วิวาห์ไม่ปรารถนา (ซีรี่ย์ชุด สามีร้าย)
บทที่ 1 หน้าประถมหุ่นมหาลัย

คฤหาสน์หลังใหญ่โตที่ตั้งอยู่เนินเขาลูกเล็ก ๆ ล้อมรอบเต็มไปด้วยสวนส้มองุ่นอีกทั้งยังมีโรงงานแปรรูปที่ตั้งอยู่ภายในไร่พนาไพศาลดิลกสกุล ไร่แห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีชายหนุ่มรูปร่างสูง 189 ซม. อายุ 32 ปี หุ่นดีร่างกายบึกบึนเต็มไปด้วยหมัดกล้ามเป็นลอนรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาราวกับนายแบบเทพบุตรหลุดออกมาจากนิตยสารชื่อดัง แม้แต่พระเอกซุปตาร์ยังต้องชิดซ้าย แต่เพราะชายหนุ่มชอบไว้หนวดเคราให้สมกับความเถื่อนฉบับชาวไร่ชาวสวนผู้เป็นเจ้าของไร่แห่งนี้บนเนื้อที่นับหมื่นพันไร่ เขาผู้นี้ก็คือพัสกรหรือนายเสือนั่นเอง “นายครับ นายครับ มีนางฟ้ามาที่ไร่ของเราครับ แฮ่ก ๆ” เสริฐวิ่งเข้ามาหยุดตรงหน้าพัสกรพูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ “นางฟ้าอะไรของมึงไอ้เสริฐ” เสียงเข้มเหี้ยมเกรียมตะคอกกล่าวถามอย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่นัก “ก็นายหญิงใหญ่สิครับพาเด็กสาวที่ไหนก็ไม่รู้ หุ่นของเธอก็ดูดี๊ดี หน้าอกน้อง ๆ แตงโมเลยครับ แต่ใบหน้านี่สิไม่รู้จะถึงสิบห้าหรือเปล่า” เสริฐมือขวาของพัสกรกล่าวอธิบายอย่างหน้าจินตนาการฝันหวาน เมื่อนึกถึงสาวน้อยที่นายหญิงใหญ่ผู้เป็นมารดาของพ่อเลี้ยงพัสกรพากลับมาที่ไร่ในครั้งนี้ด้วย “แม่ฉันจะพาผู้หญิงที่ไหนกลับมาก็ช่างเรื่องของแม่ฉัน ว่าแต่แกอย่ามาหื่นทำตาโตแถวนี้ได้ไหม กูกำลังอารมณ์เสียอยู่” “คุณเสือกำลังอารมณ์เสียอะไรอยู่เหรอครับ” เสริฐทำหน้ามึนงงพร้อมยกมือเกาหัวของตนเอง ด้วยความสงสัย “แกจะอยากรู้ไปทำไม ถ้าแกรู้แล้วแกจะช่วยฉันได้หรือยังไงล่ะ” “นายเสือไม่แน่นะครับ ไอ้เสริฐคนนี้อาจจะช่วยนายเสือได้ก็ได้นะครับ” เสริฐกล่าวอย่างยิ้มยินดี “ฉันบอกแกก็ได้ หลายวันก่อนแม่ฉันบอกว่าจะหาคนให้ฉันแต่งงานด้วย แกลองคิดดูสิ คนฐานะระดับฉันแถมรูปร่างหน้าตาดีขนาดนี้ แค่สาว ๆ เห็นก็แทบจะนอนแบให้ฉันเอาอยู่แล้ว แต่แม่ฉันทำยังกับว่าชาตินี้ฉันจะไม่มีปัญญาหาเมียเองได้งั้นแหละ” “โธ่ นายเสือผมนึกว่าเรื่องอะไรที่แท้เรื่องเมียในอนาคตของนายเสือนี่เอง แต่จะพูดไปแล้วถ้าหากได้เด็กสาวที่คุณอรชรพาเข้ามาในไร่เมื่อกี้นี้ แบบนั้นก็สุดยอดไปเลยนะครับเจ้านาย เจ้านายรู้หรือเปล่าเธอทั้งสวยหมวยเอ็กซ์ขนาดนี้ใบหน้าประถมแต่นมมหาลัยใช่สเปคของนายเสือเลยนะครับนั่น” คำพูดของไอ้เสริฐทำให้ชายหนุ่มที่พึ่งนึกได้ถึงกับตกใจ เมื่อนึกถึงคำพูดของมารดาเมื่อหลายวันก่อนที่กล่าวกับเขาอย่างจริงจัง “จริงด้วยผู้หญิงที่นายเห็นต้องใช่ผู้หญิงที่แม่ฉันต้องการจัดหามาให้ฉันดูตัวเพื่อจับแต่งงานแน่ ๆ เลย ไม่ได้การแล้ว นายบอกว่ายัยเด็กนั่นยังเด็กอยู่ใช่ไหม” “ใช่ครับนายเสือแต่เด็กเฉพาะหน้านะครับ ส่วนอื่นระดับมหาลัยขึ้นไปทั้งนั้น… พูดแล้วก็น้ำลายไหล ผมล่ะอิจฉานายเสือจริง ๆ ที่จะได้เมียเพอร์เฟคขนาดนี้” เส¬ริฐก-ล่าวพร้อมทำท่าทางฝันหวานจนน่ากวนบาทาของพัส¬กร “อิจฉาบ้า อิจฉาบ่ของนายน่ะสิทำอย่างกับว่าผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาของฉันขี้เหร่นักนี่ พูดกับนายแล้วก็ยิ่งอารมณ์เสียไปใหญ่ นอกจากไม่เข้าข้างฉันแล้ว ยังเข้าข้างแม่ฉันกับยัยเด็กนั่นอีก” ชายหนุ่มกล่าวอย่างนึกเซ็งก่อนจะรีบเดินแยกตัวจากไปจากลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าที่บึ้งตึงอารมณ์เสียยิ่งกว่าเก่า แต่ความหล่อเหล่าดิบเถื่อนที่มีอยู่บนใบหน้าไม่ได้ลดน้อยลงแต่อย่างใดเลย กลับยิ่งทำให้เขาดูมีเสน่ห์ในแบบเถื่อน ๆ มากขึ้นอีกด้วยซ้ำ ภายในห้องโถงทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาถึงในห้องรับแขกเสียงทักที่ชายหนุ่มไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ก็ดังขึ้นทันที “ตาเสือนี่แกไม่คิดที่จะแวะมาไหว้แม่ทักทายสักนิดหน่อยหรือ นี่แม่พึ่งกลับมาจากกรุงเทพแกไม่คิดถึงแม่บ้างหรือไง” คำพูดติติงของมารดาทำให้ชายหนุ่มที่รีบเดินอย่างอารมณ์เสียเข้ามาในบ้าน จำเป็นต้องเดินมานั่งคุยกับมารดาที่โซฟาฝั่งตรงข้าม “มีอะไรหรือครับคุณแม่” “นี่แกอย่ามาทำหน้าเซ็งแบบนี้ใส่แม่นะ แม่หาคนที่จะมาแต่งงานเป็นเมียของแกในอนาคตได้แล้ว” “คุณแม่ครับผมบอกคุณแม่แล้วว่าผมมีปัญญาหาเมียเองได้ ทำไมคุณแม่ถึงไม่เชื่อฟังผมบ้าง” “เชื่อสิจ๊ะลูกรัก เพราะแม่เชื่อในความสามารถของลูกไง ถึงได้รอมาจนถึงตอนนี้ จนผมแม่จะขาวหมดทั้งหัวแล้วยังไม่มีหลานอุ้มกับคนอื่นเขาเลย ดูแกเข้าสิตอนนี้แกอายุ 32 ปีแล้วนะ ควรจะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว แม่รับรองได้ว่าคนนี้สวยน่ารักถูกใจแกแน่นอน น้องอาจจะยังเด็กสำหรับแกไม่เป็นการเป็นงานสักเท่าไหร่ แต่แม่คิดว่าแม่เลือกคนไม่ผิดแน่” ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สาวน้อยที่เพิ่งลงมาจากบนห้องพักในชุดแต่งกายเป็นเสื้อคอเชิ้ตชุดนอนตัวยาวถึงหัวเข่าแขนยาวลายตุ๊กตาหมีสีชมพูผมปล่อยสยายจนถึงกลางหลังราวกับแพรไหม โชว์เรียวขาสวยที่โผล่พ้นจากชุดนอนลายตุ๊กตาหมีค่อย ๆ ก้าวเดินเข้ามาในห้องรับแขก

บทที่ 2 เกลียดตั้งแต่แรกเห็น

ก่อนที่สาวน้อยจะรู้สึกตกใจเมื่อได้สบตาคมกริบของชายหนุ่มตัวโตที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกตรงข้ามกับคุณอรชรด้วยอาการที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะกับมาดชาวไร่หนุ่มทรงเสน่ห์ชวนหลงใหล ดวงตาคมดุเองก็ไล่มองสาวน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีหน้าที่รู้สึกดูถูกและเยาะเย้ยเหมือนเห็นเธอเป็นผู้หญิงหากิน ส่งผลให้สาวน้อยที่ได้สบตาด้วยเกิดความรู้สึกอับอายขึ้นมา จนหน้าหวานแก้มแดงก้มหน้าหลบสายตาคมด้วยความอาย “มานี่สิจ๊ะหนูแพรลตา นี่ไงจ๊ะพี่เสือลูกชายเพียงคนเดียวของป้า ที่ป้าอยากจะให้หนูมาทำความคุ้นเคยรู้จักกับพี่เขา” “สวัสดีค่ะพี่เสือ” สาวน้อยยกมือไหว้ก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างนอบน้อมพยายามจะไม่โกรธเคืองกับสายตาของชายหนุ่มที่ใช้มองเธอก่อนหน้านี้ “ผมขอตัวก่อนนะครับแม่ วันนี้ผมเหนื่อยผมอยากพักผ่อนแล้ว” ชายหนุ่มไม่คิดจะสนใจกับการทักทายของสาวน้อยเลยสักนิด เขากับเลือกที่จะลุกขึ้นเดินหนีขึ้นห้องอย่างดื้อ ๆ ด้วยความไม่พอใจในตัวของสาวน้อย ทำให้สาวน้อยที่เงยหน้าขึ้นจากการก้มไหว้รู้สึกตกใจมองเห็นเพียงหลังของชายหนุ่มที่พ้นสายตาของเธอไปด้วยความอับอายกับการไม่รับไหว้ของชายหนุ่ม “หนูแพรลตาอย่าไปถือสาพี่เสือเลยนะ พี่เขาคงเหนื่อยจากงานในไร่จริง ๆ น่ะ” คุณอรชรกล่าวอย่างเก้อ ๆ ยิ้มแหย ๆ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า หนูเข้าใจค่ะ พี่เสือคงทนทำงานอยู่กับแสงแดดทั้งวันคงเหนื่อยน่าดูเลยค่ะ” สาวน้อยและหญิงวัยกลางคนนั่งคุยกันต่ออีกสักพัก ก่อนที่ต่างคนต่างจะแยกย้ายกลับขึ้นห้องนอนของตนเองด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน สาวน้อยแพรลตามาอยู่ที่นี่ได้สองสามวันแล้ว แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะพยายามหลบหน้ากับเธอเหลือเกิน แม้แต่มารดาของชายหนุ่มยังนึกโมโห “พ่อลูกชายตัวดีไม่ยอมกลับบ้านมาหลายวันแล้ว ฮึ นางชบาแกไปเรียกนายเสริฐมาหาฉันซิ ฉันมีเรื่องอยากจะถามมันเสียหน่อย ว่าเจ้านายของมันแอบไปมุดหัวอยู่ที่ไหน” “ได้ค่ะคุณอรชร” ชบารีบวิ่งออกไปจากในคฤหาสน์ลงไปที่บ้านพักคนงานชายของนายเสริฐ “คุณป้ากำลังทำอะไรอยู่เหรอคะ” แพรลตาที่ในเช้านี้แต่งกายด้วยชุดเดรสสั้นถึงหัวเข่าด้านบนเป็นแขนตุ๊กตาผ้าลูกไม้สีหวานทรงผมของเธอมัดผูกโบว์สีชมพู ทำให้สาวน้อยวัยแรกแย้มเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน “ไม่มีอะไรหรอกจ้า ว่าแต่วันนี้หนูถือหมวกลงมาด้วยอย่าบอกป้านะว่าหนูจะเข้าไปเที่ยวชมในไร่” “ใช่แล้วค่ะคุณป้า หนูอยู่บนหน้าระเบียงห้องมองไปรอบ ๆ ไร่ดูวิวทิวทัศน์สวยมากเลยค่ะ จนหนูอยากไปเห็นใกล้ ๆ สายตาจะได้ถ่ายรูปเก็บภาพมุมสวย ๆ ส่งไปให้คุณปู่ได้ดูด้วยค่ะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะคุณป้า” “เดี๋ยวก่อนหนูแพรลตา หนูจะเดินไปทั้งแบบนี้คงเหนื่อยแย่แน่ ๆ กว่าหนูจะไปได้ทั่วไร่ เอาแบบนี้ไหมเดี๋ยวป้าให้คนขับรถพาหนูไปเที่ยวให้ทั่วไร่ อีกอย่างอากาศก็ร้อนเดี๋ยวผิวของหนูจะไหม้ดำคล้ำเอาได้” “ก็ได้ค่ะคุณป้าขอบคุณนะคะ” “นั่นไงนายเสริฐมาพอดีเลย” “สวัสดีครับนายหญิงใหญ่ เรียกผมมาแต่เช้าไม่ทราบว่าคุณอรชรให้ชบาไปตามผมมามีอะไรจะใช้ให้ผมทำเหรอครับ” “นี่นายเสริฐ วันนี้นายคอยขับรถพาคุณหนูแพรลตาเที่ยวชมให้ทั่วไร่ของเราด้วยนะ หนูแพรลตาอยากไปมุมไหนของไร่ก่อน แกก็ขับรถพาหนูแพรลตาไปด้วยก็แล้วกัน ออ… เดี๋ยวก่อน ว่าแต่... เจ้านายของแกสองสามวันมานี้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน คงไม่ใช่ไปแอบหลับนอนที่กระท่อมท้ายไร่หรอกนะ” “เออ… คือคุณอรชรครับ เจ้านายไปพักอยู่ที่กระท่อมท้ายไร่จริง ๆ นั่นแหละครับ แฮะ แฮะ” “งั้นแกก็โทรไปบอกเจ้านายของแกด้วย ว่าฉันสั่งให้กลับมานอนที่บ้าน ถ้ายังนับถือฉันเป็นแม่อยู่ ไม่อย่างนั้นฉันนี่แหละจะเอาไฟไปเผากระท่อมท้ายไร่ของเจ้านายแกให้ไหม้เป็นจุนเลย” คุณอรชรกล่าวอย่างโกรธเคืองและโมโหลูกชายตัวดีคนเดียวของเธอ เพราะเธออุตส่าห์ตั้งใจที่จะให้หนูแพรล¬ตาและพัสกรได้ทำความคุ้นเคยกันเสียก่อนค่อยแต่งงาน “ครับคุณอรชร เดี๋ยวผมจะรีบโทรไปบอกให้เจ้านายเดี๋ยวนี้ล่ะครับ เชิญครับคุณหนูแพรลตา” สาวน้อยแพรลตารีบเดินตามหลังของนายเสริฐที่มีรูปร่างสูงใหญ่ไม่แพ้เจ้านายหนุ่มของเขาเลย เพียงแต่นายเสริฐมีรูปร่างที่อวบนิด ๆ ไว้หน้าท้องหน่อย ๆ บวกกับผิวที่ค่อนข้างคล้ำมากกว่าเจ้านายก็เป็นเสน่ห์อีกแบบให้กับนายเสริฐ เมื่อทั้งสองขึ้นบนรถออฟโรดมาจนถึงไร่ส้มแล้ว สาวน้อยแพรลตาถึงกับตาโตกับผลส้มที่สีเหลืองส้มทองจนเต็มต้นอย่างหนาแน่นจนต้องใช้ไม้ค้ำเต็มไปหมด “พี่เสริฐช่วยเป็นตากล้องให้หนูแพรหน่อยได้ไหมคะ” สรรพนามที่สาวน้อยเรียกทำให้นายเสริฐถึงกับยิ้มเขินอายออกมาอย่างเก้อ ๆ “จะดีเหรอครับคุณหนู” “ดีสิคะหนูไม่ถืออะไรหรอกค่ะ แต่ถ้าหากพี่เสริฐไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไรนะคะ” เธอกล่าวอย่างเกรงใจ

บทที่ 3 ใครอนุญาต

“ไม่เลยครับ ไม่เลย ผมเต็มใจที่จะเป็นตากล้องให้กับคุณหนูแพรครับ” สาวน้อยรีบยื่นโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่ทันสมัยและเป็นแบรนด์ที่ออกใหม่ล่าสุดให้กับนายเสริฐ ก่อนที่เธอจะรีบเดินไปหาต้นส้มโพสท่าทางต่าง ๆ เก็บรูปเอาไว้ “พี่เสริฐคะไม่ทราบว่าหนูจะเก็บส้มพวกนี้กินได้หรือเปล่า” “ได้สิครับคุณหนู คุณหนูอยากกินลูกไหนก็เด็ดกินได้เลยครับ พรุ่งนี้เช้าพวกคนงานก็คงจะมาไล่เก็บเพื่อส่งออกสู่ตลาดและส่งเข้าโรงงานแปรรูปที่คุณหนูเห็นอยู่ไกล ๆ นั่นแหละครับ” “จริงเหรอคะ งั้นพรุ่งนี้หนูมาช่วยคนงานเก็บด้วยได้หรือเปล่าคะคงสนุกน่าดูเลย” แพรลตากล่าวอย่างยิ้มแย้มและรู้สึกมีความสุขกับบรรยากาศและวิวทิวทัศน์ของที่นี่ สาวน้อยก็ไม่รอช้าเมื่อนายเส¬ริฐกล่าวอนุญาติว่าเธอสามารถเด็ดผลไม้มากินได้แล้ว เธอจึงรีบเอื้อมมือบางขึ้นไปคว้าเก็บผลส้มมาไว้ที่มือของตนเองสามลูกด้วยกัน ก่อนที่เธอและนายเสริฐจะขึ้นรถขับออกไปจากจุดนั้น พัสกรที่กำลังเดินตรวจงานอยู่ภายในโรงงานแปรรูปที่มีขนาดใหญ่พอควร โรงงานแห่งนี้ทั้งเป็นโรงงานผลิตน้ำส้มเกรดชั้นดีกับผลิตไวน์องุ่นเพื่อส่งออกนอก เรียกได้ว่าสร้างมูลค่ามากมายหลายร้อยล้านบาทต่อปีให้กับพัสกร อีกทั้งองุ่นกับส้มในไร่ยังส่งเป็นผลไม้สดเข้าสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย เสียงเพลงรอสายจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของพัสกร ทำให้ชายหนุ่มต้องรีบล้วงมือไปหยิบจากในกระเป๋าเสื้อออกมากดรับสาย “ว่าไงไอ้เสริฐแกหายหัวไปไหนมา อย่าให้ฉันรู้นะว่าแกไปกกสาวที่ไหน นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วหรือแกอยากถูกเปลี่ยนตำแหน่งกันแน่ฮะ” “โถ... เจ้านายครับฟังผมก่อนสิครับ วันนี้ที่ผมไม่มาทำงานเพราะนายหญิงใหญ่สั่งให้ผมเป็นคนขับรถให้กับคุณหนูแพรลตาต่างหากล่ะครับ นี่ผมเองก็กำลังจะพาคุณหนูแพรลตาเข้าไปที่โรงงาน แถมคุณนายฝากผมมาบอกเจ้าไหนว่าให้เจ้านายกลับมาพักที่คฤหาสน์ด้วยครับ ไม่อย่างนั้นคุณนายจะเป็นคนไปเผากระท่อมท้ายไร่ของเจ้านายด้วยตนเอง ถ้าวันนี้เจ้านายยังไม่กลับมานอนที่คฤหาสน์อีกครับ” “เออ… กูรู้แล้ว แม่นั่นนึกอยากจะมาเที่ยวชมไร่แห่งนี้มากนักใช่ไหม หรือว่าคิดอยากจะมาจับฉันกันแน่ ในเมื่ออยากจะมาเป็นเมียของฉันในอนาคต งั้นก็ต้องผ่านการทดลองงานจากฉันซะก่อน ฉันก็อยากจะรู้ว่าเธอจะทนฉันและงานในไร่แห่งนี้ได้นานสักแค่ไหนกันเชียว แกรีบ ๆ พาเธอมาที่นี่เลยฉันจะรอต้อนรับเป็นอย่างดี อย่าเพิ่งบอกเธอเสียล่ะว่าฉันอยู่ที่นี่เข้าใจไหมไอ้เสริฐ” “เข้าใจแล้วครับเจ้านาย ผมขอตัวก่อนนะครับเดี๋ยวคุณหนูแพรลตาจะสงสัย ผมอุตส่าห์ขอตัวเดินแยกจากเธอด้วยการโกหกว่าขอไปฉี่แป๊บเดียวเท่านั้น” “เออ… มึงรีบวางสายไปเลย” พัสกรกล่าวตะคอกเสียงดังใส่ลูกน้องคนสนิท ในขณะที่สมองอันชาญฉลาดของเขากับสีหน้าที่ยิ้มเผยความเจ้าเล่ห์และแผนการมากมายที่คิดขึ้นมาได้ “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ว่าเธอจะทนได้นานสักแค่ไหน” ไม่ถึงสามสิบนาทีด้วยซ้ำทั้งสองก็เดินเข้ามาด้านในของโรงงาน โดยที่มือของสาวน้อยกำลังนำชิ้นส้มเข้าปากจิ้มลิ้มของเธอเคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อย “ส้มของที่นี่หวานมากเลยนะคะพี่เสริฐ” “ใช่ครับคุณหนู ส้มของที่นี่ทุกวันนี้มีออเดอร์เข้ามามากมายเรียกได้ว่าแทบล้นเลยนะครับ ถ้าคุณหนูชอบขากลับคุณหนูก็แวะไปเก็บอีกเยอะ ๆ ไปทานที่คฤหาสน์ก็ได้นี่ครับ” “ไอ้เสริฐ แกเป็นเจ้าของไร่หรือยังไงกัน ถึงได้กล้าเอ่ยอนุญาตให้เธอเก็บส้มกินในไร่แห่งนี้ได้” น้ำเสียงกล่าวตะคอกที่ดังมาแต่ไกลพร้อมร่างสูงหุ่นดี ทำให้สาวน้อยถึงกับสะดุ้งตกใจในขณะที่นายเสริฐได้แต่หน้าซีดเหมือนไก่ต้มไม่กล้าสบสายตาอันคมดุของเจ้านายหนุ่ม “ขอโทษด้วยนะคะพี่เสือ ที่น้องแพรไม่ได้ขออนุญาตพี่เสือเสียก่อน” “ใครเป็นพี่ของเธอ ยัยเด็กบ้า เธออย่าคิดว่าแม่ของฉันอยากจะได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้แล้วเธอจะมาวางตัวราวกับเป็นเจ้าของไร่ นึกอยากจะเก็บผลไม้ในไร่นี้กินเมื่อไหร่ก็ได้” น้ำเสียงกับใบหน้าที่แสนดุของพัสกรทำให้สาวน้อยถึงกับตัวสั่นไม่กล้าหยิบส้มที่เหลือในมือขึ้นมากินอีก “เปล่าเลยนะคะ หนูแพรไม่ได้มีความคิดอย่างนั้นเลย อีกอย่างเรื่องที่คุณป้าอยากได้หนูแพรมาเป็นลูกสะใภ้ให้แต่งงานกับคุณ หนูแพรเองก็ไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่หรอกค่ะ” “ไม่ค่อยเต็มใจอย่างนั้นเหรอ งั้นก็แสดงว่าเธอต้องมีความเต็มใจอยู่ในนั้นด้วยห้าสิบเปอร์เซ็นต์น่ะสิ” “เปล่านะคะหนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย หนูก็แค่ใช้คำพูดผิดไปเท่านั้นเองค่ะ” “ไอ้เสริฐแกจะมัวยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหมไปทำงานของแกซะสิ ส่วนยัยเด็กนี่เดี๋ยวฉันจะเป็นไกด์ดูแลต่อเองรับรองได้ว่าแม่ฉันต้องพอใจกับการดูแลแขกคนพิเศษของแม่ฉันอย่างแน่นอน”

อ่านต่อ