คนสวยขาของประธานมาเฟียจอมโหด NC25+
บทที่ 1 แนะนำตัวละคร

แนะนำตัวละคร นาชา : พริตตี้สาวสวยที่ยังหัวโบราณและคงความบริสุทธิ์ของตัวเองเอาไว้ได้แม้จะอายุสิบเก้าปีแล้วก็ตาม จนวันหนึ่งมีเหตุจำเป็นที่ต้องสูญเสียความบริสุทธิ์ให้ผู้ชายคนหนึ่ง และเขาคือผู้จุดไฟร้อนร่านในตัวเธออย่างไม่มีวันสิ้นสุด เธอตกหลุมรักเขาแต่เขากลับไม่คิดจริงจังกับเธอและสุดท้ายทอดทิ้งเธอไปทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก และไม่อาจจะลืมความเจ็บปวดครั้งนั้นได้ เควิล : นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดหล่อที่ไม่ชอบการผูกมัด การซื้อผู้หญิงกินคือสิ่งที่เขาทำเป็นประจำ นอนกับพวกเธอแล้วโยนเศษเงินให้ กระทั่งวันหนึ่งเขายอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทเพื่อซื้อผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่ง หลังจากซื้อเธอมาเควิลก็โยนเธอทิ้งอย่างไม่ไยดี ไม่สนใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นยังไง แต่แล้วเรื่องของพวกเขาที่ทำท่าว่าจะจบ กลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อเควิลได้กลับเข้ามาในชีวิตของนาชาอีกครั้ง นาชาจะทำเช่นใดเมื่อใจหนึ่งยังคงเจ็บปวดที่ถูกเขาทิ้งไป ในขณะที่อีกใจก็ยังรักเขาเหลือเกิน เรื่อง คนสวยขา ของท่านประธานมาเฟียจอมโหด หื่น!!! (NC25++) นามปากกา ซีไซต์ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับเพิ่มเติม) 2558 ไม่อนุญาตให้คัดลอก ถ่ายรูป แคปหน้าจอ หรือสแกนเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือหรือนำไปดัดแปลงเป็นหนังสือเสียง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด

บทที่ 2 ขายตัว

โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง สายฝนกำลังโรยตัวลงมาจากน่านฟ้าอากาศมืดคลึ้มทั้งยังมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเป็นระยะช่วยทำให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวเย็นลงมาบ้าง กระนั้นก็ไม่สามารถดับความร้อนในใจของคนที่กำลังต่อสู้ดิ้นรนจากโชคชะตา แสงไฟสีส้มของโรงพยาบาลถูกเปิดขึ้นแม้จะยังไม่ถึงเวลา ส่องทางเดินนำทางให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเห็นทางสว่าง นาชานั่งเหม่อลอยอยู่ม้านั่งข้างอาคารสายฝนที่สาดกระเซ็นโดนเธอมาเป็นระยะทำให้เสื้อผ้าบางส่วนของเธอเปียก แต่เธอก็ไม่คิดที่จะขยับหนี สายตาอ่อนล้ายังคงมองเอกสารใบเรียกเก็บเงินในมือที่อีกไม่กี่วันเธอต้องจ่ายออกไปแล้ว หลังจากหมดเงินก้อนนี้นาชาก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาเป็นค่ารักษาพยาบาลของแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งได้อีก ยังโชคดีที่น้ามดน้องสาวแม่มาคอยดูแล น้ามดเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ไม่มีสามี จึงค่อนข้างมีเวลามาก ทั้งงานบ้านทั้งช่วยดูแลนาวาก็ได้น้ามดช่วยจัดการ นาชาอายุเพียงสิบเก้าปีเพิ่งเข้ามหาลัยปีหนึ่งแต่ต้องรับภาระอันหนักอึ้งเมื่อแม่ของเธอป่วยเป็นมะเร็ง อาชีพพริตตี้ของเธอทำเงินได้เป็นอย่างดี แต่มันก็ไม่เพียงพอต่อค่ารักษาหลักแสนที่ต้องจ่ายอย่างต่อเนื่อง นาชาไม่มีพ่อรู้แต่ว่าเขาเป็นคนญี่ปุ่นได้ทิ้งเธอกับแม่และน้องชายไปนานแล้วด้วยเหตุผลที่แม้กระทั่งแม่ของเธอก็ไม่รู้ การที่เขาหายไปนานขนาดนี้บางทีผู้ชายคนนั้นอาจตายแล้วก็ได้ น้องชายของเธอชื่อนาวาอายุเพียงแปดขวบเขาเพิ่งเข้าเรียนในโรงเรียนอินเตอร์แห่งหนึ่งก่อนที่แม่จะทรุดลง และเธอเพิ่งจ่ายค่าเล่าเรียนหลักแสนไปให้น้อง แต่ตอนนี้เงินเก็บของเธอทุกบาททุกสตางค์หมดไปกับการรักษาแล้ว กระทั่งเกิดเสียงดังสนั่นขึ้นคล้ายกับเสียงฟ้าผ่า เหมือนเสียงนั้นจะเรียกสติของนาชาขยับตัว เธอล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าผ้าสีขาว “กุ๊กไก่แกอยู่คอนโดหรือเปล่าฉันจะไปหา” “มาดิ ไอ้เกดก็อยู่นี่พอดี” “เออเจอกัน” นาชายัดโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋าแล้วดึงร่มออกมา เดินออกจากโรงพยาบาลไปเรียกแท็กซี่ กระทั่งรถที่เธอเคยภาคภูมิใจที่ซื้อด้วยเงินตัวตอนนี้นาชายังจำใจต้องขายออกไปเพื่อมาจ่ายค่ารักษาให้แม่ของเธอ ราวชั่วโมงกว่า ๆ เธอจึงมาถึงคอนโดของเพื่อนรัก กุ๊กไก่มารอเธออยู่ข้างล่างพร้อมกับลูกเกด สองสาวเห็นหน้าขาวซีดของนาชาอีกทั้งเสื้อผ้าผมเผ้ายังเปียกเป็นลูกแมวตกน้ำที่แสนน่าสงสาร จึงเดินเข้าไปควงแขนเพื่อนคนละข้าง “ปัญหามีไว้แก้ แกไม่ต้องกลัว” ขึ้นมาจนถึงห้องสองสาวนั่งฟังนาชาบ่นเรื่องเงินค่ารักษาพยาบาลแม่อยู่นาน จนกระทั่งกุ๊กไก่พูดขึ้น “ไม่มีเงินก็หาสิวะ แกจะกลัวไรสวยขนาดนี้เงินล้านสองล้านมันไม่ได้ยากเลย” “ฉันไม่อยากทำเลยอ่ะ ฉันเพิ่งจบม.6 เองนะแก” ลูกเกดที่นอนดูซีรีส์พร้อมกับฟังเพื่อนดราม่ายื่นเท้ามาถีบนาชาไปที “โอ๊ยหมั่นไส้ว่ะ พูดแบบนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันกับไอ้กุ๊กเลวเหลือเกินที่มีผัวเร็ว” กุ๊กไก่แกะขนมออกจากซองแล้วยัดใส่ปากลูกเกด “อย่าว่ามันเลย มันมัวแต่เก็บความบริสุทธิ์รอไอ้จ้อนกลับมาจากเมืองนอกจนหยักไย่ขึ้นไปแล้ว เป็นไงล่ะไอ้จ้อนที่แกรอคอยเอาลูกเอาเมียมาฝากด้วย สบายใจไปเลยไหม?” ไอ้จ้อนที่เพื่อนว่าคือเพื่อนวัยเด็กของนาชา แต่เธอไม่ได้รักเขาและเธอเองก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไร กระทั่งเขาแต่งงานมีลูกมีเมียไปแล้ว “เออ ฉันล่ะสมน้ำหน้ามันจริง ๆ แนะนำผู้ดี ๆ ให้หลายคนมันก็ไม่เอา เป็นไงสุดท้ายถูกไอ้จ้อนที่รอมาสี่ปีทำเอาร้องไห้ไปเป็นเดือน” ลูกเกดหัวเราะพร้อมกับยักคิ้วลิ่วตาให้กุ๊กไก่ นาชาย่นจมูกน้ำเสียงของเธอดูหงอย ๆ “พวกแกก็รู้ฉันไม่ได้ร้องไห้เพราะมันมีเมีย แต่ฉันร้องเพราะหนี้ของฉันมันไม่ยอมจ่าย เงินก้อนนั้นมากอยู่นะโว้ยมันกลับมาชักดาบได้ ว่าแต่ว่านี่ฉันมาปรึกษาพวกแกนะโว๊ย จะให้กำลังใจฉันบ้างไม่ได้หรือไงวะ” “ก็นี่ไงให้กำลังใจแล้ว ทีหลังดูนังเกดเป็นตัวอย่างเห็นอะไรผิดปกติก็ชิงทิ้งผู้ก่อนจะได้เอาไปคุยต่อได้ว่าเราเป็นฝ่ายทิ้งมันไปเอง” กุ๊กไก่ลูบหลังนาชาดึงเพื่อนมากอด ลูกเกดขยับตัวขาข้างหนึ่งพาดขานาชา ทั้งยังลูบเนื้อนมของเพื่อนรักแล้วบีบแรง ๆ นาชาทำเสียงจิ๊จิ๊ ตีมือแสนซนของลูกเกด “ชาฉันว่ามันถึงเวลาแล้วว่ะ ฉันกับไอ้เกดเสียตัวให้แฟนฟรี ๆ เงินก็ไม่ได้สักบาท แต่แกเสียตัวแลกชีวิตแม่คุ้มกว่าพวกฉันเยอะ นี่มันสมัยไหนแล้ววะแกมัวหัวโบราณอยู่ได้ยังไง เป็นนางทาสหรือไงต้องรักษาความบริสุทธิ์ไว้ให้เจ้านาย” นาชาหันไปสบตากับกุ๊กไก่และลูกเกดคนละทีขอความมั่นใจ ที่ผ่านมานาชาเป็นเด็กตั้งใจเรียนและแม่ของเธอยังทำงานบริษัทแห่งหนึ่งเงินเดือนดีพอสมควร ถึงไม่มีพ่อนาชาก็ถูกเลี้ยงดูมาอย่างลูกคุณหนูที่แม่ทุ่มเทความรักให้โดยไม่ทำให้เธอและน้องรู้สึกว่าขาดพ่อแม้แต่น้อย เธอกับลูกเกดและกุ๊กไก่เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย เพราะความสวยจึงถูกชักชวนเข้าวงการพริตตี้ด้วยกัน หลังจากนั้นมาก็ตัวติดกันเป็นตังเม งานของนาชาส่วนใหญ่ก็เป็นงานประเภทโชว์สินค้า หรือ งานมอเตอร์โชว์บ้าง มีบางครั้งที่พี่ ๆ ในวงการชวนไปเป็นตัวประกอบในหนังหรือละคร นาชาก็เลือกรับเพื่อเป็นประสบการณ์แต่เพราะตัวเองเน้นที่จะเรียนหนังสือจึงไม่ค่อยจริงจังนัก เงินที่ได้มาตลอดหลายปีเธอจึงเก็บเอาไว้จนกระทั่งแม่ล้มป่วยต้องถูกออกจากงาน ไม่มีรายได้จึงเป็นนาชาที่เป็นเสาหลักของครอบครัวเงินในบัญชีของเธอก็แทบจะเป็นเลขศูนย์แล้ว หญิงสาวถอนหายใจอย่างหนักเมื่อกุ๊กไก่บอกจะให้โมเดลลิ่งหาลูกค้าให้ การมีอะไรกับแฟนนาชาคิดว่าคงไม่น่ากลัว เพราะอย่างน้อยก็รักกัน รู้นิสัยกัน แต่การมีอะไรกับผู้ชายที่ไม่รู้จักกันไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ทำให้เธอรู้สึกกลัว “แกเป็นสาวบริสุทธิ์แกจึงเรียกเงินได้เยอะ เชื่อฉันเถอะโมเดลลิ่งของฉันนี่ติดต่อแต่คนมีระดับเงินร้อยล้านพันล้าน ฉันจะช่วยแกหาเงินเอง” กุ๊กไก่พูดอย่างมั่นใจ แต่นาชาคิดว่าเธอจะขายตัวแค่ครั้งเดียวเพื่อเอาเงินมารักษาแม่หลังจากนั้นเธอจะไม่ทำมันอีก สองสัปดาห์ต่อมานาชาก็ได้แขกตามที่เธอต้องการ คนคนนั้นไม่เปิดเผยชื่อว่าเขาเป็นใคร นาชาต้องไปตรวจเลือดและเริ่มต้นกินยาคุมเพราะคนที่ซื้อเธอเขาต้องการความสะอาดและความมั่นใจ เขาไม่ต้องการใช้ถุงยางกับสาวบริสุทธิ์ “ระวังขนาดนั้นเลยนะแก ฉันว่าเขาต้องเป็นคนสำคัญไม่น้อย” กุ๊กไก่พูดขึ้น “ฉันไม่คิดว่าจะมีคนยอมจ่ายเงินหนึ่งล้านซื้อผู้หญิงคนหนึ่ง” จนกระทั่งตอนนี้นาชายังไม่เชื่อว่าเธอจะขายตัวได้ราคานี้จริง ๆ “ไอ้ชาแกสวยขนาดนี้แถมยังซิงอีกเป็นของแรไอเท็มใคร ๆ เขาก็อยากได้ถ้าแกไม่ร้อนเงินฉันยังคิดว่าจะเรียกสูงกว่านี้ให้คนมาประมูล เอาให้คุ้ม” “กุ๊กฉันไม่ใช่สินค้านะจะได้มีคนสนใจมาประมูล แกก็เวอร์ไป” “นี่ไอ้ชาแกไปอยู่ไหนมาวะ ไม่ได้ยินข่าวฝรั่งคนนั้นที่เปิดประมูลความซิงของตัวเองทางเน็ต โอ้โหได้ไปหลายสิบล้านเลยนะแกฉันว่าแกสวยกว่านางอีก ยังไงก็ต้องได้มากกว่าแน่ ๆ ดังระเบิดทั่วโลกไปเลย” “จะบ้าเหรอ ฉันยังอายอยู่นะจะให้คนรู้ทั่วโลกไม่ได้ อีกอย่างฉันรอไม่ไหวว่ะ ฉันต้องใช้เงินแล้วแกค่ารักษายังติดโรงบาลอยู่เลยว่าแต่ว่าแล้วเขานัดเจอเมื่อไหร่วะ หน้าตาเป็นแบบไหนแกเห็นรูปยัง” นาชารู้สึกกลัวทั้งหวั่นใจไม่น้อย “เขานัดอาทิตย์หน้าแต่ไม่ยอมให้เห็นรูป งานนี้แกต้องเสี่ยงดวงล่ะชา” กุ๊กไก่บอก เธอไม่ได้ปลอบเพื่อนเพราะว่าเธอต้องการให้เพื่อนของเธอเผชิญหน้ากับความเป็นจริง นาชาเข้าใจเธอเตรียมใจเอาไว้แล้ว หลังจากวันนั้นโมเดลลิ่งก็พาเธอไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อส่งผลให้ลูกค้า เมื่อผลสุขภาพออกนาชาไม่มีโรคอะไรก็ได้รับเงินก้อนแรก ห้าแสนบาทโอนเข้าบัญชีทันที หลังได้เงินแล้วนาชารีบไปชำระค่ารักษาพยาบาลของแม่ที่ค้างไว้ และยังจ่ายล่วงหน้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของตัวเอง กระทั่งถึงวันที่นาชาต้องถูกเชือด ในขณะที่รอโมเดลลิ่งเอารถมารับที่คอนโดกุ๊กไก่ นาชาก็รู้สึกมือสั่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

บทที่ 3 ตื่นเต้น

กุ๊กไก่คอยปลอบเธอตลอดส่วนลูกเกดติดงานจึงมาให้กำลังใจเธอไม่ได้ "แกทำบุญมาเยอะ สวรรค์คงเห็นใจส่งคนดีคนหล่อมาให้อยู่หรอกแก อย่าคิดมากนะ เขาให้ทำไรก็ทำตามให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เราไม่ได้ฆ่าใครตายไม่ต้องกลัว" คำปลอบของกุ๊กไก่ได้ผลนาชารู้สึกดีขึ้นจริง ๆ ถึงเธอจะไม่เคยมีอะไรกับผู้ชายมาก่อนเพราะคิดว่าจะเก็บไว้ให้แฟนวันแรกของการแต่งงาน แต่เรื่องถูกจูบถูกลูบคลำนาชาก็เคยผ่านมาบ้างถึงจะนานแล้วก็เถอะ ที่ผ่านมาไหว้พระสวดมนต์แทบทุกวันขอผู้ชายหน้าตาธรรมดา ไม่ซาดิสต์หากเป็นไปได้ก็กำลังวังชาน้อย ๆ จะได้โดนครั้งเดียวแล้วจอดไม่ต้องทรมานทั้งคืน ได้เวลาแล้วโมเดลลิ่งมารับเธอโดยมีกุ๊กไก่มาเป็นเพื่อน พี่คนสวยเป็นสาวประเภทสอง ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับลูกค้าคนนี้เลย รู้แต่ว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีรวยหุ้นคนหนึ่ง เมื่อมาถึงโรงแรมตามนัดหมายโมเดลลิ่งยื่นซองเอกสารให้เธอ ในนั้นมีผลการตรวจสุขภาพของนาชาอีกทั้งยังมีรูปถ่ายของเธออีกหลายใบพร้อมกับประวัติส่วนตัวของเธอ "น้องชาไม่ต้องห่วงนะคะ คนนี้สะอาดรับรองเขายังตรวจโรคให้น้องมั่นใจด้วยแถมรวยสุด ๆ " นาชารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อคิดว่า คนคนนี้อย่างน้อยเขาก็ไม่เห็นแก่ตัว ยังไปตรวจร่างกายให้เธอสบายใจ คงเป็นเพราะนาชาได้ระบุไว้ในเงื่อนไขว่าเขาต้องมีผลตรวจเลือดให้เธอเช่นกันเธอจึงจะยินดีขายความบริสุทธิ์ให้เขา ก่อนที่พนักงานโรงแรมจะพาขึ้นไปหาหนุ่มใหญ่นิรนามผู้นั้น นาชาขอเวลาเล็กน้อยหญิงสาวกดโทรศัพท์หาแม่ทันทีเพื่อขอกำลังใจแม้ในใจจะรู้สึกผิดบาปกับสิ่งที่ตนเองกระทำแต่ในสภาวะตอนนี้เธอไม่มีเวลาที่จะคิดเรื่องอื่นนอกจากหาเงินรักษาแม่ของเธอเท่านั้น “หนูกำลังมาทำงานค่ะแม่ วันนี้เป็นยังไงบ้างคะ” “ดีขึ้นเยอะแล้ว ระวังตัวด้วยนะลูก” เสียงปลายสายของแม่ดูดีขึ้นทำให้นาชารู้สึกว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ถูกต้องแล้วทั้งหมดเพราะความจำเป็นเธอไม่ได้ทำผิดอะไร นาชาบอกรักแม่แล้ววางสาย พนักงานต้อนรับจึงพูดว่า “คุณผู้หญิงเชิญขึ้นไปด้านบนได้เลยนะคะ พนักงานจะพาไปพบท่านค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” นาชากำมือของตนเองแน่นในใจเต้นตุบตับด้วยความกลัวแต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วตอนนี้เธอไม่อาจจะถอยหลังได้อีกต่อไป "ไปเถอะชา ฉันไม่ได้รอนะแกถ้ามีอะไรผิดปกติก็รีบโทรมานะ" กุ๊กไก่บอกกับเธอทั้งยังดึงเพื่อนไปกอด นาชากอดตอบแล้วพูดเสียงเบาพยายามบังคับไม่ให้สั่นเพราะไม่ต้องการให้กุ๊กไก่ไม่สบายใจ "ขอบใจมากเพื่อน" นาชากับกุ๊กไก่กอดกันแน่น ความรู้สึกของกุ๊กไก่นั้นเหมือนตัวเองเพิ่งมาส่งลูกสาวเข้าหอคืนแรกทำให้ตื่นเต้นไม่น้อย มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมารับนาชาแล้วพาเธอขึ้นลิฟต์นาชาทั้งตื่นเต้นทั้งประหม่าหญิงสาวจับมือตนเองแน่น เดินตามผู้หญิงคนนั้นไปโดยไม่พูดอะไรจวบจนลิฟต์พาเธอมาถึงชั้นสิบ ผู้หญิงคนนั้นจึงหันมาบอกเธอ "ถึงแล้วค่ะ ฉันจะพาคุณไปส่งที่หน้าห้องนะคะ" "ขอบคุณค่ะ" นาชาเดินตามผู้หญิงคนนั้นจนมาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นกดกริ่งหน้าห้องแล้วหันมาบอกนาชา "ฉันไปก่อนนะคะตามสบายค่ะ" นาชาโค้งศีรษะเบา ๆ พร้อมกับยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น นาชาเดินไปอีกเล็กน้อยหยุดอยู่ที่หน้าประตู ความรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะเข้าห้องเชือดที่น่าหวาดหวั่นคล้ายว่าตัวเองกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญเรื่องหนึ่ง ทั้งหวาดกลัวและสั่นไปหมดขณะที่มือของนาชามีเหงื่อซึมจนเปียกชื้น เธอสำรวจตนเองวันนี้แต่งตัวด้วยชุดเดรสสีขาวสายเดี่ยวเข้ารูปกับกระเป๋าถือสีดำใบเล็ก ๆ รอคนมาเปิดประตูด้วยใจระทึก กระทั่งประตูถูกเปิดออกนาชาปรับสีหน้าให้เรียบเฉย ตั้งใจจะยกมือไหว้เขาเพราะในใจตั้งธงมาแล้วว่าเขาคงมีอายุมากเหมือนพวกเสี่ยแก่ ๆ ทั่วไปแน่ ๆ แต่เพียงเห็นหน้าเขานาชาก็ต้องอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง เขาเป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมหล่อเหลาอีกทั้งรูปร่างของเขาก็ราวกับนายแบบ นาชายกมือขยี้ตาตัวเองคิดว่าอาจตาฝาด จนกระทั่งเสียงทุ้มของเขาดังขึ้น "เชิญครับคุณนาชา" นาชายังคงก้าวขาไม่ออก เขาเบี่ยงตัวไปด้านข้างแล้วผายมือให้ หญิงสาวจึงได้กล่าวสวัสดีออกไปเบา ๆ ในใจก็รู้สึกสับสนเป็นอย่างยิ่ง เขาหล่อขนาดนี้แค่กระดิกนิ้วคงมีผู้หญิงพร้อมกระโดดขึ้นเตียงทำไมถึงยอมจ่ายเงินล้านเพื่อมาซื้อเธอด้วย นาชาตามเขาไปช้า ๆ ขายังสั่นอยู่เล็กน้อย ในใจคิดว่าอย่างน้อยการได้ฟิเจอริ่งกับผู้ชายหล่อขนาดนี้เป็นครั้งแรกเธอก็ไม่เสียใจแล้ว ในใจอยากจะแอบถ่ายรูปเขาแล้วส่งไปให้เพื่อน ๆ ดูใจจะขาด เขาให้นาชานั่งลงบนโซฟารับแขกทั้งยังมองเธอด้วยสายตาคมชวนให้ตกหลุมรักโดยไม่ละสายตาออกจากตัวเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว ทว่าสายตานั้นไม่ได้แทะโลมเลยแม้แต่น้อย กลับเคร่งขรึมและเย็นชาอยู่มาก นาชาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดกับสายตาคมสีน้ำตาลของเขาที่มองนาชาคล้ายมองพนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานเป็นครั้งแรก เท่านั้นยังไม่พอเขายังขอแฟ้มประวัติที่เธอถือมา นิ้วมือเรียวสวยของเขาพลิกดูไปเรื่อย ๆ อ่านข้อความอย่างละเอียดจนบรรทัดสุดท้าย นาชาทั้งแปลกใจและไม่เข้าใจว่าการซื้อขายกันแบบนี้ทำไม่ต้องเขียนประวัติเหมือนจะไปสมัครเข้าทำงานบริษัทด้วย เขียนกระทั่งโรงเรียนอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย ไม่พอยังให้เธอใส่เกรดเฉลี่ยลงไปอีกพร้อมแนบหลักฐานใบวุฒิการศึกษา ถึงจะดูทั้งบ้าทั้งเพี้ยนแต่เพื่อเงินหนึ่งล้านบาทนาชาก็ยินยอมเตรียมตามที่เขาต้องการ “เพราะผมอยากได้ของดีจริง ๆ จึงต้องดูประวัติว่าคุณไม่ได้ด่างพร้อยอะไร เงินหนึ่งล้านบาทไม่ได้มากมายแต่ผมเป็นนักธุรกิจทำอะไรก็ต้องนึกถึงผลกำไรเป็นอย่างแรก” เขาอธิบายเล็กน้อยนาชาเองก็เข้าใจเล็กน้อย ผู้ชายคนนี้เป็นนักธุรกิจเต็มตัวจริง ๆ เธอเองก็ไม่พูดอะไรจนกระทั่งเควิลพูดต่อ “คุณเป็นดาวเด่นตั้งแต่เด็กเลยนี่ กิจกรรมของคุณนี่มากจริง ๆ ชอบทำอะไรที่สุดล่ะ” “คะ” นาชายิ่งไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้แต่เมื่อเขาถามจริงจังเธอจึงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นกัน "คงจะเป็นเชียร์ลีดเดอร์มั้งคะ" "ทำไมล่ะชอบเด่นในฝูงชนเหรอ" ใบหน้านาชาแดงเล็กน้อยเมื่อถูกกล่าวหาแบบนั้น หญิงสาวเม้มปากแล้วตอบเชิงประชด "ใช่ค่ะชอบโดดเด่น ยิ่งเด่นยิ่งดีค่ะ" "ผมเข้าใจแล้วดื่มเหล้าหรือเปล่า ในประวัติเขียนว่าดื่มสุราได้บ้างตามงานสังสรรค์" เขามองเธอด้วยสายตาราบเรียบ "ก็มีบ้างค่ะ แต่ดื่มแล้วหลายครั้งเมาแล้วชอบรั่ว ทำให้คนอื่นลำบากค่ะ ฉันก็เลยไม่ค่อยอยากดื่มเท่าไหร่"

อ่านต่อ