ร้อนรักคุณอามาเฟีย
บทที่ 1 ร้อนรักคุณอามาเฟีย EP. 1

บ้านรินรดา “ ไงคร๊าบ พาฝันตัวน้อยของอา มาม๊ะ มาหอมหน่อย ” ฟอดดดด    คทามาเฟียหนุ่มมาถึงก็หยอกล้อพาฝัน หลานสาวตัวน้อยก่อนจะอุ้มขึ้นแล้วหอมแก้มน้อยฟอดใหญ่ “ แอ่ะ..แอ๊ะ.. ”    หลานสาวตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วพร้อมกับเอื้อมมือน้อยๆจับขยำใบหน้าหล่อของมาเฟียหนุ่มคทา    พาฝันตัวน้อยวัย 8 เดือน ลูกสาวของมาเฟียหนุ่มปภาวินกับรินรดา “ มาถึงก็ขโมยหอมแก้มลูกฉันไอ้คทา แล้วล้างมือยังวะเนี่ย? วางพาฝันลงเลย  ”  ปภาวินที่เห็นก็โวยวายเป็นคุณพ่อหวงลูกสาว “ หวง? ”  คทาเลิกคิ้วถามด้วยสีหน้ากวนๆ “ เออ ” ฟอดดด..ฟอดดด ฟอดดด ฟอดดด    คทาก้มหอม 2 แก้มน้อยสลับกันไปมาหลายฟอดใหญ่ๆ เนื่องจากหมั่นไส้ไอ้คนหวงลูก “ ไอ้นี่...เอาลูกฉันคืนมาเลย..”    ปภาวินเอื้อมมือยื้อแย่งตัวพาฝันจากอ้อมแขนคทา คทาจ้องมองเพื่อนรักก่อนคิ้วจะชนกัน “ เลิกแกล้งได้แล้วค่ะคุณวิน คุณก็รู้อยู่ว่าพาฝันติดคุณคทา ” รินรดาที่เดินออกมาจากในครัวพร้อมกับอาหารเช้าของคนตัวเล็กก็เอ่ยว่าสามีทันที “ ไม่ได้แกล้ง  หวงจริง ”  รินรดาและคทาถึงกับส่ายหน้าระอาให้กับความขี้หึงขี้หวงของปภาวิน “ ไปก็ได้วะ” “......” “ อาไปทำงานก่อนนะคะพาฝัน ค่ำๆ อาจะมาหาใหม่น๊า ” มือหนาจับฝ่ามือน้อยๆ ทั้งสองข้างมาสัมผัสกับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยิ้มอ่อนโยนแล้วเอ่ยเบาๆ ก่อนจะรีบออกไปทำงาน    ปัจจุบันคทาได้ย้ายที่พักออกจากโรงแรมมาอยู่บ้านแทน บ้านที่สร้างใหม่ในพื้นที่รีสอร์ทของรินรดา  เนื่องจากปภาวินมีลูกจึงตัดสินใจย้ายออกมาสร้างบ้านในพื้นที่รีสอร์ทคทากับหมอสันต์จึงย้ายตามมาด้วย 3 หนุ่มสร้างบ้านหลังใหญ่ 3 หลังติดกัน แบบเดียวกันเป้ะ โดยคนออกแบบบ้านก็คือรินรดา   ณ ห้องผู้บริหารโรงแรมกีรติเมธานนท์ “ นายครับ..”  เสียงของศรบอดี้การ์ดคนสนิทที่เดินเข้ามาหาคทา “ มีอะไร? ”    คทาเอ่ยถามก่อนจะเงยหน้าขึ้น และสีหน้าแปลกใจจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา เมื่อเห็นใครบางคนที่เดินตามศรมา    แน่นอนว่าคทารู้ ว่านั่นคือมนัส ทนายประจำตระกูลของพ่อเขา “ คุณดนัยเสียแล้วครับ พร้อมกับภรรยา ด้วยอุบัติเหตุ ” ประโยคแรกที่ทนายมนัสเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเคร่งเครียด “ เมื่อไหร่? ” คทาเอ่ยถามสั้นๆ “ 3 อาทิตย์แล้วครับ ผมต้องขอโทษด้วยครับ ที่มาแจ้งคุณคทาช้า ” “.....” “ ผมไม่มีเบอร์ติดต่อคุณคทาโดยตรง แล้วก็มัวแต่ยุ่งกับการจัดงานศพและเรื่องทรัพย์สินของท่าน เลยไม่ได้แจ้งให้เร็วกว่านี้ครับ ” “ นายก็จัดการไปหมดแล้วนี่ แล้วมาหาฉัน มีอะไร? ” คทาถามน้ำเสียงเรียบด้วยสีหน้าแปลกใจ “ ก่อนคุณดนัยจะสิ้น ท่านให้ผมมาขอความช่วยเหลือบางอย่างจากคุณคทาครับ ” “ ให้ฉันช่วย... ” “ ครับ ” “ ช่วยอะไร...มีหนี้? ” คทาเอียงคอนิดๆก่อนจะเอ่ยถาม “ หนี้สินคุณดนัย ผมใช้ทรัพย์สินของท่านเคลียไปหมดแล้วครับ...เอ่อ..” “ มีอะไรรีบพูดมา ” คทาเอ่ยน้ำเสียงเริ่มรำคาญ “ คุณดนัยขอให้คุณช่วยรับอุปการะลูกสาวของท่านครับ ” “ ลูกสาว? ” “ ครับ ลูกบุญธรรมครับ ถึงจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่คุณดนัยและภรรยาท่านเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่แรกเกิด เลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ๆ ท่านรักเธอมาก ” “ หึ..จะให้ฉันเป็นพี่เลี้ยงเด็ก? ”  คทาแค่นหัวเราะขำออกมาเบาๆ ก่อนจะเลิกคิ้วถาม “ ผมมีหน้าที่แจ้งคุณคทาเพียงเท่านี้ครับ ถึงเธอจะไม่ใช่หลานแท้ๆ ” “......” “ แต่ยังไงคุณคทาก็มีศักดิ์เป็นอาของเธอ ที่เหลืออยู่ที่คุณจะตัดสินใจครับ  ” “......” “ เธอชื่อมัสลินอายุ 17 ปี นี่ประวัติของเธอครับ ”  ทนายมนัสยื่นแฟ้มเอกสารให้ศร ก่อนจะนำไปวางบนโต๊ะตรงหน้าคทา “......” คทาชำเรืองตามองแฟ้มเอกสารนั่น แต่ไม่แม้แต่จะหยิบขึ้นมาดู “ หากคุณยอมรับอุปการะมัสลิน ให้คนติดต่อผมมา ผมถึงจะมอบเอกสารมอบอำนาจเลี้ยงดูนี้ให้คุณ ”    เมื่อเห็นคทายังคงนิ่งเฉย ทนายมนัสจึงเอ่ยออกมาพร้อมกับชูเอกสารอีกฉบับที่อยู่ในมือ “......”    คทายังคงนิ่งคิด ไม่พูดอะไรออกมา เขากับพี่ชายไม่ได้สนิทกัน ถึงจะพ่อเดียวกัน แต่ต่างมารดา  เคยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันก็แค่ตอนเด็กๆเท่านั้น “ งั๊นผมคงต้องขอตัวนะครับ หากคุณตัดสินใจยังไง ให้คนรีบแจ้งผมด้วยนะครับ” “......” “ ยังมีคนที่เขาต้องการจะอุปการะมัสลินอยู่อีก ไม่น้อย ครับ ” ทนายมนัสพูดเน้นคำทวนท้ายก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกไป “ ไม่น้อย...งั๊นเหรอ? ”    ยังไม่ทันที่ทนายมนัสจะได้ก้าวเท้าพ้นประตูออกไป คทาก็เอ่ยถามขึ้นน้ำเสียงขัดใจ เพราะรู้สึกเหมือนกำลังถูกท้าทาย ทนายมนัสหยุดชะงักก่อนจะหันกลับมาตอบ “ ครับ...ไม่น้อย ” “ ยังไง? ”  คทาเลิกคิ้วถามสั้นๆ “ มีคนยื่นขอรับอุปการะมัสลิน มากกว่าครึ่งโหล...ทุกคนเป็นเพื่อนๆ ของคุณดนัยครับ ” “......” “ แต่คุณดนัย กลับเลือกคุณคทาให้ดูแลเธอ ”  ทนายมนัสพูดเพียงเท่านั้น ทั้งที่ในใจอยากจะพูดมากกว่านี้    คนที่อยากจะเลี้ยงดูมัสลิน เป็นบรรดาเพื่อนๆ ของดนัย แล้วแต่ละคนก็เป็นเฒ่าหัวงูทั้งนั้น ถึงไม่บอกก็รู้ ว่าพวกนั้นคิดยังไงกับมัสลิน    ตอนนี้ก็ได้แต่หวัง ว่าน้องชายของดนัยคงจะไม่เหมือนพวกนั้น มนัสเองก็เอ็นดูมัสลินเหมือนลูกหลานคนนึง “ เด็กแค่คนเดียว ฉันเลี้ยงได้ เอาเอกสารมอบอำนาจวางไว้...ฉันจะให้คนของฉันไปจัดการเอง ”    คทาพูดพร้อมกับส่งสายตาให้ทนายมนัสวางเอกสารไว้ที่โต๊ะ “ ผมถือว่า ผมหมดหน้าที่แล้วนะครับ..หวังว่าคุณคทาคงจะดูแลเธออย่างดี ไม่ทิ้งขว้างนะครับ ” “ ไม่ต้องห่วงหรอก...อยู่กับฉันไม่มีใครอดตายหรอก ” คทาเอ่ยเสียงเรียบ “ งั้นผมขอตัวนะครับ..” “ อืม ” สิ้นเสียงคทาทนายมนัสก็หันหลังเดินออกไปทันที      คทานั่งนิ่งมองแฟ้มประวัติของมัสลินอยู่นาน ลิ้นหนาดุนกระพุ้งแก้มสองข้างสลับกันไปมา แต่ก็ไม่ได้เปิดแฟ้มออกมาดู “ ศร ” “ ครับนาย..” “ เอาประวัติไปอ่านที จัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อย แล้วไปรับตัวเด็กนั่นมา ” “ ครับ.. แล้วนายจะให้เธอพักที่ไหนครับ ” “ ยังไงก็มีศักดิ์เป็นหลานสาวฉัน คงต้องให้พักที่บ้านนั่นแหละ ให้ใครมาเตรียมห้องให้ด้วยละกัน ” “ ครับนาย ”   3 อาทิตย์ก่อนหน้า Rrrrrr   มัสลิน :  ค่ะแม่ แม่      : อ้อนอยู่ไหนลูก? มัสลิน :  อ้อนมาทำรายงานที่หอพักเอมค่ะแม่...แต่เสร็จแล้วล่ะค่ะ อีกเดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ แม่      : เย็นนี้อ้อนทานข้าวคนเดียวนะลูก แม่กับพ่อจะต้องไปงานเลี้ยง คงจะกลับดึก มัสลิน : ค่ะแม่ แม่      : แล้วอย่านอนดึกละลูก พรุ่งนี้เช้าต้องไปเรียนว่ายน้ำเป็นวันแรกด้วย แม่ให้แป้นต้มซุปเห็ดไว้ให้อย่าลืมกินล่ะ มัสลิน : ค่า...อ้อนรู้แล้วค่าแม่ แม่      : งั้นแม่วางสายนะ แม่กับพ่อรักอ้อนนะลูก มัสลิน : อ้อนก็รักพ่อกับแม่ค่ะ   ตึ้ดด... “ ลูกโตแล้ว อย่าไปเขี้ยวเขนแกนักเลยคุณ ”  ดนัยเอ่ยขึ้นเมื่อภรรยาวางสาย “ ยิ่งโตก็ยิ่งน่าห่วงค่ะ โตเป็นสาวเป็นนางไปไหนมาไหนก็ยิ่งอันตราย ”     ………

บทที่ 2 ร้อนรักคุณอามาเฟีย EP. 2

“ ลูกเราเป็นเด็กฉลาด แกเอาตัวรอดได้น่าคุณ ” “ รู้แล้วค่า  ” คนเป็นภรรยาเอื้อมมือไปจับมือสามีก่อนเอ่ยพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆออกมา     ดนัย แสงไท กับมัสยา ไม่มีบุตร พวกเขารับมัสลินมาเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิดเนื่องจากแม่แท้ๆ ของมัสลินเสียชีวิตหลังคลอด ทั้งสองรักและเอ็นดูเอาใจใส่มัสลินเหมือนลูกแท้ๆ เลี้ยงดูเธอไม่ต่างจากลูกคุณหนู   “ เป็นแงะ? ” หลังจากมัสลินวางสาย เสียงของเอมมี่ที่เข้าไปเปลี่ยนชุดสำหรับไปปาร์ตี้ เดินออกมาจากห้องน้ำมาก็เอ่ยถามขึ้นพอดี “ ฮื้มห์...โคตรเอ็กซ์เลยว่ะเอม ” อ้อนเอ่ยชมเพื่อน    คืนนี้มีเลี้ยงฉลองรับตำแหน่งเดือนคณะ ของต้นกล้า รุ่นพี่ที่เข้ารั้วมหาลัยไปก่อน     ต้นกล้า เป็นหนุ่มหน้าตาดีและยังมีฐานะดีด้วย เรียนปีแรกก็ได้ตำแหน่งเดือนคณะแล้ว เขาตามจีบมัสลินมาตั้งแต่มัสลินอยู่ ม.5 แม้เขาจะจบมัธยมเข้ามหาลัยไปก่อน แต่เขาก็ยังคงตามจีบมัสลิน ทว่าไม่มีทีท่าว่าเธอจะใจอ่อนสักที   “ มึงจะไม่ไปจริงเหรอวะอ้อน ที่จริงพี่ต้นเขาอุตส่าห์ตั้งใจชวนมึงเลยนะเว้ย นี่กูลงทุนหยุดงานวันนี้เลยนะเนี่ย ” เอมมี่เอ่ยถามเพื่อน “......” “ ยังไงพรุ่งนี้ก็วันเสาร์ไม่ต้องตื่นเช้าไปเรียน ” “ ไม่อ่ะ เดี๋ยวดึก พรุ่งนี้เช้ามีเรียนว่ายน้ำแต่เช้าว่ะ กลับไปนอนดีกว่า โยกเผื่อกูด้วยละกัน ” “ จ้า..แม่คุณหนูอนามัย ”  เมื่อมัสลินยังยืนยันคำตอบเดิม เอมมี่ทำหน้ามุ่ยก่อนจะเอ่ยหยอกล้อเพื่อน “......” “ ว่าแต่ เมื่อไหร่มึงจะรับรักพี่ต้นสักทีวะ? เป็นกูคงรับตั้งแต่เดือนแรกละ ทั้งหล่อทั้งรวย แถมยังมั่นคงอีก นี่ก็ตามจีบมึงมาจะ 2 ปีแล้วนะ ” “ ตอนนี้กูอยากตั้งใจเรียนให้จบก่อน ยังไม่อยากมีแฟน กลัวเกรดจะตก ” “ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย มึงเรียนเก่งขนาดนี้ กะอิแค่มีแฟนเกรดมันจะตกยังไงวะ? ” เอมมี่พยายามพูดโน้มน้าวเพื่อน  “ กูว่า กูกลับก่อนดีกว่าเอมเดี๋ยวจะดึก ” “ พูดเรื่องนี้ทีไรมึงก็หนีกลับทุกที  กูไม่พูดก็ได้ แม่คนใจแข็ง ” “  เรียกแกร็บให้กูด้วย ” “ เออ k k แป๊ปมึง.. ” “ อื้ม..”     เอมมี่ เป็นเพื่อนรักของมัสลินที่คบกันมาตั้งแต่ ม.ปลาย เธออายุเยอะกว่ามัสลิน 2 ปีเพราะเธอหยุดเรียนไปหลังจากจบ ม.ต้น เพื่อทำงานเก็บค่าเทอม เด็กสาวอายุ19 ที่ใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เด็ก เธอต้องทำงานหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนตั้งแต่มัธยมต้น เพราะที่บ้านไม่มีเงินส่งเสีย      บ้านดนัย “ กลับมาแล้วค่า..” เสียงใสของมัสลินที่กลับมาถึงบ้าน “ กลับมาแล้วเหรอคะคุณหนู ”  “ มีอะไรกินมั่งคะป้าแป้น? อ้อน หิ๊ว หิว? ” “ มีแต่ของโปรดคุณหนูทั้งนั้นค่ะ งั๊นป้าตั้งโต๊ะเลยนะคะ?” มัสลินพยักหน้า หงึกๆ หลังจากทานข้าวอิ่ม มัสลินก็รีบขึ้นห้องอาบน้ำ เข้านอนทันที   ตกดึก Rrrrrrrr   ป้าแป้นจำต้องตื่นขึ้นมารับสาย เนื่องจากโทรศัพย์ดังขึ้นหลายรอบแล้ว ป้าแป้น  : สวัสดีค่ะ..บ้านคุณดนัยค่ะ รพ.        :  ...... ป้าแป้น  : ค่ะ..ใช่ค่ะ รพ.        :  ......  ป้าแป้น  :  ห๊ะ!! ระ..โรงบาลไหนคะ? รพ.        :  ...... ป้าแป้น  : คะ คะ ขอบคุณมากค่ะ    “ โธ่ คุณหนู ” หลังวางสายป้าแป้นก็พึมพำเบาๆ ออกมา   เป็นสายจากโรงพยาบาลที่โทรแจ้งข่าว ดนัยและภรรยาเกิดอุบัติเหตุรถสิบล้อพุ่งชนอย่างจัง ภรรยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนดนัยบาดเจ็บสาหัส โรงพยาบาล “ คนไข้เสียเลือดมาก...หมอคงยื้อไว้ได้ไม่เกินพรุ่งนี้...หมอเสียใจด้วยนะครับ ”  หมอที่ออกมาจากห้องผ่าตัดได้แจ้งอาการของดนัยให้มัสลินทราบ “ ฮึก! คุณพ่อ!..ฮื้อๆ ”  มัสลินที่พึ่งทราบการตายของแม่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่ถึงชั่วโมงก็ร้องไห้หนักอยู่แล้ว แล้วยังต้องมารับข่าวร้ายอีกครั้ง หยดน้ำตาไหลออกมาเป็นทางไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเวลานี้ร่างบางแทบล้มทั้งยืน “ คุณหนู!! ”  ป้าแป้นรีบประคองมัสลินทันทีเมื่อเห็นเธอท่าทางเหมือนจะเป็นลม   “ อ้อน...เป็นไงมั่งวะ?.”  เอมมี่ที่รู้ข่าวจากป้าแป้นก็รีบมาทันที “ ฮือๆ..กูไม่เหลือใครแล้วเอม..ฮือๆ” มัสลินรีบโผเข้ากอดเอมมี่ทันที ร่างเล็กตัวสั่นร้องไห้จนไม่เป็นภาษา  เอมมี่รีบกอดเพื่อนเอาไว้แน่น เมื่อรับรู้ได้ว่ามัสลินกำลังอยู่ในภาวะช็อก ก่อนจะหันหน้าไปมองป้าแป้น ป้าแป้นส่ายหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ   มัสลินร้องไห้อยู่นานจนเสียงหายเพราะเริ่มคอแห้ง เธอนั่งเงียบไม่พูดไม่จา แม้จะไม่มีเสียงร้องออกมาแต่หยาดน้ำตาก็ยังไหลรินออกมาไม่ขาดสายอย่างเงียบๆ   “ไหวมั้ยมึง? ”  เอมมี่มองดูเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเอ่ยถาม “......” “ กลับก่อนมั้ยวะ?” “.....” “ มึงยังมีกูนะเว้ย อ้อน ” “.....”  เมื่อไม่มีเสียงของมัสลินตอบกลับมา เอมมี่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อจึงทำได้แค่ดึงตัวมัสลินเข้ามากอดเอาไว้อีกครั้ง เช้าวันต่อมา  ทุกคนยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลรอดูอาการของดนัย “ เป็นไงบ้างหนูอ้อน ” น้ำเสียงสูงวัยดูอบอุ่นเอ่ยถามดังขึ้น  ร่างบางที่ดวงตาบวมเป่งจากการร้องไห้ไม่หยุดทั้งคืนจนถึงตอนนี้ก็ยังร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้น เมื่อจำเสียงนั้นได้ว่าคือมนัส ทนายประจำตระกูลของดนัย “ คุณลุงมนัส ” มัสลินเอ่ยชื่อคนที่พึ่งมาใหม่เบาๆ “ ไม่ต้องคิดมากนะลูก ลุงจะช่วยจัดการทุกอย่างให้เอง ” “.....” “ ทนายมนัสใช่ไหมคะ? ” พยาบาลสาวเดินเข้ามาก่อนจะเอ่ยถาม “ ครับ ” “ คุณดนัยพร้อมแล้วค่ะ เชิญค่ะ ” “ ครับ / คุณพ่อ! ” มนัส / มัสลิน เอ่ยออกมาพร้อมกัน “ คุณพ่อฟื้นแล้วเหรอคะ? คุณพ่อไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ยคะ? ขอหนูเข้าไปด้วยนะคะหนูเป็นลูกสาวท่านค่ะ ”  มัสลินเอ่ยอย่างรีบร้อน “ เอ่อ...ตอนนี้คุณดนัยต้องการพบทนายมนัสก่อนนะคะ ”  พยาบาลสาวอธิบายก่อนจะพาทนายมนัสเข้าไปพบดนัย “ แต่หนู...” ร่างเล็กพยายามที่จะขอเข้าไปด้วยแต่ป้าแป้นกับเอมมี่ก็รั้งเธอเอาไว้ก่อน  ทนายมนัสเข้าไปพบดนัยราวๆ 20 นาทีเห็นจะได้ก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับสีหน้าข่มกลั้น   นอกจากเป็นทนายประจำตระกูลที่สืบทอดจากพ่อของเขาแล้ว ดนัยกับมนัสเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ยังไงก็ทำใจรับได้ยากที่จะสูญเสียเพื่อนรักไปกะทันหันแบบนี้ “ คุณลุงคะ คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ?”  มัสลินรีบเอ่ยถามทันทีที่เห็นทนายมนัสเดินออกมา “.....” “ คุณมัสลินใช่มั้ยคะ...คุณดนัยต้องการพบคุณค่ะ ” ไม่ทันที่ทนายมนัสจะเอ่ยอะไร พยาบาลสาวคนเดิมก็ออกมาบอก ให้เธอเข้าไปพบดนัย “ ค่ะ..” เมื่อได้ยินที่พยาบาลบอกแบบนั้น มัสลินก็รีบเข้าไปทันที   ร่างเล็กก้าวท้าวเข้ามาในห้องปลอดเชื้อ เมื่อเห็นคนเป็นพ่อที่มีสายระโยงระยางอยู่รอบตัว หยาดน้ำตาก็ไหลรินออกมาทันที   มีเพียงเครื่องช่วยหายใจที่เป็นสิ่งพะยูงชีวิตท่านเอาไว้ในตอนนี้   “ อย่าร้องลูก...” ดนัยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง ………

บทที่ 3 ร้อนรักคุณอามาเฟีย EP. 3

“ ฮือๆ...พ่อจ๋าอย่าทิ้งอ้อนไป ” เด็กสาวร่ำไห้ก่อนเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปหาคนเป็นพ่อ “ อย่าพึ่งเข้าไปใกล้ตอนนี้ค่ะ..” พยาบาลสาวรั้งเอวคอดของคนตัวเล็กเอาไว้ทัน ก่อนที่เธอจะเดินถึงตัวคนเป็นพ่อ “ อ้อน...ลูกพ่อ...” “ ฮึก..”  เด็กสาวสะอื้นไห้ จ้องมองคนเป็นพ่อด้วยใจเจ็บปวด “ พ่อไม่อยู่...หนูต้องไปอยู่กับอาคทา นะลูก ” “ ไม่!..พ่อต้องอยู่สิคะ..”  สาวน้อยยังร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลไม่หยุด เธอไม่ได้ฟังสิ่งที่ดนัยพูดเลยด้วยซ้ำ “ อย่าดื้อ...พ่อไม่มีแรงจะบ่นหนูแล้วนะลูก ” “ ฮือๆ..” “ ฟังพ่อ...ลูกต้องไปอยู่กับอาคทานะลูก สัญญากับพ่อ อยู่กับอาคทาหนูจะไม่ดื้อ” “ พ่อ..ฮือๆ ” “ หมอครับ ”    ดนัยช้อนสายตาขึ้นมองหมอที่ยืนอยู่ข้างเตียง อย่างคนหมดเรี่ยวแรงก่อนจะเอ่ยเรียก  หมอรับรู้ได้ในทันที ก่อนพยักหน้าให้พยาบาลสาวเป็นสัญญาณให้มัสลินเข้ามาหาคนเป็นพ่อ  มัสลินก้าวเข้าโผโอบกอดร่างคนเป็นพ่อที่อยู่บนเตียงทันที “ ฮือ...พ่อ.. ” “ ไปอยู่กับอา ต้องเป็นเด็กดีนะลูก ” “ ฮึก....” “ พ่อรักลูก...อ้อน --^---- ” ประโยคสุดท้ายของดนัย ก่อนหมดลมหายใจในอ้อมกอดของคนเป็นลูกอย่างสงบ “ ฮึก...พ่อคะ!..พ่อ...ฮือๆ...”  หญิงสาวร่ำไห้ปานจะขาดใจเมื่อต้องสูญเสียทั้งพ่อทั้งแม่ในเวลาไล่เลี่ยกัน   พยาบาลสาวกับหมอยืนมองภาพที่บีบหัวใจ ต่างก็น้ำตาซึมออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่พยาบาลสาวจะออกไปตามเอมมี่กับป้าแป้นให้ช่วยกันเอาตัวมัสลินออกไป เพื่อพยาบาลจะได้ทำงานสะดวก   หลังจากทนายมนัสช่วยจัดการเรื่องงานศพของดนัยและภรรยาเรียบร้อยแล้ว ก็เคลียเรื่องหนี้สินของดนัยกับทรัพย์สินที่เหลือของผู้เป็นภรรยา ก่อนจะเข้าไปแจ้งข่าวกับมาเฟียหนุ่มคทาด้วยตัวเอง   ทนายมนัสแจ้งคำสั่งเสียของดนัยให้มัสลินทราบ รวมถึงคนงานและคนรับใช้ทุกคนในบ้านด้วย จะเรียกง่ายๆ ก็คือพินัยกรรมแบบเร่งด่วน เพราะดนัยยังไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ ..ก็ใครมันจะคิดว่าชีวิตมันจะแสนสั้นแบบนี้  “ บ้านหลังนี้คุณดนัยโอนให้หนูอ้อนนานแล้ว พร้อมกับรถยนต์อีก 1 คัน ” “.....” “ ส่วนทรัพย์สินอื่นๆของ คุณดนัยให้ลุงเคลียกับหนี้สินของธนาคารไป ” “......”  “ เหลือเพียงส่วนเดียว เป็นเงินสดในธนาคาร 8 ล้านกว่า ของคุณมัสยาแม่ของหนู ลุงจัดการโอนกรรมสิทธิ์ทุกอย่างให้หนูอ้อนแล้วนะลูก ” “......” “ คนงานและคนรับใช้ในบ้าน คุณดนัยให้เงินไปตั้งตัวคนละ 2 แสน ” “......” “ ต่อไปหนูจะต้องไปอยู่กับคุณคทา อาของหนู ลุงได้ติดต่อกับอาของหนูไปแล้วนะลูก ” “......” “ อีกไม่นาน ทางนั้นจะส่งคนมารับหนูอ้อนนะลูก ”   สาวน้อยที่ตายังคงบวมฉึ่มเพราะเอาแต่ร้องให้ นิ่งฟังทนายมนัสพูดมานานก็เงยหน้าขึ้น   เมื่อได้ยินทนายมนัสเอ่ยถึงผู้ที่ว่าเป็นอาของตนที่คนเป็นพ่อพร่ำบอกก่อนตาย “ หนูไม่เคยมีอาค่ะ อาที่ไหนงานศพคุณพ่อ เขายังไม่มาเลย ” มัสลินพูดขึ้นด้วยสีหน้าดื้อดึง “ นั่นเป็นเพราะว่า ลุงเอง ลุงพึ่งจะแจ้งอาของหนูไปไม่กี่วันนี้เองลูก ” “......” “ ลุงมัวแต่จัดการเรื่องงานศพ เลยไม่มีเวลาเข้าไปแจ้งให้อาของหนูทราบ ”  ทนายมนัสรีบพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทางดื้อรั้นของเด็กสาว “ หนูดูแลตัวเองได้ค่ะ คุณลุงมนัส ” “ บ้านหลังนี้กับเงินเพียงแค่ 8 ล้านที่หนูมี มันไม่พอที่จะให้หนูเรียนต่อจนจบหรอกนะลูก หนูอ้อนยังต้องเรียนอีกหลายปีนะลูก ” “ หนูจะทำงานส่งตัวเองเรียนค่ะ ”  มัสลินยังยืนยันคำเดิม “ แต่หนูไม่เคยทำงานนะอ้อน แล้วหนูจะทำงานอะไร ” “.......” เงียบ     มนัสถอนลมหายใจยาวออกมา เพราะเป็นอย่างที่ดนัยพูดไว้จริงๆ ว่ามัสลินจะไม่ยอมไป ก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคทา น้องชายของดนัยเป็นคนจัดการเรื่องนี้เองก็แล้วกัน วันต่อมา “ อ้าว...อ้อนนึกว่าป้าแป้นไปแล้วเสียอีกค่ะ เห็นคนงานคนอื่นๆไปหมดแล้ว ” “ คุณหนู...ให้แป้นอยู่กับคุณหนูนะคะ แป้นอยากอยู่ดูแลคุณหนู ” “......” “ แป้นไม่เอาเงินเดือนก็ได้ค่ะ คุณหนูให้แป้นอยู่นะคะ”   น้ำเสียงคล้ายจะอ้อนวอนของป้าแป้นที่เอ่ย ทำให้ดวงตาคู่สวยสั่นระริก ม่านน้ำตากำลังก่อตัว อย่างน้อยยังมีป้าแป้นที่รักและเอ็นดูเธอ “ ป้าแป้น ” มัสลินโผเข้ากอดป้าแป้นด้วยความดีใจ   ป้าแป้นเป็นคนเก่าแก่ของดนัย แล้วเธอก็ช่วยมัสยาเลี้ยงดูมัสลินมาตั้งแต่แบเบาะป้าแป้นรักและเอ็นดูเธอมาก ไม่มีทางที่จะทิ้งเธอไปแน่ๆ คุณหนูของเธอจะอยู่ยังไงในเมื่อทำอะไรไม่เป็นเลย   หลายวันต่อมา “ ห๊ะ!! มึงจะทำงาน!? ”  น้ำเสียงตกใจของเอมมี่ที่ตะเบงออกมา “ จะตะโกนทำไมวะเนี่ย?  เต็มหูกูเลย.. ” “ ก็มึงไม่เคยทำงานป้ะ? ”   เอมมี่รู้จักเพื่อนรักดี ถึงแม้จะเป็นลูกบุญธรรม แต่มัสลินก็ถูกเลี้ยงดูมาแบบลูกคุณหนู    ดนัยไม่เคยให้เธอได้หยิบจับอะไร นอกจากเรียนหนังสือและเรียนพิเศษ, เรียนดนตรี, เรียนว่ายน้ำ “ ไม่เคย..แล้วไง? ” “ แล้วมึงจะทำงานอะไร? ” “ ยังไม่รู้..” “ แล้วที่ลุงมนัสบอกว่าอามึงจะมารับล่ะ? ” “ ไม่ใช่อากูสักหน่อย มึงก็รู้ กูไม่ใช่ลูกแท้ๆของพ่อกับแม่ จะเป็นอากูได้ไง หน้าตายังไง กูยังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ ” “......” “ อีกอย่าง ป่านนี้ก็ยังไม่เห็นมีใครมารับกูอย่างที่ลุงมนัสบอกเลย ก็แหงล่ะ กูไม่ใช่หลานแท้ๆหนิ ใครจะสนใจ ”  มัสลินบ่นกระปอดกระแปดออกมาให้เพื่อนฟัง   ก็ตั้งใจจะไม่ไปอยู่แล้วแหละ แต่มันก็อดคิดน้อยใจไม่ได้ ก็ไม่ใช่หลานแท้ๆใครเขาจะสนล่ะ “ นี่มึงกำลังน้อยใจอามึงอยู่ป้ะเนี่ยอ้อน? ” เอมมี่ก็เหมือนจะเข้าไปนั่งอยู่กลางใจเพื่อนรักยังไงอย่างงั๊น “ กูเปล่า ” “ โกหก  กูเป็นเพื่อนมึงมากี่ปี ทำไมกูจะดูไม่ออกว่ามึงกำลังน้อยใจคุณอาอะไรนั่น ” “ ไม่ใช่อากูสักหน่อย มึงเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วน่า ” “ เออๆ ไม่พูดก็ไม่พูด ” “......” “ อีกสองอาทิตย์ก็จะเริ่มสอบแล้ว สอบเสร็จมึงจะลองไปทำงานกับกูมั้ยล่ะ แต่เป็นงานเสิร์ฟนะ ”   เอมมี่ลองเอ่ยถามเพื่อน แม้ไม่อยากจะชวนให้ทำงานแบบนี้ก็เหอะ แต่อย่างน้อยมัสลินก็ยังอยู่ในสายตา เธอจะได้ไม่เป็นห่วงมาก “ ในผับน่ะเหรอ? ” มัสลินเลิกคิ้วถาม “ อื้ม เงินดีนะได้ทิปวันหลักพันอัพ  ยิ่งสวยๆอย่างมึงนะทิปดีเลยล่ะ” “ จริงเหรอ?” “ จริงสิ ไม่งั้นกูจะมีเงินไปจ่ายค่าเทอมเหรอวะ ว่าแต่มึงจะทำได้ป่าวเหอะ ” “ ไม่รู้สิ ลองดูก็ไม่น่าจะเสียหายหนิ ” “ เค...งั๊นเอาตามนั้น เดี๋ยวกูจะไปคุยกับผู้จัดการไว้ให้  ” “ อื้ม...งั้นกูกลับละ เดี๋ยวจะมืด กูขับรถยังไม่แข็ง ” “ ขับรถดีๆ..ถึงบ้านแล้วไลน์บอกกูด้วย ” “ อื้ม.. ”   หลายอาทิตย์ต่อมา    มัสลินกับเอมมี่กำลังนั่งกินหมูกะทะกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยมีหนุ่มนิสิตหน้าหล่ออาสาตามมาเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองที่สอบเสร็จ   ………

อ่านต่อ