ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
บทที่ 1 ชนวนแค้นชนวนรัก 30%

ร่างสูงเปรียวเกือบสองเมตรที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นเปี๊ยะด้วยรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ แบบที่สาวๆ เห็นจะต้องตะลึงอึ้งจนแทบลืมหายใจกันเลยทีเดียว ใบหน้าคมคร้ามดุดัน ที่มีคิ้วคางจมูกปากและดวงตาประกอบกันทำให้เขากลายเป็นบุรุษที่หล่อสุดๆ ในสามโลกเลยก็ว่าได้ ผู้ชายที่เกิดมามีหน้าตาเป็นอาวุธพิชิตใจสาวๆ แทนที่จะยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข แต่ทว่าบัดนี้ดวงตาสีบรั่นดีที่เคยทำให้สตรีเพศมึนเมากลับฉาบไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น ‘ผู้หญิงทุกคนมันก็เหมือนกันหมด มารยา! หน้าเงิน!’ เจ้าของใบหน้าคมคร้ามบาดจิตบาดใจกำลังนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาทุ่มเทใจให้หล่อนด้วยจิตใจที่เคียดแค้นรุนแรง พีรดาช่างเป็นผู้หญิงที่สวยงาม งามทั้งจิตใจและใบหน้า เป็นนางแบบสาวที่สวยเซ็กซีไร้ที่ติ บทรักของหล่อนก็ร้อนแรงและประทับใจเขามากกว่าผู้หญิงทุกคนที่เคยคบมา นอกจากนางแบบสาวจะมีเสน่ห์ที่รูปร่างหน้าตาแล้ว หล่อนยังมีเสน่ห์ปลายจวักอีกต่างหาก นับว่าผู้หญิงอย่างพีรดาเหมาะที่สุดแล้วที่จะเป็นเจ้าสาวของเขา แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะดูผู้หญิงคนนี้ผิดไป ไอรอนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตนเองโดนสวมเขามาโดยตลอด เพราะคิดว่าคนรักของตนเองใสซื่อเป็นคนดีแม้ว่าหล่อนจะเคยผ่านมือชายมาแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยถือสาและเชื่อใจนางแบบสาวมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงวันที่ชายหนุ่มคิดว่าเขาควรจะหยุดความเจ้าชู้ของตนเองลงเสียที เขาอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนครอบครัวของพี่ชายบ้าง แต่สิ่งที่เขาคิดก็พังทลายลงไปในชั่วพริบตา เมื่อผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นมาประกาศต่อหน้าต่อตาเขาว่าหล่อนกำลังจะแต่งงาน! ‘สารเลว!’ เจ้าของร่างสูงที่เปลือยท่อนบนโชว์กล้ามเนื้อท้องที่เป็นลอนลูกสวยงามกำมือเข้าหากันแน่น ขบกรามเข้าหากันจนเป็นสันนูนเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ชายหนุ่มรู้สึกโกรธแค้นหญิงโฉดชายชั่วคู่นั้นมากพอๆ กับที่เขากำลังโกรธแค้นตัวเองที่ถูกหลอก มันน่าเจ็บใจนัก! และภายหลังไอรอนก็รู้เหตุผลว่าทำไมพีรดาถึงได้เลิกกับเขาแล้วไปกับแต่งงานกับไอ้หมอนั่น เพราะว่ามันรวยมากนั่นเอง ความโกรธแค้นชิงชังฉายชัดออกมาทางแววตา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดจิตใจที่ฝังจำกับความเจ็บแค้นก็ยังไม่มีวันจางหาย นึกถึงภาพในวันนั้นคราใดจิตใจมันก็ร้อนรุ่มเต็มไปด้วยเพลิงอาฆาตทุกครั้งไป เขาต้องกลายเป็นคนจิตใจด้านชาไม่เปิดใจรับผู้หญิงคนไหนเข้ามาครอบครองหัวใจของตนเองได้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาเลิกสนใจใยดีมารยาหญิงที่พวกเธอพยายามแสดงออกมาว่าชอบเขา เพราะทุกครั้งที่พวกผู้หญิงเอ่ยบอกว่าชอบเขา รักเขา ภาพความทรงจำเหล่านั้นที่พีรดาเคยทำไว้ในอดีตก็ผุดขึ้นมาในมโนทุกที “ไอรอนคะ คุณมีเรื่องสำคัญอะไรหรือคะ ถึงได้นัดรดามาคุยที่นี่” “เรื่องของเราไงรดา คือผมคิดว่า...” คนที่กำลังเรียบเรียงคำพูดที่จะขอสาวเจ้าแต่งงานยังคงอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าที่จะเอ่ยประโยคที่ซ้อมมาทั้งคืนสักที และพีรดาก็ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วมองไปรอบๆ เหมือนกับนัดใครไว้อีกคน “มีอะไรก็รีบพูดมาสิคะ รดาจะได้พูดเรื่องสำคัญของรดาบ้าง ที่จริงรดาตั้งใจจะบอกคุณพรุ่งนี้ แต่ไหนๆ วันนี้เราก็เจอกันแล้ว รดาเลยคิดว่าบอกคุณไปเลยดีกว่า” ใบหน้าของพีรดาไม่ได้ดูเดือดเนื้อร้อนใจเลยสักนิดที่จะพูดเรื่องสำคัญของหล่อน “ถ้าอย่างนั้นรดาพูดเรื่องสำคัญของรดาก่อนก็ได้ครับ” ไอรอนยังคงยิ้มแต่รอยยิ้มของเขาก็ต้องหุบลงฉับพลันเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นผู้ชายหล่อล่ำใบหน้าออกไปทางตะวันตกเช่นเดียวกับเขากำลังเดินตรงมายังที่หล่อนกับเขานั่งอยู่ “ไฮ่ดาร์ลิง ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนคุณหรือ” หนุ่มผมสีน้ำตาลบรอนซ์ก้มลงถามนางแบบสาวตรงข้างแก้มของหล่อนอย่างสนิทสนมด้วยภาษาอังกฤษ พีรดาหันมายิ้มให้หนุ่มชาติตะวันตกผู้มาใหม่ด้วยสายตาหวานเยิ้ม ก่อนจะหันมายิ้มให้ไอรอน “ใช่ค่ะดาร์ลิง นี่คือมิสเตอร์ไอรอนเพื่อนสนิทของดาด้าค่ะ” หล่อนแทนชื่อเล่นใหม่กับแฟนใหม่ของตนเองเสร็จสรรพอย่างชินปาก และคำตอบแนะนำของนางแบบสาวก็ทำให้ไอรอนชาดิกไปทั้งตัว ‘หล่อนเรียกผู้ชายคนนั้นว่าที่รัก’ “ไอรอนคะ นี่คาเลสคนรักของรดาค่ะ เรากำลังจะแต่งงานกันเดือนหน้าที่อิตาลี รดาเชิญคุณด้วยนะคะ” ไอรอนไม่คิดเลยว่าผู้หญิงอย่างพีรดาจะใจร้ายใจดำกับเขามากถึงขนาดนี้ หล่อนแนะนำคนรักใหม่ที่กำลังจะแต่งงานด้วยเร็วๆ นี้ด้วยใบหน้าใสซื่อไร้ความระอายแก่ใจโดยสิ้นเชิง ‘นี่หล่อนไม่คิดบ้างหรือว่า เขาจะรู้สึกอย่างไรที่ได้ยินหล่อนพูดแบบนั้น’ “เพราะอะไรหรือรดา คุณถึงได้ใจร้ายกับผมนัก” นางแบบสาวฝืนยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะตอบอย่างดัดจริตว่า “รดาเสียใจนะคะไอรอน แต่รดาทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวค่ะ คุณคงเข้าใจนะคะ รดารักคุณคนเดียว แต่รดาจำเป็นต้องเลือกเขาเพราะรดาต้องการช่วยเหลือธุรกิจของพ่อ ยกโทษให้รดาด้วยนะคะ” คำพูดแสนหวานที่เคลือบยาพิษไว้ที่ปลายลิ้นกำลังพ่นคำลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามกลั่นมันออกราวกับนางร้ายมืออาชีพในละครที่ตั้งใจจะพูดเอาดีเข้าตัวแล้วต้องการให้คนอื่นเห็นใจ “ผมไม่มีวันยกโทษให้ เด็ดขาด!” คนที่กำลังเจ็บแค้นพูดลอดไรฟันออกมาเบาๆ แต่คนฟังก็ได้ยินอย่างชัดเจน พีรดาปั้นสีหน้าไม่ถูกเล็กน้อย ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนควงแขนแฟนหนุ่มหล่อล่ำแล้วขอตัวจากไป ปล่อยให้คนอกหักนั่งจมปลักกับความผิดหวังรุนแรงราวกับฟ้าผ่าลงมากลางใจอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ข่าวบันเทิงเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ไอรอนตัดสินใจที่จะชำระแค้นกับนางแบบสาวแพศยาหน้าเงินอย่างพีรดาเสียที อีกประมาณสองอาทิตย์หญิงแพศยาจอมมารยาหน้าเงินนั่นก็จะเดินทางกลับมาจากอิตาลีในฐานะม่ายสาวพราวเสน่ห์ และชายหนุ่มเชื่อว่าทันทีที่เขาเปิดเผยตัวเองว่าไม่ใช่ผู้ชายจนๆ กระจอกงอกง่อยเหมือนเมื่อก่อน ผู้หญิงหิวเงินคนนี้จะต้องอยากกลับมาขอคืนดีกับเขาแน่ๆ ตอนนี้ชายหนุ่มยังคิดแผนการที่จะแก้แค้นเอาคืนนางแบบสาวไม่ออก รู้แค่ว่าเขาจะต้องหาวิธีที่จะทำให้ผู้หญิงหน้าเงินเลือดเย็นคนนั้นได้รับความเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าที่หล่อนเคยทำไว้กับเขาแน่นอน ดวงตาสีบรั่นดีวาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว ใบหน้าคมคร้ามที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรยามนี้ดูเหี้ยมเกรียมน่ากลัวอย่างกับใบหน้าของอสูรร้ายก็ไม่ปาน วันนี้ ล้านนา พาเลซ บีบีไอ โฮเต็ล จะมีการประกาศผลพนักงานดีเด่นแห่งปีจำนวนสิบคน และสิบคนนี้นอกจากจะได้รับโบนัสพิเศษยังมีสิทธิ์จับรางวัลพิเศษถึงสี่รางวัลอีกด้วย และรางวัลที่สาวน้อยนามว่าอัญชันต้องการมากที่สุด ก็คือรางวัลที่สาม พ็อกเก็ตมันนี่หนึ่งแสนบาทพร้อมกับตั๋วเข้าชมงานในเทศกาลคาร์นิวัล ที่เวนิส ประเทศอิตาลีเป็นเวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน ซึ่งรางวัลที่สามหนึ่งรางวัลสามารถพาเพื่อนไปด้วยได้หนึ่งคน และวันพรุ่งนี้ ทางโรงแรมก็จะเนรมิตให้ห้องแกรนด์บอลรูมสุดหรูเป็นเมืองเวนิสขนาดย่อมเพื่อฉลองต้อนรับงานคาร์นิวัลล่วงหน้าก่อนที่จะไปเที่ยวงานสวมหน้ากากที่เวนิส ประเทศอิตาลีในเดือนหน้าที่จะถึงนี้ ในงานสวมหน้ากากคืนพรุ่งนี้ทางโรงแรมจะจัดให้มีการเต้นรำ พร้อมกับดินเนอร์สุดหรูที่จำลองให้เหมือนกับอยู่เวนิส ทุกคนที่มาร่วมงานจะต้องแต่งกายด้วยชุดแฟนตาซีพร้อมทั้งสวมหน้ากากทุกคน และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้นก็คือ คืนพรุ่งนี้พนักงานทุกคนจะได้รู้จักกับเจ้าของโรงแรมที่ยังไม่เคยมีพนักงานคนไหนเคยเห็นหน้าค่าตาเขามาก่อน แต่ทุกคนได้ยินข่าวลือแค่เพียงว่าเขาคือซีอีโอหนุ่มที่ทั้งหล่อ รวยเข้าขั้นอภิมหาเศรษฐีแล้วก็ยังโสดอีกด้วย สาวๆ หลายคนในออฟฟิศต่างก็ใฝ่ฝันอยากเจอและอยากรู้จักกับมหาเศรษฐีหนุ่มที่ทั้งหล่อและทั้งโสด แต่สำหรับอัญชันเธอไม่ได้สนใจหรอกว่าใครคือเจ้าของโรงแรมใหญ่โตแห่งนี้ เพราะยอดชายในดวงใจที่เธอแอบรักเขามาถึงสามปีเต็มต่างหากคือคนที่เธอสนใจมากที่สุด ไอรอน ทำงานอยู่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ดูแลแขกพิเศษ เป็นพนักงานรีเซฟชั่นเช่นเดียวกับเธอ เขาคือผู้ชายคนเดียวที่หญิงสาวคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออก ไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่นก็มักจะมีใบหน้าหล่อคร้ามบาดใจของเขามาลอยอยู่ตรงหน้าทุกคืนวัน และวันนี้อัญชันก็ได้ไปบนบานศาลกล่าวกับเจ้าที่เจ้าทางไว้ว่าถ้าหากเธอจับฉลากได้รางวัลที่สาม เธอจะแก้บนด้วยการเข้าไปสารภาพรักกับไอรอนในงานรื่นเริงคืนพรุ่งนี้ พร้อมทั้งชวนเขาไปเที่ยวเทศกาลคาร์นิวัลที่เวนิสด้วยกัน อัญชันทำงานอยู่ในแผนกเดียวกันกับไอรอนมานานถึงสามปีเต็ม แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกันหรอก สาวน้อยช่างฝันคงได้แต่แอบมองหน้าชายหนุ่มอยู่ห่างๆ ยามที่เขาเผลอเท่านั้น ไอรอนเป็นผู้ชายที่ทำงานเก่งมาก เขาสามารถเปลี่ยนความไม่พอใจและคำตำหนิของลูกค้าเป็นคำชมได้เสมอ และปัญหาที่เจอในส่วนของฟร้อนท์ (Front) ไม่เคยไปถึงผู้จัดการใหญ่หรือผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมเลยแม้แต่ครั้งเดียว สาวน้อยจดรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวเกือบทุกอย่างของชายหนุ่มในดวงใจไว้อย่างละเอียด อาทิเช่น อาหารที่เขาชอบทาน กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ วันเดือนปีเกิดของเขา และรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่อัญชันจดบันทึกไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ของเธอ มีเพียงที่อยู่ของเขาเท่านั้นที่อัญชันไม่รู้ว่าชายหนุ่มพักอยู่ที่ไหน แต่มาวันนี้หญิงสาวไม่จำเป็นต้องไปเปิดดูสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มนั้นอีกแล้ว เพราะทุกอย่างเกี่ยวกับไอรอน ได้ถูกเมมไว้ในสมองน้อยๆ ที่ไม่เคยลืมชื่อผู้ชายคนนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว อัญชัน แคชเชียร์สาว เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ยังโสดอยู่ในแผนกถ้าไม่นับเจ๊พอลลี่สาวประเภทสองที่ยังไม่คิดลงเอยกับผู้ชายคนไหน วันนี้เป็นวันหยุดแต่หญิงสาวต้องมาทำโอที ร่างเพรียวบางอยู่ในชุดพนักงานโรงแรมเรียบร้อยสีหวาน ที่ตัวเสื้อสวมมิดชิดปิดต้นคอระหง ตัวกระโปรงก็ยาวเลยเข่าเล็กน้อยราวกับสาวทึนทึกอย่างที่พวงผกาเคยวิจารณ์หลายครั้ง ผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนใหญ่ฟูฟ่องล้อมรอบใบหน้าเรียวรูปไข่นวลผ่องที่ไม่มีการแต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้าแม้แต่เฉดสีเดียว เมื่อบวกเข้ากับแว่นสายตากรอบดำขนาดเบ้อเริ่ม ยิ่งเน้นให้แคชเชียร์สาวที่อายุเพียง 24 ปีดูเฉิ่มและเชยในสายตาของใครหลายคนที่ได้พบเห็น เจ้าของร่างเพรียวสมส่วนยืนมองตึกสูงตระหง่านตรงหน้า ด้วยหัวใจที่กำลังเต้นระทึกเพราะความตื่นเต้นที่จะได้เห็นรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานดีเด่นประจำปีของโรงแรม พนักงานของ ล้านนา พาเลซ บีบีไอ โฮเต็ล มีตั้งหลายแผนก แต่ละแผนกก็มีตั้งหลายตำแหน่ง รวมแล้วก็คงมีจำนวนพนักงานเป็นร้อย แต่จะมีผู้โชคดีเพียงสิบคนเท่านั้นที่ได้รับคัดเลือก ‘สาธุ ขอให้ลูกช้างได้รับรางวัลที่สามทีเถอะ’ หญิงสาวจอมเพ้อฝันยกมือไหว้ศาลพระภูมิของโรงแรมก่อนจะเดินเข้าไปในตึกสูงระฟ้าด้วยความหวังอันสูงลิบ ก่อนจะเดินไปดูที่บอร์ดประกาศข่าวของแผนกต้อนรับ ซึ่งมีพนักงานที่มาทำโอทีหลายคนพากันมุงดูรายชื่อพนักงานดีเด่น ทุกคนต่างก็ชะเง้อชะแง้มองหาชื่อของตนเองว่ามีหรือไม่ “ยัยอัญ! ฉันดีใจด้วยนะที่แกได้รับเลือกเป็นพนักงานดีเด่นประจำปี” พวงผกาเพื่อนรักสุดเลิฟของอัญชันนั่นเองที่ตะโกนออกมาจากฝูงชนที่เบียดเสียดกันดูรายชื่อผู้โชคดีที่หน้าบอร์ด พวงผกาเป็นโอเปอเรเตอร์สาวที่ทำงานขยันขันแข็งไม่แพ้แคชเชียร์สาวอย่างอัญชันเช่นกัน “กรี๊ด! จริงหรืออิ๋ว” อัญชันหวีดร้องออกมาด้วยความดีอกดีใจสุดขีด กระโดดโลดเต้นราวกับเด็กได้ของขวัญที่ถูกใจ ร่างเพรียวบางสวมกอดเพื่อนรักด้วยอาการลิงโลด ก่อนจะหยุดนิ่งถามพวงผกาว่ามีใครอีกบ้างที่ได้รับคัดเลือกเป็นพนักงานดีเด่นเหมือนกับเธอ

บทที่ 2 ชนวนแค้นชนวนรัก 65%

“แล้วมีใครอีกบ้างล่ะอิ๋วที่โชคดี” “ก็ ฉันไง แล้วก็เพื่อนผู้ชายแผนกอื่น” พวงผกาบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจไม่แพ้กัน ทั้งสองสาวยิ้มหน้าบานแทบจะถึงใบหู “จริงหรือคุณเพื่อน ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เรามาลุ้นกันนะว่าใครจะจับฉลากได้รางวัลอะไรบ้าง” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายระยิบระยับเมื่อนึกถึงเมืองในฝันและรางวัลที่ตนเองอยากได้ “ฉันอยากได้รางวัลที่สาม ฉันอยากไปเวนิสกับดาร์ลิงของฉัน เราสองคนจะได้ล่องเรือกอนโดลา¹ ไปตามแกรนด์คแนล² แล้วก็ไปจุมพิตกันใต้สะพานริอัลโต้³ เพื่อให้ความรักของเรามั่นคงยืนยาวตราบนานเท่านาน ว้าว...ช่างโรแมนติกจริงๆ” ¹เรือกอนโดลา (Gondola) คือเรือสีดำยาวขนาดยาว 11 เมตรกว้าง 1.42 เมตร หนัก 350 กก. บรรจุผู้โดยสารได้ 6 ที่นั่งเป็นเรือที่ใช้คนพาย คนเวนิสจะเรียกหนุ่มกอนโดเลียร์ (gondolier) พวกเขาจะสวมเสื้อยืดลายแถบดำขาวขวางลำตัว สวมแว่นดำ มีหน้าที่พายเรือพานักท่องเที่ยวล่องไปตามลำคลองของเมืองเวนิส ²แกรนด์คแนล (Grand Canal) คือคลองใหญ่ที่ผ่ากลางเมืองเวนิส ³สะพานริอัลโต้ (Ponte di Rialto) คือสะพานที่สวยที่สุดและโด่งดังมากที่สุดในเวนิส ซึ่งเป็นสะพานที่ใช้ข้ามคลองใหญ่ (Grand Canal) เผียะ! อัญชันตีเผียะเข้าที่แขนของเพื่อนรักไม่ค่อยจะเบานัก เมื่อเห็นพวงผกาทำตาเคลิ้มฝันนึกถึงสวรรค์วิมานในเมืองเวนิสที่ทั้งสองต่างก็ใฝ่ฝันมานานแล้วว่าอยากจะไปท่องเที่ยวที่นั่นกันกับผู้ชายที่ตนเองรักสักครั้ง เพราะที่นั่นมีตำนานเล่าขานต่อกันมาว่า ถ้าหากคู่รักกันได้นั่งเรือกอนโดลา (Gondola) ไปตามแกรนด์คแนล (Grand Canal) แล้วจุมพิตกันใต้สะพานริอัลโต้ (Ponte di Rialto) ความรักจะยั่งยืนยาวนาน “โอ๊ย! ยัยอัญมาตีฉันทำไมเนี่ย เจ็บนะ ชิ...คนไม่มีแฟนอิจฉาเขาล่ะสิ” “อิจฉาอะไรกัน ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้รางวัลอะไร ที่ฉันตีแก เพราะอยากให้แกตื่นจากฝันต่างหาก” ปากก็พูดไปแบบนั้น แต่ในใจแคชเชียร์สาวกลับคิดไปไกลกว่าคนที่มีแฟนแล้วเสียอีก แต่เรื่องที่เธอคิด เป็นเรื่องที่ยังไม่กล้าบอกใครเท่านั้น แต่มีหรือที่เพื่อนที่รู้ใจอย่างพวงผกาจะไม่รู้ว่าเพื่อนรักของตนเองกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ พวงผกาพอจะรู้ว่าอัญชันแอบมีใจให้กับไอรอนพนักงานหนุ่มหล่อที่ทำงานอยู่ในแผนกเดียวกันมานานแค่ไหน สาวเจ้าก็ได้แต่แอบมองอยู่ห่างๆ ไม่เคยแสดงตัวสักที ขนาดเธอลุ้นแล้วลุ้นอีกแต่แม่เพื่อนสาวขี้อายก็ยังขี้ขลาดตาขาวไม่กล้าสารภาพความในใจออกมาเสียที แต่ใครจะกล้าล่ะ ไอรอนดูเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจมาเป็นแรมปีแล้วตั้งแต่ที่เขาอกหักจากแม่สาวสะโพกกลมนมโตนั่น หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นเขาควงผู้หญิงคนไหนออกหน้าออกตาอีกเลย ทั้งที่มีผู้หญิงทั้งในแผนกและนอกแผนกต่างก็ทอดสะพานให้ชายหนุ่มไม่เว้นแต่ละวัน นั่นเพราะรูปร่างหน้าตาของเขาหล่อเหลากว่าผู้ชายทุกคนในโรงแรมนั่นเอง ไอรอน เป็นผู้ชายที่เสน่ห์แรง ดูดีมีสง่าราศีมากกว่าหัวหน้าผู้จัดการฝ่าย หรือผู้บริหารระดับสูงหลายคนเสียอีก ชุดของพนักงานชายในโรงแรมระดับไฮเอนด์สามารถทำให้ผู้ชายรูปร่างหน้าตาบ้านๆ ดูดีขึ้นมามาได้มากโข แล้วนับประสาอะไรกับผู้ชายหล่อระเบิดระเบ้ออย่างไอรอนที่พอสวมชุดพนักงานชายที่เป็นชุดสูทสีดำสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกเนคไทสีเดียวกับเสื้อนอกจะดูดีราวกับเทพบุตรเดินดิน ไอรอนคงสามารถสมัครเป็นพระเอกละครน้ำเน่าหลังข่าวภาคค่ำได้สบายๆ เลย “โน่น พระเอกในฝันของแกเดินมาแล้ว” พวงผกาบุ้ยปากให้เพื่อนสาวหันไปดูใครบางคนที่เป็นที่หมายปองของสาวๆ กำลังเดินมาทางที่พวกตนยืนอยู่ แต่พนักงานที่มีหน้าที่ต้อนรับแขกพิเศษอย่างไอรอนก็ไม่ชายตาแลสองสาวเลย เขาเดินผ่านไปขึ้นลิฟต์อีกฝั่งโดยมีสาวๆ มองตามกันจนเหลียวหลัง “ไม่ว่าจะวันไหน ฉันก็เป็นเพียงผู้หญิงนอกสายตาของเขาวันยังค่ำ เฮ้อ...” คนที่แอบรักคนอื่นข้างเดียวมาโดยตลอดทำท่าทอดถอนใจอย่างท้อแท้ แต่ก็ยังไม่ถึงกับท้อถอย “กล้าๆ หน่อยสิเพื่อน พรุ่งนี้ถ้าแกโชคดีได้รางวัลที่สามก็ไปสารภาพรักกับเขาเสียสิ หลังจากนั้น แกก็ชวนเขาไปเที่ยวเวนิสด้วยกัน ถ้าแกไม่กล้า ฉันจะพูดให้ก็ได้นะเอาไหม” คนอยากทำตัวเป็นกามเทพสื่อรักรีบยุยงส่งเสริมด้วยสีหน้าแววตาเหมือนลุ้นเต็มที่ อยากให้เพื่อนรักสมหวังในรักสักที “ฉัน...ฉันว่ารอให้เขาประกาศรางวัลก่อนดีกว่า ฉันยังไม่อยากคิดไปไกลน่ะ เรารีบไปทานข้าวกันเถอะ เหลือเวลาอีกยี่สิบนาที ป๊ะ...อิ๋ว ฉันหิวแล้ว” อัญชันลากแขนเพื่อนรักไปยังโซนห้องอาหารที่บริการฟรีสำหรับลูกค้าที่เข้ามาพักกับพนักงานทุกคนในโรงแรมทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้คนช่างยุได้พูดอะไรต่ออีก พอพูดเข้าตัวทีไรอัญชันสาวน้อยขี้อายก็จะหาทางหลีกเลี่ยงเบี่ยงเบนความสนใจไปยังเรื่องอื่นทุกที พวงผกาที่รู้ทันอมยิ้มเล็กน้อยแล้วส่ายหน้าไปมาด้วยความระอาใจกับนิสัยที่ชอบเก็บงำความรู้สึกของตนเองของเพื่อนรัก ที่ไม่ยอมบอกให้อีกฝ่ายได้รับรู้เสียที ถ้าเป็นเธอคงไม่ทนเป็นคนนอกสายตามาจนถึงป่านนี้หรอก แต่พวงผกาก็นับถือในความอดทนของเพื่อนสาวคนนี้จริงๆ ที่อัญชันมั่นคงต่อผู้ชายที่ตนเองแอบหลงรักอยู่ฝ่ายเดียวมานานตั้งสองสามปี ห้องอาหารหรูเวลานี้ไม่ค่อยมีแขกหรือพนักงานมานั่งรับประทานอาหารกันมากสักเท่าไร เพราะว่าวันนี้เป็นวันหยุดนั่นเอง และหลายคนก็ไปทำสวยทำหล่อพร้อมทั้งไปหาซื้อหรือเช่าชุดแฟนตาซีและหน้ากากสวยๆ เพื่อเตรียมตัวมาร่วมงานเต้นรำสวมหน้ากาก คาร์นิวัลที่ทางโรงแรมจะจัดขึ้นในคืนพรุ่งนี้ “นี่เธอ คืนพรุ่งนี้เห็นเขาบอกว่าเจ้าของโรงแรมจะมาปรากฏตัวให้พวกเราเห็นในงานเพื่อมอบรางวัลให้กับพนักงานดีเด่นด้วยล่ะ” เสียงแหลมเกินชายเอ่ยขึ้น “ใช่ๆ ฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน เขาบอกว่าเจ้าของโรงแรมคนนี้รวยมาก... หล่อมาก...แถมยังโสดอีกต่างหาก” สาวร่างอวบอีกคนเห็นด้วยพร้อมขยายความต่อด้วยท่าทางเหมือนสาวน้อยช่างฝัน “จริงหรือ ฉันชักอยากจะให้ถึงคืนพรุ่งนี้ไวๆ แล้วสิ คืนพรุ่งนี้ฉันจะแต่งตัวให้สวยที่สุด ฉันจะแต่งชุดผู้ดีอังกฤษย้อนยุคสวมหน้ากากแฟนตาซีแค่ครึ่งหน้าก็พอ แล้วก็ไปขอเต้นรำกับเขา” พนักงานสาวผอมเพรียวอีกคนเสริมขึ้นด้วยสายตาเคลิ้มฝันเหม่อลอย “แหวะ ถ้าเขารู้ว่าแกเป็นแค่พนักงานต้อนรับกระจอกๆ ที่มีหน้าตาแบบบ้านๆ อย่างแก จ้างให้เขาก็ไม่ลดตัวลงมาเต้นรำกับหล่อนหรอกย่ะ” พนักงานสาวในร่างชายคนแรกเบะปากราวกับหมั่นไส้คนฝันเกินตัวของเพื่อนสาวข้างๆ แต่ก็ไม่จริงจังมากนัก แค่แว้งกัดพอหอมปากหอมคอ “แหมๆ ฉันไม่ใช่นางงามสิบแปดมงกฏที่หน้าตาสามสิบหก หน้าอกอนุบาลแบบหล่อนนี่ยะ ที่สำคัญที่เห็นเนี่ยของปลอมทั้งนั้น” คนที่ถูกแว้งกัดเอาคืนแบบเจ็บๆ คันๆ จนคนที่ถูกกัดตอบเกือบจะส่งเสียงกรี๊ดออกมาถ้าไม่ถูกเพื่อนร่างอวบแทรกขึ้นมาก่อน “โอ๊ย ฉันว่าพวกหล่อนสองคนอย่ามัวแต่กัดกันอยู่เลย ใกล้ได้เวลาทำงานแล้วรีบไปกันเถอะ” จบประโยคของสาวร่างอวบทั้งสามสาวขั้วเดียวกันก็ลุกขึ้นเก็บข้าวของบนโต๊ะจนเรียบร้อยแล้วก็เดินออกไป แต่คำพูดของเพื่อนพนักงานแผนกเดียวกันเมื่อครู่ได้ลอยมาเข้าหูสองสาวที่นั่งโต๊ะติดกันตลอดเวลา พวงผกาที่นั่งฟังตลอดจึงหันมาถามเพื่อนรักด้วยความอยากรู้บ้างขณะที่กำลังเดินตามเพื่อนร่วมแผนกไปในระยะห่างๆ พอที่จะคุยกันโดยไม่มีใครได้ยิน “อัญ” พวงผกาเรียกชื่อเพื่อนสาวเบาๆ ก่อนจะถาม อัญชันหันหน้ามามองคนข้างๆ เลิกคิ้วเรียวสวยเล็กน้อย ใบหน้ายังคงเปื้อนยิ้มขณะที่ถามเพื่อนรักด้วยสายตา “แกไม่อยากรู้หรือว่าเจ้าของโรงแรมเป็นใคร” เจ้าของร่างเพรียวระหงเรียบร้อยโคลงศีรษะไปมาแทนคำตอบ “แต่ฉันอยากรู้อ่ะ และอยากจะรู้ด้วยว่าข่าวลือที่แม่พวกนั้นคุยกันเมื่อกี้ว่าเจ้าของโรงแรมของเราทั้งหล่อ ทั้งรวย และแถมยังโสดน่ะ จะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่ฉันว่าไอ้เรื่องความหล่อคงสู้พ่อไอรอนหวานใจของแกไม่ได้หรอก เชื่อฉันสิ” พวงผกาพูดเองเออเองสรุปเองเสร็จสรรพ ส่วนอัญชันได้แต่อมยิ้มนึกไปถึงใบหน้าหล่อเข้มคมสันของชายหนุ่มในดวงใจที่เพื่อนสาวกำลังพูดถึงในใจเงียบๆ โดยไม่สนใจจะต่อบทสนทนาด้วย สาวน้อยช่างฝันกำลังเร่งเวลาในใจเพื่อให้ถึงวันพรุ่งนี้ไวๆ อยากจะรู้ว่าตนเองจะจับฉลากได้รางวัลอะไร จะได้ไปเวนิสเมืองในฝันที่หวังไว้หรือเปล่า และเธอจะกล้าพอที่จะขอชายหนุ่มเต้นรำด้วยไหม อัญชันคิดขณะเดินเข้าไปนั่งทำงานบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตนเองด้วยท่าทางเหม่อลอย พวงผกาหันมามองเพื่อนรักของตนเองยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองไอรอนที่กำลังสนทนากับลูกค้าชาวต่างชาติของโรงแรมด้วยสายตาชื่นชม หากเธอยังไม่มีคนรักก็คงอดไม่ได้ที่จะตกหลุมรักผู้ชายคนนี้เหมือนกัน เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนเกือบถึงเที่ยงวัน ก็ได้เวลาเลิกงาน บ่ายนี้อัญชันกับพวงผกานัดกันไปเดินห้างเพื่อไปหาเช่าชุดแฟนตาซีสวยๆ พร้อมหน้ากากเก๋ๆ จากนั้นก็จะเข้าร้านสปาผิว ต่อด้วยร้านเสริมสวยเพื่อทำสปาผม เอาแบบว่าให้สวยตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเล็บกันเลยทีเดียวตามที่พวงผกาสาวผู้รักสวยรักงามตั้งใจเอาไว้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานคาร์นิวัลสวมหน้ากากที่หรูเลิศอลังการที่ทางโรงแรมจะจัดขึ้นปีละครั้งในเดือนมกราคมเป็นประจำของทุกปี และงานสวมหน้ากากปีนี้ก็กำลังจะจัดขึ้นในคืนพรุ่งนี้ บ่ายนี้พวงผกาเจ้าแม่จอมเจ้ากี้เจ้าการ ตั้งใจจะจับเพื่อนรักของตนเองขัดสีฉวีวรรณให้งดงามผุดผ่องเป็นยองใยจนใครๆ ก็จำไม่ได้ งานโรแมนติกคืนพรุ่งนี้เธอจะทำให้อัญชันได้เกิดกับเขาเสียที ต่อให้คานสูงแค่ไหน ก็จะพยายามสอยเพื่อนสาวคนนี้ให้ลงมาจากคานทองให้ได้ ไอรอนจะได้มองเห็นความสวยที่ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวของอัญชันสาวน้อยเฉิ่มเชยคนนี้เสียที แต่ว่างานนี้ทุกคนต้องสวมหน้ากากนี่นา เอาน่า...เห็นความสวยสักครึ่งหน้าพร้อมกับแผ่นหลังขาวเนียนก็ยังดี ไอรอนในคราบพนักงานรีเซฟชั่น เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็ตรงดิ่งไปขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังห้องผู้ช่วยซีอีโอหนุ่มของโรงแรมทันที เมื่อมาอยู่ในห้องทำงานกันสองคน พนักงานต้อนรับแขกพิเศษสุดหล่อก็ไม่ต้องสวมบทบาทของพนักงานระดับล่างอีกต่อไป และตั้งแต่คืนพรุ่งนี้เป็นต้นไปซีอีโอหนุ่มแห่งล้านนา พาเลซ บีบีไอ โฮเต็ล หรือเจ้าของโรงแรมในเครือคิง พาเลซ เฮอริแกรนด์ กรุ๊ป ที่ครอบคลุมทั้งทางภาคเหนือและภาคอีสานก็ไม่ต้องปิดบังฐานะที่แท้จริงของตนเองอีกต่อไป พนักงานทุกคนจะได้รู้เสียทีว่า แท้จริงแล้ว ไอรอน เป็นใคร “ไอรอน นายแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตนเองพรุ่งนี้” เจมส์ผู้ช่วยซีอีโอหนุ่มที่ทำงานในตำแหน่งซีอีโอแทนเพื่อนรักมานานถามผู้บริหารสูงสุดตัวจริงเหมือนยังไม่แน่ใจในการตัดสินใจของเพื่อนรักมากนัก แต่ถ้าจะให้เดามันต้องเกี่ยวข้องกับพีรดาแฟนเก่าที่ไอรอนยังลืมไม่ลงเป็นแน่ “ฉันก็ไม่ถึงกับจะประกาศออกสื่อหรอก แค่อยากเห็นสีหน้าผิดหวังของใครบางคนเท่านั้น” ไอรอนได้ข่าวว่าพีรดากำลังจะเดินทางกลับมาเมืองไทยเดือนหน้านี้ พร้อมกับข่าวการหย่าร้างกับสามีชาวอิตาเลี่ยนของเธอ นักข่าวบันเทิงรายงานว่านางแบบสาวจะกลับมารับงานถ่ายแบบชุดว่ายน้ำให้กับนิตยสารชื่อดังฉบับหนึ่งเพื่อต้อนรับซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ “ใครบางคนที่นายพูดถึงคือแม่นางแบบสาวหุ่นสะบึ้มของนายใช่ไหมเพื่อน” “ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ของฉัน พีรดาเป็นแค่อดีตที่สอนให้ฉันรู้ว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็เห็นแก่เงินกันทั้งนั้น” คำตอบห้วนๆ บวกกับใบหน้าที่กระด้างแข็งกร้าวขึ้นบ่งบอกว่าคนพูดยังคงไม่ลืมความเจ็บปวดในอดีตระหว่างเขากับนางแบบสาวที่กำลังพูดถึง “เฮ้ย อย่าเหมารวมสิวะ ผู้หญิงอาจไม่ได้เป็นเหมือนกันหมดทุกคนก็ได้นะโว้ย แต่ก็อย่างว่าแหละนะ หากมีตัวเลือกระหว่างหล่อรวยแสนดี กับหล่อจนแสนดี ผู้หญิงก็ต้องเลือกผู้ชายคนแรกเป็นธรรมดา ฉันว่าถ้านายเปิดเผยตัวตนตั้งแต่ทีแรกนายคงสมหวังไปนานแล้ว มัวแต่อินกับละครไทยหลังข่าวอยู่ได้ นางเอกในละครที่รักผู้ชายที่มีแต่ตัวกับหัวใจไม่มีอยู่ในชีวิตจริงๆ หรอกเชื่อฉันสิ” เจมส์ปลอบใจทั้งที่เขาเองก็เชื่อตามที่เพื่อนรักพูดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็อยากได้แฟนที่ครบสูตร หล่อ รวย และโสดกันทั้งนั้น มือหนาตบบ่าเพื่อนรักที่เป็นทั้งญาติทั้งเพื่อนและเป็นทั้งนายจ้างเบาๆ อย่างให้กำลังใจ “เพราะนายพูดแบบนี้กรอกหูฉันทุกวันไง ฉันเลยต้องเปิดเผยฐานะที่แท้จริงของตนเองสักที มันคงจะจริงอย่างที่นายพูด เงินซื้อความรักของผู้หญิงได้ เพราะพวกหล่อนคงจะเลือกความสะดวกสบายในชีวิตก่อนที่จะเลือกความรักเสมอสินะ” คนที่ผิดหวังในรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าพูดออกมาลอยๆ แต่ทว่าแววตากลับนิ่งขึงเย็นชากร้าวกระด้างราวกับหินสลักที่ซุกซ่อนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่ยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจ

บทที่ 3 ชนวนแค้นชนวนรัก 100%

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายที่เพอร์เฟคทุกอย่างอย่างไอรอนจะถูกผู้หญิงหักอกครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งถึงรายล่าสุดที่ทำให้เพื่อนรักของเขาถึงกับเข็ดขยาดมารยาหญิงไปอีกนาน แต่เจมส์ก็พอจะรู้สาเหตุว่าทำไมเพื่อนรักของเขาคนนี้ถึงไม่สมหวังเสียที ก็เพราะว่าไอรอนมัวแต่ทำตัวจนๆ เป็นแค่พนักงานรีเซฟชั่นธรรมดาๆ ขับรถกลางเก่ากลางใหม่ เช่าอพาร์ตเม้นท์ห้องเล็กๆ อยู่เพื่อต้องการค้นหารักแท้ แต่ก็คว้าน้ำเหลว ผู้หญิงทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเพื่อนเขาก็เพราะหลงรูปกายภายนอกของไอรอนทั้งนั้น แต่พอพวกหล่อนเจอคนที่อาจจะหล่อน้อยกว่าแต่รวยมากกว่าพวกผู้หญิงทุกคนก็ทิ้งเขาไปเหมือนพีรดาที่เขาเองก็เกือบจะเชื่อแล้วว่านางแบบสาวรักไอรอนด้วยใจจริงๆ แต่ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันที่อยู่ๆ พีรดาก็ประกาศหมั้นและแต่งงานไปกับมหาเศรษฐีหนุ่มชาวอิตาเลี่ยนแบบสายฟ้าแลบ ในขณะที่ตอนนั้นเขารู้ว่าไอรอนบอกเขาว่ากำลังจะไปขอนางแบบสาวแต่งงานพอดี มันคงทำให้ไอรอนพบกับความเจ็บปวดไม่น้อย แต่ตอนนี้เพื่อนรักผู้โง่เขลาของเขาคนนี้คงจะเห็นสัจธรรมบ้างแล้วกระมัง จึงได้คิดอยากปฏิวัติตัวเองเสียใหม่เป็นไอรอนคนใหม่ที่หลุดออกมาจากโลกของโลกละครเดิมๆ เสียที “แล้วเดือนหน้านายจะไปเวนิสหรือเปล่า” เจมส์ไม่ตอบแต่ถามไปเรื่องอื่นแทน เพราะในใจก็อยากให้ไอรอนไปเที่ยวพักผ่อนต่างประเทศกับพวกสาวๆ บ้าง เพราะนานเป็นปีๆ แล้วที่ไอรอนเอาแต่ทำงานเพื่อจะได้ไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่านในเรื่องส่วนตัวที่เขาพยายามจะลืมมัน เผื่อว่าการไปเที่ยวเวนิสเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic) ครั้งนี้อาจจะทำให้ไอรอนได้พบรักครั้งใหม่ก็ได้ ซีอีโอหนุ่มทำท่าคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า “งานคาร์นิวัล เริ่มเดือนหน้า อีกตั้งสองอาทิตย์กว่าจะถึง ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจ” “ที่ถามก็ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดว่าถ้านายไม่ไป ฉันจะได้ไปเที่ยวบ้าง อยากไปเต้นรำกับเจ้าหญิงแสนสวยในงานเต้นรำสุดหรู หลังจากนั้นก็พาหล่อนไปสนุกต่อสักสองสามคืนแล้วค่อยกลับมาทำงาน” นักล่ารักที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าในแต่ละเดือนพูดไปยิ้มไปด้วยนัยน์ตาพราวระยับ ไอรอนแค่เหยียดยิ้มเล็กน้อยอย่างรู้ทัน “เริ่มเบื่อสาวไทยแล้วสิ” “เปล่า แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเท่านั้นเอง” “เอาไว้ใกล้ๆ วันแล้วฉันจะบอกข่าวดีให้นายฟังก็แล้วกันนะ” “โอเค ว่าแต่หิวหรือยังล่ะ จะได้ออกไปหาอะไรกินกัน อ้อ...ฉันเกือบลืมไป ฉันมีอะไรจะให้นายดู” เจมส์เดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบกระดาษ A4 มาแผ่นหนึ่งยื่นให้ไอรอนดู ซีอีโอหนุ่มขมวดคิ้วเข้มเล็กน้อยก่อนจะรับกระดาษสีขาวมาดู มันก็แค่รายชื่อของพนักงานดีเด่นประจำปีธรรมดา ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลย “แล้วนายเอารายชื่อพนักงานสิบคนนี้มาให้ฉันดูทำไมเนี่ย” “นายลองอ่านชื่อนามสกุลของพนักงานรายที่สามดูสิ” ไอรอนทำตามที่เพื่อนรักบอก ก่อนจะดูรายชื่อพนักงานดีเด่นคนที่สาม ‘นางสาวอัญชัน รัตนาวลี’ นามสกุลของเธอคุ้นๆ แฮะ ใช่แล้ว...นามสกุลของพนักงานสาวคนนี้เหมือนนามสกุลของใครบางคนที่เขารู้จักเป็นอย่างดี ทั้งสองสาวเกี่ยวข้องอะไรกันนะ ทำไมถึงมีนามสกุลเหมือนกันแบบนี้ และชายหนุ่มก็จำได้ว่าอัญชันคือแคชเชียร์สาวที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดเขามาโดยตลอดเวลาสามปี แต่ว่าเขากับเธอไม่ค่อยได้สนทนากันมากนัก นานๆ ทีถึงจะพูดคุยกันแต่ก็แค่บอกกล่าวกันในหน้าที่ไม่กี่คำเท่านั้น คงเป็นเพราะสาวน้อยหน้าจืดคนนี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาด้วยกระมัง เขาเลยไม่ได้สนใจเธอ แต่ตอนนี้เขาชักจะสนใจแม่สาวน้อยคนนี้ขึ้นมาบ้างแล้วสิ “ว่าอย่างไร สนใจขึ้นมาแล้วสิไอ้เสือ ให้ฉันสืบให้เอาไหม” เจมส์ที่ดูจะรู้ใจเพื่อนรักเป็นอย่างดีรีบขันอาสา ไอรอนทำท่าคิดนิดหนึ่งก่อนพยักหน้ารับ แล้วส่งกระดาษรายชื่อพนักงานดีเด่นกลับคืน ดวงตาสีบรั่นดีเปล่งประกายอำมหิตออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับเจมส์ที่เป็นทั้งเพื่อนผู้รู้ใจและลูกจ้างด้วยน้ำเสียงเข้มจริงจัง “ฉันขอข้อมูลของเธอด่วนที่สุด ช้าสุดไม่เกินหกโมงเย็นของวันพรุ่งนี้” “ได้สิเพื่อน ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะให้ศรัณย์ไปจัดการให้” “ขอบใจ” เช้าวันต่อมาในแผนกต้อนรับ ทุกคนที่มาทำงานต่างก็อึ้ง ตะลึงไปกับรูปโฉมใหม่ของอัญชัน เพราะวันนี้แคชเชียร์สาวได้ถอดรูปนางแก้วหน้าม้าออกเรียบร้อยแล้ว พวงผกาแอบยิ้มในผลงานที่ตนเองมีส่วนช่วยทำให้สาวน้อยหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่งกลายเป็นนางซินเดอเรลล่าแสนสวยในวันนี้ ผู้ชายแทบจะทุกคนที่เห็นอัญชันต่างก็ลอบกลืนน้ำลายกันเป็นทิวแถวยกเว้นไอรอน เพราะวันนี้ชายหนุ่มไม่ได้มาทำงาน วันนี้ตลอดเวลาที่นั่งทำงาน อัญชันภาวนาในใจตลอดเวลาขอให้ตนเองจับฉลากได้รางวัลที่สาม เพราะความที่อยากจะไปเที่ยวเวนิส ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโตประเทศอิตาลีที่ได้รับหลายฉายาว่าเป็นราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic) , เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water) , เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges) , และเมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) ที่สำคัญมันเป็นเมืองที่โรแมนติกมากในความคิดของแคชเชียร์สาว และหญิงสาวก็เชื่อว่าพวงผกาเพื่อนรักของเธอ และสาวๆ อีกหลายคนก็คงใฝ่ฝันอยากจะไปเที่ยวเมืองนี้กับคนรักของตนเองทั้งนั้น เพื่อที่จะได้ล่องเรือกอนโดลาไปจุมพิตกันใต้สะพานริอัลโต้เพื่อให้ความรักของพวกเขายั่งยืนยาวนานเหมือนดั่งตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมา แต่สาวโสดอย่างเธอจะมีโอกาสได้จุมพิตกับเจ้าชายในดวงใจบ้างหรือเปล่า ก็ได้แต่หวังว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้จะโชคดีจับฉลากได้รางวัลที่ตนเองคาดหวังเอาไว้ แม้เปอร์เซ็นต์จะมีน้อยแต่อัญชันก็ยังหวัง ‘สาธุ ขอให้ลูกช้างได้รางวัลที่สามทีเถอะ โอมเพี้ยง’ พวงผกาที่มายืนอยู่ที่หน้าโต๊ะแคชเชียร์สาวที่กำลังยกมือไหว้ปรกๆ เหนือศีรษะก็หัวเราะก๊ากออกมา เมื่อเห็นท่าทางเพื่อนรักเหมือนกำลังพึมพำบทสวดอะไรสักอย่างอยู่ คนที่กำลังยกมือไหว้อธิษฐานภาวนาขอพรจึงหลุดออกจากภวังค์แล้วจ้องหน้าคนที่กำลังหัวเราะเสียงดังด้วยนัยน์ตาขุ่นเล็กน้อย “เล่นของหรือแก” พวงผกาถามหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี “ย่ะ แล้วแกก็ไม่ต้องมายืนหัวเราะฉันด้วย ฉันไม่ใช่ตัวตลกนะยะ” อัญชันแกล้งค้อนตาคว่ำทำเป็นงอนนิดๆ ทำให้สาวโอเปอเรเตอร์ที่เส้นตื้นอารมณ์ขันอย่างพวงผกายิ่งหัวเราะขำขันเข้าไปใหญ่ จนอัญชันต้องปรามด้วยแววตาพวงผกาจึงได้หยุดหัวเราะแต่ก็ยังอมยิ้มแก้มตุ่ยไม่เลิก “ได้เวลาจับฉลากแล้ว เรารีบไปห้องมิตติ้งกันเถอะ” คนเส้นตื้นรีบชวนเพื่อนรักด้วยนัยน์ตาวับวาว เช่นเดียวกับคนที่ถูกชวนก็ออกอาการตื่นเต้นดวงตาเปล่งประกายระยับไม่แพ้กัน ทั้งสองสาวจึงจับมือกันเดินออกไปจากออฟฟิศตรงไปยังห้องประชุมเล็กที่ได้นัดหมายกันเอาไว้ ในที่สุดนาทีที่พนักงานดีเด่นประจำปีทั้งสิบคนรอคอยก็มาถึง อัญชันกับพวงผการีบเปิดซองสีขาวไปพร้อมๆ กับพนักงานอีกแปดคนที่พากันลุ้นรางวัลที่ตนเองจับฉลากได้ แล้วแต่ละคนก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดกันลั่นห้องด้วยความดีอกดีใจ อัญชันกับพวงผกามองหน้ากันแล้วก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจสุดๆ ไม่แพ้กัน “อัญ ฉันได้ไปเวนิสจริงๆ ด้วย” “อิ๋ว ฉันก็ได้ไปเวนิสด้วยเหมือนกัน” “กรี๊ด! / กรี๊ด!” แล้วทั้งสองสาวก็กระโดดกอดคอกันส่งเสียงกรีดร้องดังลั่นอีกครั้งด้วยความตื่นเต้นดีใจ โดยไม่ทันสังเกตเห็นรอยยิ้มแสนเสน่ห์ปนเจ้าเล่ห์ของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังมองมาทางพวกเธอด้วยประกายตาพึงพอใจ ก่อนที่เจ้าของร่างสูงในชุดสูทสีเข้มจะยกโทรศัพท์สีบรอนซ์มันวับราคาแพงแนบหูแล้วกรอกเสียงทุ้มน่าฟังลงไป “ผู้หญิงที่นายให้ฉันสืบให้ เธอได้รางวัลที่สาม และดูท่าทางเธอจะดีใจมากเลยนะที่จะได้ไปเที่ยวเวนิส” ทางปลายสายยังคงเงียบ เจมส์จึงพูดต่อ “ฉันคิดว่านายคงได้คำตอบแล้วใช่ไหมว่าอยากจะไปเที่ยวงานคาร์นิวัลเดือนหน้าหรือเปล่า” ทางปลายสายเพียงแค่พูดขอบใจแล้วก็วางสายไป แต่ดวงตาสีกาแฟเข้มของเจมส์ยังคงจดจ้องไปยังใบหน้าเรียวรูปไข่ของแคชเชียร์สาวนามว่าอัญชันด้วยแววตาพินิจพิจารณาแกมชื่นชม ไหนไอรอนบอกว่าเธอหัวฟู ใส่แว่นหนาเตอะ หน้าตาจืดๆ ชืดๆ อย่างไรล่ะ ทำไมเขาถึงมองไม่เห็นผู้หญิงที่ชื่ออัญชันเป็นอย่างที่เพื่อนรักของเขาบรรยายมาเลยสักนิดเดียว หรือว่าจะเป็นคนละคนกัน แต่ก็ไม่น่าจะใช่นะ ในเมื่อชื่อและนามสกุลของเธอตอนที่มารายงานตัวก่อนจะจับฉลากคือ นางสาวอัญชัน รัตนาวลี มันเป็นชื่อและนามสกุลเดียวกับรายชื่อที่อ่านผ่านตาเมื่อวานนี้ หรือว่าเธอไปทำอะไรกับรูปร่างหน้าตาของตนเองมาจงได้ดูสวยงามน่ารักน่ากินมากขนาดนี้ ‘ไอรอน ทำไมนายถึงได้มองข้ามผู้หญิงสวยๆ แบบนี้ไปได้วะ ทำงานอยู่แผนกเดียวกันมาตั้งนาน กลับไม่เห็นเธออยู่ในสายตา ถ้าเป็นเขาล่ะก็...’ ผู้ช่วยซีอีโอหนุ่มคิดไปตามประสาหนุ่มโสดจอมเจ้าชู้ นั่นเพราะอัญชันที่เขาเห็นในวันนี้ คือนางแก้วหน้าม้าที่ถอดรูปเรียบร้อยแล้ว เพราะเมื่อวานพวงผกาได้จัดการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเพื่อนรักเสียใหม่จากสาวแว่นผมฟูใบหน้าจืดชืดไร้สีสัน แต่งตัวเป็นคุณป้า มาเป็นสาวสวยใส่คอนแทคเลนส์ยืดผมตรงสลวยแต่งหน้าบางๆ และวันนี้อัญชันก็มาอยู่ในชุดที่เน้นทรวดทรงองค์เอวสีหวานดูราวกับนางหงส์แสนสวยที่ผู้ชายคนไหนเห็นก็ต้องมองหญิงสาวจนเหลียวหลัง ไม่เว้นแม้แต่เจมส์ที่มองอัญชันด้วยความประกายตาชื่นชม เขาอยากให้ไอรอนได้มาเห็นพนักงานสาวของเขาคนนี้ในตอนนี้จัง เพื่อนรักของเขายังจะคิดว่าสาวน้อยคนนี้หน้าตาจืดชืดอีกไหม ดวงตาสีกาแฟเข้มทอประกายระยับเมื่อนึกอะไรสนุกๆ ขึ้นมา ชักอยากจะให้ถึงงานเต้นรำในคืนนี้ไวๆ เสียแล้วสิ คงจะมีอะไรสนุกๆ ให้ดูแน่

อ่านต่อ