8.00 น. กริ้งงง! กริ้ง~ กริ้ง~ โว้ยยยอะไรวะเนี่ยนี่มันวันหยุดไม่ใช่หรือไงทำไมถึงได้มีคนโทรจิกตั้งเเต่เช้าด้วย ผมบ่นในใจในขณะที่มือรีบคว้านหาโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงดังจนรบกวนเวลานอนของผม ให้ตายสิถ้าไม่ใช่ธุระด่วนผมจะโกรธยันลูกบวชเลยคอยดู! “ฮัลโหล! นี่เเกอยู่ไหนไอ้น้องเวร!!” เดี๋ยวนะ! พี่สาวโทรมาตอนนี้เนี่ยนะ? “เฮ้ ใจเย็นสิ” ผมตอบกลับไปในขณะที่หลับตาอยู่ “ฉันถามว่าอยู่ไหน รู้ไหมนี่มันกี่โมงเเล้ว!” บ้าจริงจะรบกวนเวลานอนคนอื่นไปถึงไหนนี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ “เมฆก็อยู่คอนโดสิ เเล้วตอนนี้ก็เช้าอยู่ถ้าจะให้ไปธุระที่ไหนให้ ขอบอกเลยว่าไม่!” โทรมาเเต่ละทีคงมีไม่กี่อย่างไม่ใช้ไปโน้นก็ใช้ทำนี่ “นี่เเกลืมไปเเล้วหรือไงเมฆ ลุกไปเเต่งตัวเดี๋ยวนี้!” “ลืม?” นี่ผมลืมอะไรไปหรือว่าผมเรียนมากไปจนจำอะไรไม่ได้เลย “งั้นฉันจะบอกเเกเป็นครั้งสุดท้าย เเล้วช่วยลากสังขารเน่าๆของเเกมาเร็วๆด้วย” ผมได้ยินเสียงจริงจังของพี่สาวเเล้วชักใจไม่ดีหรือจะมีเรื่องไม่ดี? “วันนี้วันเสาร์ใช่มันคือวันหยุดเเก เเต่ไม่ใช่วันนี้เพราะเเกต้องไปกับคุณเปรมไงไอ้น้องเวร!!” “เวรเเล้ว!!” ผมเด้งตัวลุกตื่นเต็มตาทันทีผมเพ้าไรยุ่งหมดตอนนี้ไม่ใช่เวลาตกใจมันคือเวลาซวย ซวยเเน่ๆไอ้เมฆ! “ใช่! เวรเเน่ๆคุณเปรมรอเเกที่ร้านดูชุดตอนนี้จะครึ่งชั่วโมงเเล้ว” “เจ้ คะ..คือเมฆไม่ไปได้ไหม”ใช่ เขาคือเปรม ปรเมศ คนที่ใครๆต้องก้มหัวให้เเต่ผมกลับลืมนัดตั้งเเต่วันเเรก “หยุดความกลัวเเล้วรีบไปเเต่งตัว เเกจะไปเป็นสะใภ้บ้านเขาเเต่กลับสายตั้งเเต่วันเเรกฉันจะเเก้ตัวให้เเกยังไงดีห๊ะ!?” เสียงเจ้บ่นออกมาไม่หยุดหูผมมันไม่ได้ฟังเสียงบ่นเลยสักนิดในหัวคิดเเต่จะเเก้ตัวยังไง ถ้าเจอเเล้วเขาจะเป็นยังไงมันหยุดคิดไม่ได้จริงๆ “เมฆเเกฟังฉันอยู่รึป่าว?” “อะ..อืมฟังอยู่” ปากขยับเเต่ในใจจะร้องไห้เเล้ว “ฉันให้เวลาเเก 20 นาที เดี๋ยวฉันจะไปรับที่คอนโดเเล้วจะไปส่ง เเค่นี้” ติ๊ด! เชี่ยยเเล้ว ผมรีบลุกเข้าห้องน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อยทันที ผมจัดการตัวเองเสร็จผ่านไปครึ่งชั่วโมงรถพี่สาวผมก็มารับที่คอนโด ผมรีบเปิดประตูขึ้นไปทันที “เจ้ เลื่อนไม่ได้หรือไง บอกว่าผมปวดท้องก็ได้” พยายามหาวิธีเเก้ปัญหาเพราะตอนนี้ไม่อยากเจอเขาจริงๆ “เเกคิดว่าเขาเป็นใคร จะเชื่อเด็กอย่างแกรึไง” “เเล้วทำไมต้องเป็นผมด้วย ผมยังเรียนไม่จบเลยนะ” ให้ตายสิผมยังเรียนอยู่เเต่กลับต้องมาเเต่งงานเข้าบ้านตระกูลใหญ่เนี่ยนะ? บ้าเเล้วต้องมีอะไรผิดพลาดเเน่ๆ “หยุดคิดหยุดพูดสักที นั่งไปเงียบๆจะถึงเเล้ว” คำว่าจะถึงเล่นเอาหายใจไม่ทั่วท้องเลย ผมจะโดนว่าเป็นเด็กไม่มีความรับผิดชอบไหม “ลงไปได้เเล้วถึงเเล้ว อย่าลืมขอโทษคุณเปรมด้วย” “จะ..เจ้” จะหันไปขอร้องสักหน่อยดูสีหน้าเเล้ว เฮ้อ “อืม รู้เเล้วน่า” ผมมองร้านขนาดใหญ่ก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ เเหมลงเเป๊ปเดียวขับออกไปไวเลยนะ @ร้านJ ร้านก็กว้างเกินเเล้วผมจะรู้ไหมวะว่าคุณเปรมไรนั้นอยู่ตรงไหน จะให้เดินหาให้ทั่วก็คงไม่ใช่เเล้วไหม สายตาผมกวาดมองไปรอบๆไม่มีใครโดดเด่นที่จะเป็นเขาคนนั้นเลย เดินหาจนจะทั่วเเล้วอยู่ไหนของเขาหรือว่าจะกลับไปเเล้ววะ? นั้นสิคนอย่างเขาคงไม่มานั่งรออะไรเเบบนี้หรอก หมุนตัวจะเดินกลับชนเข้ากับเเผงอกใครคนหนึ่งเข้า “อ่ะ! ขอโทษครับ”ผมรีบกล่าวคำขอโทษไปทันที “นี่เหรอสะใภ้ที่จะเเต่งเข้าบ้านฉัน?” เสียงเข้มพูดออกมาเเค่ฟังน้ำเสียงก็เล่นเอาผมขนลุกไปทั้งตัว ใช่เเล้วนี่เเหละเขา เปรม ปรเมศ “คะคือ เมฆขอโทษครับ เมื่อคืนเมฆปวดท้องมากๆ เลยมาสายนิดหน่อย” ผมแก้ตัวออกไปโดยที่ไม่มองดวงตาสีนิลของเขาเลยเเม้เเต่นิดเดียว “ฉันให้เธอพูดอีกที” ชิบหาย!ใช่เขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาหลอกเขาได้ ซวยเเล้วไอ้เมฆ “เมฆลืมครับ” ผมตอบกลับไปทันที มือบีบเข้าหากันเเน่นเป็นวันเเรกที่กดดันสิ้นดี “เมฆตื่นสาย ขอโทษที่โกหกครับ” ผมกัดปากแน่นเมื่ออีกคนยังคงเงียบ “ถ้ามีอีกครั้ง..”เขาเงียบไปผมเงยหน้าขึ้นมองเขากลับต้องนิ่งค้างทันทีกับสายตาที่จ้องมองผมเหมือนสายตาเขาไม่เคยละจากผมเลย “เธอเจอดีเเน่” “คะครับ เข้าใจเเล้ว” ตอบกลับยังเสียงสั่นเลยไอ้เมฆเอ้ย ต่อไปจะอยู่ได้ไหมวะ “รีบไปจัดการในส่วนของเธอ” ผมลืมไปเลยว่าต้องไปลองชุด มันต้องใช้เวลานิจะให้นั่งรอก็กดดันเปล่าๆ “คุณเปรมกลับก่อนเลยก็ได้ครับ เมฆว่ามันคงอีกนนาน” พูดเเค่นี้ถึงกับจ้องหน้าเลยเหรอวะ หรือเราพูดอะไรไม่เข้าหูคนหวังดีนะเนี่ยกลัวจะรอนาน “มันเป็นหน้าที่ฉัน ฉันจะรอ” โอเคคงไม่มีใครขัดใจเขาหรอก ผมลองชุดเเละเลือกอะไรไปเรื่อยๆทั้งยืนทั้งหมุนเมื่อยขาไปหมดแล้วง่วงก็ง่วง อยากนอนด้วย หิวด้วยขอบ่นหน่อยเหอะอะไรเยอะเเยะไปหมด มือผมปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออก เพราะนี่คือชุดสุดท้ายเเล้วที่ผมลองในที่สุดจะได้กลับไปนอนสักที เสื้อเชิ้ตสีขาวตกลงไหล่ขาวก่อนทีจะถอดมันออกมือชะงักทันที “เสร็จรึยัง?” ให้ตายสิเขาเข้ามาตอนไหนผมรีบดึงเสื้อใส่อีกครั้งเเต่กระดุมนี่สิกลัดยังไงให้ทัน “กะใกล้เเล้วครับ คุณเปรมออกไปรอข้างนอกก็ได้ครับ” ทำไมเสียงต้องสั่น เเล้วทำไมเขาเดินเข้ามาบอกให้รอข้างนอกไง “ทำไม ฉันรอเธอในนี้ไม่ได้?” ผมกัดปากแน่นในขณะที่เขายืนซ้อนหลังผมเเผงอกกว้างกระทบกับเเผ่นหลังผมรับรู้ถึงร่างกายตัวเองที่สั่นทันที “หื้ม? ว่าไง” เขาก้มลงกระซิบข้างหูพร้อมกับเเขนเเกร่งที่เข้ามาโอบเอว “อะเอ่อ ขยับออกไปได้ไหมครับจะเปลี่ยนชุด” ตอบกลับไปเสียงสั่น “หึ ยังไงฉันก็ต้องเห็นมากกว่านี้” เขาก้มลงจูบไหล่ผมเบาๆ “หรือว่าไม่จริง?” “ปะ..ปล่อยก่อนครับ” ผมสะดุ้งทันทีเมื่อริมฝีปากอีกคนประทับลงบนไหล่ขาวของผม มือเล็กพยายามเเกะเเขนแกร่งที่โอบรอบเอวผมเเน่นปลายนิ้วเริ่มถูวนตามหน้าท้องไปมา “อ๊ะ! คุณเปรม!” เขาหมุนตัวผมให้หันหน้าเข้าหาผมตกใจจนเผลอสบตากับเขา ใบหน้าเเบบนี้เหมือนสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะทั้งปาก จมูก เเละดวงตาที่ไม่อาจละสายตานั้นมันทำให้ผมตั่วสั่นจนเเทบจะล้มพับลงกับพื้นถ้าไม่ติดที่ว่ามีเเขนของใครอีกคนประครองร่างของผมไว้อยู่ “หึ กลัวงั้นเหรอ” ริมฝีปากอีกคนขยับพูดจนจะชิดกับต้นคอ นิ้วยาวบีบเบาๆตามคางของผม “ไม่ดีมั้งถ้าเมียจะกลัวผัวเเบบนี้” มือเรียวจับขยุ้มเสื้ออีกคนไว้เเน่นผมเริ่มกลัวเขาเเล้วจริงๆไม่คิดเลยว่าเขาจะอันตรายขนาดนี้มือใหญ่บีบปลายคางผมให้เเหงนขึ้นให้สายตาผมอยู่ระดับเดียวกับสายตาของเขา “จะทะ..อื้อ!” ริมฝีปากหนากดจูบลงอย่างเร็วปลายนิ้วเเกร่งบีบคางผมจนปวดริมฝีปากหนาบดขยี้ดูดกัดตามขอบปากล่างจนผมเผยปากออกจังหวะนั้นลิ้นร้อนของอีกคนเข้ามาดูดตวัดลิ้นเล็กดูดดึงจนเกิดเสียง “อ่ะ..อื้อ” เหมือนจะขาดใจเก่งไปเเล้วเขาเก่งเกินไปมือผมทุบอกเขาไปหลายทียิ่งผมทุบเขายิ่งกดริมฝีปากดูดดึงเเรงขึ้นอีกเท่าตัวตอนนี้ขาผมเหมือนจะไม่ไหวเเล้วมันจะล้มพับให้ได้เลยให้ตายสิ “ปะปล่อย อื้อ” เขาผละออกจากริมฝีปากผมที่น่าจะบวมแดงด้วยการจูบก่อนจะขยับปลายจมูกสูดดมตามซอกคอขาวริมฝีปากหนากดจูบตามลำคอฟันคมขบกัดตามรอยจูบไล่ลงมาตามไหล่ขาวเนียน ตอนนี้ทั้งรอยดูดรอยฟันประปรายตามลำคอขาวถึงจะปกปิดเเค่ไหนก็คงเห็นอยู่ดี ขาเล็กเหมือนจะไม่มีเเรงล้มพับนั่งลงกับพื้นทันที “อึก! ทะทำไมต้องผม” ใช่ทำไมต้องผมที่ต้องมาเเต่งงานกับคนเเบบเขา ไม่ใช่เลยสักนิดผมถามออกไปทั้งเสียงสั่นๆนี่เเหละ “นั้นสินะ ทำไมต้องเธอ” ร่างสูงใหญ่ก้มลงมาพร้อมกับปลายนิ้วที่ถูตามคอขาวลูบตามร่องรอยที่แดงช้ำจนเห็นรอยฟันได้ชัด “เเล้วฉันมันไม่ดีตรงไหน หื้ม?” ร้ายกาจคนคนนี้ร้ายกาจจริงๆดวงตาสีนิลจ้องมองผมเหมือนไม่พอใจในสิ่งที่ผมถามไป ทำไมล่ะผมจะสงสัยไม่ได้เลยหรือไง อยู่ๆผมต้องมาเเต่งงานกับเขา เขาทั้งเพอร์เฟคสาวๆเหรอเหอะเเค่กระดิกนิ้วคงวิ่งมาหาเป็นเเถวเเล้วมั้ง “เอาล่ะเด็กดีลุกขึ้นสักทีฉันไม่ว่างพอจะมามองเธอนั่งเเบบนี้ทั้งวันหรอกนะ” มือใหญ่ลูบตามแก้มขาวพร้อมกับตบเรียกสติเบาๆทำให้ผมหลุดออกจากความคิดทั้งหมดทันที “ออกไปก่อนผมจะเเต่งตัว” ผมบอกออกไปในขณะที่มือเล็กๆของผมกระชับเสื้อสีขาวไว้เเน่น “10 นาที” หื้ม? อะไร 10 นาทีผมขมวดคิ้วสงสัยทันที “ฉันคงเห็นเธอในสภาพที่ดีกว่านี้” พูดจบร่างสูงใหญ่เดินออกไปโดยไม่สนใจคนที่นั่งตรงนี้เลยสักนิด เกินไปเเล้วเขาทำเกินไปเเล้ว! ผมรีบจัดการกับตัวเองทันทีทั้งตัวยังสั่นไม่หายเลยให้ตายสินี่คือครั้งเเรกที่เจอกันนะทำไมร้ายขนาดนี้ เเล้วไอ้รอยบ้านี่ทำไงให้หายไอ้เสื้อที่ผมใส่มาวันนี้ก็ปิดไม่มิดด้วยสิ ชีวิตนายเมฆา จบสิ้นเเล้ว เเต่งตัวเสร็จผมรีบก้าวเท้าออกจากห้องเเต่งตัวอย่างรวดเร็ว “สะเสร็จเเล้วครับ” ผมมองร่างสูงใหญ่ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับกระดิกนิ้วเป็นเชิงบอกให้ผมเดินไปหา คิดว่าไงเหอะก็ต้องไปสิครับใครจะกล้าขัดใจเขา ไอ้ขาเจ้ากรรมนี่ทำไมต้องสั่นด้วยก็เเค่เดินไปหาเองทำเป็นสั่นไปได้ “ดะเดี๋ยวครับ!” พอผมเดินไปยืนข้างเขาเเขนเเกร่งก็โอบเอวผมเข้าไปใกล้จนหน้าผมจมอยู่กับอกเเกร่ง ทำไมเขาตัวสูงใหญ่ขนาดนี้ “อะไร?” เขาก้มลงถามผมอย่างท่าทีสบายเนี่ยนะ? “ทำไมต้องโอบด้วยครับ” ปากเวรถามอะไรไร้สาระอีกแล้วอยากโดนอีกไง “เเล้วทำไมฉันจะโอบไม่ได้?” ดวงตาสีนิลจ้องมองสบตาผมทำให้ผมเกร็งจนเผลอขยุ้มชายเสื้อราคาเเพงของเขา “ในเมื่อทั้งตัวของเธอมันเป็นของฉัน” ปฎิเสธไม่ได้จริงๆในเมื่อผมคือคนในปกครองของเขาไปแล้ว เผลอคิดอะไรไปตั้งมากมายรู้ตัวอีกทีก็โดนโอบเอวออกมาจากร้านเเล้วตั้งเเต่เมื่อไหร่วะเนี่ย เดี๋ยวนะเเล้วเขาจะพาไปไหนอยู่ๆก็เอามายัดในรถเเบบนี้ aston martin คันนี้คงจะลากใครขึ้นมาก็ได้ทั้งนั้นสินะ คนระดับเขาคงอยากทำอะไรคงเป็นเรื่องง่ายไปหมด เเม้กระทั่งเอาผมมานั่งในรถคันหรูคันนี้อย่างง่ายดาย ปึ๊ก! เสียงปิดประตูรถเมื่อร่างกายอันสูงใหญ่ของเขาเข้ามานั่งข้างกายผมเป็นที่เรียบร้อย “เราจะไปไหนกันครับ เมฆมีธุระต่อนะ” ผมพูดออกไปก็เเน่สิตอนบ่ายผมมีทำรายงานกับเพื่อนที่มหาลัย “ที่ไหน?” นี่เขาจะไม่ตอบใช่ไหมว่าเขาจะพาผมไปไหนผมไม่มีเวลามานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถเขาหรอกนะ “ที่มหาลัยครับ” ผมได้ยินเขาตอบกลับเเต่ อืม อะไรของเขาวะเขาควรปล่อยผมกลับไปทำรายงานไม่ใช่ไงให้ตายสิไม่ใช่ตบไฟเลี้ยวเข้ามาในโรงเเรมหรูขนาดนี้ “ใส่ซะ” เขาโยนอะไรมาบนตักผมเหมือนจะเป็นเสื้อกันหนาวเเต่เเค่รู้ยีห้อเเละราคาก็น่าจะหนาวเเล้วจริงๆเเต่ไม่เข้าใจให้มาทำไมอากาศร้อนขนาดนี้ ผมยังคงขมวดคิ้วสงสัย “หรืออยากโชว์ว่าเพิ่งโดนอะไรมา?” มือเล็กรีบยกปิดทันทีก่อนจะรีบสวมเสื้อกันหนาวเเล้วรูดซิปขึ้นจนสุด “เธอใส่เเบบนี้ก็น่ารักดี” ว่าจบปากหนาก็กดจูบบนกลุ่มผมนิ่มเเล้วลงจากรถไปมีเเต่ผมนี่เเหละนั่งนิ่งอยู่ตรงนี้ “จะให้ฉันไปอุ้มลงมารึไง” ได้ยินเเค่นั้นผมรีบลงมาอย่างรวดเร็วให้ตายสิเสื้อเขานี่ไซส์อะไรวะอยู่บนตัวผมทำไมมันลงมาถึงต้นขาขนาดนี้ บ่นไปก็เดินตามร่างสูงใหญ่ไปเงียบๆ “สวัสดีครับคุณเปรมทางเราได้จัดตามที่คุณต้องการเเล้วครับ ชั้นบนสุดเชิญครับ” เสียงพนักงานพูดออกมาก่อนจะเดินนำไป “เดินดีๆ” อ่าผมคงเหม่ออีกเเล้วสินะทำไมเสียงเขาน่ากลัวเเบบนี้ เเขนเเกร่งเข้ามาโอบเอวผมไว้เเน่นผมอดประหม่าไม่ได้จนเผลอกัดปากตัวเองเเน่น “อ่ะ! คุณเปรม!” ผมตกใจอยู่ๆเจ้าของร่างใหญ่ก็ดันผมชิดผนังลิฟต์ นี่เราไม่ได้อยู่กันเเค่สองคนนะเขากล้าทำแบบนี้ได้ยังไง! “ชู่วว”ปลายนิ้วหนาจรดริมฝีปากบางเล็กเหมือนบอกกลายๆว่าให้เงียบ “อย่ากัดปาก ถ้าอยากให้มันเเตกฉันขอเป็นคนทำมันเอง” “มะ..ไม่กัดแล้วครับ” อันตรายเขาอันตรายมากเกินไปจริงๆ ผมได้ยินเสียง หึ ในลำคอเขาพร้อมกับเสียงลิฟต์ที่เปิดออกพอดีมือเล็กรีบดันเเผงอกกว้างออกห่างทันที “เชิญครับ” ผมหันไปมองวิวรอบๆบอกได้เลยว่าตรงนี้สวยงามมากจริงๆตึกที่สูงเหยียดฟ้าขนาดนี้ผมเคยไปก็ตั้งหลายที่เเต่เเปลกทำไมที่นี่ผมไม่เคยรู้จักเลย “ชอบรึไง?” ผมสะดุ้งเซไปข้างหลังเล็กน้อยเเผ่นหลังผมปะทะกับอกแกร่งทันที “เเค่บอกว่าชอบ ตึกนี้จะเป็นของเธอทันทีภายใน10 วิ” นั้นสินะคนอย่างเขาทำได้อยู่เเล้วเเต่เเบบนี้มันเกินไปแล้วเเค่ผมชอบเนี่ยนะ “เมฆไม่ได้อยากได้” ผมตอบกลับไปทันที “ฉันไม่ได้ให้ฟรี ทุกสิ่งจากฉันมันต้องเเลก” “เมฆไม่มีอะไรจะมาเเลกหรอกครับ” นั้นสินะจะให้เงินเขาเหรอ อย่างเขาคงไม่ต้องการหรอกมั้ง “เเน่นอนว่าเธอมี” อะไรวะที่บอกว่ามี? “หลังจากนี้เธอมีสิ่งที่ฉันต้องการเเน่นอน” เป็นครั้งเเรกที่ผมนั่งทานข้าวกับเขาบอกไม่ถูกทั้งอึดอัดเเละสิ่งที่เขาพูดมันคืออะไรเเต่ผมก็เลิกคิดแล้วล่ะยังไงผมก็ต้องอยู่กับเขาอยู่ดี พอออกมาจากโรงเเรมหรูกะจะขอเเยกกับเขาเลยเพราะต้องไปทำงานต่อที่มหาลัย “งั้นเเยกเลยนะครับ เมฆจะไปทำงานต่อ” “ขึ้นรถ” อะไรของเขาบอกว่าจะไปทำงานยังจะให้ไปไหนด้วยอีก “ตะเเต่” โอเคไม่ต้องมองเเบบนั้นจะพาไปไหนก็ไปเลยเถียงอะไรไม่ได้อยู่เเล้วนิผมรีบก้าวขึ้นรถปิดประตูทันที ผมเตรียมใจไว้เเล้วล่ะว่าวันนี้คงไม่ได้ไปช่วยเพื่อนเเน่นอนเดี๋ยวค่อยไลน์บอกพวกมันก็ได้ เฮ้อ เอาเเต่ใจจริงๆว่าเเล้วผมก็หยิบโทรศัพท์มากดบอกเพื่อนทันที “คุยไรนักหนา” คุยไรล่ะก็ใครที่ทำให้ต้องผิดนัดเพื่อนเนี่ย “ก็เมฆจะบอกเพื่อนว่าไปไม่ได้เเล้ว” “แหกตาดูซะ” ผมรีบเงยหน้ามองทันที นี่มหาลัยผมนิ จะมาส่งมันพูดยากรึไง! “อ้าว เมฆไม่ทันมองทางไม่คิดว่าคุณเปรมจะให้มา” “อืม กี่โมง” อะไรกี่โมงของเขา อ๋อกลับกี่โมงสินะ “อ๋อ เมฆน่าจะเสร็จตอนประมาณทุ่มนี่เเหละครับ ปกติเพื่อนไปส่งอยู่เเล้ว” “คนนั้น?” ผมมองตรงไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่อ่าไม่ใช่หรอก นั่นน่ะรุ่นพี่ที่ตามจีบผมต่างหากใครจะกล้าบอกว่ะว่ามีคนตามจีบ “ไม่ใช่หรอกครับ คนนั้นรุ่นพี่ครับ” “หึ งั้นเหรอ” “งั้นเมฆไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ อ้อ! เเล้วก็ขอบคุณอาหารมื้อนี้ด้วยนะครับ” ผมยกมือไหว้ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความจริงใจเเล้วก้าวเท้าลงจากรถ “เดี๋ยว!” เท้าชะงักทันทีผมหมุนตัวกลับไปผมอาจจะลืมของบางอย่างสินะเเต่เขาเดินลงตามมาทำไม? “มีอะ..อื้ม!” มือใหญ่บีบท้ายทอยเล็กเบาๆริมฝีปากหนากดจูบบดขยี้ริมฝีปากแดงเล็กทันทีดูดดึงขอบปากบนสลับล่างไปมาจนบวมเจ่อเเล้วผละออก “นี่สำหรับพวกที่มันกล้าจะหวัง” ดวงตาสีนิลจ้องมองใครอีกคนที่จงใจจะให้เห็นฉากนี้โดยเฉพาะปลายนิ้วใหญ่ลูบวนริมฝีปากที่บวมเจ่อไปมาด้วยความพอใจ “เเล้วฉันจะมารับ” พูดเเค่นั้นร่างสูงใหญ่ก็ขับรถออกไปทันที ให้ตายสิลืมไปได้ไงว่าไม่ได้มีเขาเเค่สองคนผมหันไปดูต้นไม้ต้นนั้นกลับไม่มีใครอยู่ซะเเล้ว หวังว่าคงไม่มีใครเห็นนะ
อ่าเจอกันวันเเรกก็เล่นเอาซะปากเเตกเลยเนี่ยนะเกินไปเเล้วจริงๆ ขาเรียวเล็กก้าวเดินเข้ามายังตึกก็ได้ยินเสียงเพื่อนๆพูดคุยกันสลับกับเสียงหัวเราะไปมา “ไอ้เมฆ! กูคิดว่ามึงจะไม่มาซะเเล้วนะเนี่ย” เจย์ส่งเสียงตะโกนถามมาตั้งเเต่ผมเปิดประตูเข้ามายังไม่ได้ปิดเลยด้วยซ้ำ เจย์เป็นเพื่ิอนที่สนิทกับผมมากๆเลยครับ ก็คนนี้เเหละที่คอยไปรับไปส่งผมที่คอนโดมาตลอด เจย์นี่ได้ชื่อว่าเจ้าชู้สุดๆเเถมฐานะทางบ้านก็ใช่เล่นที่ไหนทุกวันนี้ทำตัวเหมือนพ่อผมจนทุกคนเรียกผมว่าเป็นลูกชายหัวเเก้วหัวเเหวนของมันไปเเล้ว “กว่าจะมาได้นะคุณเมฆา พ่อมึงจะไปตามถึงคอนโดเเล้ว” “โห ขี้เวอร์ว่ะเจย์” ผมย่นจมูกใส่เพื่อนสนิทจนมันหมั่นไส้บีบจมูกผมซะเเดงเลย “เดี๋ยวลูกกูหายจะทำไงวะยิ่งนารักแบบนี้อยู่คนเดียว” มันพูดพร้อมกับล็อกคอใช้มือยีซะหัวผมยุ่งไปหมด “เเล้วนี่อารมไหนของมึงวะร้อนขนาดนี้ใส่เสื้อกันหนาวเนี่ยนะ?” “อะ..เอ่อ อ้อ!ก็เราอ่ะกินเลอะเลยใส่เสื้อทับน่ะ” ผมโกหกออกไปทันทีจะให้ตอบว่าไงโดนกระทำเเบบนั้นมาก็ไม่ใช่ป่ะวะ “เเล้วเสื้อใครวะ เสื้อพ่อ?” เวรกรรมลืมไปได้ไงว่าเสื้อมันใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางเป็นไซส์เราได้เเน่นอน “คงงั้นเเหละ รีบน่ะเลยหยิบอะไรมาก็เอามาใส่” “หื้ม?” อะไรมองทำไมเเบบนั้น นี่สินะเจย์รู้ทันตลอดว่าโกหก “ไอ้เจย์ ลูกมึงเเอบไปมีผัวที่ไหนหรือป่าวว่ะ5555” ปาร์คจุดประเด็นทำไมวะเเล้วทำไมมันต้องพูดเหมือนรู้อะไรมาด้วย “หรือว่าจริงวะ?” เจย์หันมามองหน้าผมเหมือนจะเอาคำตอบให้ได้ “บ้า! ทำงานได้เเล้วเลิกช้าอย่ามาบ่นกันนะ”ผมรีบเดินเเยกจากเจย์ไปรวมกลุ่มทำงานกับเพื่อนคนอื่นทันที ผมทำงานไปได้สักพักก็รู้สึกเมื่อยอาจจะนั่งทำงานนานไปเลยออกมายืดเส้นยืดสายสักหน่อยขาเรียวเล็กเเวะเข้าห้องน้ำอันดับเเรกเมื่อทำธุระเสร็จก็ออกมาเเต่ต้องชะงักเมื่อมีใครคนหนึ่งยืนขวางหน้าประตู “อะ..เอ่อ ขอทางหน่อยครับ” “อ๋อได้สิ” เขาตอบกลับมาเหมือนไม่น่ามีพิษภัยอะไรผมเลยเลือกจะเดินผ่านไป “เดี๋ยวสิ อะไรไม่รู้ติดบนหัวนาย” “อ่ะ! ไหนออกยังอ่ะ”ผมรีบใช้มืิอปัดตามผมเส้นผมสีน้ำตาล “ยังเดี๋ยวเอาออกให้” เขายืนมือมาจะจับตามเส้นผมเเต่กลับต้องชะงักมือก่อนเพราะมีมืออีกคนมาขวางไว้ “มึงจะไปทำไรก็ไปเถอะ เดี๋ยวกูจัดการให้เพื่อนกูเอง” เสียงปาร์คดังขึ้นจนผมเริ่มงงเเล้วว่าปาร์คเดินตามมาตอนไหน ว่าจบผู้ชายคนนั้นก็เข้าห้องน้ำไปปล่อยให้ผมกับปาร์คมองหน้ากันไปมา “มึงอยากซวยนักหรือไง?” ซวยอะไรยังไม่ได้ทำอะไรเลย “ซวยไรอ่ะ เมื่อกี้เขาเเค่จะหยิบอะไรไม่รู้ที่ติดหัวเราออก” “มันไม่มีอะไรติดหัวมึง” อ้าวผมหน้าเหว๋อคิ้วขมวดทันที “เราถูกหลอกเหรอ” “เออ ทำไมกูต้องมาคอยดูมึงด้วยวะ เออช่างเหอะ ถ้ามึงไม่อยากโดนไปมากกว่ารอยที่คอมึงก็อย่าหาเรื่องใส่ตัว” ผมอ้าปากค้างมือรีบจับฮู๊ดขึ้นมาใส่คลุมหัวทันทีหมายความว่าไงปาร์ครู้ได้ยังไงหรือว่าตอนเราเผลอปาร์คเลยเห็นรอยพวกนี้? “ปะปาร์คเดี๋ยวก่อน!” กว่าจะหลุดออกจากความคิดเรียกสติตัวเองกลับมาได้ปาร์คก็เดินห่างออกไปไกลเเล้ว มันอะไรกันงงไปหมดเเล้ว ฮือออ ตอนนี้ก็เกือบจะหกโมงครึ่งงานที่ทำมาตั้งนานก็เสร็จสักที เสียงเพื่อนๆที่นั่งทำกันจนหลังขดหลังเเข็งก็เฮออกมากันใหญ่ ผมสะดุ้งอีกทีเมื่อโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงผมดังขึ้น “เบอร์ใครอ่ะ?” ผมพึมพำกับตัวเองหลังจากหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเเต่กลับพบกับเบอร์ที่ไม่คุ้น “ฮัลโหล สวัสดีครับ” ผมกดรับทันที “เสร็จเเล้ว?” เสียงคุ้นเกินไป “เอ่อ ไม่ทราบว่าใครครับ” “หึ ลืมผัวตัวเอง?” ผมตกใจรีบเดินออกมาให้ห่างจากเพื่อนทันที “คุณเปรมเหรอครับ โทษทีครับเมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมจะโทรมา” “ตกลงที่ฉันถาม” “อ้อ เสร็จเเล้วครับเเต่คุณเปรมไม่ต้องมารับเมฆหรอกนะครับ” “ทำไม” ให้ตายเอาใจอยากจริงๆคอนโดก็ใกล้เเค่นี้ “คอนโดเมฆใกล้เเค่นี้เอง เดี๋ยวเพื่อนไปส่งไม่นานก็ถึงเเล้ว” “ฉันบอกว่าไง” อ่าขัดใจไม่ได้สินะ “จะมารับครับ” “ก็รีบออกมาสักที” พูดจบเขาก็ตัดสายไปทันที มาเเล้ว? เหมือนรู้ความเคลื่อนไหวของผมทุกอย่างเลยเเหะ “ได้กลับซักทีโว้ยยย ไปไอ้ลูกรักเดี๋ยวพ่อคนนี้จะไปส่งหนูเอง” โวยวายเสร็จก็ทำเหมือนเดิมลากผมออกไปนั้นนี่ตามใจชอบ เเต่จะบอกเจย์ยังไงดีว่าคุณเปรมจะมารับ “เอ่อ เจย์วันนี้เจย์ไม่ต้องไปส่งเรา” “อ้าวทำไมวะ มึงจะไปธุระไหนกูไปส่งได้” “หลายอย่างเลยมันนานอ่ะ ไม่อยากให้เจย์มารอ” เลือกที่จะโกหกออกไปเเล้วกัน “ปกติกูก็รอมึงจะมาเกรงใจไรตอนนี้” ผมไม่รู้จะโกหกยังไงสายตาเหลือบไปเห็นปาร์คเดินมาพอดี “ไม่เอาน่าทำเป็นพ่อหวงลูกสาวไปได้ มันโตจนจะมีผัวเเล้วมั้งมึงไปกับกูดีกว่า” ว่าจบปาร์คก็ล็อกคอเจย์ลากออกไปทันทีไม่ลืมส่งสายตาไปทางประตูให้ผมรีบออกไป “ไอ้สัสปาร์คโว้ยยย ลากกูเพื่อ? ถ้าลูกกูเป็นอะไรนะมึงงงง” ผมได้ยินเสียงเจย์โวยวายเหมือนไม่พอใจเเต่เจย์ก็ขี้เวอร์จริงๆเเหละผมเดินออกมาไม่เท่าไหร่ก็เจอกับพี่เเม็กคนเดิมคนนี้ไงครับรุ่นพี่ที่ตามจีบผมอยู่ “น้องเมฆกลับเเล้วเหรอครับ” “ครับพอดีงานเสร็จเเล้ว” “เเล้วนี่เพื่อนเราไปไหนล่ะ ให้พี่ไปส่งไหมครับ” “ไม่เป็นไรครับ” ผมรีบยกมือปัดไปมาเหมือนว่าไม่เป็นไรๆพร้อมกับยิ้มเเหย่ๆ “เสียดายจังนะครับ พี่ว่าจะชวนเราไปทานข้าวสักหน่อย” “ไว้ครั้งหน้านะครับ วันนี้เมฆรีบจริงๆ” “น้องเมฆพูดเเล้วนะครับ มาสัญญากันก่อน” เขายื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าผมให้ตายสิผมไม่ชอบสัญญากับใครเลยหลังจากที่ลังเลว่าจะสัญญาให้ให้มันจบๆไปดีไหมก็มีเสียงอีกคนดังขึ้นมา “จะต้องให้ฉันรออีกนานไหม หื้ม เมียรัก” ใช่ครับเขานั้นเเหละ เปรม ปรเมศ ตอนนี้ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าสถานการณ์ตอนนี้มันอึดอัดเเค่ไหนกับอีกคนที่ยื่นนิ้วก้อยค้างไว้กลางอากาศเเละอีกคนที่เข้ามาสวมกอดผมทางด้านหลังพร้อมกดริมฝีปากลงบนท้ายทอยผมเบาๆให้ใจสั่นเล่น “อะเอ่อ” “เป็นพี่ชายที่รักน้องดีนะครับ น้องเมฆน่ารักขนาดนี้คงหวงน่าดู” ผมรู้นะว่าพี่ได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้ทำไมถึงยังกล้าพูดเเบบนี้อีกวะเดี๋ยวหวยได้ลงมาที่ผมพอดี “นั่นสินะ คงหวงน่าดู” เสียงทุ้มตอบกลับไปทันทีสถานการณ์ตอนนี้ผมอยากเป็นลมล้มพับให้ไม่รู้สึกอะไรไปได้ก็ดี “ไม่คิดว่าน้องเมฆจะเป็นน้องชายอย่างคุณเปรม ผู้ชายระดับนี้หายากนะครับเนี่ย” “งั้นเหรอ ว่าไงฉันเป็นอะไรกับเธอ” “อะเอ่อ” “ฉันให้เธอเลือกจะให้ฉันบอกในเเบบของฉัน หรือเเค่หันมาจูบฉันเเล้วไม่ต้องพูดอะไร” ริมฝีปากหนาก้มลงกระซิบเบาๆมือใหญ่ไล่บีบตามรอบเอวผมให้รีบตัดสินใจในข้อเสนอของเขาที่ยื่นให้เพียงเเค่สองข้อเป็นการตัดสินใจที่น่าหนักใจมากจริงๆปากเล็กเผลอกัดปากตัวเองเเน่น “หึ ช้า” ร่างสูงใหญ่ยืดตัวเต็มความสูงกลัวว่าคนอย่างเปรมจะไม่ทำเรื่องธรรมดานี่สิ คิดได้เเบบนั้นจึงรีบตัดสินใจหมุนตัวเข้าหาร่างเเกร่งก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นกดจูบเบาๆตรงริมฝีปากหนา “อะอื้อ!” ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมจบเเค่ริมฝีปากบางเเตะลงไปเเค่นั้นริมฝีปากหนากดจูบตามริมฝีปากเล็กอย่างเอาเเต่ใจทั้งกัดดูดเม้มจนเจ็บปากไปหมดมือเล็กทุบอกเเกร่งเบาๆเป็นเชิงบอกว่าเริ่มไม่ไหวคนเอาเเต่ใจอย่างปรเมศจึงยอมถอนจูบออกอย่างน่าเสียดาย “หรือมันยังชัดไม่พอ?” ไม่รู้ว่าพี่เเม็กเขาจะทำหน้ายังไงเมื่อเห็นฉากเมื่อกี้เเต่ตอนนี้ผมหอบหายใจมุดหน้าลงกับอกหนาทั้งอายทั้งทำไรไม่ถูกไปหมดเเล้ว “ขี้หวงจังนะครับ ของสวยงามๆเเบบนี้ควรให้คนอื่นเชยชมบ้าง” “ให้ผมเล่นกับเมียคุณบ้างดีไหมเเบบนี้” มือเล็กเผลอบีบต้นเเขนเเกร่งไม่รู้ทำไมถึงไม่ชอบคำที่เขาพูดออกไปมันเหมือนไม่พอใจอยู่ในใจบอกไม่ถูกเหมือนกัน “เสียดายจริงๆนะครับที่น้องเขามีเจ้าของซะเเล้ว เเถมยังเล่นด้วยไม่ได้ด้วยสิ งั้นขอตัวก่อนนะครับ” เเปะ! เเปะ! เเปะ! “ว้าววว” เสียงตบมือดังมาจากทางด้านหลังทำให้ผมรีบหันกลับไปมองทันทีเป็นปาร์คงั้นเหรอผมได้เเต่สงสัยเงยหน้ามองคนดวงตาสีนิลเพื่อต้องการคำตอบกลับได้สายตาที่นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิด “ทำเป็นวัยรุ่นหัดรักไปได้น่า ฮ่าๆ” “ฉันบอกให้จับตาดู” อะไรสองคนนี้รู้จักกันงั้นเหรอนี่สินะเขาถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวของผมทุกอย่าง “เฮ้ๆ ไม่เอาน่าพี่ชาย มีเมียเด็กมันก็เเบบนี้เเหละ เเถมมันยังน่ารักขนาดนี้ก็ต้องปวดหัวบ้างเเหละน่า” คุณเปรมกับปาร์คเป็นพี่น้องกันนั่นสิทำไมเราไม่เเปลกใจตั้งเเต่นามสกุลกันนะ “หึ ก็เเค่พวกไม่เจียมตัว” “ไงพี่สะใภ้ทำใจหน่อยนะคนเเถวนี้มันทั้งขี้หวง เเล้วก็ขี้...ฮ่าๆๆ” ปาร์คเข้ามาตบไหล่ผมเบาๆ “เบาหน่อยเเล้วกันตัวมันก็เเค่นี้” ทิ้งระเบิดเสร็จก็เดินออกไปหน้าตาเฉยเเถมพูดจาอะไรทุเรศที่สุด! “ระ..เรากลับกันเลยไหมครับ” “อืม” ภายในรถคันหรูไม่มีเเม้เสียงเพลงมีเเต่ความกดดันผมไม่รู้ว่าเขาไม่พอใจอะไรหรือเปล่ากับเรื่ิองพี่เเม็กเเต่ผมก็ยังไม่ได้ตอบตกลงพี่เขาหรือพยายามให้พี่เขาเข้ามาวุ่นวายเลยสักนิดไม่รู้สิผมรู้สึกว่าเขาเหมือนจะไม่พอใจ ผมควรจะอธิบายให้เขาเข้าใจผมไหม “คุณเปรมนี่ไม่ใช่ทางกลับคอนโดเมฆนะครับ” “เเล้วไง?” “เมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมโกรธเมฆหรือเปล่า” “ค่อยคุย” “ตะเเต่ว่า” “เดี๋ยวเธอได้อธิบายเเน่” ผมไม่เข้าใจอะไรเลยว่าเขาเป็นอะไรกันเเน่หรือผมทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีกผมบีบมือตัวเองเเน่นเพราะเขาไม่ยอมลดความเร็วลงเลยถ้าจะถามถึงอารมณ์เขาตอนนี้ก็คงเป็นความเร็วของ Aston martin คันนี้ที่พุ่งสู่ถนนในตอนนี้เเหละมั้งครับ
โอเคผมไม่รู้ว่าเขาอารมณ์ไม่ดีก่อนมารับผมหรือเพราะอะไรก็เเล้วเเต่ เเต่ตอนนี้ผมรู้สึกอึดอัดเขาไม่พูดผมก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ได้เเต่นั่งบีบมือตัวเองเเน่นจะบอกว่ากลัวก็คงจะใช่ เพราะผมไม่รู้ว่าเวลาเขาโกรธเป็นยังไง เเต่อีกไม่กี่อึดใจผมคงจะรู้เเล้วล่ะ รถเลี้ยวเข้ามาตึกสูงเหยียดฟ้าผมเคยได้ยินชื่อของความหรูหราอยู่บ้างก็เเน่สิคนระดับนี้จะอยู่เเบบนี้ก็คงไม่เเปลก พอรถจอดนิ่งร่างสูงใหญ่ก็เปิดประตูลากผมลงมาทันทีสับขาเดินตามไม่ทันเเล้วโว้ยยย “เอ่อคือ...” “ในห้อง” พูดมาเเค่นั้นผมกลืนคำพูดที่จะถามเเทบจะไม่ทันขาเล็กเดินตามเงียบๆขึ้นลิฟต์มาชั้นบนเปิดประตูเข้าไปเห็นวิวเเละความหรูหราภายในห้องอยากจะร้องออกมาถ้าผมซุ่มซ่ามดันไปทำอะไรพังขึ้นมาคงจ่ายหนักน่าดู ห้องของเขาเป็นห้องขนาดใหญ่มีบันไดขึ้นไปชั้นสอง อื้อหือ ความรวยนี้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนเป็นสีดำ บางอย่างเป็นสีขาวไม่รู้สิเเต่กลับดูลงตัวบอกถึงตัวเขาได้ดีเลยล่ะ ความมีทุกอย่างครบครันนี้ ที่เขาอยู่อาจจะกว้างกว่าบ้านด้วยซ้ำถ้าเทียบกับคอนโดผมคงเป็นได้เเค่ห้องนอนของเขาเท่านั้นเเหละ “ขึ้นไปรอในห้อง” พูดเเค่นั้นร่างสูงใหญ่ก็เดินไปทางระเบียงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไปทำอะไร เอาไงดีผมไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ไม่ใช่ได้กลิ่นเเล้วจะหายใจไม่ออกเเต่เเค่ไม่อยากให้เขาสูบ ผมไม่รู้ว่าเขาหงุดหงิดเรื่องอะไรเเต่ถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับผมอยากให้เคลียร์ๆกันเลยดีกว่าถึงเเม้ในใจก็เเอบหวั่นกลัวอยู่บ้างไม่สิต้องบอกว่ากลัวเลยล่ะ ขาเรียวเล็กเดินตามร่างสูงใหญ่ เขาหันหน้าออกไปข้างนอกกลิ่นบุหรี่ยีห้อเเพงเเละควันสีเทาลอยตามอากาศ ผมจ้องมองสังเกตุเเผ่นหลังกว้างคงเป็นหุ่นที่ผู้ชายทุกคนใฝ่ฝันอยากมีเเละผู้หญิงทุกคนปราถณาจะอยากได้มาครอบครองเลยสินะ ตากลมเผลอสำรวจรูปร่างสูงใหญ่สักพักจึงตัดสินใจเดินเข้าไปพร้อมกับใช้มือกระตุกชายเสื้อเชิ้ตสีดำเบาๆเป็นเชิงบอกให้หันมา “ฉันบอกเธอว่าไง” ใช่เขาหันมาร่างสูงใหญ่ในตอนนี้หันหลังพิงขอบระเบียบในมือคีบบุหรี่ราคาเเพงเเผงอกกว้างเผยให้เห็นเพราะกระดุมถูกปลดออกไปสองถึงสามเม็ด มือเล็กเอื้อมไปหยิบบุหรี่จากมือใหญ่ปล่อยปลายนิ้วให้บุหรี่ตกลงถังขยะอย่างพอดี ดวงตาสีนิลจ้องมองใบหน้าเรียวเล็กขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “ทำอะไร” “เมฆไม่รู้ว่าคุณเปรมโกรธเรื่องอะไรมา” “ฉันบอกว่าให้รอในห้อง” “เมฆรู้” ปากเล็กกัดเข้าหากันแน่นตอนนี้ในใจเต้นเเรงที่กล้าขัดคำสั่งเเละยังกล้าทิ้งบุหรี่ราคาเเพงลงในถังขยะนั้นอีก “เเล้วที่ทำอยู่?” “เมฆไม่อยากให้คุณเปรมดูดมัน” “ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอสั่งฉันได้” “มะ..เมฆไม่ได้คิดแบบนั้นนะครับ” ปากเล็กรีบตอบกลับไปทันที ใจหนึ่งก็กลัวอีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิดไปมากว่านี้ ใจอยากอธิบายจะเเย่เเล้วเเต่ทำไมมันยากขนาดนี้เพราะเป็นเขานี่เเหละอะไรถึงยากไปหมด “หรือคิดว่าจะทำอะไรก็ได้?” “เมฆไม่เคยคิดแบบนั้นจริงๆ” ให้ตายสิไม่ใช่เเค่ใจสั่นเเต่ตอนนี้ร่างกายกำลังสั่นไม่ได้กลัวขนาดนั้นเเต่เสียใจมากกว่าที่เขาคิดแบบนั้นผมจะร้องไห้เเล้วนะจริงๆ “แบบไหนล่ะ เเบบที่ยืนเกี่ยวก้อยกันเเบบนั้นหรือป่าว?” “ระ..เรื่องนี้เมฆอธิบายได้” “ฉันบอกให้ไปรอในห้องอยากเจ็บตัวมากหรือไง!” “ตะ..เเต่เมฆอยากอธิบาย” เสียงผมเริ่มสั่นเเล้วไม่ใช่เเค่เสียงเเล้วล่ะน้ำตาเริ่มคลอเบ้า ผมไม่เคยเห็นเขาหงุดหงิดเเละผมก็ไม่รู้ต้องทำยังไง “ตอนนี้ฉันไม่อยากฟัง” “อึก..เมฆขอร้องคะ..คุณเปรม” ปากเล็กกัดเข้าหากันเเน่นระงับเสียงร้องที่เล็ดลอดออกมา “ไปนอนซะ” ร่างสูงใหญ่เดินผ่านตัวไปได้เเค่นิดเดียวมือเล็กรีบจับชายเสื้อเชิ้ตสีดำไว้เเน่นปลายเท้าอีกคนชักงักเหมือนรอฟังว่าปากสีเเดงเล็กๆนั้นจะพูดอะไรออกมาอีก “ฮืออ มะ..ไม่ไปได้ไหมเมฆอธิบายได้ อึก! เมฆไม่เคยให้พี่เขาเข้ามาวุ่นวายกับเมฆเลย ฮืออ ไม่เคยเลย” “ที่ฉันเห็น” ร่างสูงใหญ่ไม่ได้หันมามองเลยสักนิดมือเล็กยิ่งจับขยุ้มปลายเสื้อเเน่นกว่าเดิม “อึก! ไม่ใช่เเบบนั้นเลย ฮืออ เมฆไม่รู้ว่าจะปฏิเสธยังไง อึก! พี่เขามาชวนเมฆทานข้าวเเต่เมฆรู้ว่าคุณเปรมรออยู่เลยเลือกที่จะบอกปัดๆ อึก..ไม่คิดว่าพี่เขาจะทำแบบนั้น เมฆไม่รู้จริงๆ ฮืออ” สุดท้ายผมก็ทนไม่ไหวอึดอัดจนร้องไห้ออกมาจนได้ผมไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อที่ผมพูดไหมอย่างน้อยก็ขอให้ได้อธิบายสักนิดก็ยังดี “ฮืออ คุยกับเมฆหน่อยเมฆไม่รู้จริงๆ” ผมหลับหูหลับตาร้องออกมาไม่อายเลยสักนิดอาจจะเป็นเพราะผมไม่เคยเจอสถานการณ์เเเบบนี้ เเค่ปกติเขาก็เข้าถึงยากเเล้วยิ่งอารมณ์เเบบนี้ไม่รู้จะทำยังไงต่อ “หยุดร้อง” ยิ่งเขาพูดน้ำตาก็ยิ่งไหลออกมา บอกให้หยุดน่ะมันง่ายเเต่ใครจะทำได้ถ้าได้ร้องเเล้วคิดว่าจะหยุดได้หรือไง ผมร้องไห้ลั่นกว่าเดิมไม่รู้ว่าเอาน้ำตาไหนมา “อึก! ฮือออหันมานะหันมาหาเมฆหน่อย” “หยุดก่อน” “ฮืออ อึก!หยุดเเล้วเมฆหยุดเเล้ว ฮืออ” “ชู่ววว หยุดก่อน” ร่างสูงใหญ่หันหน้ามาขายาวก้าวไปนั่งเก้าอี้ตรงระเบียงไม่เท่านั้นยังรวบตัวผมขึ้นไปนั่งตัก ผมได้เเต่นั่งซุกหน้ากับอกกว้างร้องไห้ออกมาไม่หยุด “หยุดก่อนเด็กดี” “ฮืออขอโทษ เมฆขอโทษ” ผมพรึมพรำพูดขอโทษไม่หยุดตอนนี้อะไรก็หยุดไม่ได้เเล้วถ้าได้ร้องบอกเลยว่ายาก “ฉันรู้ หยุดร้องก่อน” มือใหญ่จับใบหน้าของคนตัวเล็กที่เอาเเต่ซุกหน้าร้องไห้จนเสื้อเชิ้ตราคาเเพงตอนนี้เปียกเต็มไปด้วยน้ำตา ปลายนิ้วใหญ่ลูบวนเช็ดตามขอบตาเล็กตอนนี้มันกลับบวมเเดงไปหมด “อึก! หยุดเเล้วครับ” “อย่าขยี้” มือเล็กที่กำลังขยี้ตาที่บวมแดงกลับต้องชะงักมือทันทีเมื่อได้ยินเเค่นั้นทำไรไม่ถูกได้เเต่ก้มหน้าจับชายเสื้อขยุ้มไปมาจนยับ “มองฉัน” หัวเล็กผงกขึ้นมาสบตาคนดวงตาสีนิลตอนนี้สีหน้าเขาเริ่มดีกว่าตอนที่ไปรับเขามาเเล้วอาจจะเป็นเพราะเขาเข้าใจเเล้วก็ได้ “จะทำอีกไหม” “มะ..ไม่เเล้วครับ” “ถ้าฉันเจออีก?” “เมฆจะไม่ทำอีก” “เเล้วมีอีกล่ะ หื้ม” ปากเล็กกัดเข้าหากัดเเน่นส่ายหน้าไปมา “เธอจะยอมให้ฉันจัดการในวิธีของฉันไหม” ปลายนิ้วโป้งลูบไปมาตามต้นขาเล็กออกเเรงบีบเบาๆก่อนจะเลื่อนฝ่ามือใหญ่สอดเข้าไปในเนื้อผ้าสีขาวใช้ปลายนิ้วกดเบาๆตามสันหลังจนคนร่างเล็กสะดุ้ง “ว่าไง” “ยะยอมครับ” “สัญญาสิ” “สะสัญญา” “พูดดีๆ” “มะเมฆสัญญาครับ” มือเล็กยื่นนิ้วก้อยไปข้างหน้าเพื่อจะให้ร่างสูงเชื่อว่าเขาสัญญาจริงๆเเต่กลับไม่ได้นิ้วก้อยของอีกคนกลับมาเเต่เป็นริมฝีปากหนากดจูบเบาๆตรงนิ้วก้อยเล็กอ้าปากใช้ฟันกัดตามความยาวของนิ้วเเต่สายตาเขาไม่ได้มองนิ้วผมเลยสักนิดเเต่เพ่งมองสบตากับผมจนใจผมสั่นเต้นเเรงไม่หยุดจนมันจะกระเด็นออกมาเเล้ว “ฉันไม่ชอบสัญญาเเบบเด็ก” “อะเอ่อเมฆเคยเเต่สัญญาเเบบนี้” “อยากรู้ไหมว่าผู้ใหญ่เขาสัญญากันยังไง” “มะไม่ครับ” ผมส่ายหน้ารวนทันที ผมไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดนั้นนะครับ พูดมาเเค่นี้ใครๆก็รู้ว่าต้องการสื่อไปทางไหน “เเต่ฉันอยากให้เธอรู้” “ตะเเต่..” “จะได้ไม่ต้องไปรับปากสัญญากับใครอีก” “จะไม่สัญญากับใครอีกครับ!” “เเต่เธอสัญญากับฉันเเล้วเด็กดี” “อะอื้อออ!” ว่าจบมือใหญ่ขยุ้มผมให้เงยหน้าขึ้นพร้อมลากปลายลิ้นเลียตามซอกคอขึ้นมากดจูบย้ำๆปลายคางเล็กก่อนกดจูบปากเล็กดูดดึงขอบปากทั้งบนเเละล่างกดจูบบดขยี้จนปากเล็กเผยออกเล็กน้อยไม่รอช้าปลายลิ้นหนาสอดเข้าไปเกี่ยวตวัดเกี่ยวพันลิ้นเล็กไปมา “อ่ะ..อื้ออ!” ปลายลิ้นหนาไม่หยุดเเค่นั้นตวัดเกี่ยวลิ้นเล็กกัดจนได้กลิ่นคาวเลือดในปากเล็ก ปากหนาดูดดึงปลายลิ้นเล็กมือใหญ่บีบปลายคางเเน่นจนเกิดรอยมือตรงหน้าเรียวขาวปลายลิ้นเลียขอบปากทั้งล่างเเละบนก่อนจะดูดดึงจนบวมเจ่อ “อ่ะ อื้ออเอ็บบ” ใช่เจ็บคำนี้มีอยู่เต็มหัวผมเจ็บทั้งปากเจ็บทั้งคาง ร่างสูงใหญ่บดขยี้กดจูบอย่างเอาเเต่ใจ ผมเจ็บเขารุนเเรงเกินไปผมใช้ปลายเล็บจิกตามเเผ่นหลังกว้างเพราะรู้สึกไม่ไหวเเล้วจริงๆ ริมฝีปากหนาค่อยๆผละออกน้ำอะไรต่อมิอะไรไหลตามขอบปากผมรีบใช้มือเช็ดออกทันที “ถือว่านี่คือสัญญาของฉัน” “อื้อ” “เเต่บุหรี่ที่เธอทิ้งมันไปจะชดใช้ยังไงดี” “ดะเดี๋ยวเมฆซื้อคืนให้” “ฉันไม่ต้องการเเบบนั้น” “ละเเล้วจะให้เมฆทำยังไง” “เธอไม่อยากให้ฉันดูดมัน?” “ใช่ครับ” “เธอจะยอมให้ฉันดูดเธอเเทนมันงั้นสินะ” “อะเอ่อ” “ฉันให้เก็บไปคิด เเต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เธอต้องชดใช้เเล้ว” “ดะเดี๋ยว อื้ออ” ยังไม่ทันห้ามจบริมฝีปากหนากดจูบตามซอกคอขาวทันทีมือใหญ่ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกปล่อยให้เสื้อตกลงมาตามไหล่เล็กปลายลิ้นถูกวนไปมาก่อนดูดเม้มเเรงๆให้เกิดรอยสีเเดงฟันคมขบกัดเน้นย้ำตามรอยเเดง มีรอยตรงไหนจะต้องฝังด้วยรอยฟันอีกครั้งกดจูบดูดดึงทับจนถึงหัวไหล่ “อ่ะ! เจ็บ! ฮือเมฆเจ็บ” “ชู่วว!” ปลายนิ้วยาวจรดปากเล็กเป็นสัญญาณเชิงบอกให้หยุดร้อง มือใหญ่รั้งขาเรียวเล็กขึ้นมาหนึ่งข้างไล่ฝ่ามือตามต้นขาขาวก้มลงจรดริมฝีปากจูบตามขาอ่อนด้านในดูดเม้มทำรอยหลายจุดไม่ลืมฝากรอยฟันทับตามรอยสีเเดงสดนั้นอีกด้วย “อ่ะ! อื้อพะพอเเล้วครับ” ร่างสูงใหญ่ถอนริมฝีปากออกยืดตัวเต็มความสูงปลายนิ้วถูวนตามร่องรอยต้นขาขาวที่ตอนนี้มีเเต่รอยเต็มไปหมด ปากที่บวมเจ่อ ขอบตาที่บวมจากการร้องไห้ ตามซอกคอเเละหลาดไหล่เล็กที่เต็มไปด้วยรอยฟัน เเละขาเล็กๆที่ใครๆก็ชอบมองตอนนี้มันกลับเต็มไปด้วยร่องรอยฝีมือที่เขาฝากไว้ทั้งนั้น “good boy”