ฉันนี่แหละเศรษฐี
บทที่ 1 เสียงครางจากในห้อง

ที่สนามกีฬาของมหาวิทยาลัย มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดกีฬาสีฟ้า ยืนอยู่หน้าประตูสนามกีฬา มือข้างนึงถือกระสอบ มืออีกข้างสวมถุงมือ กำลังก้มลงหยิบขวดเปล่า โยนลงในกระสอบ ‘ถ้ามีการแข่งบาสทุกวันก็คงจะดี หลังจากจบการแข่งขัน ฉันจะได้เอาขวดพวกนี้ไปขายได้ อย่างน้อย ๆ ก็สองสามร้อย สิ้นเดือนฉันจะได้มีเงินไปซื้อไอโฟนสิบเอ็ดให้หยิงหยิงเป็นของขวัญวันเกิด” เฉินฝานดูตื่นเต้นมาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและมองไปรอบ ๆ เพื่อหาขวดพลาสติก ขณะเดียวกัน มีนักศึกษาชายตัวสูงกลุ่มนึงเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ละคนถือถังใบเล็ก ๆ ที่มีชุดกีฬาและถุงเท้าเหม็น ๆ เดินเข้ามาหาเฉินฝาน “เฉินฝาน ชุดของทีมบาสทั้งหมด ถังละห้าสิบ นายเอาไปซักให้ทีสิ” นักศึกษาชายคนหนึ่งย้อมผมสีแดงในปากคาบบุหรี่ โยนถังลงข้าง ๆ เฉินฝาน “ทุกคนต่างก็เป็นเด็กใหม่ของทีม อย่าหาว่าฉันกัวเถาไม่ดูแลนายเลยนะ รับไปสิ” พูดจบ ผู้ชายผมแดงก็โบกมือเพื่อเป็นสัญญาณ คนอื่น ๆ ก็โยนเสื้อผ้า รองเท้า และถุงเท้าที่มีกลิ่นเหม็น ๆ เต็มไปด้วยเหงื่อลงบนพื้น “นี่เสื้อผ้าและถุงเท้าเหม็น ๆ ที่ฉันให้ลูกทีมเก็บไว้อาทิตย์นึง เพื่อให้นายมีรายได้เลยนะ ลองดมดูสิหอมไหม?” กัวเถาหยิบถุงเท้าที่มีกลิ่นเหม็นขึ้นมา และโยนใส่เฉินฝาน เฉินฝานหลบไม่ทัน ทำให้ถุงเท้าตกลงมาบนหน้าของเขา เขาได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวจนแสบจมูก “ฉัน…” ขณะที่เฉินฝานกำลังจะโต้กลับ เขาได้แต่กัดฟัน และกลืนคำพวกนั้นลงไป เขาโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด สำหรับเขา รายได้ทุกอย่างมีความสำคัญ และเขาก็ไม่อยากพลาดมัน เขาไม่ใช่ลูกเศรษฐี แต่เป็นนักศึกษาที่มาจากครอบครัวจน ๆ คนหนึ่ง เขาไม่มีคอนเนคชั่นใด ๆ และไม่มีทักษะทางวิชาชีพใด ๆ เพราะฉะนั้นนอกจากจะออกไปทำงานวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว เขายังรับซักรีดเสื้อผ้า และทำการบ้านให้เพื่อน ๆ เพื่อหารายได้อีกด้วย เขาทำอย่างนี้ทีละเล็กละน้อย จนมีค่าเล่าเรียน และค่าครองชีพ เฉินฝานพยายามระงับความโกรธ เขาหยิบถุงเท้าที่มีกลิ่นเหม็นออกจากหน้า แล้วโยนมันลงในถัง “ทั้งหมดสองร้อยห้าสิบ” “อะนี่ สามร้อย ห้าสิบนั้นเป็นค่าเหนื่อยไปเอาพัสดุที่หน้าประตู แล้วเอาไปให้กัปตันเหวินที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทีนะ” พูดจบกัวเถาก็ยิ้ม และเดินจากไปพร้อมกับลูกทีมคนอื่น ๆ เฉินฝานเก็บเงินขึ้นมา พลางกำหมัดแน่น ก่อนจะถอนหายใจออกมา “แม้ว่าพวกกัวเถาจะดูไม่เป็นมิตรนัก แต่ตราบใดที่ทำให้เขาได้เงินมา เรื่องแค่นี้ก็เล็กน้อยมาก” เขารีบหยิบกระสอบ และเดินไปที่ร้านรับซื้อของเก่านอกมหาวิทยาลัย หลังจากขายขวดแล้ว เขาก็ไปเอาพัสดุที่ประตูวิทยาลัย ระหว่างเดินทางกลับไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เฉินฝานนับเงินที่เขาหามาได้อย่างพอใจ จนลืมเรื่องไม่สบายใจเมื่อครู่ไปเสียสนิท พอคิดว่าอีกไม่นานก็จะเก็บเงินซื้อของขวัญให้แฟนได้ เฉินฝานก็เดินฮัมเพลงไปอย่างสบายใจ แต่ทันทีที่เขามาถึงประตู เขาก็ได้ยินเสียงครางของผู้หญิงดังออกมาจากข้างใน มือที่กำลังจะเคาะประตูเลยชะงักหยุด ‘เสียงคุ้น ๆ แฮะ? !’ เสียงจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้านั้นยังคงดังขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งฟังเฉินฝานก็ยิ่งหน้าแดง แต่แล้วเขาก็รู้สึกแปลก ๆ เสียงผู้หญิงนั้น เหมือนกับเสียงของหยิงหยิงมาก “เฮี่ยเซี่ย เสียวมากค่ะ ขยุ้มฝั่งขวาด้วยสิคะ” “ใจเย็น ๆ หยิงหยิง วันนี้ผมซื้อชุดชั้นในสุดเซ็กซี่มาด้วย เดี๋ยวคุณไปเปลี่ยนนะ แล้วเราค่อยมาเล่นเสียวกัน” เสียงครางดังออกมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิมมาก หยิงหยิงเหรอ? หยิงหยิงใช่ไหม? เฉินฝานเลือดขึ้นหน้า เขาถีบประตูห้องออกอย่างแรง และก็ได้เห็นภาพที่เขาไม่มีวันลืม

บทที่ 2 คนจนสมควรโดนรังแกงั้นเหรอ

ในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาเห็นหยิงหยิง แฟนสาวสุดเซ็กซี่ของเขากำลังซบอยู่บนอกของเหวินเซิง ส่วนมือของเหวินเซิงนั้นกำลังเค้นคลึงหน้าอกของเธออยู่ “นี่พวกแก!” เฉินฝานหายใจออกมาแรง ๆ อย่างโกรธจัด ใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ทางด้านพวกเขาสองคนที่กำลังเล่นเสียวกันอยู่ พอได้ยินเสียงดังเอะอะก็ตกใจ และหันไปมองที่ประตู พอเห็นว่าคนที่เข้ามาคือเฉินฝาน หยิงหยิงก็ตกใจ และพูดออกมาว่า “เฉินฝาน นายมาได้ไง!” “ฉันควรจะถามเธอมากกว่านะ เธอบอกว่าตอนบ่ายจะไปช้อปปิ้งกับเพื่อนไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้! ?” ตาของเฉินฝานแดงก่ำไปด้วยความโกรธ เขาต้องประหยัดและทำงานพาร์ทไทม์จนถึงเที่ยงคืนทุกวัน เพื่อเก็บเงินซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ให้หยิงหยิงเป็นของขวัญวันเกิด แต่สุดท้ายกลับรู้ว่าโดนสวมเขา ใครจะยอมรับได้! จางหยิงตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว แต่แทนที่เธอจะรู้สึกละอายใจ เธอกลับพูดออกมาว่า “ในเมื่อรู้ความจริงแล้ว ฉันก็จะไม่ปิดบังนายล่ะกัน นายคิดว่าฉันอยากจะคบกับผู้ชายจน ๆ อย่างนายจริง ๆ เหรอ? ฉันแค่พนันกับเพื่อนเฉย ๆ ฉันไม่คิดว่านายจะจริงจังขนาดนี้!” “แต่ฉันจริงใจกับเธอนะ” เฉินฝานพูดออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “จริงใจแล้วไงล่ะ มันกินได้รึเปล่า ฉันขอให้นายซื้อมือถือเครื่องใหม่ให้ฉัน นายบอกให้ฉันรอตั้งเดือนหนึ่ง ฉันจะบอกอะไรให้นะ เฮียเซี่ยซื้อกระเป๋าหลุยส์รุ่นล่าสุด และไอโฟนสิบสามให้ฉันตั้งนานแล้ว” หยิงหยิงพูด และมองเขาอย่างเหยียด ๆ เหวินเซิงโยนเงินให้เขาสามร้อยพลางพูดอย่างเยาะเย้ยว่า “เฉินฝาน คนจน ๆ อย่างนาย คิดจะมาเด็ดดอกฟ้าอย่างหยิงหยิงงั้นเหรอ อ่ะนี่...สามร้อย เอาไปซื้อกระหรี่กินไป” “เหวินเซิง แกตาย!” เฉินฝานตาแดงก่ำ เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งใส่เหวินเซิงราวกับวัวที่กำลังคลั่ง “แกกล้าทำร้ายฉันเหรอ แกคิดว่าแกเป็นใครฮะ!” เหวินเซิงสบถออกมา พลางยกมือขึ้นต่อยเฉินฝานเข้าไปเต็ม ๆ ในฐานะกัปตันทีมบาส เขาสูงกว่าร้อยเก้าสิบ เขามีกล้ามเป็นมัด ๆ ถึงแม้ว่าเฉินฝานจะสูงกว่าร้อยแปดสิบ แต่เมื่อเทียบกับชายหนุ่มร่างบึกคนนี้ เขาก็เป็นแค่ลูกเจี๊ยบตัวนึงเท่านั้น เฉินฝานล้มลงกับพื้น เขารู้สึกเจ็บที่แก้ม และกำลังพยายามจะลุกขึ้น แต่เหวินเซิงกลับยกเท้าขึ้น และกระทืบไปที่หน้าของเฉินฝาน ก่อนจะพูดอย่างกร่าง ๆ ว่า “คนจน ๆ แบบแก กล้าโต้กลับงั้นเหรอ ฉันจะเหยียบแกให้จมดินเลย!” เหวินเซิงกระทืบเขาอยู่หลายครั้ง หน้าของเฉินฝานเต็มไปด้วยรอยเท้า เขาพยายามดิ้นเพื่อจะลุกขึ้น เหวินเซิงนั่งค่อมหลังของอีกฝ่าย เขากระชากกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนเก้าอี้แล้วหยิบปากกาสีดำออกมา ก่อนจะเขียนคำว่า ‘ยาจก’ ลงไปบนหน้าของเฉินฝาน หลังจากเขียนเสร็จ เหวินเซิงก็ถุยน้ำลายใส่เฉินฝาน ก่อนจะพูดขึ้นว่า “จำไว้นะไอ้ยาจก ถ้าแกกล้ามาหาเรื่องฉันอีก ฉันจะซัดแกทุกครั้งที่เห็นหน้าแก!” พอพูดจบเขาก็จูงมือหยิงหยิงออกไป เฉินฝานแบกร่างที่เจ็บปวดกลับไปที่หอพัก พอคนอื่นเห็นรอยบนหน้า ต่างก็พากันซุบซิบไปต่าง ๆ นา ๆ ตอนนี้เขาโดนหยิงหยิงหักอกเข้าแล้ว คนที่เขารักมากที่สุดทำกับเขาแบบนี้ เขาไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ตอนนี้หัวใจของเขามันได้ตายด้านไปแล้ว เฉินฝานถอดเสื้อผ้าที่สกปรกออก และล้างคำว่า ‘ยกจก’ บนหน้าออก ภาพเมื่อครู่นั้นยังชัดเจนอยู่ในหัวของเขา ทั้งภาพที่โดนกัวเถาพูดจาดูถูก โดนเหวินเซิงทำร้าย ไหนจะโดนหยิงหยิงปฏิเสธอีก ‘ถึงว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมให้ฉันจับมือ ไม่ยอมให้ฉันกอดเหมือนคู่รักคนอื่น ๆ ที่แท้เพราะเธอรังเกียจที่ฉันจน และไม่เคยชอบฉันเลยนี่เอง’ ฝานทั้งโกรธทั้งเสียใจ พอนึกถึงคำที่หยิงหยิงพูดกับเขา เขาก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

บทที่ 3 ฉันเป็นทายาทมหาเศรษฐี

ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า เขากวดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง แล้วก็เห็นเบียร์สองสามขวดที่รูมเมทวางไว้ใต้เตียง เฉินฝานคว้ามันมา เขาเปิดขวดและยกขึ้นดื่มทันที เขาดื่มขวดแล้วขวดเล่า จนเริ่มเวียนหัว เขาไม่อาจเก็บความเศร้าเสียใจเอาไว้ได้อีกต่อไป และแล้วเขาก็ร้องไห้ออกมา ก่อนจะลงไปนอนกองกับพื้น ‘ฉันไม่ยอม คนจนสมควรโดนรังแกงั้นเหรอ? เงินเงินเงิน หยิงหยิงวันนึงเธอจะต้องเสียใจ!’ เฉินฝานตาแดงก่ำ เขาตะโกนระบายความเจ็บปวด และความโกรธออกมา หลังจากระบายความทุกข์ออกมาแล้ว เฉินฝานก็รู้สึกเหนื่อย หัวของเขาเริ่มหนักขึ้นทุกที ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เฉินฟ่านหยิบมันขึ้นมาและกดรับสาย “เฉินฝาน อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดอายุครบสิบเก้าปีของลูกแล้วนะ พ่อมีความจริงจะบอก ความจริงแล้วครอบครัวเราไม่ได้ยากจน แต่เรากลับรวยมาก แต่กฎของตระกูลได้กำหนดไว้ว่าเราจะต้องเลี้ยงลูกแบบจน ๆ จนกว่าลูกจะมีอายุครบสิบเก้าปีบริบูรณ์ เราเลยไม่ได้บอกความจริงกับลูก ตระกูลเรามีธุกิจอยู่ทั่วโลก ไม่เพียงแค่มีเหมืองทองในแอฟริกา แต่ยังรวมไปถึงธุรกิจน้ำมันในตะวันออกกลางด้วย” เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากปลายสาย เฉินฟานหัวเราะออกมา และพูดขึ้นว่า “พ่อ นี่พ่อยังไม่ตื่นเหรอ พ่อชอบโม้มาตั้งแต่ผมเด็ก ๆ ว่าพ่อซื้อเฮลิคอปเตอร์ไว้ที่อเมริกา แล้วยังซื้อเรือยอชท์ไว้ที่เวนิสอีกด้วย แต่ตอนนี้แค่ค่าเทอมของผมยังต้องหาเองเลย! พ่อไม่คิดว่ามันตลกบ้างเหรอ ? ปลายสายถอนหายใจออกมา “เสี่ยวฟาน พ่อรู้ว่าลูกคงจะยังยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ ตอนที่คุณปู่ของลูกพูดอย่างนี้กับพ่อ พ่อเองก็ว่าท่านว่าท่านเลอะเลือนเหมือนกัน แต่ตระกูลเรารวยมากจริง ๆ พ่อจะโอนเงินค่าขนมไปให้ลูกก่อนร้อยล้านนะ” เดิมทีเฉินฟ่านได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเหมือนกับเสียงของพ่อเขามาก อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นเคย แต่ยิ่งฟังอีกฝ่ายพูดมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกแปลก ๆ เขามองโทรศัพท์อย่างชัด ๆ อีกครั้ง และพบว่าเป็นหมายเลขที่ไม่คุ้นเคยจากต่างประเทศ! ไอ้สัด!นี่มันพวกแก๊งต้มตุ๋นนี่ว่ะ! “ไอ้พวกต้มตุ๋น ไสหัวไปให้พ้น!” เฉินฝานตะโกนเสียงดัง และวางสายไปทันที พอได้ตะโกนออกมา ก็เหมือนได้ระบายความโกรธ และความเจ็บปวดออกมา แล้วเขาก็หมดแรง เฉินฝานหลับตาลง และผล็อยหลับไป เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินฝานตื่นขึ้นมาและรู้สึกปวดหัว เมื่อคืนเขาฝันว่าพ่อโทรมาบอกว่าเขาเป็นลูกคนรวย ‘ฉันจนมากจนเสียสติไปแล้วแน่ ๆ ตระกูลฉันจนมาสามชั่วอายุคนแล้ว ยังจะมาฝันว่าตัวเองเป็นเศรษฐีอีก’ เฉินฝานหัวเราะเยาะตัวเอง สายตาของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และพบว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านอยู่ “บัญชีธนาคารของคุณ มียอดเงินคงเหลือ หนึ่งร้อยล้านห้าสิบหกบาท...” หนึ่งร้อยล้าน!? เฉินฝานเบิกตากว้าง เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลย เขานับมันอีกครั้ง และก็เห็นว่าไม่ได้ตาฝาด ในบัตรมีเงินหนึ่งร้อยล้านจริง ๆ ! ที่หอพัก เฉินฝานเปิดแอพธนาคารผ่านมือถือ และก็เห็นยอดคงเหลือในบัตร “พระเจ้า... นี่ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? ฉันเป็นลูกคนรวยจริง ๆ งั้นเหรอ!” พอคิดได้แบบนั้น เฉินฝานก็รีบโทรกลับหาเบอร์แปลกนั้นทันที “พ่อ?” เฉินฝานเอ่ยทักอย่างไม่แน่ใจ “ว่าไงไอ้ลูกรัก สร่างเมาแล้วใช่ไหม เมื่อคืนพ่อโทรลูก เห็นว่าลูกดูแปลก ๆ ไม่เป็นไร ตอนนี้พ่อกำลังจะนั่งเครื่องไปตะวันออกกลาง เพื่อไปตรวจการขุดเจาะน้ำมันบ่อใหม่ ไว้ค่อยคุยกันตอนที่พ่อลงจากเครื่องบินนะ” เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย หลังจากอยู่ด้วยกันมาเกือบยี่สิบปี เฉินฝานถึงกับสร่างเมา แล้วและมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่านี่คือพ่อของเขาจริง ๆ “พ่อ....นี่พ่อล้อเล่นใช่ไหม! บอกมาซะดี ๆ ว่าเอาเงินร้อยล้านนี้มาจากไหน?” เฉินฝานยังคงงง ๆ และยังยอมรับความจริงนี้ไม่ได้

อ่านต่อ