คนขับรถกับคุณหนูใจแตก
บทที่ 1 ตอนที่ 1

“The Driver” คนขับรถกับคุณหนูใจแตก ผู้เขียน : อาลีจันโด Aksornsawart สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ไม่อนุญาตให้สแกนหนังสือหรือคัดลอกเนื้อหา ส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือ เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากเจ้าของหนังสือเท่านั้น แวบแรกที่เจอหน้า... เกิดเป็นความปรารถนาขั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยรู้สึกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ‘ไทเกอร์’ คิดเพียงแต่ว่าเขาจะทำอย่างไร? เพื่อให้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดคุณหนูผู้มีเรือนร่างเซ็กซี่เย้ายวนใจสะกดใจชาย เข้าตำราสะโพกผายบั้นท้ายดินระเบิดอย่างคุณหนู ‘ปั้นหยา’ คนนี้ แวบแรกที่สบตากัน ไทเกอร์มองเห็นประกายความเร่าร้อน วูบไหวอยู่เบื้องหลังดวงตาคมประกายแม้ดูไร้เดียงสา หากซ่อนความร้อนแรงอันประหลาดล้ำที่ไทเกอร์สัมผัสได้ด้วยสัญชาตญาณความหื่น (เฉพาะบุคคล) และทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของ ‘แผนสวาท’ เพื่อทำให้คุณหนูใจแตกกระเจิง... ด้วยลีลาสวาทแบบจัดหนักถึงลูกถึงคนของคนขับรถสุดหล่อล่ำนามว่า ‘เสือ’ “The Driver” คนขับรถกับคุณหนูใจแตก ............... ที่เทอเรสหน้าบ้านหลังใหญ่ของ ‘เสี่ยโชค’ เจ้าของธุรกิจค้าเหล็กเส้นและวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางระดับประเทศ และยังทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีบ้านจัดสรรชื่อดังหลายโครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด “นานจัง... ” ถึงเวลานัด คุณหนู ‘ปั้นหยา’ บ่นพลางพลิกหลังมือขึ้นมองนาฬิกา Rolex Datejust สุดคลาสสิคราคาหลายแสน “ป้าช้อยคะ... คุณพ่อลงมาหรือยังคะ น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อยอย่างคุณหนูผู้ เอาแต่ใจ ตะโกนถามคนรับใช้ที่กำลังถือไม้กวาดขนไก่ ปัดฝุ่นเครื่องเบ็ญจรงค์ลายครามราคาแพงในตู้โชว์ ตั้งชิดผนังห้องรับแขกบุวอลเปเปอร์ลายสีน้ำตาลทองคลาสสิค “ยังไม่เห็นค่ะคุณหนู... ป้าสงสัยว่าตอนนี้คงกำลังเล่นจ้ำจี้กันเพลินน่ะค่ะ” ป้าช้อยหัวเราะคิกคัก ทำงานอยู่ในบ้านหลังนี้มานานจนรู้เห็นความเป็นไปทุกอย่างของผู้คนในบ้าน “อะไรนะคะ... คุณพ่อเล่นจ้ำจี้กับใคร” หญิงสาวเหลือบมองไปยังโรงจอดรถ เห็นรถของ ‘ชบาศรี’ แม่ม่ายขี้เหงาที่แอบมาหาบิดาของหล่อนบ่อยๆ ตอนนี้คงกำลังฟีเจอร์ริ่งกันอยู่บนห้องนอนชั้นสองของบ้าน “อ๋อ... ยัยชบานั่นมาให้คุณพ่อกินตับอีกแล้วหรือคะป้าช้อย” หญิงสาวเม้มปากด้วยความรู้สึกโกรธ “ค่ะ... มาได้พักใหญ่ๆ แล้วค่ะ” ป้าช้อยตอบขำๆ “เดี๋ยวเจอดี... อีผู้หญิงหน้าด้าน” ด่าแล้วก้าวเดินออกมาจากห้องรับแขก พอขึ้นมาถึงห้องนอนของบิดาที่ชั้นสองของบ้านก็หมุนลูกบิดประตู พร้อมกับผลักอย่างแรงด้วยอารมณ์โกรธ ตอนแรกปั้นหยาคิดแต่เพียงว่าให้เสียงปึงปังช่วยขัดจังหวะ ทว่าบังเอิญเหลือเกิน ที่คนในห้องรีบร้อนพากันเข้าห้องจนลืมล็อคประตูเอาไว้ พอเข้าห้องได้ก็โดดขึ้นเตียง ใส่กันไม่ยั้ง “โอ้ว... โอ้แม่เจ้า” สิ่งที่เห็นอยู่บนเตียงทำเอาหญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก อุทานลั่นกับภาพของเสี่ยโชคผู้เป็นบิดา กำลังอยู่ในสภาพล่อนจ้อนเปลือยเปล่า ขยับสะโพกอยู่ระหว่างง่ามขาของแม่ม่ายที่ถ่างอ้าซ่า เปิดรับลำตัวหนา ก้นเกร็งเหวี่ยงไหวกระแทกกระทั้นอยู่กลางกายเปลือยเปล่าของคู่ขาสาวใหญ่อย่างเมามัน “ให้ตายเถอะโรบิ้น” ปั้นหยาตกใจ เสียงเนื้อกับเนื้อกระแทกเข้าใส่กันดังบลั่บๆ คนบนเตียงแลกเนื้อแลกน้ำกันอย่างถึงพริกถึงขิง เห็นแม้กระทั่งดุ้นเอ็นของบิดาทิ้งดิ่งลงในร่องสวาทของผู้หญิงใต้ร่าง พวงสวรรค์เบียดชิดติดปากรู ทำเอาคนผลีผลามเข้ามาเห็นภาพถึงกับใจเต้นแรง แก้มนวลร้อนวูบวาบ “ชะอุ๊ย... พอก่อนชบา... ลูกสาวฉันมา” เสี่ยโชคตกใจ เหลียวหลังมองมายังประตู กระซิบบอกคู่ขาเสียงกระเส่า แต่ตัวเองก็ยังกระเด้าไม่หยุด สะโพกหนาอัดเน้นแก่นกายเข้าสู่ช่องทางแห่งความสุขของแม่หม้ายที่ร้างไร้การเติมเต็มมานาน “ไม่นะคะ... อย่าหยุดนะคะเสี่ย... ต่อค่ะต่อ... ได้โปรด อีกนิดชบาจะเสร็จแล้ว... อ๊ะ... อู้ว... ” ชบาศรีครางไม่หยุด แอ่นหนอกเนินสู้เพราะกำลังจะถึงจุดสุดยอด ไหล่ของหล่อนลู่สะท้านเข้าหากัน ทรวงอกอวบใหญ่แอ่นตั้ง หัวนมโดนดูดจนปูดพองขึ้นจากวงป้านลานหัวนม สองแขนกอดรัดรอบต้นคอบึนหนาของเสี่ยโชค โอบรั้งลงมาดูดนมหล่อนเสียงดังจ๊วบๆ ราวกับทารกหิวกระหาย แวบหนึ่งสาวใหญ่ผงกศีรษะมองข้ามปั้นไหล่ของเสี่ยไปยังคุณหนูที่หน้าประตู ประสานสายตากับลูกสาวของเสี่ยโชคอย่างไม่รู้สึกกระดากอาย แถมยังส่งเสียงซี้ดซ้าด ร้องครางเหมือนคนที่กำลังกินส้มตำสุดแซ่บแล้วเคี้ยวไปเจอพริกเผ็ดเข้าอย่างจัง

บทที่ 2 ตอนที่ 2

“ซี้ดดดด... อ่า... ซี้ดดดด... อ่า” ชบาศรีส่งเสียงเยาะ ร้องครางเย้ยลูกสาวเจ้าของบ้าน ด้วยรู้ว่าปั้นหยาไม่ชอบหน้าหล่อน ปั้นหยามองดูภาพที่กำลังดำเนินอยู่ต่อหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ทีแรกก็โมโห แต่แล้วจู่ๆ ก็ใจเต้นเหงื่อซึมอยู่ในอุ้งมือกำแน่น ที่ได้เห็นหนังสดสุดเร่าร้อน เสี่ยโชคหน้าบูดหน้าเบี้ยว จวนเจียนจะถึงสวรรค์ แม้รู้ว่ามีคนผลักประตูเข้ามา แต่นาทีนี้ก็ไม่อาจหยุดความเสียวซ่าน จำต้องกระแทกกระทั้นเพื่อปลดปล่อยกันและกันให้หลุดพ้นไปจากความทรมานเสียที บลั่กๆ ๆ ๆ ๆ ความเสียวไม่เคยปราณีใคร เสี่ยโชคเร่งจังหวะกระเด้ารัว รุนแรงจนพนักหัวเตียงเขยื้อนไปกระทบผนังห้องเสียงดังกึกกัก น้ำหล่อลื่นของสาวใหญ่ทะลักไหลตามลำเนื้อที่ชักออกมาแล้วกดกระแทกลงซ้ำๆ ในหลืบสวาทของสาวใหญ่ “อ๊า... มัน... มันสุดๆ” แม่ม่ายชบาศรีรั้งคอเสี่ยโชคเอาไว้แน่น แอ่นหนอกเนินร่อนรับความเป็นชาย ใช้ความเสียวซ่านดึงดูดกันและกันเอาไว้ ทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าประตูรู้สึกว่าตัวเองไร้ความหมาย กลายเป็นสิ่งเกะกะที่แทรกเข้ามาขัดจังหวะความสนุกของคนบนเตียงอย่างผิดที่ผิดเวลา “อ๊อย… ซี้ด... เสี่ยเอามันเหลือเกิน... ผัวขา” ชบาศรีจงใจเย้ยเยาะปั้นหยา เรียกพ่อของหล่อนว่า ‘ผัว’ เหมือนได้แกล้งยั่วโมโหลูกสาว ลอยหน้าลอยตาใส่ ปั้นหยาก่อนที่ใบหน้าจะบิดเบ้ไปชั่วขณะแล้วปลดปล่อยเสียงครางออกมาพร้อมกับอาการออกัสซั่มรุนแรงพร้อมๆ กับร่างท้วมหนาที่โน้มกายขยัมขย่มอยู่เหนือร่างของหล่อนเมามันไม่ลืมหูลืมตา “อ๊ายยยย... ” เรือนร่างอวบขาวของชบาศรีสั่นไหว ปทุมถันอวบใหญ่กระเพื่อมสั่นตามแรงกระทั้นจากบั้นเอวหนาของเสี่ยโชค โขยกขยับหน่วงหนักเมามันในนาทีสุดท้าย กระทั่งสาดน้ำกามออกมาในที่สุด ปลดปล่อยความทรมานของกันและกันให้ลุล่วงไปสู่สวรรค์ “คุณพ่อนะคุณพ่อ... แหวะ... น่าเกลียดที่สุด” ปั้นหยากราดเสียงดังลั่น เบ้ปากใส่คนบนเตียงแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดลงส้นเท้าปึงปังลงมายังชั้นล่างของบ้าน “วันนี้สุดๆ ไปเลยชบา” ร่างท้วมของเสี่ยโชคทรุดฮวบทับร่างของแม่ม่ายโดยไม่มีเวลาจะมาสนใจลูกสาว “วันนี้เสี่ยแรงดีเหลือเกิน... จัดหนักเชียวค่ะ... อูย ชบาระบมช้ำไปหมดแล้ว” มือเรียวของชบาศรีจิกเกร็งเกาะไหล่เขาแน่น ค่อยๆ ไล้ลูบลงมาที่แผ่นหลังเลื่อมลื่นไปด้วยเม็ดเหงื่อพราว ฝากรอยเล็บเอาไว้ให้เสี่ยจอมหื่นเจ็บน้อยๆ ขณะสะโพกยังขยับเบาๆ ต่อมาอีกอึดใจ ก่อนจะหยุดนิ่ง ผ่อนคลาย หอบหายใจแรง ภายหลังโรมรันศึกสวาทกับแม่ม่ายชนิดที่ว่ายอมตายคาสนามรบ “คุณกลับไปก่อนนะครับชบา... วันนี้ผมมีธุระกับลูกสาว” เสี่ยโชคบอกพลางหอมแก้มหล่อน “ค่ะเสี่ย” สาวใหญ่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขายื่นเงินให้หล่อนเอาไว้ใช้ เพราะทุกวันนี้ชบาศรีเป็นแม่ม่ายเรือพ่วง มีลูกสองคนให้ต้องเลี้ยงดูหลังจากสามีตาย แม้ว่าชบาศรีจะเป็นแม่ม่าย ไม่ใช่สาวแรกรุ่น หากทรวดทรงของหล่อนก็ยังอะร้าอร่ามเข้าตำรา ‘หน้าอกภูเขาไฟบั้นท้ายดินระเบิด’ ตรงตามสเปคที่เสี่ยโชคโปรดปราน เพราะชอบผู้หญิงผิวขาว เนื้อนมไข่อวบขาวเร้าใจเหมือนแม่ม่ายสาวใหญ่คนนี้แหละใช่เลย “ถ้าคิดถึงชบาก็โทรหานะคะ” เสียงหวานเปี่ยมจริตมารยา กล่าวพลางหอมแก้มกลับคืนเสียงดังฟอด “แน่นอนครับ” ร่างท้วมใหญ่ขยับลงจากเตียง เพราะรู้ว่านัดลูกสาวเอาไว้ เย็นนี้จะออกไปกินข้าวนอกบ้านด้วยกัน แค่นี้ปั้นหยาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ขืนชักช้ากว่านี้มีหวังว่าคุณหนูโวยวายบ้านแตกแน่ๆ ในเวลาต่อมา “หยาไม่ชอบอีป้าชบาคู่ขาคุณพ่อ... ต่อไปคุณพ่ออย่าให้มันมาที่บ้านอีกนะคะ” ในขณะกำลังนั่งมาด้วยกันในรถ หญิงสาวกล่าวกับเสี่ยโชคผู้เป็นบิดาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด หน้าบูดหน้าบึ้งให้รู้ว่าโกรธ “คุณชบาเค้าก็ไม่ได้ทำอะไรให้หนูนี่นา... มาไม่นานเดี๋ยวเค้าก็กลับ” เสี่ยโชคกล่าวขณะมือสาวพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งย่านชานเมือง “น้อยไปสิคะ... ลับหลังคุณพ่อมันคงแอบด่าหยา มันคงอยากเข้ามาเป็นเมียคุณพ่อ” ลูกหวงพ่อคิดกังวลไปไกล “โธ่... เค้าจะด่าหนูทำไม ทุกครั้งที่มาน้าชบาก็ไม่ได้เข้ามายุ่มย่ามอะไรกับลูกนี่นา”

บทที่ 3 ตอนที่ 3

“ไม่รู้แหละ... หยาไม่ชอบหน้าอีป้าคนนี้ แล้วไม่ต้องให้หยาเรียกมันว่าน้า... เพราะว่าหย่าไม่เคยมีญาติแบบนี้” เวลาโกรธ ปั้นหยามักจะปากร้ายอย่างที่เห็น เสี่ยโชคมองหน้าลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจ ที่ผ่านๆ มาเขาตามใจลูกสาวคนนี้สารพัด เลี้ยงดูอย่างเด็กที่เติบโตมาอย่างไม่มีแม่ ด้วยแม่ของปั้นหยาเสียชีวิตไปนานแล้ว ตั้งแต่หล่อนยังเล็กๆ “ดูทำหน้าเข้าสิ แล้วทำไมไปเรียกน้าชบาเค้าอย่างนั้น... ไม่น่ารักเลยลูก” “ไม่รู้... หยาพอใจจะเรียกแบบนี้ใครจะทำไม คุณพ่ออย่าหวังเชียวนะว่าหยาจะยอมให้นังป้าบ้ากามนั่นมาแทนที่คุณแม่ของหยา” ลูกหวงพ่อรีบสกัดเอาไว้ก่อน “พ่อก็ไม่ได้คิดอย่างนั้น สำหรับพ่อไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน... ก็จะไม่มีใครเข้ามาแทนที่แม่ของลูกได้... อันที่จริงกับชบาพ่อก็แค่สนุกไปวันๆ ไม่ได้คิดจริงจังอะไรนักหรอก” “ให้มันจริงเถอะค่ะคุณพ่อ... หยารู้นะคะว่าคุณพ่อชอบผู้หญิงขาวอวบนมใหญ่แบบนั้น” ปั้นหยารู้เพราะว่าคู่ขาคนก่อนของบิดาก็หุ่นแบบนี้ เนื้อนมไข่ นมใหญ่ สะโพกดินระเบิด “แกนี่รู้ทันพ่อไปซะทุกอย่าง” เสี่ยโชคกล่าวเขินๆ “รู้สิคะ... ชอบนักนะพวกผู้หญิงนมใหญ่สะโพกใหญ่แต่สมองน้อยกว่าเม็ดถั่ว” “อุ๊ย... ยัยหนู ทำไมเดี๋ยวนี้ปากร้ายจัง ไปได้ยินมาจากไหนนี่” เสี่ยโชคตกใจ “หยาได้ยินป้าช้อยด่าลุงยอดค่ะ” เสี่ยโชคส่ายหน้าระอาใจ ที่แท้ก็จดจำมาจากคนในบ้าน ปั้นหยาปรายตามองหน้าบิดาแล้วเบะปากใส่ อีกชั่วโมงต่อมา เวลาเกือบห้าโมงเย็น ขณะที่ ‘ไทเกอร์’ หนุ่มลูกครึ่งอเมริกันรูปร่างสูงใหญ่กำยำ กำลังเดินอยู่ริมฟุตบาทอาบไปด้วยน้ำฝน โปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงบ่าย จนป่านนี้ก็ยังไม่หยุด “ลงมือเลย” ขณะชายหนุ่มเดินผ่านรถมอเตร์ไซค์คันหนึ่ง จอดหลบอยู่ตรงมุมปากซอยเล็กๆ ไทเกอร์ได้ยินเสียงคนที่นั่งอยู่บนรถพูดคุยกัน เหมือนกำลังจะก่อเหตุร้ายอะไรสักอย่าง ไทเกอร์เหลือบมองไปยังถนนอีกฟาก และพลันนั้นเอง สายตาคมกริบปะทะเข้ากับร่างท้วมใหญ่ของเสี่ยโชค กำลังจูงมือหญิงสาวหุ่นดี ทรวดทรงองเอวของหล่อนช่างอะร้าอร่ามสะดุดตา พากันเดินออกมาจากร้านอาหาร เพื่อจะข้ามมายังอีกฟากถนนที่แลเห็นรถเบนซ์คันหรูจอดอยู่ชิดฟุตบาท ทว่าในทันทีที่เดินมาถึงรถ สองพ่อลูกยังไม่ทันจะเอื้อมมือเปิดประตูรถ จู่ๆ รถมอเตอร์ไซค์ปริศนาน่าสงสัยคันนั้น ก็บิดเร่งเครื่อง พุ่งเข้ามาทางด้านหลังหญิงชายต่างวัยด้วยความเร็วสูง ไทเกอร์เดินเข้ามาใกล้เหตุการณ์โดยไม่ตั้งใจ เสียงปิดเร่งเครื่องมอเตอร์ไซค์เหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้าย พุ่งทะยานเข้าหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ด้วยทุกภาพเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในนาทีนี้ ล้วนตกอยู่ในสายตาของไทเกอร์ที่ผ่านมาเห็นเข้าโดยบังเอิญ หรืออาจเป็นเพราะโชคชะตาลิขิต ให้เขาต้องกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทุกอย่างไม่ได้ผิดไปจากสิ่งที่ไทเกอร์คาดคิดเอาไว้ มอเตอร์ไซค์คันนั้นเฉียดเข้ามาใกล้หญิงสาวเดินอยู่ใกล้บิดา ไอ้คนที่นั่งซ้อนอยู่เบาะหลังเอื้อมมือกระชากกระเป๋าสตางค์ในมือของหล่อน “ว้าย... ชะ... ช่วยด้วย” ปั้นหยาตกใจ หวีดร้องเสียงดังลั่น รถมอเตอร์ไซค์รีบตีโค้งเลี้ยววงแคบ เพื่อที่จะวิ่งย้อนศรกลับเข้าไปในซอยเปลี่ยว ไทเกอร์ที่ตอนนั้นกำลังยืนอยู่บนฟุตบาท ตัดสินใจโดดขวาง เหวี่ยงปลายเท้าเตะโครมเข้าที่กลางลำตัวคนขับ ส่งผลให้รถเสียหลักล้มคว่ำลงข้างถนน ทั้งคนขับและคนซ้อนกระเด็นกระดอนตกจากรถ “เสือกนักนะมึง... อยากตายใช่ไหมวะ” สองโจรลุกขึ้นมาจากพื้น ควักมีดปลายแหลมคมกริบออกมา เดินดุ่มๆ เข้าหาไทเกอร์โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง ควับ... คนหนึ่งจ้วงมีดเข้าใส่ร่างของไทเกอร์อย่างจัง หมายกะซวกให้ไส้ไหล ทว่าชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว โต้ตอบด้วยการตีศอกใส่หน้าผู้จู่โจมเสียงดังพลั่ก “โอ๊ยยย…” คนร้ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ไทเกอร์รีบฉวยจังหวะโดดกระแทกเข่าลอย ซ้ำเข้าที่ท้อง ก่อนจะหมุนตัวกลับมารับมือกับอีกคนที่พุ่งเข้ามาทางด้านหลัง ไทเกอร์จู่โจมตอบโต้รวดเร็วเหลือเชื่อ “อ๊าคคค…” คนร้ายร้องโอดโอย กำปั้นของไทเกอร์หนักหน่วงไม่แพ้หมัดพี่บัวขาว กระแทกเข้าที่ใบหน้าของมันอย่างจัง ลงไปนอนโอดโอยหมดสภาพอยู่กับพื้น

อ่านต่อ