1 เจ้าสาวกอพเยีย รถม้าเคลื่อนตัวผ่านสองข้างทางที่เต็มไปด้วยร่มเงาของต้นไม้น้อยใหญ่ เดินทางข้ามเนินเขามาได้เพียงไม่กี่ลูก สตรีที่นั่งอยู่ภายในก็เกิดรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เจ้าสาวที่อยู่ในชุดสีขาวบริสุทธิ์มีผ้าลูกไม้สีขาวบางคลุมใบหน้าอันงดงามเอาไว้ นางกำลังรู้สึกหดหู่จิตใจที่ต้องจากบ้านเกิดมาไกล น้ำตาก็เริ่มจะไหลซึมออกมาด้วยความคิดถึงบิดามารดา กอพเยียเป็นบุตรสาวขุนนางใหญ่แห่งเมืองสาริกา ได้รับการเลี้ยงดูทะนุถนอมมาอย่างดีราวกับไข่ในหิน ไม่เคยสักครั้งที่นางจะต้องเดินทางออกจากคฤหาสน์ไปไหนไกล กระทั่งในวันนี้ที่ต้องออกเรือนไปอยู่ยังบ้านของว่าที่สามีในเมืองถัดไป การแต่งงานโดยการคลุมถุงชน นับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติของผู้คนในเมืองนี้ กอพเยียจึงไม่เคยได้เห็นหน้าของว่าที่เจ้าบ่าวของตนเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว ได้แต่ทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีของเมืองที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ การเดินทางไปเข้าพิธีแต่งงานที่บ้านของเจ้าบ่าวโดยมีแม่สื่อเป็นผู้นำทาง "คุณหนูคะ อย่าร้องไห้เลย ไปอยู่กับสามีรูปหล่อแห่งเมืองอินทร์คาเชียวนะคะ" สาวใช้คนสนิทนามว่าผกาเอ่ยปลอบโยนนายสาว "เจ้าไม่ใช่ข้า จะมาเข้าใจอะไรล่ะผกา" นางยกผ้าเช็ดหน้าที่ปักลายดอกไม้อันงดงามขึ้นซับน้ำตาที่เอ่อล้นออกมา "ท่านนาคินทร์น่ะหล่อมากนะคะ แถมยังเก่งอีกต่างหาก" ผกาทำหน้าเพ้อฝันจนนายสาวต้องตีเผียะที่ต้นแขนเข้าให้ "ทำอย่างกับเคยเห็น" นางแขวะผกาเข้าให้ ที่พูดอย่างกับเคยพบเห็นหน้าของท่านนาคินทร์แห่งเมืองอินทร์คาว่าที่สามีของนางมาก่อน "แหะ แหะ ก็ฟังพวกแม่สื่อข้างนอกเขาคุยกันน่ะค่ะ ท่านนาคินทร์มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทุกทิศเลยก็ว่าได้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝีมือสู้รบ เป็นขุนนางที่มีผลงานดี แถมยังมีหน้าตา...โอ๊ะ!" ผการ้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อจู่ๆ รถม้าที่พวกนางนั่งก็หยุดกึก! ลงอย่างกะทันหัน ทำให้นางและกอพเยียเซร่างไปด้านหน้าแล้วย้ายไปด้านหลังจนหัวแทบทิ่มหน้าแทบคะมำกันไปคนละข้าง "เกิดอะไรขึ้น!" สีหน้าตื่นตระหนกของกอพเยียทำให้ผการีบแหวกผ้ากั้นออกไปดูข้างนอกทันที ภาพที่นางเห็นก็คือบุรุษแปลกหน้าในชุดสีดำมีผ้าสีเดียวกันปกปิดใบหน้าบนหลังม้าหลายสิบคน มีอาวุธครบมือกำลังยืนเรียงรายอยู่รอบๆ บริเวณรถม้าที่พวกนางนั่งอยู่ "คุณหนู! พวกโจรค่ะ ทำไงดีคะ" "หา! โจร" กอพเยียถึงกับออกอาการกลัวจนตัวสั่น ครั้นได้ยินเสียงอาวุธกระทบกันดังอยู่ด้านนอก ก็ยิ่งทำให้เกิดอาการผวามากขึ้นกว่าเดิม "คุณหนูคะ ทำไงดีๆ" ผกาตรงเข้าสวมกอดนายสาวเอาไว้แน่นด้วยความตื่นกลัว ดูจากจำนวนหลายสิบคนของพวกมันแล้ว ครั้นให้พวกนางออกจากรถม้าแล้ววิ่งหนีไป ไม่มีทางที่จะทำให้หนีรอดกันได้เลย ทั้งสองจึงทำได้เพียงนั่งตัวสั่นกอดกันแน่นอยู่บนรถม้า เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นเป็นระยะๆ เหงื่อบนหน้าผากมนของกอพเยียก็ผุดขึ้นเต็มบริเวณ ตัวสั่นราวกับลูกนกผวากอดรัดผกาเอาไว้แน่นมากขึ้นกว่าเดิม จนแทบจะหายใจไม่ออกด้วยกันทั้งคู่ อ๊าก!!! กระทั่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสุดท้ายจบสิ้นทุกอย่างก็เงียบสงบลง ได้ยินเสียงฝีเท้าหนักของใครบางคนเดินตรงมายังรถม้าที่ทั้งคู่นั่งอยู่ ปลายดาบแหลมค่อยๆ ถูกยื่นเข้ามาภายในตัวรถม้า "ว้าย/ว้าย!" สองนายบ่าวสาวร้องลั่นเมื่อปลายดาบนั่นตวัดตัดผ้ากั้นขาดออกจากกันเป็นสองส่วน แล้วกระชากผกาให้ลงจากรถม้าจนไปล้มขลุกๆ อยู่ที่พื้น เจ้าของร่างสูงใหญ่ราวสองเมตรภายใต้ผ้าสีดำคลุมใบหน้า จ้องมองดูหญิงสาวที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ นัยน์ตาคมดุกวาดมองดูรูปร่างที่แสนจะอรชรบอบบางแต่ได้ส่วนสัด ก่อนจะตวัดปลายดาบเปิดผ้าคลุมหน้าของคนที่ก้มงุดด้วยความกลัวออก "อ๊ะ!" กอพเยียร้องด้วยความตกใจเมื่อผ้าคลุมไม่อยู่บนใบหน้าของตนเอง เผลอตัวเงยหน้าขึ้นสบสายตาของจอมโจรเพียงแวบเดียวก็ก้มหน้าลงเช่นดังเดิม ทว่าความงามที่จอมโจรได้เห็นนั้นมันช่างงดงามราวดวงจันทร์คืนเดือนเพ็ญ ดวงตาเรียวรีคมทว่าหวานจับจิต ปากอิ่มเอิบน่าบดขยี้จุมพิตใส่ "หึ หึ หึ" เสียงทุ้มลึกในคอดังขึ้นอย่างพึงพอใจเมื่อได้ยลโฉมสาวงามตรงหน้า ก่อนจะหันไปประกาศกร้าวให้ลูกสมุนนับสามสิบชีวิตได้รับรู้กันถ้วนหน้า "ข้าจะมีเมียแล้วโว้ย!" ความงดงามแบบไร้ที่ติทำให้มหาโจรตัดสินใจในแค่เสี้ยวอึดใจเดียว ที่จะเอานางมาทำเมีย "เฮๆๆๆ" เสียงเฮของบรรดาสมุนทั้งหลายดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ทำให้กอพเยียถึงกับใจหล่นวูบไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม ก่อนที่ร่างทั้งร่างของนางจะถูกลากออกมาจากรถม้า มหาโจรตวัดร่างงามขึ้นแบกเอาไว้บนบ่าของตนเอง ตรงดิ่งไปวางพาดลงบนหลังม้าที่ยืนนิ่งอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ แล้วขึ้นคร่อมตาม จากนั้นก็ควบม้าตะบึงเข้าป่าใหญ่ เป้าหมายคือชุมโจร ร่างของกอพเยียที่ถูกวางพาดบนหลังม้าถูกกระชากคอเสื้อขึ้นให้นั่งอยู่ด้านหน้าของไฟมาร ด้วยความตกใจทำให้นางไม่สามารถเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมาได้ ทำได้เพียงหลับตานิ่งถูกอ้อมแขนของมหาโจรรวบรัดจนแน่นอึดอัดท่ามกลางความเร็วของฝีเท้าม้า "คุณหนู!" ผการ้องเรียกคุณหนูของตนเองที่เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆ เข้าไปภายในป่าใหญ่ "เฮ้ย! นังนี่หน้าตาดีนี่นา เอาไปทำเมียดีไหมพวกเรา" ลูกสมุนโจรคนหนึ่งที่ตัวสูงเกือบสองเมตร หน้าตาแลดูหล่อเหลาร้องบอกเพื่อนๆ ของมัน "ดีไอ้ขิน ข้าจะได้เปลี่ยนบรรยากาศจากอีนางสองคนนั่นบ้าง เบื่อจะตายอยู่แล้ว" พูดจบพวกมันก็พากันหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจ ทว่าเสียงหัวเราะของพวกมันกลับบาดลึกเข้าไปในใจของผกา นางพยายามจะวิ่งหนี แต่ทว่าพวกโจรก็ล้อมวงเอาไว้ วิ่งไปทางไหน ก็จะถูกมือของพวกมันแต่ละคนจับล้วงเนื้อตัวของนางเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก ที่ถูกจับบ่อยเป็นที่สุด และแก้มก้นที่ถูกตีอย่างหลายต่อหลายเผียะ ท้ายที่สุดนางจึงเลือกนั่งอยู่กับที่ร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว "แค่นี้ทำเป็นกลัวไปได้ จะไปเป็นเมียโจรทั้งชุมได้ยังไง" คนที่ชื่อขินเดินตรงไปแล้วอุ้มนางขึ้นแบกบนบ่าพากลับไปยังชุมโจร ที่เหลือจึงได้ชิงทรัพย์จากคนตายทั้งหมด แล้วควบม้าตามหลังของไฟมารและขินไป
2 เมียโจร บ้านไม้ที่สร้างบนต้นไม้สามต้นในป่าใหญ่เป็นเงาดำทะมึนอยู่ตรงหน้า กอพเยียเห็นแล้วถึงกับหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว เถาวัลย์เส้นใหญ่ที่ห้อยระโยงระยางลงมาระพื้นส่งให้ชุมโจรแห่งนี้เต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว กอพเยียเกิดตัวสั่นราวลูกนกตัวน้อยที่พลัดตกลงไปในแม่น้ำสายใหญ่ในทันที "ไม่ต้องกลัว เป็นเมียข้าไม่น่ากลัวสักนิด" ไฟมารแค่นหัวเราะหึในลำคอ แล้วดึงร่างของนางขึ้นพาดบ่าตรงขึ้นไปด้านบนของบ้านไม้ จะว่าขึ้นไปแบบไหนดี กอพเยียได้แต่งุนงงที่อีกฝ่ายจับเถาวัลย์เส้นหนึ่ง แล้วโยนตัวเองขึ้นไปบนบ้านที่อยู่บนต้นไม้อีกที โดยที่ยังมีนางอยู่บนบ่า ตุบ! ร่างทั้งสองลอยหวือมาหยุดอยู่ตรงแผ่นไม้ด้านบน มือหนาก็ปล่อยเถาวัลย์เส้นใหญ่ไปสั่นไกวอยู่ที่เดิมของมัน กอพเยียเข้าใจแล้วว่าบ้านต้นไม้หลังนี้มันไม่มีบันได ไฟมารกระตุกผ้าคลุมหน้าของตนเองออก กอพเยียถึงกับเข่าอ่อนลงดื้อๆ ทรุดตัวลงไปนั่งที่พื้นด้วยความกลัว ดวงตาคมดุแลดูน่ากลัวใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครารกครึ้ม น่าขยะแขยงยิ่งนัก "ทำท่ารังเกียจผัวตัวเองตั้งแต่วันแรกเลยนะคนสวย" ไฟมารใช้ฝ่ามือดันใบหน้างามของนางขึ้นอย่างหยาบคาย ก่อนจะกระแทกริมฝีปากเข้าใส่อย่างจาบจ้วง ลิ้นหนาตรงเข้ารุกรานอย่างหยาบโลน โจนจ้วงอย่างไม่ปรานี กอพเยียเจ็บจนน้ำตาเล็ดก่อนจะไหลลงอาบสองแก้ม แรงจูบที่แสนจะป่าเถื่อนทำให้ริมฝีปากอิ่มของนางบวมเจ่อขึ้นทันตาเห็น "อ๊าย!" เสียงร้องด้วยความตระหนกเมื่อนางถูกลากให้ไปนอนอยู่บนที่นอน ที่เป็นหนังของเสือตัวหนึ่ง โดยมีหัวของมันติดอยู่ข้างผนังบ้านไม้ ไฟมารปลดเสื้อของตัวเองออกอย่างช้าๆ จ้องมองดูคนที่กำลังรู้สึกหวาดกลัวกระถดกายหนีห่างไปเรื่อยๆ ด้วยความขบขัน และเมื่อนางทำท่าจะลุกวิ่งหนี เขาก็กระโจนเข้าตะครุบข้อเท้าเอาไว้มั่น แล้วลากให้กลับมายังที่นอนหนังเสือเช่นดังเดิม "อย่าทำข้าเลย อยากได้อะไรเดี๋ยวข้าจะหามาให้ พ่อข้ามีเงิน" นางร้องวอนขอทั้งน้ำตา ไฟมารหาได้ใส่ใจไม่ ยิ่งคำว่าพ่อข้ามีเงินแล้ว ดวงตาดุนั่นก็เรืองโรจน์ขึ้นด้วยความเกลียดชัง ตรงเข้าคร่อมกายของนางเอาไว้ มือด้านหนึ่งผลักร่างงามให้นอนราบไปกับพื้นแล้ว... แควก! "ว้าย!" เสียงของชุดเจ้าสาวถูกกระชากออกจากกันจนขาดวิ่น นางก็ร้องออกมาจนสุดเสียง อกอิ่มดันชูผ่านเนื้อผ้าที่ฉีกขาดออกมาอวดโฉมสล้างอยู่เบื้องหน้า ไฟมารเงยหน้าขึ้นหัวเราะออกมาลั่นห้อง จ้องมองดูความงามด้านล่างอย่างละลานตา "งามมาก" ดวงตาดุเยิ้มปรืออย่างพึงพอใจ เพียงเท่านั้นกอพเยียก็น้ำตาทะลักทลายออกมาราวเขื่อนพัง รีบยกมือขึ้นปิดทรวงงามเอาไว้แน่น สะอื้นไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว ไฟมารเปล่งเสียงหึในลำคออีกครั้ง ไล้ฝ่ามือสากด้านไปตามผิวกายของนางอย่างเชื่องช้าและหยาบโลน ตั้งแต่เกิดมาเป็นมหาโจรไม่เคยได้สัมผัสกายหญิงใดงดงามเช่นนี้มาก่อน ลิ้นสากไล้เลียริมฝีปากด้านบนของตัวเองอย่างหื่นกระหาย "ปล่อยข้าเถอะ..." นางวอนขอทั้งน้ำตานองหน้า ตัวสั่นงันงกแลดูน่าสงสาร "เป็นเมียข้าไม่น่ากลัวสักนิด เมียข้าเจ้าชื่ออะไร" ไฟมารถามขณะที่สายตากวาดมองทั่วร่างงามของนางราวกับจะประมาณว่า ถ้าเลยลงไปส่วนอื่นมันจะงามล้ำปานใด "ตอบ!" เขาตะคอกเมื่อนางไม่ยอมปริปากบอกออกมา "กอพเยีย" นางรีบร้อนตอบด้วยความกลัว "กอ-พะ-เยีย ใครมันช่างตั้งชื่อให้เรียกยากเพียงนี้" ไม่พูดเปล่ามือสากก็เคลื่อนไปดึงมือของนางออกจากอกงามอย่างช้าๆ "มะ...ไม่ อย่า...ทำข้าเลย" น้ำเสียงสั่นเครือร้องขอน้ำตาก็ปิ่มจะย้อยหยดออกจากเบ้า "ข้าบอกแล้วไง ว่าเป็นเมียข้าไม่น่ากลัวสักนิด" ไฟมารยิ้ม หาได้ใส่ใจต่อคำขอของนางไม่ เคลื่อนตัวเข้าหาอีกคนอย่างช้าๆ "ไม่!" ด้วยความกลัวกอพเยียถึงกับกรีดร้องออกมาดั่งคนเสียสติ ยกมือทุบตีหน้าอกของจอมโจรเป็นพัลวัน "ยอมดีๆ ไม่ชอบนะกอพเยีย" ไฟมารคำรามด้วยความโมโหในอาการคล้ายคนจิตกระเจิงของนาง กดนิ้วลงบนต้นแขนนุ่มสุดแรงเกิด "โอ๊ย ไอ้คนชั่ว! ไอ้ถ่อย!" นางลืมกระทั่งความกลัว ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ถูกกระทำต่ำช้าถึงเพียงนี้ น้ำตาพังทลายออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าด้วยความเจ็บ "จำเอาไว้กอพเยีย อย่าริมาด่าผัวของตัวเอง" มหาโจรคำรามออกมาหลังจากที่นางหมดพยศ หันหน้าไปด้านข้างปล่อยให้หยดน้ำตาไหลย้อยลงบนพรมหนังเสือ ไฟมารมองคนสะอื้นไห้ฮักด้วยสายตาเย็นชา ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงต่อให้สูงศักดิ์เพียงใด เวลาอยู่บนเตียงแล้วมันก็ไม่ต่างกัน "อื้อ!" นางร้องขึ้นด้วยความเจ็บ เมื่อริมฝีปากสากระคายไปด้วยหนวดเครารกรุงรัง กระแทกลงยังกลีบปากนุ่มของตนเอง ลิ้นหนาดันเข้าสู่ภายในเพื่อเกาะเกี่ยวเรียวลิ้นเล็กอย่างหยาบโลน เส้นหนวดแข็งที่ถูไถไปมาตรงริมฝีปากและใบหน้า ทำให้ผิวพรรณขาวผ่องแดงช้ำเป็นรอยไปทั่ว น้ำตาไหลออกมาท่ามกลางรสจูบแสนน่ารังเกียจนี้ "หวานมากเมียข้า" ไฟมารยันกายขึ้นจากร่างของนาง กระตุกสาบเสื้อของตนเองออก แล้วถอดโยนทิ้งอย่างไม่แยแส แผงอกหนาสีเข้มที่ปรากฏอยู่ด้านหน้า ทำให้กอพเยียกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากยากเย็น กระถดกายหนีไม่ได้เพราะว่าโดนอีกฝ่ายคร่อมทับเอาไว้ "ขอร้อง...ปล่อยข้าเถอะ" "หึ มาถึงขั้นนี้แล้วยังคิดว่าข้าจะปล่อยอีกรึ กอพเยีย" ไฟมารขำในคำพูดของนาง ลงมือดึงเศษผ้าที่ฉีกขาดจากฝีมือของตนออกจากร่างงามอย่างช้าๆ "ฮึก...ฮือ...อื้อ..." น้ำเสียงสั่นลากยาวเมื่อฝ่ามือกร้านยื่นมาแตะยังพวงแก้มเนียน ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ก่อนจะใช้หลังมือปาดไล้น้ำตาออกจากพวงแก้มอิ่มทั้งสองข้าง "อา..." ไฟมารครางเสียงยาวบ้างเมื่อไล้ฝ่ามือหนาผ่านลำคอระหง ลากไล้ลงสู่กระดูกไหปลาร้า แล้วลาดลงยังเนินเขาสองลูก เพียงแค่ไล้รอบฐานทรวงงาม ดวงตาปริ่มหื่นส่อแววออกมาอย่างชัดเจน "โอ๊ย!" จากการลูบไล้เพียงแผ่วเบาก็ปรับเปลี่ยนเป็น กำรวบรอบฐานทรวงทั้งสองข้าง ลงมือบีบเคล้นอย่างสุดแรงจนปลายถันดันขึ้นสูงเปล่ง ก่อนจะผลุบหายเข้าไปภายในปากหนาหยาบ "อื้อ!...ไม่" คราวนี้ร่างงามส่ายบิดเร่าไปมา เมื่อรู้สึกราวถูกกระแสเร่าร้อนแล่นผ่าน โดยมีจุดเริ่มจากยอดถันกระจายไปสู่ส่วนต่างๆ ตามร่างกาย มือทั้งสองข้างไม่อาจนิ่งเฉยได้ ตรงเข้าขยุ้มทึ้งเส้นผมของไฟมารออกจากทรวงอวบของตนเอง ระหว่างที่ลิ้นร้อนของเขาดูดกระตุ้นดุนปาดป่ายไปมาอย่างเชื่องช้า "อ๊าย!" นางลากเสียงยาวอีกครั้งแอ่นอกขึ้นสูงเมื่อถูกฟันแข็งแรงขบกัดส่วนยอด ออกแรงกระชากผมเขาสุดแรง "หืม..." ไฟมารครางอย่างขัดใจ กดข้อมือของนางราบกับหนังเสือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ก้มลงไล้เลียยอดถันต่ออย่างเมามัน "อ๊ะ! อือ" กอพเยียดิ้นพล่านจากรสลิ้นแสนหนักหน่วง หัวหมุนคว้างไปมาอย่างเลื่อนลอย ไม่อาจตอบความรู้สึกของตนเองได้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น "ดิ้นเข้าไป ทำเป็นสะดีดสะดิ้งไปได้" ไฟมารแค่นหัวเราะออกมาหลังจากละปลายลิ้นออกมาจากปลายยอด "ปะ...ปล่อย...ข้าเถอะ" นางยกมือขึ้นไหว้ น้ำตาไหลอาบสองแก้มนวล ไฟมารเลิกคิ้วขึ้นสูงทั้งสองข้าง ยันกายขึ้นมองดูนางอีกครั้ง นิ้วชี้จิ้มลงไปยังทรวงงามข้างหนึ่ง แล้วลากวนรอบๆ ยอดถัน "อ๊า! ไม่..." นางดิ้นพล่านอีกครั้งเมื่อเขาหมุนนิ้วขยี้ส่วนยอดไปมา "ดูเจ้าสิกอพเยีย ตรงนี้แข็งสู้มือข้าเสียขนาดนี้ เจ้าจะทนไหวรึ" ไฟมารเงยหน้าขึ้นหัวเราะออกมาดังลั่น ขณะที่ยังนั่งคร่อมกายของนางอยู่ เพียงเท่านี้ความหวังอันริบหรี่ของอีกคนก็ดับมอดลง ปล่อยมันไปตามเวรตามกรรมของตนก็แล้วกัน "งามมาก...กอพเยีย" ไฟมารเอ่ยชมเมื่อก้มหน้าลงซุกซอกคอของนาง วกขึ้นจูบบดขยี้ริมฝีปากบวมช้ำอย่างหนักหน่วง ฝ่ามือกร้านอีกข้างก็กอบกุมทรวงงาม ขยำขยี้มันเล่นจนหนำใจ กอพเยียทำได้เพียงยกวงแขนเรียวขึ้นโอบรอบลำคอหนาของเขาเอาไว้แน่น จิกทึ้งบ้างตามอารมณ์ความเจ็บ แต่กระนั้นแท่นภูผาก็หาได้สั่นสะเทือนไม่ ปลายลิ้นหนาของไฟมารลากไล้ผ่านต้นคอขาวเนียน ไปจนถึงปลายติ่งใบหูดูดเม้มติ่งหูอย่างรุกเร้าจนนางผวาเฮือกไปมา "อา...มะ...ไม่" กอพเยียหลับตาแน่นเมื่อฝ่ามือร้อนๆ กำลังไล้ผ่านทรวงอกอวบสล้าง ลงสู่เนินทุ่งหญ้างาม เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสกับเนินเนื้อแสนนุ่มภายใต้ทุ่งหญ้า ไฟมารก็หลับตาเคลิ้มชวนฝัน "โอ...เจ้าช่าง..." สะโพกงามงอนเด้งขึ้นอย่างสะท้านกายเมื่อเขากอบกำ ขยำไปมาอย่างถูกอกถูกใจ ใบหน้าสากเคลื่อนลงสู่เบื้องล่างตามปลายนิ้วของตัวเองไปอย่างช้าๆ ลากลิ้นสากดูดเม้มเนื้อนวลหน้าท้องขาวผ่อง ก่อนจะหยอกล้อกับสะดืองาม ดันปลายลิ้นลงหลุมไล้วนรอบๆ จนนางเสียวซ่านไปทั่วบริเวณ "พอเถอะ..." นางขยุ้มเส้นผมกระด้างของเขาเอาไว้แน่น ไม่อาจปล่อยให้เลยล่วงไปกว่านี้ได้ "ผัวของเจ้าคนนี้ชื่อ ไฟมาร จำเอาไว้นะกอพเยีย" ไฟมารบอกนางพร้อมกับลงลิ้นละเลงใจกลางสะดืออีกรอบ
"ลองเรียกสิกอพเยีย" มหาโจรออกปากคล้ายสั่ง ทว่ากอพเยียได้แต่ส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตานองหน้า "ข้าบอกให้เจ้าเรียกชื่อของข้า...กอพเยีย" เจ้าของเสียงทุ้มเข้มเอ่ยเอาจริง คราวนี้นางสะอื้นไห้แรงจนตัวโยนด้วยความกลัว "โอ๊ย!" ฟันคมงับลงที่หน้าท้องเนียนของนาง จนเกิดเป็นรอยฟันวงกว้างสีแดงปรากฏอยู่ เมื่อนางไม่ยอมเอ่ยชื่อของตนออกมาเสียที "จะเรียกไหม...กอพเยีย" "ฮึก...ฮือ ฟะ...ไฟ...มาร" นางร้องไห้ไปพร้อมๆ กับการเรียกขานชื่อของเขา "ดีมาก เรียกชื่อผัวตัวเองได้ดี" เอ่ยจบไฟมารก็เปล่งเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง รู้สึกชอบใจเวลาที่เห็นนางสั่นกลัวเป็นลูกนกตัวน้อย มันทำให้เขารู้สึกดีเวลาจะขย้ำเหยื่อ มหาโจรยังคงลงมือขยำนวลเนื้อนางต่ออย่างเมามัน และจุดที่ไฟมารรู้สึกอร่อยถูกลิ้นเป็นที่สุดก็คงจะไม่พ้นทรวงอวบสล้างทั้งสองข้าง ที่เขาแวะเวียนไปสัมผัสและลิ้มลองอยู่ไม่ว่างเว้น กระทั่งเนื้อเนียนสวยเปลี่ยนสีกลายเป็นแดงจ้ำตามแรงรักอันแสนหฤโหด "ถูกใจโว้ย! ตัวเจ้าทำให้ข้าไม่รู้จักอิ่มสักที กอพเยีย!" ไฟมารตะโกนลั่นบ้านไม้ ปากจูบมือก็ลูบคลำผิวเนื้อสาวจนถ้วนทั่ว ความแข็งขืนที่ดีดตัวแกร่งผ่านกางเกงผ้าหนา ทำให้เนินเนื้อสาวของกอพเยียแสบร้อนไปหมดยามเมื่อถูกเสียดสี "อา..." ไฟมารครางเมื่อความแกร่งของตัวเองถูไถไปกับต้นขาซอกด้านใน แล้วเกิดกระสันซ่านขึ้นห่อปากครวญออกมาอย่างสุดจะทนทาน "โอวว...กอ...พเยีย" สะโพกหนากดด้านล่างของตนเอง ถูสีเข้ากับซอกขาเนียนด้านในทั้งที่อยู่ภายใต้กางเกงผ้าฝ้าย ทั้งแรงและเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม กอพเยียปรือตาขึ้นมามองดูสีหน้ากระหายหื่นของไฟมารเพียงแวบเดียว นางก็หลับตาแน่นลงอีกครา มหาโจรผู้นี้แลดูน่ากลัวน่าขยะแขยงยิ่งนัก "ไม่ไหวแล้ว" ไฟมารรีบผละออกจากร่างงาม แล้วรูดกางเกงของตนเองออกจากท่อนล่างด้วยความรวดเร็ว "ไม่! ข้าไม่เอา" กอพเยียกระถดกายหนีราวกับจะตะกายให้หายตัวไปจากตรงนี้ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นกลัว เมื่อได้สบสายตาเข้ากับจอมพญามารของมหาโจร "เจ้าไม่เอา แต่ข้าจะให้" ไฟมารทิ้งตัวลงทาบทับนางในสภาพเปลือยเปล่า ดันท่อนขาเรียวงามทั้งสองข้างให้แยกออกจากกัน แล้วแทรกตัวเข้าตรงกลางยกเรียวขาเสลาของนางพาดวางอยู่ด้านบนทั้งสองข้าง "โอวว..." เสียงครางสั่นระริกด้วยความสุขสมของไฟมารคล้ายคนทรมานเต็มที ยามเมื่อจับจอมพญามารทักทายกับเนินงามภายใต้ทุ่งหญ้าหลากต้น ร่างหนากระตุกเยือกพยายามแนบความแกร่งให้อยู่ในซอกหลืบเร้นมากที่สุด การทักทายอย่างสนิทชิดเชื้อ ก่อให้เกิดน้ำผึ้งแสนหวานไหลเอ่อออกมาจนท่วมท้น ไฟมารเลื่อนตัวขึ้นไปด้านบน พร้อมกับกระแทกจูบลงบนเรียวปากของนางอย่างดุดัน ปลุกเร้ายอดทรวงให้ตื่นตัวเต็มกำลังด้วยปลายนิ้ว เผียะ! "ว้าย!" เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงหวีดร้องของกอพเยีย เมื่อฝ่ามือหนาที่ไล้สะโพกมน ตบกระตุ้นนางจนสุดแรงเกิด จนกลายเป็นรอยแดงตามฝ่ามือ "เสียงร้องดังดี ข้าชอบ" ไฟมารเอ่ยชมอย่างขบขัน ลงมือขย้ำเหยื่อสาวแสนหวานต่อด้วยความฮึกเหิม "ไม่นะ! ไม่เอา มันใหญ่" นางร้องดังลั่นเมื่อไฟมารพยายามผลักจอมพญามารเข้าไปในเนินหญ้าแสนงาม "หึ หึ...แน่นอนมันใหญ่...มาก แต่ว่ายังไงมันก็จะต้องได้เข้าไปอยู่ในตัวเจ้า...เดี๋ยวนี้" ฝ่ามือหนาสากจับสะโพกมนเอาไว้มั่น ก่อนจะออกแรงกระแทกท่อนล่างเข้าสู่เนินเนื้อแสนฉ่ำอย่างรวดเร็ว "อุ๊บ! โอ๊ย!" สะโพกผายบิดส่ายหนีตามสัญชาตญาณ นำพาความเจ็บปวดมาสู่ใจกลางระหว่างนางกับไฟมาร "หยุดดิ้นเถอะเมียข้า ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" มหาโจรคำรามกระหึ่มออกมาอย่างปวดร้าว เมื่อถูกบีบรัดแสนคับแน่น ขยับเพียงเล็กน้อยก็ปวดหนึบไปหมดทั่วทั้งร่าง คำขู่ของเขาทำให้กอพเยียกัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวดจากด้านล่างเอาไว้แน่น จิกปลายนิ้วยังท่อนแขนหนาทั้งสองข้างสุดแรงเกิด "อื้อ!" ทว่าอาการรัดแน่นจนเกินพอดีทำให้นางหายใจไม่ออก จำต้องออกแรงหนีให้หลุดพ้นอีกครั้งหนึ่ง "บัดซบเอ๊ย!" สบถออกมาได้เพียงเท่านั้น ไฟมารก็กระชากตัวตนออกจากร่างของนางสุดแรง "กรี๊ด!!!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดลากเสียงยาวดังก้องไปทั่วบริเวณ กระทั่งนกกาที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ยังพากันบินหนีไปด้วยความตกใจ "เฮ! เฮ! เฮ!" เสียงเฮดังลั่นมาจากด้านล่างของบ้านไม้ บ่งบอกว่าสมุนทั้งหมดที่ออกไปปล้นได้กลับมาพร้อมหน้ากันแล้วหมดทุกคน และยังได้ยินเสียงร้องด้วยความเจ็บในรสสวาทจากปากของตนอีก แค่คิดกอพเยียก็น้ำตาตกด้วยความอับอาย "อ๊ะ!" คราวนี้จอมพญามารกลับเข้าสู่เนินหญ้างามอีกครั้งด้วยความรุนแรงไม่แตกต่างจากตอนไป นางแอ่นสะโพกขึ้นรับความเจ็บปวด พยายามกลั้นเสียงร้องไม่ให้ดังออกมาประจานตนเองมากไปกว่านี้ "อุ! อ๊ะ..." แรงสะเทือนจากการกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เรี่ยวแรงอันน้อยนิดไร้ซึ่งหนทางจะต้านทานไหว ทำให้น้ำตาไหลนองดวงหน้างาม "อืมม..." เป็นเสียงครางของไฟมาร สะบัดใบหน้าสากแหงนเงยขึ้นด้านบน กัดปากล่างเอาไว้แน่นจนห้อเลือด จอมพญามารกำลังทำการทักทายบุปผางามโดยไม่ยั้งแรง และ...นับครั้งไม่ถ้วน "อ๊ะ!" จู่ๆ ไฟมารก็ตวัดสะโพกงามงอนให้คว่ำตัวลง ทั้งที่ยังกระแทกแรงเข้าใส่อยู่อย่างต่อเนื่อง อาการเสียดสีอย่างฉับพลันทำให้กอพเยียครางระงมออกมา ความเจ็บปวดเริ่มบรรเทาเบาบางลง ยามเมื่อทั้งสองกายปรับสภาพเข้าหากันได้ ความลื่นไหลจากน้ำผึ้งหวานช่วยก่อให้เกิดกระแสแห่งความปรารถนาจนคุกรุ่น สองมือกำหนังเสือเอาไว้แน่น เข่าทั้งสองคุกตรึงอยู่ที่พื้น ไหวโยกตามแรงรักของไฟมารไปอย่างเร่าร้อน "เก่งมาก...เมียข้า โอวว..." มหาโจรเอ่ยชม เมื่อสอดส่ายประสานร่างได้อย่างลื่นพลิ้ว ไม่กระตุกเจ็บปวดดังตอนแรก ขยุ้มสะโพกกลมเนียนเอาไว้แน่น แล้วออกแรงกระแทกเข้าใส่อย่างสุดแรง "อ๊ะ!" เส้นไหมเงางามส่ายสะบัดไปมากลางแผ่นหลัง ก่อนจะเลื่อนลงไปปรกใบหน้างามเอาไว้จนมิด กอพเยียหอบหายใจกระเส่าแข่งกับไฟมารอย่างร้อนรุ่ม แล้วทรุดเข่าลงราบกับพื้นอย่างอ่อนแรง "เฮ้ เมียข้า อย่าเพิ่งหมดแรงสิ ข้ายังไม่เสร็จเลยนะ" ไฟมารตบสะโพกงามเบาๆ เป็นการเร่งนางให้ลุกขึ้นมาสู้ศึกรักกับเขาต่อ ทว่านางกลับซุกหน้ากับหนังเสือแล้วนอนนิ่งไม่ไหวติง "กอพเยีย เป็นเมียข้ามันต้องอึด เจ้าเข้าใจหรือเปล่า" ไฟมารค่อยๆ ถอนตัวตนออกจากเนินหญ้างามอย่างช้าๆ จับไหล่มนให้พลิกหงายขึ้นมาจากด้านล่าง สองมือของกอพเยียยกขึ้นปิดดวงตาทั้งสองข้างเอาไว้แน่น ปล่อยเสียงสะอื้นไห้ออกมาอีกระลอก ทว่ามันช่างเป็นภาพที่สวยงามเสียเหลือเกินสำหรับไฟมาร เมื่อทรวงอกอวบทั้งสองข้างพร้อมกับกายเปล่าเปลือย กำลังสั่นไหวระริกกระเพื่อมแรงไปมาตามจังหวะการร้องไห้ของนาง มหาโจรกลืนน้ำลายลงคอดัง เอื๊อก! มองภาพศิลป์อันแสนจะละลานตาด้านล่างอย่างชื่นชม ก้มหน้าลงไล้ปาดป่ายปลายยอดจนชื้นแฉะ ไม่ได้ใส่ใจต่อคนที่กำลังร้องห่มร้องไห้อย่างจะเป็นจะตายอย่างกอพเยีย "เจ้ายังหวานไม่เลิกนะ...เมียข้า" มือที่ยกปิดใบหน้าเอาไว้ของนาง จำต้องเลื่อนลงไปขยุ้มเส้นผมของไฟมารเอาไว้แน่น ทำไมนะดำฤษณานี้ถึงมิอาจควบคุมได้ "ร้องไห้เสร็จแล้ว เรามาต่อกันเถอะ" ไฟมารเงยหน้าขึ้นจากทรวงอวบ แล้วฉกจูบแสนป่าเถื่อนลงยังกลีบปากเนียนนุ่มของนาง เลยขึ้นดูดซับน้ำตาที่ยังเกาะคลอเบ้าจนแห้งเหือด "รสชาติไม่เอาไหน" พูดจบก็บ้วนน้ำตาที่ดูดมาอยู่ภายในอุ้งปากออกไปด้านข้าง ด้วยกิริยาอันแสนจะหยาบคาย