ขึ้นดอยด้วยกันมั้ยครับ season 2
บทที่ 1 ร่องรอย

ตะวันฉายรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังฝันไป ฝันว่าคืนนี้เมนที่เธอชอบมาหาถึงห้อง หลังจากที่เขาเพิ่งจัดคอนเสิร์ตไปเมื่อไม่นานมานี้ จริงอยู่ว่าตอนที่เขาแสดงอยู่บนเวทีนั้นเต็มไปด้วยคาริสม่าอันล้นเหลือ ยามที่เสียงเพลงอัลบั้มใหม่จังหวะเร้าใจดังขึ้น พร้อมกับเสียงบีตหนักๆ ของกลองดังสนั่นไปทั่วทั้งฮอลล์ เขากระชากเสื้อเชิ้ตสีขาวชุ่มเหงื่อออกเผยให้เห็นหน้าท้องเป็นลอนเรียงตัวสวย เซ็กส์แอพพีลพุ่งสูงจนแฟนคลับแทบคลั่ง พอวันนี้คนคนนั้นมาปรากฏในฝันของเธอจึงอดตื่นเต้นไม่ได้ มีติ่งไม่น้อยที่เก็บเอาเมนตัวเองไปฝัน เธอเองก็ไม่เว้น ความมืดช่วยทำให้จินตนาการของเธอเตลิดไปไกล กลิ่นน้ำหอมกลิ่นเดียวกับที่เมนของเธอเป็นพรีเซนเตอร์ทำให้เลือดในกายร้อนระอุ ยามที่ไล้ปลายนิ้วไปตามผิวเนื้อร้อนฉ่า กลับรู้สึกว่ามันทั้งเรียบลื่นและแน่นกว่าที่เห็นมาก มากจนเธอกัดริมฝีปากเพราะพยายามข่มใจที่เต้นไม่เป็นส่ำให้สงบนิ่ง เป็นความฝันที่โรมานซ์จนอดเขินไม่ได้ โดยเฉพาะตอนนี้ ตอนที่เขาโน้มตัวมาคร่อมเธอไว้ท่ามกลางความมืด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคละเคล้าไปกับกลิ่นที่เธอใช้กลายเป็นเหมือนปฏิกิริยาลูกโซ่ เพียงแค่เขาประกบริมฝีปากลงมา แลกเปลี่ยนความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัส ตะวันฉายเหมือนคนตาบอดที่เดินเท้าเปล่าไปในทุ่งดอกไม้ ถูกดึงดูดด้วยกลิ่นที่เธอหลงใหล สุดท้ายจึงมีคนใจดียื่นมือเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง ประสบการณ์ช่ำชองของชายหนุ่มในฝันทำให้หญิงสาวที่เก่งแต่ปากสติเลอะเลือน รสสัมผัสซาบซ่านชวนหลงใหลทำให้เธอกลายเป็นผู้ถูกควบคุมโดยสมบูรณ์ เขาผละริมฝีปากออก พึมพำด้วยถ้อยคำที่เธอฟังไม่รู้เรื่อง ฝากฝังความเจ็บจี๊ดไปตามซอกคอระหง เลื่อนลงต่ำไปยังเนินอกที่โผล่พ้นเสื้อทั้งสองชั้น ตะวันฉายอุทานเสียงแผ่วเมื่อรู้สึกเจ็บตรงหน้าอก ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงซิปเสื้อกันหนาวถูกรูดจนสุด ตามด้วยกระดุมเชิ้ตที่ถูกปลดออกไป แม้ว่าจะมีฮีตเตอร์แต่เธอก็อดผวาเยือกไม่ได้ ขณะที่ใบหน้าของเขาฝังลงที่ร่องอก ลมหายใจร้อนผ่าวที่เลื่อนมาเป่ารดหน้าท้องเรียบเนียนจนเธอต้องบิดตัวด้วยความหวามหวิว มือเรียวกระชากเสื้อออกจากตัวเขา เข่าทั้งสองข้างชันขึ้นอัตโนมัติ ทว่ากลับถูกอีกฝ่ายใช้เข่าแยกมันออกจากกันแล้วบังคับให้แนบลงไปกับเตียงนอน ผ้าห่มหล่นจากเตียงตอนไหนไม่มีใครรู้ ขณะเดียวกันทั้งสองก็เหลือแต่เพียงชั้นใน “ชอบไหม” เขากระซิบ ค่อยๆ ฝากฝังร่องรอยไปตามผิวเนียนตรงหน้าท้อง จนคนใต้ร่างบิดเร่าไปกับสัมผัสที่แสนวาบหวาม เธอครางรับเสียงแผ่ว มือเรียวขยุ้มกลุ่มผมของเขาจนชายหนุ่มหายใจแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาเลื่อนใบหน้าต่ำลงไปใกล้แพนตี้ตัวน้อย มือหนึ่งขยำเนินเนื้อนุ่มหยุ่นจนเธอหายใจสะท้าน แล้วใช้ปลายนิ้วจับขอบเรียบลื่นของชั้นในตัวจิ๋ว ลากมันลงมาทีละนิดจนมันหลุดออกไป เขาเคลื่อนใบหน้ามาตรงความฉ่ำชื้นของเธอ ค่อยๆ สั่งสอนให้น้องคนนี้ได้รับรู้ว่าเซ็กส์สุดมันส์เป็นยังไง ตะวันฉายครางงึมงำ อุณหภูมิร่างกายตอนนี้ร้อนกว่าอุณหภูมิห้อง น้ำหอมที่ฉีดพรมมาชื้นเหงื่อจนให้ความรู้สึกชวนลุ่มหลงปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ทำให้สติอันรางเลือนรับรู้แต่เพียงว่าตอนนี้เมนคนนั้นกำลังปรนนิบัติเธออย่างถึงอกถึงใจ ขณะกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสเร่าร้อน ความเสียวซ่านพลันแล่นพล่านจากใจกลางกายไปจนสุดปลายประสาท “อ๊า!” ตะวันฉายบิดเกร็งเพราะความรู้สึกประหลาดจากใครบางคนนั้น เธอแอ่นกายขึ้นราวกับคนไร้ยางอายเพื่อให้เขาได้ตักตวงอย่างเต็มที่ มือทั้งสองข้างเลื่อนมาขยุ้มหมอนนุ่มหวังว่ามันจะช่วยปลดปล่อย ทว่ามันไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะเมื่ออีกฝ่ายเหวี่ยงเธอจนเกือบถึงจุดสูงสุด กลับเลือกขยับปลายลิ้นแล้วถามอย่างคนเป็นต่อ “ชอบไหม” “ต่อ...เร็วสิ รีบทำต่อ” เขาเลิกคิ้วประหลาดใจ ไม่นึกว่าเธอจำชื่อเขาได้ แต่พออีกฝ่ายเรียกร้องพร้อมกับทำเสียงครางหงุงหงิงเหมือนสัตว์บาดเจ็บก็ต้องกระตุกยิ้มเหมือนปีศาจร้าย ปกติแล้วเขาไม่เคยเสิร์ฟผู้หญิงที่นอนด้วยกันแค่คืนเดียวขนาดนี้ แต่เพราะกลิ่นหอมจากตัวเธอแท้ๆ ที่ทำให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าของต่อแสดงตัวออกมา “ขอร้องสิ” เขาหัวเราะเสียงทุ้ม “ช่วยด้วย...นะคะ” เธอว่า เสียงสั่นไหวเหมือนคนไร้สติ “ต้องการแบบไหนล่ะ” ปกติไม่เคยถามขนาดนี้มาก่อนเลยนะ คนใต้ร่างนี่ถือเป็นกรณีพิเศษ “ขอแบบเอ็กซ์ตรีมเลยค่ะที่รัก” ช่างอ้อน... ต่อหัวเราะอีกครั้ง ศิษย์สำนักไหนกันนะ สอนกันมาดีจริงๆ หลังจากได้ยินเสียงกระเส่าของคนตัวเล็ก ต่อก็เลื่อนมือปลดตะขอบราของเธอ ทรวงอกที่เบียดแน่นได้รับอิสระจากการปลดเปลื้องจากบราตัวจิ๋ว เขาเคลื่อนริมฝีปากเข้าครอบครองปลายยอดมันอย่างรวดเร็ว นึกย่ามใจที่ขนาดของมันเต็มปากเต็มคำจนรู้สึกตื่นเต้น มือสองข้างทั้งบีบขยำมันอย่างรุนแรงจนเธอกางเล็บครูดกับบ่าเขาเหมือนต้องการระบายความอัดอั้นในกาย ต่อไม่รอให้อีกฝ่ายได้ร้องขออีก เพราะตอนนี้ความต้องการของเขามันพร้อมยิ่งกว่าพร้อม “ที่รักคะ ช่วยด้วยนะคะ” เธอกระซิบอ้อนวอน

บทที่ 2 เกลียดอะไรจะได้สิ่งนั้น

หากเป็นปกติคงไม่เล้าโลมขนาดนี้ แต่นี่เห็นว่าคำก็ที่รัก สองคำก็ที่รักหรอกนะ ต่อดันเรียวขาเธอให้แยกออกจากกัน ประคองความพรักพร้อมเข้ากับความฉ่ำชื้น เสียงร้องของคนใต้ร่างเหมือนกระตุ้นให้เขาเหยียบคันเร่งจนมิด เขาโน้มตัวกัดผิวเนื้อตรงเนินอกนุ่มเพื่อเบี่ยงความสนใจแล้วดันสะโพกจนสุดแรง “อ๊า!...อึก!” ริมฝีปากแนบชิดแทบจะทันทีที่เริ่มดันสะโพก แต่เมื่อดันจนสุดและรู้สึกถึงความผิดปกติ ปากของเขาก็ถูกอีกฝ่ายกัดจนได้กลิ่นคาวเลือดแล้ว ทั้งสองเหมือนเพิ่งได้สติ มือที่จับไหล่เขายิ่งจิกเล็บจนรู้สึกเจ็บแปลบ ความเจ็บปวดและความอึดอัดเมื่อทั้งสองสอดประสานในครั้งแรกค่อยๆ สลายไป พร้อมกับสติสัมปชัญญะที่เริ่มกลับคืนมา “เจ็บ...” เสียงเล็กที่พึมพำนั้นทำให้ต่อต้องข่มกลั้นความอึดอัดไว้แล้วรวมมือของเธอพร้อมกับกดเข้ากับเตียงนุ่ม “สายเกินไปแล้ว จะต่อไหม” เขาว่า ลำคอแห้งผาก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังทำผิดร้ายแรง ความต้องการพุ่งสูงมากจนตอนนี้แทบจะปลดปล่อยออกมา ทว่าคนที่ตัวสั่นอยู่ใต้ร่างนี้ทำให้เขาทำตัวไม่ถูก “มาถึงขั้นนี้แล้ว...หยุดได้เหรอ” เธอว่า แม้จะเจ็บจนน้ำตาซึม แต่อารมณ์มันมาจนเบรกไม่อยู่แล้ว ขอให้มันจบไปก่อนได้ไหม ต่อค่อยๆ ขยับสะโพก ซุกใบหน้าเข้ากับซอกคอระหงพลางกระซิบถาม “เธอ...ตะวันฉาย?” ตะวันฉายกู้คืนสติมาได้บางส่วน กัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองเปล่งเสียงน่าอายออกมา น่าเจ็บใจนักที่คิดว่าหมอนี่เป็นไอดอลในวงที่เธอชอบไปได้ ทั้งอายทั้งโกรธตัวเอง “ฉันหวังว่านายจะไม่ใช่คนที่ฉันคิด...อึก!” เขาหัวเราะในลำคอ จงใจเน้นสะโพกจนเธอต้องกัดฟัน “นายต่อ!” “หึ...ผิดหวังหรือไง คนที่กำลังเอากับเธอตอนนี้เป็นฉันน่ะ” “ก็แค่เซ็กส์” เธอว่า พยายามกลั้นเสียงสะอื้น แม้ว่าร่างกายจะตอบรับการสอดประสานของเขา แต่เมื่อเธอมีสติแบบนี้ ไม่มีทางจะให้เขารู้แน่ๆ “ดี...ครั้งแรกของเธอ ฉันจะทำให้รู้ว่าความมันส์คืออะไร” “อ๊ะ!” ตะวันฉายผวาเยือกเมื่อเขาถอนกายออกกะทันหัน เธอถูกอีกฝ่ายจับคว่ำหน้า มือแกร่งช้อนสะโพกงอนขึ้นแล้วสอดประสานจากทางด้านหลังจนร่างของเธอเสียวแปลบ หญิงสาวต้องเอามือปิดปากไว้เพื่อไม่ให้เสียงครางดังจนปลุกคนในบ้านพักให้ตื่นขึ้น ทว่าต่อเหมือนยังไม่พอใจ เมื่อเขาเลื่อนมือมาบีบขยำอกนิ่มพร้อมกับกระแทกสะโพกอย่างหนักหน่วงจนเธอไม่สามารถกลั้นเสียงครางได้ สุดท้ายก็ปล่อยเสียงครางออกมาแผ่วหวิว ไม่รู้ว่าเขาเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน เพราะพอร่างของเธอสั่นกระตุก ท้องน้อยก็อุ่นวาบ คนบ้านี่ถึงกับไม่ใช้ถุงยางอนามัย “ทำไมไม่ใช้ถุงยาง” “เมา...” เขาตอบเสียงห้วน “รู้แล้วทำไมยังทำต่อ” เธอถามเสียงเย็น “ไม่ทันแล้ว พอเหยียบคันเร่งแล้ว จนกว่าน้ำมันจะหมด คงหยุดไม่ได้” “ไม่นะ” ฉายอุทาน เพราะหลังเขาพูดจบเขาก็ช้อนตัวเธอขึ้นแล้วอุ้มพาดบ่าพาเข้าไปในห้องน้ำ ร่างสูงหยุดตรงหน้าประตูแล้วลงกลอน พอเปิดไฟในห้องน้ำจนสว่างโร่ก็ปิดประตูทันที ไม่สนใจคนที่ดิ้นพล่านอยู่บนบ่าเลยแม้แต่น้อย ตะวันฉายกลัวคนด้านนอกได้ยินจึงแหกปากไม่ได้ ทำได้เพียงรัวมือทุบบ่าเขาแรงๆ จนเกิดรอยแดงไปทั่ว “ทุบไปเถอะ วันนี้ยังไม่จบง่ายๆ หรอก” เขาว่า วางเธอลงบนพื้น ตะวันฉายรีบนั่งงอตัวทันทีเพราะไม่อยากให้เขาเห็นร่างกายเปลือยเปล่า ทว่าต่อกลับไม่สน อากาศในห้องน้ำเย็นกว่าด้านนอก ยังดีที่อุ่นกว่านอกบ้านมากจึงไม่หนาวเกินไปนัก เขาเปิดน้ำร้อน มองคนที่นั่งงอตัวด้วยสายตาเย็นชา “โบราณว่าเกลียดอะไรจะได้สิ่งนั้น เธอเมาแล้วมาปลุกอารมณ์ฉันเอง ต้องทนหน่อยล่ะ”

บทที่ 3 ฉันไม่ใช่ผู้ชายขายตัว

ผิวของฉายขาวจัด เส้นผมยาวเปียกน้ำแนบไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งบนร่างกายทำให้เลือดลมต่อสูบฉีด ต่อค่อยๆ ดึงแขนเรียวให้เธอลุกขึ้น มองร่างที่สั่นเทาของเธอ อยู่ๆ ในใจก็รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ เพราะเนินเนื้อนุ่มนิ่มเป็นรอยแดงเพราะถูกเขาฝากร่องรอยไว้เมื่อกี้ ตะวันฉายมองเขาด้วยสายตาเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลามีรอยปากกาเคมีจางๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่อาจกลบความหล่อร้ายของเขาไปได้ รังเกียจหรือ? ก็ไม่ แต่เป็นความรู้สึกแปลกๆ นึกไม่ถึงว่าผู้ชายที่เธอหมั่นไส้เพราะความกวนตีนคนนี้จะกลายมาเป็นผู้ชายคนแรก แถมยังเป็นคนที่ทำให้เลือดลมในกายร้อนระอุ เธอจึงบังคับตัวเองไม่ให้มองกล้ามหน้าท้องและตรงนั้นของเขา เพราะมันอาจทำให้เธอใจแตก อีกใจหนึ่งเริ่มคิดได้ว่าเซ็กส์มันก็แค่เรื่องธรรมชาติ นึกถึงอดีตแฟนหนุ่มอย่างเมฆที่แอบกินกับผู้หญิงคนอื่น แถมยังพยายามเคลมเธอครั้งแล้วครั้งเล่า หลอกล่อเธอด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ สุดท้ายก็หักหลังเธออย่างเลือดเย็น กลัวว่าถ้าเธอไม่จับได้คาหนังคาเขา นอกจากจะเสียตัวให้คนเฮงซวยนั่น ยังเสียใจจนไม่เป็นผู้เป็นคนก็ได้ เข้าใจแล้ว...ตะวันฉายเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้หญิงบางคนถึงอยากไปบาร์โฮสต์หลังจากถูกหักหลัง มีทองท่วมหัวไม่ต้องมีผัวก็ได้ ในที่สุดเธอก็เข้าใจสัจธรรมนี้ แน่นอนว่าเธอมีเงิน ถ้าเป็นแบบนี้จะซื้อใครก็ได้ใช่ไหม ยกเว้นความรัก… ตะวันฉายไม่พูดอะไร เธอรวบผมตัวเองไปด้านหลัง น้ำร้อนที่ราดลงมาเกาะตามผิวกายของทั้งคู่แล้วค่อยๆ ไหลลงช้าๆ ตะวันฉายมองใบหน้าหล่อร้ายของผู้ชายตรงหน้า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย มือสองข้างเลื่อนจากหน้าอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ไล่ไปยังลำคอแกร่งแล้วหยุดที่แก้มสาก สัมผัสชวนจักจี้ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ เมื่อก้มต่อมองเธอด้วยสายตามืดทมิฬขึ้นเรื่อยๆ ตะวันฉายจึงเอ่ยขึ้น “ก็ได้...เรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว สอนฉันหน่อยได้มั้ยว่าอะไรคือ One Night Stand” “ได้สิ ฉันจะทำให้เธอลืมไม่ลงเลยล่ะ” เขาพึมพำเหมือนคนที่ตกอยู่ในภวังค์ เธอเบียดชิดหน้าอกเข้าหาเขาอย่างเต็มใจ เขย่งปลายเท้าเพื่อประทับจูบที่ปลายคางเขา ต่อไม่รอให้เธอได้เป็นฝ่ายเริ่ม เพราะเขาใช้ปลายเท้าเปิดน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำพร้อมกับกดริมฝีปากเธออย่างหนักหน่วง One Night Stand? เธอหาคนสอนถูกแล้ว ผ่านไปราวชั่วโมงครึ่ง หลังออกมาจากห้องน้ำแล้วทั้งสองก็ยังคงสานต่อบทเรียนเซ็กส์อย่างดุเดือด ตะวันฉายเป็นผู้หญิงหัวไว ไวจนต่อคิดไม่ถึงว่าเธอจะไม่เคยผ่านผู้ชายคนไหนมาก่อน ทว่าเมื่อเริ่มมีอะไรกันโดยที่ไฟยังเปิดอยู่ ชายหนุ่มก็เริ่มรู้สึกแล้วว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการจริงๆ นัยน์ตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเย็นชาที่เห็นนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากความอ่อนแอ หากเขาคาดเดาไม่ผิด ตอนนี้เขาได้กลายเป็นเครื่องมือสอนความใคร่ของผู้หญิงที่เพิ่งอกหักมาเสียแล้ว ซึ่งนี่เป็นกฎเหล็กที่เขาไม่น่าแหกมาเลย นอนกับคนที่อยากประชดชีวิตตัวเอง ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะคนที่ถูกเขาจับได้ ยัยบ้านี่คิดประชดชีวิตด้วยการทำแบบนี้ ถ้าหากเขาหยุดไปตั้งแต่แรกก็คงจะดี แต่โดนผู้หญิงที่พอลอกคราบแล้วหุ่นล่อเสือล่อตะเข้แบบนี้ ใครจะอดใจไหว เซ็กซี่เป็นบ้า โดยเฉพาะน้ำหอมกลิ่นนั้น พอตอนนี้ทั้งคู่กลับมาแต่งตัวเรียบร้อยแล้วนั่งนิ่งบนเตียงด้วยกัน ต่อยิ่งเกิดความตะขิดตะขวงใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาทำหน้าไม่ถูก ตะวันฉายทำตัวเหมือนผู้หญิงที่ผ่านผู้ชายมาหลายร้อย เธอนั่งชันเข่า เล่นโทรศัพท์เหมือนเมื่อกี้ไม่ได้ผ่านสมรภูมิรักมา "เรื่องของเราจะเป็นความลับตลอดไป ฉันไม่ต้องการให้นายมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น" ตะวันฉายพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน "แต่ว่า..." "วางใจเถอะ ฉันไม่ติดใจอะไร คิดเสียว่าเราต่างฝ่ายต่างซื้อกินก็แล้วกัน" "เธอทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ" "จะว่าปกติไหม ก็ไม่นะ แต่คนอย่างฉัน...ตะวันฉายมีเรื่องให้เสียใจจนอยากย้อนเวลาอยู่สองเรื่อง หนึ่งคือกดบัตรคอนฯ ไม่ทัน สองคือไว้ใจคนง่ายเกินไป เพราะฉะนั้นเรื่องระหว่างเราไม่ทำให้ฉันเก็บไปคิดหรอก" ต่อมองเธอด้วยแววตาสับสน ไม่ได้เตรียมตัวมารับบทผู้ชายข้ามคืน มองดูผู้หญิงตรงหน้าเตรียมควักเงินออกมาฟาดหัวแล้วบอกว่า "ลืมเรื่องของเราในคืนนี้ไปซะ" หรอกนะ "ฉันไม่ใช่ผู้ชายขายตัว" "อุ๊ปส์ส์ ขอโทษที เงินนี่ถือว่าจ่ายค่าปิดปากนายก็แล้วกันนะ" เธอควักเงินออกมาปึกหนึ่งจนเขาอดถลึงตามองไม่ได้ นั่นไง! นี่มันโลกยุคไหน ทำไมถึงเป็นแบบนี้!

อ่านต่อ