มี่ฮวน เมียยอดอกตัญญู
บทที่ 1

ร่างเล็กร่างหนึ่งราวกับร่างกายเด็กกำลังนอนหมอบไปกับทางที่ขรุขระของถ้ำ ร่างนั้นออกแรงไต่ไปตามพื้นที่เย็นจัดโดยการใช้มือนำไปตามช่องทางแสนแคบที่มีขนาดพอดีกับลำตัว ด้วยต้องการมุ่งหน้าเข้าไปยังที่ภายในให้ได้ เพียงหูแว่วยินเสียงน้ำไหล พลันแววตาของร่างนั้นก็ทอแสงเจิดจ้ามากยิ่งขึ้น ร่างนั้นเข้ามาในถ้ำแห่งนี้ก็เพื่อหา ‘ต้นโม่วยี’ ต้นนี้นานถึงร้อยปีจึงจะโต แล้วยังไปโตในที่ที่คนร่างกายปกติเข้าไปไม่ถึงอีกด้วย หากต้นนี้โตที่ใด ในนั้นจะอุ่นจัดไม่ถึงกับร้อน และจะมีกลิ่นของดอกโม่วยีโชยออกมาอ่อนๆ ท่านผู้เฒ่าของโรงหมอชี้มือเข้ามาในนี้ เสียงชราพึมพำว่าตนฝันเห็นต้นไม้นั่นโตแล้วที่ในถ้ำ ทั้งยังชี้เข้ามายังที่นี่ บอกว่าต้นโม่วยีโตขึ้นในถ้ำแห่งนี้แล้ว วันนั้นทั้งวันโรงหมอต่างพากันวุ่นวาย ต้นโม่วยีคือต้นสมุนไพรที่หายากมาก หากที่โรงหมอแห่งนี้มี ไม่อยากคาดคิดว่าต้องร่ำรวยใช้หนี้สินที่ไม่กู้ยืมมาได้หมดสิ้น ทั้งยังเหลือพอจะจับจ่ายได้อีกด้วย แต่แล้วกลับไม่มีใครเข้ามาได้ นั่นก็เพราะขนาดของทางเข้านั้นเล็กเท่าตัวเด็กอายุไม่เกินสิบปีเท่านั้น จะใช้เด็กให้ไต่เข้ามาเด็ดต้นโม่วยี เสียงส่วนใหญ่ในโรงหมอก็เกรงว่าจะเอาชีวิตไม่รอดจนนำต้นโม่วยีออกไปได้ มี่ฮวนที่มีขนาดตัวไม่ต่างจากเด็ก ทั้งๆ ที่นางอายุย่างเข้าสิบหกปีแล้วจึงอาสาเข้ามาเด็ดต้นโม่วยีออกไปด้วยตัวของนางเอง อันที่จริงที่นางขออาสาก็เพราะนางทำผิดต่ออาจารย์เรื่องหนึ่งคือนางเสนอหน้าไปเก็บต้นฉิวฉ่งที่ตีนเขาแต่แล้วกลับเก็บมาตอนที่มันยังใช้กินไม่ได้ นางหอบมันมาเต็มสองแขนเลย และที่แย่จนน่าโดนด่าไปกว่านั้นก็คือนางเด็ดเจ้าต้นฉิวฉ่งมาจนหมดป่า ไม่มีให้เหลือโตอีกเลย นางจึงอยากเอาหน้า ด้วยการอาสามุดเข้าไปเด็ดเจ้าต้นโม่วยีที่ว่านั่น จากที่ถูกใครต่อใครตราหน้าว่าไร้ค่าที่สุดในโรงหมอ อีกทั้งยังสมองทึบ โง่เง่า ร่างกายก็ยังแคระแกร็นเหมือนเด็ก นางจึงอยากเป็นคนสำคัญของโรงหมอ นางอยากเป็นคนที่ใครๆ ต่างพากันกล่าวเยินยอบ้างนี่นา ‘ในถ้ำนั่นใช่ว่ามีแต่สิ่งน่ากลัวเต็มไปหมดไม่ใช่หรือไร’ ศิษย์พี่คนหนึ่งในโรงหมอกล่าวท้วง น่าบีบคอให้ตายนัก มาพูดอะไรตอนที่นางยกมืออาสาเข้ามาและอาจารย์ก็พยักหน้าตอบรับนางแล้วด้วย เข้าไปได้แล้วก็ไม่ยาก เพราะท่านผู้เฒ่าได้กล่าวถึงต้นโม่วยีให้ฟังตามนี้ ‘ต้นโม่วยีที่ร้อยปีจึงจะโต มีความสูงไม่เกินข้อเข่า ลำต้นของมันมีสีเหลืองเป็นปล้องอ้วน แม้โตในถ้ำที่มีแต่ความมืด แต่เมื่อไปถึงต้นของมันแล้ว จะมีแสงเรืองๆ ให้มองเห็น ต้นนั่นที่ยอดจะมีเพียงใบเดียว มีดอกและผลอยู่ที่โคน กลิ่นของมันฉุนจัดนักเหมือนซากศพ หากเด็ดมันออกมาได้ กลิ่นก็จะจางหายไป’ นางยังไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงน้ำไหลเลยด้วยซ้ำ มี่ฮวนพยายามมุดเข้าไปอีก มุดเข้าไปจนขนาดของทางเข้าทำให้นางแทบจะลอดเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว แต่แล้วจู่ๆ กลับมีลมหอบใหญ่ดูดเอาตัวของนางเข้าไปในรูนั้น เนื้อตัวแขนขาของนางครูดไปกับช่องทางที่เป็นหินปนทราย จนรู้สึกแสบร้อนตามผิวไปหมด แต่การบาดเจ็บเพียงเท่านี้ ไม่ได้ให้ทำให้คนอย่างมี่ฮวนรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด มี่ฮวนเคยเจ็บมากกว่านี้ มี่ฮวนเคยเหน็บหนาวกว่านี้ มี่ฮวนเคยหิวมากกว่านี้หลายเท่าตัวมาแล้ว เรื่องเพียงเท่านี้นับว่าเล็กน้อยมากนักสำหรับนาง อา … เลิกนึกถึงความเจ็บเหล่านั้นเถิด มี่ฮวนหยุดแล้วเอียงหูฟังให้ชัด เมื่อเริ่มได้ยินเสียงน้ำไหล มี่ฮวนมีโสตประสาทที่ไวและดีมาก อาจารย์เคยชมนางเช่นนี้เสมอ แม้จะเป็นเรื่องเดียวที่นางถูกชมแต่นางก็ดีใจ ภายในนั้นจะมืดสนิทก็ตามแต่หูของนางก็นำพานางไปยังเสียงน้ำไหลนั่น นางขยับตัวมุดเข้าไปมากเท่าใด เสียงน้ำไหลนั่นจะดังมากยิ่งขึ้น แม้จะอยู่ภายในนั้น ไม่มีแสง ไม่มีแดดส่อง แต่กลับไม่เย็นหนาวยะเยือกอย่างที่กังวล ภายในนั้นอบอุ่นราวกับข้างในมีเตาผิง ขาเล็กจ้อยทว่าแข็งแรง พากายแคระแกร็นตรงไปตามทางที่ได้ยินเสียงของน้ำไหล เมื่อเดินเข้าไปใกล้ นางก็ยิ่งได้ยินเสียงน้ำไหลดังมากยิ่งขึ้น นี่นับว่านางมาถูกทางแล้วเป็นแน่

บทที่ 2

นี่นับว่านางมาถูกทางแล้วเป็นแน่ สายตาของนางมองหาแต่แสงสีเหลืองเรืองๆ รองๆ ลำต้นสูงเพียงเข่า มีใบบนยอดเพียงใบเดียว มีดอกและลูกที่โคนต้น และแล้วสายตาของมี่ฮวนก็มองเห็นเงารางๆ ตรงนั้นใช่ว่ามีต้นอะไรที่มีแสงเรืองๆ ใช่หรือไม่ เช่นนั้นแล้ว นั่นไม่ใช่หรอกหรือ ต้นสมุนไพรยียีอะไรที่ว่านั่น มี่ฮวนยิ้มกับตัวเองแล้วพึมพำเบาๆ ว่าช่างโชคดีเสียจริง หาไม่นานก็เจอ แบบนี้แล้วก็คงจะเด็ดมันแล้วหันกลับไปทางเดิมได้อย่างง่ายดาย แต่แล้วกลับพบว่าที่ข้างต้นสมุนไพรที่นางต้องการต้นนั้นมีก้อนหินก้อนใหญ่สีดำก้อนหนึ่งตั้งอยู่ และมัน... มันขยับได้ เมื่อครู่นางไม่ทันได้สังเกต เพราะตามองหาแต่เพียงต้นสมุนไพร เจ้าก้อนหินก้อนนั่น จู่ๆ ก็กลายเป็นร่างดำทะมึนขนาดใหญ่คล้ายกับว่ากำลังยืดตัวขึ้น ไม่ช้าก็ค่อยยืดจนสุดตัวกลายเป็นโครงร่างของคน แต่เป็นสัดส่วนที่ดูสูงผิดจากมนุษย์ทั่วไปเล็กน้อย หรือนี่จะเป็นความน่ากลัวอย่างหนึ่ง ที่ศิษย์พี่กล่าวท้วงเอาไว้ก่อนนางเข้ามา แต่แล้ว...เมื่อมี่ฮวนมองไปยังก้อนหินดำๆ ก้อนนั้น กลับพบว่าเจ้าก้อนดำก้อนนั้นกลับไม่ได้ดูน่ากลัวเสียทีเดียว แลดูอ้างว้างและโดดเดี่ยวอยู่ในที ราวกับเป็นสิ่งเดียวมาแต่กำเนิด เช่นนั้นก็คงไม่ต่างจากนางที่เกิดมาอย่างไรก็ไม่รู้ไร้ที่มาที่ไป และแล้วความรู้สึกที่มี่ฮวนกำลังมีต่อเจ้าก้อนดำก้อนนั้นก็แตกสลายลงเมื่อร่างดำร่างนั้นพุ่งเข้ามาหานาง ทว่ากลับร่วงตกลงตรงพื้นข้างหน้าของนางไม่ถึงหนึ่งหลาดีด้วยซ้ำ ก้อนดำก้อนนั้นหาใช่ก้อนหินไม่ แต่มันคือมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์ที่ร่างสูงใหญ่เกินกว่ามนุษย์ทั่วไปเล็กน้อย มี่ฮวนโล่งใจนักที่เจ้าก้อนดำก้อนนั้นมีโซ่ตรวนเส้นใหญ่อันยาวตึงมันเอาไว้อยู่ ไม่เช่นนั้นมันคงพุ่งเข้ามาหานางแล้วเมื่อครู่นี้ นางโชคดีอีกครั้งหนึ่ง มี่ฮวนยกมือลูบอกของตัวเอง แทบกลั้นหายใจ แล้วทำท่าขยับเท้าถอยหลังออกไป จนติดผนังถ้ำ คิดว่าจะใช้วิธีใดพุ่งเข้าไปเด็ดต้นสมุนไพรต้นนั้นออกมาดี “มาปลดปล่อยโซ่นรกนี่เสียที” เสียงคำรามสั่งขึ้น มี่ฮวนยืนนิ่งรอดูทีท่าของก้อนดำร่างนั้น ที่แท้มันพูดภาษามนุษย์ได้ด้วย ทั้งๆ ที่ร่างของมันใหญ่โตเกินมนุษย์ทั่วไป นางนึกว่ามันคือปีศาจ อมนุษย์ อสูรกายหรืออะไรเทือกนั้นเสียอีก “เจ้าเป็นใคร” เสียงแหบคำรามถามดังออกมาอีกประโยค มี่ฮวนไม่พูดไม่ตอบคำใด นางถอยหลังออกมาอยู่ในจุดที่คิดเอาเองว่าคงไม่เป็นที่สังเกตมากนัก เพื่อที่นางจะได้สังเกตร่างดำโดดเดี่ยวร่างนั้นให้แน่ชัด ก่อนจะเข้าไปจัดการเจ้าต้นโม่วยีนั่น เมื่อพบว่าไม่มีเสียงตอบกลับมา ร่างดำใหญ่ร่างนั้นก็โผกลับไปยังจุดเดิม ต้นสมุนไพรต้นนั้นไหวเล็กน้อยเมื่อแรงจากร่างนั้นปะทะเข้าหาขณะที่ร่างนั้นกระแทกตัวทรุดลงนั่งอย่างเดิม มี่ฮวนจับจ้องว่าร่างดำโดดเดี่ยวร่างนั้นจะขยับอีกหรือไม่ พบว่าร่างนั้นขยับไปมาเป็นระยะ พลันนั้นเองที่ข้างกายของนางรู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง นางขยับใบหน้าลงมองที่สิ่งนั้น แล้วพึมพำขึ้นมาเบาๆ อย่างรู้สึกผิด “ขอโทษด้วยนะเจ้าตัวเล็ก” นางพึมพำจบก็เบ้หน้าเล็กน้อย เมื่อคำว่า ‘ตัวเล็ก’ เสียดแทงเข้ามาในหัวใจของตนเองอย่างจัง รูปร่างแคระแกร็นเช่นนี้ นางมักโดนล้ออยู่บ่อยครั้ง แต่ช่างเถิดผู้ใดสนใจกันเล่า คิดได้อย่างนั้นแล้วก็คว้าหมับไปยังสิ่งที่เคลื่อนไหวข้างกาย มี่ฮวนออกแรงสุดกำลัง โยนสิ่งนั้นเข้าไปให้ใกล้เจ้าร่างดำโดดเดี่ยวร่างนั้นให้ได้มากที่สุด

บทที่ 3

มี่ฮวนออกแรงสุดกำลัง โยนสิ่งนั้นเข้าไปให้ใกล้เจ้าร่างดำโดดเดี่ยวร่างนั้นให้ได้มากที่สุด บางทีเจ้านั่นอาจจะหิว หากใช้เวลากินอะไรสักครู่ มันอาจเลิกสนใจนาง มี่ฮวนคิดเอาว่านางจะออกวิ่งไปเป็นจุดๆ เพื่อที่ว่าจะได้เข้าใกล้ต้นโม่วยีให้มากเข้า และอยู่ให้พ้นจากรัศมีของโซ่เหล็กนั้นด้วย เมื่อเข้าไปใกล้มากพอ นางก็จะได้คว้าของที่นางต้องการ แล้วออกไปจากตรงนี้ให้ไว มี่ฮวนวักน้ำเข้าปากดื่มแก้หิว ไม่รู้ว่านางอยู่ในนี้มากี่วันแล้ว รู้เพียงว่า นางรู้แล้วว่าเจ้าร่างดำโดดเดี่ยวนั่นจะทำสิ่งใด เวลาไหนบ้าง ประเดี๋ยวจะลงไปล้างตัวที่ตาน้ำตรงเบื้องล่าง เจ้านั่นใช้เวลาราวข้อยามก็จะขึ้นไปสะบัดตัวบนแท่นหินประจำตำแหน่ง ช่วงเวลานี้นับว่าเจ้านั่นอยู่ห่างจากต้นโม่วยีนานที่สุด เอาละ เจ้านั่นไถลตัวลงมาแล้ว มี่ฮวนรีบใช้จังหวะนี้ เขยิบตัวอย่างเชื่องช้า เจ้านั่นไม่เห็นนางหรอก และนางก็ต้องรีบชะงักขาที่กำลังจะก้าวไปหาต้นโม่วยีเมื่อเห็นว่าร่างดำใหญ่ร่างนั้นชะงักตัว ก่อนจะนอนลอยที่บนผิวน้ำด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์ มี่ฮวนเห็นเช่นนั้นนางรีบออกวิ่งไปคว้าต้นโม่วยีในทันที นางออกแรงดึงทีหนึ่งไม่หลุด ช่างยากเย็นนัก! มี่ฮวนออกแรงอีกที สองตาของนางก็คอยชำเลืองมองไปทางนั้น พบว่าร่างดำร่างใหญ่ยังนอนลอยตัวอยู่ก็เร่งรีบสุดชีวิต ออกแรงดึงจนสุดกำลัง หากเป็นเวลาที่เข้ามาในนี้ตั้งแต่ทีแรก นางคงเหลือเรี่ยวแรงที่จะเด็ดมัน แต่นี่นางไม่ได้กินอะไรเลย ไม่รู้กี่วันมาแล้ว แต่ก็ยังพอเหลือแรงอยู่บ้างล่ะน่า มี่ฮวนฮึดสู้แล้วออกแรงอีกที พลันนั้นเองหูของนางได้ยินเสียงหินแตกตรงใต้เท้า มันมีรอยแยกแตกมากยิ่งขึ้น เจ้าต้นนั้นจึงค่อยๆ หลุดออกมา นางกระเด็นไปยังอีกทิศทางทันที พร้อมกับเจ้าร่างดำนั่นที่เริ่มรู้ตัวแล้วว่านางรุกล้ำเข้ามาในที่ของมัน เพียงกะพริบตาเดียว ร่างนั้นก็โผขึ้นจากน้ำพุ่งตัวตรงมาทางนาง มี่ฮวนกำสมุนไพรในมือของนางแน่น หันหลังแล้วถลาไปด้านหลัง พร้อมกับหลับตาลงด้วยความหวาดเสียว เพราะกลัวว่าจะไม่พ้นระยะของโซ่ตรวน หัวใจของมี่ฮวนไม่เคยเต้นแรงเท่านี้มาก่อน นางถลาไปพร้อมกับนึกบทสวดภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้ไปให้พ้นจากร่างดำร่างนั้น และแล้วนางก็หนีพ้น มี่ฮวนยืนติดอยู่กับหินตรงขอบถ้ำพอดี มันพอดีกับระยะของโซ่ตรวนที่ตึงรั้งร่างดำของเจ้านั่นเอาไว้ มี่ฮวนพ่นลมหายใจออกปากเบาๆ นางพึมพำด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงฟังให้ดีออกจะมีแววเยาะเย้ยเจ้านั่นด้วยซ้ำไป “เจ้านี่น้า ช่างน่าสงสารยิ่งนัก” ไม่ให้นางเยาะมันได้อย่างไร เจ้านั่นทำให้นางหิว ทำให้นางเหนื่อย มี่ฮวนเฝ้าคอยจังหวะเช่นนี้อยู่หลายวัน กว่าที่นางจะคว้าเจ้าต้นโม่วยีนั่นออกมาได้ มิคิดเลยว่าเพียงแค่นางหันหลังจะมุดกลับไปยังช่องทางเดิม กลับมีเสียงบางอย่างถูกปลดปล่อย มี่ฮวนใจหาย นางหันกลับไปมองที่ด้านหลังช้าๆ จึงค่อยพบว่าโซ่ตรวนเส้นใหญ่เหล่านั้นกำลังหลุดออกมา “เจ้าสงสารใคร สงสารตัวเองเช่นนั้นหรือ” เสียงแหบคำรามถามเจือเสียงหัวเราะในลำคอ พร้อมกับที่ร่างนั้นเคลื่อนเข้ามาหานาง มี่ฮวนถูกร่างนั้นดึงเข้าหา พร้อมกับถูกพาเข้าไปอยู่ที่ใต้ร่างดำร่างใหญ่ร่างนั้น “นี่เจ้า เจ้า เจ้า อย่าได้!” นางร้องได้เพียงเท่านั้น ก็พบว่าร่างแคระแกร็นของนางถูกดึงทึ้งเสื้อผ้าออกจนหมดกาย ตามติดด้วยฝ่ามือร้อนราวไฟรุกรานนางทั้งกาย ก่อนจะตามมาด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งหลังจากนั้น

อ่านต่อ