ฝนโปรยในสายหมอก
บทที่ 1 chapter1

บทนำ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ณ...ห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่ง มีหลายสายตาผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันจับจ้องเด็กชายตัวน้อยวัยสามขวบ ซึ่งเด็กคนนั้นนั่งคุกเข่า มือสองข้างเกาะกระจกหน้าร้าน ดวงตามีน้ำคลอเบ้าอยู่ตลอดเวลาจนพร่ามัว ต้องยกมือขึ้นเช็ดน้ำใสๆ ออก เพื่อจะได้มองเห็นของเล่นที่ตัวเองอยากได้ “เหนือลูกแม่ มองอะไรอยู่คะ?” ‘ม่านฝน บุญรักษา’ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยววัยยี่สิบสี่ปี เธอหยุด ชะงัก ก้าวขาไม่ออกเมื่อเห็นลูกนั่งเหมือนเด็กขอทานมองของเล่นในร้าน ซึ่งหญิงสาวรู้ว่าลูกอยากได้ของเล่นชิ้นนั้นมากแค่ไหน “แม่ครับ” ‘แสงเหนือ บุญรักษา’ เด็กชายวัยเพียงสามขวบ หน้าตาหล่อเหลาเหมือนผู้ให้กำเนิดแน่ ถ้าโตเป็นหนุ่ม ขานรับแต่ไม่ยอมลุกและหันไปมองแม่ ซึ่งเด็กน้อยรู้ว่าแม่ไม่อยากพาเดินผ่านหน้าร้านขายของเล่นร้านนี้สักเท่าไร “ไป กลับบ้านกันครับ” ม่านฝนกะพริบตาไม่ให้น้ำตาไหล รู้สึกสะเทือนใจ หายใจไม่ออกเมื่อเห็นแววตาเศร้าของหนูน้อยอยากได้ของเล่นชิ้นนั้น ทำให้หญิงสาวต้องรีบเข้าไปหา แต่เธอไม่ยอมมองของในร้านซึ่งมันราคาแพงมากจนไม่อาจหาเงินมาซื้อให้ลูกได้ “แม่ครับ” เมื่อเห็นแม่เดินเข้ามา เด็กน้อยก็รีบลุก แล้วเงยหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาขึ้น ยิ้มยิงฟันจนเห็นฟันน้ำนมเต็มปาก ก่อนจับมือแม่แล้วพาเดินเข้าไปในร้ายขายของเล่น เพราะอยากได้ของเล่นชิ้นนั้นมาหลายเดือนแล้ว “ครับ?” คุณแม่แกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าลูกต้องการอะไร เธอฉุดลูกไว้ แล้วนั่งยองๆ จับมือลูกมาหอม แล้วยิ้มหวานให้ด้วยหัวใจร้าวราน “เหนืออยากได้หุ่นยนต์กับเครื่องเล่นเกมนินเทนโดครับ คุณแม่ซื้อให้เหนือนะครับ” เด็กน้อยถูกคุณแม่อุ้มให้นั่งบนหัวเข่า แล้วใช้แขนข้างหนึ่งโอบลำคอระหงของแม่ไว้ “ให้เงินเดือนแม่ออกก่อนนะครับ ค่อยซื้อ” ม่านฝนไม่ยอมมองตามสายตาของลูกที่จ้องกล่องขนาดใหญ่ในนั้นมีเกมนินเทนโด 3DS รุ่นใหม่ ราคาบ่งบอกว่าแพงมาก ถ้าซื้อรวมกับหุ่นยนต์คงไม่เหลือเงินจ่ายค่าห้องพักแน่ เธอจึงดึงลูกเข้ามากอดแล้วกระซิบเสียงสั่นเครือชิดแก้มของลูก “แต่แม่สัญญาว่าจะซื้อให้เหนือวันนี้นี่ครับ ฮือออ” เด็กน้อยอยากได้ของเล่นจนใจแทบขาด พูดตัดพ้อคุณแม่พร้อมทั้งส่งเสียงร้องไห้โฮ “เหนือ...ไม่ร้องนะครับ ตอนนี้ แม่ยังไม่มีเงินพอที่จะซื้อของเล่นให้ลูก เหนือเข้าใจใช่ไหมครับ” ม่านฝนหัวใจฉีกขาดเมื่อต้องพูดผลัดวันไปเรื่อยๆ เธอพูดเสียงสั่นเครือเช็ดน้ำตาให้ลูกด้วยเรียวปากอิ่ม “แม่ครับ เหนืออยากได้ ฮือออ” แสงเหนือร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อแม่ชวนกลับบ้าน แต่เด็กน้อยก็เดินตามรอยเท้าของแม่พร้อมทั้งหันหลังกลับมามองของเล่นที่ตัวเองอยากได้แทบใจสลาย อีกด้านหนึ่งของร้านขายของเล่น ก็มีหญิงชายคู่หนึ่งยืนมองของเล่นผ่านกระจกหน้าร้าน เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กชายตัวป้อมกอดตุ๊กตาเสือเดินตามแม่ผ่านเขาไป ทำให้ชายหนุ่มเอียงหน้ามองเล็กน้อย “ฝ ฝน!” ชายหนุ่มชะงักต้องหันกลับไปจ้องเขม็งสองแม่ลูกอีกครั้ง นี่เขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม นั่นม่านฝนนี่ ใช่ เป็นเธอแน่ๆ และนั่นคงจะเป็นลูกชายของเธอที่เกิดจากพี่ชายต่างสายเลือดสินะ ‘แสงหมอก ธิติการณ์’ ชายหนุ่มวัยสามสิบเจ็ดปี สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อนึกถึงอดีตอันแสนขมขื่นและบัดซบที่สุด ชายหนุ่มไม่ยอมละสายตาเจ็บปวดมองผู้หญิงคนนั่นเดินห่างไกลจนสุดสายตา “พี่หมอกคะ เราเข้าไปดูของเล่นข้างในไหมคะ” ชุติมาเอ่ยชวน แต่เมื่อไม่มีคำตอบจากเขา เธอจึงหันมามองสามี ซึ่งชายหนุ่มเอาแต่จ้องไปทางบันไดเลื่อน “เมื่อกี้ ชุว่าอะไรนะ” แขนกำยำถูกฉุดอย่างแรงทำให้แสงหมอกตื่นจากภวังค์ เขาลูบหน้าชาหนึบแล้วหันกลับมามองภรรยา “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้นคะ?” ชุติมาละสายตาจากผู้คนตรงบันไดเลื่อนมามองหน้าสามีอย่างสงสัย “ปละ เปล่าครับ” แสงหมอกปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วจับบ่านุ่ม ดันให้ภรรยาเดินนำหน้าเข้าไปในร้านขายของเล่น แต่สายตาสงสัยก็ยังหันไปมองบันไดเลื่อนหาสองแม่ลูกนั่น “เมื่อกี้นี้ พี่หมอกมองอะไรเหรอคะ” ด้วยความสงสัยทำให้ชุติมาถามสามีทั้งที่ยังเดินนำหน้าเขาไปเลือกของเล่นไปพลาง “มองคนรู้จัก แต่พี่คิดว่าคงตาฝาดน่ะ ชุอย่าสนใจเลย” แสงหมอกบ่ายเบี่ยงจะตอบภรรยา โดยการเดินไปยืนมองกล่องนินเทนโด แล้วแปลกใจที่ตนเองรู้สึกอยากซื้อของชิ้นนี้เก็บไว้เหลือเกิน “พี่หมอกจะซื้อของเล่นไปให้ใครเหรอคะ” ชุติมาเห็นสามีหยิบหุ่นยนต์ เธอจึงเอาหุ่นยนต์ในมือของสามีมาใส่ตะกร้าไว้ “พี่อยากซื้อของเล่นไปทำบุญที่บ้านเด็กกำพร้าน่ะ” แสงหมอกก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงอยากทำบุญขึ้นมาทันที หลังจากได้เห็นเด็กน้อยคนนั้นร้องไห้วิ่งตามแม่ไปเมื่อครู่นี้ ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้ชายหนุ่มร้าวราน จุกหน้าอกจนหายใจไม่ทั่วท้อง “ทำบุญด้วยของเล่นแพงๆ เนี่ยนะคะ” ชุติมามองหน้าสามีอย่างสงสัย “ช่วยพี่เลือกของเล่นพวกนี้หน่อยสิ หนังสือการ์ตูนก็ดีนะ” แสงหมอกจูงมือภรรยาเดินไปตามช่องทางเล็กๆ สายตาก็มองของเล่นหลายชิ้น “พี่หมอกคะ อย่าบอกนะว่าจะซื้อหุ่นยนต์กับเครื่องเล่นนินเทนโดไปบริจาคเด็กกำพร้า” เมื่อเห็นสามีนั่งยองๆ จับกล่องของเล่น ชุติมาก็ร้องห้ามทันที ถึงเธอจะเป็นพวกไฮโซ แม่ของเธอมีเงินเป็นสิบๆ ล้าน แต่ด้วยนิสัยเห็นแก่ตัวและคิดถึงแต่ตัวเองทำให้ชุติมาไม่อยากบริจาคของดีๆ แพงๆ ให้เด็กด้อยโอกาส “ไม่หรอก ของชิ้นนี้ พี่ดูไว้ก่อน ว่าจะซื้อไปฝากลูกของเพื่อนนะ” แสงหมอกมองกล่องนินเทนโดแล้วนึกถึงใบหน้าน่ารักที่นองน้ำตาของเจ้าเด็กน้อยคนนั้น ทำไมเขารู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขั้วหัวใจขึ้นมาทันที และไม่อยากจะซื้อของสองชิ้นนี้ไปให้ใครเลย ซึ่งในห้วงลึกของหัวใจ ชายหนุ่มกลับอยากจะซื้อของสองชิ้นนี้แล้ววิ่งตามสองแม่ลูกไป และเอาของเล่นให้เด็กน้อยนั่นด้วยซ้ำ

บทที่ 2 chapter2

๑ ชีวิตของสองแม่ลูก ยี่สิบนาทีกว่าจะปลอบขวัญลูกให้หยุดร้อง ม่านฝนต้องพูดว่าจะซื้อนั่นซื้อนี่ให้ลูกตลอดทางเดินขึ้นบันไดข้ามถนนไปอีกฝั่งของห้างสรรพสินค้า เมื่อเดินลงบันไดมายืนข้างถนนก็ปล่อยลูกให้ยืนเกาะขา และไม่ถึงสิบนาที เธอก็อุ้มเด็กน้อยรีบเร่งขึ้นไปนั่งบนรถสองแถวด้านในสุด “ฮือออ” เด็กน้อยแสงเหนือยิ่งส่งเสียงร้องไห้ ใบหน้าน่ารักที่ซบอยู่บนทรวงอกอิ่มนั้นแหงนขึ้นมองหน้าแม่ แล้วหันไปมองห้างสรรพสินค้า “สุดหล่อของแม่เงียบได้แล้วนะครับ” น้ำตาของลูกทำให้ม่านฝนหัวใจแตกสลายร้าวราน เธอหายใจเบาๆ ผ่อนออกมาช้าๆ แล้วก้มลงจูบหัวของแก “แม่ครับ เหนืออยากได้เกมนินเทนโดครับ” เด็กน้อยไม่ยอมฟังคำปลอบขวัญ ยิ่งสะอื้นไห้ปนคำพูดเมื่อแหงนหน้ามองแม่ “ถึงบ้านแล้ว เดี๋ยวแม่ซื้อหุ่นไอ้มดแดงให้นะครับ” ม่านฝนกลั้นน้ำตาไว้จนขอบตาแดงช้ำ เธอก้มลงหน้าผากชนหน้าผากของลูก กระซิบเสียงสั่นเครือชิดปลายจมูกโด่งคมเหมือนพ่อของแก “จริงนะครับ” คำพูดของแม่ทำให้เด็กน้อยหยุดร้องไห้ แต่ใบหน้ายังซบอกของแม่อยู่ แขนข้างหนึ่งก็กอดเอวคอดแม่ไว้แน่น อีกข้างก็กอดเจ้าตุ๊กตาเสือเน่าไว้แน่นเช่นกัน “จริงสิครับ” ม่านฝนรับปากลูกได้ เพราะเธอเห็นร้านค้าในหมู่บ้านมีของเล่นขายราคาไม่ถึงร้อยบาท ซึ่งพอซื้อให้ลูกได้ “แม่ครับ เหนือจะเอาสองตัวนะครับ ที่ร้านยายสายมีอุลตร้าแมนขายด้วยครับ” เด็กน้อยพูดอ้อนแม่ปนเสียงหายใจยาวๆ ยามสะอื้นไห้ “ถ้าเหนือหยุดร้อง แม่จะซื้ออมยิ้มให้เหนืออีกสองอันเลยเอาไหมครับ” ดวงหน้าหล่อแม้แววตาดวงเข้มก็คล้ายคลึงผู้ชายที่ทำให้หัวใจของเธอเป็นแผลเหวอะ ม่านฝนก้มลงจูบดวงตาคู่นั้นด้วยความรักและขมขื่น “อึกกก เหนือหยุดร้องไห้แล้วครับ” แสงเหนือเกาะลำคอของแม่กระชับแน่นพร้อมทั้งยิ้มยิงฟัน จนคุณแม่อดใจไม่ไหวจูบหอมฟันน้ำนมของแก “เป็นผู้ชายห้ามร้องงอแงนะครับ อายคนอื่นเขารู้ไหม” เมื่อลูกน้อยยังส่งเสียงสะอึก ม่านฝนก็กระซิบเสียงเบาบอกให้ลูกมองคนรอบข้างในรถ “เหนืออยากถึงบ้านเร็วๆ จังครับ เหนืออยากได้ของเล่นครับ” เด็กน้อยอายจนพวงแก้มย้วยแดงเป็นลูกมะเขือเทศ เมื่อได้หันหลังไปมองสายตาหลายคู่ที่จับจ้องอยู่ “อีกสองป้ายก็ถึงบ้านแล้วครับ” ม่านฝนยิ้มดีใจที่เห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของลูกเปลี่ยนเป็นยิ้มระรื่น แววตาสีเข้มของเด็กน้อยก็สุกประกายแวววับดูมีความสุข “เหนือรักแม่ที่สุดในโลกเลยครับ” เด็กน้อยกอดคอแม่ ฉุดให้แม่ก้มลงมาหอมแก้มกัน แล้วใบหน้าหล่อก็ซุกไซ้บนทรวงอกของแม่ เหมือนลูกไก่ซุกปีกแม่ไก่ “ดวงใจของแม่ แม่ก็รักหนูนะครับ” ชีวิตของเธอเคยสิ้นหวังมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อตอนพ่อของลูกปฏิเสธไม่ยอมรับว่าเด็กในท้องเธอเป็นลูกของเขา ครั้งนั้น ม่านฝนหัวใจแตกสลายและคิดจะทำตามคำพูดของเขา ฆ่าตัวตายไปพร้อมลูกในท้อง ม่านฝนกะพริบเปลือกตาหลายครั้งเพื่อกักกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล แล้วนึกย้อนไปเมื่อสี่ปีก่อน ตอนนั้น เธอเรียนอยู่ปีหนึ่งและได้รู้จักเขาคนนั้น...ผู้ชายคนที่ทำให้เธอรู้จักคำว่ารัก แล้วเขาก็ผลักให้เธอรู้จักคำว่าขุมนรกอเวจี ที่โถงใหญ่บริษัทธิติการณ์... “พี่หมอกคะ” เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินตรงมาหาในโถงใหญ่ ม่านฝนก็รีบพับใบตรวจครรภ์ใส่ในกระเป๋ากระโปรงนักศึกษา เธอยิ้มหวานเดินเข้าไปดักหน้าคนรัก “มาหาพี่ ทำไมไม่โทร.บอกพี่ก่อน” ด้านแสงหมอกสีหน้าไม่พอใจ เขาถามโดยไม่ยอมมองหน้าหญิงสาว พยักหน้าให้เลขาฯ ส่วนตัวให้ไปรอที่ห้องทำงาน ส่วนตัวเขาก็เดินนำหน้าเธอไปยังห้องเก็บของ “ฝนมีเรื่องสำคัญจะบอกพี่คะ” ม่านฝนดีใจจนไม่ได้สังเกตท่าทีของแฟนหนุ่ม เธอยิ้มเมื่อเอาใบตรวจครรภ์ออกจากกระเป๋ามากำไว้ แล้วเดินเข้าไปหาคนรัก แขนเล็กสอดเข้าข้างเอวหนากอดกระชับแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขซบลงบนแผ่นหลังกว้าง “เรื่องอะไร!” แสงหมอกก้มมองมือน้อยกุมประสานกันตรงหน้าท้องเป็นลอน เขาจับมือสองข้างของเธอกางออก แล้วก็ฉุดกระชากให้ร่างบางมายืนตรงหน้า “ฝนท้องค่ะ ลูกของเราอยู่ในท้องของฝนค่ะ” ม่านฝนตื่นเต้นดีใจจนไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าหล่อ เธอยื่นใบตรวจครรภ์ให้แฟนหนุ่ม “แน่ใจเหรอว่าเด็กนั่นเป็นลูกพี่” แสงหมอกถามเสียงหยัน มือใหญ่ปัดมือเธอออกจนใบตรวจครรภ์หล่นลงพื้น โดยที่เขาไม่สนใจที่จะมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยซ้ำ “ทำไมพี่ถามฝนอย่างนั้นคะ ถ้าไม่ใช่ลูกพี่แล้วจะเป็นลูกใครคะ” คำถามและเสียงหัวเราะ แม้แต่สรรพนามเรียกขานของเขาก็เปลี่ยนไป ทำให้ม่านฝนแหงนหน้ามองชายคนรักซึ่งสูงและตัวใหญ่กว่าเธอมาก “หึ! พี่รู้นะว่าเธอไม่ได้มีพี่คนเดียว” แสงหมอกถึงจะร้าวในอกข้างซ้าย แต่สีหน้าของเขานิ่งเฉย โยนซองสีน้ำตาลใส่หน้าเธอ แล้วเดินเหยียบย่ำทำใบตรวจครรภ์เหมือนเป็นเศษขยะ ไปยืนหันหลังให้เธอ มองแสงแดดร้อนจ้าแผดเผาถนนจนเกิดเป็นละอองน้ำสะท้านด้านนอกผ่านกระจกใส “พี่เชื่อว่าฝนมีอะไรกับพี่ยศเหรอคะ” ม่านฝนมองภาพถ่ายของเธอที่นอนเปลือยเปล่า โดยมีพี่ชายต่างสายเลือดนอนอยู่ข้างๆ เธอพยักหน้าให้กับรูปภาพอุบาทว์ตาหลายใบ เข้าใจแล้วว่าทำไมคนรักถึงมีทีท่าเปลี่ยนไปและไม่เคยกลับไปหาเธอที่ห้องพักเลย “เธออยากดูวิดีโอทุเรศของพวกเธอไหม สมสู่กันเหมือนสัตว์ ไม่เลือกพี่เลือกน้อง” แสงหมอกเจ็บหัวใจมากที่แฟนสาวร่วมมือกับไอ้ลูกน้องที่ตนเองไว้ใจหักหลัง ทั้งสองพากันใช้เท้าเหยียบหัวใจเขาจนแตกละเอียด “มันไม่เป็นความจริง ฝนไม่เคยมีอะไรกับพี่ยศ เด็กนี่เป็นลูกของพี่ ฮือออ” ม่านฝนปฏิเสธเสียงสั่นเครือ พร้อมทั้งหยิบใบตรวจครรภ์ที่ตอนนี้มีแต่รอยรองเท้าขึ้นมาให้เขาดูด้วยหัวใจแตกละเอียด “เธออย่ามายัดเยียดลูกไอ้สารเลวนั่นให้เป็นลูกของฉันเลย ฉันไม่ยอมรับเด็กในท้องของเธอ แม้แต่ตัวเธอ ฉันก็ไม่ต้องการ ไปซะ” แสงหมอกกัดฟันเค้นเสียงกระดากจนกรามปูดเมื่อนึกถึงภาพบาดตาบาดใจนั่น

บทที่ 3 chapter3

“พี่หมอกจะให้ฝนไปไหน แล้วลูกในท้องล่ะคะ พี่จะให้ฝนทำยังไง เขาเป็นลูกของพี่นะ อึกกก” ม่านฝนยังนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิม ดวงตาพร่ามัวเพราะน้ำตาบดบังมองร่างโต เขาที่ไม่เคยมองความทุกข์เจ็บปวดของเธอเลย “หึ! ถ้าคิดไม่ออกก็พากันไปตายซะสิ!” คำถามของหญิงสาวทำให้แสงหมอกหยุดเดิน เขาหัวเราะและหายใจแรงๆ ผสมกันแล้วใช้เท้าเขี่ยของบางอย่างใส่หน้าเธอ “พี่!” ม่านฝนในเวลานั้นเหมือนคนตายทั้งที่หายใจได้ ดวงตาฉ่ำน้ำใสมองเชือกที่ชายคนรักเตะใส่หน้า เธอจับมันขึ้นมาหวังจะทำจริงๆ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อก้มมองมือของตัวเองที่กุมท้องแบนราบ ม่านฝนโยนเชือกทิ้งแล้วเช็ดน้ำตาออกจากดวงตาพร่ามัวยามมองชายคนรักเดินห่างออกไปไกลแล้ว เขาทิ้งเธอให้จมอยู่กับปัญหาที่เขาทำ หญิงสาวต้องแก้ไขคนเดียวและทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัส… “รถจอดป้ายสุดท้ายแล้ว ลงเร็วๆ ใครจะไปในเมือง อีกห้านาทีรถจะออกนะ รีบขึ้นรถเร็วๆ เลยนะ” เสียงเคาะข้างรถผสมเสียงตะโกนของเด็กเก็บตังค์เรียกผู้โดยสารดังสนั่น “แม่ครับ ถึงบ้านแล้วครับ” แสงเหนือผงกหัวขึ้นมองหน้าแม่ แล้วมองไปรอบด้าน เด็กน้อยฉลาดเกินอายุจำได้ว่านี่เป็นทางเข้าบ้านจึงสะกิดเรียกแม่ “คะ ครับ” เสียงของลูกและเสียงตะโกนไล่ให้คนลงของเด็กท้ายรถ ดังจนม่านฝนตื่นตกใจ เธอลนลานอุ้มลูกลงจากรถไปยืนบนฟุตปาธ “เหนือเดินเองได้ครับ” แสงเหนือขืนตัวลงจากอ้อมกอดของแม่ ยืนเกาะขาแม่ สายตาสีเข้มบ้องแบ๊วก็มองจ้องร้านค้าที่มีของเล่น “ครับคนเก่ง” ม่านฝนก้มมองหน้าลูก มือก็สาละวนหากระเป๋าสตางค์ในกระเป๋าสะพาย เพื่อจะเอาเงินเหรียญให้ค่ารถสองแถว “แม่ครับ เหนือไปหายายสายนะครับ” แสงเหนือบอกแม่ และไม่รอฟังคำตอบ เด็กน้อยกอดตุ๊กตาเสือเน่าเดินดุ่มๆ ตรงไปยังร้านขายของเล่น “เหนือ เดี๋ยวครับ รอแม่ด้วยครับ” ม่านฝนจิตใจเริ่มว้าวุ่นขณะยืนรอเงินทอนจากเด็กเก็บเงิน ซึ่งเด็กมันก็อ้อยอิ่ง ไม่ยอมทอนเงินห้าบาทให้เธอสักที ถึงเงินห้าบาทไม่มีค่าสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเธอมันมีค่ามากมาย เพราะห้าบาทนี้ยังซื้อมาม่าหรือไข่ไก่ให้พอประทังชีวิตในยามที่เธอไม่มีให้ลูกกิน... ที่ร้านขายของชำ... “มายืนมองอีกแล้วนะเจ้าเหนือ” ป้าสายเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงบอกให้เด็กในร้านวิ่งข้ามถนนไปจูงเด็กแสงเหนือข้ามถนน ซึ่งม่านฝนที่ยังรอเงินห้าบาทจากไอ้เด็กท้ายรถสองแถวเห็นว่าเป็นคนของยายสายจึงพยักหน้าให้ และขอบคุณเจ้าของร้าน “วันนี้ ผมมีเงินครับ แม่จะซื้อของเล่นให้ครับ” แสงเหนือยิ้มยิงฟันให้ยายสาย แล้วเข้าไปนั่งยองๆ ตรงกล่องขนาดใหญ่ซึ่งข้างในมีแต่หุ่นยางไอ้มดแดงและไอ้อุลตร้าแมนหลายร้อยตัว “ยายก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ อยากได้อันไหนล่ะ เลือกเอาสิ” ยายสายคุ้นเคยกับเด็กน้อยคนนี้ เพราะเห็นมาตั้งแต่ตัวแดงๆ อายุสองเดือนได้ละมั้ง ตอนนั้น ม่านฝนหิ้วกระเป๋าอุ้มลูกมาขอเช่าบ้านของนางเมื่อสามปีก่อน “มีหลายตัวจังครับ ผมอยากได้หมดนี่เลยครับ” แสงเหนือจับตัวนั้นปล่อยตัวนี้ แล้วกลับมาจับตัวเดิมทำสลับกันไปมา บ่นเบาๆ กับตัวเอง ป้าสายหัวเราะหึๆ ในความน่ารักของเด็กน้อย นางลูบหัวของเจ้าแสงเหนือ แล้วลุกขึ้นยืนก่อนเดินไปหาม่านฝนที่เดินเข้ามาในร้าน พลางเอ่ยถาม “ไปในเมืองมาเหรอฝน” “ค่ะ” เพื่อมารยาท ม่านฝนก็ตอบเพียงสั้นๆ ถึงเธอจะเช่าบ้านของแกอยู่ ก็ใช่ว่าจะต้องเล่าทุกเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันให้หญิงชรารับรู้ “แม่ครับ เหนือไม่รู้จะเอาตัวไหนดีครับ ของเล่นเยอะแยะเลยครับ” แสงเหนือยิ้มจนเห็นฟัน ชูของเล่นหลายตัวที่อยู่ในมือให้แม่ดู “เลือกอันที่อยากได้มากที่สุดสิครับ” ม่านฝนเดินไปนั่งยองๆ ข้างลูก เช็ดเหงื่อข้างขมับและผมชื้นเหงื่อกลางกระหม่อมให้แสงเหนือด้วยริมฝีปาก “เอาอันนี้ ไม่เอาดีกว่า เอาอันนี้ดีกว่า แม่ครับ เหนืออยากได้สามตัวครับ” เด็กน้อยดันหน้าแม่ออก แล้วพูดอ้อนขอเพิ่มของเล่นทั้งที่เลือกหยิบจับหุ่นอุลตร้าแมน “ป้าสายคะ ฉันเอาไข่ไก่สามฟอง ผงพะโล้ซอง แล้วปลากระป๋องสองกระป๋องกับวุ้นเส้นหนึ่งห่อ แล้วนี่สามตัวเท่าไรคะ” เธอยีเส้นผมของลูกเล่นแล้วลุกขึ้นยืน หันไปเลือกซื้อของจะทำกินเย็นนี้ “ไอ้หุ่นน่ะสามตัวร้อย ส่วนของนี่ทั้งหมดสามสิบบาท รวมทั้งหมดร้อยสามสิบบาท” นางสายบอกพร้อมทั้งสาละวนเอาของใส่ถุงหิ้ว “เอาอมยิ้ม กับนมไวตามิลค์สามกล่อง แล้วขนมปังไส้แยมสองห่อด้วยค่ะ” ม่านฝนยื่นเงินให้ยายสายร้อยเจ็ดสิบบาท “ทั้งหมดนี้ร้อยเจ็ดสิบพอดีนะ” นางสายขอของเล่นจากเด็กแสงเหนือ แต่เจ้าแสงเหนือส่ายหน้า บอกยายสายว่า “ผมจะถือเองครับ” “ค่ะ” ม่านฝนพยักหน้า แล้วรับถุงหิ้วมาถือไว้ แล้วหันไปกวักมือเรียกลูกชาย “แม่ครับ เหนือดีใจจังครับ ปิ้ววๆ ๆ อึกอักๆ ๆ ปิ้ววๆ ๆ ๆ” เด็กแสงเหนือทำเสียงหุ่นสองตัวเตะต่อยสู้ยิงกัน พร้อมทั้งเดินเข้าไปกระแซะขาแม่ ดวงหน้าหล่อเต็มไปด้วยความสุขแหงนขึ้นมองแล้วชูของเล่นให้แม่ดูอีกครั้ง “ไป กลับบ้านกันครับ” รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะมีความสุขของลูกทำให้ม่านฝนยิ้มจนแก้มแทบแตก ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะทำให้เธอหยุดรักลูกชาย หญิงสาวรักลูกยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง นี่คือคำพูดที่กลั่นกลองออกมาจากใจของเธอตลอดเวลาที่หายใจเข้าออก “ครับ” เด็กแสงเหนือยื่นมือให้แม่จับ อีกข้างก็กอดตุ๊กตาเสือและหอบของเล่น บ้างก็ทำเสียงยิงปืน ‘ปิ้ววว!!’ และทำเสียงชกต่อยกัน ‘อึกอัก!!!’ บ้างก็หยุดเดินเล่น แล้ววิ่งตามแม่ บางทีก็กระโดดเล่นคนเดียวเสียงดังไปตามทางเข้าบ้าน ม่านฝนเดินจากปากทางมาถึงบ้านก็ใช้เวลาเพียงสิบนาที ซึ่งบ้านไม้ชั้นเดียวหลังนี้ เธอเช่ายายสายอยู่ในราคาเดือนละพันเจ็ดร้อยบาท ไม่รวมค่าไฟและน้ำ

อ่านต่อ