วุ่นรักเมียจำเป็น
บทที่ 1 ขอร้อง

ซ่าาาาา "...ทางที่คุณเลือกฉันไม่สามารถทนกับมันได้จริงๆขอโทษนะคะรัญ.." คำพูดของแฟนเก่าของเขาที่พึ่งเลิกรากันไปมันก้องอยู่ในหัวของชายหนุ่มที่กำลังขับรถด้วยความเร็วในขณะที่กำลังเมาสายฝนพรำลงมาพอเห็นผ่านแสงไฟหน้ารถไรๆถนนในเมืองใหญ่ตอนดึกดื่นเที่ยงคืนนี้มันไม่ได้มากมายอะไรจึงทำให้คนที่กำลังเมาเหยียบคันเร่งได้อย่างไม่ต้องผ่อน "หึ่...ผมก็พึ่งจะรู้นะว่าทั้งหมดที่คุณทำดีกับผมก็เพื่อหวังที่จะสบายเท่านั้น" ชายหนุ่มสบถออกมาอย่างเจ็บใจที่พึ่งจะรู้ตัวเมื่อไม่นานว่าแฟนสาวที่เขาวาดวิมานว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันเธอรักเพียงแค่เงินทองของเขาทั้งนั้นในเมื่อเขาเลือกที่จะทิ้งความสุขสบายมาอยู่ที่ไร่เธอจึงให้เหตุผลว่าเธอไม่อยากลำบากที่ทนคบเขาเพราะคิดว่าเขาจะได้นั่งตำแหน่งนายธนาคารใหญ่เท่านั้น ปรี๊นนน เอี๊ยดดดด ปั้งงงงง ไม่นานรถของเขาก็เสียหลักชนกับไหล่ทางจนรถกระเด็นกระดอนแหลกเป็นเสี่ยงๆดีที่ช่วงเวลานี้รถที่สัญจรไปมาไม่เยอะนักรถคันอื่นจึงหักหลบกันได้ 2 เดือนต่อมา บ้านวัฒนคีริน "ฉันกลับก่อนนะแม่พิศยังไงก็ลองทาบทามลูกๆเราให้ฉันหน่อยแล้วกันถือว่าช่วยฉันเอาบุญเถอะนะ" หทัยรัตน์ภรรยานายธนาคารใหญ่วัยกลางคนที่มาขอร้องเพื่อนสนิทของเธอให้ช่วยเหลืออะไรบางอย่างที่เธอต้องการด่วนที่สุดและหวังว่าเธอจะได้คำตอบที่ต้องการ "ไว้ฉันจะถามลูกๆให้นะคะคุณพี่" พิศมัยยิ้มอ่อนให้เพื่อนสนิทรุ่นพี่ของเธออ่อนๆเพราะเธอเองก็ค่อนข้างลำบากใจกับเรื่องที่หทัยรัตน์ขอเหมือนกันหากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอทำเองได้เธอจะไม่ลำบากใจเลยแต่ที่หทัยรัตน์ขอต้องเป็นลูกๆเธอเท่านั้นที่จะทำได้ "ขอบใจมากนะฉันต้องกลับก่อนแล้วล่ะต้องรีบพาตารัญไปที่ไร่ก่อน" เมื่อหมดธุระแล้วหทัยรัตน์ก็ต้องขอตัวกลับก่อนเพราะเธอต้องพาลูดชายของเธอเดินทางกลับไปที่ไร่ที่เชียงใหม่ในวันนี้ "ค่ะคุณพี่" ร้านอาหารxxx "รัฐคะนั่งโต๊ะนี้ดีกว่าค่ะ" เกวลินนางแบบสาวสวยวัย28ปีควงคู่มากับหนุ่มหล่อธรัฐที่เป็นถึงท่านรองประธานกรรมการธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งวันนี้เธอเลือกที่จะชวนชายหนุ่มมานั่งที่ร้านอาหารที่ไม่ได้หรูหราอะไรมากนักเพราะที่นี่มีคนค่อนข้างพลุกพล่านด้วนเหตุผลที่ว่าเธออยากจะให้ทุกคนได้เห็นว่าเธอควงใครมาเพราะเธอกับชายหนุ่มเองก็เป็นที่รู้จักอยู่พอสมควรเผื่อมีข่าวอะไรออกไปสถานะของเธอกับธรัฐจะเลื่อนจากคนคุยไปเป็นอย่างอื่นที่สนิทขึ้นกว่านี้บ้าง "อืมโอเค..คุณจะทานอะไรสั่งได้เลยนะ" ธรัฐหนุ่มหล่อวัย28ปีที่มีความสามารถบริหารงานใหญ่ได้อย่างเฉียบขาดเป็นหนุ่มหล่อไฮโซที่ถูกสื่อจับตามองเป็นอย่างมากเพราะว่าเขาทั้งหล่อทั้งเก่งแถมโปรไฟล์ที่บ้านก็ยังเพอเฟคหาคนเทียบยากอีกด้วยแต่เสียอย่างเดียวคือเขาชอบมีข่าวเรื่องผู้หญิงเยอะไปหน่อยส่วนมากที่คนรู้จักก็จะรู้จักเพราะควงดารานางแบบไม่ซ้ำหน้านี่แหละเขานั่งลงโต๊ะที่ติดกับกระจกด้านนอกและหันหน้าออกไปทางกระจกเพราะเขาไม่ชอบถูกใครมองมากนักทั้งเรื่องอาหารยังให้หญิงสาวจัดการได้เลย "ได้ค่ะเดี๋ยวเกวสั่งให้คุณด้วยเลยนะคะ" เกวลินค่อนข้างพอใจที่วันนี้เขายอมมาทานข้าวข้างนอกกับเธอได้เพราะเธอรอโอกาสนี้มานานมากแล้วหวังว่าเธอจะมีข่าวกับเขาและเธอหมายจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่มีข่าวกับเขาเป็นคนสุดท้าย "อืม.." อีกฝั่งของร้านที่เป็นโซนด้านนอกติดกับกระจกร้านด้านใน "พี่แพรว..." พราวพิไลหญิงสาวร่างเล็กหน้าจิ้มลิ้มวัย23ปีมานั่งรอคนเป็นพี่สาวที่พึ่งบินกลับมาจากสิงคโปร์เมื่อเห็นคนเป็นพี่เดินเข้ามาก็รีบลุกจากเก้าอี้โบกไม้โบกมือเรียกพี่สาวของเธอทันที "พราว...คิดถึงจังเลย" แพรวพิลาสพี่สาวแท้ๆของพราวพิไลอายุ26ปีตัวเล็กกว่าคนเป็นน้องสาวเล็กน้อยเรียกได้ว่าไซร์มินิกันทั้งคู่แต่หน้าเมื่อมาถึงก็กอดกันกลมด้วยความคิดถึง "คิดถึงเหมือนกันค่ะ...นี่ทำไมกลับมากะทันหันล่ะคะ" พราวพิไลนั่งลงที่เก้าอี้หลังจากที่กอดกันจนพอใจแล้วหญิงสาวต้องขมวดคิ้วสงสัยว่าทำไมพี่สาวของเธอจึงกลับมากะทันหัน "พี่ว่าจะกลับมาอยู่ที่นี่ถาวรเลยล่ะพราว" แพรวพิลาสยิ้มเจื่ิอนเล็กน้อย "พี่แพรวมีปัญหาอะไรรึป่าวคะ" พราวพิไลดูออกว่าพี่สาวเธอต้องมีเรื่องที่ไม่สบายใจมากๆเป็นแน่ "คือ..คุณรุจเค้ามีลูกมีเมียแล้ว" แพรวพิลาสไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไรเพราะเธอยังคงเจ็บอยู่ในใจอยู่มากที่ถูกหลอกมาได้เกือบปี "หา...พี่แพรวรู้ได้ไงคะ" พราวพิไลไม่อบากจะเชื่อว่าชายหนุ่มหน้าซื่อที่เธอเคยเจอตอนไปสิงคโปร์หาพี่สาวเธอตอนนั้นจะเจ้าเล่ห์ไม่เบา "เมื่อไม่กี่อาทิตย์ภรรยาเค้าบินไปหาคุณรุจที่บริษัทเพราะเธอรู้เรื่องที่พี่คบกับคุณรุจแล้วไปโวยวายที่นั่นจนพี่ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเลยต้องกลับมา" แพรวพิลาสเล่าด้วยสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดเธออายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีในที่มำงานวันนั้นหากอธิบายไปก็คงไม่มีใครเชื่อว่าเธอไม่รู้ว่าชายอติรุจมีลูกกับภรรยาแล้วจริงๆ "นี่แสดงว่าอีตานั่นมันหลอกเราหรอคะ...หนอย..นิสัยเสียจริงๆเลยอย่าให้พราวได้เจอนะจะด่าจนเดินกลับบ้านไม่ถูกเลย" พราวพิไลกำหมัดแน่นกัดฟันกรอดหากเป็นเธอถูกหลอกแถมยังถูกทำให้เสียหน้าฟรีเธอไม่ยอมง่ายๆแน่ "พี่มันโง่เองพราว...แล้วพี่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะแย่งเค้าด้วย" แพรวพิลาสแทบจะน้ำตาคลอ "แล้วตอนนี้พี่กับเค้าไม่ได้ติดต่อกันแล้วใช่มั้ย" "พี่ตัดขาดกับเค้าตั้งแต่วันที่รู้เรื่องแล้วแต่เค้าก็ยังคอยตามตื๊อพี่ไม่เลิกเลยต้องกลับมา" "คนแบบนี้เห็นแก่ตัวที่สุดดีแล้วค่ะที่พี่แพรวเลิกกับเค้ามาได้แล้วนี่จะบอกคุณแม่ยังไงคะที่กลับมากะทันหันแบบนี้" "ก็คงต้องบอกไปตามความจริงนั่นแหละ....ว้ายยย" ในขณะที่แพรวพิลาสนั่งคุยกับน้องสาวของเธออยู่จู่ๆก็มีหญิงสาวเดินถือแก้วน้ำมาสาดเธอเสียอย่างนั้น "นี่ทำอะไรของเธอเนี่ย" พราวพิไลรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปผลักหญิงสาวอีกคนทันทีแม้อีกฝ่ายจะตัวใหญ่กว่าแต่เธอก็ไม่เคยกลัวแม้แต่น้อย "พวกสันดานเมียน้อยต้องเจอแบบนี้แหละ" นาถลดาตะโกนลั่นจนคนทั้งนอกทั้งในร้านหันมาเป็นตาเดียวรวมถึงธรัฐและเกวลินที่นั่งอยู่ด้านในร้านด้วย

บทที่ 2 ความจำเสื่อม

"คุณ!!" แพรวพิลาสหันมาหาหญิงสาวที่สาดน้ำใส่เธอก็จำได้ทันทีว่าเธอคือนาถลดาภรรยาของอติรุจที่บุกไปถึงสิงคโปร์เพื่ออาละวาดเธอวันนั้นเสียงด่าทอของนาถลดาทำเอาแพรวพิลาสตัวสั่นเล็กน้อยเธอไม่ได้ผิดตามที่หญิงสาวกล่าวหาก็จริงแต่เธออายคนในนี้อย่างมากจนแทบจะร้องให้ "เอาผัวฉันไปกกไว้ไหนบอกมาเดี๋ยวนี้นะ" นาถลดารีบเข้ามาบีบไหล่แพรวพิลาสอย่างโมโหเพราะตอนนี้สามีของเธอหายไปตั้งแต่เธอไปอาละวาดวันนั้น "ฉันไม่ได้ติดต่อกับสามีคุณแล้วนะคะแล้วฉันก็ไม่รู้ว่าเค้าอยู่ไหนด้วย" แพรวพิลาสตอบด้วยน้ำตา "โกหก...อีหน้าด้านเอาผัวฉันคืนมานะ.." เมื่อได้ยินคำตอบดังนั้นนาถลดาจึงโมโหและโวยวายดังกว่าเดิมจนพราวพิไลใช้แรงทั้งหมดกระชากนาถลดาลงไปกองกับพื้น "นี่หยุดเดี๋ยวนี้นะไปตามหาผัวเธอที่อื่นที่นี่ไม่มีผัวเธอแล้วก็กรุณาคุมผัวตัวเองให้อยู่อย่าให้มายุ่งกับพี่สาวฉัน" พราวพิไลตะคอกใส่นาถลดาอย่างโมโห "หื้มม.." นาถลดาลุกจากพื้นเงื้อมมือหมายจะฟาดไปที่หน้าของพราวพิไลแต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะพราวพิไลตั้งท่าสู้อย่างไม่มีท่าทีจะยอม "เข้ามาสิ..ต่อยปากแตกแน่ไปค่ะพี่แพรว" เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มไม่กล้าพราวพิไลจึงรีบพาพี่สาวของเธอออกไปจากที่นี่ทันที ทางด้านในร้าน "หืม...เห็นหน้าตาสวยใสซื่อๆแบบนี้ล่ะค่ะตัวดีชอบแอบฉกสามีชาวบ้าน" เกวลินนั่งมองสถานการณ์จนจบเธอก็ฟันธงเอาเองว่าแพรวพิไลเป็นคนผิดจริง "รู้ได้ไงว่าเค้าเป็นชู้กับสามีผู้หญิงคนนั้นจริง" ธรัฐไม่ค่อยใส่ใจกับเหตุการณ์เท่าไรแต่ก็เห็นหน้าทุกคนชัดเจน "ผู้หญิงถ้าไม่เหลืออดคงไม่มาอาละวาดให้อายคนอื่นแบบนี้หรอกค่ะแล้วแม่นั่นก็ดูจะกลัวจริงท่าจะผิดจริงๆนั่นแหละค่ะ" "งั้นหรอ" ธรัฐลองคิดตามที่เกวลินพูดมันก็มีส่วนจริงเหมือนกันเพราะผู้หญิงที่เขาเจอมาก็มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวกันทั้งนั้นดีที่เขายังพอรู้ทันบ้างเพราะก็ได้ขึ้นชื่อว่าเสือผู้หญิงเหมือนกัน "ค่ะ..อย่าไปสนใจเลยค่ะทานต่อเถอะค่ะ" บ้านวัฒนคีริน 20.00 น. "อะไรนะคะให้แกล้งเป็นภรรยากับช่วยงานที่ธนาคาร" พราพิไลกับแพรวพิลาสกลับมาถึงบ้านก็ต้องมีเรื่องให้น่าตกใจต่อกับเรื่องที่แม่ของเธอขอร้องให้เธอกับพี่สาวของเธอช่วยครอบครัวของผู้มีพระคุณ "อันที่จริงคุณป้าเราเค้าก็ไม่ได้บังคับหรอกนะเพียงแต่แม่เห็นว่าเราสองคนน่าจะตอบแทนอะไรคุณป้าเค้าบ้างเค้าทั้งส่งเราสองคนเรียนทั้งยังช่วยให้บ้านหลังนี้ไม่ถูกยึดอีก" พิศมัยเองก็พูดออกมาด้วยความลำบากใจเล็กน้อยเรื่องช่วยงานมันก็ยังโอเคอยู่แต่เรื่องเป็นภรรยาจำเป็นเธอไม่แน่ใจว่าลูกเธอคนไหนจะพร้อมใจทำที่สุด "แพรวพร้อมช่วยค่ะคุณแม่จะให้พราวเลือกทางไหนบอกมาได้เลยนะคะ" แพรวพิลาสไม่ได้ลำบากใจเลยสักนิดเพียงแค่ให้แม่เธอตัดสินใจมาว่าอยากให้เธอทำอะไรเธอก็พร้อมจะทำ ครู่ต่อมา "เฮ้อ...เอาเป็นว่าพราวไปที่ไร่เองค่ะพราวว่าพราวทำได้" ทั้งสามนั่งเงียบกันอยู่ครู่หนึ่งและก็ได้คำตองจากพราวพิไลว่าเธอพร้อมที่จะไปอยู่ที่ไร่เพราะเธอคิดดีแล้วว่าเธอน่าจะรับมือกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีและอีกอย่างพี่สาวเธอก็ถนัดงานในธนาคารมากกว่าเธอจึงคิดว่าเธอเลือกแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว "แน่ใจดีแล้วใช่มั้ยลูก" พิศมัยถามพราวพิไลอีกครั้ง "ค่ะให้พี่แพรวทำงานที่ธนาคารจะดีกว่าค่ะเพราะพี่แพรวเก่งเรื่องตัวเลข" "งั้นตกลงตามนี้นะแม่จะได้บอกคุณป้าเราเลย" "ค่ะ" ในเมื่อลูกสาวของเธอทั้งสองตกลงกันลงตัวอย่างเต็มใจพิศมัยเองก็โล่งใจและรีบส่งข่าวบอกกับหทัยรัตน์ทันที วันต่อมา เชียงใหม่ ไร่ศังกร ไร่ศังกรเป็นไร่ที่มีอาณาเขตกว้างขวางและยากที่คนนอกจะเข้ามาง่ายๆเป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ของหิรัญและที่นี่ยังเป็นพื้นที่การเกษตรที่ปลูกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นพืชผักผลไม้รวมไปถึงแปลงดอกไม้อีกหลายแปลงที่แบ่งเป็นโซนๆแล้วแต่พื้นที่ว่าครงไหนเหมาะที่จะลงอะไรและยังมีการเลี้ยงสัตว์ทั้งแพะแกะโคนมโคเนื้อและหมูที่ยังคงความเป็นธรรมชาติเอาไว้มากๆไร้สารเคมีเพราะทำเกษตรอินทรี หลังจากที่หิรัญรักษาตัวอยู่สองเดือนเต็มอาการของเขาก็ดีขึ้นอย่างมากผิดกับวันแรกที่มาโรงพยาบาลสภาพเนื้อตัวไม่มีชิ้นดีแทบจะหักทุกส่วนเลยด้วยซ้ำหลังจากที่ชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาในสองอาทิตย์หลังจากที่สลบไปทำให้ทุกคนได้รู้ว่าหิรัญได้ความจำเสื่อมน่าจะหายไปประมาณสี่ห้าปีได้เพราะไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองมีแฟนและมาบริหารที่ไร่ศังกรแล้ว เรือนศังกร เรือนศังกรเป็นเรือนไม้ศักชั้นเดียวยกพื้นไม่สูงมากบันไดสามขั้นที่มีอายุหลายปีมาแล้วตั้งแต่รุ่นที่ปู่ของหิรัญนั้นใช้ชีวิตอยู่มีการปรับปรุงภายในใหม่ทั้งหมดให้เป็นสไตล์โมเดิร์นและมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันโดยปล่อยให้ตัวบ้านด้านนอกยังเป็นรูปแบบเดิมรอบอาณาเขตบ้านก็จะเป็นสนามหญ้าและมีการปลูกพืชผักสวนครัวรวมไปถึงดอกไม้แปลงเล็กๆไว้ใกล้ๆมองยังไงบ้านหลังนี้ก็เป็นสวรรค์ของคนรักสันโดษได้อย่างดีเลยทีเดียว "ยินดีต้อนรับค่ะคุณหนู" อุ่นเรือนแม่นมของหิรัญเลี้ยงหิรัญมาตั้งแต่ยังแบเบาะอายุ64ปีแล้วแต่เธอยังดูแข็งแรงอยู่มากเมื่อหิรัญตัดสินใจมาอยู่ที่ไร่อุ่นเรือนเลยขอตามมาดูแลคุณหนูของเธอที่นี่วันนี้อุ่นเรือนยิ้มกว้างได้อย่างไม่ต้องฝืนเมื่อเห็นคุณหนูของเธอหายดีเกือบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว "นี่ผมกับนมย้ายมาอยู่ที่นี่นานหรือยังครับคุณแม่" หิรัญเห็นแม่นมของเขาก็รีบเข้าไปโผกอดอย่างที่เคยทำประจำตั้งแต่เด็กๆทั้งหันมาถามคน้ป็นแม่ว่าเขาและแม่นมนั้นย้านมาอยู่ที่นี่เป็นเวลาเท่าไร "ก็เป็นปีแล้วล่ะจ่ะ" "คุณพ่อยอมให้ผมมาอยู่ดูแลที่นี่ได้ยังไงครับ" หิรัญถามคนเป็นแม่ด้วยสีหน้าสงสัย "ก็ตารัฐรับปากว่าจะดูแลทุกอย่างเองพ่อเราก็เลยยอม" "อ๋อ...งั้นหรอครับ" "เข้าบ้านกันก่อนเถอะค่ะคุณหนูดูท่าฝนจะตกลงมาอีกแล้วค่ะ" อุ่นเรือนเห็นทีว่าฟ้าครึ้มลมมาแรงเธอจึงชวนทั้งสองเข้าไปคุยด้านในบ้านกันจะดีกว่า ห้องนั่งเล่น "วันนี้นอนคนเดียวไปก่อนนะเดี๋ยวพรุ่งนี้ภรรยาของเราก็มาที่นี่แล้ว" หิรัญและหทัยรัตน์เข้ามานั่งคุยกันที่โซฟาในห้องนั่งเล่นของบ้านที่อยู่หัวมุมติดกับระเบียงที่กั้นเป็นกระจก "ภ..ภรรยา.." หิรัญถึงกับหน้าชาผงะเล็กน้อยกับคำพูดของแม่เขาที่พูดออกมาเมื่อครู่

บทที่ 3 เดินทางมาที่ไร่

"ใช่จ่ะก็หนูพราวลูกของน้าพิศไง" หทัยรัตน์บอกลูกชายของเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย "ผมจำได้ว่าผมไม่เคยเจอเธอนะครับแล้วเธอมาเป็นภรรยาของผมตอนไหน" หิรัญยังคงตั้งคำถามกับคนเป็นแม่ด้วยท่าทีตนกเล็กน้อย "ก็ก่อนเราเกิดอุบัติเหตุได้ไม่นานหรอกจ่ะ" "คุณแม่อำผมเล่นหรือป่าวครับถ้าเธอเป็นภรรยาผมจริงตอนที่ผมพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลเธอทำไมไม่มาดูแลผมบ้างเลยล่ะครับ" "เอ่อ...ก็...จริงๆแล้วน้องก็ไม่ใช่ไม่ห่วงเรานะตารัญแต่น้องรักเรามากจนทนเห็นเราป่วยอยู่ในโรงพยาบาลไม่ได้น่ะช่วงที่เรายังไม่ฟื้นน้องก็มานะแต่เห็นเราทีไรก็เป็นลมไปทุกทีเลยแม่ก็เลยไม่ให้เธอมาจะดีกว่าแล้วพอเราหายดีค่อยมาเจอกันทีเดียว" หทัยรัตน์ตอบลูกชายของเธออย่างรื่นไหลหากลูกชายเธอไม่เชื่อเธอแล้วจะเชื่อใคร "งั้นหรอครับ" หิรัญขมวดคิ้วเป็นปมแน่นอยู่ครู่หนึ่งจึงหันมามองหน้าแม่ของเขาอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดจะถามคำถามอะไรอีกต่อไปขอรอดูหน้าคนที่แม่เขาบอกว่ามาเป็นภรรยาของเขาก่อนก็แล้วกัน วันต่อมา "แม่พวงที่เค้าว่ากันว่าภรรยาคุณรัญกำลังจะมานี่จริงหรอะวะ" บัวตองเป็นแม่ครัวอยู่ในเรือนศังกรถามพวงที่เป็นแม่ครัวที่เดียวกับเธอด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยได้ยินว่าเจ้านายตนเองนั้นมีภรรยาแล้ว "ก็ใช่น่ะสิเห็นได้ยินว่าแต่งงานกันก่อนจะเกิดอุบัติเหตุไม่เท่าไร" พวงเองก็สงสัยเช่นกัน "ฉันรู้มาว่าตอนนั้นคุณรัญพึ่งเลิกกับแฟนเก่าไปนี่นา" บัวตองเองแอบเห็นอุ่นเรือนปลอบใจเจ้านายของพวกเธออยู่บ่อยครั้งก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ "อย่าพูดเรื่องนี้อีกถ้าเกิดภรรยาคุณรัญมาได้ยินเข้าจะไม่ดีเท่าไร" พวงปรามบัวตองพร้อมส่ายหัวเล็กน้อยหน้าที่ของเธอคือทำอาหารเรื่องของเจ้านายก็คือเรื่องของเจ้านายเธอไม่อยากยุ่ง "เออๆฉันไม่พูดแล้วก็ได้..แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีล่ะวะว่าไปแต่งกันตอนไหน" บัวตองรับปากว่าจะไม่พูดแต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนเป็นนายแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ตอนไหน ถึงเธอจะไม่เคยเห็นแฟนเจ้านายเธอมาที่นี่แต่ก็รู้ว่านายของเธอไปหาอยู่เรื่อยๆที่กรุงเทพแต่หลังจากเลิกกับแฟนเก่าไม่นานก็ได้แต่งงานกับแฟนใหม่เลยหรืออันนี้เธอคิดหนัก "อย่ายุ่งเรื่องเจ้านายให้เยอะนักเรื่องตัวเองเอาให้รอดเห็นว่าลูกสาวแกก็พึ่งจะตกงานกลับมาอยู่บ้านไม่ใช่รึ" พวงเห็นว่าบัวตองนั่งครุ่นคิดเรื่องเมื่อครู่ที่พูดกันไม่ตกเธอจึงหันไปบอกบัวตองให้คิดเรื่องมาลีลูกสาวตัวเองจะดีกว่า "ก็ใช่น่ะสินี่ฉันก็คะยั้นคะยอให้มันมาทำงานในไร่อยู่ขืนเลี้ยงมันอยู่อย่างนี้ไม่ไหวแน่" เมื่อพวงพูดถึงลูกสาวเธอบัวตองจึงเกิดหงุดหงิดขึ้นมาเพราะลูกสาวของเธอเป็นคนบอกอะไรยากเย็นเสียเหลือเกินหลังจากกลับตากกรุงเทพก็มาเกาะเธอกินอยู่ทั้งที่ร่่างกายครบถ้วนพร้อมที่จะทำงานได้ "รีบเอามาฉันจะให้ลูกสาวแกมาช่วยงานครัว" พวงเองก็กำลังหาคนช่วยทำครัวอยู่เหมือนกันเธอจะได้ให้บัวตองไปช่วยแม่ครัวของไร่ทำอาหารให้คนงานในไร่กินเหมือนเดิม "เห็นว่ามันจะเข้ามาพรุ่งนี้นะ" บัวตองพูดอย่างไม่รู้เลยว่าลูกสาวของเธอจะมาตามที่บอกหรือป่าว สนามบินxxx "นี่อย่าลืมที่บอกล่ะ...ดูรูปคุณชายเค้าไว้เยอะๆแล้วก็พยายามอินว่าเค้าคือสามีเธออ่ะ" ปอแก้วมาส่งพราวพิไลเพื่อนของเธอที่สนามบินพร้อมทั้งย้ำเตือนเพื่อนเธอถึงวิธีที่จะทำให้คุ้นกับคนที่เพื่อนเธอจะไปอยู่ด้วยในฐานะภรรยาปลอมๆโดยเร็ว "โหย...ใครมันจะไปอินง่ายขนาดนั้น" พราวพิไลพูดด้วยสีหน้าที่บูดบึ้ง "ทำไมหน้าบูดแบบนั้นล่ะแก" "ตอนแรกฉันก็ค่อนข้างไม่กลัวอะไรนะแต่ตอนนี้รู้สึกใจโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูกเลยอะ" "ตัดสินใจมาแล้วนี่ยัยพราว..เออแล้วแม่แกได้บอกมั้ยว่าไอ้การเป็นเมียปลอมๆเนี่ยจนถึงเมื่อไร" "เห็นว่ารอให้ยัยแฟนเก่าหน้าเงินแต่งงานไปก่อนมั้ง" พราวพิไลได้ยินว่าหทัยรัตน์ป้าของเธอต้องการให้คนที่เป็นแฟนเก่าของหิรัญแต่งงานไปก่อนจะได้สบายใจว่ายังไงก็ไม่กลับมาหาหิรัญอีก "แล้วถ้า...เค้าจะ..." ปอแก้วพูดพร้อมมองหน้าพราวพิไลอย่างมีเลศนัย "นี่หยุดพูดไปเลย...ฉันรู้ว่าแกคิดอะไรเรื่องนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นหรอกน่าฉันว่าฉันเอาตัวรอดได้" พราวพิไลปรามเพื่อนเธอเอาไว้ก่อนเพราะรู้ว่าจะพูดอะไรคงไม่พ้นเรื่องที่คู่สามีภรรยาต้องทำกันบนเตียงเธอจึงบอกให้เพื่อนเธอรู้ว่าคงไม่มีวันนั้นแน่นอน "แล้วถ้าเค้าคุณชายคนนั้นเค้ารู้ความจริงก่อนล่ะว่าแกไม่ใช่เมียเค้าจริงๆอะ" "ไม่มีทางหรอกน่าคุณป้าฉันเธอบอกว่าเตรียมแผนไว้ออย่างรอบคอบแล้วเหลือแค่ฉันทำตัวเป็นภรรยาที่ดีก็พอ" พราวพิไลเชื่อใจว่ายังไงมันก็ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้วเพราะเธอเหฌนว่าหทัยรัตน์ได้เตรียมการทุกอย่างไว้้รียบร้อยแล้วหากเกิดปัญหาอย่างมากเธอก็คงถูกหิรัญต่อว่าแต่เดี๋ยวแม่ลูกเค้าก็เคลียกันได้เองเพราะทุกอย่างเป็นแผนของแม่หิรัญ "อืมๆ.." ปอแก้วพยักหน้าและหวังว่ามันจะเป็นอย่างที่เพื่อนเธอพูดแต่เธออดคิดไม่ได้ว่าเรื่องแบบนั้นที่เธอคิดมันจะเกิดขึ้นจริงเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าเพื่อนเธอจะต้องอยู่กับผู้ชายคนนั้นนานเท่าไรอีกอย่างคนอย่างพราวพิไลก็ไม่เคยอยู่ใกล้ผู้ชายมาก่อนด้วยเธอกลัวว่าเพื่อนเธอจะมีใจให้อีกฝ่ายอย่างง่ายดายน่ะสิแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะมันอาจจะเกิดหรือไม่เกิดก็ได้ "นี่จะได้เวลาแล้วฉันไปก่อนนะ" พราวพิไลดูนาฬิกาก็ได้เวลาที่จะต้องไปขึ้นเครื่องแล้วเธอจึงรีบบอกลาเพื่อนเธอ "โชคดีล่ะ" ครู่ต่อมา พราวพิไลนั่งเครื่องได้ครู่หนึางแล้วเธอนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่าวันนี้เธอถอนหายใจไปกี่ครั้งเพราะเมื่อจะถึงเวลาที่จะต้องถึงเชียงใหม่จริงๆเธอกลับประหม่ามากขึ้นเรื่อยๆ สองชั่วโมงต่อมา ไร่ศังกร "คุณป้า...เอ่อคุณแม่" กว่าลุงครามผู้จัดการไร่จะพราวพิไลมาถึงไร่ศังกรก็เล่นเอาเป็นชั่วโมงเพราะว่าทางจากสนามบินมาที่ไร่ค่อนข้างไกลกันมากเมื่อมาถึงก็รีบสวัสดีหทัยรัตน์คนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าบ้านครั้งแรกเธอเกือบจะเรียกอีกฝ่ายผิดแต่เธอก็เปลี่ยนเป็นคุณแม่อย่างรวดเร็วตามแผนที่คุยกันเอาไว้ "พี่เค้าอยู่ข้างในน่ะหนูพราว" "ขอพราวสูดหายใจลึกๆก่อนนะคะ" พราวพิไลยังคงประหม่าไม่หายตอนนี้เธอขอทำอารมณ์ให้เป็นคนรักคนนึงที่ต้องคิดถึงคนรักอีกคนมากๆก่อนภาพในหัวของเธอตอนนี้กำลังคิดถึงการกอดพี่สาวของเธออยู่และคิดว่าการทักทายชายหนุ่มก็ต้องทำแบบนั้นเช่นกัน "โอเคจ่ะ.." ซื้ดดดด..ฟู่ฟฟฟฟ "เฮ่อออ.." พราวพิไลหลับตาพร้อมพ่นลมหายใจออกมาช้าๆ

อ่านต่อ