ดั่งหทัยภูผา
บทที่ 1 ตอนที่1

ร้านบ้านของหวาน ณ ร้านคาเฟ่เล็กๆน่ารักๆสไตล์มินิมอลที่แม่ริมจ.เชียงใหม่ตอนนี้เป็นช่วงเย็นของวันลูกค้าก็เริ่มจะเยอะขึ้นส่วนมากจะเป็นวัยรุ่นเสียมากกว่าที่มาทานอาหารและหาที่ถ่ายรูปอัพลงโซเชียลกัน คาเฟ่แห่งนี้มีเพียงฟ้าคุณหนูไฮโซลูกเจ้าของโรงแรมใหญ่ในกรุงเทพอายุยี่สิบสี่ปีเรียนจบเมืองนอกเมืองนามาเมื่อกลับมาแล้วก็ไม่อยากบริหารงานที่โรงแรมอยากเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆในต่างจังหวัดมากกว่าจึงมาเปิดร้านที่นี่ได้ปีหนึ่งแล้ว และมีผู้จัดการร้านคือผ้าแพรหญิงสาววัยยี่สิบสองที่พึ่งเรียนจบมหกรรมมาหมาดๆก็มาสมัครงานที่นี่ฝีมือของเธอถูกใจเพียงฟ้าอย่างมากจึงรับเข้าทำงานทันทีโดยไม่ลังเลว่าเธอจะไม่มีประสบการณ์ทั้งจ้างเด็กเสริฟและลูกมือผ้าแพรอีกสองสามคนเท่านั้น ที่นี่แม้จะเป็นคาเฟ่เล็กๆแต่ก็ได้รับความนิยมพอสมควรเพราะอาหารอร่อยทั้งยังติดกับธรรมชาติที่สวยงามร่มรื่น “กลับกับยายเดี๋ยวนี้ยายมีเรื่องจะคุยกับเรา” คนในร้านและพนักงานต่างก็มองกันมาเป็นตาเดียวเมื่อพิกุลหญิงชราวัยหกสิบแต่ยังท่าทางแข็งแรงเดินเข้ามาจูงผ้าแพรหลานสาวของเธอในขณะที่กำลังยืนต้อนรับลูกค้าให้กลับไปคุยกับเธอที่บ้านด้วยท่าทางที่ดูจะโมโหจากอะไรบางอย่างเอามากๆ “ยายคะมีเรื่องอะไรหรอคะ” ผ้าแพรหญิงสาวร่างเล็กใบหน้าจิ้มลิ้มตอนนี้สีหน้าของเธอเจื่อนจนซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะไม่เคยเห็นว่ายายของตนนั้นโมโหขนาดนี้มาก่อน ผ้าแพรหญิงสาววัยยี่สิบสองตัวเล็กสูงเพียง155หนัก45หุ่นนาฬิกาทรายผิวขาวอมชมพูเป็นสาวหน้าหวานใบหน้ารูปไข่ผมสีน้ำตาลหนาถึงกลางหลังหยักศกคิ้วเรียวบางได้รูปจมูกเป็นสันตรงเล็กจิ้มลิ้มดวงตากลมโตขนตางอนยาวมีรักยิ้มที่สองพวงแก้มริมฝีปากบางอวบอิ่มเธอเป็นสาวโลกสวยค่อนข้างซื่อหัวอ่อนเพราะถูกเลี้ยงมาด้วยความทะนุถนอมโดยน้ากับยายอยู่ที่บ้านสวนของเธอ “ไปคุยกันที่บ้านเดี๋ยวก็จะรู้เอง” พิกุลลากหลานสาวของเธอให้ขึ้นไปนั่งในรถเก๋งคันเก่า “น้าพิมคะเกิดเรื่องอะไรขึ้นคะ” เพียงฟ้าดึงมือพิมพรรณหญิงสาววัยกลางคนเป็นน้าสาวของผ้าแพรก่อนที่จะเดินตามยายพิกุลและผ้าแพรไปว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นยายพิกุลถึงได้โมโหเดือดดาลขนาดนั้น “ก็แม่น่ะสิเจอผลตรวจครรภ์ในห้องหนูแพรเข้าน่ะน้าไปก่อนนะคุณฟ้า” พิมพรรณหันมารีบตอบกับเพียงฟ้าด้วยท่าทีร้อนใจก่อนจะเดินกลับไปขับรถออกไปจากร้านให้เร็วที่สุด “น..น้าพิม..ผลตรวจครรภ์งั้นหรอนี่แสดงว่า..แย่แล้ว” เพียงฟ้าถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอเธอยืนนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ้าแพรชอบผะอืดผะอมอยู่บ่อยๆเป็นเพราะสาเหตุนี้เป็นแน่และเธอก็รู้ด้วยว่าเรื่องใหญ่กำลังจะเกิดเพราะผ้าแพรนั้นคงไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจึงหยิบมือถือต่อสายหาใครบางคนทันที “โอ้ยพี่ภูทำไมไม่รับสายกันนะโทรหาคุณย่าก็แล้วกัน” ผ่านไปเป็นสิบนาทีแล้วเพียงฟ้าก็ยังติดต่อคนที่เธอต้องการติดต่อไม่ได้เสียทีจึงตัดสินใจโทรหาอีกคนที่คิดว่าจะแก้ไขสถานการณ์นี้ได้ “คุณย่าคะพอดีว่าตอนนี้คุณย่าพาพี่ภูบินด่วนมาที่เชียงใหม่ด่วนเลยได้หรือป่าวคะ” เมื่อปลายสายกดรับหญิงสาวก็รีบบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับปลายสายได้ฟังทันทีเมื่อพูดจบเธอก็รีบขับรถไปที่สนามบินเพื่อรอรับการมาของคนที่เธอโทรหา สองชั่วโมงผ่านไป บ้านสวนพิกุล บ้านสวนพิกุลเป็นเรือนไทยไม้สักขนาดใหญ่ยกใต้ถุนสูงหลังคาทรงจั่วเป็นเรือนแฝดมีชานหน้าบ้านเปิดโล่งมีรั้วโปร่งเตี้ยๆกั้นโดยรอบสำหรับนั่งรับลมตั้งอยู่ท่ามกลางสวนผลไม้นาๆชนิดล้อมรอบด้วยเนื้อที่หลายสิบไร่ซ้ำยังสงบร่มรื่นมากอีกด้วย ตั้งแต่พิกุลพาหลานสาวของเธอกลับมาถึงบ้านได้ก็เค้นเสียงสั่นถึงเรื่องผลตรวจครรภ์ที่ชานหน้าเรือนในช่วงโพล้เพล้ "หนูไปท้องกับใครบอกยายมาเดี๋ยวนี้นะ" พิกุลนั่งบนเก้าอี้ไม้สักตัวใหญ่จ้องหน้าหลานสาวของเธอที่พับเพียบสะอึกสะอื้นไม่ยอมตอบคำถามที่เธอต้องการเสียที "ยายจ๋าหนูขอโทษ" ผ้าแพรเอาแต่นั่งสะอื้นตัวโยนยกมือไหว้ขอโทษยายของเธอประหงกๆเพราะเธอลำบากใจที่จะตอบเรื่องนี้จริงๆด้วยรู้ว่าพ่อของเด็กในท้องคงไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบแน่ "บอกยายมาว่าไปทำตัวง่ายกับใคร" พิกุลน้ำตาคลอเธอเค้นถามคำถามนี้มาพักใหญ่แล้วแม่หลานสาวของเธอก็ไม่ยอมตอบออกมาเสียทีว่าท้องกับใครเธอจะได้เรียกให้คนๆนั้นมารับผิดชอบ "บอกยายไปสิแพรว่าเราท้องกับใคร" พิมพรรณนั่งข้างๆกับคนเป็นแม่เอเองก็ช่วยคะยั้นคะยอให้หลานเธอตอบก่อนที่แม่ของเธอจะโมดหไปมากกว่านี้และอาจจะถึงขั้นลงไม้ลงมือได้ "คือ น..หนู..ไม่รู้..ฮือๆๆๆ" ผ้าแพรเงยหน้าขึ้นมาตอบคนเป็นยายกับน้าในขณะที่มือน้อยๆยังคงยกมือไหว้อย่างรู้สึกผิดทั้งน้ำเสียงที่ออกมาก็ปนสะอื้นให้อย่างน่าสงสารเธอบอกยายของเธอไม่ได้จริงๆเรื่องพ่อของเด็ก "ยายสอนหนูว่าอะไรเคยจำบ้างหรือป่าวแม่เราก็คนนึงแล้ว" พิกุลลุกขึ้นมือไม้สั่นเธอผิดหวังกับพรทิพย์ลูกสาวคนโตแม่ของผ้าแพรคนหนึ่งแล้วที่อุ้มท้องกลับมาไม่มีพ่อให้ชาวบ้านเขานินทาแต่เธอก็ทนเลี้ยงหลานกันมาได้พอถึงรุ่นหลานก็ต้องมาเจอเรื่องซ้ำเดิมอีกเธอจึงเจ็บปวดใจเกินจะทนโทษตัวเองในใจว่าตนนั้นเลี้ยงลูกสอนหลานไม่ดีเรื่องอะไรถึงได้ใจง่ายไปเสียหมด "ตีเสียให้ตายเลยดีมั้ย" ด้วยความโมโหที่หลานเธอนั้นไม่ยอมตอบออกมาเสียทีจึงเดินไปหยิบไม้หวายที่เอาไว้ไล่แมวขโมยของที่ตากอยู่ชานบ้านเหน็บอยู่ที่ฝาบ้านหมายจะตีหลานไม่รักดีเสียที

บทที่ 2 ตอนที่2

"แม่อย่าตีหลานหนูแพรท้องอยู่นะแม่" พิมพรรณเห็นเช่นนั้นจึงรีบเข้าไปโอบกอดหลานสาวของเธอเอาไว้เพราะตั้งแต่พี่สาวเธอเสียเมื่อคลอดผ้าแพรเธอเองก็เป็นเหมือนแม่ที่เลี้ยงคนหนึ่งผ้าแพรมาโดยตลอดจะตีสักคราดุสักครั้งก็ไม่เคยมาถึงครานี้เธอก็จะไม่ยอมให้แม่เธอลงไม้ลงมือกับผ้าแพรเช่นกันหากจะต้องถูกลงโทษจะต้องเป็นเธอมากกว่าที่ดูแลหลานสาวไม่ดีเอง "แกมันก็เข้าข้างแต่หลานนั่นแหละถึงได้เป็นแบบนี้ไง" พิกุลตวาดเสียงฝาดจนสองหน้าหลานที่กอดกันสะดุ้งโหยง “คุณย่าขาเร็วๆค่ะ” หลังจากที่เพียงฟ้าไปรอรับคนทั้งสามที่สนามบินหลังจากให้ทั้งสามบินด่วนมาจากกรุงเทพเป็นชั่วโมงกว่าตอนนี้เพียงฟ้าขับรถมาถึงที่บ้านของผ้าแพรพร้อมกับภูผาและแม่กับย่าของเขา เพื่อที่จะมารับผิดชอบผ้าแพรเมื่อมาถึงพียงฟ้าก็รีบจูงสายทองคุณหญิงจากเมืองกรุงรีบขึ้นไปบนบ้านของผ้าแพรโดยเร็วเพราะไม่รู้ว่าผ้าแพรนั้นจะโดนยายเธอนั้นต่อว่าหรือจัดการอะไรบ้าง “ย่าก็รีบอยู่นี่ไงลูกหนูฟ้า” สายทองหญิงชราวัยเจ็ดสิบสองรู้สึกปวดหัวกับเรื่องหลานๆของเธอพอสมควรมาวันนี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่ยังช็อกที่พึ่งจะรู้ตัวว่าหลานชายตนไปทำผู้หญิงท้องจึงต้องรีบลากหลานชายกับลูกสะใภ้ของเธอมาที่เชียงใหม่ด่วน "คุณจะทำอะไรจะตีคนท้องอย่างนั้นหรอ" เมื่อสายทองขึ้นมาได้เธอก็รีบเข้าไปดึงไม้จากมือของพิกุลทันทีเธอพอจะดูออกว่าคนที่ถือไม้นั้นกำลังจะตีสาวน้อยคนที่นั่งอยู่กับพื้นสะอึกสะอื้นเป็นแน่ซึ่งเธอจะยอมไม่ได้เกิดเหลนของเธอที่อยู่ในท้องเป็นอะไรขึ้นมาเธอคงจะทำใจลำบาก "คุณเป็นใครมายุ่งอะไรกับเรื่องของบ้านฉัน" พิกุลเอ่ยเสียงแข็งกับหญิงชราแต่งตัวดูมีชาติตระกูลที่น่าจะแก่กว่าเธอไม่กี่ปี "ฉันสายทองเป็นย่าของพ่อเด็กในท้องหลานคุณน่ะสิ" สายทองรีบแนะนำตัวเองทันที "อ๋อ..มาก็ดีแล้วจะเอายังไงก็ว่ามา" พิกุลรู้ดังนั้นก็รีบถามหาความรับผิดชอบจากอีกฝ่ายทันที “....” ผ้าแพรถึงกับตกใจจนแน่นิ่งเพราะไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะบานปลายจนผู้ใหญ่ต้องมามีปัญหากันแบบนี้ "ฉันจะให้ตาภูมารับผิดชอบหลานคุณเอง" สายทองแจ้งความประสงค์ที่เธอมาที่นี่ให้รู้ว่าพวกเธอนั้นพร้อมที่จะรับผิดชอบไม่ได้บ่ายเบี่ยงแต่อย่างใด "ไหนหลานคุณมันอยู่ไหนให้มาเจอฉันหน่อยซิ" พิกุลมองหาคนที่ทำหลานเธอท้องแต่ก็ไม่ยักจะเห็นว่ามีผู้ชายเดินตามมาสักคนเห็นเพียงสายทองกับเพียงฟ้าเท่านั้น "สวัสดีครับผมภูผา" ภูผาชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าเดินสูงโปร่งนำหน้าคนเป็นแม่ขึ้นบันไดบ้านตามย่าของเขามาติดๆเขาเปรยตามองร่างบางที่นั่งกองอยู่กับพื้นด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์แต่ก็ยังรักษามารยาทหันมาไหว้ผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างนอบน้อม "หนอย.. เอาเลือดหัวออกซะหน่อยเป็นไง" ด้วยความโมโหพิกุลจึงเงื้อมมือหมายจะฟาดไปที่คนตัวสูง "แม่ใจเย็นๆ" พิมพรรณเห็นดังนั้นจึงรีบมารั้งแม่ของเธอเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นคงทะเลาะกันวุ่นวายกว่านี้แน่ "อย่าทำอะไรลูกฉันนะคะนี่พวกฉันก็มาที่นี่เพื่อจะรับผิดชอบแล้วจะเอาอะไรอีก" โสพิศรีบเข้ามาปกป้องลูกเธอด้วยท่าทีที่ไม่พอใจนักที่อีกฝ่ายจะใช้ความรุนแรงกับลูกเธอทั้งๆที่เธอก็ถ่อมาที่นี่อย่างกะทันหันเพื่อจะมารับผิดชอบแล้ว โสพิศหญิงวัยห้าสิบปีแม่ของภูผาเธอยังดูสาวสวยอ่อนกว่าวัยมากเพราะไม่ได้ทำงานหนักอย่างคนอื่นๆเธอเพียงทำหน้าที่ดูแลแม่สามีกับความเรียบร้อยในบ้านของเธอเท่านั้น "ถ้าหลานฉันมันไม่ท้องนี่คงเปลืองตัวไปอีกนานสินะผู้ชายสมัยนี้มันจริงๆเลย" พิกุลค่อนขอดเสียงดังฟังชัดและมองค้อนภูผาที่เอาแต่ยืนนิ่งอยู่เนืองๆ "แม่" พิมพรรณรีบปรามแม่เธอเอาไว้เพราะไม่อยากให้แม่เธอพูดอะไรที่ทำร้ายจิตใจทุกๆฝ่ายไหนๆเรื่องก็เกิดมาแล้ว ในระหว่างที่ภูผากราบขอโทษผู้ใหญ่ฝ่ายผ้าแพรแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันเขาเลยหมายจะลงมานั่งเล่นด้านล่างยังไม่ทันเดินจนสุดบันไดก็ผ้าแพรนั้นนั่งสะอึกสะอื้นอยู่ใต้ถุนบ้านจึงเดินเข้าไปหาเธอ "ท้องแล้วทำไมไม่บอกฉัน" ภูผาเดินเข้าไปยืนกอดอกตรงหน้าของหญิงสาวเขารู้ว่าเธอน่าจะรู้ตัวมาพักหนึ่งแล้วแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกเขาก่อนแม้คืนนั้นเขาจะไม่ได้ตั้งใจที่จะนอนกับเธอก็ตามแต่เมื่อเธอท้องมาแล้วยังไงเขาก็ต้องรับผิดชอบ "ฮึก..ฮือๆๆ" ผ้าแพรเงยหน้ามองคนตรงหน้าเล็กน้อยและก้มหน้าร้องให้ต่อคิดในใจไม่ขาดว่าไม่อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้เลยสักนิดแค่คืนนั้นพลาดนอนกับคู่หมั้นเจ้านายเธอก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ววันนี้ยังเกิดท้องให้คนที่บ้านของเธอและทางภูผาไม่สบายใจกับเรื่องนี้อีก "จะร้องทำไมนักหนาน่ามันรำคาญ" ภูผายืนอยู่ครู่หนึ่งจนถอนหายใจเฮือกใหญ่ในเมื่อเขาถามอะไรเธอก็ไม่ตอบเอาแต่ร้องให้เหมือนวันที่ตื่นมาเจอเขาไม่มีผิดภาพความน่ารำคาญของเธอติดตาเขายังไงวันนี้เธอก็ยังเป็นแบบนั้นไม่เปลี่ยน "รำคาญก็จะมาคุยกับแพรทำไมล่ะคะคุณก็ไปอยู่ไกลๆแพรสิ" ผ้าแพรปาดน้ำตาลวกๆและบอกกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสะอื้นเธออยากจะหยุดแต่ยิ่งห้ามเท่าไรก็เหมือนจะหนักขึ้นทุกทีเจ็บใจตัวเองที่ทำให้ยายกับน้าของเธอผิดหวัง

บทที่ 3 ตอนที่3

"นี่เธอไล่ฉัน" ภูผาถึงกับคลายแขนจากการกอดอกออกแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงราคาแพงของเขาแทนทั้งมองหน้าหญิงสาวด้วยสีหน้าแปลกใจที่เธอนั้นกล้าที่จะไล่เขา "ป่าวนะคะก็คุณบอกรำคาญ แพรไปร้องให้ตรงอื่นก็ได้" ผ้าแพรรีบส่ายหัวหงึกหงักและเดินหนีเข้าไปในสวนหลังบ้านทันทีเธอไม่ได้ไล่เขาแต่หากเขารำคาญเธอก็แค่ไม่อยากให้เขาอยู่ใกล้เธอให้รำคาญต่อไปก็เท่านั้น "นี่เธอเป็นแบบนี้จริงๆหรือต้องการกวนประสาทฉันแน่เนี่ย" ภูผามองตามหลังหญิงสาวร่างเล็กด้วยสายตาแปลกใจไม่หายไม่เข้าใจว่าที่เธอทำประชดเขาหรือว่าเธอกลัวเขารำคาญจริงๆ "ยังไงก็แต่งก่อนที่ท้องหลานฉันมันจะป่องกว่านี้ส่วนสินสอดก็แล้วแต่พวกคุณฉันไม่บังคับ" เมื่อคุยกันได้พักใหญ่ก็เป็นอันว่าผู้ใหญ่สองฝ่ายตกลงกันได้ด้วยดีในส่วนของสินสอดพิกุลไม่ได้เรียกร้องเพราะบ้านเธอแม้จะดูไม่มีเท่าสายทองแต่เธอก็มีพออยู่พอกินเลี้ยงหลานเลี้ยงเหลนของเธอได้สบายอยู่แล้ว "เป็นอาทิตย์หน้าเห็นจะดีหรือป่าวล่ะ" สายทองเห็นด้วยกับพิกุลที่จะไม่ให้ผ้าแพรนั้นท้องป่องในงานแต่งเนื่องจากหลานชายของเธอก็ค่อนข้างมีหน้ามีตาไม่อยากให้ดูไม่ดีเช่นกัน "ได้ก็ดีค่ะ" พิกุลเองก็คิดว่าจะจัดให้เร็วแต่ก็ไม่กล้าพูดออกไปแต่เมื่อสานทองเสนอมาเธอก็ไม่ขัดจะได้จบๆไปไม่ขายขี้หน้าคนอื่นนาน "อย่างนั้นก็เป็นอันตกลงกันตามนี้" สายทองพยักหน้ากับพิกุลและหันมามองกับโสพิศที่เอาแต่นั่งเงียบเหตุด้วยคงเพราะอ่อนใจกับลูกชายเธอ "เธอท้องกี่เดือนแล้วล่ะ" โสพิศเดินมาคุยกับผ้าแพรพร้อมกับสายทองก่อนจะกลับเพราะอยากทำความรู้จักกับลูกสะใภ้ของเธอให้มากขึ้น "หมอบอกว่าสิบสัปดาห์แล้วค่ะ" ผ้าแพรมองหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองเล็กน้อยพอพูดจบก็เอาแต่ก้มหน้าทั้งน้ำตาเจ้ากรรมก็ไหลลงมาอีกรอบ "เธอนี่ก็จริงๆเลยนะรู้ทั้งรู้ว่าตาภูหมั้นอยู่กับหนูเพียงฟ้าก็ยังจะปล่อยให้ท้อง" โสพิศรู้ว่าเรื่องมันผ่านไปแล้วแต่เธอก็อดจะตำหนิหญิงสาวในเรื่องนี้ไม่ได้เพราะเธอรู้ว่าผ้าแพรเป็นพนักงานในร้านของเพียงฟ้าซึ่งเป็นคู่หมั้นของลูกชายเธอแต่ก็ยังมีสัมพันธ์กับลูกชายเธอจนเกิดท้องมาได้ "คือหนู...ม.. ไม่ได้ตั้งใจ" ผ้าแพรเริ่มสะอื้นขึ้นมาอีกรอบเธอยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างรู้สึกผิดเธอรู้ดีว่าเธอต้องถูกตำหนิเรื่องนี้แต่เรื่องคืนนั้นเธอไมได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นจริงๆ "ตบมือข้างเดียวดังหรือยังไงล่ะแม่โสพิศ" สายทองหันไปบอกกับโสพิศว่าจะโทษผ้าแพรคนเดียวก็ไม่ถูก "....." โสพิศมองไปยังลูกชายของเธอที่นั่งรออยู่ห่างๆอย่างอ่อนใจที่อายุจะเข้าเลขสามแล้วยังสร้างแต่ปัญหาเรื่องผู้หญิงไม่เลิกได้แต่หวังว่าการมีลุกมีเมียเป็นตัวเป็นตนครั้งนี้ของลูกเธอจะทำให้หยุดนิสัยเสเพลเรื่องผู้หญิงได้บ้าง "หนูขอโทษค่ะ...น..หนูขอโทษจริงๆค่ะ ขอโทษนะคะ" ผ้าแพรสะอื้นตัวโยนเธอรู้ว่าเธอทำให้ทุกคนเดือดเนื้อร้อนใจคำที่ดีที่สุดที่เธอจะกล่าวกับทุกคนก็คือขอโทษคำเดียวเท่านั้น "อ้าวๆสะอื้นตัวโยนเลยพอแล้วๆเรื่องมันเกิดมาแล้วนี่นะใช่ว่าหนูจะผิดคนเดียวตาภูก็ผิดเหมือนกัน" สายทองรีบเข้ามากอดปลอบสาวน้อยร่างบางเพราะดูจะสะอื้นหนักประเดี๋ยวจะเป็นลมเป็นแล้งไปพวกเธอจะถูกพิกุลตราหน้าว่าทำร้ายหลานของเจ้าตัวอีก วันต่อมา "คุณฟ้า" ผ้าแพรรู้ว่าเพียงฟ้ามาหาที่บ้านจึงรีบออกมาต้อนรับในช่วงเย็นเพราะวันนี้เธอขอเพียงฟ้านั้นลาหยุด "เป็นยังไงบ้างแพรยังมีเวียนหัวอยู่หรือป่าว" เพียงฟ้าหิ้วผลไม้กับขนมมาฝากผ้าแพรเต็มตะกร้าหวายเพราะอยากให้เธอบำรุงเยอะๆทั้งถามถึงอาการคลื่นไส้อาเจียนที่ผ้าแพรนั้นเคยเป็นก่อนหน้านี้ด้วย "มีบ้างค่ะคุณฟ้า" "ได้ข่าวว่าอาทิตย์หน้าเธอจะต้องแต่งงานดีใจด้วยนะ" "แพรถามจริงๆนะคะ.. คุณฟ้าไม่โกรธแพรจริงๆใช่มั้ยคะ" ผ้าแพรหน้าเจื่อนเล็กน้อยก่อนจะตัดสินใจถามเรื่องนี้กับเพียงฟ้าอีกครั้ง "ฉันจะโกรธเธอทำไมล่ะบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้รักพี่ภูสักนิดต้องขอบใจเธอด้วยซ้ำที่ทำให้ฉันได้ถอนหมั้นเป็นอิสระเธอก็เหมือนน้องสาวของฉันฉันจะโกรธเธอลงได้ยังไง" เพียงฟ้ายังยืนยันคำเดิมว่าเธอไม่ได้รักภูผาที่หมั้นกันก็เพราะพ่อของเธอกับพ่อของภูผานั้นสัญญาในความเป็นเพื่อนกันเอาไว้เท่านั้น แถมเธอยังคิดกับภูผาเป็นพี่ชายเพราะเห็นกันมาแต่เด็กๆภูผาเองก็คิดกับเธอเป็นน้องสาวเหมือนกันอีกอย่างเธอก็อยากหาเรื่องถอนหมั้นกับภูผานานแล้วด้วยเพราะเบื่อผู้หญิงของเขาที่ชอบตามรังควานเธอไม่หยุดไม่หย่อน “ที่ฉันมาวันนี้ก็เพราะจะมาบอกว่าเธอไม่ต้องไปทำงานที่ร้านฉันแล้วคุณย่าสั่งมาให้เธอพัก” “แต่แพรอยากทำงานนะคะแพรยังสามารถทำงานได้ทุกอย่างนะคะ” ผ้าแพรถึงกับส่ายหัวหงึกหงักการทำอาหารเป็นสิ่งที่เธอรักหากไม่ได้ทำเธอคงเฉาตายแน่ “อย่าให้ผู้ใหญ่เป็นห่วงสิแพร” “ก็ได้ค่ะ” เจอประโยคดักเรื่องผู้ใหญ่แบบนี้มีหรือคนที่นอบน้อมอย่างผ้าแพรจะไม่ฟังและแล้วก็ต้องยอมจนได้

อ่านต่อ