แผนลวงรัก
บทที่ 1 การหย่าจะไปดีเท่าภรรยาตายได้ยังไง

“ไม่งั้นเราก็ขอหย่ากับเธอโดยอ้างว่าเธอเป็นหมันดีไหม” เสิ่นอันหยูยืนตัวสั่นอยู่นอกประตู เธอไม่เคยคิดเลยว่า แม่สามีที่ปกติแล้วจะรักเธอมากจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้ เธอเป็นหมันงั้นเหรอ เธอกับซ่งโยว่เฉินนั้นแต่งงานกันเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หนึ่งเดือนก่อนงานแต่งงาน ซ่งโยว่เฉินประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขา แทบจะต้องถูกตัดขาทิ้ง ทุกคนแนะนำว่าอย่าแต่งงานเลย แต่เขาคิดว่าคนเราต้องรักษาคำพูดก็เลยแต่งงานไปโดยไม่คิดอะไร หลังจากแต่งงานกันมานานกว่าหนึ่งปี ซ่งโยว่เฉินได้รักษาอาการบาดเจ็บและทำกายภาพบำบัดมาโดยตลอด ทั้งคู่ไม่เคยมีอะไรกันเลย แต่ตอนนี้กลับมาบอกว่าเธอเป็นหมันงั้นเหรอ “เสิ่นซื่อ กรุ๊ปเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้นมา บริษัทนั้นขาดทุนไปมากกว่าห้าพันล้าน เสิ่นเทียนหมิงที่ออกไปจัดการเรื่องนี้ก็ดันเสียชีวิตกะทันหันขึ้นมา หนี้ที่เเสนน่ากลัวก้อนนี้ อาจจะต้องตกเป็นชื่อของเสิ่นอันหยู ถ้าไม่รีบหย่าล่ะก็ จะต้องส่งผลกระทบต่อตระกูลซ่งของเราแน่ ๆ ” “เราแต่งงานกับเสิ่นอันหยู ก็เพื่อให้สองตระกูลสนับสนุนซึ่งกันและกันให้เจริญยิ่งขึ้น ไม่ใช่มาทำให้พวกเราต้องซวยกันไปด้วย” “โยว่เฉิน ลูกคิดว่าไง” เสิ่นอันหยูกัดฟันแน่น ตัวสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ซ่งโยว่เฉินคงจะปฏิเสธใช่ไหม เธออยู่ในตระกูลซ่งมาหนึ่งปีกว่าแล้ว และเธอก็ดูแลเขาอย่างดี “ไม่รีบ” ตอนที่เสิ่นอันหยูกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงทุ้ม ๆ ของซ่งโยว่เฉินดังขึ้นมา เธอยังไม่ทันได้รู้สึกโล่งอก ก็ได้ยินเขาพูดต่อ “แม้ว่าตระกูลเสิ่นจะเกิดเรื่องขึ้น แต่เสิ่นเทียนหมิงนั้นเหลืออะไรไว้ให้เสิ่นอันหยูไม่น้อยเลยทีเดียว” “ฉันจะพยายามหาวิธีเพื่อใช้ข้ออ้างว่าเราอยากจะช่วยเธอ ให้เธอเอาของที่มีทั้งหมดไปขายซะ พอได้เงินมาแล้วเราค่อยหย่า” ซ่งโยว่เฉิน! พวกคุณทุกคนนี่โหดร้ายจริง ๆ ในหัวของเสิ่นอันหยูมีแต่ความว่างเปล่า เธอถอยออกไปหนึ่งก้าว แต่เธอลืมไปว่ามีธรณีประตูอยู่ข้างหลังเธอ เธอเลยเหยียบพลาดและล้มลงกับพื้น “ใครน่ะ” เสิ่นอันหยูรีบลุกขึ้นยืนและวิ่งหนีไปทันที “เสิ่นอันหยู เธอได้ยินหมดแล้ว ปล่อยให้เธอหนีไปไม่ได้” คืนนั้นมืดมากและฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในคืนที่ฝนตก ถนนที่ปกติมักจะมีการจราจรหนาแน่นนั้น ตอนนี้มองไม่เห็นรถยนต์เลยแม้แต่คันเดียว ในหัวของเสิ่นอันหยูมีแต่ความว่างเปล่า ฝนตกทำให้เธอมองเห็นอะไรได้ไม่ชัดเจน และเธอก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน เธอแค่วิ่งออกมาอย่างหมดหนทาง ทันใดนั้น ก็มีแสงส่องมาตรงหน้าเธอ แสงนั้นแสบตามาก เสิ่นอันหยูหยุดวิ่งและยกมือขึ้นมาบังตาไว้ จู่ ๆ รถคนนั้นก็เพิ่มความเร็วและพุ่งเข้าชนเสิ่นอันหยู “ปัง” เสิ่นอันหยูที่โดนชนกระเด็นออกไปห้าหกเมตรเห็นจะได้ ร่างกายของเธอเหมือนจะแหลกออกเป็นชิ้น ๆ มันเจ็บปวดมากจนเธอไม่สามารถร้องออกมาได้ รถหยุด มีคนลงมาจากรถและเดินมาหาเธอเพื่อตรวจสอบอาการของเธอ “คุณซ่ง ยังไม่ตายครับ ต้องชนซ้ำอีกรอบไหมครับ” หลังจากนั้น เสียงที่เย็นชาของซ่งโยว่เฉินก็ดังขึ้นมา “ชน” ซ่งโยว่เฉินเดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว ดวงตาของเสิ่นอันหยูเบิกกว้าง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ซ่งโยว่เฉินนั้นเดินได้แล้ว! “ทีแรกฉันไม่ได้กะจะเอาชีวิตเธอ แต่เธอได้ยินที่ฉันพูดหมดแล้ว” “ฉันจะต้องหย่าให้ได้ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าการที่ภรรยาตายนั้นก็ไม่เลวเลย” “แบบนี้ ของที่เธอมีอยู่ตอนนี้ก็จะตกเป็นของฉันทั้งหมด ฉันจะปล่อยให้เสิ่นซื่อ กรุ๊ปล้มละลายไป แบบนี้หนี้ของเสิ่นซื่อ กรุ๊ปก็จะไม่ใช่ของฉัน และฉันก็จะได้กำไรด้วย” ซ่งโยว่เฉินยกยิ้มมุมปาก “ยังไงซะเธอก็จะตายอยู่แล้ว ฉันจะบอกความลับอีกอย่างให้เธอฟัง” “จริง ๆ แล้ว หลังจากที่ตระกูลเสิ่นเกิดเรื่องขึ้น ฉันเจอคนที่จะมาแทนที่เธอแล้ว คน ๆ นั้นก็คือเย่หลานชี เพื่อนสนิทของเธอไง ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน เธอชอบฉันมากและเคยมายั่วยวนฉัน” “ก่อนหน้านี้ที่เธอมักจะมาที่บ้านของเราเพื่อปลอบเธอ เราก็แอบอยู่ด้วยกันแล้ว ตอนนี้เธอท้องแล้ว” “ถ้าเธอตายเมื่อไหร่ ฉันจะแต่งงานกับเธอ” ซ่งโยว่เฉินก้มลงมองหน้าของเสิ่นอันหยูและอดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากของเขาขึ้นมา “เธอสวยมาก แต่น่าเสียดายที่บ้านของเธอดันเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมา เลยไม่ทันได้มีอะไรกับเธอเลย” ตอนที่ซ่งโยว่เฉินพูดนั้น เขาก็ขยับและเอื้อมมือไปบีบคางของเธอไว้ “ให้ฉันเปิดซิงเธอก่อน แล้วค่อยปล่อยให้เธอตายเป็นไง?” “เธอจะได้ไม่ตายทั้ง ๆ ที่ยังซิงและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายนั้นรสชาติเป็นยังไง” ไอ้สารเลว! ดวงตาของเสิ่นอันหยูแดงก่ำ ใจของเธอนั้นรู้สึกเจ็บปวดถึงสุดขีด มือของซ่งโยว่เฉินนั้นยังคิดจะเลื่อนลงไปข้างล่าง เธอพยายามต่อต้านเเละเหลือบเห็นมีรถกำลังเเล่นเข้ามา เธอเอาหน้าผากกระแทกซ่งโยว่เฉินอย่างแรงและเขาก็รีบหลบไปทันที เสิ่นอันหยูพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลุกขึ้นและรีบวิ่งไปที่รถที่กำลังเเล่นมา! เสียงเบรกที่แสบแก้วหูดังขึ้น เสิ่นอันหยูก็รีบพุ่งเข้าเปิดประตูและขึ้นรถไปทันที “ช่วยฉันด้วย!” “รีบไปเร็ว! มีคนกำลังจะฆ่าฉัน! พวกเขาจะชนฉันให้ตาย!” ไม่มีใครพูดอะไรในรถ เสิ่นอันหยูถึงได้หันเข้าไปมองภายในรถ ที่กั้นระหว่างเบาะหน้ากับเบาะหลังนั้นเลื่อนขึ้น เบาะหลังอีกด้านนั้นมีผู้ชายคนนึงนั่งอยู่ ผู้ชายคนนั้นก้มหน้าลง ในคืนที่มืดมิด มีแค่ดาวบนท้องฟ้าที่สว่างไสวเท่านั้น เธอมองไม่เห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้น เธอเห็นแค่เส้นเลือดบนหน้าผากของผู้ชายคนนั้น มือที่วางอยู่บนเข่านั้นก็มีเส้นเลือดปูดขึ้นอย่างชัดเจน “คุณผู้ชาย คุณ... เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? คุณไม่สบายใช่ไหม” ทันใดนั้น เสียงที่ดูเหมือนจะหมดความอดทนก็ดังขึ้นมา “ทีแรกฉันไม่อยากทำร้ายใคร” “แต่เธอ... กลับทำให้ฉันปะทุขึ้นมา”

บทที่ 2 เซ็กส์ในรถ

ม... หมายความว่ายังไง ก่อนที่เสิ่นอันหยูจะรู้สึกตัว ผู้ชายคนนั้นก็ขยับตัวราวกับหมาป่าที่หลับใหลอยู่เป็นเวลานานและกระโจนเข้าใส่เสิ่นอันหยู “คุณ! คุณจะทำอะไรน่ะ” “อ๊ะ!” พอเสิ่นอันหยูร้องออกมา เธอก็ถูกผู้ชายคนนั้นคร่อมไว้ ผู้ชายคนนั้นถกยกกระโปรงยาวของเธอขึ้นอย่างไม่เกรงใจและลูบไล้ไปตามขาเนียนของเธอ ก่อนจะหยุดอยู่ที่จุดอ่อนไหว เสิ่นอันหยูตัวสั่นไปทั้งตัว แม้ว่าเธอจะไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่เธอก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ต้องการจะทำอะไร “ไม่... ไม่นะ ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะ” เสิ่นอันหยูดิ้นรน แต่ผู้ชายคนนั้นแรงเยอะมาก เขาจับมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวและกดมันไว้เหนือหัว ก่อนจะแยกขาทั้งสองของเธอออกจากกัน... เมื่อกี้ตอนที่เธอถูกรถชน เธอพยายามหนีอย่างสุดความสามารถ ตอนนี้เลยไม่มีแรงจะขัดขืนแล้ว แต่นี่อยู่ในรถ มีคนขับอยู่ข้างหน้า และอาจจะมีผู้คนผ่านไปมาด้านนอก เสิ่นอันหยูทั้งอายและร้อนรน หน้าของเธอแดงราวกับลูกพีชที่เพิ่งเก็บมาใหม่ “ช่วยด้วย!” พอพูดจบ ปากของเธอก็ถูกปิด ผู้ชายคนนั้นประกบจูบเธอทันที เขาถือโอกาสตอนที่เสิ่นอันหยูกำลังกลัวและไม่ทันได้ตั้งตัว ใช้ลิ้นดันเข้าไปและกวาดไปทั่วโพลงปากอย่างเอาแต่ใจ มือของชายผู้นั้นลูบผ่านกางเกงในที่เริ่มจะแฉะเล็กน้อยและดูเหมือนว่า เขาก็รู้สึกได้เช่นกัน เขาเลยแหวกกางเกงในออกและใช้นิ้วหยาบกร้านลูบไล้เบา ๆ “อืม...” เสิ่นอันหยูอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางออกมา จู่ ๆ รถก็สั่นขึ้นมา นิ้วของผู้ชายคนนั้นเลยเสียบเข้าไป “อ๊ะ!” เสิ่นอันหยูรู้สึกเหมือนกับว่าร่างกายของเธอโดนไฟช็อต ริมฝีปากบางก็ส่งเสียงครางออกมาไม่หยุด เสียงครางนั้นเป็นเหมือนตัวเร่ง ผู้ชายคนนั้นรู้สึกว่าช่วงล่างนั้นคับแน่นจนเจ็บไปหมด แต่ตรงนั้นของเสิ่นอันหยูคับแน่นมากเนื้อนุ่ม ๆ นั้นตอดรัดนิ้วของเขาไว้แน่น เขารู้อยู่แก่ใจว่า ถ้าเขาบุกเข้าไปทั้ง ๆ แบบนี้ล่ะก็ เธอจะต้องได้รับบาดเจ็บแน่ ๆ เขากัดฟันแน่น พยายามใช้สติที่มีอยู่น้อยนิดใช้นิ้วค่อย ๆ เปิดทาง รถดูเหมือนจะขับเข้าไปในที่ลับตาคนแล้ว และคนขับก็ลงจากรถ มี “คลิก” และประตูก็ล็อค เสียงครางของเสิ่นอันหยูค่อย ๆ เปลี่ยนไป ใจของเธอเต็มไปด้วยความสุขที่แปลกประหลาด ทันใดนั้น ผู้ชายคนนั้นก็ดึงนิ้วออก แต่วินาทีต่อมา ก็มีแท่งอุ่น ๆ ที่มีความรู้สึกลื่น ๆ วนอยู่รอบ ๆ นั่นคืออะไร ไม่ทันที่เสิ่นอันหยูจะได้สติ ผู้ชายคนนั้นก็กระแทกเข้ามาอย่างรุนแรง... “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ!” เจ็บ! มันเจ็บมาก ไม่ทันที่เสิ่นอันหยูจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ผู้ชายคนนั้นก็ก้มหน้าลงเพื่อปิดริมฝีปากของเธออีกครั้ง ลิ้นเรียวดันเข้าไปในปากของเธอและกวาดไปรอบ ๆ โพลงปาก สายตาของผู้ชายคนนั้นเต็มไปด้วยความต้องการที่ไม่ลดละ เสิ่นอันหยูไม่สามารถสะอื้นออกมาได้ ดวงตาของเธอไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและน้ำตาก็ค่อย ๆ ไหลออกมาจากหางตาของเธอ ทำไมล่ะ มันเป็นประสบการณ์น่าสุขสมที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ในรถแคบ ๆ เสียงหอบหายใจของผู้ชาย หลังคาที่สั่นไหว ในความมืดนั้นไม่สามารถมองเห็นสีหน้าหรือรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้เลย ผู้ชายคนนั้นกระแทกเธออย่างแรง ถอนออกมาอย่างแรงและรีบกระแทกกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว พอมันเข้ามาอีกครั้ง เสิ่นอันหยูก็ร้องขอให้เบาลง ครั้งแรกที่แสนสุขสมของเธอนั้นไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ผนังด้านในของเธอก็หดเล็กลงและในที่สุดผู้ชายคนนั้นก็เข้าไปจนสุดและปลดปล่อยออกมา เลือดและน้ำรักเลอะเต็มขาของเสิ่นอันหยูไปหมด แต่ทุกอย่างนั้นยังไม่จบลง เธอหมดแรงที่จะต่อต้านแล้วและความเร้าใจครั้งใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

บทที่ 3 ให้เธอแต่งงานแทนเหรอ

ระหว่างนั้น เสิ่นอันหยูสลบไปสองครั้ง ตอนที่ฟื้นขึ้นมานั้น ฟ้ายังไม่สว่าง ผู้ชายคนนั้นผล็อยหลับไปและคนขับก็หายตัวไป เสิ่นอันหยูค่อย ๆ เปิดประตูรถอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่ลงไปถึงพื้น ขาของเธอก็อ่อนยวบทันที ตัวเอนไปข้างหน้าและล้มลงกับพื้น เสิ่นอันหยูไม่ทันได้สนใจอะไรอื่น เธอรีบลุกขึ้นและหนีไปทันที เธอกลับไปที่บ้านตระกูลซ่งไม่ได้แล้ว หลังจากที่พ่อของเธอประสบอุบัติเหตุ บ้านของตระกูลเสิ่นก็ถูกขายไปเพื่อเอามาใช้หนี้แล้วเช่นกัน โชคดีที่เธอยังมีแม่ แม้ว่าแม่จะหย่ากับพ่อตอนเธออายุได้ไม่กี่เดือนและทิ้งเธอไว้กับพ่อ ตอนนี้เธอก็คงจะมีครอบครัวใหม่แล้ว แต่นั่นเป็นญาติคนเดียวของเธอ ทันทีที่เสิ่นอันหยูมาถึงบ้านแม่ของเธอ เธอก็ได้ยินเสียงตะคอกดังมาจากข้างใน “พวกคุณจะบีบให้ฉันตายใช่ไหม ใคร ๆ ก็รู้ว่ากู้เป่ยเฉินนั้นตาบอด แถมยังเป็นพวกอารมณ์ร้อนอีก มีข่าวลือว่าเขาเคยฆ่าคนมาแล้วด้วย! แต่พวกคุณกลับต้องการให้หนูแต่งงานกับเขางั้นเหรอ ให้ตายหนูก็ไม่แต่ง ใครอยากจะแต่งก็เชิญเถอะ!” จากนั้น ประตูก็ถูกกระแทกออกอย่างแรง และหญิงสาวที่แต่งตัวทันสมัยก็วิ่งออกมาจากข้างใน เธอคือซูหยุนหยุน น้องสาวต่างพ่อของเธอ “หยุนหยุน!” หลี่เชี่ยนโหรว แม่ของเธอรีบตามมาติด ๆ ทันที แต่ซูหยุนหยุนขึ้นรถและสตาร์ทรถอย่างรวดเร็ว “แม่” เสิ่นอันหยูกัดริมฝีปากของเธออย่างรู้สึกไม่สบายใจ หลี่เชี่ยนโหรวหันหน้าไปด้วยท่าทางประหลาดใจและมองเสิ่นอันหยูตั้งเเต่หัวจรดเท้า “อันหยูใช่ไหม ทำไมลูกถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ เกิดอะไรขึ้น” ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลี่เชี่ยนโหรวจะรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะสภาพของเสิ่นอันหยูนั้นดูแย่มากจริง ๆ พอได้ยินหลี่เชี่ยนโหรวถาม เสิ่นอันหยูก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป น้ำตาของเธอไหลพรากออกมา “แม่ ซ่งโยว่เฉินอยากหย่ากับหนู เขาอยากจะฆ่าหนูด้วย!” “ว่าไงนะ” ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุด หลี่เชี่ยนโหรวก็ฟังเสิ่นอันหยูเล่าเรื่องทั้งหมดจนจบ “สรุปคือเป็นเพราะความยุ่งเหยิงที่พ่อของลูกทิ้งไว้ ซ่งโยว่เฉินกับตระกูลของเขาเลยวางแผนที่จะหย่ากับลูกโดยอ้างว่าลูกเป็นหมันงั้นเหรอ เพราะลูกได้ยินที่พวกเขาคุยกัน ซ่งโยว่เฉินเลยอยากจะฆ่าลูกอย่างนั้นเหรอ” “ใช่ค่ะ” หลี่เชี่ยนโหรวขมวดคิ้ว “หนี้ที่พ่อของลูกทิ้งไว้เกี่ยวอะไรกับลูกด้วยล่ะ หรือลูกอยากจะรับช่วงต่อของเสิ่นซื่อ กรุ๊ปงั้นเหรอ” เสิ่นอันหยูหลับตาลง ขนตาสั่นเล็กน้อย “นั่นเป็นเลือดเนื้อของพ่อ หนูไม่อยากยอมแพ้” หลี่เชี่ยนโหรวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “แต่ตอนนี้ ลูกไม่เพียงแต่ต้องรับภาระที่เสิ่นซื่อ กรุ๊ปเป็นหนี้อยู่เท่านั้น ตระกูลซ่งก็คงไม่เอาลูกแล้ว เพราะพวกเขาตัดสินใจจะฆ่าลูกแล้ว” “แม้ว่าตระกูลซูนั้นค่อนข้างจะมีฐานะดี แต่แม่เกรงว่าจะปกป้องลูกไม่ได้น่ะสิ” หลี่เชี่ยนโหรวกัดริมฝีปากของเธอ “แม่มีวิธีที่จะทำให้ตระกูลซ่งไม่กล้าแตะต้องลูกและอาจจะช่วยแก้ปัญหาวิกฤติของเสิ่นซื่อ กรุ๊ป ได้ แต่แม่ไม่รู้ว่าลูกจะยินยอมหรือเปล่า” “วิธีอะไรเหรอคะ” หลี่เชี่ยนโหรวกระแอมเบา ๆ “ลูกรู้จักตระกูลกู้ไหม ตระกูลกู้เป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ เงินและอำนาจของพวกเขานั้นอยู่ในระดับต้น ๆ ทีแรกลุงซูวางแผนว่าจะให้น้องสาวของลูกแต่งงานกับตระกูลกู้ แต่น้องสาวของลูกนั้นมีคนที่ชอบอยู่แล้วเลยไม่ยอม ลูกก็เห็นแล้วนี่ว่า เมื่อกี้เธอออกไปจากบ้านเพราะเรื่องนี้เเหละ” “อีกสองชั่วโมง เรามีนัดเจอกับตระกูลกู้ ลูกสามารถแต่งเข้าไปในตระกูลกู้แทนหยุนหยุนได้” ดวงตาของเสิ่นอันหยูเบิกกว้าง “ให้หนูแต่งเข้าไปในตระกูลกู้แทนซูหยุนหยุนงั้นเหรอคะ แต่หนูกับซ่งโยว่เฉินยังไม่ได้หย่ากัน และ... เมื่อกี้หนูได้ยินซูหยุนหยุนพูดว่า คน ๆ นั้น... ตาบอดไม่ใช่เหรอคะ?” พอหลี่เชี่ยนโหรวได้ยินคำพูดของเธอ สายตาของเธอก็เย็นชาขึ้นมาทันที “ตระกูลซ่งจะฆ่าลูกอยู่แล้วนะ ยังไงก็ต้องหย่าอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตระกูลกู้จะช่วยจัดการกับซ่งโยว่เฉินให้ลูกเอง” “ส่วนเรื่องตาบอดนั้น กู้เป่ยเฉินตาบอดจริง ๆ แต่ลูกเคยแต่งงานมาแล้ว และก่อนหน้านี้ตอนที่ลูกกับซ่งโยว่เฉินแต่งงานกัน ขาของเขาก็พิการไม่ใช่เหรอ? ลูกก็ยอมแต่งไม่ใช่เหรอ?” เสิ่นอันหยูรู้สึกหนาวไปทั้งตัวและร่างกายของเธอก็สั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตกนรกเเล้ว แต่เธอลืมไปว่านรกนั้นมีสิบแปดชั้น “กู้เป่ยเฉินเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลกู้ มีอำนาจกว่าตระกูลซ่งเยอะ ยิ่งไปกว่านั้น ลูกก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว มีเเต่แต่งงานกับตระกูลกู้ถึงจะช่วยแก้ไขปัญหาในตอนนี้ได้” ดวงตาของเสิ่นอันหยูแดงก่ำขึ้นมา “แต่แม่บอกว่าถึงกู้เป่ยเฉินจะตาบอด แต่เขานั้นเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลกู้ แต่หนู... เป็นแค่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว พวกเขาจะยอมรับหนูเหรอคะ”

อ่านต่อ