ผู้ชายคนหนึ่งอยู่ไกลเกินที่จะเอื้อมมือคว้า แต่ทว่าเวลานี้เขายืนอยู่ที่นี่ตรงหน้าเธอ เจ้าของร่างบางจงใจเดินไปอยู่ข้างหน้าชายหนุ่ม เขาผู้ซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรในฝัน หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวแรง เมื่อกำลังคิดแผนการแกล้งทำมารยาสักอย่างเพียงเพื่อจะได้ใกล้ชิดเขา ทันใดร่างเพรียวบางในชุดเดรสเกาะอกสีชมพูเลื่อมพรายก็ไหวเอนคล้ายจะหน้ามืดเป็นลมล้มพับลงตรงหน้าบุรุษหนุ่ม แต่ทว่าสองแขนแข็งแรงก็เข้ามาโอบประคองร่างของเธอเอาไว้มั่น สาวน้อยยังคงตัวอ่อนระทวยทำท่าราวกับจะเซล้มลงไปอีก แต่ร่างสูงใหญ่ภูมิฐานก็ประคองกอดร่างบอบบางให้หยัดยืนขึ้นแนบชิด จนหญิงสาวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในอ้อมกอดแกร่ง หากเป็นไปได้เธอก็อยากให้โลกหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้ ขณะที่สายตาของโจนาธาน กำลังทอดมองขึ้นไปบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ผู้ชมนับร้อยนับพันก็มองขึ้นไปบนนั้นรวมทั้งลูกแพรด้วย ที่กำลังรอคอยการปรากฏตัวของผู้หญิงที่สวยที่สุดในงาน ทันใดนางฟ้าในชุดราตรีสีแดงเพลิงก็ปรากฏโฉมให้ทุกคนได้ยล หล่อนสวยมาก สวยจนลูกแพรก็ยังอดอิจฉาหล่อนไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้สินะคือคู่หมั้นของเขา ลูกแพรรู้ว่าช่วงเวลาแห่งความสุขของเธอคงสิ้นสุดลงเท่านี้ แต่เพราะหัวใจที่ยังดื้อรั้นอยากยืดเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดชายหนุ่มออกไปอีกสักนาที สาวน้อยจึงทำเหมือนไม่มีแรงเดิน แต่เธอก็ไม่มีแรงจะขยับไปไหนจริงๆ นั่นแหละ มันอ่อนระทวยไปหมดเมื่อตกอยู่ในวงแขนของเขา โจนาธานโอบประคองพาร่างเล็กมานั่งที่ท้ายรถคันหนึ่ง ลูกแพรไม่ทันได้หันไปมองว่ามันเป็นรถอะไร แต่ว่ารถคันนั้นกลับเคลื่อนที่พาเธอห่างไกลเขาออกไปทุกทีๆ จนเมื่อภาพของเขาเลือนรางไปหญิงสาวจึงได้รู้ว่ารถที่นั่งมาเป็นเพียงรถจักรยานคันหนึ่งซึ่งต่ำต้อยด้อยค่าเหลือเกิน แล้วภาพทุกอย่างก็พร่าเลือน ร่างบางลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนดึกเกือบเที่ยงคืนด้วยความรู้สึกแสนเสียดาย และยังอยากจะฝันถึงเขาต่อ โจนาธาน...ผู้ชายที่เธอแอบคลั่งไคล้เขามานานถึงสามปี สายตาของเธอมีไว้สำหรับเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น “คุณโจ เมื่อไหร่นะลูกแพรถึงจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดคุณจริงๆ เหมือนกับในฝัน คุณจะรู้หรือเปล่าว่าลูกแพรแอบรักคุณมานานแล้ว” สาวน้อยช่างฝันพูดกับตนเองคนเดียวในห้องนอนที่เงียบสงัด ใบหน้าหวานละมุนยิ้มออกมาพร้อมกับดวงตาที่ทอประกายแวววาวท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้วสินะ ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากจะเห็นหน้าเขาตัวเป็นๆ สักครั้ง โจนาธาน นักร้องซูเปอร์สตาร์ที่ดังที่สุดของเมืองไทยในขณะนี้ จะเป็นไปได้หรือเปล่าที่เธอจะได้ใกล้ชิดเขาจริงๆ มิใช่แค่เพียงในฝัน มือเล็กสองข้างกุมเข้าหากันแนบอก แล้วภาวนาให้สิ่งที่เธอกำลังคิดฝันให้เป็นจริง ที่หมู่บ้านจินดานคร “นีโม่ แกมาทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย...ฮะ มาแอบมองสาวบ้านตรงข้ามอยู่ใช่ป๊ะ...ฉันรู้นะว่าแกแอบเล็งสาวน้อยโซฟี่อยู่แน่ๆ เลย” ลูกแพรเดินเข้ามาหยอกเจ้าหมาน้อยพันธุ์ชิสุห์ตัวผู้อย่างมันเขี้ยว และดึงขนยาวๆ ของมันที่มัดจุกเอาไว้บนหัวไปมาเบาๆ แต่ท่าทางเจ้านีโม่มันจะไม่สนใจสาวน้อยเท่าไรนัก เพราะมันกำลังสนใจเจ้าหมาน้อยน่ารักนามว่าโซฟี่จนแทบไม่ยอมอยู่นิ่ง เจ้านีโม่เป็นหมาน้อยแสนรักของคุณนายอรวีซึ่งเป็นเจ้านายของป้านิ่ม และป้านิ่มก็เป็นป้าเพียงคนเดียวของลูกแพร เพราะแม่ของสาวน้อยมีพี่สาวเพียงคนเดียว ช่วงนี้ลูกแพรปิดเทอมเล็ก หญิงสาวจึงคิดถึงป้าที่แสนใจดีของเธอขึ้นมาก็เลยเดินทางมาหาป้านิ่มในกรุงเทพมหานคร จะอยู่เฉยๆ ก็กระไรอยู่ สาวน้อยจึงขออาสาเป็นสาวใช้คอยดูแลเจ้าสุนัขตัวโปรดให้กับคุณนายแกเสียเองเลย เพราะเป็นงานที่เธอถนัดและชอบมากอยู่แล้ว และงานที่ลูกแพรต้องทำเป็นประจำทุกวันก็คือ เอาอาหารให้มันทุกเช้า พามันไปอึในที่ของมัน พามันอาบน้ำยามแดดอ่อนๆ แล้วก็พามันไปเดินและปวิ่งเล่นรอบตัวบ้าน แต่สิ่งที่ลูกแพรแอบทำประจำก็คือ พาเจ้าสุนัขหนุ่มไปเล่นกับโซฟี่สุนัขสาวน่ารักตัวหนึ่งที่อยู่บ้านหลังตรงข้ามเวลาที่เจ้าของบ้านทั้งสองหลังไม่อยู่บ้าน “ลูกแพร” “จ๋าป้า มีอะไรจ๊ะ” “จะแอบเอาเจ้านีโม่ไปบ้านโน้นอีกใช่มั้ย ป้าบอกแล้วไงว่าเจ้าของบ้านโน้นเขาจะว่าเอาได้ เขาหวงหมาเค้าจะตาย เกิดหมาเราไปกัดหมาเค้ามันจะยุ่งเอานา” “โธ่ป้า คิดมากไปได้ เจ้านีโม่น่ะ มันไม่กล้ากัดเจ้าโซฟี่หรอกน่า มันรักเจ้าโซฟี่จะตาย” ลูกแพรเถียงอ้อมแอ้มจนป้านิ่มอดที่จะมองหลานสาวจอมซนอย่างหมั่นไส้ไม่ได้ สาวน้อยเดินจูงเจ้านีโม่เข้ามาหาป้านิ่มซึ่งกำลังนั่งปอกเปลือกผลไม้อยู่ที่ม้านั่งหินอ่อนในสวนหน้าบ้าน “ฮึ เลี้ยงหมาไม่กี่วันก็รู้ใจกันซะแล้ว แล้วนี่ก็กำลังคิดจะเป็นแม่สื่อแม่ชักให้กับเจ้านีโม่มันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย” “แหมป้าก็ แพรสงสารมันนี่จ๊ะป้า เจ้านีโม่มันแอบรักเจ้าโซฟี่มาตั้งหลายวันแล้ว เวลามันได้เจอกันนะป้า โอ้โฮ...มันจูจุ๊บกัน หอมแก้มกันดูมีความสุขจะตาย” ป้านิ่มมองหน้าหลานสาวจอมทะเล้นผ่านแว่นสายตาด้วยแววตาดุ แต่ก็ดูไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะโคลงศีรษะไปมาอย่างระอาในพฤติกรรมแก่แดดแก่ลมของหลานสาว นี่ขนาดสุนัขเจ้าหล่อนยังไม่วายจับคู่ให้มันอีก นางรู้ว่าที่ลูกแพรพยายามที่จะให้เจ้าสุนัขสองตัวนั้นชอบพอกันก็เพื่อเป็นข้ออ้างในการเข้านอกออกในบ้านหลังนั้นได้อย่างไม่เคอะเขิน เวลาที่มีคนถามว่าเธอเข้าไปทำอะไรที่บ้านหลังนั้น เพราะป้านิ่มเคยเล่าให้ลูกแพรฟังว่า เจ้าของบ้านหลังนั้นเป็นถึงนักร้องซูเปอร์สตาร์ของเมืองไทยที่กำลังจะโกอินเตอร์ไปถึงเมืองนอก และฉายาของเขาก็คือ คาสโนวาโนเบลแห่งวงการนักร้องไทยเลยแหละ วารสารเกือบทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง ต่างก็มีแต่ข่าวฉาวโฉ่เรื่องผู้หญิงของเขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ไม่ว่าข่าวจะเขียนว่านักร้องหนุ่มเสียๆ หายๆ อย่างไร เขาก็ยังคงดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่ ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเขาเป็นนักร้องที่รูปหล่อขั้นเทพ มีน้ำเสียงมหาเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ใครๆ ก็เลียนแบบไม่ได้ และสิ่งที่ลูกแพรสืบมาได้ก็คือ นักร้องซูเปอร์สตาร์ในดวงใจของเธอคนนี้คลั่งไคล้วงสกอร์เปี้ยนส์มากที่สุด “ป้าจ๋า” สาวน้อยทำเสียงประจบป้าสุดที่รักของเธอ แม่บ้านวัยชราละจากการปอกเปลือกผลไม้ในมือชั่วครู่ เงยหน้าขึ้นมองหลานสาวตัวแสบอย่างรู้ทัน “ทำเสียงแบบนี้ อยากพาเจ้านีโม่ไปบ้านโน้นอีกล่ะสิท่า” “แหมป้า รู้ใจแพรอีกแล้วนะ ถ้างั้นแพรไปนะ” “เดี๋ยว! ลูกแพร!” ไม่ทันเสียแล้ว เพราะร่างเล็กรีบจูงเจ้าหมาน้อยวิ่งออกนอกประตูรั้วหน้าบ้านไปแล้ว ป้านิ่มต้องนั่งถอนหายใจหนักๆ ออกมาเสียงดังอย่างไม่รู้จะทำยังไงให้ลูกแพรฟังที่นางเตือนบ้าง
แม้ว่านานๆ ครั้งเจ้าของบ้านเขาจะมานอนค้างที่บ้านของตัวเองสักครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะโผล่มาตอนไหน ถ้าเกิดนักร้องหนุ่มโผล่มาในตอนที่หลานสาวจอมดื้อของนางกำลังเอาเจ้าหมาน้อยสองตัวนั่งจู๋จี๋กันอยู่จะทำยังไง “เฮ้อ!” หญิงชราถอนหายใจยาวออกมาพร้อมทั้งส่ายหน้าไปมาอีกครั้งอย่างระอาใจในพฤติกรรมแสนซนของลูกแพร แต่พอสายตาที่ผ่านโลกมานานมองเห็นรถยุโรปคันงามแล่นมาจอดที่หน้าบ้านหลังตรงข้าม แม่บ้านชราก็รู้สึกใจคอไม่ดี อดเป็นห่วงหลานสาวของตัวเองไม่ได้ “ตายแล้ว! คุณโจกลับมาแล้ว คราวนี้ยัยแพรซวยแน่ๆ เลย หาเรื่องใส่ตัวแล้วมั้ยล่ะที่นี้ แล้วนี่ป้าจะช่วยแกได้ยังไงล่ะเนี่ย โธ่เอ๊ย...เตือนแล้วก็ไม่ยอมฟัง “ยัยแพรนะยัยแพร!” ป้านิ่มมองตามร่างสูงใหญ่ที่กำลังขับรถคันหรูเข้าไปบ้านหลังงามตรงข้ามด้วยสีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด โจนาธาน นักร้องซูเปอร์สตาร์ลูกครึ่งไทยอิสราเอล ครอบครัวของเขาประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออกอัญมณีรายใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งตอนนี้กิจการการค้าอัญมณีของ โจน่าเอ็กซ์ปอร์ต จำกัด กำลังได้รับความนิยมมาเป็นอันดับหนึ่งในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายมั่นคนดูแลสวนวิ่งออกมาเปิดประตูรถให้กับเจ้านายหนุ่มด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก ทำให้นักร้องหนุ่มจ้องมองหน้าเขาด้วยความสงสัย “มีอะไรหรือเปล่านายมั่น ทำไมทำหน้าเหมือนกับมีอะไรปิดบังผมอยู่” “ปละ...ปละเปล่านะครับ ไม่มี้...ไม่มีจริงๆ ครับ” นายมั่นรีบปฏิเสธเสียงสูงพลางสั่นหัวไปมาเหมือนมีพิรุธ ทำให้โจนาธานยิ่งสงสัย “ไม่มีแน่นะ” เจ้าของบ้านหนุ่มถามเสียงเข้มอย่างจับผิด นายมั่นดูสั่นๆ ลุกลี้ลุกลน ก้มหน้าหลบสายตาจับผิดนั้นอย่างร้อนตัว ที่จริงมันก็ไม่ใช่กงการอะไรของแกนี่หว่า ที่จะต้องมาปกปิดเรื่องของสาวน้อยบ้านหลังตรงข้ามนั้น แต่เขาก็ต้องรับผิดชอบอยู่ดีที่ปล่อยให้คนนอกเข้ามาในบ้านก่อนที่เจ้าของเขาจะอนุญาต แล้วมันเป็นความผิดของเขาเหรอเนี่ย ที่ไม่ทันห้ามปรามลูกแพรไม่ให้เข้าไปข้างใน เหตุเพราะเจ้าหมาน้อยสองตัวนั่นแท้ๆ นายมั่นเกาหัวแกรกๆ มองเจ้านายอย่างกล้าๆ กลัวๆ กลัวว่าเจ้านายหนุ่มจะดุเอาถ้าเขาบอกความจริงออกไป “คือว่าเอ่อ...คือ...” “ถ้าตอบยากตอบเย็นนักก็ไม่ต้องตอบ เดี๋ยวผมก็รู้เองแหละว่าเกิดอะไรขึ้น” โจนาธานกล่าวเสียงห้วนมองนายมั่นอย่างรำคาญ ที่พูดติดอ่างละล่ำละลักอยู่ได้ไม่ยอมตอบให้รู้เรื่องสักที “คุณโจครับคุณโจ! โธ่...ไม่ทันเสียแล้ว” กว่านายมั่นจะคิดได้ ร่างสูงใหญ่ก็เดินตัวปลิวเข้าไปในบ้านโดยไม่คิดที่จะฟังนายมั่นพูดอะไรอีก วันนี้เขาอยากพักผ่อนให้เต็มที่สักวัน เพราะพรุ่งนี้เขาต้องเข้าห้องอัดเสียงแต่เช้าเพื่อทำเทปชุดใหม่ต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้ เมื่อก้าวยาวๆ เดินผ่านห้องรับแขกเข้าไปข้างใน และเดินวนขึ้นบันไดไปบนชั้นสองของบ้าน ชายหนุ่มรู้สึกว่าวันนี้บ้านมันเงียบแปลกๆ ยังไงชอบกล แต่เขาก็ไม่อยากคิดอะไรมาก มือเรียวกำลูกบิดบิดไปทางขวามือก่อนที่จะดันประตูเข้าไปในห้องนอน เสียงเปิดและปิดประตูตามมาทำให้คนที่แอบอยู่ในห้องน้ำค่อยๆ แง้มบานประตูออกมาดู เพราะคิดว่าน่าจะเป็นเสียงของเหมียวสาวใช้ที่สนิทกับเธอเอาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน เพราะวันนี้เจ้าหมาน้อยนีโม่ของเธอน่ะสิ แอบเข้ามาในห้องนอนของเจ้าของบ้านเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สงสัยมันจะวิ่งเข้ามาตอนที่ป้าผ่องแม่บ้านวัยค่อนคนกำลังเข้ามาทำความสะอาดในห้องนี้แน่ แต่ป้าผ่องแกคงไม่ทันเห็นว่าเจ้านีโม่มันแอบเข้าไปในห้องน้ำ ลูกแพรจึงต้องตามหาหมาน้อยไปทั่วทุกห้องที่คิดว่าเจ้านีโม่มันจะเข้าไปได้ แล้วห้องสุดท้ายที่สาวน้อยคาดไม่ถึงว่าสุนัขจอมซนของเธอจะกล้าเข้าไปก็คือห้องนอนของนักร้องหนุ่มนั่นเอง ตอนแรกเธอก็ไม่กล้าเข้ามาหรอก แต่เพราะเห็นว่าประตูห้องไม่ได้ล็อกและ ป้าผ่องแกก็ไม่อยู่ หล่อนจึงขอแรงเหมียวให้เข้ามาหาหมาน้อยด้วยกัน แล้วทั้งสองก็เจอมันอยู่ในห้องนี้จริงๆ เจ้านีโม่มันกำลังตั้งหน้าตั้งตาเบ่งอึในห้องน้ำอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งสองต่างเบิ่งตาโตมองมันด้วยความตกใจ คิดไม่ถึงว่ามันจะไฮโซมากถึงขนาดมาอึในห้องน้ำสุดหรูของเจ้าของบ้านเขาแบบนี้ และคนที่ตกใจมากสุดก็คือลูกแพร ด้วยความเกรงใจสาวใช้เพื่อนซี้ ลูกแพรจึงขอทำความสะอาดทุกอย่างเองเพราะเป็นหมาของตัวเอง แต่พอทำความสะอาดห้องน้ำเสร็จร่างบางก็เปียกปอนไปหมด จนเธอต้องขอร้องให้เหมียวหาชุดมาเปลี่ยนให้ แต่เหมียวออกไปตั้งนานแล้วก็ยังไม่กลับเข้ามาสักที สาวน้อยตกใจแทบช็อก เมื่อคนที่เธอเห็นไม่ใช่เหมียว แต่กลับเป็นเขาที่เข้ามา โอ้มายก๊อด! เธอจะทำยังไงดีเนี่ย จะออกไปตอนนี้ก็ไม่ได้ด้วยสิ ‘เหมียวนะเหมียว ทำไมไปช้าแบบนี้นะ เป็นเพราะแกตัวเดียวนีโม่ แกกำลังจะทำให้ฉันซวยแล้วรู้มั้ย’ ลูกแพรเฝ้าแต่โทษคนอื่นและยังแอบโทษว่าเป็นความผิดของหมาน้อยอีกต่างหาก คนตัวเล็กที่แอบอยู่ในห้องน้ำรีบกดล็อกประตูจากข้างใน เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้ามา แต่ทว่าเสียงกดล็อกดังกริ๊กจากในห้องน้ำ ทำให้ร่างกำยำเกือบเปลือยที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำและกำลังจะบิดลูกบิดประตูห้องน้ำเข้าไปต้องชะงัก และยืนฉงนอยู่กับที่ ร่างสูงยืนนิ่งคิดครู่ใหญ่ ‘ใครอยู่ในห้องน้ำ คงไม่ใช่แม่บ้านหรือสาวใช้แน่นอน เงียบแบบนี้ มันต้องเป็นขโมยแน่ๆ!’ เขาได้ยินข่าวในโทรทัศน์บ่อยๆ ว่าโจรมันชอบขึ้นปล้นตามบ้านดารานักร้องบ่อยๆ ไม่ได้การแล้ว เพื่อความไม่ประมาท เขาต้องล็อกประตูห้องนอนให้แน่นหนากันขโมยหนีออกไปได้ เขาเดินไปตรงลิ้นชัก ดึงมันออกมาแล้วหยิบปืนขนาดพกพาขึ้นมาเตรียมป้องกันตัว แล้วเดินไปยังหน้าห้องน้ำ “ใครอยู่ในห้องน้ำ ออกมาเดี๋ยวนี้!” “........” เงียบ ไม่มีสัญญาณตอบรับ มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูก็เห็นมามันล็อกอยู่ จึงเคาะประตูแรงๆ ปังๆ !! “ฉันถามว่าใครอยู่ในห้องน้ำ! ถ้าไม่ออกมาฉันจะยิงทะลุไส้แตกแน่!” เสียงตวาดดังๆ หน้าห้องน้ำพร้อมทั้งคำขู่ของเขา ทำให้สาวน้อยแทบฉี่ราด ร่างเล็กที่เปียกปอนกำลังสั่นงกๆ อยู่หน้าห้องน้ำด้วยความตื่นกลัว กลัวไปสารพัดจนบรรยายไม่ถูกแล้วว่ากลัวอะไรบ้าง ‘ตาย...แกตายแน่ๆ ยัยลูกแพรเอ๊ย ทำไมวันนี้มันซวยแบบนี้วะเนี่ย’ ร่างบางกุมมือตัวเองเอาไว้แน่น ก่อนที่จะยื่นมือที่สั่นระริกไปจับลูกบิดประตูและค่อยๆ หมุนมันออกไปทางขวามือช้าๆ จนต้องกลั้นหายใจ
กริ๊ก!! ประตูห้องน้ำค่อยๆ แง้มออกทีละน้อย โจนาธานจ้องเขม็งไปที่บานประตูรอคอยการปรากฏตัวของหัวขโมยอย่างใจจดใจจ่อโดยไม่กะพริบตา แล้วใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นตื่นกลัวเพราะกลัวความผิดก็โผล่ออกมาแต่ใบหน้าใสๆ ซีดๆ นั้น นี่ขนาดหล่อนหน้าซีดขาวเผือดขนาดนี้ยังดูสวยสดพริ้มเพราจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลาย และเก็บปืนขนาดพกพาไว้บนหลังตู้ใบใหญ่ “ออกมานี่ นังแมวขโมย!” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กซึ่งกำลังเกาะบานประตูเอาไว้แน่น คนที่มีกำลังเหนือกว่าพยายามดึงร่างเล็กออกมาจากห้องน้ำ แต่หญิงสาวก็ขืนตัวเอาไว้สุดฤทธิ์ เพราะหล่อนออกไปให้เขาเห็นในสภาพแบบนี้ไม่ได้จริงๆ ก็สภาพของเธอตอนนี้มันล่อแหลมเกินไป และเขาก็สวมแค่ผ้าขนหนูพันหมิ่นเหม่แบบนั้นมันน่ากลัวมากกว่าน่าใคร่เสียอีก ถึงแม้ว่าจะคลั่งไคล้เขาแค่ไหน แต่เพราะวันนี้หล่อนทำผิดก็เลยยังไม่กล้าสู้หน้าเขาเท่าไรนัก หนำซ้ำเมื่อกี้เขายังขู่จะฆ่าเธออีก หญิงสาวจึงเอาแต่ก้มหน้าเมื่อเขาเดินเข้ามาประชิดตัว โจนาธานตะลึงมองร่างเล็กที่เปียกปอนไปทั้งเนื้อทั้งตัวเนิ่นนาน แล้วสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่าที่ไม่เคยทิ้งลายก็ปรากฏขึ้นในดวงตาคมกริบของเขา แววตาแพรวพราวแสนเสน่ห์สำรวจความเซ็กซี่เย้ายวนนั้นจนพอใจ หล่อนสวย ขาว อึ๋ม กะทัดรัดดี กำลังอยู่ในวัยขบเผาะน่ากินทีเดียว ท่าทางเนื้อของหล่อนคงจะหวานน่าดู เมื่อต้องอยู่ใกล้ชิดชนิดที่หายใจแทบจะรินรดกันและกันแบบนี้ ลูกแพรก็อดรู้สึกหวิวๆ ในหัวใจไม่ได้ ใบหน้าที่ซีดขาวแต่แรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความเขินอาย เมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังถูกเขาจ้องมองทะลุผ่านเสื้อผ้าที่เปียกน้ำแนบเนื้อไปถึงไหนต่อไหน คล้ายกับกำลังคิดเปลื้องผ้าและล่วงเกินหล่อนทางสายตา “คุณเข้ามาทำอะไรในห้องนอนของผม แล้วมาทำอะไรในห้องน้ำนี่ไม่ทราบ...สาวน้อย หรือว่า...ตั้งใจมาให้ท่าผมถึงในห้องนอน เก่งนะ...มาถูกวันเสียด้วย ผมกำลังต้องการร่วมรักกับสาวๆ สวยๆ อยู่พอดีเลย หึๆ” มือหนาข้างหนึ่งรั้งเอวบางเข้าหาตัว ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปกดล็อกบานประตู สาวน้อยรีบเงยหน้าที่แดงปลั่งมองเขาทันทีอย่างตระหนก วันนี้เธอยังไม่ได้เตรียมใจจะเป็นของเขาเลย นี่เขากำลังจะทำอะไรเธออย่างที่เขาพูดจริงๆ เหรอ ‘ไม่ได้นะ เธอยังเรียนหนังสือไม่จบเลย เหลืออีกตั้งเทอมหนึ่งกว่าจะจบ แต่ว่าทำไมเขาถึงได้หล่อระเบิดแบบนี้นะ’ ยิ่งได้มาอยู่ใกล้ชิดแบบแนบเนื้ออย่างนี้ใจของสาวน้อยมันก็สั่นๆ ยังไงชอบกล สายตาตื่นๆ แสนไร้เดียงสา มองเขาด้วยความรู้สึกกึ่งกลัวกึ่งอยากรู้อยากลอง ทำให้คนที่ผ่านผู้หญิงมามากอย่างเขาพอจะมองออกและเข้าใจความรู้สึกของสาวน้อยตรงหน้าเป็นอย่างดี แววตาของหล่อนใสแจ๋วขนาดนั้น ปกปิดความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เลยสักนิด ลูกแพรลืมเรื่องเจ้าหมาน้อยไปเสียสนิท เมื่อศีรษะดกดำกำลังก้มต่ำลงมา ปากบางหยักได้รูปของเขาเข้ามาใกล้ริมฝีปากเล็กสีกุหลาบเรื่อยๆ ใบหน้าหวานละมุนหลับตาพริ้มคล้ายจะรอคอยสัมผัสแสนหวานจากเขา ปากบางสีกุหลาบเผยอออกเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ โจนาธานหัวเราะหึๆ ในลำคออย่างพึงพอใจ ก่อนที่จะจุมพิตสาวน้อยช้าๆ ศีรษะทุยของหล่อนแหงนหงายไปด้านหลัง ในสมองของหล่อนว่างเปล่าคล้ายจะเห็นเพียงแค่แสงดาวระยิบระยับเต็มไปหมด ร่างกายเบาหวิวราวกับปุยนุ่น ลูกแพรรู้สึกเหมือนร่างกายของตนกำลังถูกห่อหุ้มไว้ด้วยแสงตะวันยามเช้าที่แสนอบอุ่น ไม่เคยคิดเลยว่าการได้อยู่ในอ้อมกอดของเขามันจะให้ความรู้สึกที่วิเศษขนาดนี้ ร่างกายของหล่อนอ่อนระทวย หลงใหลไปกับมนตร์เสน่หาที่เขากำลังหยิบยื่นให้ ความคลั่งไคล้ที่บ่มเพาะมานานกับความฝันที่กลายเป็นความจริง ทำให้ลูกแพรยอมให้เขาแทรกผ่านความอ่อนโยนเข้าไปในโพรงปาก รสจุมพิตของเขาช่างหวานล้ำยิ่งนัก โจนาธานได้ใจเมื่อหล่อนไม่คิดที่จะปฏิเสธเขา ลิ้นอุ่นๆ ล่วงล้ำเข้าไปภายใน ซอกซอนดูดกลืนความหอมหวานบริสุทธิ์ดุจน้ำผึ้งเดือนห้าอย่างกระหายไม่รู้จักอิ่ม ร่างกายที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยฤทธิ์แห่งเสน่หา ได้ปลุกความปรารถนาของเขาให้ลุกโชนนานหลายนาทีแล้ว เขาไม่อยากหยุดอยู่แค่จุมพิตหล่อนอีกต่อไปแล้ว เขาต้องการหล่อนมากกว่านั้น มือเรียวลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังที่เปียกปอน ก่อนที่จะค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปใต้เสื้อยืดแขนกุดสีขาวของหล่อน เขาแค่ใช้นิ้วสะกิดที่ตะขอบราเพียงนิดเดียวมันก็หลุดออกอย่างง่ายดาย ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงมือสากหนาที่เข้ามากอบกุมความเป็นสาวที่อวบอัดครัดเคร่งของหล่อน คราแรกอยากจะถอยหนี แต่ทว่าสัมผัสจากมือเรียวของเขาก็สร้างความวาบหวามรัญจวนใจให้กับเธอยิ่งนัก ร่างกายของเธอกำลังสั่นไหว หัวใจของเธอก็กำลังเต้นรัวแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน ด้านนอกประตูห้องนอนของโจนาธาน เหมียวมายืนอยู่หน้าประตูห้องตั้งนานสองนานแล้ว แต่ก็ไม่กล้าเคาะห้องของเจ้านายสุดหล่อของเธอสักที เพราะประตูถูกล็อกเอาไว้ เด็กสาวตั้งใจจะเอาเสื้อผ้ามาให้ลูกแพรเปลี่ยน แต่กว่าที่เธอจะเลือกไซส์เสื้อกับกางเกงให้กับเพื่อนสาวร่างเพรียวระหงของเธอได้ก็แทบต้องค้นมันทั้งตู้ เพราะเสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ในตอนนี้ มันคนละไซส์กับเพื่อนของเธอ ป้าผ่องแม่บ้านวัยใกล้ชราตามหาเหมียวจนเหนื่อย เพื่อเรียกให้สาวใช้ไปช่วยทำอาหารให้กับเจ้านายที่เพิ่งกลับมา แล้วก็มาพบเหมียวอยู่ที่หน้าห้องของโจนาธาน “แกขึ้นมาทำอะไรในนี้นังเหมียว” ป้าผ่องถามด้วยความสงสัย “คือว่า เหมียวเอาชุดมาให้ลูกแพรมันน่ะ แต่ว่าประตูมันล็อก ทำไงดีล่ะป้า” เหมียวใบหน้าเหยเก ดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด จนป้าผ่องสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น “ก่อนที่แกจะถามป้าว่าจะทำยังดี แกตอบป้ามาก่อนซิ ว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมแกถึงต้องเอาชุดมาให้หนูแพรมันเปลี่ยนถึงในห้องคุณโจเขานี่ ไหนลองบอกมาซิ” สายตาคาดคั้นจริงจังของป้าผ่องทำให้เหมียวต้องเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้ป้าผ่องฟังอย่างละเอียดยิบ “ฮะ! หมาของหนูแพรน่ะเหรอขึ้นไปขี้อยู่ในห้องของคุณโจ แล้ว...แล้วตอนนี้หนูแพรก็ตัวเปียกอยู่ในห้องน้ำ ตายแล้ว! อกอีแป้นจะแตก” มือเหี่ยวๆ ทาบลงบนอกด้วยสีหน้าคล้ายจะเป็นลม ทำให้เหมียวไม่กล้าสบตาผู้อาวุโสด้วยกลัวว่าจะโดนนางดุอีกคน “เป็นความผิดของแกนั่นแหละนังเหมียว แกปล่อยให้เพื่อนซี้ของแกเข้าไปในห้องของคุณโจเขาได้ยังไง” “โธ่ หนูก็บอกว่าป้าแล้วไง ว่าเจ้านีโม่มันเข้าไปอึในนั้นน่ะ” “ป้าหมายถึงว่าแก ปล่อยให้ทั้งคนทั้งหมาเข้ามาถึงในห้องนอนของคุณโจเขาได้ยังไง ทำไมไม่บอกลูกแพรเขาตั้งแต่แรกว่าเข้าไปไม่ได้ ถ้ามีอะไรแกก็ควรจะจัดการเองไม่ใช่ให้เขาไปทำความสะอาดเอง” “ก็ยัยแพรมันขออาสาทำเองนี่ป้า เหมียวขัดมันได้ซะที่ไหนล่ะ” “แล้วเป็นไง มันเกิดอะไรขึ้นข้างในแกรู้บ้างหรือเปล่า ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันในห้องสองต่อสอง แล้วหนูแพรก็อยู่ในสภาพล่อแหลมอย่างนั้นด้วย โอ๊ย! คนแก่ๆ อย่างฉันไม่อยากจะคิดต่อเลย แล้วป้าของเขาบ้านโน้นรู้เข้าจะทำยังไงเนี่ย ไป...ลงไปได้แล้ว” “อ้าว แล้วป้าไม่เคาะห้องเรียกคุณโจกับยัยแพรแล้วเหรอ ปล่อยเขาไว้ด้วยกันในห้องสองต่อสองได้ยังไง ยัยแพรยังเรียนหนังสืออยู่เลยนะป้า” “ไม่รู้โว้ย ใครผูกคนนั้นก็แก้เอง ป้าไม่อยากยุ่งเรื่องของเจ้านาย ถ้าเขาล็อกประตูไว้แบบนั้นแปลว่าคุณโจคงมีวิธีจัดการกับเพื่อนแกเองแหละ ไปทำกับข้าวได้แล้ว” “จ้ะป้า” แม้จะยังห่วงเพื่อนแต่เธอก็เป็นเพียงแค่สาวใช้ ไม่มีอำนาจอะไรจะไปสั่งให้เจ้านายเปิดประตูแล้วปล่อยเพื่อนของเธอออกมาได้ ร่างอวบระยะสุดท้ายจึงได้แต่เดินนำหน้าแม่บ้านผู้สูงวัยลงไปข้างล่าง