พันธะร้ายเจ้านายเถื่อน (Series of my bad boy)
บทที่ 1 เมฆ

ตอนที่ 1 เมฆ ภายในผับกลางกรุงกลางดึก แสง สี เสียงเพลงของวงดนตรีสดกำลังเล่นจังหวะสนุกสนาน นักเที่ยวกลางคืนต่างออกมาโยกย้ายส่ายสะโพกกันอย่างสุดเหวี่ยง บ้างก็วาดลวดลายไม่เกรงเท้าใคร บ้างก็นัวเนียล้วงกันภายในร่มผ้าอย่างลืมอายตามแต่ใจชอบ เพราะในเวลานี้ต่างคนก็สนุกสนานไม่มีใครสนใจว่าใครจะทำอะไร เมฆหรือเมฆา อายุ 27 ปี เจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรูและมีสนามแข่งรถระดับประเทศอีกสองแห่ง รวมทั้งสถานบันเทิงอีกนับไม่ถ้วนที่เขาปล่อยให้ลูกน้องดูแล กำลังเดินเข้ามากลางฝูงชนที่ต่างก็ต้องหลีกทางให้เขา ด้วยเพราะความมีอิทธิพลที่ใครต่างก็รูว่าเฮียเมฆดุแค่ไหน หน้าตาหล่อเหลา และหุ่นสูงกำยำกราวใจสาวแก่แม่หม้ายนั่นอีก เมฆต่างก็เป็นที่หมายปองของบรรดาสาวสวยและหนุ่มหล่ออีกมากที่อยากจะลิ้มลองรสรักสักครั้ง เพราะคำร่ำลือที่ใครต่างก็กล่าวขานว่าเขาดุและเก่งแค่ไหนแต่ยังไม่เคยมีใครได้หัวใจผู้ชายคนนี้ไปครองเลยสักคน เมฆเดินเข้ามาพร้อมบอดี้การ์ดร่างโตอีกนับสิบ แต่มีเพียงคนสนิทที่ชื่อชิน หรือชินวุฒิเท่านั้นที่จะได้เข้ามานั่งหรือยืนอยู่ข้างเฮียเมฆเสมอ จนใครๆก็รู้ว่าชินเป็นเด็กโปรดของเฮีย เห็นเมฆที่ไหนก็จะต้องมีชินที่นั่น บางครั้งไม่เว้นแม้กระทั่งยามออกรบกับข้าศึกบนเตียง "เฮียเมฆ ทางนี้ครับที่ของเฮียผมเตรียมไว้แล้ว" เบลเจ้าของคลับรีบกุลีกุจอออกไปต้อนรับแขกสำคัญ ผู้มีพระคุณคนหนึ่งที่ทำให้เขามีวันนี้ ทุกๆวันศุกร์เมฆจะออกมาที่เบลคลับ เพื่อออกมาเปิดหูเปิดตาและผ่อนคลายให้กับตัวเอง "คนเยอะดีนี่ กิจการรุ่งเรืองละสิ" เจ้าของใบหน้าเฉี่ยว รูปหล่อคมสัน รูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงอย่างคนออกกำลังกายอยู่เสมอเอ่ยถามเจ้าของคลับ "เรื่อยๆครับแต่ที่มีวันนี้ได้ก็เพราะเฮียเมตตา ผมขอบคุณเฮียมากจริงๆ" "ไม่ต้องมาขอบคุณกู ถ้าผับไม่ดีจริง ลูกค้าก็คงไม่ติด" เมฆพูดเสียงเรียบสายตาคมกวาดมองแขกตามโต๊ะต่างๆ ทุกคนส่วนใหญ่ต่างก็ค่อมศีรษะให้เพราะรู้ว่าเขาเป็นใคร "สบายดีไหมชิน ดูหล่อขึ้นเป็นกองเลยนะมึง" "สบายดีครับเฮีย ขอบคุณครับ" คนอายุน้อยกว่าโค้งศีรษะขอบคุณเจ้านายเก่าเบาๆ เจ้าของร้านมองเด็กหนุ่มที่เคยทำงานที่คลับแห่งนี้ ชินอายุเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น เด็กหนุ่มคนนี้มีนิสัยถ่อมตน เป็นคนไม่ค่อยพูด ดูท่าทางนิ่งๆ แต่เป็นคนที่หนักเอาเบาสู้ทำงานทุกอย่างขอแค่ให้ได้เงินไปจุนเจือครอบครัว ชินหรือชินวุฒิเป็นคนหนุ่มที่ทำงานเก่งและฉลาดทันคน ชินเคยเข้าไปพัวพันกับแก๊งเงินกู้นอกระบบแต่เกือบเอาชีวิตไม่รอดแต่ดีที่เมฆมาเห็นเหตุการณ์และช่วยไว้อย่างไม่ตั้งใจ สุดท้ายเลยได้เอาไปทำงานด้วยเพราะตนขอร้องไม่อยากให้ชินต้องเจอกับแก๊งพวกนั้นอีก พอพวกมันรู้ว่าชินทำงานกับเมฆก็จะรามือไม่กล้ามาทำอะไรเพราะเกรงกลัวอิทธิพลของเมฆเช่นเดียวกัน เสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านในคลับที่มีนักศึกษาสองโต๊ะที่กั้นกลางแค่ช่วงทางเดินเท่านั้น สายตาคู่คมหันไปมองเจ้าของคลับ แต่เบลห้ามการ์ดของร้านเพราะรู้ว่าด้านในเป็นโต๊ะของใคร "มีอะไร" เสียงเข้มเอ่ยถามสายตาคมจ้องไปยังตัวต้นเหตุที่ยืนเท้าสะเอวโมโหใครสักคนที่นั่งหันหลังให้ดูไม่สนใจหรือกลัวเลยสักนิด ทั้งที่อีกคนยืนจ้องแทบจะกินหัวได้อยู่แล้ว "อ่อ แขกประจำของที่ร้าน ผมรู้จักมันดีชื่ออคิณ วนารมย์ เป็นนักแข่งรถด้วย ผมว่าเฮียก็น่าจะคุ้นชื่อ คนนี้มันร้ายไม่ใช่เล่นเอาหมดทุกอย่าง อีกกลุ่มเจ้าปัญหาก็เด็กของมันเอง คงหึงหวงกันตามประสาวัยรุ่น" "ใช่เด็กที่เราเจอเมื่อวันก่อนหรือเปล่า" ชินที่ยืนประกบเจ้านายอยู่ทางด้านหลังได้ยินเจ้านายเปรยขึ้นก็หันไปตามเสียงที่โวยวาย ก่อนจะพยักหน้า "ใช่ครับพี่...ไอ้คนที่ชักปืนขู่เรา" "ไอ้นี่มันหน่วยก้านดี แต่กูชอบเด็กของมันมากกว่า" ไม่พูดเปล่าแต่ท่าทางของเฮียที่มองเจ้าของใบหน้าหวานรูปร่างสูงโปร่ง ปากแดง แต่ทำหน้าหงิกงอนั่งอยู่โดยไม่สนใจคนที่ยืนโวยวายหน้าดำหน้าแดง ดูน่าสนใจ แต่ก็อย่างว่าเขาไม่ชอบเป็นมือที่สามโดยเฉพาะกับเด็กหนุ่มที่ชื่ออคิณ "คนนี้ขอเถอะนะครับ มันหวงของมันมากแต่ดูท่าจะยังไม่รู้ตัว ว่าแต่วันนี้มีเด็กใหม่ไซด์ไลน์สวยๆจัดมาไว้ให้เฮียด้วย ยังไงเฮียเรียกผมนะครับ ผมขอตัวออกไปดูลูกค้าฝั่งโน้นก่อน” เมฆพยักหน้าก่อนจะหันไปมองผู้หญิงสวยโต๊ะข้างๆที่มีแต่สาวสวยหมวยอึ่มกำลังชูแก้วให้เขาอย่างเชิญชวน เขาเพียงพยักหน้ายิ้มให้เล็กน้อยก่อน กระดกวิสกี้ขึ้นรวดเดียวหมดแก้ว เพียงแค่นี้พวกเจ้าหล่อนก็กระดี๊กระด๊าดีอกดีใจกันยกใหญ่ คิดว่าพียงไม่นานสาวๆเหล่านั้น ไม่คนใดก็คนหนึ่งจะต้องได้มาขึ้นเตียงกับเขาในคืนนี้แน่ "มานานหรือยังวะ" เบสและริวเพื่อนสนิทที่เขามักจะไปไหนมาไหนด้วยเสมอยิ้มร่าเข้ามา ทั้งคู่หน้าตาหล่อเหลา คมคายไม่ต่างกัน แต่หุ่นไม่ล่ำเท่ากับเมฆ ก่อนจะหันไปตบบ่าชินคนสนิทของเพื่อนอย่างแรงเป็นเชิงทักทาย ชินที่มีรูปร่างสูงโปร่งแต่ไม่หนาเท่าสามหนุ่ม เขาไม่ทันระวังตัวตกใจเซเกือบจนโต๊ะข้างๆ แต่ดีที่มือหนาคว้าเอวบางเกี่ยวไว้ได้ทันไม่เช่นนั้นได้กองไปนอนกับพื้นอย่างแน่นอน "ระวังหน่อยสิวะ ซุ่มซ่ามชะมัด!!" สายตาต่อว่าเมื่อเห็นว่าคนของตนมัวแต่เหม่อมองไปบนเวทีไม่สนใจแก้วเหล้าที่ตัวเองยื่นให้สักนิด "มึงจะสนใจเวทีหรือจะชงเหล้าให้กู ถ้าไม่ชงกูจะได้เรียกเด็กมา รำคาญ!!" น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิดไม่พอใจเมื่อลูกน้องคนสนิทไม่สนใจที่จะทำหน้าที่ เพราะมัวแต่มองตรงไปยังเวที ประเมินจากหางตาแล้วมีสาวสวยหลายโต๊ะออกอาการอ่อยมายังคนของเขาอยู่ไม่น้อย ยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด "ผมทำเอง ทำไมพี่เมฆต้องโกรธด้วยละครับ" ชินถามเจ้านายที่นั่งหน้าเครียดอย่างไม่เข้าใจ "ใครโกรธกูแค่รำคาญ!!" อีกฝ่ายลงเสียงหนักแต่ก็ยื่นแก้วให้อยู่ดี "แก้วของกูกับไอ้ริวด้วย ออนเดอะร็อคนะโว้ย" เบสกับริวก็ยื่นแก้วไปตรงหน้าชินเช่นกัน ก่อนสายตาคมดุจะเหลือบมองไม่พอใจ "อยากแดกก็ไปชงกินเองหรือไม่ก็เรียกเด็กในร้านมาชงให้" "กูอยากให้มือขวาคนสนิทหน้าตาดีอย่างไอ้ชินชงเหล้าให้กูบ้าง อยากรู้ว่ามันจะหวานเหมือนหน้าตามันหรือเปล่า มึงว่าเหมือนกูไหมไอ้เบส" ริวแซวเพื่อนสนิทที่หวงแม้กระทั่งลูกน้อง ก่อนจะหันไปขอความเห็นจากเบส "เอ่อ มึงจะหวงลูกน้องอะไรนักหนา กูขอใช้บริการแค่นี้ ทำไมมึงต้องดุด้วยวะ" เบสเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย "เอ่อ นั่นสิ กูก็อยากรู้" "นี่มันลูกน้องของกู พวกมึงจะแดกไหมเหล้าถ้าไม่แดกกูจะได้กลับ" เมฆเริ่มโมโหกระแทกแก้ววางบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง เขาไม่ชอบให้ใครมาใช้คนของเขา กับเพื่อนสนิทก็ไม่มีข้อยกเว้น มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะออกคำสั่งกับมันได้ "ส่วนมึง มีหน้าที่แค่เสิร์ฟเหล้ากูคนเดียว แล้วอย่าเสือกไปเสิร์ฟให้คนอื่นล่ะถ้ากูรู้ มึงเจ็บแน่" น้ำเสียงดุและสายตาขมขู่ลูกน้องคนสนิท ทำให้ชินและเพื่อนๆของเขาเงียบไปทันที ไม่รู้ว่าอีกคนกำลังโมโหอะไรดูหงุดหงิดไปเสียหมด "พวกพี่ทำให้ผมเดือดร้อนแล้วนะครับ" ชินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขบขันไม่ได้กลัวคำขู่ของเจ้านายเลยสักนิด "เออ...กูเรียกเด็กของร้านก็ได้วะ ทำไมมึงต้องหงุดหงิดด้วยเนี่ย" หลังจากนั่นเด็กสาวสวยหน้าตาดีสองคนก็มานั่งลงข้างๆเบสกับริวและบริการอย่างรู้หน้าที่ แต่สายตากลับชม้ายชายตามาให้คนร่างหนาเป็นระยะๆ แต่เมฆไม่สนใจ "เดี๋ยวหนูชงให้เฮียเองนะคะ" หญิงสาวสวยใส่เสื้อเกาะอกที่ปิดแทบไม่มิดกับกระโปรงสั้นรัดรูด เอื้อมมาจะหยิบแก้วเหล้าของเมฆไปชงเหล้ามาให้ ตั้งใจจะอ่อยเต็มที่เพราะก้มลงมาแต่ละทีแทบจะทะลักออกมานอกอก เมฆแค่เหลือบตามองผ่านๆก่อนจะเอ่ยเสียงห้วน "ไม่ต้อง!! แก้วนี้มีคนชงให้ฉันอยู่แล้ว เธอมีหน้าที่บริการเพื่อนของฉันก็ทำไปหรือจะไม่ทำแล้ว!!" "แหม่..เฮียหนูก็แค่อยากจะชงให้เฮีย บริการเฮียบ้างเผื่อเฮียชอบรสชาติของหนู" คำพูดสองแง่สามง่ามของเธอทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังต้องการอะไร ไม่ใช่แค่เขาที่เธอกำลังทอดสะพานให้แต่สายตาคู่สวยยังเหลือบขึ้นมองคนข้างหลังเขาอีกด้วย "ฉันจะกินเฉพาะคนที่ฉันเลือกเท่านั้น หวังว่าจะเข้าใจ" สายตาเย็นชาจ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยใบหน้านิ่งเรียบ ก่อนจะเอ่ยเรียกคนข้างหลัง " ไอ้ชิน มึงไปเลือกผู้หญิงให้กูได้แล้ว" "ได้ครับ" "แล้วมึงก็รออยู่หน้าห้องเลยไม่ต้องไปไหน เดี๋ยวกูตามไป" "ครับ" ชินก้าวยาวขึ้นไปหาเจ้าของร้านที่รออยู่ด้านบน เพื่อเลือกผู้หญิงคืนนี้ให้กับนายด้วยตัวเอง เพราะเขารู้ดีว่าเมฆชอบผู้หญิงแบบไหน และทุกครั้งก็เลือกก็ถูกใจอีกคนได้เป็นอย่างดี แต่ถึงแม้ชินจะเลือกใครให้ เมฆก็ไม่บ่นหรือว่าลูกน้อง เพราะเขามอบหมายหน้าที่นี้ให้แล้ว ถ้าชินว่าดี เขาก็ไม่เกี่ยง "ไอ้เชี้ยเมฆ ขนาดผู้หญิงที่มึงจะนอนด้วยเนี่ย มึงยังต้องให้มันเลือกให้อีกหรือไงวะ" "อืม" เมฆมองตามร่างสูงโปร่งที่เดินก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนด้วยท่าทางนิ่งเรียบ สายตาที่มองตามไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ แทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เขากับชินต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกัน จนเป็นภาพชินตาของใครต่อใครหลายคน ชินเป็นคนเรียนรู้เร็ว รู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จนกลายเป็นคนรู้ใจและทำให้เขาทุกอย่างโดยไม่ต้องบอกซ้ำ

บทที่ 2 ชิน

เมฆมองตามร่างสูงโปร่งที่เดินก้าวขึ้นบันไดไปชั้นบนด้วยท่าทางนิ่งเรียบ สายตาที่มองตามไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำ แทบจะยี่สิบสี่ชั่วโมงที่เขากับชินต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกัน จนเป็นภาพชินตาของใครต่อใครหลายคน ชินเป็นคนเรียนรู้เร็ว รู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร จนกลายเป็นคนรู้ใจและทำให้เขาทุกอย่างโดยไม่ต้องบอกซ้ำ เขายังจำเรื่องราวเหตุการณ์เมื่อสองก่อนได้เป็นอย่างดี @เหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน “แฮ่ก แฮ่ก!!!!” เสียงหอบหายใจจากความเหน็ดเหนื่อย หลังจากที่ชินวิ่งหนีแก๊งหนี้นอกระบบที่มาดักรอเวลาที่เขาเลิกงานยามดึกในคืนหนึ่ง ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะเดินออกมาจากบริเวณร้านด้วยซ้ำ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่คุ้นตายืนรออยู่ทางด้านหน้า ชายหนุ่มจึงเดินก้าวเท้ายาวแกมวิ่งหนีออกไปทางหลังร้านบริเวณที่จอดรถวีไอพีเพื่อหนีออกไปช่องทางด้านหลังที่เคยทำเป็นประจำ ไม่มีใครรู้เส้นทางหนีทีไล่นอกจากพนักงานในร้านเท่านั้น “อ๊ะ...ขอโทษครับ” “เดินยังไงของมึงไม่มีตาหรือไงวะ” เมฆชายหนุ่มร่างโตเจ้าของใบหน้าหล่อคมคายราวกับรูปปั้นกรีก สูงโดดเด่นเกินใคร เมฆอยู่ในชุดทำงานแต่ดึงชายเสื้อออกมาหลุดลุ่ยและพับแขนเสื้อไว้เพียงข้อศอก รูปร่างสมส่วนของเขาสะกดสายตาทุกคนได้เป็นอย่างดี ไม่เว้นแม้กระทั่งในตอนนี้ เขาดูหล่อเย็นชา และดูน่ากลัวมากสำหรับสายตาของชิน เมฆชักสีหน้าหงุดหงิดหลังจากที่เสร็จกามกิจกับสาวสวยที่เขาเลือกไว้ในคืนนี้ ชายหนุ่มกำลังจะเดินไปยังที่จอดรถส่วนตัว แต่ต้องชนเข้าอย่างจังกับร่างของใครคนหนึ่ง เด็กหนุ่มหน้าตาดีใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลา แต่งชุดฟอร์มของคลับวิ่งกระหืดกระหอบมาทางด้านหน้า ชนเข้ากับอกแกร่งของชายร่างโตที่กำลังจะเดินไปยังที่จอดรถส่วนตัวอย่างแรง จนคนที่ชนที่มีท่าทางรีบร้อนดูลุกลี้ลุกลนไม่ทันระวังตัวเซไปอย่างแรง แต่เจ้าของอกแกร่งคว้าเอวเอาไว้ได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะล้มลงไปเสียเอง ชายหนุ่มหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่ง ไม่ได้มองหน้าคู่กรณีด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่มองไปทางด้านหลังลักษณะท่าทางเหมือนกำลังหนีใครสักคน พอตั้งสติได้จึงเพียงแค่เอ่ยคำขอโทษแล้วจะผละไป เมฆมองคนในอ้อมแขนแข็งแรง ที่มีท่าทางร้อนรนเหมือนกำลังหนีเอาตัวรอดจากอะไรบางอย่าง ไม่รอให้เขาได้สันนิษฐานนาน เสียงร้องโหวกเหวกโวยของกลุ่มชายฉกรรจ์ พร้อมกับอาวุธครบมือ ชายหนุ่มมองอย่างขัดเคืองใจแค่วิ่งตามไล่ล่าคนเพียงคนเดียวต้องถึงกับมีอาวุธปืน ดูแล้วขัดตาเขาอยู่ไม่น้อย “เฮ้ย!! มันอยู่นั่น หยุดนะโว้ย” เสียงตะโกนร้องโหวกเหวกบอกพรรคพวกตน เมื่อเห็นร่างของคนที่พวกมันกำลังตามหา ทำให้ชินที่กำลังตกใจกลัวหันไปมองกลุ่มคนดังกล่าว รีบดิ้นออกจากวงแขนแข็งแรงของคนร่างโตทันที ชินรีบผลักอกแกร่งเพื่อหนีเอาชีวิตรอด แต่ทว่าเจ้าของร่างแกร่งกลับไม่ยอมปล่อยให้ไปโดยง่าย มือหนารั้งเอวบางของอีกฝ่ายไว้แน่น สายตาคมดุจ้องตาอีกฝ่ายราวต้องการสะกดให้อยู่นิ่งๆ “จะไปไหน ชนกูแล้วคิดจะหนีเหรอ” เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าสบตากับคนตัวโตเป็นครั้งแรกก่อนจะอุทานออกมาเสียงเบาราวกระซิบ “เฮียเมฆ!” น้ำเสียงและท่าทางตกใจของชิน ทำให้คนร่างโตยกยิ้มร้าย เด็กในเบลคลับไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเขา เมฆา หรือเรียกกันว่าเฮียเมฆ เพราะเขาเป็นผู้มีอิทธิพลและเป็นแขกวีไอพีของที่นี่ “เอ่อ...ผมขอโทษจริงๆครับเฮีย ปล่อยผมก่อนเถอะนะครับ” น้ำเสียงขอร้องแกมวิงวอนพร้อมกับสายตาคู่สวยที่จ้องมองมาทำให้หัวใจหนุ่มร่างโตกระตุกไปทันที “ทำไมกูต้องปล่อย แล้วนี่ไปขโมยอะไรของเขามาหรือเปล่าถึงได้ถูกตามล่าเป็นหมาจนตรอกแบบนี้” อีกฝ่ายดูเหมือนแกล้งถ่วงเวลาเขาไว้มากกว่า ชินทำหน้าไม่พอใจแกมตัดพ้อที่ทำให้เขาหนีพวกนั้นไม่ทัน “พวกมันมาแล้ว ปล่อยผมก่อนได้โปรด" ชินเอ่ยขอร้องแกมวิงวอน สายตาคู่สวยไหวระริก “มึงทำรองเท้ากูเลอะ” ชินชะงักมองเท้าตัวเองที่กำลังเหยียบอยู่บนรองเท้าหนังสีดำมันวาวราคาแพงลิบลิ่วที่เขาทำงานเป็นปีก็ยังซื้อไม่ได้ เขาไม่เคยมีของใช้ราคาแพงอยู่แล้ว แต่ที่รู้เพราะว่ามีลูกค้าวีไอพีไม่กี่คนที่จะใช้ของแพงมากมายขนาดนี้ได้ ซึ่งเขาเองก็ต้องเรียนรู้หาข้อมูลประดับความรู้ตนเองไว้บ้าง “ผมขอโทษ” เพราะมัวแต่พะวงเขาไม่ทันสังเกตว่าตัวเองกำลังเหยียบเท้าคนตรงหน้า “เช็ดให้กูก่อน” เมฆเอ่ยบอกเสียงนิ่งอย่างใจเย็นสายตามองกลุ่มคนที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ ชินเตรียมท่าจะดิ้นออกจากอ้อมแขนแข็งแรงเพื่อหนีไปจากตรงนี้ แต่ก็ถูกบีบรัดแขนไว้อย่างแรงไม่ยอมปล่อย จนเขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บ “นึกว่าจะหนีไปได้ไกลซะอีกไอ้ไก่อ่อน” เสียงหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างชายหนุ่มที่เขากำลังต้องการตัว ยืนอยู่ในอ้อมแขนของชายร่างโตที่ยืนหันหลังให้ แต่พออีกฝ่ายดันร่างอีกคนไว้ทางด้านหลังแล้วหันหน้ามา กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ต้องตกใจหยุดชะงักขาที่กำลังจะก้าวไปยังชินทันที “เออ เฮียเมฆ ปล่อยไอ้เด็กนั่นมาให้พวกผมเถอะนะครับ เจ้านายผมมีเรื่องต้องสะสางกับมัน มันไม่เกี่ยวกับเฮีย” คนที่ตัวโตที่สุดในกลุ่มเอ่ยออกมาด้วยท่าทีถ่อมตน แต่ลูกน้องทุกคนกับเตรียมอาวุธในมือพร้อมและกระจายตัวอ้อมพวกเขาไว้ “ไม่นะ...เฮียช่วยผมด้วย” ชินดึงปลายเสื้อของอีกฝ่ายที่หลุดลุ่ยไว้อย่างต้องการที่จะหลบภัยและให้เขาปกป้อง ร่างกายสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัวจนอีกคนรู้สึก ชินมองเขาอย่างขอร้องเมื่อคิดว่าตัวเองไม่พร้อมที่จะสู้รบปรบมือกับพวกคนเหล่านั้น เพราะเขาต้องดูแลตัวเองให้ปลอดภัยเพื่อจะได้ไปเฝ้าแม่ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล หากเป็นอะไรไปตอนนี้ใครกันที่จะเฝ้าแม่ของเขา ถึงแม้จะมีน้องสาวแต่เขาก็ไม่อยาก ให้เธอหยุดเรียนอีก เพราะถ้าหากรู้ว่าแม่อาการทรุดหนัก ซันไซน์น้องสาวคนเดียวก็จะต้องดื้อไม่ยอมฟังและจะมาอยู่เฝ้าผู้เป็นมารดาไม่ยอมไปเรียนอย่างแน่นอน “แล้วทำไมกูต้องทำตามคำขอของมึงด้วย” ชินเองก็ไม่รู้ว่าจะให้เหตุผลอีกฝ่ายอย่างไรเพราะไม่ได้รู้จักกันเป็นส่วนตัว อีกทั้งเขาต่างหากที่รู้จักเฮียเมฆเพียงฝ่ายเดียว ถึงแม้เขาจะทำงานในคลับและไม่ได้มีหน้าที่อยู่ต้อนรับในโซนวีไอพีก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เฮียเมฆมาที่คลับทุกคนในร้านโดยเฉพาะพวกสาวๆก็จะรู้และพากันแอบมองชม้ายชายตากันอยู่เสมอ ขนาดเขาเป็นผู้ชายด้วยกันยังแอบชื่นชมในความหล่อล่ำของคนตรงหน้าอยู่บ่อยๆ เมฆมองหน้าชายหนุ่มที่เพิ่งจะวิ่งชนเขา สลับกับกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้านับสิบนิ่งอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเหยียดยิ้มออกมาและหันไปบอกคนที่พูดกับเขาก่อนหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “กูยังต้องเคลียร์กับไอ้หน้าอ่อนนี่ก่อน” เมฆพูดอย่างใจเย็นสีหน้าไม่ได้เกรงกลัวฝั่งนั่นเลยสักนิด ก่อนจะหันมาทางคนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังด้วยสีหน้าเย็นชายะเยือกจนชินรู้สึกหวาดกลัว “ว่าไง” คนถามเลิกคิ้วคมเพียงเล็กน้อย แต่มันก็ดูน่ามองเสียจนชินต้องตะลึง “ห๊ะ” ชินทำหน้ายุ่งมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เขากลับบังคับให้ตนเองมาเช็ดรองเท้าให้ “ยืนงงอะไร กูบอกว่าให้มึงเช็ดรองเท้าให้กูก่อน แล้วให้สะอาดด้วยนะ” เสียงสั่งเข้มมีพลังเอ่ยบอกคนตรงหน้าสีหน้าแววตาดุดันน่ากลัว “ไม่!! ผมไม่เช็ด” ชินสะบัดเสียงออกไปอย่างไม่พอใจ ช่วยก็ไม่ช่วย แล้วจะมาบังคับเขาเช็ดรองเท้าต่อหน้าพวกมันอีก เขาไม่มีวันยอมเด็ดขาด “แน่ใจนะ” เสียงเข้มกดต่ำ ดวงตาเรียวดุสบตาเข้าไปในดวงตาคู่สวยของชินนิ่ง ราวกับจะแผดเผาร่างโปรงให้มอดไหม้เป็นจุน ท่าทางสีหน้าของเขาบ่งบอกว่าอันตรายมากแค่ไหน “ถ้าอย่างนั้นพวกมึงตามสบายเลย เพราะกูก็ไม่ได้อยากจะยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน” เมฆเอ่ยบอกพวกแก๊งเงินกู้นอกระบบด้วยสายตานิ่งเรียบ ก่อนจะหันมามองคนที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ทางด้านหลัง แล้วแกะมือบางที่เกาะชายเสื้อเขาไว้ให้หลุดออก เดินผละออกไปยังรถของตัวเองอย่างไม่คิดจะหันกลับมามองสักนิด เสียงสตาร์ทเครื่องยนต์คันหรูดังกระหึ่ม ทำให้หัวใจชินหล่นไปกองอยู่ที่เท้า ความหวังริบหรี่และมอดดับไปเมื่อรถยนต์คันหรูได้เคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ ชินมองตามร่างหนาที่ไม่แม้แต่จะหันกลับมา ชายหนุ่มเห็นท่าไม่ดีและคิดว่าไม่มีเหตุผลใดที่เมฆจะเข้ามาช่วยคนที่ไม่ได้รู้จักมักจี่ และไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะเพิ่มศัตรูทั้งที่ไม่เกี่ยวกับตน ชินจึงรีบวิ่งตรงออกไปทางด้านหลังเข้าไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต เส้นทางลัดมีเพียงพนักงานไม่กี่คนที่รู้ช่องทางหนีทีไล่ ชายหนุ่มลัดเลาะออกไปตามตรอกซอกตึก วิ่งหนีออกไปตามซอยโดยไม่สนทิศทางและไม่สนว่าจะไปโผล่ที่ใหน ขอแค่ให้รอดจากคืนนี้ไปให้ได้ก่อน “ตามมันไป และจับมันให้ได้” เสียงร้องบอกพรรคพวกก่อนจะวิ่งตามร่างโปร่งที่วิ่งหายไปในความมืด “เร็วเข้า!!!” เสียงเรียกอยู่ทางด้านหลังบ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ ชายหนุ่มจึงเร่งสปีดความเร็วของตัวเองเร่งฝีเท้าวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต แต่ไม่ว่าจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ ก็ไม่อาจหนีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่แยกย้ายกันตามไล่ล่าเขาได้ ในที่สุดชินก็ต้องจนมุมถูกรวบตัวจากทางด้านหลังจากชายกล้ามโตกำยำ “ปล่อยกู!!” ชายหนุ่มดิ้นขัดขืนอย่างสุดแรงเพื่อหนีออกจากการพันธนาการของพวกแก๊งเงินนอกระบบของเสี่ยโชค ในที่สุดเขาก็หนีพวกมันไม่พ้นจนได้ ชินเปลี่ยนงานมาไม่รู้กี่แห่ง ย้ายบ้านหนีไม่รู้กี่รอบ แต่ก็หนีพวกมันไม่ได้อยู่ดี ก่อนหน้านี้ชีวิตของเขาได้เข้ามาพัวพันกับแก๊งของเสี่ยโชค เพราะชินได้ไปขอกู้เงินนอกระบบเพื่อนำมารักษามารดาที่ป่วยเป็นมะเร็ง และค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งก็สูงลิบลิ่วลำพังแค่เขาคนเดียวที่รับผิดชอบทั้งแม่และน้อง ไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีกจิปาถะ ถึงระยะหลังเฮียเบลให้งานให้ทิปพิเศษหนักๆแต่เขาก็ไม่พอใช้จ่ายอยู่ดี เพราะต้องหาเงินมาใช้ดอกเบี้ยโหดของเสี่ยโชค ที่ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดสักที “กูทำอย่างที่มึงขอไม่ได้ มึงก็ยอมๆเสี่ยมันสิวะ หนี้ทั้งหมดเสี่ยเขาก็จะยกให้ มึงและแม่กับน้อง จะได้สบาย” ชายคนหนึ่งเอ่ยบอกด้วยความหวังดี เขามีหน้าที่ทำตามคำสั่งแต่นอกนั้นมันก็ขึ้นกับชิน “ฝันไปเถอะ...กูไม่มีวันทำเรื่องอัปยศอย่างว่าแน่” “ก็แค่มึงนอนอ้าขาให้เสี่ยมันทีสองที เพื่อรักษาชีวิตของมึงและครอบครัวก็ยอมไปสิวะ” “ถุย!!” ชินถุยน้ำลายพร้อมกับสีหน้าหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตัวเอง ต่อให้เขาตายเขาก็จะไม่ยอมทำตามความต้องการของเสี่ยโชคเด็ดขาด “ให้กูตายไปเสียยังจะดีกว่าให้กูไปนอนอ้าขาให้มันเอา” “เอาตัวมันไปให้เสี่ย” สิ้นเสียงคำสั่งของคนเป็นลูกพี่ ร่างของชินก็ถูกหิ้วปีกออกไปตามซอยเปลี่ยวที่อยู่ห่างจากถนนใหญ่ไม่กี่เมตร ชายหนุ่มไม่มีทางขัดขืนเพราะเขาแทบไม่มีเรี่ยวแรง กลางคืนเขาต้องทำงานและกลางวันต้องไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล แทบไม่ได้หลับได้นอนติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายวัน นี่เขากำลังมาถึงจุดตกต่ำของชีวิตแล้วจริงๆใช่ไหม!!!

บทที่ 3 ยื่นข้อเสนอ 1 2

แต่กว่าจะถูกลากตัวออกมาได้ก็โดนหมัดลูกน้องเสี่ยโชคไปหลายทีเพราะหนึ่งในนั้นคิดจะลวนลามเขา ชายหนุ่มพยามที่จะขัดขืนอีกทั้งยังถุยน้ำลายใส่หน้าไอ้คนร่างยักษ์ จึงโดนหมัดหนักๆต่อยเข้าที่ใบหน้าอยู่หลายที จนเลือดไหลซิบตรงมุมปาก ใบหน้าเขียวช้ำหลายแห่ง "ไอ้สัด!! เสี่ยรู้เดี๋ยวจะซวยกันทั้งหมด" คนเป็นลูกพี่ปรามหนึ่งในนั้น "พอหอมปากหอมคอ ไม่สึกหรอหรอกน่า" มือสากยังคงลวนลามจับตรงนั่นทีตรงนี้ทีพอให้ชื่นใจ สายตากระลิ้มกระเหลี่ยมันยิ่งทำให้ชินขยะแขยง "ถุย...ไอ้สัส!!" "ไอ้นี่เดี๋ยวเถอะมึง วอนตีนกูซะแล้ว" มือหนายกขึ้นเตรียมฟาดเข้าที่หน้าชินอีกครั้ง "หยุด!! หรือมึงอยากจะตายห่า เสี่ยยิ่งบอกว่าอย่าให้มันช้ำ" "เอ่อ เสี่ยเบื่อมันเมื่อไหร่กูนี่แหละจะฉุดมึงมาทำเมียไอ้หน้าอ่อน ผู้ชายอะไรทั้งหล่อทั้งขาวน่ากินไปหมด แม่ง" ชินทำตาขึงเครียดมองอย่างไม่ชอบใจคนที่พยายามลวนลาม ระหว่างทางเดินมือสกปรกยังคงลูบไล้ใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาอยู่บ่อยครั้งก่อนจะลูบลงมาตามเรียวปากแต่เจ้าตัวเม้มไว้แน่นอย่างรังเกียจสัมผัสหยาบโลนของมัน ทุกครั้งชายหนุ่มก็สะบัดหน้าหนีและดิ้นขัดขืนจึงทุลักทุเลพอสมควรกว่าจะลากมาถึงหน้าปากซอย "ไอ้เหม!!" เสียงเข้มดุของคนที่เป็นหัวหน้าร้องห้ามลูกน้องคนเดิมที่มันยังหื่นไม่เลิกเมื่อหิ้วชายหนุ่มมาถึงปากทางใกล้ถนนใหญ่ที่เป็นสถานที่นัดรับชินกับเสี่ยโชค แสงไฟสลัวๆที่ส่องสว่างบนถนนเส้นหลัก ทำให้มองเห็นเงาตะคุ่มๆของผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ยืนพิงรถหรูพ่นบุหรี่จ้องมองมายังกลุ่มชายฉกรรจ์อย่างใจเย็น "ปล่อยมัน" เสียงทุ้มต่ำเย็นยะเยือกดังมาจากเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนอัดบุหรี่ปล่อยควันฟุ้งกระจายด้วยอาการนิ่งสงบ สายตาคมไม่ได้สะทกสะท้านหรือมีท่าทีเกรงกลัวคนหมู่มากเลยสักนิดในยามที่จ้องสบตา เมฆยืนมองกลุ่มคนที่กำลังหิ้วปีกร่างไร้น้ำยาของไอ้หน้าอ่อนที่เขาคิดว่าน่าจะช่วยตัวเองได้บ้าง แต่กลับดูอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง หนำซ้ำยังปล่อยให้ไอ้พวกสถุลร่างโตลวนลามอยู่ได้ มันน่ารำคาญจริงเชียว อันทีจริงเขาไม่อยากจะยื่นมือเข้ามายุ่งด้วยซ้ำ แต่พอนึกถึงสายตาวิงวอน ดวงตาคมโตคู่สวยยามไหวระริกตัดพ้อ พร้อมกับร่างสั่นเทาของคนตรงหน้า มันทำเขาใจอ่อนวูบ จึงต้องหันหัวรถกลับมารอตรงปากซอย คิดไว้ว่าหากไอ้หนุ่มคนนี้มีดวงสมพงษ์กับเขาจริงก็คงได้มีโอกาสได้สงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กหน้าตาบ้องแบ๊วตาแป๋วคนหนึ่ง และมันก็จริงเมื่อเห็นว่าคนที่ขอร้องก่อนหน้านี้กำลังถูกลากออกมาพร้อมคนอีกนับสิบ ไอ้หน้าอ่อนที่มีใบหน้าหล่อเกลี้ยงเกลาน่ามองยามนี้มีร่องรอยฟกช้ำจนน่าขัดใจ ร่างสูงโปร่งชะงักไปนิดเมื่อเห็นเขายืนพิงรถหรูมองมา แต่สายตายามนี้มีแววตัดพ้อต่อว่า ฉายแสงอ่อนแรงจนน่าใจหายก่อนจะเมินหน้าหนีไปอีกทาง และไม่มองมาที่เขาอีก เมฆเห็นท่าท่างหยิ่งยโสนั้นแล้ว เขาแทบอยากจะหมุนตัวกลับขึ้นรถแล้วขับออกไป แต่ทว่า...ไม่รู้ทำไมขาเจ้ากรรมกลับไม่ขยับไปดั่งที่ใจคิด "ไหนเฮียบอกไม่ยุ่ง" "กูเปลี่ยนใจแล้ว" ชายหนุ่มยังคงจ้องมองใบหน้าหล่อที่ดูหมางเมินและไม่ยอมสบตา "ไม่คุ้มหรอกครับ เฮียจะมาลดตัวเรื่องของมันทำไม" "จะคุ้มหรือไม่ กูไม่จำเป็นต้องให้มึงมาวิจารณ์" เมฆทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้ปลายเท้าขยี้จนมอดดับไป ก่อนจะเงยใบหน้าคมคายขึ้นจ้องไปที่ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยโชค แววตาเยือกเย็นจ้องตาไม่กระพริบ "จะปล่อยมันได้หรือยัง ความอดทนกูมีไม่มากหรอกนะ" เสียงเข้มดุพร้อมดวงตาที่ฉายแสงวาวโรจน์จ้องไปยังคนที่เป็นลูกพี่ของพวกมัน สองขายาวก้าวเท้าเข้าไปยืนจับคางมนของชินให้หันหน้ามาสบตาเขา ทั้งคู่สบตากันนิ่งลึกอยู่นานก่อนที่ชินจะเมินหนีไปอีกครั้ง คนร่างโตได้แต่ถอนหายใจแรงๆ "เอาไงดีลูกพี่ นั่นเฮียเมฆเลยนะ" หนึ่งในนั้นรู้ดีว่าเขาเป็นใคร ท่าทางหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ที่จะไม่คุ้มก็ตรงที่พวกมันกำลังยืนต่อปากกับเขาอยู่นี่ต่างหากล่ะ "ปล่อยเด็กเฮียเมฆ" เสียงแหบห้าวดังมาจากผู้ชายร่างท้วมที่ลงจากรถคันหรูพร้อมลูกน้องอีกสามคน ทางด้านหลัง เมฆเพียงปรายตามองแล้วหันกลับมาสนใจคนตรงหน้าอีกครั้ง "ตะ แต่ว่า" "ผมขอโทษแทนลูกน้องด้วยนะครับเฮีย ไม่รู้จริงๆว่าไอ้ชินเป็นเด็กของเฮีย ถ้ารู้ผมจะไม่แตะต้องเลย" เสี่ยโชคขอโทษขอโพยพร้อมค่อมหัวอย่างให้เกียรติ "ยังอีก กูบอกว่าให้ปล่อย!!" ลูกน้องคนสนิทมองหน้าเสี่ยโชคทำท่าอึกอักก่อนจะปล่อยชินเป็นอิสระ พอถูกปล่อยร่างโปร่งก็แทบทรุดไปกองกับพื้น แต่เมฆคว้าไว้ได้ทัน มือหนาบีบต้นแขนอีกฝ่ายไว้เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่หันมามองตนเองเลยสักนิดทั้งที่ตนอุตส่าห์เสียเวลามาช่วยแทนที่จะขอบคุณแต่นี่กลับหยิ่งชะมัด "ยังไม่ขอโทษเฮียเมฆอีก" กลุ่มชายฉกรรจ์ต่างก็พากันขอโทษทั้งที่สีหน้าของพวกมันไม่ได้ต้องการทำอย่างที่ผู้เป็นนายบอกสักนิด โดยเฉพาะไอ้คนร่างยักษ์ที่มองชินอย่างหื่นกระหาย ซึ่งไม่พ้นสายตาคมกริบไปได้ "มันเป็นหนี้อยู่เท่าไหร่" เมฆเอ่ยถามคนร่างท้วม "ไม่เป็นไรครับเฮีย" "เท่าไหร่!!!" "หกแสนรวมดอกเบี้ยแล้ว" เมฆได้ยินจึงหันไปทางอีกคนที่เม้มปากจ้องมองเขานิ่ง "พรุ่งนี้มึงให้เด็กเข้าไปเอาที่สนามแข่ง แล้วถ้าพวกมึงยังมาวุ่นวายกับมันอีกคราวหน้าอย่าหาว่ากูไม่เตือน" "ครับ" เสี่ยโชครับคำ แต่ดวงตาจับจ้องที่ใบหน้าหล่อของเด็กหนุ่มที่เขาเฝ้าและตามเอามาเป็นของตัวเองอยู่หลายครั้งอย่างแสนเสียดาย แต่เขาฉลาดพอที่จะเลือกตัดใจดีกว่าชนกับผู้ชายอย่างคนชื่อเมฆ

อ่านต่อ