คิดถึงทรัพย์สมบัติ แต่เธอกำลังคิดถึงอิสรภาพมากกว่า อิสระจากแม่เลี้ยงใจยักษ์ “ไม่เป็นไร ค่อยๆ คิด ฉันจะให้เวลาเธอคิดจนกว่าฉันจะออกจากห้องนี้” ราฟาเอลบอก ก่อนจะเริ่มบทรักครั้งใหม่อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง เวลาที่เขาบอกว่าจะให้มธุรสได้คิด แทบจะไม่มีเลย เพราะความคิดและสติของหญิงสาวถูกฉุดกระชากขึ้นสู่วิมานฉิมพลีครั้งแล้วครั้งเล่า **************************************** “ว่ายังไง เธอจะให้คำตอบฉันได้หรือยังสาวน้อย” ราฟาเอลถาม เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว “ไปค่ะ” มธุรสตอบอย่างมั่นใจ เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไปตายเอาดาบหน้า ในเมื่อที่นี่เธอเองก็ไม่เหลือใครอีกแล้ว ราฟาเอลเดินเข้ามาหา และแบมือใหญ่ให้สาวน้อย มธุรสมองมือนั้นอย่างชั่งใจ ถ้าเธอวางมือลงบนมือหนานี้ ชีวิตเธอก็จะเปลี่ยนไปทันที สาวน้อยถอนหายใจบอกมาแรงๆ ก่อนจะวางมือเล็กลงบนฝ่ามือใหญ่ ที่กุมมือน้อยของเธอทันที “ไม่ต้องกลัวสาวน้อย ต่อไปนี้ฉันจะดูแลเธอเอง” ราฟาเอลบอกและฉุดร่างบางให้ยืนขึ้น “เอ่อ...น้ำผึ้งยังไม่รู้จักคุณเลยค่ะ” เธอถามซ้ำ เพราะเมื่อครู่ที่เขาบอกนั้น เธอฟังไม่ค่อยถนัดนัก “ฉันชื่อราฟาเอล โปราซซีนี่ หรือราฟ จำเอาไว้ให้ดีสาวน้อย” **************************************** มธุรสตื่นเต้นมากกับการได้นั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรก และยังเป็นเครื่องบินส่วนตัวซะด้วย แถมราฟาเอลยังบอกอีกว่า กว่าจะถึงฟิเรนเซ่ก็คงใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง สาวน้อยนั่งมองก้อนเมฆที่เครื่องบินบินผ่านไปอย่างตื่นตาตื่นใจ ราฟาเอลมองกิริยานั้นยิ้มๆ เธอช่างใสซื่อบริสุทธิ์ และน่ารักมากมายในสายตาของเขา ชีวิตของราฟาเอลข้องเกี่ยวกับผู้หญิงมาก็มาก ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอสาวบริสุทธิ์ แต่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาได้ขนาดนี้ เขายังไม่เคยเจอ “น้ำผึ้ง เธอจะมองก้อนเมฆจนเก็บเอาไปฝันเลยรึไง นี่เธอนั่งเกาะกระจกดูมันมานานเป็นชั่วโมงแล้วนะ” “แหม...ก็น้ำผึ้งไม่เคยเห็นนี่คะ คุณรู้มั้ยคะ ว่านี่เป็นครั้งแรกที่น้ำผึ้งได้ขึ้นเครื่องบิน แถมยังเป็นเครื่องบินส่วนตัวอีก คุณคงจะรวยมากเลยสิคะ ถึงได้มีเครื่องบินส่วนตัวแบบนี้ เอ่อ...แล้ว...คุณทำงานอะไรเหรอคะ” “ฉันทำธุรกิจส่วนตัวนิดหน่อยน่ะ แต่เรื่องความรวยคงตอบไม่ได้ ให้เธอดูเอาเองแล้วกัน ที่ตอบได้ก็คงเป็นถ้าเธอทำให้ฉันถูกใจมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นผลดีกับตัวเธอมากเท่านั้น” ราฟาเอลบอก และดึงร่างบางขึ้นจากเก้าอี้ข้างๆ ให้มานั่งบนตักแข็งๆ ของตน “เอ่อ...” “ทำไมเหรอ ถ้าเธอต้องการให้ฉันทำอะไรก็บอกได้นะ ไม่ต้องอาย เพราะฉันเห็นเธอหมดทุกซอกทุกมุมแล้ว” มธุรสเขินอายจนต้องซุกหน้ากับอกกว้าง เพื่อปิดบังใบหน้าที่แดงก่ำของตัวเอง ก็แน่ล่ะ เขาพิจารณาร่างกายเธออย่างถี่ถ้วนมากกว่าตัวเธอซึ่งเป็นเจ้าของเสียอีก “อายเหรอ บอกแล้วไงว่าไม่ต้องอาย ฉันอยากทำให้ผู้หญิงมีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉะนั้นอะไรที่เธอชอบเวลาที่ฉันทำก็บอกได้เลย หรือถ้าไม่ชอบอะไรก็บอกกันได้” ราฟาเอลดันร่างบางออก มองใบหน้าที่แดงก่ำนั้นอย่างชอบใจ มือหนาลูบไล้ต้นขาเรียวสวยไปมา กระโปรงชุดสีแดงเพลิงร่นขึ้นตามมือที่อยู่ไม่สุข “อย่าค่ะ เราไม่ได้อยู่ในห้องนะคะ” มธุรสตะครุบมือหนาให้อยู่นิ่งๆ ร้องห้ามเสียงสั่นๆ “ไม่ได้อยู่ในห้อง ก็เหมือนอยู่ในห้องนั่นแหละ เธอลองมองไปรอบๆ สิว่ามีใครอยู่ในนี้อีกบ้าง นอกจากเราสองคน และไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครเข้ามาในนี้ เพราะถ้าฉันไม่เรียกก็จะไม่มีใครเข้ามาแน่นอน” มธุรสกวาดตามองไปรอบๆ ก็เห็นจริงตามที่เขาพูด นอกจากเขาและเธอที่อยู่ในนี้ ก็ไม่มีใครอื่นอีก มือหนาที่ถูกมือบางตะครุบก็เริ่มขยับ ดวงตาคมดุของราฟาเอลหรี่ลง เมื่อไฟพิศวาสเริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง ราฟาเอลจับร่างบางให้นั่งคร่อม และร่นชายกระโปรงขึ้นถึงเอว ก่อนจะรั้งสายเส้นเล็กๆ ที่คล้องไหล่บางเอาไว้ลงมาตามเรียวแขน จนทรวงอกอวบที่ซ่อนตัวอยู่ในบราเซียสีหวาน โผล่พ้นเนื้อผ้าสีแดงออกมา ชายหนุ่มไม่รอช้ากดใบหน้าลงสูดกลิ่นหอมที่กลางหว่างอกอวบเข้าปอด มธุรสดันใบหน้าคมเข้มออกอย่างเขินอาย ถึงจะรู้ว่าไม่มีใครอื่นนอกจากเขาและเธอ แต่หญิงสาวก็ยังอดรู้สึกเก้อเขินไม่ได้ เมื่อถูกดันใบหน้าออก มาเฟียหนุ่มก็จุมพิตริมฝีปากนุ่มแทน จุมพิตเร่าร้อนเกิดขึ้น ปลายลิ้นสากตวัดเกี่ยวพันลิ้นนุ่มอย่างหลงใหลในความหวาน มือหนาเลื่อนขึ้นมากอบกุมทรวงอกอวบ และดึงรั้งเสื้อชั้นในตัวจิ๋วลงต่ำ ปทุมถันนวลงามขาวผ่องถูกปลดปล่อยเป็นอิสระ ความเย็นของแอร์คอนดิชันเนอร์ บวกกับความร้อนระอุของเปลวเพลิงแห่งไฟปรารถนา ทำให้ยอดทรวงสีสวยแข็งชูชัน ปลายนิ้วหัวแม่มือของราฟาเอลสะกิดตุ่มไต ยิ่งสร้างความสยิวให้มธุรสจนต้องครวญครางออกมา แต่เสียงครางอันไพเราะของเธอก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในลำคอหนาจนหมด ราฟาเอลถอนริมฝีปากออก เมื่อร่างบางโอนอ่อนผ่อนตาม เขาเลื่อนริมฝีปากลงไปตามลำคอระหง และต่ำลงไปยังทรวงอกอวบ ริมฝีปากหนาเข้าครอบครองดูดดื่มยอดทรวงสีสวยอย่างหิวกระหาย มือหนาลูบคลำสะโพกมนงอนงาม และบีบเคล้นคลึงเบาๆ สลับกับหนักหน่วง มาเฟียรูปงามไล้เลียผิวเนื้อเนียนนุ่มของปทุมถันคู่งาม ดูดดึงอย่างหยอกเย้าและย้ายไปทำอีกข้างอย่างไม่ให้น้อยหน้ากัน ทิ้งความเปียกชื้นไว้เป็นหลักฐานของไฟเสน่หาที่แผดเผา มือหนาเลื่อนมากอบกุมเนินสวาทที่มีปราการตัวบางขวางกั้น แต่ไม่ค่อยถนัดนัก ราฟาเอลจึงยกร่างบางขึ้น และให้หญิงสาวนั่งซ้อนตักด้วยการหันหลังให้เขา ราฟาเอลจับเรียวขางามให้แยกออกกว้าง และกรีดปลายนิ้วช่ำชองไปตามรอยแยกของกุหลาบสาว มธุรสกรีดเสียงครวญครางออกมาไม่ได้ศัพท์ ดวงตาคู่งามหลับพริ้มอย่างรัญจวน มือบางจิกปลายเล็บลงบนที่เท้าแขนของเก้าอี้นุ่มเต็มแรง ปลายนิ้วร้ายกาจทรมานร่างบางต่อไปเรื่อยๆ กรีดขึ้นลงตามรอยแยกผ่านเนื้อผ้าบางเบา ก่อนจะสอดเข้าไปใต้ผ้า สัมผัสกับความนุ่มนิ่มและฉ่ำชื้น ราฟาเอลสอดปลายนิ้วเรียวเข้าไปในสัดส่วนความเป็นหญิงที่คับแคบ ชายหนุ่มต้องขบกรามแน่น เพราะขนาดเป็นเพียงนิ้วมือ ภายในร่างสาวที่อบอุ่นยังตอดเม้น ดูดปลายนิ้วของเขาเข้าไปขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นแก่นกายอันใหญ่โตที่รอคอยการปลดปล่อยล่ะ แค่คิดราฟาเอลก็ขนลุกซู่อย่างตื่นเต้น ทรวงอกนุ่มไม่ได้ว่างเปล่า แต่ยังมีมือหนาเคล้นคลึงอยู่ไม่ห่าง ราฟาเอลใช้ไฟเสน่หาทรมานมธุรสทั้งบนและล่าง จนหญิงสาวกระตุก น้ำหวานอาบนิ้วเรียวของชายหนุ่มทันที ราฟาเอลถอนปลายนิ้วเรียวออกและส่งนิ้วนั้นเข้าปากตน ก่อนจะส่งให้มธุรสได้ลิ้มลองรสชาติของตัวเองบ้าง “รสชาติของเธอ มันช่างหวานนักน้ำผึ้ง” ราฟาเอลรูดซิบกางเกงของตัวเองลงและจับแก่นกายออกมา มือใหญ่ยกร่างบางขึ้น และจับกดลงครอบครองความแข็งแกร่งของตนจนสุดเส้นทางรัก “โอว...” ถึงคราวที่มาเฟียหนุ่มต้องครางเสียงดังบ้าง และยังมีเสียงหวานกระเส่าดังปนมาด้วย “น้ำผึ้ง เธอจะฆ่าฉันรึไงกัน ฉันแทบจะพวยพุ่งแค่ได้เข้าไปอยู่ภายในกายเธอแค่ครั้งเดียวเลยนะนี่” ราฟาเอลบอกเสียงสั่นพร่า แต่เขายังไม่ยอมขยับร่างจนมธุรสต้องร้องขออย่างทรมาน “คุณราฟาเอล ได้โปรด...” “ได้โปรดอะไร น้ำผึ้ง เธออยากให้ฉันทำอะไร ใช่แบบนี้รึเปล่า” ชายหนุ่มถามและยกร่างบางขึ้น ก่อนจะกดลงอีกครั้ง “คุณราฟาเอล...” “ไม่เอาน้ำผึ้ง ฉันไม่อยากให้เธอเรียกชื่อนี้ เรียกฉันว่าราฟสิ แล้วเธอต้องการอะไร ฉันจะทำให้เธอหมดทุกอย่าง” เขากระซิบที่ข้างหู และขบเม้มติ่งหูเล็กๆ อย่างหยอกเย้า “คุณราฟ” มธุรสเรียกตามที่ราฟาเอลบอก “ฟังดูทะแม่งๆ นะ ฉันว่า...เรียกว่าพี่ราฟจะดีกว่า” ราฟาเอลยกร่างบางขึ้น และกดลงอีกครั้ง “พะ...พี่ราฟ” มธุรสเรียกเสียงขาดเป็นห้วงๆ “ดีมาก เป็นเด็กดีแบบนี้สิถึงจะน่ารัก” ราฟาเอลยกร่างบางขึ้น และขยับสะโพกสอบของตัวเองอย่างหนักหน่วง และรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ที่ใกล้จะถึงขีดสุด ในจังหวะสุดท้ายร่างสูงก็เกร็งกระตุกพร้อมกับร่างบาง เมื่อพากันเยี่ยมวิมานชั้นดาวดึงส์บนสวรรค์ชั้นเจ็ด มธุรสทิ้งตัวลงครอบครองความเป็นชายของราฟาเอล เพราะไม่มีแรงจะทรงตัวขึ้น หญิงสาวหายใจหอบถี่ รู้สึกราวกับวิ่งแข่งในระยะทางไกลๆ ทรวงอกอวบสะท้อนขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ และเมื่อลมหายใจเริ่มเป็นปกติ สาวน้อยก็จะทรงตัวขึ้น แต่... “จะไปไหนสาวน้อย มันยังไม่จบเพียงเท่านี้หรอก หึ หึ”

อ่านต่อ