โซ่สายใยหวนใจรัก
บทที่ 1 ตอนที่1

เชียงใหม่ บ้านธีธารา 20.00 น. หลังจากที่ลูกแฝดทั้งสองวัยสองขวบนอนหลับแล้วณัฐนิชาก็ต้องแบกร่างของเธอมาทำงานต่อให้เสร็จเพราะเธอรับงานออกแบบภายในของบ้านให้กับเพื่อนสาวของเธอหลังจากที่หญิงสาวตั้งท้องได้เจ็ดเดือนเธอก็ต้องออกจากงานประจำมาเพื่อดูแลตัวเองและรับงานออกแบบฟรีแลนซ์อยู่กับบ้านแล้วส่งต่องานให้กับเพื่อนของเธอไปเสนอกับลูกค้าอีกทีหญิงสาวทำแบบนี้มาจนลูกทั้งสองของเธอโตจนสองขวบแล้ว หญิงสาวตัวเล็กผอมแห้งดวงตากลมโตใบหน้าจิ้มลิ้มผิวขาวเนียนนั่งอยู่หน้าจอคอมอย่างใจจดใจจ่อเพราะอยากให้งานชิ้นนี้เสร็จโดยเร็วเพราะเธอจะได้พาลูกๆของเธอไปเที่ยวทะเลตามที่อยากจะพาลูกแฝดของเธอไป “เด็กๆหลับแล้วหรอคะพี่นิชา” รินทร์ธาราพึ่งเลิกงานกลับมาบ้านเธอก็ถามหาเจ้าสองแสบหลานของเธอทันทีพร้อมสอดส่องสายตามองลอดเข้าไปในห้องนอนของพี่สาวเธอที่เปิดอยู่ “หลับไปเมื่อกี้นี้เอง...ดีแล้วพี่จะได้ทำงานให้เสร็จเร็วๆ..วันนี้ทำไมกลับช้าล่ะ” ณัฐนิชาละมือจากการทำงานพร้อมหันเก้าอี้มาหาน้องสาวของเธอพลางสงสัยเรื่องเวลาเลิกงานของน้องสาวเธอวันนี้เพราะปกติแล้วรินทร์ธารานั้นจะกลับมาทันเล่นกับใยไหมกับใบหม่อนก่อนนอนทุกครั้งแต่วันนี้เจ้าสองแสบหลับไปแล้วน้องสาวเธอพึ่งจะกลับมา “ก็เจ้าลัคกี้น่ะสิมันงอแงอีกแล้ว” รินทร์ธาราพูดถึงรถเก๋งคันเก่าที่เป็นมรดกตกทอดจากรุ่นพ่อแม่เธอที่ช่วงนี้มันช่างมีปัญหาบ่อยด้วยใบหน้าที่แอบเซ็งเล็กน้อย “อืม...มันก็เก่ามากแล้วก็คงตามสภาพ...” ณัฐนิชาเองก็นึกถึงสภาพรถของที่บ้านเธอใช้อยู่คันเดียวทุกวันนี้มันก็เก่ามากจริงๆเธอเองตอนนี้ก็ยังไม่กล้าที่จะหาคันใหม่มาเป็นภาระเพราะงานฟรีแลนซ์ของเธอมันก็ได้รายได้ที่ไม่แน่นอนเธอต้องสำรองเอาไว้ให้ลูกของเธออีกน้องสาวของเธอถึงจะทำงานเป็นเภสัชแต่เงินที่เป็นลูกจ้างตามร้านยามันก็ไม่ได้รายได้สูงอะไรมากมายนักแค่พอใช้ไปเดือนๆมีเก็บบ้างแค่นั้นเองยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเครียด “เฮ้อ!!!...เมื่อยจัง” ณัฐนิชาบิดขี้เกียจและถอนหายใจเบาๆพร้อมทิ้งตัวลงนอนบนฟูกผืนหนากว้างข้างๆลูกแฝดของเธอทั้งสองที่กำลังนอนหลับปุ๋ยขาก่ายเกยทับกันอยู่ กว่าเธอจะรีบปั่นงานให้เสร็จก็เป็นเวลาเกือบจะตีหนึ่งหญิงสาวนอนหันหน้ามาทางลูกทั้งสองของเธอพร้อมอมยิ้มเบาๆและลงยื่นหน้าไปหอมแก้มเจ้าแฝดชายหญิงตัวกมทั้งสองคนละทีแบบเบาๆและหลับตาลงอย่างสบายใจเธอนอนดึกตื่นเช้าแทบจะทุกครั้งที่ได้รับงานมาแต่ถึงเธอจะเหนื่อยแต่พอได้รู้ว่าทำเพื่อใครเธอก็ไม่เคยคิดจะปริปากบ่นเลยสักนิด เช้าวันต่อมา “คุณแม่ขา..” หนูน้อยใยไหมตื่นขึ้นมาก็รีบลุกขึ้นนั่งพร้อมก้มกระซิบที่ข้างๆหูคนเป็นแม่เพื่อปลุกให้ตื่นอย่างอารมณ์ดี “อืมม...ตื่นเช้าจังเลยล่ะคะ” ณัฐนิชารู้สึกตัวตื่นเพราได้ยินเสียงแหลมๆข้างๆหูของเธอหญิงสาวลืมตาตื่นผงกหัวขึ้นมาพร้อมรวบตัวลุกสาวตัวกลมของเธอไปกอดเล่นพลางมองไปที่ใบหม่อนลูกชายแฝดน้องของเธอที่นอนแผ่หลาเต็มที่นอนยังไม่ยอมตื่นง่ายๆพร้อมยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีสองพี่น้องถึงจะเป็นแฝดกันแต่นิสัยไม่ค่อยจะเหมือนกันเลยสักนิดดูจากการตื่นนอนก็ไม่เหมือนกันอย่างหนึ่งแล้ว “มาอาบน้ำกันก่อนเร็วค่ะเด็กๆ” หลังจากที่ณัฐนิชาให้ลูกๆของเธอทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วก็ปล่อยให้เด็กๆเล่นกันอยู่ครู่หนึ่งเธอก็มาเตรียมน้ำอาบให้หับลูกๆของเธอกะละมังอาบน้ำสีชมพูกับสีฟ้าวางตรงหน้าของเธอได้ถูกใส่น้ำไว้ประมาณครึ่งกะละมังเมื่อใช้มือวางลงไปที่น้ำตรวจดูว่าได้อุณภูมิที่เหมาะสมแล้วจึงเรียกเจ้าสองแสบที่เล่นกันอยู่ในห้องนั่งเล่นมาที่ห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเช้า “เย่!!../เล่นน้ำ” เมื่อได้ยินเสียงคนเป็นแม่เรียกให้มาอาบน้ำเด็กหญิงกับเด็กชายตัวกลมก็แข่งกันวิ่งตัวป้อมมาหาคนเป็นแม่เพราะชอบการเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ “ยกแขนขึ้นค่ะ” ณัฐนิชาถอดเสื้อผ้าให้ลูกทั้งสองของเธออย่างรวดเร็วเพราะเจ้าสองแสบมายืนเรียงคิวให้เธอถอดเสื้อผ้าอย่างรู้งานเมื่อคนเป็นพี่สาวอย่างใยไหมถอดเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแงก็ลงไปนั่งในกะละมังใหญ่สีชมพูของเธอทันทีเด็กหญิงนั่งแล้วขยับไม่ได้มากนักเพราตัวของเธอแทบจะเต็มกะละมังแต่ก็ยังชอบที่จะนั่งในนี้อยู่เพราะเล่นน้ำได้สะดวก ใบหม่อนคนเป็นน้องชายก็เช่นกันเมื่อถอดเสื้อผ้าเสร็จก็กระโดดลงกะละมังจนน้ำกระจายเต็มพื้นห้องน้ำไปหมดรวมถึงกระเด็นมาเปียกคนเป็นแม่ด้วยเป็นแบบนี้ปกติเป็นประจำทุกวัน “อร้ายย..คิๆๆ” ใยไหมผู้เป็นพี่พอเห็นน้องชายของเธอลงกะละมังเล่นน้ำก็ใช้มือตวัดน้ำใส่น้องชายของเธอที่อยู่ข้างๆอย่างอารมณ์ดี “...คุณแม่คร้าบบ...” ใบหม่อนน้องชายที่ดูจะเรียบร้อยกว่าพี่สาวนิดนึงเมื่อโดนแกล้งก็จะไม่โต้ตอบแต่หันหน้ามาทำตาละห้อยฟ้องคนเป็นแม่แทน “ไม่แกล้งกันนะคะ” ณัฐนิชาอดอมยิ้มในความน่ารักของลูกเธอทั้งสองๆไม่ได้แต่ก็ต้องกลั้นยิ้มไว้ทำเสียงแข็งพร้อมหันไปทางใยไหมลูกสาวจอมแก่นของเธอว่าห้ามแกล้งกัน

บทที่ 2 ตอนที่2

“.....” เมื่อคนเป็นแม่สั่งห้ามแกล้งเด็กหญิงก็พักมือลงแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงมีอยู่บนใบหน้าเธอเชื่อฟังคนเป็นแม่ว่าไม่ให้แกล้งน้องแต่เธอก็ยังอมยิ้มอยู่เพราะไม่ได้กลัวอาการทำเป็นดุของคนเป็นแม่เลยสักนิด “หยดนี้ของใบหม่อน...หยดนี้ของใยไหม...ทำยังไงต่อคะ” ณัฐนิชาหยิบฟองน้ำถูตัวของเด็กๆขึ้นมาพร้อมหยดน้ำยาอาบน้ำของเด็กไปที่ฟองน้ำแล้วส่งให้ลุกของเธอทั้งสองเมื่อลูกของเธอรับไปแล้วหญิงสาวก็ถามทั้งสองแสบว่าขั้นตอนต่อไปต้องทำอย่างไรต่อ “ถูแขน/กับถูขา” “ถูตัวด้วยนะคะ” ทั้งสองแสบตอบคนเป็นแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วเฉกเช่นนี้เป็นประจำทุกวันอีกคนตอบถูแขนอีกคนตอบถูขาแล้วเธอเองก็จะเป็นคนบอกว่าให้ถูตัวด้วยเธอสอนให้เด็กๆอาบน้ำขัดตัวเองอย่างนี้มาตั้งแต่ลูกของเธอได้ประมาณขวบครึ่งและลูกๆของเธอก็เชื่อฟังและทำตามได้อย่างดีเป็นที่ปลื้มใจของเธอมาก “นมได้แล้วค่ะ..ขวดนี้ของใครคะ” “หม่อนคร้าบ” “ขวดนี้ของใครเอ่ย” “ไหมค่า” “นอนดื่มนมแล้วห้ามซนนะคะเดี๋ยวคุณแม่ขอตัวอาบน้ำแปปเดียวค่ะ” หลังจากที่อาบน้ำให้เจ้าสองแสบเสร็จเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือพาเจ้าสองแสบมาดื่มนมแล้วก็ได้เวลาของเธอที่จะต้องจัดการตัวเองต่อก็คือการอาบน้ำเพราะหลังจากที่อาบน้ำให้เจ้าสองแสบเสร็จทีไรตัวของเธอก็จะเปียกชื้นอยู่ทุกทีไปด้วยความซนของซนของสองแสบนั่นเอง “สองแสบลูกหมูของน้าแป๋ม...มาให้น้าฟัดหน่อยเร็ว” “อิ..คริๆ..ฮ่าๆๆๆ” ช่วงบ่ายของวันณัฐนิชากำลังนั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับไอเดียตกแต่งบ้านต่างๆแบบเพลินๆโดยมีเจ้าสองแสบจอมป่วนวิ่งเล่นกันอยู่ใกล้เธอก็ต้องเงยหน้าขึ้นเบนความสนใจหนังสือไปสนใจเสียงแหลมๆของเพื่อนสาวเธอที่เข้ามาในบ้านอย่างหน้าชื่นตาบานพร้อมกอดรัดฟัดเหวี่ยงลูกๆของเธออย่างหมั่นเขี้ยวทำเอาเจ้าสองแสบหัวเราะกันคิกคัก “ฉันกำลังจะส่งเมลให้แกพอดี...จะมาทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะ” หลังจากที่เด็กๆหันไปสนใจกับขนมและของเล่นที่ป๋อมแป๋มซื้อมาให้ณัฐนิชาก็มีโอกาสได้นั่งคุยกับป๋อมแป๋มเธอกำลังจะส่งงานให้เพื่อนเธออยู่พอดีไม่คิดว่าเพื่อนสาวเอจะแวะมาหา “ฉันมาทำธุระแถวนี้พอดีก็เลยซื้อขนมกับของเล่นมาฝากเจ้าสองแสบซะหน่อย...ว่าแต่แกจะส่งเมลให้ฉันงานเสร็จแล้วหรอทำไมไวจังล่ะ” ป๋อมแป๋มเธอมาทำธุระใกล้ๆกับหมู่บ้านของณัฐนิชาเลยถือโอกาสมาหาหลานๆของเธอด้วยหญิงสาวแปลกใจนิดหน่อยที่ได้ยินเพื่อนเธอพูดว่าจะส่งงานให้เพราะครั้งนี้มันเสร็จไวกว่าทุกครั้ง “ฉันเร่งให้เสร็จเพื่อที่จะได้เงินจากแกเร็วๆไงฉันจะพาลูกไปเที่ยวทะเลอยากพาเด็กๆได้เปิดหูเปิดตาบ้าง” ญัฐนิชามองหน้าเพื่อนสาวที่กำลังทำหน้าสงสัยด้วยรอยยิ้มพร้อมบอกถึงเหตุผลที่ต้องเร่งให้งานเสร็จเร็ว “ฉันว่าจะคุยเรื่องนี้กับแกอยู่พอดีไหนๆก็มาแล้ว...พอดีว่าคนที่เค้าจ้างให้บริษัทฉันออกแบบที่แกพึ่งทำเสร็จเค้ามีบ้านอีกหลังที่ภูเก็ตน่าจะบนเกาะส่วนตัวของเค้าและเค้าก็อยากให้ทางเราไปเห็นงานด้วยตัวเองเลยจะออกค่าเดินทางกับที่พักให้เราไปดูงานเองแล้วงานนี้ฉันก็ว่าจะส่งให้แกทำเพราะน่าจะได้เงินก้อนที่มากกว่างานนี้หลายเท่าก็เลยจะมาบอกกแกให้เตรียมตัวไปกับฉันส่วนเด็กๆแกก็เอาไปด้วยถือว่าไปเที่ยวในตัว” ป๋อมแป๋มเห็นว่าเพื่อนเธออยากจะพาลูกๆไปเที่ยวทะเลพอดีก็นึกขึ้นได้ว่าได้คุยกับลูกค้าเอาไว้ว่าจะบินไปดูงานแล้วที่นั่นก็ติดทะเลเลยถือโอกาสนี้ให้เพื่อนของเธอได้ไปทำงานด้วยและพาหลานๆของเธอไปเที่ยวเสียทีเดียวเลยเพราะครั้งนี้ที่อยู่ที่กินแถมค่าเดินทางลูกค้าคนนี้เป็นคนออกให้หมดอีกต่างหาก “เอาลูกฉันไปด้วยเกรงใจลูกค้าแย่เลย” ณัฐนิชามีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัดใจจริงมันก็ดีถ้าเธอได้ทำงานไปด้วยและเที่ยวไปในตัวด้วยแต่เธอก็กลัวว่าลูกค้าจะมองไม่ดีว่าเอาลูกไปด้วยในขณะที่ไปทำงาน “ฉันว่าเค้าคงไม่ว่าอะไรหรอก...ฉันว่าลูกค้าเราคนนี้เค้าใจดีอยู่นะจากที่ฉันเคยคุยกับเค้าเมื่อสามปีก่อนและก็ติดต่อเรื่องงานกันเรื่อยมา” ป๋อมแป๋มรู้จักลูกค้าคนนี้ดีว่าเขานั้นมีนิสัยเป็นอย่างไรเพราะติดต่อกันมาหลายงานแล้วอีกอย่างเธอก็คิดว่าหลานๆของเธอคงจะดูแลไม่ยากเท่าไรเพราะเด็กทั้งสองถึงจะดูซนๆแต่ก็เชื่อฟังคำพูดของผู้ใหญ่ “เค้าเคยเป็นลูกค้าเก่าเราหรอแก” ณัฐนิชาก็พึ่งรู้วันนี้ว่าลูกค้าคนนี้เคยเป็นลูกค้าเก่าเพราะปกติเธอได้งานมาก็ไม่เคยถามถึงลูกค้าที่จ้างเท่าไรเมื่อทำเสร็จแล้วส่งกับรับเงินเท่านั้นเพราะงานทุกอย่างเธอส่งผ่านกับป๋อมแป๋มทั้งหมดไม่ได้ดิวกับลูกค้าโดยตรงเหมือนเมื่อก่อนที่ยังทำงานประจำ “ใช่สิ..ตอนนั้นไงที่แกยังเป็นพนักงานประจำกับฉันอยู่ที่เราออกแบบตกแต่งภายในบ้านจัดสรรค์ให้กับเค้าแต่แกน่าจะยังไม่เคยเจอเพราะตอนนั้นแกติดธุระเลยไม่ได้ดิวงานกับเค้าพร้อมฉัน...ลูกค้าเราคนนี้น่าจะชอบฝีมือของบริษัทเรามากนะลงทุนจ้างทีมซะไกลเลย”

บทที่ 3 ตอนที่3

ป๋อมแป๋มพักหน้าตอบเพื่อนเธอหญิงสาวรู้ว่าเพื่อนเธอน่าจะยังไม่เคยเจอลูกค้าคนนี้ถ้าจำไม่ผิดเพราะตอนนั้นที่เธอเจอกับลูกค้าคนนี้เมื่อสามปีที่แล้วตอนนั้นญัฐนิชาก็ติดธุระมาดิวงานพร้อมเธอไม่ได้เลยไม่ได้เจอกันป๋อมแป๋มแอบปลื้มลูกค้าคนนี้อยู่มากที่เขาอยู่ไกลแค่ไหนก็ยังมาจ้างบริษัทของเธอทำงานและพร้อมจ่ายไม่อั้นด้วย “อ๋อ...อืม..” เมื่อณัฐนิชาได้ยินเพื่อนของเธอพูดถึงเรื่องเมื่อสามปีก่อนเธอแทบจะสะอึกเพราะเธอไม่อยากจะคิดถึงมันอีกน่ะสิเพราะงานนั้นเองที่ทำให้เธอต้องเจอกับเรื่องที่มันไม่น่าเกิด “งั้นอีกสามวันเราจะไปที่นั่นกันแกก็เตรียมตัวด้วยล่ะส่วนเด็กๆเดี๋ยวฉันช่วยดูเอง” “แล้วเราไปกันกี่คน” “ก็มีฉันแกเด็กๆ...ไปไม่ต้องเยอะฉันว่าเราสองคนไปดูน่าจะโอเคแล้วค่อยกลับมาสั่งงานตามแบบที่อยากได้กับทีมอีกที” ป๋อมแป๋มอยู่คุยกับณัฐนิชาพักใหญ่เธอก็ต้องกลับเพราะมีธุระที่จะต้องไปติดต่ออีกหลายที่ ป๋อมแป๋มเป็นเพื่อนกับณัฐนิชาตั้งแต่เรียนสมัยมหาลัยเธอสองคนเรียนคณะเดียวกันเมื่อเรียนจบก็ยังทำงานที่เดียวกันอีกด้วยเพราะพ่อของป๋อมแป๋มเป็นเจ้าของบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในพอเรียนจบป๋อมแป๋มก็เลยเข้ามาช่วยงานของพ่อเธอที่บริษัทพร้อมทั้งชวนเธอไปทำงานด้วยชีวิตตอนนั้นของเธอกำลังไปได้ดีเรียนจบมีงานที่ดีทำแต่เรื่องคืนนั้นเมื่อสามปีก่อนทำให้เธอต้องออกจากงานประจำแต่ยังดีที่ป๋อมแป๋มยังเห็นใจและยื่นมือเข้าช่วยเธอโดยการป้อนงานให้เมื่อนึกถึงอดีตมันแล้วก็ทำให้เธอปวดหัวใจและที่อยู่และมีรอยยิ้มมาได้ทุกวันนี้ก็กำลังใจจากลูกๆของเธอและน้องสาวและเพื่อนที่ดีอย่างป๋อมแป๋ม ภูเก็ต คฤหาสน์เพตราพิทักษ์ 18.00 น. “ไงวันนี้ทำไมถึงกลับบ้านได้ห้ะตาเมฆ” ธำมรงค์ที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกับมัทนาคนเป็นภรรยาเมื่อเห็นลูกชายคนโตเดินเข้ามาก็อดแซวไม่ได้ว่าวันนี้ลูกชายมาหาถึงบ้านทั้งที่ร้อยวันพันปีต้องโทรตามแทบตายกว่าจะกลับมา “ก็ผมก็ต้องรีบกลับมาตามคำสั่งของคุณแม่ไงครับที่ให้ผมจ้างทีมตกแต่งบ้านที่เกาะเพตรา” “ก็ผมก็ต้องรีบกลับมาตามคำสั่งของคุณแม่ไงครับที่ให้ผมจ้างทีมตกแต่งบ้านที่เกาะเพตรา” เมฆานั่งลงที่เก้าอี้ของโต๊ะอาหารตรงข้างกับคุณพ่อและคุณแม่ของเขาชายหนุ่มต้องรีบสะสางงานที่กรุงเทพเพื่อกลับมาดูสถานที่ก่อนที่ทีมออกแบบตกแต่งจะมาดูบ้านที่เกาะเพตราตามคำสั่งของคนเป็นแม่ว่าให้เขานั้นกลับมาดูแลเรื่องการตกแต่งบ้านหลังใหญ่บนเกาะส่วนตัวที่พ่อของเขาสัมปทานเอาไว้ “จริงสิแล้วได้คนรับออกแบบแล้วหรอ” มัทนาวางช้อนส้อมในมือลงพร้อมหันมาถามคนเป็นลูกชายเธอลืมไปเสียสนิทว่าเธอเป็นคนให้ลูกชายของเธอหาทีมตกแต่งแต่ไม่คิดว่าลูกชายของเธอจะหาได้ไวขนาดนี้ “ครับอีกประมาณสามวันเดี๋ยวพวกเค้าจะเดินทางมา” เมฆายกแก้วน้ำเย็นที่แม่บ้านพึ่งวางให้เขาขึ้นมาดื่มพร้อมบอกกับคนเป็นแม่ว่าทีมงานจะมาในอีกสามวัน “แล้วจ้างบริษัทไหนล่ะ” มัทนาอยากจะรู้ว่าลูกชายของเธอจ้างบริษัทไหนมาทำงานนี้เพราะถ้าเป็นชื่อที่เธอคุ้นหูเธอจะได้เชื่อใจได้หน่อยว่างานมันจะออกมาดี “ก็เจ้าเดิมที่ออกแบบให้กับบ้านจัดสรรของเราไงครับ” เมฆาตอบคนเป็นแม่ให้หายกังวลใจว่าเขานั้นจ้างบริษัทเดิมที่ร่วมงานกันประจำให้มาออกแบบ “อ๋อ...ฝีมือคนออกแบบเค้าดีมากเลยนะแม่ชอบ” มัทนาพยักหน้าพร้อมฉีกยิ้มที่ได้ทีมงานที่เธอเคยเห็นฝีมือมานักต่อนักแต่ก็ไม่เคยเห็นคนออกแบบเสียทีถึงจะไม่เคยเห็นเธอก็อดชมไม่ได้ว่าคนออกแบบนั้นฝีมือดีมากจริงๆ “แกเตรียมดิวงานกับทีมนี้ต่อได้เลยตาเมฆพ่อเชื่อว่าแม่แกคงอยากให้แต่งบ้านอีกหลัง” ธำมรงค์อดที่จะพูดถึงบ้านหลังใหม่ที่ภรรยาเขาเตรียมใว้ให้ลูกชายคนเล็กอีกหลังไม่ได้เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าภรรยาของเขาจะสร้างบ้านทำไมไว้หลายๆหลัง “นี่คุณแม่แอบสร้างบ้านอีกหลังแล้วหรอครับ” เมฆาถึงกับต้องถามคนเป็นแม่อยากสงสัยว่าแม่ของเขานั้นจะสร้างบ้านหลายๆหลังไปเพื่ออะไรทั้งที่ก็อยู่แต่ที่นี่เป็นประจำ “แหม...ก็ที่เกาะเพตราเอาไว้ให้ลูกไงตาเมฆส่วนอีกหลังก็เอาไว้ให้น้องเป็นเรือนหอของพวกลูกๆไง” ที่มัทนาสร้างบ้านเอาไว้ให้ลูกชายของเธอทั้งสองก็เพื่ออยากจะให้ลูกชายทั้งสองของเธอได้รู้ตัวว่าอายุป่านนี้แล้วก็ควรที่จะมีครอบครัวได้แล้วเพราะเธอนั้นอุตส่าห์เตรียมเรือนหอเอาไว้ให้ “อะไรนะครับ...นี่ถ้าผมรู้ว่าคุณแม่สร้างบ้านที่เกาะเพตราซะใหญ่โตไว้เป็นเรือนหอผม..ผมคงจะขัดคุณแม่ไปตั้งแต่แรกนี่เสร็จแล้วพึ่งจะมาบอก” เมฆาก็พึ่งรู้จุดประสงค์ในการสร้างบ้านบนเกาะก็วันนี้นี่เองถ้าเขารู้คราแรกก็คงจะขัดไปแล้วเพราะเขานั้นยังไม่คิดถึงเรื่องที่จะมีครอบครัวเลยสักนิด

อ่านต่อ