วิมานมาร
บทที่ 1 ตอนที่ 1

“ระยำ!” หนังสือพิมพ์ในมือหนาสีแทนถูกขยำและปาทิ้งลงกับพื้นที่ถูกปูด้วยพรมหนาสีเขียวเทอร์ควอยซ์เต็มแรง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเรืองรองไปด้วยเปลวไฟแห่งความเดือดดาล ขณะที่เจ้าของเรือนกายสูงสง่าสมบูรณ์แบบก้าวเท้ามาหยุดตรงหน้าของคู่สนทนา จากนั้นน้ำเสียงห้าวกระด้างก็เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีสดบางเฉียบแผ่วเบา “ผมไม่เชื่อหรอกว่าจู่ๆ ลอเร้นโซโทริโอ้ จะฆ่าตัวตายหลังจากรับปากจะช่วยพวกเรารื้อคดีเก่าเมื่อยี่สิบสองปีขึ้นมาทำใหม่น่ะ” อันโตนิโอเอ่ยถึงนายตำรวจวัยเกษียณที่เคยรับหน้าที่เป็นผู้ดูแลคดีของบิดาและมารดาของเขาเมื่อยี่สิบสองปีก่อน เขากับ เวเวอร์ลี่เดินทางไปพบท่าน และขอร้องให้ท่านใช้เส้นสายที่ยังพอมีอยู่รื้อคดีเก่าขึ้นมาทำใหม่อีกครั้งเพื่อเอาตัวคนผิดที่แท้จริงไปลงโทษ แต่สุดท้ายก็ไม่คิดเลยว่าแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่เขากับเวเวอร์ลี่เดินออกมา ลอเร้นโซ โทริโอ้จะกลายเป็นศพคาบ้านพักของตัวเองไปเสียแล้ว ทุกอย่างมันมีเงื่อนงำ ไม่มีทางที่ชายแก่อดีตตำรวจอย่างลอเร้นโซจะฆ่าตัวตายเองอย่างแน่นอน แต่เขาเชื่อว่าชายชราถูกฆาตกรรมต่างหาก “ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกันค่ะคุณอันโตนิโอ มันต้องเป็นฝีมือของไอ้สารเลวเปาโลแน่นอน” เวเวอร์ลี่ เดเมอริตกัดฟันแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “มันหูตาเป็นสับปะรด มันรู้ทุกอย่างที่พวกเราทำ” หญิงสาวยังคงเค้นเสียงออกมาด้วยความเจ็บแค้นเช่นเดิม อันโตนิโอเดินกลับไปทรุดตัวนั่งหลังโต๊ะทำงานไม้ของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าคู่สนทนาและพูดออกมาอีกครั้ง “ครั้งนี้เราพลาดเองที่ไม่ทันระวังตัว ดังนั้นครั้งต่อไปหากพวกเราจะทำอะไร จะต้องระวังตัวให้มากขึ้น ไอ้แก่นรกนั่นมันมีทั้งเงินมีทั้งอำนาจ คนที่พร้อมจะร่วมงานกับมันเพื่อเงินมีอยู่มากมาย และแน่นอนว่าสิ่งที่พวกเรากำลังร่วมมือกันทำมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสักนิด” “ฉันรู้ค่ะ และสัญญาว่าครั้งต่อไปฉันจะระวังตัวให้มากขึ้นกว่านี้” อันโตนิโอผ่อนลมหายใจออกมาจากริมฝีปากหยักสวยตัวเองเบาๆ หลังจากสะกดกลั้นความเดือดดาลที่แล่นพล่านอยู่ภายในอกให้เยือกเย็นลงได้ชั่วคราว “เชื่อผมเถอะว่าวันพระไม่ได้มีครั้งเดียว หากเราไม่ประมาทครั้งหน้าเราจะไม่พลาดแบบนี้อีก” “ค่ะ คุณอันโตนิโอ” ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความผิดหวังมากมายนัก “คุณกลับไปเถอะ แล้วอย่าให้ใครรู้ล่ะว่าเราร่วมมือกัน แม้แต่คู่รักของคุณ” คำพูดของอันโตนิโอทำให้สีหน้าและแววตาของเวเวอร์ลี่หม่นหมองลงไปถนัดตา แม้หญิงสาวจะพยายามซ่อนมันเอาไว้แค่ไหนก็ตาม นาธาน โบซิลวา ลูกชายของนายอแมนโด โบซิลวา สมาชิกพรรคการเมืองเดียวกับเปาโล ปาเชโก้ ซึ่งทั้งสองยังเป็นเพื่อนสนิทกันอีกต่างหาก หล่อนยังจำได้ว่าตอนที่ก้าวเข้าไปหานาธานนั้นในหัวของหล่อนเต็มไปด้วยแผนการมากมาย หล่อนต้องการใช้เขาเป็นเครื่องมือ ต้องการล่อหลอกและล้วงทุกความลับจากผู้ชายคนนี้ แต่หล่อนก็ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะตกหลุมรักเหยื่อของตัวเองแบบนี้ รักทั้งๆ ที่รู้ดีว่าไม่มีทางสมหวังได้ “คุณอันโตนิโอก็รู้นี่คะว่านาธานก็เป็นเพียงแค่หมากในเกมแก้แค้นของเราเท่านั้น” ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่จ้องมองมายังหล่อนนั้นทำให้เวเวอร์ลี่รู้ดีว่าอันโตนิโอรู้ทันทุกความคิดในหัวของหล่อนลึกซึ้งแค่ไหน “ใช่ค่ะ... ฉันหลงรักเขา แต่คุณอันโตนิโอเชื่อเถอะค่ะว่าฉันไม่มีทางยอมให้ความรักมามีอิทธิพลอยู่เหนือความแค้นได้หรอกค่ะ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นให้พ่อของตัวเอง แก้แค้นแทนครอบครัวของฉัน และไอ้สารเลวเปาโลมันจะต้องได้รับกรรมอย่างสาสม” ความคลั่งแค้นในน้ำเสียงและดวงตากลมโตสีเขียวจัดของ เวเวอร์ลี่ทำให้อันโตนิโอระบายยิ้มน้อยๆ ออกมา ผู้หญิงคนนี้ใจเด็ดมากทีเดียวที่ยอมเชือดเนื้อหัวใจของตัวเองทิ้งเพื่อความแค้นในอดีต “คุณหยุดรักผู้ชายคนนี้ได้หรือเวเวอร์ลี่” คนถูกถามยิ้มเศร้าๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความทุกข์ระบมที่ไม่สามารถปกปิดเอาไว้ได้อีก “ฉันหยุดรักนาธานไม่ได้หรอกค่ะ ก็เหมือนกับที่คุณอันโตนิโอหยุดรักคุณมาร์กี้ไม่ได้ยังไงละคะ แต่พวกเราก็ต้องเลือกสิ่งที่ถูกต้อง นั่นก็คือการเอาคนเลวมาลงโทษให้ได้” ชื่อของมาร์กาเร็ตทำให้หัวใจของอันโตนิโอเต้นแรงขึ้น ใช่... เขาเองก็ไม่สามารถหยุดรักมาร์กาเร็ตได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าไม่ควรจะรักเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็เลือกที่จะปฏิเสธมันออกมา “ผมไม่ได้รักเด็กคนนั้น และคุณก็หยุดพูดชื่อของหล่อนให้ผมฟังได้แล้ว” “ค่ะ คุณอันโตนิโอ งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ” “ไปเถอะ ส่วนแผนการต่อไปของเราจะเริ่มต้นขึ้นในอาทิตย์หน้า และหวังว่าคุณจะพร้อมสำหรับแผนการนี้” น้ำเสียงกระด้างและเต็มไปด้วยความความคลั่งแค้นของอันโตนิโอทำให้เวเวอร์ลี่ต้องรีบรับคำออกไป “ฉันพร้อมที่จะทำทุกอย่าง หากสิ่งที่ทำลงไปมันสามารถทำให้ไอ้สารเลวเปาโลกระอักออกมาเป็นเลือดได้ค่ะ” คนฟังเหยียดยิ้มหยัน “คุณได้เห็นมันกระอักเลือดแน่ ในไม่ช้า...” เวเวอร์ลี่ระบายยิ้มสะใจออกมา ก่อนจะขอตัวกลับออกไป เสียงประตูห้องถูกปิดอย่างนุ่มนวลดังขึ้นแผ่วเบา และนั่นก็ทำให้คนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ต้องทอดถอนใจออกมา หัวใจกำลังเจ็บปวด แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้วหากต้องการชำระแค้นให้กับครอบครัว “พี่ขอโทษนะมาร์กี้” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มไหววูบ หัวใจเจ็บแปลบเหมือนถูกบีบขยำด้วยอุ้งมือของปีศาจร้าย “พี่ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว พี่จำเป็นต้องทำร้ายจิตใจเธอ...” ชายหนุ่มถอนใจออกมาแรงๆ อีกครั้ง พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะก้มหน้าก้มตาทำงานตรงหน้า แต่สมองไม่รักดีมันก็เอาแต่นึกถึงมาร์กาเร็ตอยู่ทุกลมหายใจ เขาคิดถึงหล่อน อยากกอดหล่อน อยากหอมแก้มหล่อน ทว่าก็ทำอย่างที่คิดไม่ได้ เพราะหากทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเขาติดบ่วงของไอ้สารเลวเปาโลซ้ำอีกครั้ง มือหนาสีแทนกำแน่นและทุบลงกับโต๊ะตรงหน้าเต็มแรง ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลลุกโชนไปด้วยเปลวไฟ เขาจะไม่ใจอ่อนอีกแล้ว ไม่ว่าไอ้สารเลวนั่นจะใช้ไม้ไหนกับเขาก็ตาม ชายหนุ่มสาบานกับตัวเองและกัดฟันก้มหน้าจัดการกับเอกสารบนโต๊ะ แต่ทำไปได้ไม่เท่าไหร่ประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดผั๊วะเข้ามาเสียก่อน พร้อมๆ กับร่างอรชรของผู้หญิงคนที่เขาคิดถึงจนหมดหัวใจ “มาร์กี้...” สาวน้อยวัยเพียงแค่ 17 ปีแต่เนื้อตัวนั้นกลับสาวสะพรั่งราวกับสาวอายุสักยี่สิบเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเขา ด้วยใบหน้าและท่าทางที่เต็มไปด้วยการวิงวอน “พี่ชาย...” “ผมพยายามห้ามแล้วครับ แต่คุณมาร์กี้เธอ...” เลขาฯ หนุ่มหน้าห้องของเขาที่วิ่งตามหลังมาร์กาเร็ตเข้ามาติดๆ ละล่ำละลักตอบด้วยความหวาดกลัว แต่อันโตนิโนยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้หยุดพูด “ออกไปได้แล้วริชาร์ด” “ครับ ท่านประธาน”

บทที่ 2 ตอนที่ 2

ริชาร์ดรับคำและเดินออกไปแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่หล่อนกับอันโตนิโอแค่สองคนเท่านั้นภายในห้องทำงานอันแสนโอ่อ่าแห่งนี้ “พี่ชาย... ทำไมไม่กลับไปหาเค้าเลย รู้ไหมว่าคิดถึงแค่ไหน” ไม่พูดเปล่าแต่มาร์กาเร็ตเดินอ้อมโต๊ะทำงานของชายหนุ่มมาหยุดข้างๆ เขา จากนั้นก็ใช้สะโพกผายของตัวเองชนกับต้นแขนกำยำอย่างจงใจยั่วยวน “เค้ารอพี่ชายทุกคืนเลยนะ” คนถูกยั่วกัดฟันแน่น พยายามข่มทุกความร้อนผ่าวที่เกิดขึ้นในร่างกายเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ดูเหมือนว่ามันจะทำได้ยากเสียเหลือเกิน เมื่อแม่สาวน้อยคนสวยก้มหน้าต่ำลงมาหา ปากสีเชอร์รี่สุกของหล่อนอิ่มเต็มและน่าขยี้เสียเหลือเกิน ดวงตาของหล่อนก็เต็มไปด้วยความรักเทิดทูนที่มีต่อเขาอย่างท่วมท้น อันโตนิโอขบกรามจนขึ้นสัน มือหนากำเป็นหมัด ใจหนึ่งก็อยากจะจูบปากอิ่มนั้นสักครั้ง แต่ความแค้นที่สุมอยู่ในอกมานานถึงยี่สิบสองปีก็มีอำนาจเหนือกว่า เขาผลักร่างอรชรออกจากตัวเต็มแรง จากนั้นก็ลุกขึ้นและก้าวไปหยุดกลางห้อง “ไม่ได้เจอกันแค่สองอาทิตย์ ร่านขึ้นเยอะนะมาร์กี้” คนที่ถูกผลักจนล้มไปกองกับพื้น หน้าซีดเผือด แทบไม่เชื่อหูนักว่าสิ่งที่ได้ยินมันออกมาจากปากของผู้ชายที่หล่อนแสนจะเทิดทูน “พี่ชาย... ทำไมพูดกับเค้าแบบนี้ล่ะ” พอพยุงตัวลุกขึ้นได้ก็เดินมาหยุดตรงหน้าเขาทันที มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด หล่อนอุตส่าห์มา อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาเขาถึงที่นี่ ก็เพราะความคิดถึง ความรักมากมายที่มีต่อเขา แต่ทำไม... ทำไมอันโตนิโอจะต้องแสดงท่าทางรังเกียจใส่หล่อนแบบนี้ด้วย นี่ความรักของหล่อนไม่สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้เลยหรือไงกัน “เค้ารักพี่ชายนะ” “หุบปากซะทีเถอะ! บอกไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าฉันไม่มีวันรักเธอ ฉันเกลียดเธอได้ยินไหม” คนฟังน้ำตาร่วงกราว หัวใจเหมือนถูกเฉือนด้วยมีดคมๆ จนเป็นแผลเหวอะหวะ “ไม่จริงหรอก พี่ชายแค่โกรธเท่านั้น พี่ชายไม่มีทางเกลียดเค้า ไม่มีทาง...” อันโตนิโอขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก กลิ่นสาปสาวที่โชยฟุ้งออกมาจากเรือนกายของมาร์กาเร็ตมีผลรุนแรงต่อกายหนุ่มยิ่งนัก แต่มันก็หาได้มากพอจะละลายความแค้นในใจลงไปได้ไม่ เพราะความแค้นของเขามันยังคุกรุ่นอย่างรุนแรงเช่นเดิม ไม่สิ... มันมากกว่าเดิมเสียอีก เมื่อคิดว่าที่มาร์กาเร็ตมาหาเขาในวันนี้เป็นเพราะทำตามคำสั่งของไอ้สารเลวเปาโล ปาเชโก้ “ฉันเกลียดเธอ ชัดไหม มาร์กาเร็ต” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่นที่ข้างหูทำให้มาร์กาเร็ตถึงกับเซแทบล้ม น้ำตาร่วงกราวเต็มดวงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ็บจนหัวใจแทบขาดออกเป็นเสี่ยงๆ “พี่ชาย...” คนถูกเรียกแสยะยิ้มหยัน ดวงตาไร้ความเป็นมิตรสิ้นเชิง “และก็เลิกเรียกฉันว่าพี่ชายได้แล้ว เพราะฉันไม่มีวันเป็นพี่ชายของเธอ” “พี่ชายไม่รักเค้า...” ถามออกไปและภาวนาให้เขาตอบว่าไม่ใช่ แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่หล่อนหวังมันก็เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้น “ใช่ ฉันไม่เคยรักเธอ” คำตอบของเขายิ่งทำให้หัวใจของหล่อนทุกข์ทรมาน “แล้วเมื่อก่อน... พี่ชายทำดีกับเค้าทำไม ทำให้เค้าคิดว่าพี่ชายรักเค้าทำไม” แม้หัวใจจะสะท้านสะเทือนกับความเจ็บปวดของสตรีตรงหน้า แต่อันโตนิโอก็พยายามซ่อนมันเอาไว้จนลึกสุดใจ “เธอมันก็แค่เหยื่อของฉันมาร์กี้ เหยื่อที่ฉันตั้งใจจะใช้เป็นแส้ฟาดดวงใจพ่อของเธอยังไงล่ะ แต่มันผิดพลาดไปหน่อย ที่พ่อของเธอไม่ใช่คนที่รักลูกสาวมากกว่าตัวเอง” “ไม่จริง...” “ทุกอย่างที่ฉันพูดมันคือเรื่องจริงมาร์กาเร็ต... และถ้าเธอไม่อยากย่อยยับเพราะน้ำมือของฉันล่ะก็ อยู่ให้ห่างฉันซะ ห่างมากเท่าไหร่ยิ่งดี” นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของอันโตนิโอน่ากลัวเหลือเกิน คนมองตัวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง “แต่เค้ารักพี่ชายนะ รักมาก...” “นั่นมันเรื่องของเธอ ฉันไม่สนใจ ออกไปซะ อย่าให้ฉันต้องโยนเธอออกไป” คนตัวโตถอยหลังและทำท่าจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองอีกครั้ง แต่มาร์กาเร็ตไม่ยอมให้เขาได้ห่างออกไปได้ง่ายๆ หล่อนโผเข้ากอดเขาแน่น จากนั้นก็เขย่งปลายเท้าขึ้นพยายามจูบริมฝีปากหยักสวยของเขาแต่ชายหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบเสียก่อน “ทำบ้าอะไรของเธอมาร์กี้” “เค้ารักพี่ชาย...” วูบหนึ่งก็อยากจะกอดปลอบขวัญนัก แต่เมื่อความแค้นครอบงำอันโตนิโอก็เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับหัวใจของตัวเอง นั่นก็คือการผลักหญิงสาวออกจากตัวอย่างไม่ปรานีร่างอรชรหมุนเคว้งลงไปกองกับพื้นห้อง “เค้าเจ็บนะ” หญิงสาวตัดพ้อทั้งน้ำตาท่วมดวงหน้า แต่คนตัวโตหาได้สนใจเลยสักนิด “เธอจะเจ็บกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่าถ้าไม่เลิกยุ่งกับฉัน ไปซะ ไปสิ!” คำพูดเลือดเย็นจบลงพร้อมๆ กับร่างสูงสง่าที่หมุนตัวหันหลังให้ มาร์กาเร็ตมองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายที่ตัวเองรักหมดหัวใจผ่านม่านน้ำตาหนาหนักของตัวเอง มองเขาราวกับจะเก็บเขาเอาไว้ในความทรงจำไปชั่วนิรันดร์ “ไม่ว่าพี่ชายจะร้ายกาจกับเค้าแค่ไหน แต่เค้าก็หยุดรักพี่ชายไม่ได้หรอกนะ ไม่มีทางทำได้หรอก” แล้วหล่อนก็กัดฟันพยุงกายลุกขึ้น จากนั้นก็วิ่งออกไปจากห้องทันที อันโตนิโอหันกลับมาอีกครั้งเมื่อเสียงปิดประตูดังขึ้น เสียงลมหายใจที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า “พี่จำเป็นต้องทำร้ายเธอ มาร์กี้ ต้องทำ... ทั้งๆ ที่รักเธอเหลือเกิน” ร่างสูงใหญ่ที่ทั้งร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามสั่นสะท้าน ความทุกข์ทรมานที่เกิดจากความขัดแย้งในหัวใจเป็นเหมือนกับมีดแหลมที่คอยทิ่มแทงเนื้อหัวใจในทุกๆ วินาที เขาเจ็บ เขาทรมานแทบจะขาดใจ อยากกอด อยากจูบ อยากทำทุกอย่างกับมาร์กาเร็ตตามที่หัวใจต้องการ แต่ก็ทำไม่ได้ เมื่อความแค้นมันค้ำคออยู่แบบนี้ ความแค้นของพ่อแม่ ความแค้นที่ยิ่งใหญ่และไม่มีทางลบลืมมันลงได้ อันโตนิโอเดินไปเกาะขอบหน้าต่างและจ้องมองผืนฟ้าสีครามตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหม่นหมอง “พ่อครับ แม่ครับ ถึงผมจะต้องเจ็บสักแค่ไหน แต่ผมก็จะไม่มีวันยอมปล่อยให้ไอ้คนสารเลวมันลอยนวลต่อไปอีกนานหรอกครับ ผมจะทำทุกทางเพื่อลากให้มันมารับโทษ ผมสัญญาครับ” ชายหนุ่มให้คำมั่นสัญญากับตัวเอง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเรืองรองไปด้วยไฟแค้นมากมายนัก

บทที่ 3 ตอนที่ 3

มาร์กาเร็ตซมซานกลับมายังบ้านของตัวเองด้วยสภาพที่มีน้ำตาท่วมท้นใบหน้า วิเวียนผู้เป็นมารดาเห็นสภาพของบุตรสาวแล้วก็ปวดใจยิ่งนัก “มาร์กี้... ลูกเป็นอะไรไปน่ะ” ผู้เป็นมารดาวิ่งเข้ามาประคองให้ร่างสั่นสะท้านด้วยแรงสะอื้นของลูกสาวทรุดนั่งลงกับโซฟาภายในห้องโถงกว้าง ก่อนที่ตัวเองจะโอบกอดเอาไว้แน่นอย่างต้องการปลอบใจ “คุณแม่ขา... พี่ชาย...พี่ชายไม่รักมาร์กี้แล้ว พี่ชายบอกว่าเกลียดมาร์กี้...” หัวอกของคนเป็นแม่แทบจะสลายเมื่อเห็นลูกของตัวเองทุกข์ทรมานแบบนี้ “ลูกตัดใจได้ไหมมาร์กี้ ตัดใจจากอันโตนิโอซะ” “แต่หนูรักพี่ชายนะคะคุณแม่ รักมาก...” หญิงสาวพ้อทั้งน้ำตา แม้ว่าอันโตนิโอจะทำให้หล่อนเจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหน แต่หล่อนก็ยังรักเขาเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง รักทั้งๆ ที่เขาบอกว่าเกลียดให้ได้ยินเต็มสองหูเลยก็ตาม “แต่อันโตนิโอไม่มีทางรักลูกได้นะมาร์กี้ เขาไม่มีทางรักลูก...” “แล้วเพราะอะไรล่ะคะคุณแม่ เพราะอะไรพี่ชายถึงได้เกลียดหนู เกลียดครอบครัวของเราแบบนี้ เราไปทำอะไรให้เขาแค้นกันคะ” คำถามของบุตรสาวทำให้ผู้เป็นแม่อึ้งไปนาน หล่อนอยากบอก อยากจะพูดทุกอย่างให้มาร์กาเร็ตได้รู้ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้เมื่อเปาโลสั่งให้ปิดทุกอย่างให้เป็นความลับ “แม่... แม่ก็ไม่รู้...” “ไม่จริงหรอกค่ะคุณแม่ต้องรู้ ต้องรู้อะไรที่คุณพ่อพยายามปิดบังเอาไว้ นะคะคุณแม่... บอกหนูเถอะ หนูอยากรู้ อยากรู้ว่าทำไมพี่ชายถึงหมดรักหนู นะคะคุณแม่...” หญิงสาวพยายามวิงวอน แต่กระนั้นก็ไม่สามารถทำให้มารดาพูดความจริงออกมาได้ “แม่ขอโทษนะมาร์กี้ แม่บอกลูกไม่ได้...” “คุณแม่คะ แต่คุณแม่ต้องบอกหนูนะ...” มาร์กาเร็ตกำลังจะคาดคั้นออกไปอีก แต่เปาโลผู้เป็นบิดาของหล่อนก็ปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน “อยากรู้อะไรก็ถามพ่อนี่มาร์กี้” “คุณพ่อ...” “คุณพี่...” มาร์กาเร็ตระบายยิ้มออกมา ในขณะที่วิเวียนกลับแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล หล่อนรู้ดีว่าเปาโลทะเยอทะยานมากแค่ไหน เปาโลไม่มีทางบอกความจริงกับมาร์กาเร็ตอย่างแน่นอน และภรรยาผู้ที่ยอมสามีมาตลอดอย่างหล่อนก็ไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยเหลืออะไรลูกสาวได้เลยแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่ยืนมองอยู่เงียบๆ และทำตามคำสั่งเท่านั้น “คุณพ่อขา ทำไมพี่ชายถึงเกลียดหนูนักล่ะคะ” หญิงสาววิ่งไปหยุดตรงหน้าบิดา และถามทั้งน้ำตา เปาโลระบายยิ้มกว้าง พร้อมกับโอบไหล่บุตรสาวเอาไว้ ก่อนจะพาไปทรุดนั่งที่โซฟา “ถ้าลูกพยายามมากกว่านี้ อันโตนิโอไม่มีทางหลุดมือลูกไปไหนได้แน่ เชื่อพ่อสิ” “แต่หนูก็ทำทุกอย่างแล้วนะคะคุณพ่อ พยายามเอาใจพี่ชาย แต่พี่ชายก็ไม่เหลียวแลเลย พี่ชายเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมาก เปลี่ยนไปจนหนูเจ็บปวด” คนพูดสะอื้นน้ำตาซึมออกมาอีก เปาโลดวงตาเป็นประกายก่อนจะพูดออกมา “มันยังไม่พอหรอกมาร์กี้ ลูกต้องทำมากกว่านี้ ต้องผูกมัดพี่ชายของลูกให้ดิ้นไม่หลุด” “คุณพ่อหมายถึงอะไรคะ” คิ้วโก่งงามเลิกขึ้นสูงด้วยความสงสัย ผู้เป็นพ่อหัวเราะเบาๆ ดวงตาซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้แทบไม่มิด “ทำให้อันโตนิโอไม่มีทางเป็นของผู้หญิงคนไหนได้ยังไงล่ะ ลูกเป็นผู้หญิงมาร์กี้ ผู้หญิงมีวิธีมากมายที่จะผูกมัดผู้ชายที่ตัวเองรักเอาไว้ข้างกายไปชั่วชีวิต...” มาร์กาเร็ตยังไม่เข้าใจคำพูดของบิดา แต่วิเวียนเข้าใจชัดเจนเลยทีเดียว “คุณพี่คะ อย่าให้มาร์กี้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยค่ะ ฉันไม่อยากเห็นลูกต้องร้องไห้อีก” “วิเวียน เธอไม่เห็นหรือไงว่ามาร์กี้รักอันโตนิโอมากแค่ไหน” เปาโลหันมาเค้นเสียงถามภรรยาของตัวเอง จ้องมองด้วยนัยน์ตาแข็งกระด้างยิ่งนัก วิเวียนตัวสั่นเพราะหวาดกลัว แต่ด้วยความรักที่มีต่อลูกทำให้หล่อนเลือกที่จะพูดมันออกไปอีก “แต่อันโตนิโอไม่มีทางรักมาร์กี้” “ตรงกันข้ามวิเวียน อันโตนิโอรักมาร์กี้ของเรา และมันจะต้องรักไปจนชั่วชีวิต” “อันโตนิโอไม่มีทางรักลูกสาวของคนที่ฆ่า...” ด้วยความเสียใจกับการกระทำของสามีทำให้วิเวียนเกือบจะหลุดความลับออกไปดีที่เปาโลหยุดเอาไว้ได้ทันเวลาเสียก่อน “วิเวียน! หุบปากและไปให้พ้นหน้าฉันซะ” คนถูกไล่ผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องโถงทันที มาร์กาเร็ตมองตามร่างของมารดาไปอย่างมึนงง ก่อนจะหันมาถามบิดา “คุณพ่อกับคุณแม่เถียงเรื่องอะไรกันเหรอคะ” เปาโลปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้ม ยกมือขึ้นลูบศีรษะของบุตรสาวก่อนจะพูดขึ้น “ไม่มีอะไรหรอกมาร์กี้ แม่ของลูกเขาก็เป็นอย่างนี้แหละ” แม้จะยังไม่หยุดสงสัยแต่คำพูดต่อมาของบิดาก็ทำให้ มาร์กาเร็ตหยุดคิดถึงคำพูดของมารดาไปได้ชั่วขณะ “พ่อมีวิธีที่จะทำให้ลูกได้ครอบครองอันโตนิโอ” “ไม่มีวิธีไหนช่วยหนูได้หรอกค่ะ เมื่อพี่ชายเกลียดหนูมาก” คำว่าเกลียดจากปากของเขายังติดตรึงอยู่ในสมอง หญิงสาวกัดปากแน่นเพื่อกั้นเสียงสะอื้นไห้เอาไว้ “เชื่อพ่อสิมาร์กี้ อันโตนิโอรักลูก ท่องเอาไว้นะว่าอันโตนิโอรักลูก เขารักลูกคนเดียว...” แม้จะรู้สึกหัวใจพองโตขึ้นมาเพราะคำพูดของบิดาบ้าง แต่สุดท้ายสิ่งที่เพิ่งได้เผชิญมาก็ทำให้หล่อนคลายเศร้าหมองไม่ได้ “ไม่จริงหรอกค่ะคุณพ่อ พี่ชายบอกว่าเกลียดหนู” พูดแล้วก็ร่ำไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด เปาโลมองอย่างไม่พอใจกับท่าทางของบุตรสาว แต่ก็เก็บซ่อนมันเอาไว้ “อันโตนิโอก็แค่ผู้ชายปากแข็งคนหนึ่ง และที่อันโตนิโอพยายามผลักไสหนูให้ออกจากเส้นทางของเขาก็เพราะว่าหนูยังเด็กเกินไปยังไงล่ะ อันโตนิโอเป็นสุภาพบุรุษเกินกว่าจะทำให้เด็กสาวอย่างลูกมีราคีได้ เชื่อพ่อนะมาร์กี้...” “จริงเหรอคะคุณพ่อ...”

อ่านต่อ