คลื่นรักอสูร
บทที่ 1 ตอนที่ 1 : ขึ้นเรือผิดลำ

1 ขึ้นเรือผิดลำ เสียงฝีเท้าวิ่งเร็ว ๆ ไปยังเรือยอชต์ลำหนึ่งที่จอดอยู่ตรงท่า เป็นลำที่จ้างหญิงสาวไปเป็นแม่บ้านชั่วคราว ในช่วงวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์ของพวกเขา นีนนาราวิ่งมาหยุดตรงเรือลำด้านหน้า หยิบกระดาษที่ระบุหมายเลขของเรือ ออกมาดูอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “เร็วสิคุณ ! เหลือคุณคนเดียวเลยนะครับ” ผู้ชายคนหนึ่งบนเรือตะโกนพร้อมกวักมือเรียก นีนนารารีบหิ้วกระเป๋าก้าวขึ้นไปบนเรืออย่างเร่งรีบ “ขอโทษด้วยค่ะที่มาช้าพอดีมัวแต่...” “ไม่ต้องมาขอโทษผมเลยครับ เดี๋ยวเจ้านายก็โกรธกันพอดี รีบเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องโน้นเลยครับ” คนพูดสาวเชือกดึงสมอขึ้นในทันที “ค่ะ ๆ แต่ว่าห้องสำหรับแม่บ้านอยู่ตรงไหนคะ” “แม่บ้านอะไรของคุณ ผมนี่แหละเหมาหมดทุกหน้าที่ อ้อมีพี่วินคนขับเรืออีกคน คุณเป็นคนที่เจ้าของเรือเขาพามานะครับ ห้องของคุณน่าจะอยู่ฝั่งซ้าย ห้องขวาเห็นมีคนเข้าไปแล้ว เดินตรงลงไปเลยครับ ตอนนี้พวกเจ้านายกำลังนั่งดื่มกันอยู่บนดาดฟ้าโน่น อย่าเพิ่งไปรบกวนเขาล่ะ ให้เขาเรียกหาก่อนค่อยขึ้นไป” “ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” นีนนารารู้สึกงุนงงกับตำแหน่งหน้าที่การงานบนเรือลำนี้เล็กน้อย คิดว่าสักพักเธออาจเข้าใจระบบงานได้ไม่ยาก พอลงบันไดเรือไปเจอห้องนอนฝั่งซ้ายมือ ลองผลักประตูเปิดเข้าเบา ๆ ดวงตาพลันเบิกกว้างขึ้น จากสภาพของห้องนอนแสนหรูหราตรงหน้า หญิงสาวลองนั่งลงบนเตียงนอนเบา ๆ ความนุ่มทำให้ที่นอนยุบยวบลงไปแล้วเด้งตัวคืนกลับที่เดิม ‘อะไรจะโชคดีปานนี้ยัยนีน’ นีนนาราแทบเก็บความดีใจเอาไว้ไม่อยู่ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรับงานนอกสถานที่ ไม่คิดว่าจะหรูหราและแสนสบายถึงเพียงนี้ ผู้ชายคนนั้นบอกว่าอย่าเพิ่งไปรบกวนเจ้านายบนดาดฟ้า หมายความว่าเป็นเวลาส่วนตัวกับครอบครัว โดยที่ไม่ต้องการให้คนนอกไปยุ่งนั่นเอง นีนนารายังไม่ได้รื้อเสื้อผ้าของใช้ออกจากกระเป๋า เธออยากชื่นชมความงามของเรือกับท้องทะเล ผ่านกระจกวงกลมด้านข้างไปก่อน ทว่านั่งเล่นไปนานพอสมควร ก็ยังไม่มีใครมาเคาะประตูห้องเรียก เธอจึงเปลี่ยนมุมไปนอนเล่นบนเตียงนอนแสนนุ่มแทน และความนุ่มแสนสบายนี่แหละ ทำให้เธอผล็อยหลับลงไป ก๊อก ก๊อก ก๊อก คนหลับสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างตกใจ นีนนารายกฝ่ามือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เธอนอนหลับในวันแรกของการทำงานได้อย่างไร คงเพราะเจ้าเตียงนุ่มแสนนุ่มนี่เป็นแน่ ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ค่ะ ๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากเตียงนอนเพื่อไปเปิดประตูให้คนเคาะ “เอ่อ คุณ...” หญิงสาวตรงหน้าสวมชุดบิกินีสีเหลืองสด มีเสื้อคลุมตาข่ายสีขาวยาวถึงเข่า เจตนาอวดทรวดทรงอันแสนจะเซ็กซี่ของตัวเอง “ฉันจิลาวัลย์ แต่เอ๊ะ เธอไม่ใช่ชาลิสานี่” เรียวคิ้วได้รูปขมวดเป็นปมขึ้นอย่างสงสัย “ใช่ค่ะ ฉันชื่อนีน นีนนาราค่ะ ชาลิสาเป็นเพื่อนของฉันเอง” “ให้เธอมาแทนทำไมไม่บอกกันบ้างเลย แล้วนี่มัวแต่ทำอะไรอยู่ทำไมไม่แต่งตัว เจ้านายเรียกแล้วนะ” “แต่งตัว เอ่อ แต่งทำไมคะ” “เด็กใหม่หรือยังไง ก็แต่งตัวสวย ๆ แบบฉันนี่ไง จะได้ไปดูแลเจ้านายบนชั้นดาดฟ้าโน่น” คนสวยส่ายหน้าให้คนไม่เป็นงาน “ฉันเป็นแม่บ้านคนครัวคนทำความสะอาด ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวแบบคุณหรอกค่ะ” นีนนารารีบบอกเผื่อคนตรงหน้าจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป “เดี๋ยวนะ ! เมื่อกี้เธอบอกว่าเธอเป็นแม่บ้านเหรอ” “ใช่ค่ะ ฉันมาทำงานครัวกับทำความสะอาดบนเรือลำนี้ค่ะ” นีนนาราบอกเขาอย่างมั่นอกมั่นใจ ในหน้าที่การงานของเธอ “ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ ๆ เพราะถ้าเธอมาทำงานอย่างที่เธอบอกมาจริง ๆ เธอคงไม่ได้เข้ามาอยู่ในห้องนอนของเจ้านายเขาหรอก” “ห้องนอนของเจ้านาย เอ๊ะ ยังไงกันคะ ฉันเข้าห้องผิดเหรอคะ ว่าแล้วเชียวทำไมห้องแม่บ้านถึงได้หรูหราขนาดนี้ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ เดี๋ยวจะรีบเปลี่ยนห้องเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” “ไม่ต้อง ! เดี๋ยวฉันจะไปโทรหาชาลิสาก่อน ว่ามันเรื่องอะไรกันแน่” ได้ยินแล้วจิลาวัลย์ก็เป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาในทันที รีบกดหมายเลขโทรศัพท์มือถือไปหาชาลิสาในทันที “ว่าไงนะ ! พวกเธอสลับเรือกัน ขึ้นเรือผิดลำอย่างนั้นเหรอ” “สลับเรือ ?” นีนนาราถึงกับอ้าปากค้างทันทีที่ได้ยิน “มันเกิดขึ้นได้ยังไงชาลิสา แล้วนี่เรือแล่นออกมากลางทะเลแล้วนะ เจ้านายก็เรียกหาแล้วด้วยฉันจะทำยังไงล่ะ...ไม่รู้ ! เธอบอกมาว่าไม่รู้ได้ยังไง โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย ทำไมไม่โทรบอกฉันตั้งแต่แรก...ไม่รู้จะทำยังไงอย่างนั้นเหรอ เฮ้อ แบบนี้ฉันจะกล้าใช้งานเธออีกไหมเนี่ย ตึ๊ด ! ชาลิสา !” คนถูกตัดสายแทบจะกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง หันมาเจอนีนนารายืนจ้องตาแป๋วอยู่ ก็ยิ่งโมโหหนักขึ้นกว่าเดิม “พวกเธอมันบ้า เธอ เธอชื่ออะไรนะ” คนความจำสั้นถามใหม่อีกรอบ “นีน นีนนารา” “เอ่อ นีนฉันจำได้แล้ว เอาล่ะเธอรู้ไหมว่าชาลิสาทำงานอะไรบนเรือลำนี้” จิลาวัลย์พยายามตั้งสติเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า “ก็ไม่เคยถามตรง ๆ เหมือนกันค่ะ แต่เคยได้ยินคนอื่นพูดว่าเหมือนงานบริการลูกค้า” นีนนาราไม่กล้าพูดตรง ๆ แต่ก็อ้อมไม่พ้นอยู่เหมือนกัน “ถูกต้องงานบริการลูกค้าน่ะถูกแล้ว แต่รู้ไหมว่าบริการแบบไหน” คราวนี้นีนนารากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะมองห้องนอนสุดหรูกับสภาพภายในห้อง เธอได้ยินข่าวด้านลบของชาลิสามาบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นสภาพการทำอาชีพนี้จริง ๆ นั่นหมายความว่าเธออยู่ผิดที่ผิดทางน่ะสิ “เอ่อ ถ้าอย่างนั้นฉันขอกลับเข้าฝั่งนะคะ” “เข้าฝั่ง ! เธอพูดออกมาได้ นี่เรือเราแล่นมากลางทะเลแล้วนะ เธอทำอะไรอยู่ไม่รู้เลยหรือยังไง” จิลาวัลย์โวยวายใส่อย่างหงุดหงิด “พอดีเผลอหลับ” อีกคนก็บอกเสียงอ่อย ๆ ออกมา “เผลอหลับ ! เธอเป็นเด็กหรือยังไงนีนที่จะต้องหลับกลางวันแบบนี้ ถ้าเธอบอกตั้งแต่เพิ่งออกจากฝั่งมา มันก็พอจะหาคนมาแทนได้ แต่นี่กลางทะเลแล้วนะ โอ๊ย ฉันจะทำยังไงดี” จิลาวัลย์ถอนหายใจหนัก ๆ พร้อมกุมขมับเดินวนไปมาภายในห้อง “เดี๋ยวฉันปรึกษาพี่วินดูก่อนนะ ว่าเขาพอจะหาวิธีพาคนอื่นมาแทนได้ไหม รออยู่นี่แหละอย่าเพิ่งไปไหน” จิราวัลย์กำชับก่อนเดินออกจากห้องไป ตรงดิ่งไปหารือกับคนขับเรือและผู้ช่วย ซึ่งพวกเขาก็รู้เรื่องการทำงานของเธอเป็นอย่างดี เพราะทำด้วยกันมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว “ว่าไงนะจิล เธอบอกว่าผู้หญิงคนนั้นขึ้นเรือผิดลำเหรอ” “ใช่ค่ะพี่วินทำไงดีล่ะทีนี้ ให้เรือเล็กขับไปรับชาลิสาดีไหมพี่” “ทำแบบนั้นไม่ได้เจ้านายก็รู้หมดสิ ว่าเราทำงานพลาด พี่ไม่ยอมเสียชื่อหรอก อีกอย่างถ้าเอาเรือเล็กออกไป กว่าจะกลับมาก็ค่ำแล้วอันตรายอีก จะให้ลำอื่นมาส่งอีกก็ไม่ได้ เพราะวันนี้คิวเต็มทุกลำ ไม่ได้ ๆ” ธาวินไม่เห็นด้วยกับการให้เรือเล็กออกไปรับคนมา “งั้นทำไงดีพี่” “พี่วินเจ้านายเรียกหาสาว ๆ แล้วพี่” เสียงอนุชิตผู้ช่วยคนขับเรือ ตะโกนออกมาจากห้องเครื่องให้ทั้งคู่ได้ยิน “ฉิบหายแล้วไง” ธาวินหันไปมองหน้าจิลาวัลย์ในทันที เขาหันหน้าออกไปมองทะเล ก่อนจะหันกลับมามองจิลาวัลย์อีกรอบ “อะไรพี่วินมองหน้าจิลแบบนี้ทำไม” “พี่มีแผนแล้วจิล” “แผนอะไร” “ก็แผนที่เราจะไม่ถูกเจ้านายหักเงิน หรือโกรธเราในเรื่องนี้ยังไงล่ะ” ธาวินทำตาเจ้าเล่ห์หลังนึกหาทางแก้ไขได้ “เล่ามา ๆ” จิลาวัลย์เอียงหูฟังอย่างตั้งใจ ฟังไปก็เครียดตามไปด้วย เพราะว่าเรื่องที่ธาวินให้เธอทำนั้น ค่อนข้างไม่เข้าท่าเอาเสียเลย “มันจะดีหรือพี่” “ดีสิจิล ไม่ได้ทำฟรีสักหน่อย เงินก็ตั้งเยอะตั้งแยะถ้ายัยนีนอะไรนั่นทำงานที่เดียวกับชาลิสา แสดงว่าเป็นพนักงานในโรงแรมเหมือนกันนั่นแหละ เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะอะไร ดีไม่ดีพอได้ยินเรื่องเงินจะรีบตาโตคว้าเอาล่ะไม่ว่า” “ก็ได้ ๆ พี่วินก็ไปถ่วงเวลาเจ้านายให้หน่อยก็แล้วกัน” “ได้เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

บทที่ 2 ตอนที่ 2 : ขึ้นเรือผิดลำ 2

เมื่อตกลงกันได้แล้ว ธาวินก็เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อถ่วงเวลาเจ้านาย จิลาวัลย์เดินกลับไปหานีนนาราที่ห้องพัก พร้อมกับความจริงที่หญิงสาวจะต้องรับรู้ในตอนนี้ “ฉันไม่ทำ !” นีนนาราปฏิเสธทันที หลังได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของจิลาวัลย์ เป็นเรื่องที่เธอทำใจยอมรับไม่ได้จริง ๆ “เธอเลือกไม่ได้นะนีน เจ้านายเราไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปเป็นพวกอันตรายเสียด้วยสิ ขืนเดินไปบอกว่าทำงานพลาด ไม่มีคนมาบริการระหว่างล่องเรือเที่ยวสามวันนี่ ไม่เธอก็ฉันจะได้กลายเป็นศพอืด ลอยกลางทะเลเป็นแน่” “โทรบอกให้คนไปรับชาลิสามาแทนสิไม่เห็นจะยาก” “เธอก็พูดง่าย ๆ นี่เราออกจากฝั่งมากลางทะเลแล้วนะ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ค่ำแล้วด้วย อีกอย่างตอนนี้เจ้านายเรียกตัวเราสองคนแล้วด้วย ต้องรีบขึ้นไปรู้ไหม” “ไม่ฉันไม่ทำ” นีนนาราส่ายหน้าเร็ว ๆ “ไม่ทำก็จับถ่วงน้ำไป !” เสียงของธาวินดังขึ้นตรงประตูห้อง นีนนาราถึงกับผวาไปอยู่ด้านหลังของจิลาวัลย์อย่างตกใจ “คุณเป็นใคร” นีนนารารู้สึกกลัวผู้ชายที่หน้าตาดี แต่ว่าท่าทางไม่น่าไว้วางใจคนนี้ “ฉันเป็นใครเหรอ ฉันเป็นคนขับเรือและดูแลเรื่องงานบริการบนเรือลำนี้ยังไงล่ะ ถ้าเธอไม่ทำฉันจะโยนเธอลงทะเล ให้เป็นอาหารปลาเดี๋ยวนี้เลย” ธาวินจ้องคนถามด้วยสายตาดุ ๆ “คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ” นีนนารารับรู้ได้ถึงความไม่ดี ที่แผ่ออกมาจากคนตรงหน้า “เธอกำลังจะทำให้ฉันกับจิลเดือดร้อน ฉันจะเอาไว้ทำไม” “ใจเย็น ๆ ก่อนพี่วิน ให้จิลคุยเองดีกว่า พี่ไปดูแลเรื่องขับเรือต่อเถอะ” จิลาวัลย์พยายามทำใจเย็นกับเรื่องนี้ รู้ดีว่าคนอย่างธาวินนั้นร้ายกาจแค่ไหน “เออ ให้รู้เรื่องนะ ถ้าไม่ทำพี่จับโยนลงเรือทันทีไม่มีข้อแม้ !” จิลาวัลย์ยิ้มตรงมุมปากในทันที เพราะคำขู่ของธาวินดูเหมือนจะได้ผล นีนนาราหน้าซีดลงอย่างชัดเจน กลอกลูกตาไปมาเหมือนคนกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอด จิลาวัลย์เอื้อมมือออกไปกุมมือของคนกลัวเอาไว้ แล้วค่อย ๆ อธิบายเรื่องราวให้ฟังใหม่อีกรอบ “นีนฉันจะพูดกับเธอตรง ๆ นะ ถ้าเธอไม่ทำเธอไม่รอดแน่ ไม่ใช่แค่เจ้านายที่น่ากลัว พี่วินเองก็ไม่เคยปรานีใครเหมือนกัน ชาลิสาอยู่วงการนี้ได้ ก็เพราะทำงานไม่เคยพลาด แต่ถ้าครั้งนี้ทำให้พี่วินต้องถูกเจ้านายลงโทษ ฐานทำงานไม่สมเป็นมืออาชีพ เธอกับชาลิสาก็ไม่รอดทั้งคู่รู้ไว้ด้วย” “คุณจะฆ่าฉันกับชาลิสาเหรอ” “โน ๆ ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นพี่วินโน่น พี่วินเขาเป็นซาตานในคราบเทพบุตรรู้ไหม ประเภทหล่อแต่ร้าย และเลวเกินกว่าที่คนอย่างเธอจะคิดได้เลยล่ะ แล้วคนอย่างพี่วินจะมาทำงานขับเรือบริการคนอื่นทำไม ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่บรรดาผู้มีอิทธิพลของที่นี่ พวกเจ้านายด้านบนก็มาเฟียดี ๆ นี่เอง” จิลาวัลย์มองคนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ความหวาดกลัวของนีนนารา กำลังจะทำให้การเกลี้ยกล่อมครั้งนี้ได้ผล “นีนแค่สามวันเองนะ ได้เงินเป็นแสนเลยล่ะมันคุ้มนะฉันว่า คุ้มกว่าการถูกจับโยนลงทะเลเป็นไหน ๆ เลือกมาฉันไม่มีเวลามากนักหรอก” ต้นประโยคก็หว่านล้อม แต่ท้ายประโยคดูเหมือนจะเร่งรัดเอาเรื่องให้ได้ นีนนาราหลับตาลงแน่นรู้แค่ว่าเธอยังไม่อยากตาย “ถ้าฉันทำจะไม่ทำอะไรชาลิสาใช่ไหม” นานพอสมควรกว่าที่หญิงสาวจะถามออกมาแบบนี้ “เฮอะ เธอนี่มันบ้า ตัวเองจะตายอยู่แล้วยังจะห่วงชาลิสาอีก ถ้าเธอทำฉันจะบอกให้พี่วิน ไม่ลงโทษชาลิสาแบบรุนแรง แต่อาจมีหักเงินบ้าง เพื่อให้เป็นบทเรียนว่าอย่าทำอะไรสะเพร่าแบบนี้อีก” “ฉันไม่รู้จะทำยังไง ฉันไม่เคยทำงานแบบนี้ คือ เอ่อ ฉันทำไม่เป็น” เสียงถอนหายใจหนัก ๆ ออกมาจากนีนนารา “ฉันจะสอนเธอเองนีน ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ไปนั่งคอยชงเหล้าให้เจ้านายเท่านั้นเอง” “คุณจิลได้หรือยังพี่วินเร่งมาแล้วนะครับ” อนุชิตมาเคาะประตูห้องเรียกอยู่ด้านนอก “รู้แล้ว ๆ รอแป๊บสิ” จิลาวัลย์ตะโกนตอบออกไป “ทำตามฉันก็พอนะนีน รับรองไม่ยากเลยจริง ๆ เธอเปลี่ยนไปใส่ชุดว่ายน้ำไป” “ชุดว่ายน้ำ ! ไม่มีหรอก” นีนนาราส่ายหน้าทันที “ไม่มี !” อีกคนก็ทำหน้าไม่อยากเชื่อ ว่าผู้หญิงมาทะเลจะไม่พกชุดว่ายน้ำมาด้วย “ก็จะมาทำครัวกับความสะอาดจะเอามาทำไมละ” “บ้าที่สุดเลย อืม ว่าไปหุ่นเธอคงพอกับฉัน งั้นไปที่ห้องฉันเร็วฉันเอามาหลายชุดอยู่” จิลาวัลย์ฉุดข้อมือของนีนนารา พาไปที่ห้องพักของตัวเอง เปิดกระเป๋าแล้วหยิบบิกินีสีแดงสดออกมา “ตัวนี้เหรอคุณ” นีนนาราทำหน้าขยาด กับเจ้าชุดที่ใช้ผ้าผลิตน้อยนิดเหลือเกิน “ไม่ต้องเรียกคุณแล้วรำคาญ เรียกจิลเฉย ๆ ก็พอ แล้วก็ใส่ตัวนี้แหละ ฉันเอามาแค่สี่ตัวแบ่งกันใส่คนละสองวันแล้วกัน ไปเอาไปใส่ได้แล้ว รีบ ๆ ด้วยล่ะ” จิลาวัลย์ยัดบิกินีสีแดงสดใส่มือของคน ที่ยังยืนงง ๆ กับชีวิตอยู่ “ไปเร็วสินีน” หญิงสาวเร่งเมื่ออีกฝ่ายยังเงอะงะทำตัวไม่ถูก “อืม” นีนนาราถือบิกินีตัวน้อย กลับมาใส่ที่ห้องของตัวเอง โดยมีจิลาวัลย์เดินตามหลังมาติด ๆ ด้วย แต่ดูเหมือนคนในห้องน้ำจะใช้เวลานานจนผิดสังเกต คนด้านนอกเลยต้องเคาะประตูเรียกแรง ๆ “ออกมาได้แล้วนีน ต้องไปแล้วนะ...” ยังไม่ทันจะได้พูดต่อประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกมา จิลาวัลย์อ้าปากค้างนิด ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ “ไม่ต้องทำอะไรแล้วนีนแค่ปล่อยผมยาว ๆ ก็สวยสะกดทุกสายตาแล้ว อวบใช่เล่นเลยนะเธอนี่” สายตาของผู้หญิงด้วยกันยังมองว่าสวย มีหรือพวกผู้ชายจะมองไม่เห็น ความสวยหมดจดของคนตรงหน้าเธอ “ต้องใส่ชุดนี้จริง ๆ เหรอจิล ฉันว่ามันโป๊ไปนะ” คนพูดยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดท่อนบน อีกข้างก็ปิดท่อนล่างไปด้วย “จริงสิไม่โป๊หรอกมาทะเลเขาก็ใส่บิกินีกันทั้งนั้นแหละ แล้วไม่ต้องเดินหนีบขาแบบนั้นด้วยนะ เดี๋ยวเขาก็รู้หมดว่าเป็นมือใหม่ อ้อ ที่สำคัญ ห้ามบอกเจ้านายเด็ดขาดว่าเธอขึ้นเรือผิดลำ จนต้องมาทำงานแทนคนอื่นเขานะ ไม่งั้นคอขาดกันหมดนี่แน่ หาว่าเอาคนไม่มีฝีมือมาทำงาน” จิลาวัลย์ยกนิ้วขึ้นชี้หน้านีนนารา กำชับเรื่องสำคัญไม่ให้ลืม “ไม่มีฝีมือ” นีนนารากลืนน้ำลายลงคอแบบฝืด ๆ อย่างเธอนี่คงห่างไกล จากคำว่ามีฝีมืออยู่ไกลโข ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จิลฉันขอเสื้อคลุมของเธอได้ไหม ใส่แบบนี้แล้วมันไม่โอเคอย่างแรงเลยล่ะ ฉันก้าวขาเดินไม่ออกแน่ ๆ” พูดแล้วก็มองเสื้อคลุมตาข่ายของอีกฝ่ายไปด้วย “เรื่องมากจริง เอ้า เอาไป” จิลาวัลย์ถอดเสื้อคลุมตาข่ายของตัวเองส่งให้คนขอ ซึ่งอีกฝ่ายก็รับไปสวมใส่ในทันที “ค่อยยังชั่วหน่อย” “ตรงไหนไม่ทราบ รู้ไหมว่าเขามีไว้ให้มันน่าค้นหา ดูเย้ายวนมากกว่าเดิมต่างหากล่ะ” “เอ๋ ไม่หรอกมั้งฉันว่ามันก็พรางตาได้อยู่นะ” นีนนาราก้มลงมองเนื้อขาว ๆ ของตัวเอง ที่โผล่ออกมาให้เห็นตามช่องตาข่าย เริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว ว่ามันจะทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้จริง ๆ “แล้วแต่จะคิด ไปกันได้แล้ว จำไว้นะนีนห้ามให้เจ้านายรู้ ว่าเธอไม่เป็นงานเด็ดขาด ไม่งั้นเธอเดือดร้อนแน่ ฉันทำอะไรก็ให้ทำตามห้ามยึกยักเข้าใจไหม รู้ไว้ว่าคนบนดาดฟ้านั่นอันตรายมาก” จิลาวัลย์กำชับหนักแน่นอีกครั้ง ก่อนดึงข้อมือของนีนนารา ให้ก้าวขึ้นไปบนบันไดเรือ ผ่านห้องเครื่องก็เจอธาวินยืนกอดอกมองทั้งคู่อยู่ “กว่าจะเสด็จออกมาได้ ยกถาดนี่ขึ้นไปด้วย” ธาวินมองไปที่ถาดกับแกล้มด้านข้าง จิลาวัลย์ถือไปถาดหนึ่ง ส่วนอีกถาดนีนนาราก็เดินไปหยิบมาถือไว้

บทที่ 3 ตอนที่ 3 : ขึ้นเรือผิดลำ 3

“เธออย่าทำให้เสียเรื่องเชียวล่ะ ไม่งั้นฉันเอาตายแน่” ธาวินขู่หญิงสาวเบา ๆ ทำให้เจ้าตัวถึงกับทำถาดในมือสั่นเล็กน้อย รีบเดินขึ้นบันได ตามหลังจิลาวัลย์ไปบนดาดฟ้าของเรือ ดาดฟ้าของเรือ ที่พักผ่อนแบบมีหลังคาแค่ตรงเบาะนั่ง หากใครอยากอาบแดด ก็มีเก้าอี้ให้นอนอาบแดดเหมือนกัน มีผู้ชายสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ พอเห็นพวกเธอเดินเข้ามา ชายหนุ่มทั้งสองก็หันมามองด้วยความสนใจ คนซ้ายมือหน้าตาหล่อเหลาผิวพรรณขาวเนียน เหมือนดาราชายเกาหลีก็ไม่ปาน ส่วนคนฝั่งขวานี่สิหน้าตาคมคาย ผิวสีแทนเหมือนชายไทยทั่วไป รูปร่างก็ดูจะสูงใหญ่กว่าอีกคนด้วย ดูแล้วออกจะดิบ ๆ เถื่อน ๆ ยังไงชอบกล ทั้งคู่เปลือยกายท่อนบน สวมเพียงกางเกงว่ายน้ำขาสั้นเท่านั้น “สาว ๆ มากันแล้วเหรอครับ ได้ข่าวว่าใช้เวลาแต่งตัวกันนานเป็นพิเศษเลยนะครับ” คนฝั่งซ้ายเอ่ยกระเซ้า ก่อนจะกวาดสายตามองเธอทั้งคู่อย่างหยาบโลน วินาทีนี้นีนนาราแทบจะทุ่มถาดกับแกล้มในมือใส่หน้าเขา แต่ดูเหมือนจิลาวัลย์จะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่ หญิงสาวรีบเดินฉีกยิ้มหวานเข้าไปหาคนฝั่งซ้าย วางถาดลงบนโต๊ะ แล้วขยับเข้าไปนั่งเบียดเขาบนเบาะ ‘นั่นแปลว่า...เธอซวยแล้วไง’ หันไปมองคนด้านข้าง ก็ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจเธอเท่าไรนัก จิลาวัลย์หันมาขึงตาให้เธอนั่งลงได้แล้ว นีนนาราจำต้องถือถาดไปวางลง ตรงหน้าของคนฝั่งขวา ทิ้งระยะห่างจากเขาราวคืบหนึ่ง จากนั้นก็หยิบของในถาด ลงวางบนโต๊ะอย่างเบามือ สายตาก็มองไปที่จิลาวัลย์ ว่าจะเริ่มงานบริการของตัวเองอย่างไร แต่แล้วสิ่งที่เธอเห็นนั้น ทำให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก เพราะฝ่ายชายนั้นมือไม่อยู่นิ่งลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของจิลาวัลย์ แต่แทนที่จิลาวัลย์จะห้ามปราม กลับยิ้มหวานให้เขา พร้อมกับหันมาตักอาหารตรงหน้าใส่ปากของเขาด้วย มีหันมาขยิบตาให้เธอทำตามอีกด้วย นีนนาราหยิบตะเกียบคีบปลาดิบตรงหน้า จุ่มน้ำจิ้มแล้วยกขึ้นตรงปากของคนด้านข้าง ไม่เพียงแต่เขาไม่สนใจยังมองมาที่เธอด้วยสายตาดุ ๆ เขาเอียงหน้าเล็กน้อยลงไปที่เรือลำน้อย ที่อัดแน่นไปด้วยน้ำแข็งบด ด้านบนเต็มไปด้วยปลาดิบหลากหลายชนิดวางโปะอยู่ “จิ้มน้ำจิ้มแล้วค่ะ” หญิงสาวบอกเขาเสียงอ่อย ๆ “ก็กินเองสิ” สายตาของคนพูดดูว่างเปล่า เหมือนจะรำคาญเธออยู่ในที คิดไปแล้วแบบนี้ก็ดีไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มาวุ่นวายกับเนื้อตัวของเธอ ไม่ได้มาลูบ ๆ คลำ ๆ เหมือนผู้ชายคนฝั่งตรงข้าม ที่มือลูบจิลาวัลย์แต่สายตานั้น กลับมองมาที่เธอพร้อมกับยักคิ้วให้ด้วยหนึ่งที นีนนาราสะดุ้งเล็กน้อย ขยับตัวไปหาคนด้านข้างอย่างลืมตัว ก่อนจะถอยห่างออกมาเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่านั่งชิดกันจนเกินไป รีบนำสิ่งที่อยู่ในมือเข้าปากตัวเองแล้วเคี้ยวในทันที ทุกปฏิกิริยาของหญิงสาว ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านข้าง รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย บารเมษฐ์ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าปี เป็นเจ้าของธุรกิจอู่ต่อเรือชั้นนำของประเทศ เขาหรี่ตามองคนด้านข้าง แล้วยื่นมือออกไปหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ หญิงสาวด้านข้างก็ยังนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ “เอ่อ เรายังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนะคะ” เสียงของจิลาวัลย์ดังขึ้นเบา ๆ หญิงสาวโปรยเสน่ห์ด้วยรอยยิ้มแสนเซ็กซี่อย่างมีชั้นเชิง “ครับว่าแต่คนสวยชื่ออะไรกันบ้างเอ่ย” “จิลค่ะส่วนโน่นก็นีน แล้วพวกคุณล่ะคะ” จิลาวัลย์เอียงหน้าช้อนตา มองชายหนุ่มด้านข้างอย่างมีจริตจะก้าน “ผมชื่อเจนธรรมครับ ส่วนนั่นบารเมษฐ์” เจนธรรมแนะนำตัวเองและเพื่อนรัก ให้สองสาวได้รู้จัก ทว่าสายตาของเขาหยุดนิ่ง อยู่ที่นีนนารานานเป็นพิเศษ “แหม คุณเจนธรรมก็เอาแต่มองนีนอยู่นั่นแหละค่ะ ไม่สนใจจิลเลย” จิลาวัลย์ทำน้ำเสียงกระเง้ากระงอดใส่เขาแต่พองาม นั่นแหละเจนธรรมถึงได้หันกลับมาหา “อย่างอนสิครับคนสวย” เขาบอกแล้วโน้มต้นคอของจิลาวัลย์เข้ามาจูบปาก ที่เคลือบไว้ด้วยลิปสติกสีแดงสด ของหญิงสาวอย่างดูดดื่ม ไม่ได้รู้สึกกระดากอายต่อสายตา ของอีกสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “นี่เธอ ชงเหล้าให้หน่อยสิ” คำพูดเบา ๆ ของบารเมษฐ์ ทำให้นีนนาราต้องเงยหน้าขึ้นมามองเขา แต่ดูเหมือนเขาจะสนใจดินฟ้าอากาศ มากกว่าเธอหรือหนังสดตรงหน้าเสียอีก ‘คงเห็นจนชินแล้วสินะ ว่าแต่เหล้ามันชงยังไงล่ะเนี่ย’ นีนนาราทำใจกล้าหยิบแก้วเหล้าของเขามาวางตรงหน้า ท่าทางเงอะงะของเธอคงทำให้จิลาวัลย์สังเกตเห็น หญิงสาวรีบถอนจูบออกแล้วยิ้มหวานให้เจนธรรม “เหล้าคุณหมดแล้วเดี๋ยวจิลชงให้นะคะ” ‘ขอบคุณมากจิล’ นีนนารารู้ว่าหญิงสาวเจตนาสอนการชงเหล้าให้เธอ รีบลงมือทำตามในทันที เริ่มจากคีบน้ำแข็งจนเต็มแก้วเทเหล้าตามด้วยโซดา เสร็จแล้วก็เลื่อนแก้วไปให้เขา “ช้าเป็นเต่า” เป็นคำด่าใช่ไหมแบบนี้ นีนนาราหน้าเสียเล็กน้อย มองคู่ฝั่งตรงข้ามเหมือนพวกเขาจะไม่ได้สนใจคนอื่นแล้ว นอกจากจะล้วง ๆ ควัก ๆ กันอยู่ตรงนั้น โชคดีของเธอแค่ไหนที่บารเมษฐ์ยังนิ่งเฉย ไม่ได้หื่นประเจิดประเจ้อเหมือนเจนธรรม ‘เฮ้อ เธอโชคดีจริง ๆ ยัยนีน’ “จะนั่งห่างแบบนั้นไปอีกนานไหม” คำว่าโชคดีวิ่งหนีเธอไปแล้ว นีนนารากลืนน้ำลายลงคอเบา ๆ ก่อนขยับเข้าไปนั่งใกล้ ๆ กับเขา เกือบจะชิดแล้วล่ะแต่ดูเหมือนเขาจะไม่พอใจสักเท่าไหร่ ทำตาขวางใส่เธออยู่ตลอดเวลา กลิ่นเหล้ากลิ่นตัวแบบผู้ชายของเขาทำให้เธอรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย เรือก็โคลงเคลงไปมาหนักขึ้นกว่าเดิม เหมือนคลื่นลมในทะเลจะแรงขึ้นเรื่อย ๆ “ทำไมหน้าบึ้งแบบนั้นวะไอ้ฟาร์ม ทำคุณนีนเขากลัวหมดแล้วนั่น” เจนธรรมเป็นคนชวนเขาคุย นั่นทำให้เธอได้หายใจโล่งคอขึ้นมาบ้าง ส่วนจิลาวัลย์ก็คอยแต่จะขึงตาให้เธอบริการเจ้านาย ตามที่เธอทำให้ดู แต่ใครจะไปกล้าล่ะ แบบนั้นมันก็เกินไป “งี่เง่าชะมัด” ไม่รู้ว่าเขาว่าใครแต่นีนนาราก็แอบรับมาเต็ม ๆ “เฮ้ย ใจเย็น ๆ สิ รู้ว่าเครียดเรื่องงานถึงได้พามาเที่ยวนี่ไง เอาให้เต็มที่ไปเลย กับชีวิตสามวันบนเรือนี่” “เออ ไม่ต้องสนใจฉันหรอกโชน แกตามสบายเลยก็แล้วกัน” “ตามใจ อ้อ ถ้าแกไม่สนหญิงงั้นคุณนีนมานั่งข้าง ๆ ผมก็ได้นะครับ” งานเข้านีนนาราอย่างจัง หญิงสาวยิ้มแหย ๆ แล้วหันไปมองบารเมษฐ์ แต่เขาก็ยักไหล่ทำท่าเหมือนว่าแล้วแต่เธอจะตัดสินใจ ให้ไปนั่งกับคนมือปลาหมึกแบบนั้น เธอขอนั่งอยู่กับคนอารมณ์ร้ายตรงนี้ดีกว่า นีนนาราสูดลมเข้าปากเบา ๆ ก่อนจะเลียนแบบจิลาวัลย์ด้วยการฉีกยิ้มหวาน ๆ ให้กับเจนธรรม แต่ขยับเข้าไปนั่งชิดกับบารเมษฐ์ถือวิสาสะคล้องแขนเขาไว้ “ขืนทำแบบนั้นคุณบารเมษฐ์ก็เหงาแย่สิคะ ไม่มีคนคอยเติมเหล้าให้ นีนนั่งอยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ ขอบคุณคุณเจนธรรมมากนะคะ” กลั้นใจพูดออกไปแล้ว นีนนารานึกอยากจะหัวเราะทั้งน้ำตาจริง ๆ “งั้นก็ตามใจคุณนีนก็แล้วกันครับ” ในน้ำเสียงเชิงเล่นเชิงจริงของเจนธรรมนั้นเต็มไปด้วยความเสียดายเจืออยู่ แต่คนที่แอบเป่าลมออกปากกลับเป็นจิลาวัลย์นั่นเอง อย่างน้อยนีนนาราก็ยังไหลไปตามน้ำได้ และหวังว่าจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดสามวัน “พูดแบบนี้จิลก็น้อยใจนะคะ เอะอะก็จะชวนนีนมานั่งด้วยแล้วจะเอาจิลไปไว้ที่ไหนล่ะคะคุณเจนธรรม” จิลาวัลย์ตัดพ้อเขาเล็กน้อยเอียงหน้าซบไหล่เขาอย่างออดอ้อน เป็นมารยาหญิงที่นีนนาราเห็นแล้วชวนขนลุกอยู่ไม่น้อย หญิงสาวแอบมองจิลาวัลย์ทำงานไปเรื่อย ๆ ดูวิธีการเอาอกเอาใจผู้ชาย ดูไปก็เพลินตาดีเหมือนกัน ต้องเสแสร้งจนกลายเป็นมืออาชีพเลยก็ว่าได้ เธอมัวแต่มองไปคิดไปเพลิน ๆ รู้ตัวอีกทีศีรษะก็ซบตรงหัวไหล่ของบารเมษฐ์เข้าเสียแล้ว ครั้นรู้ตัวก็รีบถอยออกในทันที เขาหันมองเล็กน้อยก่อนส่ายหน้าใส่เธอเหมือนรำคาญอีกแล้ว นีนนาราต้องแสร้งยิ้มหวาน ๆ ให้เขา ไม่คุยด้วยก็ไม่ว่าแต่ขอไม่ไปนั่งอีกฝั่งก็แล้วกัน คิดแล้วก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา หยิบตะเกียบคีบอาหารตรงหน้าใส่ปากไปพลาง ๆ พอแก้วเหล้าของเขาหมดเธอก็จัดการเติมให้อย่างรู้งาน

อ่านต่อ