ณ. คลินิกเวชกรรมเล็กๆแห่งหนึ่งเป็นตึกคูหาที่อยู่ไม่ไกลจากตลาดในตัวอำเภอมากนักมีหมอสาวพรฟ้าเป็นเจ้าของคลินิก ตอนนี้เป็นเวลาเช้า คนไข้ค่อนข้างแน่นเป็นพิเศษเพราะช่วงนี้เป็นหน้าฝนคนเลยเป็นไข้หวัดกันเยอะช่วงนี้เช้าๆจะยุ่งทุกวันบ่ายๆก็จะไม่ค่อยมีคนหมอในคลินิกก็จะได้พักช่วงนี้ คลินิกที่นี่จะปิดทุกวันอาทิตย์มีหมอทำงานกันอยู่สามคนมีหมอพรฟ้าและหมอพลอยฝนที่เป็นน้องสาวอีกคนก็หมออลินเป็นเพื่อนของหมอพลอยฝนเข้ามาทำงานที่นี่พร้อมกันได้ปีกว่าแล้ว "น้องหอบหนักมากเลยนะคะทำไมไม่พามาเร็วกว่านี้คะ" พรฟ้าตรวจลูกสาววัยสี่ขวบของหญิงชาวพม่าตอนนี้หลอดลมเด็กหญิงตีบมากจนเธอต้องรีบพ่นยาไม่รู้ว่าคนเป็นแม่ปล่อยลูกให้เป็นหวัดหนักจนปอดบวมได้อย่างไรทั้งที่ควรจะรีบมาหาหมอนานแล้ว "ฉันไม่ค่อยมีเงินค่ะหมอฉันไม่ใช่คนไทย" หญิงสาวแม่ของเด็กตอบกลับหมอด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักก่อนหน้าเธอเป็นแค่ลูกจ้างในสวนผลไม้แห่งหนึ่งเงินก็ไม่ได้มีมากอะไร แถมต้องตกงานถูกไล่ออกเพราะมัวแต่เอาเวลามาดูแลลูกที่อุ้มลูกมาที่นี่ก็เห็นว่าลูกเป็นหนักมากจึงยอมมาทั้งที่มีเงินติดตัวไม่ถึงหนึ่งร้อยบาท "โถ่.. ถ้าลูกเป็นแบบนี้อีกรีบพามาเลยนะคะถ้าไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร" พรฟ้ารีบบอกให้คนตรงหน้าไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเพราะเธอเป็นหมอหน้าที่ก็คือรักษาเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องสำคัญ "ขอบคุณมากๆเลยนะคะ" หญิงสาวรีบยกมือไหว้หมอสาวก่อนจะน้ำตารื้นนับว่าชีวิตที่นี่ก็ไม่ได้โหดร้ายกับคนต่างบ้านต่างถิ่นอย่างเธอเสมอไป "ไม่เป็นไรค่ะ...ถ้าน้องพ่นยาเสร็จแล้วหมอจะเข้ามาฟังปอดอีกรอบนะคะอาจจะต้องฉีดยาด้วย" "ค่ะ" หมอสาวว่าจบก็รีบออกไปดูคนไข้เคสอื่นต่อเพราะอยากจะตรวจอาการของคนที่มานั่งรอให้เร็วที่สุดคนไข้จะได้รีบกลับบ้านไปพักผ่อน พรฟ้าเธอเป็นหญิงสาวสวยวัย29หุ่นนาฬิกาทรายผิวขาวอมชมพูสูง160 ผมดกดำหยักศกยาวถึงกลางหลังใบหน้ารูปไข่คิ้วเรียวบางได้รูปดวงตากลมโตปากนิดจมูกหน่อย เธอเป็นหมอสาวเจ้าของคลินิกอยู่ที่ตัวอำเภอหนึ่งของจ.นครราชสีมาคลินิกของเธอเป็นคลินิกเล็กๆที่มีคนไข้มาเรื่อยๆไม่ได้เยอะอะไร พรฟ้าต้องใช้ชีวิตตามลำพังกับน้องสาวเธอตั้งแต่เธออายุ15ปีเนื่องจากพ่อและแม่ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต และคนที่มาซัพพอร์ตส่งเสียให้เธอเรียนคือฉวีวรรณผู้ใหญ่ใจดีที่เป็นเจ้านายของคนเป็นแม่ท่านเห็นว่าเธอและน้องไม่เหลือใครจึงคอยมาดูแลเป็นระยะ คลินิกนี่ก็เป็นเงินของฉวีวรรณที่สร้างให้เธอหลังจากเธอเรียนจบและได้ทดลองทำงานมาได้ปีกว่าแล้วจึงมาทำงานในคลินิกที่นี่ ตอนนี้เธอเป็นหมอสาวที่เป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไม่เคยมีใครรู้ว่าเธอท้องกับใครแม้กระทั่งน้องสาวและเธอก็ไม่คิดจะบอกใครว่าเธอท้องได้อย่างไร หญิงสาวเป็นคนที่ค่อนข้างแข็งนอกอ่อนในเพราะที่ต้องเป็นแบบนั้นด้วยเธอต้องเป็นหลักให้น้องสาวและต้องใช้ชีวิตลำพังมาตั้งแต่อายุยังน้อยแถมยังใจดีขี้สงสารบ่อยครั้งที่เธอรักษาคนฟรีๆเพราะเห็นว่าคนไข้ไม่มีเงิน หลายชั่วโมงต่อมา "น้องเป็นยังไงบ้างคะพี่ฟ้า" ตอนนี้ก็เป็นช่วงบ่ายที่คนไข้ไม่มีแล้วเหลือแค่เคสเมื่อเช้าที่เด็กหญิงปอดบวมพลอยฝนจึงเข้ามาถามอาการจากคนเป็นพี่สาวเพราะเห็นว่าพี่เธอยังไม่ยอมปล่อยให้คนไข้กลับ "ดีขึ้นมากแล้วล่ะพี่ขอให้อยู่ดูอาการหลังจากยาที่กินออกฤทธิ์สักพักก็จะให้กลับได้แล้ว" พรฟ้ามีเหตุผลที่ยังไม่ยอมให้คนไข้กลับเพราะเธอยังอยากดูอาการให้แน่ใจว่าอาการของเด็กหญิงดีขึ้นแล้วจริงๆจึงจะยอมให้กลับไปได้ไม่อย่างนั้นเธอคงจะเป็นกังวล พลอยฝนน้องสาวของพรฟ้าเป็นหญิงสาวอายุ27ตัวเล็กสูงเพียง155 ผมสีดำหยักศกยาวถึงกลางหลังใบหน้ารูปไข่เหมือนพี่แก้มมีลักยิ้มคิ้วเข้มคมได้ส่วนเหมือนคนเป็นพ่อมาดวงตากลมโตจมูกโด่งเป็นสันปากเรียวบางอมชมพูใบหน้าหวานถูกบดบังความน่ารักด้วยแว่นหนาๆเพราะเป็นคนสายตาสั้นและเธอก็เลือกที่จะใส่แว่นแบบนี้เพราะไม่ค่อยชอบใส่คอนแท็คเลนส์ เธอเป็นเป็นหมอเช่นเดียวกับพี่สาวและช่วยกันทำงานที่คลินิคที่นี่หญิงสาวเป็นคนขี้สงสารแบบเดียวกับคนเป็นพี่แต่จะแอบขี้กลัวกว่าหน่อย ก๊อกๆๆ "พี่ฟ้าคะ" "ว่าไงลิน" ทั้งพรฟ้าและพลอยฝนต่างก็จ้องสายตาไปที่อลินเป็นตาเดียว "ลินเข้าไปคุยกับแม่ของคนไข้พี่ฟ้ามาเธอบอกว่าเธอถูกไล่ออกจากไร่xxxแถมต้องเลี้ยงลูกคนเดียวลินก็เลยให้พี่คิณรับเป็นคนในไร่ค่ะ" อลินหมอสาวอายุ27 เป็นหญิงสาวตัวเล็กพอๆกับพลอยฝนและเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน.ปลายจนมาเรียนหมอด้วยกัน หญิงสาวเป็นคนตัวเล็กเจ้าเนื้อแต่สมส่วนผิวขาวเหลืองใบหน้ากลมผมสีน้ำตาลเข้มยาวตรงรวบตึงเป็นหางม้าปล่อยปอยหวานข้างหน้าเล็กน้อย คิ้วเรียวบางได้รูปดวงตาเฉี่ยวประดุจตาแมวนัยห์ตาสีดำสนิทจมูกเป็นแท่งตรงเรียวเล็กริมฝีปากล่างค่อนข้างหนาเป็นคนที่รูปปากสวยอมชมพูแก้มป่องเพราะเจ้าตัวเป็นคนทานเก่ง
ครอบครัวหมออลินเป็นเจ้าของไร่เป็นพันไร่ในจังหวัดนครราชสีมาตอนนี้พี่ชายเธอก็ขึ้นเป็นพ่อเลี้ยงแห่งไร่คีรีรักษ์ เมื่อเรียนจบได้ก็ทำงานที่โรงพยาบาลพร้อมพลอยฝนหาประสปการณ์และก็เริ่มเข้ามาทำงานในคลินิกของพรฟ้าพร้อมพลอยฝน นิสัยค่อนข้างไม่ยอมคนแต่ก็มีเหตุผลหากใครดีมาดีกลับร้ายมาร้ายกลับรักเพื่อนรักครอบครัวเป็นที่สุด "ดีจังเลยนะ" พรฟ้ายิ้มร่านับว่าเป็นโชคดีของเด็กหญิงและคนเป็นแม่จริงๆ "ได้เป็นคนในไร่พี่คิณรับรองไม่มีลำบากแน่นอน" อลินอวดโอ้คนเป็นพี่ชายด้วยสีหน้าระรื่นเพราะอยากให้พรฟ้าได้เห็นข้อดีของพี่ชายเธอมากๆด้วยรู้อยู่มานานว่าอคิณพี่ชายของเธอตามจีบพรฟ้าอยู่ "ใช่ๆพี่คิณดูแลคนของตัวเองดีมากๆเลยพลอยขอยืนยันอีกปากไม่รู้ว่าถ้ามีแฟนจะดูแลแฟนดีขนาดไหนน้า.." พลอยฝนเอ่ยเสริมอลินอีกแรงด้วยชอบในนิสัยใจคอของอคิณที่เป็นสุภาพบุรุษจิตใจดีแถมมีทรัพย์พร้อมหากได้มาเป็นพี่เขยพี่สาวเธอคงจะสบาย "พี่รู้นะว่าพวกเราจะพูดอะไร" พรฟ้าหลี่สายตามองสองสาวก่อนจะส่ายหัวเบาๆ "เมื่อไรพี่ฟ้าจะใจอ่อนกับพี่คิณเสียทีล่ะคะ" อลินเอ่ยเสียงอ่อนก่อนจะบุ้ยปากเล็กน้อยเพราะเธออยากให้พรฟ้าและพี่ชายเธอลงเอยกันเสียที "พี่บอกแล้วไงว่าพี่เห็นคุณคิณเป็นแค่พี่ชาย" พรฟ้าพูดเรื่องนี้กับสองสาวเป็นรอบที่ร้อยแต่ทว่าก็ไม่พ้นจะถูกคะยั้นคะยอความเป็นจริงแล้วให้เธอมองอคิณต่างจากพี่ชายเป็นอื่นไม่ได้เลยเพราะเห็นกันมานานแล้วและไม่เคยนึกจะคิดอะไรเกินเลยกว่าคำว่าพี่ชาย โรงแรมxxx ฟาทิทนั่งอยู่ริมระเบียงกว้างในห้องของโรงแรมหรูในย่านตัวเมืองกรุงเทพมหานคร ฟาทิทเป็นหนุ่มใหญ่ลูกครึ่งไทยตุรกีอายุ45ความสูงของเขาเกือบสองเมตรเป็นลูกครึ่งไทยตุรกีหุ่นล่ำบึกบึนสมส่วนผมสีน้ำตาลเข้มตัดลองทรงเซ็ทเนี้ยบใบหน้าเป็นสันคมมีไรหนวดเคราเล็กน้อยดวงตาหวานขนตางอนราวกับผู้หญิงนัยห์ตาสีฟ้าน้ำทะเลที่เมื่อใครได้มองเป็นดั่งต้องมนต์สะกดยากที่จะละสายตาคิ้วหนาเข้มได้รูปจมูกโด่งเป็นสันปากหนาเป็นกระจับอมชมพู ฟาทิททำธุรกิจเกี่ยวกับปิโตรเลียมมีหุ้นส่วนมากมายทั้งในแคนาดาและซาอุดิอาราเบียและยังเป็นเจ้าของคาสิโนอีกหลายแห่งแถมยังมีหุ้นเล็กหุ้นน้อยในบริษัทอสังหาเรียกได้ว่าชีวิตของเขามีแต่งานรัดตัว ที่ชีวิตของเขาสนใจแต่เพียงเรื่องงานเพราะธุรกิจมากมายล้วนแล้วแต่ตกทอดเป็นมรดกให้เขาเพียงแค่คนเดียว และการที่เกิดมาเป็นลูกคนเดียวชีวิตแต่ละช่วงวัยก็จะไม่ได้ใช้ไปเหมือนคนอื่นเขาถูกฝึกมาเพื่อเป็นผู้นำชีวิตของเขาตั้งแต่เด็กๆจึงอยู่กับการฝึกการต่อสู้เรียนรู้การบริหาร ไม่ได้มีสัมพันธ์ครอบครัวกับพ่อแม่เหมือนคนอื่นๆชีวิตจึงไม่ได้ใส่ใจที่จะหาคนรักเพราะคิดว่ามันไม่จำเป็นหากมีความต้องการของความเป็นบุรุษเพศเขาก็แค่ใช้เงินซื้อเท่านั้นเพราะเขาคิดว่าการมีครอบครัวทำให้เขาจะต้องหลุดโฟกัสกับการงานและเวลาส่วนตัว เขาเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ โลกส่วนตัวสูง ชอบความเพอเฟคยิ่งเรื่องงานยิ่งเนี้ยบและคนที่ทำงานกับเขาได้ก็ต้องเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดเรื่องงานได้เป็นอย่างดีไม่อย่างนั้นก็จะถูกเขาอาละวาดใส่จนอยู่ไม่ได้ เวลานี้เขานั่งไขว่ห้างอยู่ในชุดคลุมสีดำนั่งจิบไวน์ราคาแพงอย่างสบายใจดวงตากลมโตนัยห์ตาฟ้าดูหวานปานผู้หญิงจ้องมองไปที่แสงสีของเมืองกรุงในตอนกลางคืน เขาจำได้ว่าไม่ได้สัมผัสบรรยากาศที่นี่มาหลายปีแล้วหลังจากที่ยายของเขาเสียก็ไม่เคยได้กลับมาที่นี่อีกเลยเพราะงานรัดตัวจนวุ่นวาย ครั้งนี้ที่มาเมืองไทยได้ก็เพราะเห็นว่างานสำคัญไม่ค่อยมีแล้วและใกล้จะครบรอบวันจากไปของคนเป็นยายจึงเลือกมาที่เมืองไทยในช่วงนี้ "ที่พักที่เขาใหญ่ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับนาย" โรฮานเดินเข้ามารายงานคนเป็นนายเรื่องที่พักที่คนเป็นนายสั่งให้จัดการเมื่อมาถึงที่นี่ โรฮานคนสนิทมือขวาของฟาทิท เป็นคนตุรกีและเป็นหนุ่มโสดที่นิสัยค่อนข้างเหมือนเจ้านายผิดแค่ใจเย็นกว่ามากเขาอายุ 38 เป็นบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าหล่อสาวที่ไหนเห็นเป็นต้องเหลียวแต่สายตาของเขาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง โรฮานสูงใหญ่บึกบึนกว่าคนเป็นนายพอสมควรใบหน้าดุคิ้วเข้มตาคมนัยห์ตาสีน้ำข้าวผมหยิกยาวประบ่ารวบมัดตึงใบหน้ามีไรหนวดเคราเฟิ้มจมูกโด่งริมฝีปากไม่หนามากสีออกอมชมพู โรฮานเป็นลูกชายของคนสนิทเก่าพ่อของฟาทิทเมื่อมีพ่อเป็นบอดี้การ์ดตัวเขาก็เลยซึมซับการต่อสู้และชีวิตบอดี้การ์ดมาตั้งแต่เด็กที่ว่านิสัยเหมือนเจ้านายคือบ้างานและรักความเป็นส่วนตัวพอกันแต่โรฮานเป็นคนที่ค่อนข้างสุขุม เยือกเย็นจะดูดุดันและว่องไวเมื่อมีอันตรายเท่านั้น "อืม..พรุ่งนี้เราก็ออกเดินทางกันแต่เช้าเลย" ใบหน้าคมพยักหน้ารับเบาๆก่อนจะยกมือหนาปัดให้โรฮานไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้เขาต้องการออกเดินทางแต่เช้าตรู่ หลังจากที่มือขวาคนสนิทออกจากห้องไปฟาทิทก็ยกแก้วไวน์ถือเอาไว้พร้อมจิบเบาๆส่วนอีกมือก็ยกมือถือขึ้นมาเปิดรูปคนเป็นยายดูด้วยความคิดถึง ในรูปเป็นหญิงชราผมขาววัยแปดสิบใบหน้าเหี่ยวย่นยิ้มแป้นอย่างมีความสุขเธอยืนตัวตรงไม่หลังค่อมหรือดูอ่อนแอเหมือนผู้สูงวัยทั่วไปด้วยดูแลตัวเองเป็นอย่างดี หากตอนนี้ยายของเขายังอยู่เมื่อรู้ว่าเขากลับมาเมืองไทยคงไม่วายเร่งเร้าให้รีบเข้าไปหา ทั้งยังเตรียมอาหารโปรดมากมายไว้รอแต่ตอนนี้ไม่มีบรรยากาศแบบนั้นแล้วคิดแล้วเขาก็ใจหายไม่คิดว่ายายของเขาที่ยังแข็งแรงจะมาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ หากเขาย้อนเวลากลับไปได้เขาจะใช้เวลากับยายของเขาให้มากที่สุดเพราะเมื่อเขาเด็กๆยายของเขาก็ทุ่มเวลาทั้งหมดให้เขาเช่นกันเพราะคนเป็นพ่อและแม่ยุ่งอยู่แต่กับงาน "หากคุณยายยังอยู่ผมคงมีลูกแล้วใช่มั้ยครับ" ฟาทิทพูดพร้อมอมยิ้มอ่อนต่อหน้ารูปในมือเขายังจำคำขอร้องของยายเขาได้ดีเมื่อหลายปีก่อน
เหตุการณ์ครั้งนั้น "เราควรจะรีบหาภรรยาแต่งงานมีลูกได้แล้วนะลูก" หลังจากที่ลูกเขยและลูกสาวเสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกฉวีวรรณก็อยากให้หลานที่เป็นทายาทคนเดียวนั้นเริ่มมีทายาทได้แล้วเพราะอายุอานามก็เหมาะแก่การมีครอบครัว "ผมไม่สนใจที่จะมีครอบครัวอยู่แล้วครับคุณยาย" ฟาทิทที่นั่งอยู่หน้าจอโน๊ตบุ๊คตอบปัดคนเป็นยายอย่างไม่ใส่ใจเรื่องทายาทเขาก็เคยคิดเอาไว้เหมือนกันแต่ไม่ใช่ตอนนี้ส่วนเรื่องมีครอบครัวตัดทิ้งไปได้เลยเพราะเขาไม่สนใจจะมีอยู่แล้ว "ไม่ได้...ยังไงเราก็ต้องมีทายาทไม่อย่างนั้นใครจะเป็นคนบริหารงานต่อจากเรา" ฉวีวรรณเห็นจะให้เป็นอย่างที่หลานคนเดียวว่าไม่ได้ "ผมมีได้นะครับแต่ผมคงไม่มีภรรยา" ชายหนุ่มปิดจอโน๊ตบุ๊คก่อนจะเงยหน้ามาคุยกับคนเป็นยายจริงจังถึงวิธีที่เขาเคยคิดเอาไว้ "เราจะทำยังไง" ฉวีวรรณมองหลานชายด้วยสายตาสงสัย และแล้วฟาทิทก็เสนอวิธีของเขาให้กับยายได้ฟังเขาเสนอว่าเขาจะให้สเปริ์มและให้ยายของเขาหาผู้หญิงที่ยายเขาคิดว่าสมบูรณ์แข็งแรงมาเป็นแม่อุ้มท้องลูกของเขาโดยการทำกิฟท์หลังจากเด็กคลอดมาแล้วเขาก็จะขอเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว คราแรกที่ฉวีวรรณได้ฟังก็ตกใจไม่น้อยแต่ไม่นานก็ต้องยอมข้อเสนอเดียวของเขาเพราะหากยายของเขาไม่เห็นด้วยเขาก็ไม่ยอมทำวิธีอื่น สามวันต่อมา "กลับมาแล้วค่า.." พลอยฝนอุ้มหลานสาวตัวจ้ำม่ำน่ารักราวกับตุ๊กตาเพราะมีผิวขาวตากลมโตนัยห์ตาสีฟ้าน้ำทะเลผมสีน้ำตาลถักเปียสองข้างวัยสามขวบเข้ามาในคลินิกหลังจากที่ไปรับมาจากศูนย์เด็กเล็ก พอพลอยฝนวางเจ้าก้อนกลมได้เด็กหญิงตะวันฉายก็วิ่งตัวป้อมไปหาคนเป็นแม่ด้วยความรวดเร็วพร้อมส่งเสียงใสแจ๋วเอ่ยคำหวานให้คนเป็นแม่ได้ชื่นใจหายเหนื่อย "คุณแม่ขา...ตะวันคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ" ฟอด... "ปากหวานกับแม่อีกแล้วแบบนี้จะไม่ให้หลงได้ยังไงคะ" พรฟ้าอุ้มลูกสาวสุดที่รักก่อนจะกดจมูกหอมไปที่แก้มพองๆของเด็กหญิงฟอดใหญ่ "วันนี้มีไอศครีมวานิลลาของโปรดตะวันหรือเปล่าคะ" เป็นประจำของทุกวันที่ตะวันฉายจะร้องขอไอศครีมวานิลลากับคนเป็นแม่เพราะเป็นของโปรดจนพรฟ้าต้องมีติดตู้เย็นที่บ้านและทั้งคลินิกเพื่อเอาไว้ให้ตะวันฉาย "เอ...มีหรือเปล่าน้า.." "ไม่มีหรอคะ" จากน้ำเสียงลังเลที่คนเป็นแม่แกล้งทำเอาเด็กหญิงเริ่มคอตกเอ่ยน้ำเสียงอ่อน "ใครว่าล่ะคะ...อยู่ในตู้เย็นนี่ไง" พรฟ้ารีบอุ้มลูกสาวเธอเดินเข้าไปในห้องทานอาหารของคลินิกก่อนจะเปิดตู้หยิบกล่องไอศครีมของโปรดลูกสาวเธอออกมา "เย่..ตะวันรักคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ" ดวงตากลมโตของเด็กหญิงมองดูกล่องไอศครีมในมือคนเป็นแม่ด้วยตาเป็นประกายตบมือชอบใจและโผกอดคอคนเป็นแม่ก่อนจะเอ่ยคำหวานเอาใจแม่ตนอีกรอบเพราะดีใจที่จะได้ทานของโปรด 20.30 "ตะวันหลับแล้วหรอพี่ฟ้า" พลอยฝนเอ่ยทักคนเป็นพี่ขณะที่ตนกำลังจัดแจงข้าวของที่ซื้อมาเพื่อที่จะไปทำสังฆทานที่วัดใกล้บ้านในวันพรุ่งนี้เพราะวันพรุ่งนี้เป็นวันครบรอบเสียชีวิตของคุณยายฉวีวรรณคนที่มีพระคุณชุบเลี้ยงพวกเธอมาตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เสีย "อืม...กลิ้งคว่ำกลิ้งหงายกับถั่วเน่าจนหลับคากันเลย" พรฟ้าเอ่ยถึงลูกสาวตนด้วยรอยยิ้มอ่อน "นี่ถ้าขาดถัวเน่าสักวันคงหลับไม่ลงแน่เลยค่ะ" พลอยฝนเห็นทีหลานเธอจะชอบหมอนข้างที่เธอซื้อให้เมื่อแรกเกิดเสียเหลือเกินหากวันไหนไม่ได้กอดเจ้าหมอนรูปถั่วลิสงคงนอนไม่หลับ "นั่นน่ะสิ” พรฟ้าเห็นจะเป็นอย่างที่น้องสาวเธอพูดเพราะเธอเคยลองซื้อหมอนข้างใหม่ให้ลูกเธอแล้วแต่ยังไงตะวันฉายก็ไม่ยอมนอนกอดอยู่ดีร้องหาแต่ถั่วเน่าเท่านั้น 21.00 น. หลังจากที่ช่วยน้องสาวจัดแจงของทำบุญเสร็จพรฟ้าก็กลับมานอนในห้องเธอหยิบรูปของฉวีวรรณที่ถ่ายกับเธอในวันรับปริญญาพรางมองที่ลูกสาวตัวกลมที่กำลังหลับอุตุสลับกันกับรูปด้วยรอยยิ้ม "ตะวันโตขึ้นมากเลยนะคะคุณยายตอนนี้ฟ้าทั้งรักทั้งหลงตะวันจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วค่ะขอบคุณนะคะที่ให้ของขวัญชิ้นที่มีค่าที่สุดให้กับฟ้า" หญิงสาวพูดคุยกับคนในรูปด้วยความคิดถึงพรางนึกถึงเรื่องราวในอดีตในวันที่ทำให้เธอมีตะวันฉายเข้ามาในชีวิต เหตุการณ์ครั้งนั้นย้อนกลับไปเมื่อประมาณสี่ปีก่อน วันนั้นฉวีวรรณเรียกเธอไปคุยที่บ้านเป็นการส่วนตัวเพราะฉวีวรรณต้องการให้เธออุ้มบุญโดยที่ไม่เอ่ยเฉลยว่าพ่อของเด็กเป็นใครให้เหตุผลเพียงแค่ว่าต้องการเด็กที่เกิดมาเท่านั้นและไว้ใจที่จะให้เธออุ้มบุญเพียงคนเดียวทั้งยังขอให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ "ถ้าเป็นความต้องการของคุณยายฟ้าก็ยินดีค่ะ" พรฟ้าลำบากใจพอสมควรในคราแรกแต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะเห็นว่าฉวีวรรณให้ชีวิตใหม่กับเธอและน้องมานานแล้วหากมีเรื่องที่ทำให้ท่านได้มีความสุขได้เธอก็จะทำ "ขอบใจเรามากเลยนะหนูฟ้าที่ยอมเสียสละ" "ฟ้าอยากทำให้คุณยายมีความสุขค่ะ"