จ๊วบ~ "อ๊าาา~ นิ้งครับพี่จะไม่ไหว" มือหนาลูบที่กลุ่มผมดำของหญิงสาวที่กำลังนั่งลงตรงกลางหว่างขาของมาเฟียหนุ่ม มือเรียวกำรอบแก่นกายใหญ่รูดมันเข้าออกอย่างช้าๆ เรียวลิ้นเล็กตวัดทักทายหัวเห็ดปลายบานของไทเลอจนเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำลายใส "ซี๊ดดดดด~ ขะ ... ขอแตกใส่ปากนะครับ" ไทเลอจับศีรษะของคนตัวเล็กเอาไว้มั่นก่อนจะเป็นฝ่ายขยับสะโพกเข้าออกเริ่มจากจังหวะเนิบนาบลามไปจนถึงหนักหน่วง หญิงสาวจับต้นขาของเขาแน่นจิกเล็บลงบนต้นขาแกร่งจนเกิดรอยแดง แต่ในจังหวะนี้ไทเลอไม่สนใจอะไรทั้งนั้นอีกแล้ว สะโพกหนาเริ่มกระแทกกระทุ้งในโพรงปากบางด้วยจังหวะระรัวไทเลอเชิดหน้าอยากจะปลดปล่อยเต็มที่ เขาจับศีรษะของคนตัวเล็กขยับโยกไปตามแรงอารมณ์ปรารถนาก่อนจะปลดปล่อยห้วงอารมณ์แห่งความหฤหรรษ์ออกมาให้เธอได้กลืนกิน "อะ ... อ๊าาา! นิ้งงงง ช่วยกลืนให้พี่หน่อยครับ อ่าาา!" ครืด~ ครืด~ ครืด~ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นข้างๆ มาเฟียหนุ่มที่เพิ่งจะปลดปล่อยห้วงอารมณ์แห่งความหฤหรรษ์ออกมา มือหนาควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองก่อนจะกดรับสายโดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าใครเป็นคนโทรเข้ามาขัดจังหวะความสุขของตัวเอง "ฮัลโหล" น้ำเสียงยานคางถูกปล่อยออกจากปากของมาเฟียหนุ่มที่เป็นผู้กดรับสายเรียกเข้าเมื่อครู่ ก่อนที่เสียงปลายสายจะตอบกลับมาทำเอาไทเลอต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นในทันที "ไอ้ไทค์มึงยังไม่ถึงโกดังอีกเหรอวะ ลูกค้าจะมาถึงในอีกสามชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว มึงจะไม่มาเช็กของหน่อยเหรอ" "เฮนรี่เหรอ" "เออ กูเองมึงจะนอนตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้เลยรึไง นี่มึงนอนหรือซ้อมตายกูถามจริง" "เออๆ เดี๋ยวกูไป" ไทเลอกดวางสายก่อนจะก้มหน้ามองดูที่เป้ากางเกงของตัวเอง เขาฝันเปียกอีกแล้ว ตั้งแต่กลับมาจากห้างที่ถูกออสตินกับเจสสิก้าฝากให้ดูแลน้องจีน่าวันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอกับคะนิ้งอีกเลยได้แต่ตามติดชีวิตเธอผ่านไอจีเพียงเท่านั้น กลิ่นหอมของเธอยังคงตราตรึงติดใจ ผิวเนียนนุ่มของเธอยังคงทำให้เขาคะนึงหา น้ำเสียงหวานใสดังระฆังแก้วของเธอยังทำให้เขาอยากได้ยินทุกๆ ครั้ง หากได้ยินเสียงเธอมาครางข้างๆ เขาเหมือนอย่างที่เขาฝันถึงเป็นประจำมันก็คงจะดีไม่น้อย ไทเลอก้มหน้าใช้สองมือหนาปิดหน้าของตัวเองก่อนก้มมองความเปียกแฉะจากผลกระทบที่เขามัวแต่เฝ้าฝันถึงเธออยู่ร่ำไปจนไม่อาจจะห้ามใจไว้ได้ แต่ก็ต้องคอยหักห้ามหัวใจของตัวเองเอาไว้เธอมันสายขาว เขามันสายดำ เขาเป็นซาตานส่วนเธอคือนางฟ้าที่แสนน่ารักน่าทะนุถนอม "พอๆๆ กูจะต้องเลิกฝันเปียกให้ได้" เห้อ! พูดแล้วก็เครียดโตขนาดนี้ยังฝันเปียกอยู่อีกมีลูกก็อายลูกมีหลานก็อายหลานไม่อยากจะคิดเลยว่าหากได้เจอหน้าเธออีกครั้งเขาจะเป็นยังไง นี่ขนาดแค่เจอตัวจริงเพียงไม่กี่ครั้ง นี่แค่ขนาดตามติดชีวิตเธออยู่ห่างๆ เขายังเก็บเอาเธอมาฝันได้ขนาดนี้ ขณะที่ไทเลอกำลังขับรถมุ่งหน้าไปที่โกดังเก็บของเถื่อนแถวคลองเตยเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาไถหน้าจอกดเข้าไปที่โพรไฟล์ของคะนิ้งที่เขามักจะทำเป็นประจำ "ทำไมวันนี้มาแถวนี้ มากับใครวะ" เมื่อภาพในโซเชียลบ่งบอกว่าหญิงสาวอยู่ร้านกาแฟแถวๆ คลองเตยไทเลอก็รีบหมุนพวงมาลัยมุ่งหน้าไปที่สถานที่ที่เธอไปวันนี้ เขามักจะทำแบบนี้เป็นประจำเฝ้าคอยตามดูเธออยู่ห่างๆ หากใครรู้เข้าก็คงคิดว่าเขาเป็นโรคจิตไปแล้วแน่ๆ "มากับใครวะ" ชายหนุ่มที่ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปนั่งในร้านกาแฟร้านเดียวกันโดยเว้นระยะห่างเพียงสองสามโต๊ะไทเลอก้มหน้ามองดูนาฬิกาข้อมือของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วจนชนกัน "มากินกาแฟตอนหกโมงเย็นเนี่ยนะ" มาเฟียหนุ่มเคาะนิ้วไปที่โต๊ะเบาๆ อย่างไม่แรงมากนัก เขามักจะจ้องมองเธออยู่อย่างนี้เป็นประจำ ตามเธอไปทุกที่ราวกับเป็นแฟนคลับของเธอทุกครั้ง เวลาที่เขาว่างเขามักจะทำอย่างนี้ไม่รู้จักเหน็ดไม่รู้จักเหนื่อย เพียงเพราะการจับคู่ของออสตินกับเจสสิก้าวันนั้นมันทำให้เขาแทบคลั่งเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ เธอ "ฉิบหาย!" จะไม่ฉิบหายได้ยังไงในเมื่อคะนิ้งมองมาเจอเขาแล้วส่งยิ้มหวานมาให้เขา ให้ตายเถอะจะละลายแล้วโว้ย อย่ายิ้มได้ไหมวะ ไม่อยากจะคิดเลยถ้าคะนิ้งรู้ว่าเขาเอาเธอมาฝันเปียกเป็นเดือนๆ เธอจะเข้าใจหรือรังเกียจเขาไหม ตึก ตึก ตึก ตึก ไม่ใช่เสียงหัวใจ แต่เป็นเสียงรองเท้าผ้าใบสีขาวที่คะนิ้งใส่อยู่เดินตรงมาทางเขา วันนี้เธอใส่กางเกงยีนขาสั้นอวดต้นขาขาวอวบกับเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนนิดหน่อย ข้างในใส่เป็นเสื้อสายเดี่ยว ให้ตายเถอะอยากจะจับตีก้นนักทำไมต้องแต่งตัวโชว์นั่นโชว์นี่ด้วยวะ "ใช่พี่ไทค์รึเปล่าคะ พี่จำนิ้งได้ไหมคะเพื่อนของเจสซี่" คะนิ้งเดินตรงมาทักทายเขาตามมารยาทเธอย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วทักทายเขาทำเอาคนที่จินตนาการไปถึงไหนต่อไหนทำตัวไม่ถูกได้แต่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจแกร่งมันเต้นแรงราวกับมีคนมาตีกลองชุดอยู่ในหัวใจของเขา "เอ่อ ... พี่มาคนเดียวเหรอคะ มาทำอะไรแถวนี้" "น้องนิ้ง พะ ... พะ คะ .. คือ พะ .. พี่มารอเพื่อนน่ะครับ" ทักทายประโยคแรกเขาก็สอบตกแล้ว ติดอ่างเฉยแค่คนสวยเดินมาคุยด้วยแค่นั้นเองไอ้ไทค์มึงต้องใจเย็นเอาไว้นะเว้ย มึงอย่าประหม่า อาการประหม่าของมึงจะทำให้เขารู้ว่ามึงคลั่งเขามากแค่ไหน "มารอเพื่อนเหรอคะ ดีเลยนิ้งก็รอเจสซี่อยู่เหมือนกันค่ะ" "เอ่อ ครับ" "พี่ไทค์เป็นคนไม่ค่อยพูดแบบนี้อยู่แล้วเหรอคะวันนั้นที่เราไปด้วยกันพี่ก็ไม่ค่อยพูดนิ้งแค่สงสัยน่ะค่ะอย่าถือสาเลยนะ" 'พี่พูดไม่ค่อยเก่ง แต่พี่ทำอย่างอื่นเก่งมากครับ อยากให้น้องนิ้งมาลองกับพี่นะครับรับรองความหรรษา' อยากตอบไปแบบนี้ฉิบหายแต่ทำไม่ได้ต้องคีพลุคเอาไว้ เผื่อแห้วจะได้ไม่อายมาก โถ่แม่คุณจะรู้ไหมว่าตอนนี้เขาเกร็จจนฉี่เหนียวไปหมดแล้วยังจะชวนคุยเก่งจริงๆ เลย "ครับ พี่ไม่ค่อยพูดแล้วน้องนิ้งสบายดีนะครับ" "นิ้งสบายดีค่ะพี่ไทค์ ว่าแต่พี่ไทค์ดูผอมไปไหมคะเนี่ย" "พี่ทำงานหนักน่ะครับ แล้วนี่สั่งอะไรหรือยังสั่งได้เลยนะเดี๋ยวพี่จ่ายให้" คะนิ้งส่งยิ้มหวานมาให้เธอยกสองมือขึ้นกระพุ่มไหว้ขอบคุณไทเลอที่แสดงความมีน้ำใจ ไทเลอก็ยกมือขึ้นรับไหว้เธอตามธรรมเนียมไทย แม้เขาจะไม่ใช่คนไทยแต่ก็พอจะรู้ธรรมเนียมนี้อยู่บ้างติดแค่ว่าเขาไม่ใช่คนไทยฉะนั้นคนไม่รู้ทำอะไรก็ไม่ผิดใช่ไหม ... "เอ่อ พี่ไทค์คะปล่อยมือนิ้งได้แล้วค่ะ"
- โกดัง คลองเตย - "ไทค์" " ... " "ไอ้ไทค์" " ... " "ไอ้ไทเลอ!" เพี้ยะ! ไทเลอหน้าทิ่มจนหน้าผากกว้างแทบโขกไปกับหัวเข่าของตัวเองเมื่อถูกเฮนรี่ตบเข้าที่ท้ายทอยของตัวเองเต็มแรง มือหนาจับที่ท้ายทอยก่อนตวัดสายตาไปมองเฮนรี่ที่ยืนกอดอกปากคาบบุหรี่ปล่อยควันขาวคละคลุ้งออกมาจนแทบจะไม่เห็นใบหน้าของตัวเอง "เป็นเหี้ยอะไรเนี่ย ตบหัวกูทำไม" "มึงอะเป็นเหี้ยไร กูเห็นนั่งดมมือมานานละ ไปจับอะไรมา" "เรื่องของกู" ไทเลอแสร้งทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนก่อนจะเดินไปเช็กของที่อยู่ในความดูแลของตัวเองจนเต็มลัง เมื่อเขาเดินพ้นสายตาของเฮนรี่ โคล โนอาห์ และออสติน เขารีบหลบหลังกำแพงปูนยืนเอาหลังพิงกำแพงก้มมองมือตัวเองแล้วอมยิ้มราวกับคนบ้า 'เอ่อ พี่ไทค์คะปล่อยมือนิ้งได้แล้วค่ะ' 'ขอโทษครับ พี่ไม่รู้ว่าต้องจับหรือต้องทำยังไง พอดีพี่ไม่ค่อยรู้เรื่องธรรมเนียมไทยสักเท่าไหร่' 'อ่อ ไม่เป็นไรค่ะ แล้วนี่พี่จะไปไหนต่อไหมคะ เจสซี่กำลังจะมาถึงแล้ว' 'เดี๋ยวพี่ไปทำงานครับ' 'อ่อ ค่ะ งั้นนิ้งไปก่อนนะคะ ขอบคุณที่เลี้ยงนะคะ' 'พี่ไปส่งที่รถนะ' 'ขอบคุณค่ะ' ระหว่างที่เดินไปส่งคะนิ้งที่รถไทเลอก็เดินแก่วงมือนิดหน่อยแค่ให้พอโดนมือเธอเพียงเท่านั้น อันที่จริงอยากอยู่กับเธอให้มันนานกว่านี้มาเฟียหนุ่มแอบอมยิ้มมุมปากเบาๆ แล้วลอบมองใบหน้าใสของหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างๆ กันโดยที่คนที่ถูกแอบมองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ มาเฟียหนุ่มจับกระเป๋ากางเกงของตัวเอง พลางจับกระเป๋าเสื้อแล้วหมุนตัวไปมา เขาหันมองหน้าคะนิ้งโดยที่คะนิ้งที่เห็นสิ่งผิดปกติก็หันกลับมามองเขาเหมือนกัน 'นิ้งครับ' 'คะ' 'คะ ... คือ โทรศัพท์พี่หาย พี่ขอยืมโทรศัพท์นิ้งได้ไหม' 'ได้ค่ะ นี่ค่ะ' คะนิ้งรีบยื่นโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าของไทเลอ โดยที่มาเฟียหนุ่มรีบรับมันมาอย่างร้อนรนกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไปแล้วกดโทรออก 'ฮัลโหล คือผมเป็นเจ้าของเครื่องผมทำโทรศัพท์ตก ไม่ทราบว่าคุณเก็บได้ที่ไหนครับ' 'โอเคครับ เดี๋ยวผมไปรับโทรศัพท์คืน ขอบคุณมากครับ' ไทเลอยื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้คะนิ้งเขาขอบคุณเธอแล้วเดินไปส่งเธอจนถึงรถโดยที่คนตัวเล็กคงไม่รู้เลยว่าระหว่างที่เดินหัวใจของเขามันเต้นแรงขนาดไหน ที่เต้นแรงเพราะใกล้เธอเพียงแค่ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนมันคือกลัวเธอจับได้ต่างหาก 'ให้นิ้งไปรับโทรศัพท์คืนเป็นเพื่อนไหมคะ' เป็นเพื่อนเหรอ หึ เปลี่ยนเป็นผัวแทนได้ไหม 'ไม่เป็นไรครับพี่จัดการเอง ขับรถดีๆ นะ' ไทเลอส่งยิ้มที่เขาคิดว่าตัวเขาเองหล่อที่สุดแล้วไปให้หญิงสาว โดยที่คะนิ้งก็ยิ้มตอบกลับมา มันยิ่งทำให้มาเฟียหนุ่มหัวใจเต้นรัว คนบ้าอะไรวะ น่ารักฉิบหาย อยากจะกลืนกินเธอทั้งตัวไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น 'เดี๋ยวพี่ได้โทรศัพท์คืน แล้วจะโทรไปขอบคุณนะครับ' 'ไม่เป็นไรค่ะ นิ้งไปนะคะ' คะนิ้งปิดประตูรถเบาๆ แล้วโบกมือให้กับไทเลอก่อนจะขับรถออกมาอย่างปกติ แต่คนมองนี่สิหัวใจแทบจะหยุดเต้น ให้ตายเถอะวันนี้เขาหาเรื่องคุยกับเธอได้อีกแล้ว แล้วที่สำคัญ ไทเลอยกยิ้มมุมปากก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลังกดบันทึกเบอร์ของหญิงสาวทันที 'Darling' "มึงมาอู้อะไรตรงนี้เนี่ย เป็นเหี้ยอะไรนักหนาวะเดี๋ยวนั่งดมมือ เดี๋ยวยืนยิ้มคนเดียว มึงดูดยามาปะเนี่ย" "เดี๋ยวกูถีบ กูแค่ขายไม่ได้เสพไอฉิบหาย จะไปไหนก็ไปเลยกูจะทำงาน" เฮนรี่ที่แอบเห็นไทเลอยืนยิ้มเหมอลอยอยู่คนเดียวมาพักใหญ่ๆ เขารีบเดินมาหาเพื่อนแซวสักหน่อยไทเลอต้องมีอะไรดีๆ แล้วไม่เล่าให้เขาฟังแน่ๆ "เฮ้ย เดี่ยวดิมีอะไรดีๆ ก็เล่าให้เพื่อนฟังบ้าง อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวมันอึดอัดรู้เปล่า" "กูไม่อึดอัดอะไปไกลๆ จะเช็กของ" . . . - T.Club – คะนิ้งมาถึงก่อนเจสสิกา ตามมาด้วยจัสมิน ตาหวาน และเฌอแตมป์ วันนี้เจสสิกาต้องรอออสตินทำงานเธอจึงชวนเพื่อนๆ ออกมานั่งฟังเพลงเล่นแก้เบื่อ "มาคนแรกเลยนะยะ" เฌอแตมป์แซวคะนิ้งที่นั่งอัปรูปลงโซเชียลระหว่างรอเพื่อนๆ มาถึง "แน่นอนฉันเป็นคนตรงต่อเวลา" "ยัยเจสยังไม่มาเหรอ" ตาหวานกวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่เห็นเจสสิกาเธอจึงถามขึ้น "สายทุกที มาช้าตลอด" จัสมินบ่นเข้าให้ทำให้เพื่อนๆ ที่เหลือต่างส่ายหน้าให้กับความขี้บ่นของเธอไม่นานนักคนที่ทุกคนรอคอยก็เดินเข้ามาในชุดเดรสรัดรูปสีดำ "จัดเต็มเลยนะ ไหนบอกแค่มาฟังเพลงไงดูสิฉันใส่ชุดบ้านๆ มาเนี่ย" จัสมินหมุนตัวไปมา ก่อนจะยกมือเรียกพนักงานเสิร์ฟให้เดินมาหาแล้วสั่งเครื่องดื่มประจำกลุ่มออกมา ระหว่างที่กำลังนั่งชิวๆ ทุกคนต่างก็ชอบถ่ายรูปแล้วอัปลงโซเชียลกันทั้งนั้นโดยเฉพาะคะนิ้งที่มักจะทำแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว ครืด~ ครืด~ ครืด~ ครืด~ เบอร์โทรศัพท์แสดงเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยขึ้นบนหน้าจอมือถือของหญิงสาว คะนิ้งเดินเลี่ยงออกมาจากที่โต๊ะแล้วกดรับสายโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย "คะ" (นิ้งพี่ไทค์นะครับ) "อ๋อค่ะ พี่มีอะไรรึเปล่าคะ" (พี่แค่จะโทรมาบอกว่าพี่ได้รับโทรศัพท์คืนแล้วนะครับ) "อ๋อ ค่ะดีใจด้วยนะคะ" (เอ่อ ครับ งั้น .. พรุ่งนี้เจอกันนะ) "ค่ะ หะ! เดี๋ยวๆ เจอกันอะไรคะ โหลๆ พี่ไทค์" ไทเลอกดวางสายทันทีที่พูดจบเขายืนกำมือถือแน่นแล้วเป่าลมออกจากปากเบาๆ อย่างโล่งอกก่อนจะทำการแอดเฟรนในแอพพลิเคชั่นแช็ตชายหนุ่มกดเปิดอินสตาแกรมของคะนิ้งขึ้นมาดูเห็นเธอลงรูปที่กำลังสนุกอยู่กับเพื่อนๆ อยู่ในคลับ เขาพยายามขยายรูปดูหลายต่อหลายครั้ง อยากเห็นหน้าเธอชัด อยากมองหน้าเธอนานๆ ครืด~ ครืด~ ครืด~ ครืด~ 'Darling' คะนิ้งโทรกลับมาหาไทเลอเพราะเมื่อครู่ยังคุยกันไม่รู้เรื่องไทเลอก็วางสายไปแล้ว เธอยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะไปกับเขาหรือไม่ไป แต่นี่เขาก็ไม่ยอมรับสายเธอเลย ไม่ว่าเธอจะโทรไปกี่ครัง ก็ไม่มีวี่แววว่าไทเลอจะรับสายเธอเลยสักนิด ไทเลอยืนมองแสงสว่างหน้าจอติดแล้วก็ดับ ติดแล้วก็ดับหลายต่อหลายครั้ง ใจจริงอยากจะรับใจจะขาด แต่เขากลัวว่าหากรับสายเธอ เธอก็จะปฏิเสธไม่ไปกับเขา เขาจึงทำได้แค่ยืนมองหน้าจอโทรศัพท์ติดแสงสว่างแล้วดับไปหลายต่อหลายครั้ง "ไอ้พี่ไทค์ วางสายแล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไปดาวอังคารเลยรึไง แล้วจะรู้ไหมเนี่ยว่าเขานัดฉันที่ไหนเนี่ย"
- เช้าวันต่อมา เพนท์เฮาส์ไทเลอ – ไทเลอกดโทรศัพท์เข้าแอพพลิเคชั่นอินสตาแกรม กดไปที่โพรไฟล์ของคะนิ้ง วันนี้คะนิ้งยังไม่อัปอะไรลงโซเชียลเขาจึงรีบเดินไปที่หน้ากระจกในห้องแต่งตัวของตัวเอง มาเฟียหนุ่มถอดเสื้อยืดสีดำออกแล้วหยิบเสื้ิอเชิ้ตสีดำมาใส่แทน เขามองดูตัวเองอีกทียังไม่พอใจถอดเสื้อเชิ้ตสีดำออกแล้วหยิบเสื้อโปโลสีดำมาใส่แทน ก่อนจะยืนท้าวสะเอวอยู่หน้ากระจก "ชีวิตกูไม่คิดจะมีเสื้อสีอื่นใส่บ้างเหรอวะ" บ่นกับตัวเองก่อนจะถอดเสื้อโปโลสีดำออกแล้วใส่เสื้อยืดตัวเดิม เขามองดูกางเกงยีนตัวสวยรัดรูปของตัวเองแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบสีขาวออกมาใส่ ไทเลอเสยผมลวกๆ ลงเจลใส่ผมก่อนจัดแต่งทรงให้ดูเท่ แว่นกันแดดราคาแพงนี่ขาดไม่ได้เลย เขาต้องเอามันขึ้นมาเหน็บไว้ที่คอเสื้อ ก่อนจะยกแขนทั้งสองข้างขึ้นดมพิสูจน์กลิ่นตัวของตัวเอง "ไม่เหม็น แต่! ฉีดน้ำหอมหน่อยแล้วกัน" ไทเลอหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวของเขาขึ้นมา Chanel Allure Homme sport แล้วฉีดเข้าตัวเองเพียงแค่นี้ก็คงทำให้เธอประทับใจได้ มาเฟียหนุ่มเดินผ่านหน้าตู้รองเท้าหยิบกุญแจรถยนต์คันหรูออกมาก่อนจะวางไว้ที่เดิมแล้วหยิบกุญแจรถบิ๊กไบค์แทน แต่แล้วก็วางเอาไว้ที่เดิมแล้วหยิบกุญแจรถคันหรูออกมาเหมือนเดิม ไทเลอกดโทรศัพท์หาคะนิ้งรอสายเพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงหวานจากปลายสายมาเฟียหนุ่มยังไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเพียงแค่ได้ยินเสียงของเธอเขาก็ยิ้มจนหุบไม่ได้แล้ว (ฮัลโหลค่ะ พี่ไทค์) " ... " (พี่ไทค์ได้ยินนิ้งไหมคะ) " ... " ไทเลอมัวแต่ฟังเสียงหวานของคะนิ้งจนลืมตอบปลายสายไป เขาเพิ่งมาได้สติเอาก็ตอนที่คะนิ้งกดวางสายไปแล้ว "อ้าวเห้ย! ยังไม่ได้พูดเลยวางแล้ว ปั๊ดโถ่!" ครืด~ ครืด~ ครืด~ ครืด~ เขากำลังจะกดเบอร์โทรออกไปหาคะนิ้งอีกครั้ง ครั้งนี้เขาจะตั้งสติให้มั่น แต่ทว่าโทรศัพท์ของเขาก็มีสายเรียกเข้า เข้ามาก่อนหน้าจอแสดงชื่อของคนที่โทรเข้ามา ทำให้คนที่ยืนมองสายเรียกเข้าอยู่นั้นยืนยิ้มราวกับคนบ้า 'Darling' "ครับ" หัวใจแกร่งมันเต้นแรงอย่างตื่นเต้น ก่อนจะตอบปลายสายออกไปโดยที่คนปลายสายก็พูดขึ้นมาเช่นกัน (พี่จะให้นิ้งไปเจอที่ไหนคะ) "ขอโทษที เมื่อครู่โทรศัพท์พี่มันไม่ค่อยได้ยิน เดี๋ยวพี่ไปรับนิ้งที่คอนโดครับ อีกสิบห้านาทีถึง" (ทำไมเร็วจังละคะ) "นิ้งมีธุระที่ไหนรึเปล่าครับ" (เปล่าค่ะ นิ้งยังไม่ได้เตรียมตัวเลย) "ไม่เป็นไรครับไม่ต้องรีบ เจอกันนะครับ" (พี่รู้จักคอนดะ ... !) ไทเลอกดวางสายในตอนที่คะนิ้งกำลังจะพูดขึ้น หัวใจมันเต้นแรงจนแทบหายใจไม่ออก ไอ้บ้าเอ่ยมึงจะเป็นอย่างนี้ไม่ได้นะเว้ยไอ้ไทค์ อายครูไม่รู้วิชาอายภรรยาไม่มีบุตร แต่เขายังไม่ใช่ภรรยามึงนะเว้ย แต่เดี๋ยวก็เป็นปะวะ ไทเลอสะบัดความคิดที่ตีกันบนหัวไปมาก่อนจะเดินผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี อ่ะ! เกือบลืมไปเขาต้องโทรหาตัวช่วยก่อนไม่งั้นจะมีข้ออ้างไปหาคะนิ้งได้ยังไง มึงนี่เป็นมาเฟียที่ฉลาดที่สุดในโลกแล้วนะเนี่ย . . . - คอนโดคะนิ้ง – Porsche 718 Spyder คันหรูสีดำจอดอยู่ใต้ตึกคอนโดของคะนิ้ง หญิงสาวเดินลงมาด้วยชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีดำเธอทำหน้ามุ่ยคิ้วชนกันเมื่อเห็นชายหนุ่มที่เธอคุ้นเคยยืนพิงรถยนต์คันหรูราคาหลักสิบล้าน แต่ที่ต้องหน้ามุ่ยเพราะในอ้อมกอดของเขามีเด็กหญิงตัวเล็กที่กำลังแนบพวงแก้มป่องไปกับแผงอกแกร่งของตัวเองอย่างออดอ้อน "พี่ไทค์คะ" ไทเลอหันหน้ามาสบตากับหญิงสาว เขาใช้สายตามองสำรวจเรือนร่างอรชรของเธอแล้วหัวใจก็เต้นแรง บางทีเขาคิดว่าเขาควรไปหาหมอดีกว่าพาเธอไปทานอาหาร "พาจีน่ามาทำไมเหรอคะ" "จีน่าอยากมาหานิ้งน่ะ ขึ้นรถสิครับแดดร้อน" "หืมม ให้นิ้งขึ้นรถแดดร้อน แต่พี่เปิดประทุนเนี่ยนะ" "เดี๋ยวพี่ปิดครับ ขึ้นรถเร็ว" คะนิ้งเดินเข้าไปใกล้มาเฟียหนุ่มก่อนจะโน้มใบหน้าก้มลงหอมแก้มป่องของหลานสาวตัวเองที่หลับใหลอยู่กับแผงอกแกร่งของไทเลอ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าความใกล้ชิดแบบนี้มันทำให้ใครบางคนแทบจะไร้เรี่ยวแรงอุ้มหลาน จมูกโด่งของไทเลอสูดดมกลิ่นหอมของเธอราวกับอยากจะจดจำกลิ่นนี้ไว้ สัมผัสแนบชิดจากเธอที่มีให้จีน่ามันส่งผลมาให้เขาด้วย เห็นทีต้องมีรางวัลใหญ่ให้กับสาวน้อยจีน่าคนนี้เสียแล้ว "ขอโทษค่ะ" คะนิ้งยืนนิ่งหันหน้าไปทางอื่นเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองใกล้ชิดกับไทเลอมากเกินไป หญิงสาวแย่งจีน่ามาอุ้มเองก่อนจะเปิดประตูรถยนต์คันหรูถือวิสาสะเข้าไปนั่งก่อนเจ้าของรถเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย "เราจะไปไหนกันคะ" " ... " เออวะ! จะไปไหนวะ ลืมคิดมา ไทเลอนิ่งทำหน้าเครียดไม่ยอมตอบคะนิ้ง ไม่ใช่เพราะไม่อยากพูด แต่เพราะว่าเขาไม่รู้จะตอบเธออย่างไร ก็ลืมคิดไปว่าจะไปไหนเขาแค่อยากเจอ ถึงจะไม่ได้คบกันก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้มองได้ใกล้ชิดเพียงแค่นี้ก็พอแล้ว "งั้นเราไปคาเฟ่แถวนครปฐมกันดีไหมคะ มีร้านนึงบรรยากาศดีมากทานข้าวกลางนาได้ด้วยนะคะ" "เอาสิ" คะนิ้งยิ้มอย่างดีใจเธอกระชับอ้อมแขนของตัวเองแน่นเพราะน้องจีน่ายังไม่ลืมตาตื่นไทเลอที่ขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อนเฝ้าแอบมองใบหน้าของเธอเสมอ หากเขาได้ใกล้ชิดกับเธอมากกว่านี้ก็คงดี หากเขาได้แนบชิดร่างกายเธอก็คงดี หากดวงตาคู่นั้นจ้องมองเพียงแค่เขาก็คงดี "พี่ไทค์ออกมาแบบนี้ แฟนไม่ว่าเหรอคะ" "พี่ไม่คบใครครับ" "ทำไมละคะ มีความหลังฝังใจที่บอกใครไม่ได้เหรอคะ" "พี่เป็นมาเฟีย นิ้งก็รู้ ไม่มีใครอยากมาเสี่ยงกับพี่หรอกครับ อาชีพของพี่มันอันตราย" "บางทีอาจจะมีคนอยากลองเสี่ยงกับพี่ก็ได้นะคะ" คะนิ้งนิ่งไปเมื่อเผลอพูดอะไรออกมาที่มันไม่ควร เธอหันหน้าออกไปทางกระจกหัวใจดวงน้อยมันเต้นแรง กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิดว่าเธออ่อยเขา เธอเพียงแค่อยากจะชวนเขาคุยก็เท่านั้น ไทเลอที่ได้ยินคำตอบจากปากของคะนิ้งเขาหันมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่หันหน้าไปทางอื่นทันที แม้มองจากตรงนี้จะเห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้ากับใบหูแดงๆ มันก็อดทำให้ไทเลอคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังเขิน มาเฟียหนุ่มยิ้มมุมปากแม้ว่าภายในใจของเขาตอนนี้มันกำลังกระโดดโลดเต้นราวกับถูกหวยก็ตาม ไทเลอกัดกลีบปากล่างของตัวเองเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปหมายจะจับมือของเธอเอาไว้แต่เมื่อใกล้จะสัมผัสถูกมือเธอเขาก็ชักมือกลับแล้วพ่นลมหายใจออกทางปากเบาๆ ใจกล้าๆ หน่อย อย่าใจตุ๊ดดิวะไอ้ไทค์