ภาพเซ็กซี่ปนน่ารักที่ปรากฏอยู่ในหน้าฟีดและเรียกให้คนกดไลก์ได้ไม่น้อยนั้น ทำเอาคนเพิ่งหัดเล่นอินสตาแกรมหรือไอจีคิ้วกระตุกจนอดคอมเมนต์ไม่ได้ real @moonoi เดี๋ยวจะโดนไม้เรียว สหัสนัยคอมเมนต์ไปแบบนั้น และไม่นานเจ้าของโพสต์ก็มาตอบ moonoi @real แง้ 😂 ขนิษฐาแง้ใส่สามี ก่อนที่ต่อมาจะตอบกลับด้วยการบอกรักพี่เรียวรัวๆ อย่างไม่กลัวใครแซว ยังคงคลั่งรักสามีผู้ละมุนแต่แอบดุไม่เสื่อมคลาย moonoi @real รักนะค้า รักๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนมารุมตอบกลับกันเพียบเลย นับว่าคุ้มกับการโพสต์รูปสวมชุดว่ายน้ำสีดำแบบทูพีซลงไอจีเป็นครั้งแรก แต่แม้จะวาบหวิวเพียงใด ขนิษฐาก็มีกระเป๋าใบใหญ่ปกปิดเกือบจะตลอดเรือนร่าง มีวับแวมแค่หัวไหล่กับเรียวขาขาวยาวสวยเท่านั้นเอง wanwisa @moonoi กรี๊ดดดดดด moonoi @wanwisa ร้องทำมายยยยย T_T wanwisa @moonoi สวยมากแม่! แต่ทำไมต้องเอากระเป๋ามาปิดพุงด้วยอ่า wanwisa @real พบคนหวง 1 อัตรา วันวิสาข์ยังคงสนุกกับการแซวเพื่อนแถมยังกล้าแท็กไปแซวพี่เรียวด้วยอีก ซึ่งขนิษฐาก็ได้แต่ส่ายหน้าพร้อมอมยิ้มเมื่อเลื่อนอ่านคอมเมนต์ต่างๆ แต่มีอยู่คอมเมนต์หนึ่งที่ทำเอาเจ้าของภาพแทบอยากจะด่ากลับ akhin @moonoi น่ากลัว moonoi @akin หมูตุ๋น!!!! น้องชายตัวดีของเธอมาทำให้วงแตกกันหมด แถมยังทำลายความมั่นใจของเธอเสียด้วย ร้ายกาจกว่าพี่เรียวอีกนะหมูตุ๋นเนี่ย! “หัวเราะอะไร” คำถามที่มาพร้อมกับมือที่วางแหมะบนหัวไหล่ทำเอาคนกำลังนั่งขำสะดุ้ง และครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นพ่อกำลังหรี่ตามองท่าทางร่าเริงของเขาอย่างจับผิด “เปล่าครับ” ขุนพลเหลือบตามองเห็นรูปเซ็กซี่ของลูกสาวในโทรศัพท์มือถือของลูกชายแวบหนึ่ง ไม่ได้คิดถือสาอะไรเพราะอีกฝ่ายก็โตจนไปมีครอบครัวแล้ว ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับลูกชายบนเก้าอี้ในสวนของบ้าน ตอนนี้ถ้าไม่รวมขนิษฐา ทุกคนได้กลับมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว มีขุนพล อาทิตยา ขุนศึก และปู่กับย่าของขุนศึก แต่สำหรับตัวขุนศึกเองนั้นอีกไม่กี่วันจะต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแล้ว เพื่อความสะดวกก็คาดว่าจะย้ายออกไปอยู่ที่คอนโดเดิมของขุนพลนั่นแหละ และนั่นก็เลยทำให้ขุนพลต้องหาเวลามานั่งคุยกับลูกชายอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาเหมือนว่าเขากับลูกจะได้คุยกันน้อยไปหน่อย เนื่องจากขุนศึกติดแม่ และมีอะไรก็มักจะคุยกับแม่ก่อนเสมอ ไม่เหมือนขนิษฐาที่เอะอะก็เรียกหาแต่พ่อทั้งวัน หมายถึงช่วงสมัยก่อนที่ยังไม่ได้แต่งงานน่ะนะ ตอนนี้หมูน้อยคงไม่มีเวลามาเรียกหาพ่อหรอก มีสามีแล้วนี่ “อาทิตย์หน้าก็เปิดเทอมแล้วสิ” “ใช่ครับ” “ตกลงจะย้ายออกไปอยู่คอนโดเดิมของพ่อหรือเปล่า” “ย้ายครับพ่อ แต่คินว่าจะยังไม่ย้ายไปไวๆ นี้” “ทำไมล่ะ” “อคินอยากอยู่ใกล้ๆ แม่ ถ้าอคินไปอยู่คอนโดก็จะเหงา ไม่มีใครทำอะไรอร่อยๆ ให้กิน” คำตอบนั้นมาพร้อมกับจานของว่างที่วางลงตรงหน้าสองชายต่างวัย ก่อนที่อาทิตยาจะนั่งลงข้างๆ ลูกชาย และทันทีที่เธอนั่งลง คนขี้อ้อนก็ขยับเข้ามากอดแขนแม่และซบหน้าลงบนไหล่ราวกับเด็กน้อย ซึ่งขุนพลเห็นแล้วก็ได้แต่กลอกตามองบน หมั่นไส้มัน! “ถูกต้องเลยครับแม่ คินจะอยู่ใกล้ๆ แม่จนกว่าแม่จะเบื่อไปเลย” “แม่ไม่เบื่ออคินหรอกลูก” “แต่พ่อเบื่อมาก ลองอยู่บ้านสักเดือน ถ้าไม่เบื่อรถติดขับรถไปกลับไหวก็ตามใจ” สองแม่ลูกมองหน้ากันอย่างไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะยิ้มให้กันน้อยๆ รู้หรอกน่าว่าเบื่อของพ่อน่ะหมายถึงอะไร เป็นเพราะว่าเขาขโมยเวลาของแม่ไปจากพ่อเป็นส่วนใหญ่ใช่ไหมล่ะ ดูจากตอนที่เขากลับมาใหม่ๆ แล้วแม่จะนอนเป็นเพื่อนแต่พ่อมาตามให้ไปนอนด้วยกันทั้งหมดในห้องนอนใหญ่นั่นปะไร แค่นั้นก็รู้แล้วว่าพ่อน่ะหวงแม่นะแต่ไม่แสดงออก... ------------- ซีรีส์ในชุดจักรวาลของอวบ (1-7) 1. บ่วงรักเมียเฉิ่ม 2. อวบอยู่ไหนจ๊ะ 3. ศิลาจารัก 4. งี่เง่า เอาแต่รัก 5. หมูน้อยคอยรัก 6. หมูตุ๋นอุ่นรัก 7. เบียร์วุ้นวุ่นไวน์ลัค (กำลังเขียน)
“คุณลุงคุณป้า สวัสดีค่ะ” เสียงร่าเริงพร้อมร่างสูงชะลูดในชุดนักศึกษาที่โผล่เข้ามาทักทายแต่เช้า ทำให้สองสามีภรรยาที่กำลังนั่งดื่มกาแฟชะงัก ก่อนจะหันมามองพร้อมกัน เมื่อได้เห็นว่าใครมา ฝ่ายคนโดนเรียกว่าคุณป้าก็ลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้ามากอด “เป็นสาวแล้ว สาวน้อย ใส่ชุดนี้แล้วป้าแทบจำตอนที่เราวิ่งเล่นซนที่หน้าบ้านไม่ได้เลย ดูสิ เวลาผ่านไปเร็วจัง” “แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณลุงริทกับคุณป้าหญิงก็หน้าเด็กตลอดกาลเลยนะคะ ยังหล่อยังสวยเหมือนเดิม” “โอ๊ะ” ฝ่ายผู้เป็นลุงอุทานเคล้าเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจ ก่อนจะเอ่ย “ไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยเจ้าเบสต์ รู้จักเอาใจคนแก่” “ก็เบสต์รู้นี่คะว่าคนแก่น่ารักและน่าเอาใจที่สุด ไม่เหมือนใครบางคนที่ยังไม่แก่แต่เอาแต่ใจชะมัด” “ใครกวนบาทาเข้าให้ล่ะ เดี๋ยวลุงไปจัดการมันให้” “ผมว่าป๊าน่าจะระวังมารยาของสาวน้อยรุ่นลูกบ้างนะครับ ไม่ใช่หลงใหลได้ปลื้มกับคำเยินยอที่...ตรงกันข้ามกับความจริง” “ไอ้เวย์ แกว่าป๊าแก่เรอะ” “เปล่าครับ ผมจะบอกว่าป๊ากับแม่หน้าเด็กและหล่อสวยมากกว่าเดิมต่างหาก” “เบสต์ว่าน่าจะเป็นมารยาของหนุ่มน้อยรุ่นลูกมากกว่าค่ะ ที่เราต้องระวัง” “ให้ลุงเตะมันให้เดี๋ยวนี้มั้ยล่ะ” “พอแล้วค่ะ เรามากินอาหารเช้ากันดีกว่าเนอะ วันนี้เบสต์กับเวย์ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยวันแรก คุณป๊าอย่าทำให้เสียบรรยากาศสิคะ” “เดี๋ยวนะ สรุปสุดท้ายนี่เธอโทษว่าฉันเป็นคนทำให้เสียบรรยากาศรึ” ผู้อาวุโสสุดของบ้านที่กลายมาเป็นคนผิดเสียอย่างนั้นถามกลับอย่างงงๆ “อันที่จริงไม่เสียบรรยากาศอะไรเลยค่ะ เบสต์ชอบบรรยากาศแบบนี้ ไม่เงียบ มีแต่เสียงพูดคุย สนุกดีค่ะ” “เหอะๆ” เสียงหัวเราะเยาะของคนที่กำลังจะกัดแซนด์วิช ทำให้สาวน้อยผู้มาเยือนนึกได้ว่าธุระที่เธอมาที่นี่แต่เช้าคืออะไร เลยแย่งแซนด์วิชของโปรดออกมาจากมือเขาแล้วเอ่ย “สายแล้ว เบสต์ไปก่อนนะคะคุณลุงคุณป้า สวัสดีค่ะ” พูดจบก็เดินลิ่วออกไป ทำให้คนโดนแย่งแซนด์วิชต้องรีบเดินตามออกไปทันทีเช่นกัน ส่วนสองสามีภรรยาเมื่ออยู่ตามลำพังแล้วก็มองหน้ากัน ก่อนจะเป็นฝ่ายสามีที่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นภรรยาทำท่าจะขยับเดิน “ไปไหนอะ” “ถามทำไมคะ” “มานั่งตักสิ” ว่าพร้อมกับตบตักตัวเองปุๆ คนที่ถูกเย้าแหย่แบบนี้มาตลอดตั้งแต่แต่งงานกันมาจนกระทั่งลูกโตได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ “แก่แล้วนะคะ ยังจะบ้ากามอยู่อีก” จากนั้นก็เดินหนีเข้าไปในครัว ทิ้งให้คนโดนว่าว่าบ้ากามนั่งหงุดหงิดอยู่คนเดียว... “เธอจะยืนจ้องหน้าฉันอีกนานไหม” “ก็จนกว่านายจะขอโทษ” “เพื่ออะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด” “นิสัยไม่ดี ไม่รักษาคำพูด” “......” “นายบอกว่าวันนี้จะไปรับฉันที่บ้าน แล้วเราจะไปที่ ม. กันแต่เช้า ไปหาข้าวกินแล้วไปสำรวจสถานที่กันก่อนเข้าห้องเรียน แต่นายก็ตื่นสาย โทรไปก็ไม่รับ ฉันจะไปเรียนก่อนนายก็ไม่ได้ เพราะรถฉันอยู่ที่นาย ฉันให้นายยืมรถเพื่อรับสาวไปเที่ยวเพราะรถนายเสีย แต่นายไม่ได้ทำตามที่รับปากฉันเลยทั้งที่เราคุยกันแล้ว” คนมาเยือนพูดยาวเหยียดรวดเดียวจบ จากนั้นก็หยุดหอบหายใจแฮกๆ “โอเค พูดจบยัง” “ยัง” พอเห็นอีกฝ่ายกลอกตา เธอเลยพูดต่อ “ฉันหิว ฉันจะกินแซนด์วิชนาย” “หยุด!” คนที่ขโมยอาหารเช้าของเขามาได้หยุดนิ่ง ก่อนจะหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “ฉันตื่นสายเพราะเมื่อคืนดันมีเรื่อง แล้วกว่าฉันจะได้นอนก็ตีสอง ตอนที่ฉันหมดแรงฟุบไปบนเตียงก็ไม่รู้หรอกว่าโทรศัพท์มันแบตหมดตั้งแต่ตอนไหน เพราะงั้น ฉันขอโทษ โอเค?”
ชายหนุ่มตอบโต้ยืดยาว นั่นทำให้คนที่กำลังจะยัดแซนด์วิชแสนอร่อยลงปากคำใหญ่ชะงักไว้ แล้วยอมบิออกเป็นสองชิ้น ก่อนจะยื่นให้คนที่ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนกันไปครึ่งหนึ่ง ว่าจะไปหากินแถวที่เรียนแต่กว่าจะไปถึงจะได้กินไหมเหอะ จากนั้นทั้งคู่ก็ตั้งหน้าตั้งตายัดแซนด์วิชแสนอร่อยเข้าปากอย่างหิวโหย ครั้นกินหมดกันแล้วฝ่ายเจ้าของบ้านเลยเอ่ย “เธอชอบแย่งแซนด์วิชของฉันตลอด” ฝ่ายคนที่มาด้วยความฉุนเฉียวและตอนนี้เริ่มสงบสติอารมณ์แล้วเลยเอ่ยบ้าง “นายก็ชอบให้ฉันด่าก่อนจะอธิบายอะไรให้มันชัดเจนทุกที” ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร จากนั้นก็เหมือนมีแรงดึงดูดให้ใบหน้าของทั้งคู่ขยับเข้ามาใกล้กัน และพอหน้าผากสัมผัสกัน เท่านั้นแหละ! ต่างคนต่างก็เอาหัวดันกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อต้องการเอาชนะ และเมื่อเอาหัวชนกันมันไม่สะใจพอและดูเหมือนจะสูสี ก็เอามือดันไหล่กันไว้ด้วย “คิดว่าจะชนะฉันได้เหรอไอ้เวย์” “คิดว่าฉันจะยอมแพ้หรือไงไอ้เบสต์” แต่ไม่ทันจะได้แพ้ชนะ เสียงแตรรถที่ขับมาจอดก็ทำให้ทั้งสองหยุดชะงักการเล่นเป็นเด็กๆ เสียก่อน “จะไปเรียนกันมั้ยมึงสองตัว!” “ถึงฉันจะไม่ได้ไปรับพร้อมกับรถของเธอ แต่ฉันก็มีแผนสำรองให้เราได้รับความสะดวกในการเดินทาง ยัยเด็กเปรต” พูดจบฝ่ายชายก็เอาหัวโขกหน้าผากเธอเสียงดังโป๊กแล้ววิ่งไปขึ้นรถทันที ทิ้งให้หญิงสาวหนึ่งเดียววิ่งตามไปพร้อมกับคำสบถ “ไอ้บ้าเวย์ ไอ้คนทรยศ มันเจ็บนะ!” วันต่อมา... หลังจากที่เมื่อวานนี้มาถึงมหาวิทยาลัยเป็นวันแรก ประโยคแรกที่หญิงสาวอุทานออกมาคือ “ว้าว นี่เหรอ มหาวิทยาลัยของเรา” “ว้าวตรงไหน” เจ้าของแซนด์วิชพูดขึ้นมาบ้าง “น่าเบื่อ” คนที่ทำหน้าที่สารถีก็พูดขึ้นมาบ้างเช่นกัน เพราะการที่ต้องย้ายจากกาญจนบุรีมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์สำหรับเขาสักเท่าไร ฝ่ายสาวน้อยหนึ่งเดียวในดงสองหนุ่มได้ยินดังนั้นก็หันมาตวาดแว้ด “อะไรกันวะพวกนาย นี่มันเป็นการมาเรียนมหาวิทยาลัยวันแรกนะ อย่าทำเสียบรรยากาศสิ” จากนั้นทั้งสามคนก็เข้าห้องเรียนตามปกติ และทุกอย่างก็ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อยตลอดคาบเช้าและคาบบ่าย ไม่ได้น่าเบื่อมากอย่างที่กังวล ออกจะสนุกเสียด้วยซ้ำ แต่วันนี้ ดูท่าว่าสาวซ่าจะมีปัญหาซะแล้ว เมื่อเก้าอี้ตัวที่เธอเคยนั่งเมื่อวานถูกจับจองไปก่อนโดยใครก็ไม่รู้ เห็นดังนั้นก็เลยเดินดุ่มๆ นำหน้าสองหนุ่มตรงเข้าไปเจรจาทันที “ขอโทษนะ คือเราไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่นี้หรอก แต่ว่าพวกฉันสามคนเคยนั่งตรงนี้เมื่อวาน” สาวน้อยหนึ่งเดียวที่สูงชะลูดแต่เตี้ยกว่าผู้ชายอีกสองคนที่ยืนอยู่เยื้องๆ กันทำให้คนที่เพิ่งหย่อนก้นแตะเก้าอี้ได้ไม่ถึงนาทีเงยหน้าขึ้นมอง และเมื่อเห็นว่าสายตาที่จ้องมองมาเหมือนแม่เสือสาวนั้นช่างอวดดี ก็กระตุกยิ้มแล้วเอ่ย “ตอนนี้มันเป็นที่ของฉันแล้วล่ะ” “นาย!” ชายหนุ่มคนที่สูงที่สุดในสามคนนั้นแตะบ่าเพื่อนสาวของตนไว้ ก่อนจะเอ่ย “เราจะนั่งกันตรงนี้ แต่ถ้านายอยากนั่งด้วยก็ตามสบาย” พูดจบก็นั่งลงตรงเก้าอี้เดิมของเขาที่อยู่ด้านซ้าย ตามด้วยชายอีกคนที่กระตุกยิ้มแล้วเดินไปนั่งด้านขวา ซึ่งเก้าอี้ตรงกลางนั้นที่จริงเป็นของสาวน้อย แต่เมื่อเห็นว่าไอ้บ้าที่กล้าเถียงเธอคงไม่ลุกขึ้นมาแน่ ก็เลยลากเก้าอี้มานั่งตรงกลางด้านหน้าเขา ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าสองชายหนึ่งหญิงกำลังนั่งล้อมหนึ่งชายเอาไว้ “เพื่อให้ง่ายต่อการเจรจาถ้าจะมีอะไรไม่โอเคแบบนี้อีก เรามาแนะนำตัวกันดีกว่านะ” เธอหันมาพูดกับคนที่นั่งเก้าอี้ตัวที่เธอนั่งเมื่อวาน “ฉัน ฝนทิพย์ ชื่อเล่นเบสต์ ส่วนนี่ พอร์ช อธิปัตย์ และนี่ ไอ้ห่าเวย์ จักรดุลย์” “เป็นการแนะนำตัวที่หยาบคายมาก” คนโดนด่าว่าไอ้ห่าอย่างจักรดุลย์พูดขึ้น ซึ่งเขาก็คือเจ้าของแซนด์วิชที่มักถูกฝนทิพย์แย่งไปกินเสมอนั่นแหละ “นายชื่ออะไร” ฝนทิพย์หรือเบสต์ถามคนนั่งตรงกลางพร้อมกับจ้องหน้า “ฉันเหรอ?” “ขอบอกว่าฉันไม่ใช่คนใจเย็น” ไอ้บ้านี่กวนประสาทมากกว่าที่คิดแฮะ! “เธอคงทำอะไรใครไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีสองหนุ่มคอยตามใจ” พูดจบก็เหลือบตามองสองชายที่นั่งขนาบข้างซ้ายขวา แต่นั่นยังไม่เท่ากับประโยคต่อมาที่ทำเอาฝนทิพย์หน้าบึ้งขึ้นมาทันควัน “เพราะงั้น...ขอแนะนำว่าอย่าเอาแต่ใจมากเกินไป”