หน่วยคัดกรองรัก Covid19
บทที่ 1 จากนักเขียนถึงผู้อ่านที่รัก...

จากนักเขียนถึงผู้อ่านที่รัก...            สวัสดีนักอ่านทุกท่านนะคะ เป็นเล่มแรกของนักเขียนสำหรับนามปากกานี้            อากาเปเป็นภาษากรีก αγάπη แปลว่าความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ความรักของการเป็นผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เป็นคำที่มีความหมายกว้าง ไม่ใช่นัยเฉพาะทางศาสนาซึ่งหมายถึงความรักแบบพระเจ้าเพียงอย่างเดียว            โดยรวมสามารถตีความหมายถึงความรักของมนุษย์ที่มีการเสียสละตนเอง รักอย่างยิ่งใหญ่ เมตตา เอื้ออาทรต่อกันและกัน            อากาเป ณ ที่นี้ ทางนักเขียนขอวางนิยามว่าเป็นความรักของ ‘แม่’ รักแบบไม่มีข้อจำกัดเหมือนแม่รักลูกคนหนึ่ง นักเขียนจะใช้นามปากกานี้ในนิยายซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเด็กและคุณแม่ใน มีผลงานในอนาคตข้างหน้าอีกแน่นอน            ส่วนนิยายเล่มนี้เป็นเรื่องของนายทันตแพทย์หนุ่ม พี่ชายคนกลางของบ้านคุณป้าขวัญฤดี เป็นเนื้อหาแยกเรื่องจาก ‘กรงรักกักหัวใจ COVID-19’ ไม่ใช่เล่มต่อ ไม่ได้อ่านเล่มแรกมาอ่านตรงนี้ รับรองว่าไม่งง            ขอกระซิบว่านักเขียนได้แรงบันดาลใจมาจากหมอฟันตัวเองนี่ล่ะ คุณหมอขี้บ่นเรื่องเอียงแปรงสีฟัน แต่คุณหมอหล่อตี๋มือเบ้าเบาาา เสียงหวานมาก คนจัดฟันอย่างดิฉันพยายามนะคะ ทั้งเรื่องเอียงแปรงสีฟันจนเกือบกลืนแปรงเข้าไปอยู่แล้วมันก็ยังไม่ไหวจะเอียงอย่างที่หมอบอก เอาเป็นว่าไปขูดหินปูนกับคุณหมอบ่อย ๆ ดีกว่า ยอมเสียเงิน จบข่าว!            ย้ำว่าเป็นแรงบันดาลใจ **นิยายเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลใดและสถานที่ใดทั้งสิ้น**            ทางนักเขียนเคยมีคนเคยรู้จักเป็นคนไทยเชื้อสายจีน-แต้จิ๋ว ซึ่งในเรื่องนี้จะมีการแทรกภาษาจีนแต้จิ๋วบ้าง            ว่ากันถึงคนจีน บางบ้านเรียก ‘ป๊า’ เรียก ‘เตี่ย’ จีนแต้จิ๋วบางบ้านเรียกอาป๊าอาม๊า สำหรับเด็กยุคใหม่ ก็เรียกเขาป๊านี่แหละ ขออธิบายให้เข้าใจกันก่อนเดี๋ยวจะมีข้อโต้แย้งเรื่อง ป๊า กับ เตี่ย ความหมายเดียวกันนะคือพ่อนะคะ            ซีรีส์โควิดเล่มนี้เป็นแนวหวาน ดราม่านัว ๆ ซึ้งกินใจ มีตลกบ้างแต่ไม่เยอเท่าเล่มกรงรัก นะคะ เล่มนั้นจะตลกล้วนเสียส่วนใหญ่ ในส่วนของเล่มนี้อีโรติกหนักหน่วง เป็น 18+ 20+ มีเนื้อเรื่องความโรมานซ์สลับกันไปอย่างพอดี            ขอบพระคุณที่ติดตามมาตลอด ไรเตอร์จะพยายามพัฒนาฝีมือให้ดีกว่านี้ในอนาคตค่ะ เกริ่นนำ            แสงเทียนวูบไหวตามจังหวะของแสงเงา หักมุมสาดสะท้อนผ่านผนังสีขาว สองร่างกอดกุมมือเกี่ยวประสานทุกข้อนิ้ว สลับโอบประคองในอ้อมแขนกันและกัน คราชายหนุ่มขยับเคลื่อนกายร้อนรุ่มด้วยแรงถี่ระรัวไม่ต่างจากว่าหล่อนเป็นเครื่องยนต์            หากหล่อนเป็นเครื่องยนต์! ถูกจุดติดด้วยน้ำมันมากล้นในร่องทางรักอึดอัดคับแน่น ให้คนขับสามารถส่งแรงขับเคลื่อน คงเป็นจินตนาการสุดล้ำลึก เพลิดเพลินอย่างไม่มีทางที่เขาจะยอมหยุด            ทั่วทั้งวงหน้าหล่อเหลาดูเคร่งขรึม มาดหมายในแววตา ไม่มีวี่แววยอมอ่อนข้อให้หรือยอมให้สิ่งใดมาขวาง            อะไรทำให้เขากลายเป็นหนุ่มช่างเอาใจ? ขณะเดียวกัน เขากลับเกรี้ยวกราด ด้วยความหิวกระหายเลยไม่คิดใช้แรงทะนุถนอมต่อกายสาวแรกรักใคร่สักหน่อย            อาหมวยตากลมพูดจาเจื้อยแจ้ว วาจาฉะฉานฉลาดเกินใคร ยังคงความไร้เดียงสาแม้ร่างเปลือยเปล่าแนบชิดสนิทสนมตัวเขามากกว่าเดิมหลายเท่า            มันเป็นความผิดของหล่อน...            ใบหน้าสวยนวลผ่องออดอ้อนทำให้เขาเกิดพึงพอใจจนเกิดความปรารถนา ในทุกถ้อยคำที่เปล่งออกมาจากเรียวปากอิ่มงามซึ่งบวมเจ่อเพราะพิษจูบ             สิ่งแรกที่เขาอยากทำคือจูบ เช่นเดียวกับสุดท้ายที่เขาจะเลิกทำคือจูบ!            ดวงตาคู่หวานคมสั่นพร่า มองภาพเลือนรางของคนใต้ร่าง ท่ามกลางราตรีมืดมิดอันแสนยาวนาน สัมปชัญญะน้อยนิดบอกว่าเขาช่างไร้สติต่อการกระทำ สะบัดสะโพกส่งแรงอย่างไม่ลดละผ่านช่องทางเร้นรับ โดยไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย            เขาแค่รับรู้ได้ว่าหล่อนเป็นใคร... ชื่ออะไร... รู้จักกันเมื่อไร... แต่กลับไม่รู้ต้นสายปลายเหตุใดจึงมาจบตรงบนเตียงร้อนลุกดั่งไฟ!            ลมหายใจหอบรดรินบนต้นคอขาวเนียน ปลายจมูกซุกดมกลิ่นหอมอบอวล            กลิ่นกายผสมปนทับกันไปเช่นเดียวกับกลิ่นองุ่นรสเลิศซึ่งผ่านการหมักบ่มมานาน ผ่านริมฝีปากหนาหยักได้รูปดึงดูดเกี่ยวพันถึงปลายลิ้นน้อย            อา... ให้ตายเถอะ แม่ตัวดีของเขาช่างหวานหอมไปทั้งตัว            ความคิดนั้นพาลให้เขาไม่เลิกรางานจูบและการขยับร่างกายเข้า ๆ ออก ๆ โน้มใบหน้าลงสัมผัสริมฝีปากคู่งาม บดขยี้ด้วยจุมพิตหื่นกระหาย มีบ้างที่เขายอมปล่อยพันธะนี้ เพื่อสบมองแววตาคู่สวยหรี่เล็กจนเหยียดตรง            ดวงหน้าแดงก่ำฉ่ำปรือส่ายเร่า บิดเอวบางแอ่นเกร็งเด้งรับแรงกระแทกอย่างเต็มใจ แม้ทีแรกหล่อนอาจไม่ได้เต็มใจนัก กลับตกเป็นทาสอารมณ์รัญจวนรุมเร้า            เม็ดเหงื่อพร่างพราวจากรูขุมขนกำลังขับความร้อนออกจากเรือนกายแน่งน้อยใต้การบังคับควบคุมของเขา            หญิงสาวส่งเสียงกรีดร้องครวญครางปานขาดใจ หลายต่อหลายครั้งยังกระซิบเรียก            “หมอตฤณ...”            “พี่ตฤณ...” เขาเอ่ยแก้คำใหม่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและอ่อนโยน พรมจูบลงตรงไรผมนุ่มหอม ตั้งใจฟังทุกสุ้มเสียงหวานของหล่อนแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงหรือความฝันก็ตาม            พี่ตฤณ...

บทที่ 2 Chapter 1

Chapter 1            “คนไข้อ้าโต... ให้หมอหน่อยนา” น้ำเสียงราบเรียบบอกสาวรุ่นป้าบนเตียงที่มีผ้าปิดตาคลุมไว้ หล่อนจึงอ้าปากกว้างโตให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีโดยไม่ทำให้คุณหมอรู้สึกเหนื่อยเลย            แต่ละวันในห้องสี่เหลี่ยมขาวคลุ้งกลิ่นสะอาดของคลินิกทันตกรรมแห่งนี้ สุ้มเสียงพูดธรรมดาของคุณหมอหนุ่ม หลายคนบอกต่อกันว่า ‘หมอตฤณ’ เสียงหวานหยอดอ้อน! พาสาวใจสั่นไปตามกัน            คนไข้สาวน้อยใหญ่คงลืมหวาดกลัวเสียงสุดแสบแก้วหูของเครื่องมือทำฟัน นอนฟังเสียงหมอเพลิน ๆ            นับว่าเขาประสบความสำเร็จในอาชีพระดับหนึ่ง ถึงไม่ได้เป็นนักร้องบอยแบนด์ มีเสียงเป็นงานศิลป์ไว้นำเสนอบนเวทีคอนเสิร์ตรองจากหน้าตา            “หินปูนมาอีกละ เพิ่งขูดไปเองนี่”            เป็นเรื่องปกติหากคุณหมอหนุ่มพูดคนเดียว ในเมื่อคนไข้ของเขาคงไม่มีสิทธิ์อือออ ต่อให้มันจะเป็นคำถาม            “ต้องมาขูดอีกแล้วน่ะสิ? ค่อยทำนัดข้างหน้านะครับ”            ฝ่ามือหนาใต้ถุงมือยางสีขุ่นจับเครื่องมือแพทย์อย่างมั่นคง คอยบอกผู้ช่วยสาววัยกลางคนในชุดสีเขียวว่าจะต้องหยิบอะไรให้เขาบ้าง            “Oring[1] ไหมคะ?”            “ไม่ครับ เอา Chain[2] นะ... ทีหลัง” คุณหมอบอกด้วยหน้าตาคร่ำเครียด เขาคงจะต้องจัดการอุปกรณ์ให้เข้าที่เสียก่อน มือขยับผ่านช่องปากและไรฟันขาวโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน            ที่นาน... คงเป็นเรื่องบ่น...            “เอ้อ... เวลาแปรงฟันนะครับ ต้องพยายามเอียงแปรงหน่อยนะ ไม่งั้นมันแปรงไม่ถึง เศษอาหารติดตามซอกเหล็ก ซอกฟัน สะสมเป็นคราบหินปูน แปรงไม่สะอาด เหงือกร่น จะอักเสบด้วยมันแดงเนี่ย อย่าลืมเนอะ”            ด้วยประสบการณ์งานกว่าสิบปี เหมือนว่าเครื่องมือเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปเสียแล้ว หลังปรับเหล็กให้คนไข้ มันดูตรงขึ้นและเขายังต้องตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องมือ ผู้ช่วยสาวก็ส่งยางเส้นยาว ๆ ให้คุณหมอทำการเชื่อมร้อยมันต่อให้เข้ากันเพื่อร่นระยะช่องห่างของฟัน ตามด้วยงานบ่นสอน            “ถ้าเราแปรงไม่สะอาด เชื้อโรคมันสะสมตรงร่องเหงือก ร่องฟันกระดูกรอบฟันละลายตัว เหงือกทรุดเป็นหลุม หมอต้องขูดหินปูนแล้วล่ะ คนไข้ต้องเอียงแปรงหน่อยนะ... พยายามหน่อย เดือนหน้ามาขูดหินปูนอีกทีนะ”            แปรงที่ว่าคงมีแค่แปรงขัดส้วมเท่านั้นแหละ! หมุนได้ 360 องศาไม่เหนื่อยเมื่อยมือ            บางทีคุณหมอก็ไม่ได้ล่วงรู้ถึงความคิดของคนไข้ที่ลุกขึ้นยกมือไหว้เขาแล้วจากไป หมดหน้าที่ต่อหนึ่งคนหนึ่งคิว            ภายใต้หน้ากากอนามัยสีเขียวแนบติดชิดสันจมูกโด่งเป็นสันคม ขับดวงตาคู่หวานประกายเข้มให้ดูสะดุดตา แต่ละคนเดินเข้าออกจากห้องทันตกรรมเป็นต้องชะงักหน้าสบตาหมอเข้าเสียก่อน อย่างอดใจไม่ได้            วงหน้าหล่อเหลาเข้มเครียดขึ้น เนื่องมาจากงานล้นมือตลอดวัน เช้าจรดเย็นมีลูกค้ามาใช้บริการทันตกรรมเพื่อความสวยงามจำนวนมาก            ปวดเมื่อยเหนื่อยล้าบ้างคงไม่แปลกในเมื่อหมอก็คน ตฤณภพลุกขึ้นเดินยืดเส้นสายในห้องคับแคบสลับนั่งลงบนเก้าอี้หมุน กวาดสายตาไล่มองแผ่นชาร์ตงานในคอมพิวเตอร์ ส่งยิ้มทักทายคนไข้ทำหน้าที่แทนแผนกต้อนรับพอคนใหม่เข้ามานั่งลงบนเก้าอี้นอน เดินออกไปคนแล้วคนเล่า            หากว่าชายหนุ่มไม่เป็นหมอคงเลือกอาชีพนายแบบ ดารา หาสักกรรมวิธีใช้เบ้าหน้านางฟ้าประทานนี่แหละเป็นเครื่องมือหากิน!            นางฟ้าของตฤณภพคงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจาก ‘แม่’ ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพฟันและเหงือกบ่อย ๆ จนลูกชายอย่างเขาเลือกที่จะก้าวสู่เส้นทางทันตแพทย์            คลินิกทันตกรรมเอกชนที่ลงหุ้นไว้กับเพื่อนร่วมรุ่นอีกสองคน และอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่ง แบ่งกะกันตามความถนัดเฉพาะทางเช่นอวัยวะในช่องปาก ฟันและเหงือก            หลังพิมพ์ฟันเคลียร์ช่องปากคนไข้จะขยับเหล็กทุกเดือนละครั้ง อาจมีการยางดึงฟัน[3] ซึ่งจะทำให้รูปฟันเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ จนได้ยิ้มสวยหวาน            งานสวยงามกึ่งศัลยกรรมเป็นของหมอตฤณเสียส่วนใหญ่ รวมถึงงานอื่นของทันตแพทย์จัดฟันเฉพาะทาง            คุณหมอหนุ่มทำหน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดี เข้างานตรงเวลา ไม่ใช้สวัสดิการวันหยุดลาพักร้อนไปไหนบ่อยนัก            “คนไข้คนสุดท้ายไม่มาแล้วมั้งคะ”            “ออ... ครับ”            น้อยคนจะผิดนัดคุณหมอรูปหล่อใจดี ขี้บ่น มือเบากว่าหมอผู้หญิงเสียอีก            ได้เลิกงานก่อนเวลามันก็ต้องดีน่ะสิ!            นายแพทย์หนุ่มถอดถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้งลงถังขยะ ก้มหน้าเก็บของจากโต๊ะทำงานในมุมเล็ก ๆ พร้อมเรื่องค้างคาใจ จากเสียงของพนักงานหน้าเคาน์เตอร์คอยบอกผ่านช่องทางเดินข้างหลัง มีผู้ช่วยในชุดสีเขียว สวมหมวกและผ้าปิดปากเรียบร้อยทำความสะอาดเครื่องมือแพทย์และจัดเก็บทุกอย่างให้เข้าที่พร้อมหยิบใช้            คนไข้คนสุดท้ายอาจทิ้งปัญหาไว้ให้เขาเสียเวลาเยอะกว่าเดิมในวันอื่น หรือถ้าหากว่าเขาเกิดไม่สบาย หยุดงานกะทันหัน ต่อให้เขาแทบไม่เคยหยุด            “คุณนิ้ง... คนสุดท้ายนี่โค้ดจัดฟันสีอะไร ของผมหรือคนไข้ใหม่?”            “คนไข้เพิ่งมากรอกประวัติ ขูดหินปูนอย่างเดียวค่ะ”            “อ้อ... ขูดหินปูน” พูดเท่านั้น เขาคงไม่มีเรื่องกังวลใจอะไร จึงหยิบกระเป๋าหนังสีดำบนโต๊ะทำงานสะพายพาดบ่า เดินออกทางข้างหลังห้อง แวะผ่านทางพนักงานสาวประจำเคาน์เตอร์ หล่อนเคาะปลายนิ้วลงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว            “นิ้งลงหมอปลื้มเลยแล้วกันนะคะ เอ... คนไข้ตั้งครรภ์ด้วยอ่ะหมอ”            “ไม่เป็นไรนี่ ขูดหินปูนหมอไหนก็ได้ คนท้องทำได้หมด ไม่ต้องรอจนปากเน่า เหงือกเน่าก่อนค่อยมานะครับ”            “ไม่งั้นหมอตฤณจะบ่นให้หูแฉะเลยใช่ไหมคะ?”            “ต้องบ่นสิ ไม่บ่นไม่บอกจะรู้เรื่องกันไหม? ลองผมไม่พูดเตือนด้วยสาระเมื่อไรรับรองได้เลยว่าปากเน่ากันหมดทุกคน... ไปนะ ดูแลสุขภาพฟันและเหงือกให้ดี ๆ ครับ”                    คุณหมอหนุ่มยิ้มผ่านหน้ากากอนามัยสีเขียวและได้รับรอยยิ้มจากสาวสวยประจำคลินิกทันตกรรม            อย่างว่าหล่อนไม่ได้ประชดประชันความพูดมากต่อยหนักของเขาเลย            อะไรทำให้เขาปากคอเราะราย พูดจาบาดหูกัน...?            ตฤณภพถามตัวเองด้วยความเบื่อหน่ายนิสัยส่วนตัว ก้าวฉับ ๆ เดินโดยไม่ได้สนใจพนักงานสาวน้อยใหญ่ที่ชอบเย้าหยอกเขาเสียเหลือเกิน ออกประตูด้านหลังคลินิกไปถึงลานจอดรถยนต์ติดห้างดัง ศูนย์จำหน่ายสินค้าแบบขายส่ง เขานั่งพักปรับแอร์เย็นฉ่ำในรถยุโรปหรูสีดำสนิท มือกุมพวงมาลัยโดยไม่ได้ออกเดินทางไปไหน            ไอ้เตมันกลับบ้านหรือยังนะ?            วงหน้าหล่อเหลาเข้มเครียดขึ้น ขณะนึกถึงคนสำคัญให้ต้องต่อสายหา ร่างสูงในเชิ้ตสีขาวนั่งหลังเหยียดตรง กรอกเสียงผ่านลำโพงจากช่องพวงมาลัย ทั้งน้ำเสียงรื่นหูและถ้อยคำราวกับว่าเป็นคนละคน            “แม่... เตมาอยู่กับแม่แล้วใช่ไหม? ผมมีธุระต้องไปต่างจังหวัด จะรีบกลับนะครับ”            ปลายสายตอบเสียงหวาน ‘จ้ะ ลูกตฤณ’ ก่อนวางสายไปให้เขารู้สึกโล่งใจ หากน้องชายกลับมาจากอังกฤษผ่านงานกักตัว 14 วันเรียบร้อยเพื่อมาดูแลแม่            ลูกชายทั้งสามคนของบ้านหลังนี้มีสัญญาหนึ่งข้อคือสลับเวรกันกลับบ้าน เช่นเดียวกับพ่อที่ช่วงนี้ติดงานบริษัทอยู่จังหวัดจันทบุรี            ไม่เคยมีสักครั้งที่พวกเขาจะทิ้งแม่ให้อยู่คนเดียว แม้ว่าคุณนายเศรษฐินีเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตอยู่บ้านเหงา ๆ บ้างหรือออกไปทำงานเดินสายตรวจร้านทอง วันไหนอารมณ์ดีก็เป็นแม่ครัวทำกับข้าว หาเพื่อนบ้านตามประสาคนแก่            ด้วยวัยอายุมากแล้วย่างเข้าหกสิบสามปี แม่ยังคงแข็งแรงดีเป็นที่รักของผู้คนรอบข้าง            พูดถึงนายเตชิน น้องชายตัวแสบ คอยสร้างปัญหาอยู่เรื่อย โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิงที่มีเป็นเบือ! ถ้าไม่ติดว่าเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์-โยธาจากอังกฤษ ญาติสนิทมิตรสหาย คนในครอบครัวคงไม่มีใครเหลียวแล            ต่างจากตัวเขาซึ่งเป็นหมอ พี่ชายคนโตมีบริษัทยักษ์ใหญ่เป็น CEO อยู่ต่างจังหวัด น้อยครั้งจะทำให้พ่อแม่ปวดหัว ขณะที่ทุกคนในบ้านยังคงแสดงออกชัดเจนว่ารักเตชินมากที่สุด            ‘เป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง’            คำพ่อบอกแต่เล็กจนโตนั้นเขายังจำได้เสมอ ในใจคงได้แต่คิดว่าพ่อแม่รักเขาและพี่ชายน้อยลงไปหรือเปล่า            จากคลินิกทันตกรรมไปคอนโดมิเนียมหรูริมชานเมืองกรุง ตฤณภพเลือกซื้อที่นี่ เพราะอากาศปลอดโปร่งกว่าย่านใจกลางเมืองที่มี PM2.5 ค่อนข้างสูง            ด้วยบรรยากาศร่มรื่นติดริมแม่น้ำเจ้าพระยายังติดถนนหลักของเมือง และสวนสาธารณะขนาดใหญ่ หากต้องการเข้าเมืองไปทำธุระ ใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วโมง ไม่ไกลจากรถไฟฟ้าสายนอกถ้าวันไหนรถติดทั่วกทม. และปริมณฑล เขาก็จะใช้ช่องทางการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วกว่า            เป็นโชคดีที่เขากลับมาถึงก่อนช่วงการจราจรหนาแน่น ผู้คนยังไม่ออกจากออฟฟิศเดินทางกลับบ้าน เขาจึงไม่ต้องนั่งขับรถขยับติดสลับเหยียบแป้นเบรกกว่าจะถึงที่พัก            บีเอ็มดับเบิลยูสีดำรุ่นโฉมใหม่จอดสนิทในลานจอดรถยนต์โล่งกว้าง พร้อมความคิดหนักอกหนักใจหลายเรื่องรุมเร้า พาให้คิ้วเรียบเฉียงขนานไปกับดวงตาคู่หวานคมเครียดขมวดมุ่นอยู่ตลอด ตฤณภพลอบถอนหายใจผ่านแมสก์สีเขียวเป็นพัก ๆ            กระทั่งไขกุญแจเข้าห้อง ไฟสีขาวเปิดสว่างครบทุกดวงภายใต้ความเงียบสงัดด้วยระบบอัตโนมัติของมัน ร่างสูงในเชิ้ตทำงานยังยืนนิ่งงัน ตามองตรงไปที่เตียงนุ่มอุ่นราวกับว่ามีบางคนนอนอยู่ตรงนั้น            ห้องพักกว้างขวางตกแต่งสไตล์โมเดิร์น แบ่งแยกห้องแต่ละห้องอย่างเป็นสัดส่วน ความกว้างเท่าบ้านพักอาศัยหนึ่งหลังด้วยพื้นที่กว่า 123 ตารางเมตร พื้นที่ใช้สอยมีห้องรับแขก 2 ห้องนอน เครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน            ระดับนายแพทย์ทันตกรรมเฉพาะทางวัยสามสิบเจ็ดปี ทำงานเก็บเงินซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง หมอตฤณรู้สึกภูมิใจ สบายใจทุกครั้ง หากว่าวันไหนเขาไม่ได้กลับบ้านไปหาแม่ เขาพร้อมจะทอดกายนอนอย่างเป็นสุขเพื่อตื่นไปทำงานในตอนเช้าอย่างสดชื่นแจ่มใส            ยิ่งวันนี้เขาไม่มีอารมณ์รับประทานอาหารกับน้องชายที่หายหัวไปอยู่อังกฤษมาเป็นปี โกหกแม่ว่าจะไปต่างจังหวัดทั้งที่ไม่มีธุระที่ไหน เขาควรอยากกลับห้องมาอาบน้ำนอน พักผ่อนให้หายเหนื่อยล้าจากการเพ่งสายตา เคร่งเครียดกับงานมาตลอดวัน กลายเป็นว่าตอนนี้ก็ยังไม่อยากกลับ...            ใบหน้าหวานคมส่ายไปมาสลัดความคิดออกไปจากหัว ก้าวตรงไปวางกระเป๋าลงบนพื้นพรมอย่างคนขี้เกียจ โยนเสื้อกาวน์ที่พาดแขนไว้ไปอีกทางหนึ่ง ค่อยทิ้งตัวลงนอนมองเพดานสีขาว            หรือว่าเขาควรไปนั่งรอหล่อนที่ร้านอาหาร? อาหมวยจะมาหรือเปล่า...?            ความคิดฟุ้งซ่านหยุดลงเพียงได้ยินเสียงโทรศัพท์สั่นดัง เดาได้เลยว่าเป็นใครที่จะโทรมาหาเขาในเวลานี้ เขาล้วงหยิบมือถือจากกระเป๋าหนังสะพายฝั่งคนนั่งเพื่อกดรับสาย            “ว่าไง... ไอ้ต๊อด?”            เพื่อนรัก ตัวต้นเหตุของเรื่องคงอยากแสดงความรับผิดชอบ หลังจากที่ทิ้งปัญหามหึมาไว้ให้เขาเป็นกังวลใจมาตลอดหลายเดือน            โกมินทร์จึงมักโทรมาชวนเขาไปร้านอาหารร้านเดิม อย่างน้อยก็อาทิตย์ละสองถึงสามครั้ง นั่งโต๊ะตัวเดิม เวลาเดิมเหมือนรู้ว่าเขากำลังรอใคร            ตฤณภพคิดว่าความคิดของเขาไม่ผิด จนปลายสายเปิดประเด็นฉับไว...            “นักสืบเอกชนเพื่อนกูเจ้านี้งานดี จบไว ไม่ต้องไปดักรอสาวแล้วเพื่อน งานจบค่อยจ่าย สนใจมั้ย?” [1] ยางมัดเครื่องมือ (Elastic Ties) หรือที่เราเรียกกันว่ายางจัดฟันโอริง จะมีลักษณะเป็นห่วงกลมมีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ บางอันก็จะมีลักษณะเป็นเส้นยาวตามลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ตัวยางจะมีความยืดหยุ่นค่อนข้างน้อย โดยตัวยางโอริงจะทำหน้าที่เป็นตัวยึดระหว่างแบร็กเก็ตกับลวดไว้ด้วยกัน [2] เชน (Elastic Power-Chains) Power-Chains ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือของการทำทันตกรรมจัดฟันที่ทำหน้าที่ปิดช่องว่างระหว่างฟันหรือพูดง่าย ๆ คือทำให้ฟันเคลื่อนที่เข้าหากันนั่นเอง [3] ยางดึงฟัน (Elastic Rubber Bands) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Elastic

บทที่ 3 Chapter 2

Chapter 2            นักสืบเอกชน...          ระดับหมอตฤณคงไม่อยากไปข้องเกี่ยว เขาจึงลังเลใจที่จะเดินเข้าไปหน้าสำนักงาน เปิดโทรศัพท์ขึ้นดูเบอร์คนแปลกหน้า ด้วยกิริยาย้ำคิดย้ำทำแล้วไม่ทำมันสักที            บุคคลพวกนี้ทำงานอย่างมืออาชีพ รับติดตามพฤติกรรมชู้สาว ปัญหาครอบครัว การทุจริตภายในบริษัท และงานอื่น ๆ เช่นกรณีของเขาคือตามหาหญิงสาวคนหนึ่ง            ก็แล้วทำไมต้องไปตาม...?            ยัยหมวยแสบนั่นได้เขาแล้วทิ้ง!            หล่อนควรต้องมาตามร้องขอความเห็นใจจากเขาต่างหาก แม้จะเป็นแค่คนแช็ตคุยกันในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ            สามเดือน...            หากวันไหนเขาเข้านอนก่อนหล่อนเลิกงานหรือเข้าเวรดึก เขาจะส่งข้อความหาคนที่ไม่เคยเจอหน้ากันได้ทุกวัน ในวันที่พูดคุยสนิทสนมมากขึ้น ตอนนั้นเขาเดินทางไปหาพ่อถึงจันทบุรีก็โทรคุยกันตลอดพร้อมคำมั่นสัญญา...            ว่าวันหนึ่งจะพบกัน...            คุณหมอหนุ่มยังคงหงุดหงิด กระทั่งตอนนี้ที่หยิบเสื้อยืดทรงหลวมลายขวางงานแฟชั่น กางเกงยีนสีซีดมาสวม หย่อนกายลงนอนราบบนที่นอนนุ่ม            เพดานสีขาวในห้องนอนของเขาเคยเป็นสีสว่างสดใส แค่ก่อนวันที่หล่อนเดินจากไป ตอนนี้มันช่างมืดทะมึนปานเปรียบว่าละเลงด้วยสีเทาคงไม่พอนิยาม            จะโทษใครถ้าไม่ใช่ไอ้ต๊อด!            นึกโกรธเพื่อนตัวดีอย่างโกมินทร์ โทรมาเล่าเรื่องบริษัทจัดหาคู่อะไรสักอย่าง การันตีเรื่องผู้หญิงดี ๆ มีการศึกษา โปรไฟล์แท้ไม่แอปฯ แต่งเยอะตัวจริงหน้าสยอง พร้อมเสนอยื่นโปรไฟล์ของเขาไป ระดับหมอตฤณที่กำลังอยากมีทายาทสักคนให้แม่คงไม่ปฏิเสธ...            แต่อนิจจา...!            เพราะความเมาเป็นเหตุ เขาจำได้เลือนรางว่าพูดคุยกัน หัวเราะคิกคัก ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก ท้องฟ้าเปิดโล่งมองเห็นหมู่ดาวกะพริบระยิบระยับ บนโต๊ะรับประทานอาคารค่ำที่มีแค่เราสอง ชนแก้วดื่มไวน์องุ่น สนทนางานแพทย์กันอย่างถูกปากถูกคอ            แค่คืนนั้น... คืนสุดท้าย...            ร่างบางส่ายเอวเย้ายวนชวนฝันทิ้งไว้เพียงความทรงจำแสนหวาน ใบหน้างามหมดจดไล่ตั้งแต่ดวงตากลมโต เรียวปากอิ่มงามอมแดงชมพู มอบรสชาติกลมกล่อมไหลผ่านลำคอร้อนผ่าว จุมพิตไร้เดียงสาของหล่อนติดตรึงอยู่ตรงปลายลิ้นและริมฝีปาก            ไม่มีสักค่ำคืนเป็นสุขหากว่าเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกพร้อมเสียงก้องกังวานอยู่ในหัว            เสียงหวานครางไม่ได้ศัพท์ สีหน้าเร่าร้อนคราถูกกระแทกหนัก ๆ รุกเข้าออกโดยไม่ต้องพักยกกลางคัน ขนาดหนุ่มโสดสายเปิดกว้างทางเพศ LGBTQ อย่างเขายังติดอกติดใจไม่รู้ลืม            รสชาติแสนวิเศษ น่าอัศจรรย์ ถ้ำคับแคบตอบรับตัวตนของเขาอย่างเต็มใจไร้ป้อมปราการขวางกั้นจนสร่างเมา นอกจากมนุษย์หมอต้องมานั่งนึกเสียใจด้วยเหตุน้ำเมาเข้าปาก พาสาวที่เพิ่งพบหน้ากันครั้งเดียวเข้าห้องแห่งความลับ หนักที่สุดคือไม่รู้จักพกถุงยางอนามัย!            สาวร่างบางน้อยเอวเด้งเขย่ามัน ทั้งบนเตียง บนโซฟา ไม่ว่ามุมไหนในคอนโดมิเนียมของเขา แม่เจ้าประคุณรุนช่องดันกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่า อันตรธานหายไปจากเตียงก่อนรุ่งฟ้าสางพร้อมหยดเลือดเล็ก ๆ บนผ้าปูที่นอนสีขาว            ไม่สิ... มันไม่ใช่ความฝันแน่นอน...!            เป็นไปได้ไหม? หากว่าหล่อนเกิดทำโทรศัพท์หายเลยไม่รู้ว่าจะติดต่อเขายังไง ในเมื่อตอนคุยก็คุยกันดีทุกวัน เช้ากลางวันเย็น กินข้าวหรือยัง? ทำอะไรอยู่? ทำงานเหนื่อยไหมถึงบ้านหรือยัง? เขาสามารถที่จะคุยกับหล่อนได้ทุกเรื่องแม้แต่เรื่องครอบครัว            หล่อนมีเหตุผลอะไรต้องมาฟันเขาแล้วทิ้ง... ผู้ชายคนแรกของหล่อนเนี่ยนะ!            หมอบ้าเรียนอย่างเขาผ่านประสบการณ์เพศศึกษามาบ้าง จึงแน่ใจต่อให้เมาแค่ไหน            แววตาคู่สวยหวั่นกลัวไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ ขนาดตอนยัดเข้าไป อาหมวยถึกทนของเขากรี๊ดลั่นห้องหูแทบแตก            เขาควรตามหาหล่อนดีไหม? เขาแค่อยากจะรู้ว่ามันเพราะอะไร หล่อนมีเหตุผลอะไร? หล่อนโกรธเขาที่ใจร้อนไปอย่างนั้นหรือ? กำลังเสียใจอยู่รึเปล่า?            หลายครั้งที่เขาพยายามนึกคิด ตามหาตัวหล่อนแม้แต่เข้าไปหาที่บริษัทจัดหาคู่ เขากลับไม่พบข้อมูลของอาหมวย ขอช่องทางติดต่อไม่ได้ต่อให้เป็นระดับแพลตตินั่มเมมเบอร์ หากเจ้าตัวไม่ยินยอมให้ทางบริษัทเปิดเผยข้อมูล            มันไม่ใช่ความรู้สึกเสียดายเพราะแม่สั่งสอนมาดีใช่ไหม? ว่าอย่าทำ... หนุ่มโสดเปลี่ยวเสียวคนเดียวได้ยังไม่เคยฉีกพรหมจรรย์สาวมาก่อนสักอัน            “น้องหมวย... อาหมวย...” เสียงสั่น ๆ พูดกับอากาศ ความเหน็บหนาวภายในใจพาให้เลิกผ้าห่มขึ้นคลุม ปิดตาลงเงียบ ๆ ในวันหยุดที่เขาไม่อยากไปไหนสักที่            กระทั่งเสียงประตูดังให้ลุกไปเปิดออก เชื้อเชิญคนข้างนอกเข้ามา จะเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่เพื่อนตัวปัญหา            หนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันแต่งตัวคล้าย ๆ กันแต่เป็นเสื้อยืดสีขาวแฟชั่นตามเจ้าของห้องเข้ามาแล้ว เหลือบตามองคุณหมอหนุ่มเดินกลับไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอย่างเดิม            โกมินทร์คาดเดาได้เลยว่าหมอตฤณเพิ่งเจอผู้หญิงดี ๆ ใจเต้นตุบตับทุกครั้งที่ได้รับข้อความไลน์จากหล่อน จากนั้นก็โลกสลายลงทั้งใบเหมือนพวกคลั่งรัก            “แต่งตัวหล่อรีดเสื้อซะเนี้ยบ แต่มานอนให้เสื้อยับ อะไรของมึงวะ? หมอตฤณเอ๊ย... ไปเที่ยวกับกูดีกว่า จะได้หายเครียดเรื่องชะนี”            “ของีบอีกแป้บ ครึ่งชั่วโมงค่อยออกไปแรดนะ มึงนั่งเล่นไปก่อน อยากทำอะไรทำเลย”            เจ้าของห้องต้อนรับทนายหนุ่มด้วยความสนิทสนมกันมานาน ตะแคงนอนเท้าแขน ทอดอารมณ์ไปกับกำแพงสีขาว มีเพื่อนหย่อนก้นนั่งลงข้าง ๆ            คอนโดมิเนียมหลักสิบห้าล้านหรูหราที่สุดในย่านใจกลางเมือง ความกว้างขวางสมราคากับที่คุณหมอเสียเงินผ่อน มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ห้องรับรองการเจรจาธุรกิจ            บางครั้งโกมินทร์ก็มานอนเล่น ซื้อของมานั่งรับประทาน แม้วันนี้ไม่ได้ถือของติดมือมาเพราะตั้งใจจะชวนไปส่องสาว ๆ ข้างนอก            “มึงไม่หิวหรือไง? ปกติไม่นอนก็ไปฟิตเนสนี่หว่า ไปออกกำลังกายดูหนุ่ม ๆ สาว ๆ กับกูไป ลุกเหอะ ไปหาไรกินกันก็ได้ จ่ายค่าส่วนกลางตั้งแพงลงไปใช้บริการหน่อยไป”            ด้วยความเป็นคนดูแลตัวเองให้อยู่ในขนาดสมส่วนพอดี เรือนกายเป็นล่ำสันมีมัดกล้ามแต่ไม่ดูเหมือนพวกบ้าคลั่งความแข็งแกร่งจนเกินไป หมอตฤณออกกำลังกายไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละสองครั้ง            ขณะที่เขากลับไม่อยากทำมันขึ้นมา ปิดตาลงนอนอย่างเหนื่อยหน่าย            “นอนแป้บ อย่าเซ้าซี้ได้ไหม? ขอครึ่งชั่วโมง...”            “เออ... ครึ่งก็ครึ่ง... แต่วันนี้มึงอยากกินกะเทย ทอม ดี้ ผู้สาวผู้บ่าว บอกกูเลย กูจัดให้ ไม่งั้นไปหานักสืบซะให้สิ้นเรื่อง...” เพื่อนสนิทแสนรู้ใจว่าตฤณภพจะเลือกข้อไหน            LGBTQ กลุ่มเพศทางเลือก            Lesbian Gay Bisexual Transgender Queer

อ่านต่อ