เด็กในโอวาท
บทที่ 1 01 เด็กในโอวาท

สวัสดีครับผม คิง พชร ถ้าถามว่าผมเป็นคนเเบบไหนผมก็ต้องตอบเอาดีเข้าตัวอยู่เเล้วไหนจะความหล่อที่สาวๆต่างพากันกรี๊ดซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เพราะชีวิตผมติดเที่ยวติดปาร์ตี้มากกว่า ผมเป็นหนึ่งคนที่เป็นสายเที่ยวกลางคืนปาร์ตี้กับเพื่อน ไม่ใช่ผมไม่ใส่ใจการเรียน การเรียนผมไม่ได้ด้อยกว่าใครเเละปาร์ตี้ผมก็ไม่ได้ห่วยไปกว่าใครด้วย งานไหนไม่มีผมงานนั้นก็ไม่สนุกสิครับ ผมเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้หรอกผมเลยเลือกที่จะเรียนเเละเที่ยวไปพร้อมๆกัน “คืนนี้ไหนดีวะ” “ร้านพี่มึงเป็นไง” “ก็เอาดิวะ เเต่ชั้นวีไอพีปิดขึ้นไม่ได้นะวันนี้” “ทำไม?” ผมถามไอ้เคนเพื่อนผมทันทีปกติไปร้านพี่มันบ่อยจนได้เป็นเเขกวีไอพีของร้านไปแล้วมั้งเข้าใจว่าวีไอพีไม่ได้มีเเค่ห้องเดียวเเต่ถ้าบอกว่าขึ้นไม่ได้เเสดงว่าปิดทั้งชั้น? “พี่กูบอกว่ามีลูกค้าใหญ่ซึ่งพี่กูปฏิเสธไม่ได้” “ใครวะ?” ผมถามขึ้นอีกครั้ง “กูไม่รู้หรอกว่าใครเเต่กูว่าน่าจะใหญ่พอตัวไม่งั้นพี่กูไม่ยอมปิดทั้งชั้นเเบบนี้หรอก” มันก็ใช่ผับพี่มันมีเเต่คนรู้จักพวกผู้ดีลูกคุณหนูไฮโซก็พากันมาร้านนี้ตลอดเเต่ไม่เคยเห็นพี่มันจะปิดชั้นวีไอพีเลยสักครั้ง “มึงเอาไงวะคิง” “เออได้หมด” “มึงเปลี่ยนไปที่อื่นก็ได้นะ” “ไม่ว่ะร้านพี่มึงเเหละ กูก็อยากเห็นเหมือนกันว่าใหญ่เเค่ไหน” “มึงห้ามสร้างเรื่องนะเว้ยไอ้คิง” “เออน่า” พูดจบผมก็เเยกตัวออกมาทันที ถามว่าทำไมผมถึงต้องโดนห้ามไม่ให้สร้างเรื่ิองเหรอ เหอะผมไม่ใช่คนเกเร การเที่ยวการปาร์ตี้มันก็ต้องมีอยู่เเล้วที่มองเเล้วอยากประเคนตีนให้กันยิ่งผมชอบเที่ยวชอบไปหลายที่ส้นตีนผมก็เลยประทับไปทั่วเป็นธรรมดาเเละเเน่นอนการเเย่งผู้หญิงก็เป็นอีกเรื่องที่หยามกันไม่ได้ “ไอ้คิงเขาว่าจะมีอาจารย์คนใหม่มาสอนเเทนอาจารย์ศักดิ์” “เออเเล้วไงวะ” ผมหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ “เคยมีคนเรียนกับอาจารย์คนนี้มาโหดใช่เล่นเลยว่ะ” “พูดไรตลกนะมึงไอ้เกมส์” “คนพูดกันเยอะนะมึง” “มึงจำไม่ได้เหรอวะเมื่อก่อนอาจารย์ศักดิ์เขาก็บอกโหดพอเรียนเเล้วเป็นไงหลับได้ตลอดคาบ” ปลายนิ้วเรียวยาวเขี่ยขยี้บุหรี่ลงบนที่กรอง “อาจจะไม่เป็นเเบบอาจารย์ศักดิ์ก็ได้นะสัด” “มึงจะกลัวไปทำไมวะ” “กูไม่ได้กลัวเว้ยกูเเค่บอกมึงไว้ เผื่ออยากลองดีไปกระตุกตีนเขาเข้าจะซวยพอดี” “เออเจอหน้าเเม่งก็รู้เองเเหละว่าโหดจริงโหดเล่น” 21:30 น. เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มไม่ได้ทำให้ผมสนใจเท่าไหร่เพราะผมชินเเล้วกับเสียงแบบนี้ที่ผมสนใจก็คือชั้นวีไอพีมากกว่ามันสะกิดใจผมตั้งเเต่บ่ายเเล้วว่าทำไมพี่ไอ้เคนถึงยอมปิดเสียรายได้เป็นเเสนๆเพราะคนคนนี้คนเดียว ปกติคนมีฐานะหรือพวกคนรวยคนใหญ่คนโตต้องมีลูกน้องตามเป็นโขยงไม่ใช่เหรอวะ เเต่นี่เเม่งเงียบกริบไม่มีชุดดำเเม้เเต่คนเดียว เป็นใครกันเเน่วะ? “เฮ้!ไอ้คิง!ฟังพวกกูอยู่ไหม” “อะเอ่อไรวะ” ผมสะดุ้งดึงตัวเองออกจากความคิดทันที “เหม่อห่าไรของมึงวะปกติเเม่งโน้นเเล้วสาวชุดดำรัดติ้วขยี้ใจ” ผมมองตามนิ้วไอ้เกมส์ไปก็พบกับสาวสวยขยี้ใจแบบที่เพื่อนผมว่าจริงๆเธอส่งสายตาเชิญชวนเหมือนที่ผมเจอเเบบทุกวัน “ไงมึงนั่งไม่ถึงสิบนาทีก็โดนเเล้วเหรอวะ” “อย่าประเคนตีนให้ใครนะมึงถือว่ากูขอ” “จะพยายาม” ผมเดินไปหาสาวชุดดำที่ส่งสายตาให้ผมตัวเล็กสเปคผู้ชายหลายคนเลยเเหละไม่มีใครไม่รู้จักผมหรอกผมมาบ่อยไม่เเปลกที่สาวๆจะรู้จักผม “สวัสดีครับ” “พี่คิงมากับใครเหรอคะ” “มากับเพื่อนครับ เเล้วเรา?” “มิ้นก็มากับเพื่อนค่ะ เมื่อกี้มิ้นมองพี่คิงตั้งนานเหม่อหาสาวที่ไหนคะ” “หื้ม เเอบมองพี่เหรอครับไม่มีสาวไหนหรอกครับมีเเต่สาวสวยที่ยืนอยู่ตรงนี้” “ปากหวานอีกแล้วนะคะ” มือสวยหยิกแก้มผมเบาๆพร้อมกับส่งสายตาเชิญชวนสุดๆ “เคยชิมเเล้วเหรอครับ” ผมก้มลงกระซิบ “อยากชิมเเล้วค่ะ” “เฮ้ยย!!ไอ้คิงนั้นเด็กกู!!” กะไว้เเล้วไงว่าต้องมีเรื่องให้ประเคนตีนจนได้ “มีป้ายเเขวนไว้เหรอว่าของมึง” ผมหันไปตอบกลับทันที “มึงนี่ก็กินไม่เลือกเนอะชอบเหรอวะของเหลือๆจากคนอื่น” “เเปลกดีที่ของเหลือๆที่มึงพูดเชิญชวนให้กูมาถึงที่” “เฮ้ยๆๆหยุดเลยวันนี้กูขอมึงเเล้วไอ้คิงว่าห้ามมีเรื่อง” ไอ้เคนที่สีหน้าร้อนรนรีบวิ่งเข้ามาคั่นตรงกลางอย่างไว “ที่จริงก็ไม่กล้า” “มึงจะเอาไหมไอ้เหี้ย!!” ผมพุ่งเข้าใส่ทันทีเเต่มีไอ้เคนรับผมไว้ทัน ถามหน่อยเหอะมีเรื่องไหนที่ผมไม่กล้าบ้างเเค่ปากหมาๆเเค่นี้เจอตีนสักรอบหมาก็ออกหมดละ “มึงหยุดเลยไอ้สัด มึงก็รู้นิสัยไอ้คิงเป็นยังไงถ้ามันเอาจริงมึงนั่นเเหละที่ไม่รอด” ไอ้เกมส์พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนอีกฝ่ายถอยหนีไปเเต่ผมนี่สิหัวร้อนไม่หาย ผมหันหน้าไปมองผู้หญิงที่ยิ้มเจือนเพราะตัวเองเป็นต้นเหตุ คิดว่าผมอยากได้มากเลยหรือไง “คราวหน้าถ้ามากับผัวก็อย่าอ่อยคนอื่นสิวะ เห็นเเล้วรำคาญลูกตา” ผมพูดทิ้งไว้จนผู้หญิงชุดดำหน้าซีดก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะไม่ได้กลัวหรอกไอ้เรื่องชกต่อยเพราะผมเจอมาบ่อยเเต่ที่ไม่ชอบคือเวลาผมอารมณ์เสียเเล้วเเม่งหยุดยากไงเเม่งยิ่งหัวร้อนง่ายๆอยู่ใครสะกิดนิดหน่อยก็ขึ้นเเล้ว ยิ่งเป็นไอ้พวกปากหมาสันดานกากยิ่งหงุดหงิดไปอีก อยากประเคนตีนให้เเต่ทำไม่ได้ไง ผมหยิบบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงจะออกไปดูดข้างหลังร้านเเต่กลับชนกับใครไม่รู้ไอ้เหี้ยวันนี้มันวันเหี้ยไร ตัวเเม่งใหญ่ชิบหายเล่นเอาผมกระเด็น “โทษ” ผมพูดในขณะที่ตาไม่ได้มองคนที่ชนอยู่ไม่มีอารมณ์มามองหน้าใครหรอกเเล้วไอ้ยักษ์นี่ผมก็ไม่อยากจะมีเรื่องตอนนี้ด้วยดูจากเเรงที่ชนผมเเล้วผมคงเเพ้ขาดรอย “เดี๋ยว” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นข้างหลังผมหลังจากที่ผมเดินผ่านตัวเขาไปได้ไม่ถึงวิ ขาทั้งสองข้างผมก็หยุดชะงักทันที เสียงเพลงกลบก็จริงเเต่ผมเดินออกมาทางด้านหลังเลยทำให้ไม่ค่อยมีใครเพราะเเต่ละคนคงโยกย้ายกันข้างใน เลยได้ยินเสียงเขาได้อย่างชัดเจนเเต่เสียงเขาพอได้ยินเเล้วรู้สึกขนลุกเเปลกๆ “มีอะไรเปล่าครับ” ผมกอดอกหันไปถามคนตรงหน้า บ้าไปแล้วผมสูงเเค่ต้นคอเขาผมมาตรฐานชายไทยนะเเต่นี่อะไรวะสูงเกินไปหรือเปล่า ผมเงยหน้ามองตัวผมเเทบจะขยับขาไม่ออกเขาเป็นคนดูมีอายุเท่าที่ผมมองด้วยสายตาผม เเต่เขาดูดีมากๆเเทบจะไม่มีส่วนไหนที่ไม่ดูดีเลยใครเห็นก็ต้องมองไอ้เหี้ยไหล่โครตกว้างจะเพอร์เฟคไปไหนวะลุงเเต่นั้นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่สายตาที่จ้องผมมันจริงจังมากถ้าให้เดาเขาน่าจะกำลังไม่พอใจอะไรในตัวผมอยู่ “พูดใหม่” เสียงเข้มพูดขึ้นอีกครั้งในขณะจ้องหน้าผมอยู่ “พูดอะไร? ที่ขอโทษเหรอก็พูดไปเเล้วไม่ใช่หรือไง” ใช่ผมก็พูดไปเเล้วไงจะมาไม่พอใจอะไรอีกวะ “กับผู้ใหญ่นายขอโทษเเบบนี้?” เขาเดินเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ “จะขอโทษเเบบไหนเเล้วมันเกี่ยวกันตรงไหน” “ฉันไม่พอใจ” “ผมก็ไม่พอใจที่จะพูดอีกครั้งเหมือนกัน” “ไม่มีใครสอนเหรอฉันจะได้สอนแทนให้” “เรื่ิองมารยาทพอดีไม่เคร่ง” ผมยักไหล่ “จะขอโทษดีๆหรือจะให้เริ่มการสอนบทเรียนเเรก?” “ไม่ชอบเรียนด้วยสิ” ผมตอบกลับไปเเต่สายตาที่จ้องผมมันน่ากลัวมากผมเเอบหวั่นอยู่เหมือนกันเเต่ทำไงได้จะให้ผมยอมขอโทษอีกครั้งตอนนี้ก็ไม่ใช่ผมเหมือนกัน “ฉันจะสอนให้จำจนลืมไม่ลงเลย” มือใหญ่บีบปลายคางผมไม่ทันตั้งตัวรู้ตัวอีกทีเเม่งโดนต้อนจนชิดกับผนังสายตาคมจ้องมองผมไม่หยุดผมเงยหน้าขึ้นสบตาขาผมเเทบจะขยับไม่ได้ผมยอมรับเลยจริงๆว่าเขาน่ากลัวรังสีความโหดเเผ่กระจายมากเเล้วไอ้เหี้ยเเม่งนี่อีกอะไรวะมือโครตหนักบีบมาทีเหมือนกรามจะหัก “ปล่อยสิวะ!!” “หุบปาก” “ก็ปล่อยสิวะ!!” “จะหุบเองหรือให้ฉันช่วยถ้าฉันช่วยอาจจะไม่ได้หุบเเค่ปาก” “ไอ้เหี้ยย! อะอื้อ!!” มือใหญ่บีบปลายคางให้เงยขึ้นก่อนจะกดจูบบดขยี้ริมฝีปากบางหนักๆฟันคมกัดเล็มตามขอบริมฝีปากล่างลงน้ำหนักกัดหนักๆจนร่างโปร่งสะดุ้งเปิดริมฝีปากให้ลิ้นหนาเข้าไปดูดดุนลิ้นบางเกี่ยวตวัดดูดกัดจนเลือดซิบ “อื้อ โอ้ยย!” มือใหญ่กระชากผมคนตัวเล็กกว่าให้เงยขึ้นกว่าเดิมกดจูบหนักๆอีกครั้งมือใหญ่อีกข้างเริ่มปลดกระดุมเสื้อร่างบางออกเผยให้เห็นไหล่ขาวฟันคมก้มลงกัดไหล่ขาวเเรงๆจนเกิดรอยฟันช้ำเเดงจนเห็นได้ชัด “โอ้ยยย!ไอ้เหี้ยทำอะไรวะ!!” มือขาวพยายามพลักอีกคนออกเเต่ก็ไม่เป็นผลเพราะโดนจู่โจมตอนที่ไม่ทันตั้งตัวทำให้เรี่ยวเเรงที่มีโดนสูบไปจนหมด “นิ่ง” “ไอ้เหี้ย!!จูบกูทำไมวะ! นิ่งให้มึงเย็ดเหรอสัด!!” ผมด่าใส่หน้าเเม่งเลยไอ้เหี้ยมาจูบกูทำไมวะเกิดมาผมไม่เคยโดนแบบนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำเเล้วไอ้เหี้ยนี่เป็นใครอยู่ๆเเม่งมาทั้งจูบทั้งกัด “อยากโดน?” พูดออกมาเเค่นั้นอารมณ์โมโหพุ่งปรี๊ดเลยสัด “อยากมากก็ไปเย็ดกับเมียมึงสิวะ!!” “คงไม่มีใครสอนจริงสินะ ก็ดีประเดิมเมียเลยก็เเล้วกัน” “หมายความว่าไง อึก!” ปึก!!! คนตัวสูงจับร่างบางหันหน้าเข้ากำเเพงมือใหญ่จับเเขนทั้งสองข้างไว้อีกมือถอดกางเกงออกจากขาเรียวอย่างง่ายดายจนมันกองลงกับพื้น ขาเล็กพยายามหนีบเข้าหากันเเน่น “ไอ้เหี้ยยอยากเอาก็ไปเอากับเมียมึงสิวะ!!!” ผมตะคอกออกไปเเต่ในใจยอมรับว่ากลัวใช่ผมกลัวกลัวมากๆด้วยกลัวจนตัวสั่นผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้เเล้วยิ่งสายตาเเละน้ำเสียงที่พูดออกมาผมว่ามันเอาจริงเเน่ๆ เเม่งใหญ่มาจากไหนคิดว่าหน้าตาดีเเล้วทุกคนจะยอมหมดเหรอว่ะคนอื่นอาจจะเห็นเเล้วเเทบจะถวายตัวเเต่กับผมไม่ใช่เเน่ๆ “เด็กไม่มีมารยาทไม่ควรได้รับความใจดี” “ปล่อยสิวะ!มะไม่!!” “เเหกปากให้คนเเห่มาดูหนังสดหรือไง” ขาเเกร่งสอดเข้าระหว่างขาเรียวเเยกขาเรียวให้ออกจากกัน คนตัวสูงยิ้มมุมปากเมื่อเห็นขาเล็กที่สั่นไม่หยุด “ก็ปล่อยสิวะ!ไอ้ระยำ!” “ก็ไม่ต้องเห็นใจกันเเล้ว” เเยกขาเรียวทั้งสองข้างออกจากกันมือใหญ่รูดซิบกางเกงตัวเองออกก่อนจะรูดรั้งเเก่นกายใหญ่กว่ามารตฐานชายไทยออกมารูดรั้งเร็วๆ “อย่าคิดที่จะทำเเบบนั้นนะไอ้เหี้ย!” มือใหญ่จับมือเล็กรูดรั้งเเก่นกายไปมาคนตัวเล็กกว่าสะดุ้งทันทีเมื่อรับรู้ถึงขนาดของมัน ร่างโปร่งกัดปากเเน่นพยายามดิ้นหนีเอามือที่รูดรั้งออกเเต่ก็ไม่เป็นผล ปากเล็กสาดคำด่ามากมายไม่หยุดจนคนตัวสูงหมดความอดทนอยากสั่งสอนเด็กที่กล้าสาดคำด่าใส่คนอย่างเขา “อะอึกก!โอ้ยยยย! เจ็บ!!” เเก่นกายใหญ่กระเเทกเข้ามาในช่องทางที่ไม่เคยถูกใครล้วงล้ำมาก่อนพร้อมกับการสอดใส่ที่ไม่มีการเบิกทางเลยสักนิดเเล้วไอ้เหี้ยเเม่งใหญ่ขนาดนั้นเอาเข้ามาได้ไงวะ เจ็บเจ็บมากเจ็บจนขาสั่นเจ็บจนน้ำตาจะไหล คนตัวสูงไม่สนใจคำด่าคำร้องที่ร้องว่าเจ็บเเค่ไหนรู้เเค่ว่าตอนนี้อยากกระเเทกเเรงๆให้อีกคนได้จำให้ขึ้นใจว่าอย่ามาเล่นกับคนอย่างเขา “อะอื้ออเจ็บบ!ปล่อย โอ้ย!” เเก่นกายขนาดใหญ่กระเเทกใส่ช่องทางไม่หยุดกดเน้นย้ำลงลึกๆมือใหญ่รูดรั้งเเก่นกายอีกคนเร็วๆจนคนตัวเล็กกว่าสะดุ้งจนตัวโยนเพราะเเรงขยับมือของคนตัวสูงเเละเเรงกระเเทกที่เข้ามาไม่หยุดมันเจ็บเจ็บจนเหมือนจะเเหลกเป็นเสี่ยงๆ คนตัวสูงกระเเทกใส่เเรงขึ้นเรื่อยๆช่องทางที่ฉีกขาดมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดไม่ได้ทำให้เขาสนใจเเม้เเต่นิดเดียวกระเเทกใส่เเรงๆสองสามทีคนร่างโปร่งปล่อยน้ำสีขาวขุ่นออกมาเต็มมือใหญ่ ร่างโปร่งขาสั่นจนยืนไม่ไหวเเทบจะล้มพับลงกับพื้นเเต่เเขนเเกร่งโอบเอวไว้เเน่นกระเเทกใส่มาไม่หยุด “อึกก!เจ็บบพะพอสิวะ!!” “ไงเมียสมใจยัง?” “ไอ้เหี้ย!เลวว!อย่าให้ได้เจอกันอีกเลย!!” “ก่อนจะไม่ได้เจอก็ขอฝากลูกๆไว้หน่อยเเล้วกัน” ร่างเเกร่งกระเเทกเน้นย้ำลงอีกครั้งเร่งจังหวะเเรงขึ้นเรื่อยๆจนคนตัวเล็กกว่ากัดปากเเน่นไม่ให้เสียงน่าอายเล็ดรอดออกไปมือใหญ่จับเอวเล็กเเน่นกระเเทกเน้นย้ำใส่สองสามทีก่อนจะปล่อยน้ำขาวขุ่นเต็มช่องทาง คนตัวสูงถอดเเก่นกายออกพร้อมกับร่างอีกคนที่ล้มพับลงกับพื้น สายตาคมจ้องมองสภาพเด็กปากดีที่ตอนนี้ตามขาเรียวเต็มไปด้วยน้ำที่เขาปล่อยออกไป คนตัวสูงไม่ได้สนใจอะไรสักนิดรูดซิบกลับเหมือนเดิม “อะไอ้เหี้ยเอ้ย!” คนตัวสูงล้วงมือเข้าไปในเสื้อโยนนามบัตรลงบนหน้าผม ตอนนี้ผมทั้งโกรธทั้งทำอะไรไม่ถูกไม่อยากยอมรับเลยจริงๆว่าจะกล้าทำกับผมเเบบนี้เเละในสถานที่เเบบนี้ “ภาค พิเภก” “....” “เผื่อติดใจอยากให้ฉันไปสอนถึงบ้าน” ว่าจบคนตัวสูงก็เดินออกไปทันที ภาค พิเภก เหรอ ไอ้เหี้ยอย่าหวังว่าชาตินี้กูกับมึงจะได้เจอกันอีกเลย คนเหี้ยไรเลวชิบหายเจ็บก็เจ็บไอ้เหี้ยมึงเป็นใครวะมาทำกับกูเเบบนี้ กูขอสาบานเลยว่าจะเกลียดไม่ญาติดีกับเเม่งตลอดไป!!!

บทที่ 2 02 เด็กในโอวาท

เจ็บไอ้เหี้ยไอ้ระยำเกิดมาพึ่งเคยเจอคนระยำขนาดนี้ใจมันต้องขนาดไหนวะ รู้ว่าสู้ไม่ได้หน่อยทำกันขนาดนี้เลยเหรอวะ จะบอกว่าไงผมอึ้งอยู่ทั้งเจ็บทั้งจุกของไอ้เหี้ยนั่นไม่ใช่เล็กๆดูเเม่งใส่มาเเต่ละทีโครตเจ็บทำไมต้องเป็นด้วยผมวะไอ้เหี้ยคนอย่างคิงไม่เคยเป็นเมียใครโว้ยย ผมพยายามลุกขึ้นใส่กางเกงเเบกสังขารตัวเองออกมาจากร้านเเค่เเรงเดินก็เเทบจะไม่มีให้ผมขับรถกลับตอนนี้ผมก็คงขับกลับไม่ไหวเลยได้เเต่เรียกเเท็กซี่ทิ้งรถตัวเองไว้ร้านพี่ไอ้เคน จะว่าไงดีเรียกว่ายืนได้ก็บุญเเล้วเจ็บจนจุกจะเเตกเป็นเสี่ยงเเล้วพึ่งเคยไงไม่อยากยอมรับเลยจริงๆว่าตัวเองจะมาเจออะไรแบบนี้ ผมกลับถึงห้องโดยไม่บอกเพื่อนคนไหนสักคนเพราะดูพวกมันคงสนุกกันอยู่ สิ่งเเรกที่ทำตอนถึงห้องคือเเบกสังขารตัวเองเข้าห้องน้ำผมรีบอาบน้ำล้างทุกอย่างออกจนหมดโดยเฉพาะไอ้คราบที่มันไหลลงตามขาผมไอ้เหี้ยฝากลูกๆเหี้ยไรจะล้างเเม่งให้ตายหมดนี่เเหละไหนจะรอยกัดตามไหล่ที่เห็นเเล้วเเค้นขึ้นมาทันทีมองตัวเองในกระจกก็เเทบจะไม่อยากเชื่อว่าในนั้นมันคือตัวผม ผมพยายามไม่คิดถึงมันเเต่ก็ทำไม่ได้ พออาบน้ำเสร็จผมก็นอนพลิกตัวไปมาเเต่ก็พลิกมากไม่ได้เพราะเสียดเเละเจ็บจนไม่อยากขยับไปไหนด้วยซ้ำนอนไม่หลับเจ็บพูดเลยว่าเจ็บ เจ็บกายไม่เท่าเจ็บใจ ถามว่าใครไม่เจ็บใจบ้างโดนทำแบบนั้นทั้งๆที่เเม่งไม่รู้จักกันเเถมยังโยนใบห่าไรไม่รู้ใส่หน้าผมอีก พูดซะกูเป็นเด็กขายถึงกูเป็นเเม่งกูก็ไม่ให้ไอ้คนนิสัยระยำเอาไม่เลือกเเบบนี้เเน่นอนเจ็บใจชิบหายเลยโว้ยย ไม่รู้ว่าในหัวมันคิดอะไรถึงได้ทำผมซะเดี้ยงแบบนี้ ผมลุกขึ้นค้นกระเป๋าเสื้อตัวเองผมกำกระดาษที่มันโยนมาให้ผมแน่นเเน่นจนมันยับเป็นก้อนเล็กๆผมโยนมันลงบนพื้นพร้อมกับใช้เท้าขยี้ก่อนจะใช้เท้าเขี่ยออกไปให้ไกลผมยังจดจำใบหน้านั้นได้ดี ก็จะจำไว้ ภาค พิเภก 9.00 น กริ้งงงง กริ้งงง ใช่ครับผมนอนไม่หลับไม่หลับเลยทั้งคืนในหัวหยุดคิดไม่ได้จริงๆผมพยายามไม่ใส่ใจก็เเค่ไอ้เซ็กห่วยๆของมันถือว่าทำบุญทำทานให้หมามันไป เเต่ที่มันยังติดในใจก็เเค่มันเป็นใครถึงกล้าทำเเบบนี้ถ้าได้เจอผมจะอัดให้น่วมเลยไม่สนด้วยซ้ำว่าเเม่งจะใหญ่สักเเค่ไหน “เออ” ผมกดรับสายไอ้เคนที่โทรเข้ามาคนเเรกเเต่ในไลน์รัวกันมาชิบหายว่าผมหายไปไหนไม่บอก กลับไม่บอก ผมเห็นนะเเต่ผมไม่มีอารมณ์ที่จะตอบพวกมัน “ไอ้คิงมึงอยู่ไหนวะ” “ห้องสิวะ” “ไม่สบายเหรอวะเสียงดูเเหบๆ” ไอ้เหี้ยใช่เรื่องทักไหม “นิดหน่อยว่ะ” “กลับตอนไหนไม่บอกพวกกูวะ ตามหามึงทั้งคืนโทรไปก็ไม่รับ มีอะไรเปล่าวะ” “มีอะไรของมึง” “เสียงมีพิรุธนะสัด” พิรุธพ่อมึงสิ “ก็มึงเล่นกลับก่อนเพื่อนจนพวกกูเเปลกใจก็เป็นห่วงสิวะเผื่อไปกระตุกตีนรุ่นใหญ่มา อาจจะโดนจัดหนักมางี้ ฮ่าๆ” ไอ้สัดทักตรงไปอีกผมหน้าหงิกขึ้นทันที “มึงฟังกูอยู่ไหมวะ ฮัลโหลเพื่อนน” “เออ” “สรุปมึงไม่เป็นไรนะ วันนี้อย่าลืมมาเรียนบ่ายมีอาจารย์คนใหม่มาสอน” “กูว่าจะลา” “ลาไม่ได้นะเว้ยอาจารย์คนนี้เขาเคร่ง” “ดูก่อนเเล้วกัน” “ไม่ต้องดูเเล้วกรุณาหอบสังขารป่วยๆของมึงมาด้วยบ่ายนี้พวกกูรอโขกสับมึงอยู่ กูไปละบาย” ติ๊ด มือเรียวยาวนวดขมับทันที เพราะรู้สึกว่าตัวเองน่าจะไม่สบายเเล้วจริงๆเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนเเม้เเต่นิดเดียวไหนจะไอ้ร่างกายที่ไม่เต็มร้อยนี่อีกเเค่เดินก็เสียดเเล้ว เเม่งทำการเดินกูผิดปกติไปอีก ผมอาบน้ำเเต่งตัวออกมาเพราะตั้งใจจะไปเรียนให้มันพ้นๆไปไม่สิต้องพูดว่าตั้งใจไปนอนให้พ้นๆไปมากกว่าเพราะรู้สึกหนักตาจริงๆเหมือนจะหลับตลอดเวลา ผมสำรวจตัวเองอีกครั้งก็ต้องนิ่งชะงักเพราะไอ้รอยห่าเหวพวกนี้ที่มันพ้นคอเสื้อออกมาจนต้องรีบหาฮู้ดมาใส่ทับไม่สนหรอกว่าสภาพอากาศเป็นยังไงสนเเค่ปิดให้พ้นตาไอ้พวกเวรนั้นก็พอไม่งั้นมีถามกันยาว ผมนั่งเเท็กซี่ไปมหาลัยเหมือนเดิมเพราะรู้สึกขี้เกียจกลับไปเอารถที่ร้าน ถึงกลับไปเอาผมก็คิดว่าตัวเองขับไม่ไหวอยู่ดีก็เล่นไม่นอนทั้งคืนเเบบนี้ พอลงจากรถเท่านั้นเเหละเสียงหมาๆประจำกลุ่มก็ดังขึ้นทันที “โอ้โหมันมาจริงวะ” ไอ้เคนเปิดขึ้นมาคนเเรก “มาในสภาพที่โทรมเหี้ย” “นี่เมืองไทยนะครับไม่ใช่ต่างประเทศใส่มาซะพระอาทิตย์อาย” “ยุ่งน่า” ผมบอกปัดๆไป “หนักเหรอมึงเป็นถึงขนาดนี้” “เออไอ้เคนกูสังเกตุมันเดินมาหาเราเมื่อกี้ ลื่นล้มห้องน้ำเหรอสัดเดินเเปลกๆ” ไอ้เกมส์หรี่ตามองผม “เออ” “บันเทิง ไอ้เหี้ยเสือกจริงจี้ชิบหาย ฮ่าๆๆ” ผมว่าเเล้วไงว่ามันต้องมีอะไรให้พวกมันสังเกตุถามว่าพวกมันรู้ไหมพวกมันไม่รู้กันหรอกกะจะอยากเเซ็วขำๆไงเห็นหน้าผมเเบบนี้มันเลยเล่นเเค่นั้นคิดว่าไม่รู้สันดานพวกมันหรือไงเเซ็วทีกับการเดินเเบบนี้มันคงเเซ็วว่าผมโดนสอยจนได้ผัวไปเเล้วเเน่ๆ คิดเเล้วหนักหัวเลย “เออเขาว่าอาจารย์คนใหม่โหดเหี้ย” ไอ้เคนเปิดประเด็นใหม่เเต่ก็ยังไม่หยุดพูดถึงอาจารย์คนใหม่ “กูก็ได้ยินมาเเบบนั้น” “กูว่าหน้าคุ้นๆเหมือนกูเคยเจอที่ไหน เขาบอกว่าเป็นนักธุรกิจด้วย” “เออมึงไม่ได้ยินเขาพูดกันเหรอวะ เมียหลานชายเขาที่พึ่งจบไปก็เรียนมหาลัยเดียวกับเรา” ไอ้เกมส์พูดเสริมขึ้นมา “ขี้เสือกนะมึง” ผมพูดเเทรกขึ้นมาเพราะฟังมันพล่ามมันไม่หยุดรำคาญ “อ้าวไอ้คิง กูเเค่ได้ยินมาครับ” “เดี๋ยวพวกมึงก็รู้ป่ะวะว่าเเม่งเป็นไง” “พวกกูอยากรู้ชิบหายเเล้วเหี้ย” “จะได้เวลาเรียนเเล้ว ไปกันเลยไหมวะเผื่อในห้องจะมีข่าวไรเด็ดๆให้ฟัง” ผมส่ายหน้าไปมากับความขี้เสือกพร้อมกับลุกขึ้นเดินหนี “ไอ้คิงมึงจะไปไหนวะ ห้องเรียนไปทางนี้” ไอ้เกมส์ตะโกน “กูจะไปขี้มึงจะไปด้วยไหม” พวกมันทำหน้าอี๋เหมือนชีวิตนี้ไม่เคยขี้กัน “งั้นเจอกันห้องเรียนนะเว้ย อย่าช้านะสัด” ผมรู้สึกปวดหัวจริงๆเลยหลบมานั่งคนเดียวสักพักเพราะไอ้พวกนั้นมันพูดไม่หยุดพูดจนผมรู้สึกปวดหัวไปหมด ผมไม่ได้สนว่าอาจารย์คนใหม่จะเป็นใครหน้าตายังไงหรือเเม้เเต่ที่บอกว่าโหดผมก็ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด ผมล้างหน้าล้างตานิดหน่อยก่อนจะเดินเข้าห้องเรียนเเต่ก็ลืมไปว่าผมสายไป 5 นาทีเเต่คงไม่เป็นอะไรเพราะอาจารย์ส่วนใหญ่ไม่เคยมีใครเคร่งเรื่องเวลาขนาดนั้นเเละถ้ามันมีอะไรจริงเพื่อนผมคงรัวไลน์ตามผมกันเเล้ว ผมเดินเข้ามาใกล้ห้องเรียนเเต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรสักนิดนี่เเม่งเรียนกันจริงเปล่าวะหรือเเม่งอาจารย์ใหม่ดีเเตกปล่อยเด็กกลับตั้งเเต่คาบเเรกผมว่าก็คงต้องเป็นอย่างที่สองนั้นเเหละ มือเรียวเปิดประตูเข้าไปกลับพบว่าทุกคนในห้องนั่งเงียบเเบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนทุกคนหยิบชีทขึ้นมาทุกคน ผมสนใจเเต่เพื่อนๆ โดยที่ไม่สนใจอาจารย์คนใหม่ที่กำลังหันหน้าเข้ากระดานรูปร่างสูงใหญ่จนผมรู้สึกกระตุกเพราะคุ้นมากมันก็เเค่คุ้นไม่อยากจะคิดอะไรเยอะเพราะเป็นไปไม่ได้อยู่เเล้ว ผมยืนเหม่ออยู่นานจนสังเกตุเห็นไอ้เกมส์กวักมือเรียกผมไม่หยุดเหมือนกับบอกให้ผมรีบมานั่งเมื่อผมหยุดคิดทุกอย่างขาเรียวก็รีบก้าวเดินเข้าห้องทันทีเเต่กลับมีเสียงเข้มน่าเกรงขามดังขึ้นมาซะก่อน “คนมาสายยืนรอตรงนั้น” ผมหายใจไม่ทั่วท้องทันทีเพราะเสียงมันคุ้นมากคุ้นจนผมเเอบกำมือตัวเองเเน่นไม่กล้าคิดไปมากว่านี้ “ผมพูดด้วยต้องมองหน้าผม ไม่มีใครสอนหรือว่ายังสอนไม่พอ?” ผมกัดปากตัวเองเเน่นคำพูดมันคุ้นมากมากจนผมไม่กล้าหันไปเเต่ก็ต้องจำใจเงยหน้าขึ้นมอง ตัวผมชาวาบหน้าซีดไปหมดขยับขาไม่ออกเเม้เเต่นิดเหงื่อก็ไหลลงมาไม่หยุดมือเรียวกำเข้าหากันเเน่นทั้งสองข้างเพราะพยายามไม่ให้ตัวเองสั่น ผมทั้งโกรธทั้งโมโหอยากจะเดินเข้าไปชกให้หายเเค้น ผมยอมรับว่าเขาดูดีมากๆถึงจะอายุน่าเเก่กว่าผมเป็นรอบก็เหอะเเต่การกระทำมันระยำไง ไอ้เหี้ยเเค้นชิบหายใครก็ได้เอาเก้าอี้มาให้ทีไม่ฟาดหรอกวันนี้ไม่มีเเรงเอามาให้นั่งทีเเม่งขาอ่อนไปหมดเเล้ว “โอ้ ชื่ออะไรครับ” คนตัวสูงกอดอกมองผมที่เเสดงสีหน้าโมโหออกมาจนเห็นได้ชัด เสียงน่าเกรงขามทำให้ทุกคนในห้องไม่กล้าเเม้จะเงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ มือใหญ่ชี้ไปที่ปากของตัวเองพร้อมกับพูดเเบบไม่ออกเสียงว่า เมีย เเค่นั้นเเหละผมโมโหจนเเทบจะเดินไปชกหน้าเเต่สถานการณ์แบบนี้ก็จำใจให้ผมตอบไป “พชร” ผมตอบกลับเสียงห้วนไม่มองหน้าเเม้เเต่นิดเดียว “คุณมาสายไป 5 นาทีไม่สิ 7 นาทีรวมที่คุณมายืนเหม่อหน้าประตู” “ครับ” “ผมต้องเเนะนำตัวกับคุณอีกครั้งไหม?” “ไม่ต้อง” ผมพูดออกไปทันทีเพราะไม่อยากได้ยินเเม้เเต่ชื่อด้วยซ้ำ “พูดไม่มีหางเสียง” ผมเงยหน้ามองตาเขียวทันทีจะอะไรนักหนาวะ “ครับ” “เดินออกไปรอข้างนอก” “?” “ผมไม่พูดซ้ำ เชิญ” ผมพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เย็นที่สุดเเล้วเดินออกมาเเต่ตัวนี่สั่นไปหมดเเล้วเพราะโกรธจนหน้าเเดงไปหมด เออก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าเวรกรรมอะไรวะถึงต้องมาเจอกับคนแบบนี้ผมอยากตายจริงๆผมจะทนเรียนกับไอ้โรคจิตนี่ได้ยังไง คำก็เมียสองคำก็เมียตีตราลงเต็มหน้ากูหมดเเล้วไอ้เหี้ย “เปิดไปหน้า 73 อ่านเเล้วสรุปผมจะฟังพวกคุณทีละคน” ผมได้ยินเเค่นั้นก็เบะปากทันทีไม่เเปลกเลยสักนิดทีใครๆก็บอกว่าโหดเเละน่ากลัวเพราะน้ำเสียงเเละสีหน้าบ่งบอกว่าเขาไม่ได้มาเล่นๆเขาจริงจังถ้าใครจะเล่นๆก็เชิญออกไปแบบผมนี่ไงเพียงเเค่มาสายเเค่ 5 นาที ถามว่ากลัวไหมตอนนี้บอกเลยว่าไม่มีเเต่คำว่าเกลียดเต็มไปหมดไอ้เหี้ยโครตพ่อโครตเเม่เกลียดเลย ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมายังไม่ได้กดเล่นเลยด้วยซ้ำกลับถูกมือใหญ่คว้าไป “เอามา!” “ตามมาสิ” ไอ้เหี้ยเกินไปเเล้วจริงๆมึงเเก่กว่ากูก็จริงเเต่ใช่จะทำอะไรก็ได้ป่ะวะ ผมเดินตามคนตัวสูงมาที่ช่องเเคบใต้บันไดไอ้เหี้ยมาทำไมตรงนี้วะ กูหันกลับตอนนี้ทันไหมเริ่มกลัวเเล้วว่ะ “เอาคืนมาสักทีสิวะ!” “ฉันให้นายมาเล่นโทรศัพท์?” “เเล้วยุ่งไรวะก็ให้ออกมาเองป่ะ” “ระวังปากหน่อย” “ไม่ได้ปากไปติดบนหน้าใครจะสนทำไม” “หรืออยากโดนปากติดปาก” “ก็เหี้ยละอย่าหวังว่ามึงจะได้แบบนั้นอีก!” “เเน่ใจเหรอเมีย” “กูไม่ได้เป็นเมียใคร!!” “พูดจาให้ดีๆหน่อยฉันเเก่กว่านายตั้งเท่าไหร่” “ทำตัวเเบบนี้ใครเคารพวะ!” “เมียที่ดีควรเคารพผัว” “กูบอกว่าไม่ได้เป็นเมียมึงไง!” “หรือจะให้ทวน?” “ระยำ อึก!” คนตัวสูงดันผมติดผนังมือใหญ่คร่อมร่างโปร่งไว้ไม่ให้หนีมืออีกข้างจับผมคนตัวเล็กกว่าเเรงๆจนใบหน้าเรียวเงยขึ้น “ฉันบอกว่าไม่ชอบเด็กที่ไม่มีมารยาท” “ก็ไม่ได้ให้มาชอบเปล่าวะ” “ได้ไงก็นายดันหลวมตัวโดนฉันเอาไปแล้วนิ” “ไอ้เหี้ย อื้ออ” ริมฝีปากหนาบดจูบขยี้ริมฝีปากเล็กเเรงๆดูดดึงขบกัดเเรงๆมือใหญ่บีบปลายคางเเน่นสอดลิ้นเข้าไปดูดดึงเกี่ยวตวัดลิ้นอีกคนมากัดเเรงๆลิ้นหนาเลียตามขอบปากล่างดูดดึงเเรงๆจนเกิดเสียงมือเรียวพยายามดันคนตัวสูงออกเเต่กลับโดนกดจูบหนักกว่าเดิมจนเเทบหายใจไม่ทัน คนตัวสูงผละริมฝีปากออกก่อนจะยกยิ้มยักคิ้วให้อย่างยียวน มือเล็กกำเข้าหากันเเน่นก่อนจะตวัดมือจะชกคนตัวสูงเเต่กลับโดนอีกคนล็อกเเขนไว้อย่างง่ายดาย “อยากโดนเหมือนเมื่อคืน?” “ชาตินี้อย่าได้ดีกันเลยไอ้สัด มึงเป็นหมาหรือไงเอาไม่เลือกที่!” “งั้นนายก็เมียหมาก็พึ่งโดนฉันเอาไม่ใช่ไง?” “มึงมาเป็นอาจารย์ได้ไงวะสถานที่แบบนี้มึงก็ยังทำระยำได้” “ทำไมต้องสนเมื่อคืนสถานที่ล่อตาชาวบ้านขนาดนั้นฉันยังกล้าเอานายได้เลย” คนตัวสูงก้มลงกระซิบเบาๆพร้อมกับริมฝีปากหนาที่กดจูบตามลำคอให้คนตัวเล็กกว่าสะดุ้งเล่น ใบหน้าเรียวพยายามหดคอหนีเเต่ก็ไม่เป็นผลใบหน้าหล่อซุกไซ้ตามซอกคอไปมาไม่หยุด “ปล่อยสิวะ ไอ้อื้อ” “ชู่ววว์” ผมเงียบลงทันทีเพราะได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆใจผมเต้นเเรงไม่หยุดเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็น ถ้ามีคนมาเห็นจริงๆผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนวะมีเเต่คนประนามว่าผมเป็นเด็กขายให้อาจารย์ ซึ่งขายเหี้ยไรคนโดนกระทำคือกูต่างหากไม่ได้เต็มใจโว้ยยย “ปล่อยสักทีสิวะ” ผมพูดเสียงเบาๆ “เเน่ใจว่าจะออกไปตอนนี้ สภาพนี้?” นั้นเพราะใครวะเสื้อผ้ายับยู้ยี่ไปหมด เเละเสียงฝีเท้าก็เริ่มใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงพูด เเต่คนตัวสูงไม่ได้ปล่อยให้ผมตื่นกลัวกลับก้มลงดูดดึงริมฝีปากผมอีกครั้ง มือใหญ่บีบเค้นสะโพกผมหนักๆจนนิ่วหน้าทันทีปากก็เจ็บเพราะโดนดูดกัดไม่หยุด นี่เเม่งจะไม่เเคร์เลยหรือไงคนเดินผ่านไปผ่านมาเเต่ยังกล้ามาจูบกูอีก “เออเมื่อคืนได้ยินว่าไอ้คิงมีเรื่ิอง” คิ้วผมกระตุกทันทีเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง ริมฝีปากโดนอีกคนบดขยี้ไม่หยุดทั้งเจ็บทั้งเเสบไปหมดเเต่ผมไม่ได้สนใจที่ผมสนคือเรื่องที่พวกเเม่งคุยกันมากกว่า “เห็นว่าเเย่งเด็กไอ้ต้น” “เเย่งไรล่ะไอ้ต้นมันชอบไอ้คิง ไอ้นั่นกะจะเคลมไอ้คิงเป็นเมียไง” “อย่างไอ้คิงมันจะยอมเป็นเมียใครง่ายๆเหรอวะ” นินทาระยะเผาขนเเถมได้รู้เรื่องที่ไม่อยากรู้อีกเเทบจะเอาขากูยืนไม่อยู่ “เออหยิ่งเหี้ยใครเอามันเป็นเมียได้นี่คือโครตสุด” “เออก็รอดูต่อไปคนรอสอยมันเยอะเเยะหน้าตาเเม่งล่อตีนเเล้วก็ล่อ...ชิบหาย” ไอ้เหี้ยยผมถึงกลับรู้สึกโมโหขึ้นมาทันทีเลยกูคิดว่าพวกเเม่งหาเรื่องเเย่งหญิงกับกูทำไมเเม่งเป็นเเบบนี้ไปได้วะ ตัวผมชาวาบจนไร้การตอบโต้จนคนตัวโตดูดปากผมเเรงๆเเล้วผละออก ไม่อยากคิดเลยว่าปากเเม่งจะบวมเจ่อขนาดไหน “นายสินะคิงที่พวกนั้นพูดถึง” “เเล้วจะทำไม? ปล่อย!” ผมผลักคนตัวสูงให้ถอยห่าง “เสื้อนี้ใส่มาทำไม หนาว?” “ไม่ต้องยุ่ง” “ปากดีเเบบนี้ไงพวกนั้นถึงได้อยากเอาเป็นเมียกัน” “...” “ถอดเสื้อออกสิ” “ถอดให้โง่เหรอวะ” ผมใช้มือถูริมฝีปากเเรงๆ “ก็ถอดให้พวกรอสอยนายมันเห็นไงว่าโดนเอาจนมีผัวเเล้ว” คนตัวสูงก้มลงกระซิบยักคิ้วเดินออกไปทันทีเเต่ผมนี่สิยืนตัวสั่นไปหมดวันนี้เเม่งหลายเรื่ิองเกินเเทบจะไม่มีเเรงเดินเลยสัด พวกเเม่งเป็นไรกันหมดวะคนอื่นมีตั้งเยอะเเยะเสือกมาอยากได้กูกันทำไม “อ้อ วันนี้นายกลับได้เลยนะฉันให้สิทธิ์สำหรับเมียอาจารย์”

บทที่ 3 03 เด็กในโอวาท

ไอ้เหี้ยสิทธ์บ้าสิทธิ์บออะไรของเเม่งวะใครมันจะอยากได้สิทธิ์แบบนี้ไม่สิดูเเล้วถ้าเป็นคนอื่นผมว่าเขาคงดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเลยด้วยซ้ำมั้ง เเต่ก็ดีกล้าให้ผมก็กล้ากลับถ้าผมกลับเเล้วอย่าหาว่าขาดเรียนก็เเล้วกัน มือเรียวถูต้นคอไปมาจนเเดง อยากด่าเเม่งชิบหายรอยเก่าไม่ทันหายรอยใหม่เข้ามาเเทรก เหมือนสุภาษิตความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาเเทรกนั้นเเหละ ผมเดินออกมาจากใต้บันไดก็ไม่เห็นไอ้ลุงนั้นอยู่เเล้วบ้าชิบคนอะไรหื่นเป็นบ้า ถามว่าผมควรรู้สึกยังไงต้องถามอีกเหรอครับผมบอกไม่ถูกรู้สึกโมโหทุกคนที่เเม่งจ้องจะแดกผม บ้าไปเเล้วคนอย่างผมอย่าหวังว่าจะได้ถึงเเม้จะพลาดไปเเล้วก็เหอะผมถือว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเเล้วกัน ใช่ครับผมกลับจริงๆกล้าให้กลับผมก็จะกลับผมรู้สึกตัวเองไม่สบายด้วยเเหละปวดหัวหนักหนังตาเเถมปากยังบวมเจ่อขนาดนี้สภาพไม่อยากจะพูดเหมือนคนโดนรุมโทรมไม่มีผิดไหนจะเสื้อฮูดที่ใส่มาไม่สามารถปิดรอยใหม่ได้ทำให้รอยเเดงโผล่พ้นออกมา ผมขึ้นเเท็กซี่เหมือนเดิมเเต่ผมไม่ได้กลับคอนโดผมกลับมาเอารถที่ร้านพี่ไอ้เคน ถึงร้านผมหารถผมไม่เจอบ้าชิบใครเอาไปไว้ไหนวะผมเดินขึ้นไปถามพี่ไอ้เคนทันที “พี่คราม” “อ้าวไอ้คิงไม่เรียนเหรอวะ มานั่งก่อนสิ” “ไม่สบายผมเลยขอหยุด” “เเล้วทำอะไรมาล่ะไม่สบาย” เชี่ยทำไมต้องมองผมด้วยสายตาเเบบนั้นด้วยวะ “นอนไม่พอมั้งพี่ช่วงนี้เที่ยวหนัก” “เบาหน่อยสิต่อไปคงเที่ยวยากเเล้วล่ะมั้ง” “หมายความว่าไง” “คิดว่าไง” “ผมจะรู้ได้ไงพี่ ฮ่าๆ สรุปรถผมอยู่ไหน” ผมหัวเราะกลบไปถึงเเม้ว่าสิ่งที่พี่ครามพูดออกมาจะฟังดูเเปลกๆก็เหอะ “ผัวมึงสั่งคนเอากลับไปเเล้วนิ” ผมเเทบขยับปากไม่ออก “ตะตลกละพี่ผมไม่ได้มีผะ..” “กูเห็น” “พี่ว่าไงนะ!!” “ตามที่กูบอกนั้นเเหละ ไม่ต้องห่วงกูไม่บอกใครหรอกเเต่มึงนี่ดวงดีชิบได้ผัวทั้งทีเล่นใหญ่เลยนะ” ไอ้เชี่ยพี่ดวงดีห่าไรวะชีวิตผมเเม่งเริ่มอยู่ยากขึ้นทุกวันเเล้วเเม่ง “พอพี่ไม่ต้องพูดเรื่องนี้เเล้ว เมื่อเช้าผมออกจากคอนโดยังไม่เห็นรถผมเลยเอากลับไปตอนไหน” “เมื่อคืน ไม่อยู่คอนโดมึงก็อยู่กับผัวมึงไงจะคิดไรเยอะ” เเบบนี้เเหละที่คิดเยอะ เชี่ยไปอยู่นั้นได้ไงวะเเล้วเมื่อไหร่จะหยุดเรียกว่าผัวผมสักที บอกว่าไม่เป็นเมียใครไงโว้ยย!! “พี่ครามผมขอยืมรถหน่อยสิ” “คันไหนล่ะ กุญเเจอยู่ทางนั้นเลือกได้เลย” ผมหันไปมองกุญเเจที่เรียงกันเป็นเเถวจะรวยไปถึงไหน ผมหยิบกุญเเจรถ BM มาเพราะผมว่ามันน่าจะถูกที่สุดในนี้เเล้วล่ะ “ขอบคุณมากนะพี่ พี่ครามเอ่อ” “อะไรของมึง” จะถามไงดีวะว่าที่อยู่ไอ้ลุงนั้นอยู่ไหน “ช่างมันเหอะพี่ ไว้ผมจะขับมาคืน” “เออไม่รีบ” ผมขับรถกลับคอนโดเพียงเพราะกลับไปเอานามบัตรที่ผมขย้ำทิ้งเพียงอันเดียว มันยับจนเเทบจะมองอะไรไม่เห็นเเต่ผมก็ยังพยายามมองเบอร์ที่อยู่บนนามบัตร เหอะ ภาค พิเภก เเค่ชื่อก็ดูยิ่งใหญ่เเล้วมั้ง เป็นใครถึงกล้าทำกับผมขนาดนี้เรื่องรถผมเขายุ่งเกินไปเเล้วมั้งผมรอจนถึงเที่ยงเพราะคาดว่าเขาน่าจะเลิกสอนเเล้ว ผมกดเบอร์ลงโทรศัพท์ต่อสายหาเจ้าของสายทันที “สวัสดีค่ะ” ใครวะหรือว่าเมียไอ้ลุงนั้น “สวัสดีครับ ขอสายคุณพิเภกหน่อยครับ” “ได้นัดไว้ไหมคะ ตอนนี้คุณพิเภกคุยธุระอยู่ค่ะ” “เอ่อคุณ” “ค่ะดิฉันเป็นเลขาคุณพิเภก รบกวนบอกชื่อเเละธุระได้เลยค่ะ ดิฉันจะได้เรียนท่าน” “ผมต้องการคุยกับเขาตอนนี้ครับ” ผมรู้สึกโมโหขึ้นมาทันทีรถก็หาย คนเอาไปก็ไปไหนไม่รู้อยากรู้จริงๆว่าไอ้ลุงนั้นทำงานกี่อย่างกันเเน่วะเเวบไปเเวบมา “เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ ขออภัยด้วยนะคะ” “บอกไปว่าผม คิง พชร ต้องการคุยด่วน” “ขอทราบเรื่องที่ต้องการพบค่ะ ดิฉันจะได้จัดเรียงเรื่องสำคัญถูก” ผมสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆก่อนจะพูดสิ่งที่ตัวเองไม่อยากพูดที่สุดออกไป “เมียมาตามรถกลับครับ” “งั้นดิฉันจะเข้าไปถามคุณพิเภกให้ค่ะ” ผมพูดอะไรออกไปบ้าเอ้ยไปถามไอ้คนโรคจิตนั้นเหรอให้ตายเหอะผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน เเค่พูดว่าเมียความสำคัญเพิ่มขึ้นอันดับเเรกเลยเหรอวะอะไรจะง่ายดายขนาดนั้น “ขออนุญาติค่ะคุณพิเภก” “ครับ” “ท่านสะดวกคุยไหมคะ” “บอกเขาไปว่าผมจะติดต่อกลับไป” “เเต่ท่านคะ” “ใคร” “คือเขาบอกว่าเมียตามรถกลับ” “หื้ม เมีย?” ไอ้ลุงนี่ทำไมต้องย้ำด้วยวะ “ให้ดิฉันวางเลยไหมคะ” “ไม่ต้องต่อสายให้ผมเลย” “ได้ค่ะ” ผมรอไม่นานก็ได้ยินเสียงเลขาเขาบอกว่าดิฉันจะต่อสายไปทางคุณพิเภกนะคะ เเค่นั้นเเหละผมอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายจริงๆไม่รู้พูดอะไรออกไป “ไงเมีย” “อย่ามาตลกเอารถคืนมา” “มาเอาเองสิ ฉันไม่ว่างเอาไปให้ใครถึงจะเป็น เมีย ก็เถอะ” “ใครเมียวะ” “ก็พูดออกมาเอง” “ก็เเค่เรื่องโกหก” “โกหกงั้นเหรอ” “บอกที่อยู่มาสักทีจะไปเอารถ!” ปั่นประสาทอยู่ได้ “ตอนนี้ฉันอยู่ที่บริษัท” “บอกทำไมไม่ได้อยากรู้” “ไม่ต้องเอาเเล้วรถ” “รู้เเล้วๆให้ทำไง” ผมรู้ว่าไอ้ลุงนี่เป็นคนไม่ชอบให้ใครพูดอะไรขัดใจไม่งั้นรถผมต้องไม่ได้เเบบที่บอกไว้เเน่ๆ “มาหาฉันสิ” “ไม่ไป” “งั้นก็ช่วยไม่ได้” “เออๆไปก็ไป” ผมรอเเม่งบอกที่อยู่บริษัทผมรีบใส่เกียร์หมาไปทันทีเดี๋ยวนะนี่ผมมาผิดที่หรือเปล่าทำไมมันใหญ่ขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะรวยได้ขนาดนี้ ระหว่างที่ผมขับรถเพื่อไปจอดรถตามที่เขาบอกต้องตกใจเชี่ยมีชื่อติดเเบบนี้เลยเหรอวะผมจอดรถเข้าตรงชื่อว่า พิเภก เเล้วรีบหาข้อมูลในมือถือประวัติยาวจนผมขี้เกียจอ่าน ไม่อยากเชื่อว่าจะรวยขนาดนี้เป็นคนมีชื่อเสียงด้วยเเต่ทำไมต้องมาเป็นอาจารย์สอนไม่เข้าใจ เเค่ประวัติผมก็เเทบจะขอถอยไม่สู้เเล้วกับคนอันตรายแบบนี้คิงกลัวเเล้ว ผมจะสตาร์ทรถเตรียมกลับก็มีเสียงเคาะกระจกผมเงยหน้าขึ้นดูเป็นใครไม่รู้ซึ้งผมไม่เคยเห็นหน้าผมกดกระจกลง “ครับ?” “คุณคิงใช่ไหมครับ” “ใช่ครับ” หรือว่าผมมาจอดผิดที่วะ พิเภก ก็ไม่น่าจะมีใครชื่อนี้เเล้ว “เชิญทางนี้ครับ” ผมลงเดินตามมาอย่างงงๆเเต่ประเด็นทำไมผมต้องเดินตามมาด้วย ไม่ให้ผมงงนานก็มีรถคันหรูจอดตรงหน้าผมซึ่งไม่ต้องถามว่ามีใครอยู่ในนั้น ชายชุดดำเปิดประตูให้ผม “เชิญครับ” “ไม่ขึ้น” ผมพูดเเค่นั้นคนตัวสูงก็เงยหน้ามองผมดุๆที่กล้าขัดคำสั่ง “ขึ้นมา” คนตัวสูงกดเสียงต่ำใครจะกลัววะเเค่สั่นนิดหน่อย “ขับนำไปสิเอารถมาเดี๋ยวขับตาม” “รู้ใช่ไหมถ้าขัดคำสั่งจะเป็นยังไง” “ก็บอกว่าเอารถมาไง” ผมเถียงกลับอีกครั้ง “หนึ่ง” เเม่งไม่ได้กลัวหรอกบอกเลยเเค่นับหนึ่งขาผมก็ก้าวขึ้นรถเเล้ว เผลอนั่งเเรงไปหน่อยเจ็บชิบ ผมนิ่วหน้าขึ้นมาทันที “เอารถคืนมา” ผมเเบมือเเต่ประเด็นคืออะไรทำไมต้องให้ผมนั่งไปด้วยหูตึงหรือไงบอกว่าเอารถมา! “ก็พาไปเอานี่ไง” “ผมบอกว่าผมเอารถมา! พี่ครับหยุดรถด้วยครับ” “ถึงจะเป็นเมียฉันเเต่นี่ลูกน้องฉันต้องฟังฉันอยู่เเล้ว” เมียบ้าเมียบออะไรพูดอะไรเกรงใจคนขับด้วยสิโว้ย “ผมไม่ได้มาว่างเล่นเเบบนี้หรอกนะ” “ใครบอกฉันเล่น” ผมไม่พูดอะไรต่อได้เเต่หงุดหงิดหันหน้าออกไปข้างนอกเเล้วไปไงมาไงผมถึงได้นั่งอยู่บนรถเขาได้วะเนี่ย กริ้งงง กริ้งง ผมสะดุ้งเสียงโทรศัพท์ซึ่งมันเป็นของผมเองผมหยิบขึ้นมาดูก็เป็นไอ้เกมส์ เพื่อนผมเเถมในไลน์ยังรัวกันมาไม่หยุดสาวๆอีกตั้งหลายคนที่ผมยังไม่ตอบ ผมกดรับทันที “ไอ้คิงงงไอ้สัดดมึงหายหัวไปไหนวะ” “กูไม่สบายเลยขอกลับ” “ไอ้ล้มห้องน้ำมึงอ่ะนะ” “หึ” ผมหันไปมองเจ้าของเสียงเเล้วรีบลดเสียงโทรศัพท์ “เออๆนั้นเเหละ” “มึงอยู่ไหนพวกกูไปหาที่ห้องไม่เจอมึง” “กูมาเอารถที่ร้านพี่คราม” “ไอ้เคนบอกรถมึงไม่ได้อยู่ที่ร้านนิ” “ก็..ใช่ไงสัดเเม่งรถกูดันเสียเลยถูกส่งไปซ่อมเนี่ยซวยจริงๆ” ผมต้องการเน้นคำนี้ให้อีกคนได้ยิน “เออไอ้สัดกลับไม่บอกพวกกู เเต่เเม่งอาจารย์คนนี่น่ากลัวจริงเงียบกริบกันทั้งห้องตอนมึงมาสายนะพวกกูนี่ลุ้นเเทบตาย กูบอกเเล้วให้รีบมามัวเเต่ไปขี้” “เออไอ้สัด กูไม่เห็นกลัว อื้อ!” “ได้ยินไหมวะไอ้คิง” กูอยากจะบอกว่ากูได้ยินเเต่กูตอบไม่ได้ มือใหญ่บีบท้ายทอยเเน่นกดจูบบดขยี้ริมฝีปากบางเเรงๆดูดดึงเข้มเม้มปากบวมเจ่อจนเลือดซิบ มือใหญ่กดตัดสายเเล้วโยนโทรศัพท์ออกไปข้างนอก ผมผลักอีกคนออกเเล้วมองหน้าเเบบไม่พอใจ “ทำบ้าอะไร!” เเม่งปานนี้โทรศัพท์คงโดนเหยียบเละจนเหลือเเต่ซากหมดเเล้วมั้ง “ไม่กลัวไม่ใช่หรือไง” “เเล้วทำไมต้องกลัวด้วยวะ!” “จะให้เชื่องก็ต้องมีวิธีเดียวสินะ” “จะทำอะไร นี่มันในรถนะเว้ย!!” ผมถูกดึงให้ขึ้นไปนั่งบนตักเเกร่ง เเม่งในรถยังกล้าทำเกินไปเเล้วจริงๆผมดิ้นจะลงเเต่ก็โดนเเขนเเกร่งล็อกเอวไว้เเน่น “ลงไปก่อน” ไอ้เหี้ยไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว เมื่อได้ยินเเบบนั้นชายชุดดำก็ลงไปทันที ตอนนี้ในรถเหลือเเค่พวกผมสองคนเเต่ไม่ใช่อยู่ในท่าล่อเเหลมเเบบนี้สิวะ “ปล่อยคิดจะทำอะไร!” “คิดว่าไง” “ปล่อย!” “หยุดดิ้น” “ก็ปล่อยสักทีสิวะ!” “ฉันปล่อยเเน่หลังจากฉันได้สิ่งที่ต้องการเเล้ว” “หมายความว่าไง” ยังไม่ทันหายสงสัยผมก็กระจ่างทันทีเมื่อมือใหญ่บีบปลายคางผมให้เงยขึ้นริมฝีปากหนาก้มลงดูดเม้มทั่วซอกคอขาว คนตัวเล็กดิ้นไม่หยุดมือใหญ่เลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกทีละเม็ดจนหลุดออกทั้งหมด “หื้ม?” ผมหอบหายใจปลายนิ้วเเกร่งถูวนรอบๆสะดือใช่ครับผมเจาะสะดือผมไม่ได้ชอบเเค่อยากลองพอใส่เเล้วก็ไม่เคยเอาออกเลย มือเล็กปัดมือเเกร่งออก “คิดว่าง่ายเหมือนคนของคุณหรือไง” “พูดเองว่าเป็นเมียฉัน?” “ฝันอยู่เหรอ!” “หึ หรือว่าติดใจฉันจนตัวสั่นถึงได้มาหาถึงที่” ผมโมโหขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเเบบนั้น จะด่าจะว่าผมไม่โกรธเท่าโดนดูถูก “ผมบอกว่าต้องการรถคืน! ถามหน่อยเหอะมีอะไรให้ติดใจ มันเป็นอะไรที่โครตห่วย!! อึก!” มือใหญ่บีบปากผมเเน่น “งั้นโดนอะไรห่วยๆอีกครั้งจะเป็นไรไป” “ไม่! อื้ออ” คนตัวเล็กโดนเหวี่ยงให้นอนลงกับเบาะโดยมีร่างเกร่งเเทรกตัวเข้ามาระหว่างขา ริมฝีปากเล็กถูกครอบรองอีกครั้งเเต่ครั้งนี้รู้สึกเจ็บกว่าทุกครั้งเพราะอารมณ์คนตัวสูงบอกเลยว่าถ้าเเหลกได้ผมคงเเหลกคามือเขาไปเเล้ว ใบหน้าเล็กพยายามหันหน้าหนีเเต่ไม่เป็นผลโดนริมฝีปากหนากัดดูดดึงจนปากชาไปหมดบางครั้งเจ็บจนเผลออ้าปากออกไม่รอช้าปลายลิ้นร้อนเเทรกเข้ามากวาดไปทั่วลิ้นหนาเกี่ยวตวัดลิ้นเล็กดูดดึงจนน้ำใสไหลตามมุมปาก มือใหญ่อีกข้างปลดกางเกงออกอย่างง่ายดายขาเรียวพยายามบีบเข้าหากันเเน่น “อื้อ!ปล่อยสิโว้ย!ไม่ใช่เด็กขายได้ยินไหม!” คนตัวเล็กพยายามดิ้นยิ่งดิ้นเท่าไหร่ร่างกายก็ยิ่งเสียดสีกันเท่านั้นเเละที่สำคัญยังรู้สึกมีอะไรดันๆอยู่ตรงช่องทางด้วยให้ตายเหอะ อยากกัดลิ้นตัวเองตายจริงๆ “ใครบอกว่าฉันจะซื้อนายที่มาที่นี่ก็มาให้ฉันเอาฟรีไม่ใช่หรือไง” “เลว คนมีการศึกษาคิดได้ทำได้เเค่นี้เหรอ!!” ผมโมโหโหโหจนหน้าเเดงไปหมดผมไม่เคยโดนดูถูกขนาดนี้โมโหจนอยากร้องไห้ “ก็บอกอยู่นี่ไงว่าทำได้อีกเยอะ” “ปล่อย! อย่า!อือ” มือเล็กปิดปากตัวเองเเน่นเมื่อเสียงน่าอายเล็ดลอดออกมา ปลายฟันคบขบเม้มลงยอดอกจนคนตัวเล็กสะดุ้งมือเล็กพยายามผลักออกเเต่ก็ไม่เป็นผล ริมฝีปากหนาตีตราไปทั่วร่างกายไม่ลืมขบกัดดูดเม้มรอบสะดือ จิวที่เจาะอยู่บนสะดือคนตัวเล็กเพิ่มความดิบเถื่อนของคนตัวสูงได้ดี มือเเกร่งถอดกางเกงตัวเองออกเท่านั้นเเหละเเก่นกายลำใหญ่ผงาดขึ้นทันที คนตัวเล็กหันหน้าหนีพร้อมกับถดตัวหนีเเต่ก็โดนมือใหญ่ล็อกเอวไว้คนตัวเล็กหน้าซีดขึ้นมาทันทีเพราะไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ “ขะขอร้อง” “ขอร้องเรื่อง?” “หยุดเถอะ” ผมพูดออกไปเสียงสั่นๆใช่ผมกลัวหน้าผมไม่บอกว่าผมกลัวเเต่ในใจผมเต้นเเรงไม่หยุด “ฉันให้ขอร้องสองอย่าง” “อะ..อะไร” “ขอร้องด้วยคำพูดดีๆหรืออย่างที่สองขอร้องให้ฉันใส่เข้าไปหนักๆ” เสียงทุ้มก้มกระซิบข้างหู “เลือกสิ” “ผมขอร้องหยุดเถอะ โอ้ย!” ผมกัดปากเข้าหากันเเน่นเมื่อมือใหญ่บีบต้นขาผมมันเเดงจนเกิดรอยนิ้วเต็มไปหมด “ฉันไม่พอใจ” “จะให้พูดเเบบไหน!” “คิดเอา ถ้ามันพูดยากอย่างที่สองก็น่าจะง่ายกว่านะเพราะเธอเเค่นอนเฉยๆ” “ไม่! อาจารย์ภาคครับผมขอร้องหยุดเถอะครับ!” ผมหลับหูหลับตาพูด “ก็ดีเเต่ยังดีไม่พอ” ต้องให้พูดไงเล่า ไอ้เหี้ยวิธีนี้จะได้ผลไหมวะเห็นไอ้พวกนั้นมันใช้ขอโทษเเฟนมันบ่อยๆ ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ “อะ..อาจารย์ครับคิงขอโทษครับ ขอร้องหยุดเถอะครับ” ไอ้เหี้ยพูดยังไงให้เหมือนเด็กอาจารย์พูดแบบผมนี่สิครับ ถุยย อับอาย “หึ ฉันลืมบอกอย่างที่สามไป” “อะไรปล่อยสิผมพูดไปเเล้วไง” “ปล่อยทำไมในเมื่อข้อที่สามมันบอกว่ายังไงนายก็โดน” “ไอ้..อึก!เลว!” ผมสะดุ้งกัดปากตัวเองเเน่นเมื่อปลายนิ้วเเกร่งสอดเข้ามาช่องทางผมมันเจ็บเเละเเสบมากๆไม่คิดจะสงสารกันหรือไงเเม่งพึ่งเอากูไปนะเว้ย ปากเล็กกัดเข้าหากันเเน่นพยายามดิ้นยิ่งดิ้นนิ้วเเกร่งก็ขยับเข้ามาลึก “เอาออกไป!” เจ็บทั้งเจ็บทั้งเเสบมือเล็กหยิกต้นเเขนเเกร่งเเน่นริมฝีปากหนาก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอีกครั้งมือใหญ่เเยกขาเล็กออกกว้างไม่ทันปากเล็กจะเอ่ยด่าท่อนเอ็นเเข็งก็สอดใส่เข้ามาจนมิดคนตัวเล็กสะดุ้งพูดไม่ออกเพราะความจุกที่เข้ามา ไม่รอช้าคนตัวสูงขยับกระเเทกเข้าออกเเรงๆจนคนตัวเล็กสั่นคลอนไปทั้งตัว มือเล็กพยายามทุบหลังเเกร่งให้เบาลงเเต่ก็ไม่เป็นอย่างหวังเมื่อเริ่มทุบเเรงๆคนตัวสูงก็ใส่เข้ามาเเรงขึ้นเรื่อยๆ “อะอื้อ พะพอเเล้ว อึก!” มือเล็กรีบปิดปากตัวเองเเน่นเพราะตอนนี้มันทั้งเจ็บทั้งเสียวจนทำอะไรไม่ถูก ทั้งเกลียดทั้งโมโหเเต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะโดนคนตัวสูงควบคุมอยู่ คนตัวเล็กถูกดึงให้นั่งบนตักเเต่ท่อนเอ็นใหญ่กระเเทกเข้ามาไม่หยุดลึกจนจุกคนตัวเล็กกัดปากตัวเองเเน่นเพราะไม่อยากให้เสียงน่าอายหลุดออกมา ภาพที่คนตัวสูงเห็นยิ่งทำให้อารมณ์พุ่งขึ้นไปอีกไหนจะไอ้หน้าเเดงๆรอยทั้งเเผ่นอกรอบต้นคอเเละที่สำคัญรอยที่โดนกัดรอบจิวสะดือยิ่งทำให้สะโพกเเกร่งขยับขึ้นเสยไม่หยุด คนตัวเล็กตัวสั่นมือเล็กบีบบ่าเเกร่งเเน่นก่อนจะกระตุกปล่อยออกมาเต็มเสื้อสูทคนตัวสูง สะโพกเเกร่งขยับสวนขึ้นมาช้าๆ “หื้ม? เธอเสร็จด้วยของฉันงั้นเหรอ” อึก! ผมอึ้งทันทีเมื่อผมก้มมองน้ำขาวขุ่นที่เลอะตามเสื้อสูทราคาเเพง ใช่ผมยังไม่ใช้มือเลยด้วยซ้ำ ตอนนี้ผมทั้งรู้สึกโมโหเเละเกลียดตัวเองที่สุดที่เผลอเตลิดไปตามอารมณ์เขา “ปล่อย!” “อะไรกันไม่ต้องอายหรอกมันเรื่องปกติ” “ได้สิ่งที่ต้องการเเล้วก็ปล่อยสักที!” “เธอสิได้เพราะฉันยังไม่ได้ปล่อยในตัวเธอสักครั้ง” “พูดบ้าอะไรออกมา!” “ฉันเสร็จยากซะด้วยสิอย่าพึ่งสลบไปก่อนเเล้วกัน” “หยุดอย่าขยับ!อึก!” ผมโดนพลิกตัวให้นอนลงบนเบาะเหมือนเดิมท่อนเอ็นเริ่มขยับเข้าช่องทางผมไม่หยุดมันทั้งเจ็บเเละเเสบผมขาชาไปหมดเเต่คนตัวสูงไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ได้เเต่เพิ่มเเรงกระเเทกขึ้นทุกครั้งยิ่งผมด่าผมพูดว่าเกลียดเขาจะยิ่งขยับเร็วเท่านั่นผมไม่รู้ว่าต้องหน้าด้านเเค่ไหนที่เขาเอาผมในรถเเล้วให้ลูกน้องยืนรอไอ้เหี้ยรู้ถึงไหนอายถึงนั้นผมนี่เเหละอาย เสียรู้ให้ไอ้ลุงนี้เป็นครั้งที่สองจนได้บอกเลยว่าจะไม่มีครั้งที่สามเเน่นอน เเต่ตอนนี้ผมเหนื่อยเหนื่อยจนตาเเทบปิด ผมออกไปเเล้วรอบที่สองเเต่ไอ้ลุงโรคจิตไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จเลยสักนิดมีเเต่กระเเทกเข้ามาจนผมทนไม่ไหวบางครั้งผมก็เผลอบ่อยเสียงออกไปรู้ตัวอีกทีก็เอามือปิดไม่ทันซะเเล้ว ผมไม่รู้ว่าตาลุงนั้นเสร็จตอนไหนหรือว่ายังไม่เสร็จอันนี้ผมก็ไม่รู้เพราะตอนนี้สติผมไม่อยู่เเล้วผมเหนื่อยหนักตาผมจำได้เเค่เสียงสุดท้ายเท่านั้นเเล้วสติผมก็ดับไป “หึ”

อ่านต่อ