พายุรักอสูรทมิฬ(พายุรักร้ายในสายลมหนาว)
บทที่ 1 เผชิญหน้าซาตาร้าย 50%

สายตาคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน มองภาพสองใบสลับกันไปมานานกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วตั้งแต่ออกจากที่พัก ดวงตาสีอำพันเข้มราวกับมีเปลวไฟนรกลุกโชนอยู่ในนั้น คล้ายอยากจะแผดเผาผู้หญิงในรูปคนหนึ่งที่น่าจะอยู่จะในวัยสี่สิบกว่าให้มอดไหม้เป็นจุณหากทำได้ แววตาอาฆาตหมายมาดอย่างรุนแรงว่าจะต้องตามหาหล่อนให้เจอ ส่วนรูปภาพของผู้หญิงอีกคนที่หน้าตาอ่อนวัยกว่า เขาตั้งใจไว้แล้วว่าควรจะทำยังไงกับหล่อนดี ที่แน่ๆ ผู้หญิงสองคนในรูปนี้จะต้องได้รับการลงโทษทัณฑ์อย่างสาสม! รถเก๋งสีดำมันปลาบแล่นเข้ามาจอดที่หน้าผับเล็กๆ แห่งหนึ่งในแถบชานเมืองของตัวจังหวัด ด้านนอกผับไม่มีอะไรดึงดูดสายตาของบลิซเซิร์ดแม้แต่นิด สถานที่แบบนี้น่ะหรือที่เด็กสาวกะโปโลนั่นมาทำงาน “ตามแผนที่ เด็กผู้หญิงที่นายตามหาทำงานอยู่ที่นี่ครับนาย” ลูกน้องคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ขับรถหันมาบอกเจ้านายของตนเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเคารพนับถือเต็มเปี่ยม ลูกน้องคนสนิทวิ่งอ้อมมาเปิดประตูรถให้ผู้เป็นนายอย่างรีบด่วนเมื่อรถจอดสนิท ร่างสูงที่สวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนแบรนด์ดังสีเข้มที่สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวหนังสัตว์สีดำราคาแพงเดินลงมาจากรถคันหรู แล้วสั่งงานลูกน้องตัวโตพอๆ กับเขาสองสามนาทีก่อนที่จะเดินเข้าไปในผับโกโรโกโสด้านหน้าด้วยท่าทางดุดัน จนนักท่องราตรีหลายคนที่เดินผ่านไปมาไม่กล้าสบตามอง ร่างสูงสง่าที่ดูดีโดดเด่นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าที่ก้าวเข้ามา เต็มไปด้วยพลังเสน่หาแห่งบุรุษเพศที่ดึงดูดสายตาสาวๆ ในที่แห่งนั้นให้หันมามองด้วยความหลงใหล ใบหน้าคมสันที่หล่อเข้มเกินพิกัดที่หาใครทัดเทียมได้ยากดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ แต่มันกลับแฝงไปด้วยเสน่ห์อย่างเหลือร้าย จนผู้ชายด้วยกันเองยังอดที่มองเขาด้วยความชื่นชมแกมอิจฉาไม่ได้ มองปราดเดียวก็รู้ว่าแขกผู้มาใหม่คงไม่ใช่ลูกค้าธรรมดาอย่างแน่นอน ไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มที่มีหน้าตาไปทางโซนยุโรปจะร่ำรวยล้นฟ้าขนาดไหน แต่มันก็ทำให้เจ้าของผับคนสวยที่เห็นเขาเดินเข้ามาแต่ไกลถึงกับต้องรีบเดินออกไปต้อนรับบริการด้วยตนเอง และเอื้อนเอ่ยกับลูกค้าหนุ่มด้วยภาษาสากลแสนจะสุภาพ พร้อมทั้งส่งสายตาหวานเยิ้มคล้ายจะทอดสะพานให้ “สวัสดีค่ะมิสเตอร์ เชิญทางนี้ค่ะ” ร่างสูงระหงในชุดเดรสสีแดงสดที่ค่อนข้างเปิดเผยกล่าวสวัสดีพร้อมทั้งผายมือเชื้อเชิญเขาให้ไปนั่งในมุมมืดสลัวพอดีมุมหนึ่ง “มาคนเดียวเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถาม ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น “จะรับอะไรดีคะ” “เอา Vodka แล้วกัน” เขาตอบกลับเป็นภาษาไทยเสียงเรียบ สร้างความแปลกใจให้กับเกศรินทร์เจ้าของอินดี้ผับมาก และสำเนียงของเขาก็ชัดเจนเสียด้วยสิ ท่าทางจะเป็นหนุ่มลูกครึ่งแน่นอน ม่ายสาวคิด ก่อนที่จะตอบรับเขาเป็นภาษาไทยที่อ่อนหวานเป็นพิเศษ “ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวเกรซจะให้เด็กมาเสิร์ฟให้” ร่างระหงส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ให้ชายหนุ่มอีกครั้งก่อนเดินไปสั่งงานลูกน้องไม่กี่นาที ก็ไปบริการลูกค้าวีไอพีโต๊ะอื่นต่อ แต่หันมามองหนุ่มลูกครึ่งเป็นระยะๆ หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไป เกศรินทร์ก็ไม่เห็นวี่แววว่าใครจะมานั่งเป็นเพื่อนแขกหนุ่มที่เธอหมายตาเอาไว้ ผู้หญิงที่แพ้ความหล่อของผู้ชายก็เดินเข้ามาหาลูกค้าคนพิเศษของเธออีกครั้งด้วยท่าทางราวกับนางพญาอ่อยเหยื่อ สายตาปริบๆ ที่เธอมองเขากับรอยยิ้มยั่วยวนเล็กน้อยอย่างมีเสน่ห์ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้ากำลังให้ท่าเขาขนาดไหน แต่เพื่อเป้าหมายสูงสุดที่เขาต้องการจะต้องสำเร็จ บลิซเซิร์ดจึงต้องเปิดการเจรจาด้วยท่าทีที่เป็นมิตรพร้อมกับรอยยิ้มแสนเสน่ห์ของเขาที่คลี่ยิ้มออกเพียงเล็กน้อย แค่นี้ม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างเกศรินทร์ก็แทบละลายลงตรงหน้าเขาแล้ว หากว่าชายหนุ่มเอ่ยขอสิ่งใดหล่อนคงจะรีบหามาประเคนให้ทุกอย่างโดยไม่รอช้า “คุณคงเป็นเจ้าของผับนี้สินะ” “ใช่ค่ะ เอ่อ...แล้วคุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันเป็นเจ้าของที่แห่งนี้” หล่อนถามพลางชม้อยสายตาวิบไหวมองตาเขาด้วยนัยน์ตาหยาดเยิ้มหว่านเสน่ห์เต็มที่ ในมือก็คลึงแก้วทรงสูงที่มีของเหลวสีอำพันไปมาราวกับมันเป็นผิวกายของผู้ชายตรงหน้าก็ไม่ปาน ก็หล่อคมบาดตาบาดใจน่าขย้ำมากขนาดนี้จะไม่ให้เธอรู้สึกรู้สาได้อย่างไร “เพราะบุคลิกของคุณดูมีสง่าราศี ผมจึงเดาเอาน่ะครับ” ขณะที่ถามสายตาคมกล้าวาววับก็มองไปทางด้านบนเวทีตลอดเวลา เพื่อรอดูว่าเมื่อไหร่เหยื่อสาวของเขาจะโผล่มาสักที นี่ก็หลายนาทีแล้ว หรือว่าเอมฤทัยไม่ได้มาทำงานคืนนี้ แต่ถ้าถามผู้หญิงตรงหน้าเขานี้ หล่อนคงจะให้คำตอบที่เขาพอใจได้ เกศรินทร์แสร้งทำเป็นอายม้วนก่อนที่จะคุยกับเขาต่อว่า “คุณนี่ตาแหลมจังเลยนะคะ เดาเก่งจัง” ทั้งสองต่างยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย แต่เป็นคนละความหมายกันแน่นอน “ผมทราบมาว่าที่นี่มีนักร้องเสียงดีมากที่ชื่อว่าเอมฤทัย ไม่ทราบว่าเธอมาทำงานคืนนี้หรือเปล่าครับ” เกศรินทร์มีแววไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเขาถามถึงผู้หญิงคนอื่น แต่หล่อนก็ยิ้มกลบเกลื่อนทันควันจนแทบสังเกตไม่ทันเห็น ว่าหล่อนรู้สึกไม่พอใจ เพราะอาชีพบริการจึงทำให้หญิงสาวสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีเป็นพิเศษ และคงไม่ใช่มีเพียงแค่บุรุษตรงหน้านี้เท่านั้นที่ถามถึงนักร้องสาวที่ชื่อเอมฤทัย ผู้ชายแทบจะทุกคนที่เข้ามาที่ผับแห่งนี้เลยก็ว่าได้ที่ต้องการมานั่งฟังและมองสาวน้อยหน้าหวานเสียงใสร้องเพลงอันไพเราะให้ฟัง “มาสิคะ แต่ของดีมักตามมาทีหลัง คุณต้องรอหน่อยนะคะ อีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเธอออกมาแน่นอนค่ะ” “งั้นหรือ คุณช่วยลัดคิวให้เธอหน่อยได้ไหม ผมใจร้อน” เจ้าของผับคนสวยยิ้มร้าย มองหนุ่มลูกครึ่งที่ท่าทางกระเป๋าหนักอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะตอบว่า “ถ้าเกรซทำตามที่คุณต้องการได้ เกรซจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทนคะ” เพราะเธอเป็นสาวนักธุรกิจ จะทำอะไรให้ใครก็ต้องได้กำไรและผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสมอ แค่มองตาก็รู้ว่าหล่อนต้องการอะไร บลิซเซิร์ดจึงไม่ต้องคิดนาน ก่อนที่จะล้วงเอาธนบัตรปึกหนึ่งที่มีมูลค่ามากพอ มาวางไว้ตรงหน้าม่ายสาว สายตาคู่สวยที่กรีดอายไลเนอร์จนคมกริบเบิกกว้างออกทันทีที่เห็นในสิ่งที่เขาเสนอให้มา และเธอคงโง่มากหากไม่รีบตะครุบเอาไว้ “แค่นี้พอมั้ย” เขาถามสั้นๆ และรู้คำตอบโดยทันทีที่เห็นสายตาพึงพอใจของหญิงสาวส่งมา “แหมๆ ทำไมจะไม่พอล่ะคะ เอาเป็นว่าอีกไม่เกินสิบห้านาทีนะคะ เกรซจะไปบอกให้เอมมี่เธอเตรียมตัวร้องเพลง” เกศรินทร์รีบลุกออกไปจากโต๊ะทันทีเพราะกลัวว่ามหาเศรษฐีหนุ่มตาคมจะเปลี่ยนใจ สิบกว่านาทีที่ผ่านไปช้าราวกับสิบกว่าชั่วโมงที่เขาต้องนั่งแกร่วรอหลังจากนักร้องสาวคนหนึ่งเพิ่งร้องเพลงจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราว เมื่อเจ้าหล่อนเดินออกไปจากเวที แสงสว่างของไฟหลากสีก็หรี่ลง ปรากฏแสงไฟวงกลมเจิดจ้าสาดส่องไปตรงกลางเวทีที่มีร่างระหงชวนมองของหญิงสาวคนหนึ่งยืนหันหลังให้ สายตาทุกคู่จับจ้องไปบนเวทีเป็นจุดเดียวที่เรือนร่างสมส่วนงดงามในชุดราตรีเกาะอกสีโอลด์โรส ที่ประดับด้วยเกล็ดเพชรเป็นประกายระยิบระยับ ชุดสวยสั้นแค่ปิดช่วงสะโพกงามงอนเท่านั้นเพื่อโชว์เรียวขาสวยขาวผ่อง หนุ่มๆ เกือบทุกคนตะลึงมองเรือนร่างแสนเซ็กซี่ของนักร้องสาวจนต้องลอบกลืนน้ำลายไม่เว้นแม้แต่บลิซเซิร์ดเอง เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น เสียงร้องอันไพเราะของนักร้องสาวก็ตามมา บลิซเซิร์ดยอมรับว่าน้ำเสียงของหล่อนช่างหวานไพเราะจับใจเขาจริงๆ และทันทีที่ร่างระหงที่เต็มไปด้วยส่วนโค้งส่วนเว้าไร้ที่ติค่อยๆ หันกลับมา ผู้ชายทุกคนก็ต้องน้ำลายสอไปตามๆ กัน บลิซเซิร์ดเองก็ตะลึงมองใบหน้าสวยซึ้งตาไม่กะพริบ ชายหนุ่มไม่คิดเลยว่าเด็กผู้หญิงที่เขาตามหาจะกลายมาเป็นเทพธิดาแสนสวยในค่ำคืนนี้ หล่อนสวยกว่าในรูปหลายเท่านัก แต่ถึงหล่อนจะน่ากินไปหมดทั้งตัว เขาก็คงจะกระเดือกผู้หญิงชั้นต่ำอย่างหล่อนไม่ลงหรอก แต่จะให้ลูกน้องของเขาจัดการแทน! ไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อการแสดงจบลง นักร้องสาวสวยก็เดินลงมาจากเวทีตรงไปหาแขกหนุ่มรูปหล่อที่มาม่าซังบอกว่าเธอต้องไปบริการเขาเป็นพิเศษหน่อย เอมฤทัยเห็นแล้วล่ะ ว่าหนุ่มลูกครึ่งคนนี้มองดูการแสดงของเธอด้วยความสนใจ เพราะแทบจะทุกครั้งที่เธอหันมาสบตาคมๆ ของเขา หญิงสาวก็พบว่าเขามองมาทางเธออยู่ก่อนแล้วอย่างไม่วางตา แต่ทว่าสายตาของเขามันช่างเย็นชานัก และดูเถื่อนๆ จนน่ากลัว แต่เมื่อเป็นคำสั่งของนายจ้างเธอจะปฏิเสธได้อย่างไร “สวัสดีค่ะ ฉันเอมมี่ค่ะ” หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนช้อย มองสบตาคนตรงหน้าด้วยอาการสำรวมมากที่สุด แม้ว่าภายในใจเริ่มจะประหม่ากับสายตาคมกล้าที่มองมาคล้ายจะชื่นชมหรือดูหมิ่นเธอก็ยังไม่แน่ใจนัก เพราะแสงไฟสลัวในยามค่ำคืนมันอาจจะหลอกตาเธอก็เป็นได้ “นั่งลงสิ” บลิซเซิร์ดสั่งสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา เอมฤทัยนั่งลงตามที่เขาบอก แต่ดวงตาคู่สวยก็มองสบตาชายหนุ่มนิรนามที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนอย่างไม่ไว้ใจนัก ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการแค่นั่งดริ๊งก์ หรือแค่ต้องการให้เธอเป็นเพื่อนคุยกันแน่ เพราะท่าทางชองชายหนุ่มแตกต่างจากแขกผู้ชายคนอื่นๆ ที่ผ่านมา เขาไม่ส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ ไม่ยิ้ม หรือพูดง่ายๆ เขาแทบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาเลยมากกว่า “ท่าทางของคุณคงไม่ได้แค่ต้องการจะให้ฉันมานั่งดื่มด้วยเฉยๆ แน่ ใช่มั้ยคะ”

บทที่ 2 เผชิญหน้าซาตานร้าย 100%

เอมฤทัยนั่งลงตามที่เขาบอก แต่ดวงตาคู่สวยก็มองสบตาชายหนุ่มนิรนามที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนอย่างไม่ไว้ใจนัก ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องการแค่นั่งดริ๊งก์ หรือแค่ต้องการให้เธอเป็นเพื่อนคุยกันแน่ เพราะท่าทางชองชายหนุ่มแตกต่างจากแขกผู้ชายคนอื่นๆ ที่ผ่านมา เขาไม่ส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้ ไม่ยิ้ม หรือพูดง่ายๆ เขาแทบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาเลยมากกว่า “ท่าทางของคุณคงไม่ได้แค่ต้องการจะให้ฉันมานั่งดื่มด้วยเฉยๆ แน่ ใช่มั้ยคะ” “คุณฉลาดเหมือนกันนี่ ที่เดาใจผมออก คงต้อนรับแขกหนุ่มๆ มานักต่อนักสินะ ถึงได้เรียนรู้จิตใจผู้ชายไปเสียหมด” เอมฤทัยชักเลือดขึ้นหน้า เมื่อถูกบุรุษหนุ่มตรงหน้าพูดจาเหน็บแนมให้เจ็บใจเล่น แต่อาชีพอย่างเธอในสถานที่แบบนี้ ใครๆ ก็คงมองเธอและคิดอกุศลกับเธอทั้งนั้น แต่ว่าผู้ชายคนนี้ปากคมยิ่งกว่ากรรไกร สายตาของเขาก็ดูคมกริบเชือดเฉือนราวกับจะบาดหัวใจของเธอให้เสียวแปลบได้ด้วยการมองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “ก็ไม่มากนักหรอกค่ะ แต่ถ้าเพิ่มคุณเข้าไปอีกคนก็ครบสามร้อยพอดี” นักร้องสาวตอบน้ำเสียงกระด้างกระเดื่องอย่างถือดี “ถ้าอย่างนั้น ก็ดีใจด้วยนะ ที่คืนนี้คุณจะได้ต้อนรับผมเป็นคนที่สามร้อยพอดี ออกไปดื่มข้างนอกกับผม ไม่เกินหนึ่งชั่วโมง คุณต้องการเท่าไหร่” ชายหนุ่มไม่พูดจาอ้อมค้อมให้เสียเวลา เพราะแค่มานั่งฟังหล่อนร้องเพลงจนจบก็เสียเวลามากพออยู่แล้ว “ต้องขอโทษด้วยนะคะ เผอิญว่าคืนนี้ดิฉันมีแขกคนที่สองร้อยเก้าสิบเก้ารออยู่ค่ะ” “เขาให้ค่าตัวคุณเท่าไหร่ ผมจะให้มากกว่าสามเท่า” เอมฤทัยยิ้มหยัน ผู้ชายคนนี้คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหากินจริงๆ หรือนี่ หน้าตาก็ดีแต่นิสัยแย่ชะมัด ทั้งคำพูดทั้งสายตาที่ดูจะกระด้างเย็นชาในคราแรกมาบัดนี้มีแต่แววดูถูกดูหมิ่น คิดแล้วมันน่าเจ็บใจนัก หญิงสาวจึงตอบออกไปแบบส่งๆ ว่า... “เขาให้ฉันแสนหนึ่ง” “คิดว่าผมกินหญ้าเหรอสาวน้อย ผู้ชายดีๆ ที่ไหนจะมาให้ค่าตัวคุณแพงขนาดนั้น แต่อ่านดูนี่เสียก่อนนะ ก่อนที่จะปฏิเสธผม” มือเรียวสวยยื่นออกมารับแผ่นกระดาษแผ่นเล็กจากมือใหญ่ไปคลี่อ่านดู ‘ถ้าอยากให้แม่นวลอนงค์ของคุณอยู่อย่างสงบสุข ก็ตามผมออกไปข้างนอก เดี๋ยวนี้!’ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกที บุรุษนิรนามที่เอมฤทัยยังไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของเขาก็เดินออกไปนอกผับเสียแล้ว จนหญิงสาวต้องรีบลุกขึ้นเดินตามหลังร่างสูงใหญ่ไปแทบไม่ทัน เพราะต้องรีบไปเอากระเป๋าใบเล็กและเสื้อโค้ทแขนยาวของตนเองที่หลังร้าน จนกระทั่งเดินไปถึงรถเก๋งคันหรูที่มีร่างสูงคุ้นตายืนอยู่ เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายจึงหันหน้ามา แล้วสั่งให้เธอขึ้นรถไปกับเขา เมื่อเข้ามาอยู่ภายในห้องพักของโรงแรมที่ไม่หรูมากนักสองต่อสอง มือใหญ่ที่แข็งดุจปลอกเหล็กก็ปล่อยข้อแขนเล็กให้เป็นอิสระ และเริ่มมองนักร้องสาวด้วยสายตาเย็นชาอีกครั้ง สำหรับเอมฤทัย แม้ว่าภายในใจจะรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย แต่เพราะสิ่งแวดล้อมหล่อหลอมให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอให้เข้มแข็งอยู่เสมอ แม้ว่าจะต้องเจอกับเรื่องร้ายใดๆ ก็ตาม แต่การที่ผู้ชายแปลกหน้าเอาแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอมาเป็นข้อต่อรอง ก็ทำให้นักร้องสาวขาดความมั่นใจไปมากกว่าครึ่ง แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือ “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม คงไม่คิดจะแอ้มฉันฟรีๆ โดยการเอาแม่ของฉันมาบังคับข่มขู่หรอกนะ” เอมฤทัยพยายามมากเหลือเกินที่จะบังคับไม่ให้เสียงของตนเองสั่น แต่ทว่าดวงตากลมโตกลับไหวระริกไปมาอย่างไม่อาจเก็บความรู้สึกหวาดกลัวภายในใจได้ เนื่องจากผู้ชายที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ ดูคุกคามน่ากลัวอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน ท่าทางของผู้หญิงตรงหน้าคงจะหิวเงินน่าดู ถึงได้กลัวว่าเขาจะแอ้มเธอฟรีๆ สงสัยลูกไม้จะหล่นไม่ไกลต้น แม่เป็นยังไงลูกสาวก็คงจะเป็นแบบนั้น หลอกล่อผู้ชายด้วยปีกสวยๆ ของตนเอง ถึงแม้ผู้ชายคนนั้นจะมีลูกมีเมียแล้วพวกหล่อนก็ไม่สน ขอแค่ให้ได้เงิน ได้ความสะดวกสบาย พวกหล่อนก็ยอมทอดกายให้กับพวกเศรษฐีกระเป๋าหนักอย่างหน้าด้านๆ เขาคนหนึ่งล่ะที่ไม่คิดจะเกลือกกลั้วกับพวกผู้หญิงชั้นต่ำแบบนี้เลย “คิดว่าผม อยากจะแตะต้องร่างกายที่ถูกเสียบจนเป็นรูพรุนไปหมดทั้งตัวอย่างคุณหรือไง” คำพูดและสายตาที่แสนดูถูกราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงกลางใจ ทำให้เอมฤทัยควบคุมสติอารมณ์ของตนเองแทบไม่อยู่ “คุณ คุณกำลังดูถูกฉันอยู่นะ!” เอมฤทัยกำมือเข้าหากันแน่นอย่างโมโห ผู้ชายอะไรปากร้ายที่สุด เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยเจอ “พูดเรื่องจริงทำเป็นรับไม่ได้ แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลา รีบโทรศัพท์ไปบอกแม่ของคุณ ถ้าหากยังอยากมีลมหายใจอยู่ละก็ ให้เลิกยุ่งกับพ่อของผมซะ เพราะถ้าไม่เลิก ทั้งคุณและแม่ของคุณเดือดร้อนแน่!” ชายหนุ่มไม่ใช่แค่ขู่แต่เขาจะทำจริงๆ เวลานี้สิ่งที่บลิซเซิร์ดต้องการมากที่สุดก็คือ สืบรู้ให้ได้ว่าแม่ของนักร้องสาวคนนี้อยู่ที่ไหน เพื่อที่เขาจะได้ตามไปสั่งสอนให้เข็ดหลาบ “คุณจะทำอะไรแม่ฉัน” “ไม่ต้องถามมาก รีบโทรไปบอกแม่คุณเดี๋ยวนี้ ก่อนที่คุณจะเสียตัวฟรีๆ ให้กับลูกน้องของผม” “ฉันไม่โทร” “ทำไมถึงไม่โทร ไม่กลัวว่าผมจะตามไปฆ่าแม่ของคุณ และไม่กลัวตัวเองจะเดือดร้อนเหรอ” บลิซเซิร์ดมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยสายตาดูถูกเข้าไปใหญ่ หรือว่าหล่อนไม่ได้รักแม่ของตนเอง ถึงไม่ยอมโทรไปหา “ฉันไม่มีเบอร์โทรของแม่” หญิงสาวตอบ หากชายนุ่มจะทันมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มสวยซึ้ง เขาก็คงจะเห็นแววเศร้าเล็กน้อยฉายวาบออกมา แต่มันก็แค่เศษเสี้ยววินาทีเท่านั้น แววตาของเธอก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม “เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะไม่มีเบอร์มือถือของแม่ตัวเอง อย่ามาโกหกเสียให้ยากเลย หรือว่าคุณไม่ได้รักแม่ของตนเอง เอมฤทัย” ร่างระหงตวัดสายตาแข็งกร้าวมองร่างสูงทันที เขารู้จักชื่อเต็มๆ ของเธอได้ยังไง หรือว่าเขาไปสืบเรื่องของเธอมาหมดแล้วอย่างนั้นหรือ ผู้ชายคนนี้ช่างน่ากลัวจริงๆ “ฉันไม่มีเบอร์แม่ของฉันจริงๆ” “ก็ได้ ไม่ยอมโทรใช่ไหม งั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องออกไปจากห้อง และนับจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป ก็ยอมรับชะตากรรมของตนเองก็แล้วกัน” “ไม่ได้นะ! ฉันจำเป็นต้องใช้เงิน คุณจะมากักขังฉันเอาไว้แบบนี้ไม่ได้นะ!” หล่อนแหวใส่เสียงดังลั่น แค่คืนนี้เธอก็ขาดรายได้ไปตั้งมากมายแล้ว ถ้าหากเขายังขัดขวางการทำมาหากินของเธออีก เธอจะทำยังไงดี “ถ้าไม่อยากให้ผมขังคุณเอาไว้ในห้องนี้กับลูกน้องที่ทั้งโหดและหื่นของผมละก็ รีบทำตามที่ผมสั่งสิ แล้วผมจะปล่อยคุณไป” “ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่มีเบอร์โทรของแม่ฉันน่ะ หูหนวกหรือยังไง!” เอมฤทัยขึ้นเสียงดังมากขึ้นจนบลิซเซิร์ดก็เริ่มที่จะมีอารมณ์มากขึ้นแล้วเหมือนกัน หล่อนเป็นใครบังอาจมาตวาดใส่หน้าเขาแบบนี้ มือกร้านจึงบีบเข้าที่ปลายคางเล็กแรงๆ ก่อนที่จะจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้างมองเขาอย่างหวั่นๆ ด้วยนัยน์ตาสีอำพันเข้มเป็นประกายวาวโรจน์ “คุณมันก็แค่ลูกนางโลมชั้นต่ำ อย่ามาเสียงดังใส่ผม” ตะคอกใส่หน้าหญิงสาวจบก็ปล่อยมือออกแต่ เผียะ! “แม่ของฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว” ร่างเพรียวระหงหอบหายใจสะท้อนถี่ด้วยความโมโหสุดขีดจนหน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัด ใครดูถูกเธอเธอยังทนได้ แต่ถ้าดูถูกแม่ของเธอเมื่อไหร่ได้เห็นดีกันแน่! และก็เพราะอารมณ์โมโหอีกนั่นแหละที่ทำให้ร่างสูงใหญ่เดือดดาลจนเลือดขึ้นหน้า ก้าวเข้ามาหาลูกเจี๊ยบในกำมืออย่างคุกคามและกระชั้นชิด คิดอยากจะเด็ดปีกถอนขนหล่อนให้กระจุย คิดพลางวงแขนแข็งแรงก็ตวัดร่างนุ่มเข้ามาปะทะอกแกร่งดุจหินผาอย่างแรงพร้อมกับก้มหน้าลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มสีกุหลาบอย่างไม่ปรานี ลืมไปเลยว่าเธอคือผู้หญิงชั้นต่ำที่เขาไม่คิดอยากจะแตะต้อง เอมฤทัยแทบช็อคเมื่อจู่ๆ ผู้ชายที่บอกว่าไม่คิดที่จะแตะต้องผู้หญิงอย่างเธอกลับมากระทำต่อเธออย่างจาบจ้วงหยาบคาย หญิงสาวยืนนิ่งเป็นหุ่นให้ซาตานร้ายจุ่มจ้วงลิ้นร้อนๆ ซอกซอนเข้าไปในโพรงปากแสนหวานของเธออย่างอุกอาจนานหลายวินาที พอเริ่มมีสติก็พยายามออกแรงผลักดันอกแกร่งออกสุดแรง แต่ยิ่งออกแรงผลักแรงเท่าไหร่ อ้อมกอดแข็งแรงดุจปลอกเหล็กของชายหนุ่มก็ยิ่งรัดร่างนุ่มของเธอแน่นขึ้นมากเท่านั้นจนแทบจะหายใจไม่ออก เขาจุมพิตเธอราวกับจะสูบวิญญาณออกจากร่าง ขโมยลมหายใจของเธอไปจนเกือบหมด แทบจะไม่มีแรงต้านทาน คงได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดร้อนระอุอย่างคนหมดหนทางสู้ บลิซเซิร์ดรู้สึกแปลกใจไม่น้อย ว่าทำไมรสชาติของผู้หญิงชั้นต่ำอย่างนักร้องสาวตัวเล็กๆ คนนี้ถึงได้หอมหวานนัก ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งติดใจอยากจะลิ้มรสของหล่อนเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักอิ่ม ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าผู้หญิงที่ผ่านมือชายมามากมายจะยังคงหอมหวานปานน้ำผึ้งเช่นนี้ แต่หล่อนคือลูกสาวของผู้หญิงแพศยาคนนั้น ไม่มีวันที่เขาจะหลงเสน่ห์หล่อนง่ายๆ หรอก จู่ๆ จูบที่แสนดูดดื่มร้อนแรงก็หยุดลง พร้อมกับร่างหนาที่ผละริมฝีปากหยักลึกได้รูปออกอย่างรวดเร็ว สร้างความมึนงงให้กับเอมฤทัยยิ่งนัก เธอกำลังมึนเมากับจูบแรกในชีวิต แต่ก็พยายามที่จะทรงตัวให้กลับมายืนอย่างมั่นคงอีกครั้ง และรวบรวมสมาธิขึ้นมาได้ในที่สุด ก่อนที่สายตาพราวระยับไปด้วยม่านน้ำตาจะตวัดมองคนตัวโตตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง เธอกัดริมฝีปากที่สั่นระริกแน่นก่อนที่จะเงื้อมือขึ้นสูง แล้วฟาดลงมาสุดแรง “โอ๊ย!” บลิซเซิร์ดรู้ทัน จับแขนเรียวกลมกลึงเอาไว้มั่นและบีบมันแน่นจนหญิงสาวต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ชายหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาตื่นๆ ของลูกเจี๊ยบแสนสวยด้วยสายตาวาววับอย่างโกรธจัดเช่นกัน “แค่จูบเดียวมันยังไม่พอใช่ไหม อยากได้อีกหนึ่งจูบหรือยังไง ทูนหัว” “ไอ้คนเลว หยาบคาย ฉันเกลียดคุณ!” ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลเข้มวาวโรจน์อย่างโกรธจัด เขาเป็นใครกันบังอาจมาทำแบบนี้กับเธอ ป่าเถื่อนสิ้นดี “ผมยังเลวกว่านี้ได้อีกนะ ถ้าคุณไม่รีบทำตามที่ผมสั่ง รีบโทรไปหาแม่ของคุณเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะทำให้คุณกลายเป็นลูกไก่ที่ถูกเด็ดปีกสวยๆ ออก เป็นเพียงโสเภณีไร้ค่า โดยไม่ได้ราคาค่าตัวแม้แต่บาทเดียวในคืนนี้” บลิซเซิร์ดสั่งพร้อมกับส่งรอยยิ้มคล้ายจะเย้ยหยันมาให้หญิงสาวจนเธอหน้าชาไปหมด “ทำไม คิดว่าฉันกลัวคุณอย่างนั้นเหรอ ไหนๆ ก็เสียจูบให้คุณไปแล้วนี้ จะเสียอย่างอื่นอีกนิดๆ หน่อยๆ จะเป็นไรไป” เอมฤทัยมองผู้ชายตัวโตตรงหน้าอย่างท้าทาย ความหวาดกลัวหายไปสิ้นเมื่อเขาดูถูกแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอและดูถูกเธอ อีกอย่างบ้านเมืองมีกฎหมาย เรื่องอะไรเธอจะกลัวคำขู่ของเขา และเธอก็เชื่อในเรื่องเวรเรื่องกรรม เชื่อว่าคนทำดีก็ต้องได้ดี ทำชั่วก็ต้องได้ชั่ว และที่ผ่านมาหญิงสาวก็มั่นใจว่าเธอทำดีมาโดยตลอด ไอ้ผู้ชายปากสุนัขไม่รับประทานคนนี้ทำอะไรเธอไม่ได้ง่ายๆ แน่ แต่ในเมื่อเขาทำร้ายเธอด้วยคำพูด ด้วยการกระทำและด้วยสายตาก่อน เธอจะยอมถูกรังแกอยู่ฝ่ายเดียวได้ยังไง แม้ว่าจะเชื่อเรื่องการทำดี แต่เมื่อใครร้ายมาเธอก็ต้องร้ายกลับ เพราะอาชีพนักร้องในผับอย่างเธอจะอ่อนแอไม่ได้ และจะมาทำตัวอินโนเซ้นท์ไร้เดียงสาไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นเธอจะรอดจากปากเหยี่ยวปากกามาได้อย่างไร “ฮึ คิดจะเสนอตัวให้ผมเหรอ ถ้ายั่วไม่เก่งจริง ก็อย่ามาขายให้ผมเลย ผมไม่ซื้อหรอก” “ไม่เป็นไร คืนนี้ฉันบริการคุณฟรีๆ ก็ได้ ผู้ชายหล่อๆ อย่างคุณ เถื่อนๆ อย่างคุณหาง่ายเสียที่ไหน” เธอไม่คิดจะเป็นลูกไก่ในกำมือของเขาแล้วรอวันถูกเด็ดปีกถอนขนหรอก เอมฤทัยจึงสวมบทเป็นนางแมวยั่วสวาทในทันทีเพื่อความอยู่รอด และเพื่อให้รอดพ้นไปจากซาตานร้ายในคราบของเทพบุตรสุดหล่อที่แสนเย้ายวนใจตรงหน้า ‘สลัดความอายทิ้งไปเอมฤทัย เพื่อตัวเธอและคนที่เธอรัก’ สาวน้อยบอกตนเองในใจก่อนที่จะหลับตาลง แล้วค่อยๆ กระพือขนตางอนงามขึ้นมาช้าๆ ตรงเข้ามาสอดแขนกลมกลึงขึ้นไปโอบรอบลำคอแข็งแรงและโน้มศีรษะสีน้ำตาลเข้มลงมา แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตคางสากระคายเบาๆ อย่างท้าทายเชิญชวน สายตาสวยซึ้งฉ่ำหวานมองที่กระดุมเม็ดแรก ก่อนที่จะปลดมันออกทีละเม็ด ทีละเม็ด จนมันเผยแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยไรขนอ่อนสีทองนุ่มมือ แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวในความหล่อเหล่าเย้ายวนใจตรงหน้า แต่เอมฤทัยก็ต้องเดินหน้าต่อไป “คิดเหรอว่าแค่นี้จะทำให้ผมมีอารมณ์อยากจะนอนกับคุณ” พูดจบมือคร้ามก็กลัดกระดุมเข้าที่เดิมทุกเม็ด ไม่ปล่อยให้นางแมวสาวได้ยั่วเขาจนตบะแตก มหาเศรษฐีหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ยอมรับว่าเอมฤทัยมีเสน่ห์อย่างเหลือล้น เพราะแค่จูบเดียวเมื่อกี้ เขาก็แทบคลั่งแล้ว แต่ผู้หญิงทำงานกลางคืนแบบนี้ แถมมีแม่เลวๆ ที่คิดจะแย่งสามีคนอื่นไปเป็นสามีของตนอย่างหน้าด้านๆ แบบนั้นอีก เขาไม่ยอมลดตัวลงไปฟาดฟันกับหล่อนเด็ดขาด “โอเค ถ้าคุณไม่อยากจะถอดชุดก่อน ฉันจะเป็นคนถอดเสื้อผ้าของฉันออกก่อนก็ได้ คุณจะได้ดูสินค้าไงคะ เผื่อคุณจะเมตตาให้ฉันสักแสนสองแสนเพื่อไปทำทุน” นางแมวสาวยังคงยิ้มยั่ว ก่อนที่จะลงมือทำในสิ่งที่ตนเองรู้สึกอายที่สุดในชีวิต

บทที่ 3 ยั่วให้เดือดพล่าน 55%

บลิซเซิร์ดเหยียดยิ้ม ดวงตาสีอำพันเข้มจดจ้องลูกเจี๊ยบที่กำลังผลัดขน จะสวยสักแค่ไหนเชียว อย่างมากหล่อนก็คงจะสวยแค่หน้าตาเท่านั้น ภายใต้เสื้อผ้าเนื้อนุ่มก็คงจะเละไม่เหลืออะไรดีแล้ว สีสันความสวยงามของดอกไม้ก็คงจะมัวหมองโรยราไม่น่าดู ชายหนุ่มไม่มีทางเชื่อหรอกว่า ร่างกายของหล่อนจะสวยไปกว่าคู่นอนคนอื่นๆ ที่เขาเคยผ่านมา ขนาดนางแบบสาวชื่อดังก้องโลกที่เขาเคยนอนด้วยก็ยังไม่สวยถูกใจเขาเท่าไหร่เลย เอมฤทัยหันหลังให้ชายหนุ่ม ก่อนที่จะค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอทีละชิ้นทีละชิ้นช้าๆ อย่างใจเย็น จนกระทั่งเหลือเพียงบราเซียลายลูกไม้สีหวาน กับผ้าลูกไม้ผืนเล็กที่ปกปิดส่วนที่เป็นหญิงของเธอแค่สองชิ้นเท่านั้น บลิซเซิร์ดที่ในใจคิดดูถูกนักร้องสาวตลอดเวลา ต้องตะลึงมองความสวยงามผุดผ่องเย้ายวนใจตรงหน้า อย่างเผลอไผลและแอบชื่นชมเรือนร่างของนางแมวยั่วสวาทสาวโดยไม่รู้ตัว ‘โอ้พระเจ้า ขนาดบั้นท้ายของหล่อนยังเต็มตึงงามงอนขนาดนี้’ แต่ชายหนุ่มก็พยายามคิดว่า มันก็คงจะสวยแค่เพียงด้านหลังเท่านั้นแหละ ด้านหน้าของหล่อนคงไม่น่าดูหรอก หล่อนอาจจะหน้าท้องลาย หน้าอกอาจจะหย่อนคล้อยไม่น่าปรารถนาก็เป็นได้ แต่ทว่าหัวใจของเขาตอนนี้กลับเต้นรัวราวกับกลองศึกที่เต้นระทึกลุ้นไปกับสิ่งที่กำลังจะได้เห็นตรงหน้า แล้วหัวใจของชายหนุ่มก็กระตุกวาบ เมื่อบราเซียผืนเล็กหลุดออกจากร่างขาวผ่องนวลเนียนนั้น บลิซเซิร์ดแทบลืมหายใจ เมื่อร่างระหงที่เปลือยท่อนบนค่อยๆ หมุนร่างกลับมาทางเขาช้าๆ เจ้าของร่างสูงใหญ่ก็เหมือนจะถูกสาปให้ยืนนิ่งอยู่กับที่เมื่อสายตาคมกล้าเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนากำลังจ้องมองไปยังปทุมถันคู่งามเย้ายวนใจมากที่สุดตรงหน้า บลิซเซิร์ดแทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่า ถูกนางแมวสาวผลักร่างของเขาลงเตียงกว้างตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะชายหนุ่มมัวแต่มองรูปร่างผุดผาดงดงามไร้ที่ตินั้นไม่วางตา กระทั่งร่างเกือบเปลือยมานั่งทับอยู่บนกลางกายของเขา แล้วโน้มทรวงอกอวบอิ่มเข้ามาใกล้ เบียดความนุ่มเข้ากับความแกร่งอย่างยั่วยวน หัวใจของผู้ชายที่คิดว่าจะไม่มีวันเกลือกกลั้วกับผู้หญิงชั้นต่ำตรงหน้า คงต้องกลืนน้ำลายตัวเองหลายอึกทีเดียว เมื่อบางสิ่งบางอย่างในร่างกายของเขากำลังปวดหนึบเรียกร้องต้องการหล่อน “คุณจะไม่ลองชิมดูหรือคะ เอาแต่จ้องมองแบบนี้ จะรู้หรือคะว่ามันจะหวานสักแค่ไหน” หญิงสาวจงใจพูดยั่วทั้งน้ำเสียงทั้งแววตา ก่อนที่จะดึงร่างใหญ่หนาให้ขึ้นมาเกยทับร่างของตนเอง ที่พลิกตัวนอนหงายรอรับสัมผัสจากเขา ชายหนุ่มไม่ปฏิเสธ เพราะน้ำแข็งในใจที่เย็นชาได้ละลายลงทีละน้อยด้วยไฟราคะที่สาวน้อยร้ายเดียงสาจงใจจุดเผา เมื่อหล่อนเสนอเขาก็จะสนองให้ สายตาสีอำพันเข้มคมกล้าส่องประกายระยับไหวเมื่อเชยชมดอกบัวสองข้างสลับกันไปมา ก่อนที่จะก้มลงงับริมฝีปากร้อนๆ ลงบนยอดถันสีหวานอย่างหลงใหลมึนเมา สองมือคร้ามก็กอบกุมคลึงเคล้นเต้างามเต็มตึงอย่างคลั่งไคล้ เอมฤทัยที่พยายามหักห้ามใจตนเองไม่ให้หลงระเริงไปกับบทพิศวาสของซาตานร้าย ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกวาบหวามรัญจวนใจจนต้องเปล่งเสียงหวานๆ ออกมาเบาๆ กายสาวบิดเร่าไปด้วยไฟปรารถนาที่ชายหนุ่มแปลกหน้าเป็นคนจุดกลับให้ เธอกำลังรอบางอย่างด้วยความทรมานทั้งร่างกายและหัวใจ “คุณสวยเหมือนกันนะลูกเจี๊ยบ” ใช่แล้วหล่อนคือลูกเจี๊ยบ ลูกไก่ในกำมือของเขา สำหรับผู้ชายวัยสามสิบต้นๆ อย่างบลิซเซิร์ด ผู้ชายที่ยังไม่เคยเจอสาวใดที่ใบหน้าอยู่ระดับมัธยมแต่นมอยู่ในระดับปริญญาเอก หล่อนสวยซ่อนรูปจริงๆ ผิวพรรณก็ขาวสะพรั่งดั่งดอกไม้แรกแย้ม และเต็มไปด้วยเลือดฝาดสาวเมื่อถูกเขาสัมผัสเพียงเบาๆ เท่านั้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงกร้านโลกคนนี้ จะยังคงมีความสวยงามลออตาราวกับดอกกุหลาบแรกแย้มแสนสวย ที่ยังไม่เคยมีภุมรินตัวใดมาดูดกลืนน้ำหวานจากยอดเกสร ดอกไม้แสนหวานทั้งสองข้างยังดูสดใหม่ ยั่วยวนใจเขาให้เชยชิมเธออย่างกระหายไม่รู้จักอิ่ม หรือว่าเธอจะมีวิธีทำให้ตนเองสวยและสาวตลอดเวลาอย่างนั้นหรือ แล้วดอกไม้ดอกอื่นเล่าจะงดงามอย่างเช่นดอกไม้นุ่มละมุนที่อยู่ในอุ้งมือของเขาทั้งสองข้างนี้หรือเปล่า บลิซเซิร์ดคิดขณะที่เลื่อนกายลงมาอย่างอ้อยอิ่งเพื่อจะสำรวจร่างกายสาวตามที่ใจปรารถนา แต่ทว่ายังไปไม่ถึงจุดหมาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยั่วใจสตรี ก็เงยหน้าขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าบางอย่างในร่างกายของเขากำลังผิดปกติ ดวงตาที่เปล่งประกายระยับไปด้วยเพลิงพิศวาสเมื่อครู่ดูเบลอๆ เหมือนคนง่วงนอน นิ้วเรียวใหญ่ชี้มาที่ใบหน้าของหญิงสาวเหมือนจะคาดโทษเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “นี่คุณ...คุณวางยาผมเหรอ เอมฤทัย แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ผมไม่ปล่อย คะ...” คำว่า ‘คุณ’ และประโยคถัดมาเลือนหายไปกับพร้อมกับดวงตาสีอำพันเข้มที่ปิดสนิทลง แล้วใบหน้าคมคร้ามนั้นก็ฟุบลงบนหน้าท้องแบนราบ และหลับสนิทลงตรงนั้น ร่างนุ่มที่ถูกเกยทับครึ่งตัวถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างโล่งอก เธอลุ้นแทบตายคิดว่ายานอนหลับที่เธอแอบป้ายเอาไว้รอบยอดปทุมถันทั้งสองข้างจะไม่ออกฤทธิ์เสียแล้ว หญิงสาวดึงร่างของตนเองให้หลุดออกมาจากร่างหนาอย่างว่องไว ก่อนที่จะรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่อีกครั้งให้เรียบร้อย แล้วมองไปทางคนตัวโตที่หมดสภาพอยู่บนเตียงด้วยประกายตายิ้มเยาะ ก่อนที่จะเอาสิ่งของที่มีค่าในตัวชายหนุ่มออกมาจนเกลี้ยง มูลค่าก็คงจะไม่ต่ำกว่าสามสี่แสนบาทเป็นแน่ เอมฤทัยคำนวณอย่างคร่าวๆ ในใจ “เฮอะ คนร้ายกาจอย่างคุณสมควรจะโดนแบบนี้แหละ ของนี่ถือซะว่าเป็นค่าเสียเวลาและค่าสึกหรอของฉันก็แล้วกัน” จบประโยคที่แสนจะสะใจ ร่างระหงก็เดินเชิดเอาของมีค่าไปเก็บใส่กระเป๋าใบเล็ก ก่อนที่จะเดินไปสำรวจตนเองหน้ากระจกดูความเรียบร้อยของตนเองแล้วเดินเฉิดฉายออกไปจากห้อง มาร์คลูกน้องของบลิซเซิร์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู มองผู้หญิงของเจ้านายแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะคิดว่าเจ้านายของตนเองคงจะจัดการธุระกับเธอเรียบร้อยแล้วจึงได้ปล่อยนักร้องสาวออกมา ร่างสูงเกินสันทัดในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำทั้งชุดยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู กะว่าอีกสักห้านาทีเขาค่อยเข้าไปหาเจ้านายก็แล้วกัน เอมฤทัยเมื่อได้โอกาสก็รีบกดลิฟต์ และขึ้นแท็กซี่หนีกลับที่พักอย่างรวดเร็ว กลัวว่าผู้ชายบ้าคนนั้นกับลูกน้องของเขาจะตามมาทัน ถึงแม้ว่ายานอนหลับที่เธอป้ายเอาไว้ที่ทรวงอกจะแรงแต่มันก็ถูกชุดชั้นในเสียดสีจนเหลือปริมาณไม่มาก ไม่อย่างนั้นมันคงจะไม่ออกฤทธิ์ช้าแบบนั้น และเธอก็กลัวว่า ‘ไอ้คนเลว’ นั่นจะตื่นขึ้นมาเอาเรื่องในภายหลัง สงสัยเธอคงต้องหยุดทำงานสักพัก รีบเอาของมีค่าไปขาย เก็บเงินไปเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับพ่อของเธอ และส่วนที่เหลือก็จะเก็บเอาไปเป็นค่าเดินทางในการตามหาแม่ของเธอ เพื่อไปดูให้เห็นกับตาว่าแม่ของตนเองเป็นอย่างที่ไอ้ผู้ชายปากพล่อยนั่นพูดจริงหรือเปล่า แต่ก่อนอื่นเธอจะต้องไปหาปิ่นมุกเพื่อนรักกับดลสิทธิ์ที่เป็นเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเธอทั้งสองคนเสียก่อน เพื่อจะไปเล่าและปรึกษาปัญหาที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้ให้ทั้งสองคนฟัง เพราะเอมฤทัยมีลางสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าเรื่องร้ายๆ อาจจะเกิดขึ้นกับเธอเร็วๆ นี้ ถ้าหากว่าผู้ชายนัยน์ตาสีอำพันเข้มนั่นเจอตัวเธอ แล้วหาทางกลั่นแกล้งเธอ คิดได้ดังนั้นๆ เอมฤทัยก็รีบเอาของมีค่าทุกชิ้นที่ริบมาได้จากผู้ชายร้ายกาจคนนั้นไปขายตามร้านที่เขารับซื้อทอง แหวนเพชร และนาฬิกายี่ห้อดัง เมื่อเธอขายได้แล้วก็ลองเอาเงินมารวมกันก็ได้ถึงสามแสนกว่า และมันก็เพียงพอสำหรับค่าผ่าตัดของพ่อที่กำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งพอดี ‘พ่อจ๋า เอมหาเงินมาเป็นค่าผ่าตัดรักษาตัวพ่อได้แล้วนะ’ ใบหน้าหวานละมุนยิ้มบางๆ ออกมา พอถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น เอมฤทัยก็หอบเงินจำนวนนั้นเดินทางไปหาพ่อของเธอที่โรงพยาบาลซึ่งอยู่ไม่ห่างจากที่พักของเธอนัก ขณะที่กำลังนั่งรถประจำทาง เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กก็ดังขึ้น ตื๊ดๆ ตื๊ดๆ ! มองหน้าจอมือถือก็รู้ว่าใครที่โทรเข้ามา “หวัดดีค่ะพี่ดล” เสียงหวานกรอกไปตามสาย “หวัดดีจ้ะเอมมี่ ตอนนี้พี่กับน้ำขิงมาเยี่ยมพ่อของเอมมี่ที่โรงพยาบาลนะ แล้วตอนนี้เอมมี่อยู่ที่ไหนเหรอ” เสียงห้าวทุ้มทักทาย และถามกลับมาเสียงนุ่ม “เอมมี่กำลังจะไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลเหมือนกันค่ะ ดีจังจะได้เจอทั้งสองคนเลย เอมมี่กำลังคิดถึงทุกคนอยู่พอดีเลยค่ะ” “ขอบคุณครับที่คิดถึงพี่” ดลสิทธิ์รู้ว่าเอมฤทัยคิดกับตนแค่พี่ชายเท่านั้น แต่ชายหนุ่มที่แอบมีใจให้กับสาวน้อยที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันมานาน ก็ยังไม่อาจจะเปลี่ยนใจมารักเธอในแบบน้องสาวได้ อาจเป็นเพราะต่างคนต่างก็ยังโสดก็ได้ เขาจึงยังพอมีความหวัง “ยัยเอมมี่ แกห้ามคิดถึงพี่ดลมากกว่าฉันนะ ฉันไม่ยอมจริงๆ ด้วย” เป็นเสียงของปิ่นมุกนั่นเองที่แทรกขึ้นมา คงเป็นเพราะสาวห้าวจอมแก่นแย่งโทรศัพท์มาได้กระมัง หล่อนจึงแย่งโทรศัพท์ของชายหนุ่มมาคุยอย่างไม่เกรงใจ เพราะทั้งคู่สนิทสนมกันมากนั่นเอง “จ้าน้ำขิง ฉันต้องคิดถึงแกมากกว่าอยู่แล้ว พอใจยัง” เอมฤทัยกรอกเสียงหวานๆ ลงไปตามสายอย่างขำๆ “อื้อ แล้วตอนนี้แกอยู่ไหนเนี่ย” “กำลังนั่งรถประจำทาง ใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้วล่ะ แค่นี้ก่อนนะ ถึงแล้วค่อยคุยกัน” “โอเค แล้วเจอกันจ้ะ บ๊ายบาย” “บายจ้ะ” มือเรียวกดวางสาย ก่อนที่จะหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถ แต่ภาพของผู้ชายร้ายกาจนั่นก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวสมองของเธอไม่ยอมจางหายไปสักที เอมฤทัยต้องนั่งถอนหายใจยาวเป็นขบวนรถไฟไปตลอดทาง เมื่อไม่อาจสลัดภาพวาบหวามระหว่างเธอกับเขาให้หลุดออกไปจากใจได้ พอไปถึงโรงพยาบาลเอมฤทัยก็รีบเร่งฝีเท้าก้าวไปยังห้องพักฟื้นผู้ป่วย ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เพราะวันนี้นอกจากเธอจะได้เงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลของพ่อจนครบตามจำนวนที่คุณหมอเคยแจ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว เธอก็ยังได้มาพบทั้งเพื่อนทั้งพี่ชายในเวลาเดียวกันอีกด้วย ก๊อกๆ ผาง! สองร่างที่กำลังพูดคุยอยู่กับคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงหันกลับมาทางประตูอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย ก็เห็นร่างระหงของนักร้องสาวเสียงดีเดินยิ้มแป้นเข้ามาตั้งแต่ยังก้าวไม่พ้นขอบประตูเสียด้วยซ้ำ “เอมมี่ มาถึงเร็วจัง” ปิ่นมุกทักทายเพื่อนรักอย่างยินดี “รถไม่ค่อยติดน่ะ เลยมาถึงเร็ว แล้วแกกับพี่ดลมาถึงนานหรือยัง” “ก็เกือบชั่วโมงแล้วล่ะ” ปิ่นมุกตอบยิ้มๆ “เอมมี่เป็นไงบ้าง ไม่ได้เจอหลายวัน ดูผอมลงนะเนี่ย” คนสายตาดีสำรวจร่างโปร่งบางอย่างพินิจ เพราะเขาใส่ใจเธอเสมอ รู้ตลอดว่าเอมฤทัยอ้วนขึ้นหรือว่าผอมลง “เขาไม่เรียกว่าผอมหรอกค่ะพี่ดล แบบนี้เขาเรียกว่าหุ่นดีต่างหาก” เอมฤทัยแก้แบบเข้าข้างตนเองสุดๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้พ่อบังเกิดเกล้าที่นอนยิ้มอยู่บนเตียง แม้ว่าร่างกายที่ผ่ายผอมจะนอนหมดแรงกายอยู่บนเตียง แต่คนเป็นพ่อก็ไม่เคยหมดแรงกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา เอมฤทัยบอกเขาเสมอว่า เธออยู่ได้ก็เพราะมีพ่ออยู่ด้วย ถ้าไม่มีพ่อเธอคงจะอยู่ไม่ได้ แล้วก็ยังมีเพื่อนสนิททั้งสองคนของลูกสาวของเขานี่แหละที่คอยแวะเวียนมาให้กำลังใจเสมอๆ ไม่เคยขาด “วันนี้คุณพ่อดูอารมณ์ดีจังเลยนะคะ” “ก็คุณหมอบอกว่าเร็วนี้ๆ พ่อจะได้ผ่าตัดเปลี่ยนไตแล้ว พ่อจะได้กลับไปแข็งแรงเหมือนเดิมและช่วยเอมทำงานได้แล้วน่ะสิลูก” นายบุญเหลือเอ่ยกับลูกสาวยิ้มๆ รู้สึกภูมิใจในตัวบุตรสาวของตนเองนักที่เอมฤทัยเป็นเด็กดี และยังสามารถหาเงินตั้งมากมายมาเป็นค่าผ่าตัดรักษาตัวให้เขาได้ ในฐานะพ่อที่ดีเขาจะไม่ถามลูกสาวหรอกว่าเอมฤทัยหาเงินมาได้ยังไง เพราะเขาเชื่อว่าลูกสาวสุดที่รักคนนี้เป็นคนดีและไว้ใจได้เสมอ ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดศีลธรรมแน่นอน แต่ถ้านายบุญเหลือรู้ว่าเงินที่ลูกสาวคนดีของเขาได้มา มาจากการที่เอมฤทัยแปลงร่างเป็นนางโจรสาวดาวยั่วเมื่อคืนนี้ ชายชราจะรู้สึกเช่นไร “ถ้าอย่างนั้นคุณพ่อต้องเข้มแข็งนะคะ แล้ววันที่คุณพ่อผ่าตัด เอมจะมานั่งเฝ้านอนเฝ้าคุณพ่อทั้งวันเลยค่ะ” “น้ำขิงก็จะมาให้กำลังใจคุณพ่ออีกคนค่ะ” “ผมก็จะมาเป็นกำลังใจสำคัญของคุณพ่อด้วยครับ” “แหวะ กำลังใจสำคัญ พูดออกมาได้ไม่อายปาก อย่างกับตัวเองเป็นคนสำคัญนักนี่” ปิ่นมุกแขวะคนตัวสูงเป็นเสาโทรเลขทันทีที่ได้โอกาส ทำให้ชายหนุ่มต้องถลึงตาใส่ แต่เอมฤทัยกลับยิ้มขัน ขณะที่ผู้อาวุโสที่นอนอยู่บนเตียงก็ดูจะอารมณ์ดีไม่น้อย ที่เด็กๆ ดูรักใคร่กันดี และดีใจแทนลูกสาวที่มีเพื่อนดีๆ แบบนี้ “ขอบใจทุกคนมากนะ เอมด้วยนะลูก หนูคงเหนื่อยมากใช่ไหม” แววตาอบอุ่นห่วงใย ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่หม่นที่เริ่มจะฝ้าฟางตามสังขารที่ล่วงเลยมาหลายสิบปี มองมายังลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา “เอมไม่เหนื่อยหรอกจ้ะพ่อ และจะไม่เหนื่อยเลยถ้าพ่อหายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนเดิมอีกครั้ง พ่อต้องสู้ไปพร้อมกับเอมนะ เอมสัญญาว่าจะดูแลพ่ออย่างดีที่สุด และพ่อก็ต้องสัญญากับเอมด้วยนะจ๊ะว่าจะเข้มแข็งและสู้ไม่ถอย สัญญานะคะ” “ได้จ้ะลูก พ่อสัญญา” แล้วทั้งสามคนก็ยิ้มออกมา ยื่นมือไปจับแขนเหี่ยวๆ อย่างให้กำลังใจ ทำให้ชายสูงวัยที่ดูจะแก่เกินอายุไปหลายปียิ้มออกมาอย่างตื้นตันใจ และบอกให้ตนเองสู้ๆ ตามที่ได้สัญญากับลูกสาวสุดที่รักเอาไว้ และตั้งใจไว้ว่าเขาจะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อเพื่อรอวันที่จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับลูกสาวด้วยกันสองคนอยู่ที่บ้านสวนหลังเล็ก เพื่อทำสวนเล็กๆ เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ไปตามประสาในบั้นปลายชีวิต ที่สำคัญเขาจะต้องอยู่จนถึงวันที่เอมฤทัยได้แต่งงาน ได้เห็นหลานตัวเล็กๆ วิ่งเล่นไปรอบบ้าน มีโอกาสได้เห็นหลานเติบใหญ่ เท่านั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้คนแก่ๆ อย่างเขาฮึดสู้เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป หลังจากที่อยู่คุยกับพ่อจนร่างผอมที่นอนอยู่บนเตียงผล็อยหลับไป ทั้งเอมฤทัยและเพื่อนรักอีกสองคนก็เดินออกมาคุยกันต่อด้านล่างของโรงพยาบาล แถวๆ พุ่มไม้ที่ให้ความร่มรื่น ตอนแรกเอมฤทัยตั้งใจจะคุยเรื่องส่วนตัวมากๆ ให้กับปิ่นมุกฟัง แต่เพราะมีดลสิทธิ์อยู่ใกล้ๆ เธอจึงไม่สะดวกที่จะเล่า หญิงสาวจึงได้แค่ฝากฝังให้เพื่อนรักทั้งสองคนดูแลพ่อของเธอด้วยเวลาที่เธอติดธุระสำคัญติดต่อกันหลายวัน อย่างเช่นว่าอาจจะไปตามหาแม่ที่ต่างจังหวัดไกลๆ ซึ่งหญิงสาวก็ได้บอกทุกคนแล้วว่าทำไมเธอถึงต้องออกตามหาแม่ ก็เพราะ คำขู่ของผู้ชายร้ายกาจคนนั้นนั่นแหละ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะอาละวาดเพราะโกรธเธอมากแค่ไหน เมื่อรู้ว่าตนเองถูกผู้หญิงอย่างเธอเล่นงาน เจ้าของ คิง พาเลซ บีบีไอ โฮเต็ล โรงแรมหกดาวสุดหรูในเครือ คิง พาเลซ เฮอริแกรนด์ กรุ๊ป รู้สึกโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เมื่อลูกน้องคนสนิทมารายงานว่ายังตามหาตัวเอมฤทัยไม่พบ ความรู้สึกตั้งแต่เมื่อรู้ตัวว่า ถูกสาวน้อยเมื่อวานซืนมาลูบคมเสือร้ายอย่างเขา นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่เป็นถึงเจ้าของโรงแรมห้าดาวถึงหกดาวชื่อดังหลายแห่งที่ครอบคลุมพื้นที่ทางภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตกของประเทศไทย ผู้ชายที่มีแต่ผู้หญิงยอมพลีกายให้ฟรีๆ และแย่งกันปรนนิบัติรับใช้และให้เกียรติ กลับต้องมาถูกผู้หญิงที่เขาคิดว่าเธอมันก็แค่ดอกหญ้าชั้นต่ำมาล่อหลอกเอาได้ มันน่าเจ็บใจนัก ตอนนี้นอกจากบลิซเซิร์ดจะโกรธแค้นแม่ของเอมฤทัยแล้ว เขายังแค้นแม่นักร้องสาวตัวแสบที่ชื่อเอมฤทัยนั่นด้วย หล่อนทำกับเขาได้แสบสันจริงๆ นอกจากจะไม่ได้แอ้มแล้ว เขายังต้องมาเสียทรัพย์นับแสนให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ไร้สกุลนั่นด้วย รู้ถึงไหนคงได้อายไปถึงนั่น ‘เอมฤทัย ฉันไม่ปล่อยให้เธออยู่อย่างสุขสบายแน่!’ ร่างสูงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่บนเก้าอี้หรูประจำตำแหน่งของท่านประธานใหญ่ ของ คิง พาเลซ เฮอริแกรนด์ กรุ๊ป

อ่านต่อ