“มาร์คัสเราเพิ่งสนุกกันไปนิดเดียวเองนะคะ คุณจะรีบไปไหน” นางแบบสาวหุ่นเซ็กซี่ถามชายหนุ่มลูกครึ่งอิตาลี-ไทย ที่กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำ ด้วยชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คผ้าเนื้อดี “ขอโทษนะลีน่า ผมมีธุระ” พูดพลางติดกระดุมเชิ้ตเม็ดที่เหลืออย่างเร่งรีบ “จะมีธุระอะไรสำคัญกว่าเรื่องบนเตียงของเราอีกเหรอคะที่รัก” หญิงสาวลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายเปลือยเปล่า เบียดอกอวบแนบชิด แขนคล้องไปยังลำคอแกร่งอย่างประจบ “ผมต้องบินไปเมืองไทยด่วน จัสมินมีเรื่องให้ช่วย” “โธ่! ก็นึกว่าเรื่องอะไร น้องสาวคุณก็คงโทรมาฟ้องเรื่องสามีอย่างเคยนั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรสักหน่อยเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยไปก็ได้นี่คะ” เพราะเป็นคู่ควงของมาร์คัสมานานหญิงสาวก็เลยพอจะรู้ว่าน้องสาวของเขามักจะโทรมาฟ้องพี่ชายเรื่องความเจ้าชู้ของสามีอยู่บ่อยๆ เอลลีน่าจึงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องด่วนหรือสำคัญอะไรเลยสักนิด “สำหรับผมทุกเรื่องของจัสมินคือเรื่องสำคัญ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “นี่คุณเห็นน้องสาวของคุณสำคัญกว่าเรื่องของเราอีกเหรอคะมาร์คัส” “ลีน่าคุณรู้จักผมมานาน ก็น่าจะรู้นะครับว่าใครสำคัญที่สุดในชีวิตผม” ชีวิตของมาร์คัสเหลือเพียงน้องสาวเพียงคนเดียวไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ถ้าจัสมินบอกว่าอยากให้ไปหา ชายหนุ่มก็พร้อมที่จะทิ้งทุกอย่างเพื่อไปหาเธอให้เร็วที่สุด “ถ้าคุณไปตอนนี้เราก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก ลีน่าเบื่อเต็มทนแล้วนะคะ เมื่อไหร่คุณจะเลิกตามใจน้องสาวสักที เธอโตแล้วคุณควรให้เธอทำอะไรด้วยตัวเองบ้างนะคะ” เอลลีน่าพูดอย่างขัดใจ หญิงสาวอยากเขาเห็นความสำคัญของเธอบ้าง จึงพูดแบบนั้นออกไป เธอยืนหันหลังให้กับชายหนุ่มหวังว่าขู่ไปแบบนั้น มาร์คัสคงจะยอมเปลี่ยนใจ แต่เอลลีน่าคิดผิดถนัดเพราะนอกจากเขาจะไม่สนใจแล้วมาร์คัสยังเดินออกไปจากห้องนอนพร้อมกับตะโกนสั่งลูกน้องด้วยเสียงดังลั่น “แพทริค อย่าลืมเอาเช็คค่าเสียเวลาให้เธอด้วย ส่วนห้องนี้ผมยกให้ จากนี้เราคงไม่ต้องเจอกันอีก” “มาร์คัส กลับมาคุยกันก่อน ลีน่าขอโทษ” เอลลีน่ารีบสวมผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งตามผู้ชายตัวโตออกจากห้องนอน แต่เธอก็ต้องหยุดอยู่ที่ห้องรับแขกเพราะนอกจากมาร์คัสจะไม่หันกลับมามองแล้วการ์ดของเขายังยืนขวางอยู่ถึงสองคน ชายหนุ่มไม่สนใจเสียงเรียกของคู่นอนเลยแม้แต่น้อย ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเขาคิดว่าเอลลีน่าเป็นคนที่เข้าใจเขามากที่สุด เขาควงเธอนานกว่าใคร แต่ทุกอย่างมันก็จบลง เพราะใครก็ตามที่พูดถึงน้องสาวของเขาแบบนั้นเขาก็ไม่เอาไว้ หนึ่งในการ์ดของเขายื่นเช็คที่ระบุจำนวนเงินสามแสนยูโรให้กับเธอ เอลลีน่าเข้าใจเป็นอย่างดีว่านี่คือการบอกเลิกในแบบฉบับของมาร์คัส หญิงสาวเคยได้ยินเรื่องราวเหล่านี้มาบ้าง ถ้าหากมาร์คัสพอใจผู้หญิงคนไหนก็จะเลี้ยงดูอย่างดี แต่อย่างหวังว่าเขาจะแต่งงานด้วย ที่ผ่านมาชายหนุ่มเปลี่ยนคู่นอนทุกสามเดือน แต่สำหรับเอลลีน่าแล้วเธอคือผู้หญิงคนเดียวที่เป็นคู่ควงของมาร์คัสยาวนานถึงหกเดือน เธอคิดว่าชายหนุ่มหยุดอยู่ที่ตนเอง ด้วยความคิดอยากจะเอาชนะน้องสาวของเขาทำให้เธอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไปเพราะคิดว่ายังไงเสียมาร์คัสก็คงจะเลือกเธอ แต่หญิงสาวลืมไปอย่างหนึ่งว่าสิ่งที่มีค่ากับมาร์คัสมากที่สุดก็คือจัสมินน้องสาวคนเดียวของเขา แต่คนอย่างเอลลีน่านางแบบแถวหน้าของเมืองแห่งแฟชั่นอย่างมิลานไม่มีทางยอมให้เขาเขี่ยทิ้งง่ายๆ แบบนี้อย่างแน่นอน เธอจะรอให้มาร์คัสใจเย็นกว่านี้และกลับมาจากเมืองไทยแล้วเธอจะเข้าไปขอโทษเขาอย่างจริงจังอีกครั้ง เธอรู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้ชายมากด้วยตัณหาอย่างมาร์คัสอยู่ตรงไหน และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขากับเธอนานกว่าผู้หญิงทุกคน ใช้เวลาสิบกว่าชั่วโมงเครื่องบินเจทส่วนตัวก็ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งมีจอมทัพลูกน้องคนสนิทอีกคนมารอรับ “สวัสดีครับบอส เดินทางเป็นยังไงบ้าง” จอมทัพถามด้วยความนอบน้อม ชายหนุ่มเป็นคนไทยโดยกำเนิดแต่มีโอกาสได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศและรู้จักกับมาร์คัส พอเรียนจบมาร์คัสก็เลยให้เขาดูแลกิจการที่เมืองไทย ส่วนตัวเขาเองนั้นปักหลักอยู่ที่มิลานและจะกลับมายังประเทศไทยก็ต่อเมื่องานมีปัญญามากจนจอมทัพจัดการไม่ได้ และอีกเหตุผลที่ต้องบินด่วนกลางดึกก็คือจัสมินน้องสาวของเขาต้องการความช่วยเหลือ “ก็ดี น้องสาวฉันเป็นยังไงบ้าง” ขายาวก้าวตามลูกน้องคนสนิทมายังลานจอดรถ โดยมีแพทริคลูกน้องคนสนิทและการ์ดที่ตามมาจากอิตาลีอีกสามคนตามมาด้วย “เมื่อวานทะเลาะกันหนักเลยครับ เช้านี้คุณต้นก็ออกจากบ้านแต่เช้า” จอมทัพรายงานเจ้านายไปตามที่ตนเองสอบถามมาจากการ์ดที่บ้านนั้นอีกที “สงสัยจะเรื่องใหญ่จริง” มาร์คัสถอนหายใจ ตอนนี้ทุกคนขึ้นมาบนรถและกำลังออกจากสนามบินมุ่งหน้าไปยังบ้านของจัสมิน “อีกเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านนายจะพักก่อนไหมครับ” “ไม่ล่ะ นอนมาบนเครื่องแล้ว จอมนายรู้ไหมว่าคนที่นายต้นไปยุ่งด้วยนั้นเป็นใครมาจากไหน” “เท่าที่ตามสืบเธอเป็นนักศึกษา ไม่มีครอบครัวที่ไหน มาจากบ้านเด็กกำพร้าที่คุณต้นมักไปมอบเงินบริจาคครับ” “มีรูปไหม” “นี่ครับคนซ้ายมือ” จอมทัพส่งรูปถ่ายในวันที่เขมทัตไปบริจาคเงินครั้งล่าสุดให้กับมาเฟียหนุ่มดู มาร์คัสมองผู้หญิงที่อยู่ทางซ้ายมือของตนเอง สายตาคมปลาบมองอย่างเหยียดหยัน หญิงสาวใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโต รวบผมอย่างเรียบร้อยดูยังไงก็ไม่น่าจะใช่คนที่ชอบแย่งของรักของคนอื่น แต่มันก็คงเป็นแค่ลักษณะภายนอกเพียงเท่านั้น ใครจะรู้ว่าที่แท้จริงแล้วเธอซ่อนความร้ายกาจไว้ในใบหน้าที่ใสซื่อจนทำให้น้องสาวของเขาเจ็บช้ำและโทรไปร้องไห้อย่างหนักเมื่อสิบกว่าชั่วโมงก่อน รถตู้คันหรูเล่นเข้ามาจอดในบริเวณบ้านหลังใหญ่ ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ดูร่มรื่นสบายตา เหมือนกับหลุดเข้ามายังอีกโลก แต่ความเขียวของต้นไม้ไม่ได้ทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกแบบนั้นเลย จัสมินแต่งงานกับเขมทัตมาได้สองปีแล้ว ทั้งสองเพิ่งจะเริ่มมีปากเสียงกัน เรื่องมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อทั้งสองคนไปบริจาคเงินที่บ้านเด็กกำพร้าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา “พี่มาร์ค” หญิงสาวรูปร่างระหงวิ่งเข้ามาสวมกอดพี่ชายด้วยความคิดถึง พี่ชายคนนี้เป็นที่พึ่งของเธอได้ทุกเรื่อง จัสมินมั่นใจว่าเรื่องที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ เขาก็จะช่วยเธอได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา “น้องพี่ผอมลงหรือเปล่า” มาร์คัสมองน้องสาวด้วยสายตาเป็นห่วง ครั้งล่าสุดที่เจอกับจัสมินก็สองเดือนที่แล้ว ตอนนั้นเธอยังมีน้ำมีนวลมากกว่านี้ เขาเชื่อแล้วว่าปัญหาที่หญิงสาวกำลังเผชิญอยู่นั้นคงหนักหนาเอาเรื่อง “พี่จะให้น้องกินอิ่มนอนหลับได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อพี่ต้นกำลังหลงผู้หญิงคนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้น” “เข้าบ้านก่อนดีไหมตรงนี้แดดมันร้อนเดี๋ยวผิวสวยของน้องจะเสีย”
มาร์คัสกอดเอวบางของน้องสาวแล้วพากันเดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของบิดามารดา พอท่านจากไปมาร์คัสก็เลยยกให้กับน้องสาวและน้องเขยส่วนตัวเขานั้นจะไปพักที่เพนเฮาส์ทุกครั้งที่กลับมากรุงเทพ “พี่จะจัดการเรื่องนี้ให้น้องยังไงคะ” “ยังไม่รู้เลย อาจจะลองคุยกับเธอดูก่อนดีไหม” “น้องว่ามันจะเสียเวลาเปล่านะคะ ผู้หญิงหน้าไม่อายพวกนั้นจ้องแต่จะจับคุณต้น” “แต่ที่ผ่านมาเราก็จัดการเองได้นี่ ทำไมครั้งนี้ถึงต้องเรียกพี่มาล่ะ” มาร์คัสถามน้องสาวด้วยความสงสัย เพราะที่ผ่านมาจัสมินจัดการกับผู้หญิงที่เข้ามายุ่งกับสามีได้อย่างดีมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเธอจะทำไม่ได้อย่างเคย “คนนี้ไม่เหมือนกับคนอื่นค่ะ คนนี้พี่ต้นจริงจังมาก แต่ก่อนถ้าน้องจับได้เขาก็จะขอโทษแล้วก็ยอมเลิก แต่กับคนนี้เขานิ่ง ไม่เถียงแต่ก็ไม่ทำตาม” “หรือมันจะไม่มีอะไรแบบนั้นเขาเลยนิ่ง” “น้อยไปสิคะ ปกติพี่ต้นก็แค่ให้เงินใช้ ซื้อของแบบรนด์เนมให้แต่นี่มาขอเงิน 30 ล้าน น้องว่ามันเยอะไปไหม” “แล้วต้นเขาว่ายังไงบ้าง” “เขาไม่ยอมพูดอะไรเลย เด็กนั่นเข้าไปขอเงินถึงบริษัทเลย ดีนะเลขาพี่ต้นแจ้งน้องก่อน” “ถ้าเขาอยากได้ก็ให้ไปสิ แลกกับต้องเลิกกันยุ่งเกี่ยวกับคนของเรา” “น้องไม่ยอมหรอกค่ะ ได้ไปตั้งเยอะแล้วยังจะมาขออีก ทำเหมือนเราเป็นธนาคาร พี่ต้นก็ทั้งรักทั้งหลงมีอะไรก็ประเคนให้หมด พี่คิดเหรอคะว่าได้เงินไปแล้วมันจะยอมจบง่ายๆ” จัสมินเป็นกังวลว่าจ่ายไปแล้วมันจะไม่จบและจะมีครั้งต่อไปอีกเรื่อยๆ “พี่ว่าคงไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง ถึงต้นมันจะเจ้าชู้แต่มันก็รักเรามากนะ” “ถ้าเขารักน้องจริงเขาคงไม่มีคนอื่นไหมคะ พี่ต้องช่วยน้องจัดการนะ แยกเขาทั้งสองออกจากกัน” “ยังไง” “พี่ทั้งหล่อและรวยกว่าพี่ต้น ถ้าเธอเจอกับพี่เป้าหมายก็อาจจะเปลี่ยน” “จะบ้าเหรอจัสมิน พี่ไม่มีทางใช้ผู้หญิงคนเดียวกับน้องเขยตัวเองหรอกนะ” “ก็อย่าคิดแบบนั้นสิคะ คิดว่าเธอก็เหมือนกับผู้หญิงขายบริการสักคน ทำให้เธอหลงรักพี่ ทำให้พี่ต้นเห็นว่าเธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงชั้นต่ำทั่วๆ ไปที่เห็นเงินสำคัญกว่าทุกอย่าง” “ไม่มีทางอื่นแล้วหรือไง” “น้องว่าทางนี้ง่ายที่สุดค่ะ” “พี่จะลองไปเจอเขาก่อน น้องใจเย็นๆ นะ” “พี่ต้องจัดการให้เร็วที่สุดนะคะ เงิน 30 ล้านน้องไม่เสียดายหรอกค่ะ แต่มันเสียศักดิ์ศรีค่ะ” จัสมินพูดอย่างเอาแต่ใจและรู้ว่ามาร์คัสจะจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน “พี่จะกลับแล้วน้องรอฟังข่าวอยู่ที่นี่แล้วกันนะ” “ไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับน้องเหรอคะ” “ไม่ดีกว่า พี่ว่าจะออกไปดื่มสักหน่อยจะได้ดูด้วยว่าผับของเราเป็นยังไงบ้าง” มาร์คัสออกมาจากบ้านน้องสาวแล้วก็ตรงไปยังผับที่ตัวเองเป็นหุ้นส่วนอยู่ เขาเดินขึ้นไปยังชั้นสองซึ่งเป็นโซนที่เปิดให้เฉพาะสมาชิกวีไอพีขึ้นมาเท่า “ว่าไงมาร์คัส รอบนี้หายไปนานเลย เกือบสองเดือนแล้วมั้งฉันจะยืดกิจการอยู่แล้วนะ” ชายไทยรูปร่างสูงเดินเข้ามาทักทายมาร์คัสอย่างคุ้นเคย “อยากยืดก็ยืดไปเลย แต่ต้องยืดทุกให้ครบทุกร้านนะ” “ทุกร้านคงไม่ไหวว่ะ แค่ที่นี่ที่เดียวก็เหนื่อยแล้ว นี่ยังไม่มีใครเอาอะไรมาให้หุ้นส่วนใหญ่ดื่มเลยเหรอ” “วันนี้แขกเยอะหุ้นส่วนอย่างฉันรอได้ ว่าแต่นายเถอะเป็นยังไงบ้าง” “ก็เรื่อยๆ นะช่วงนี้มีร้านถูกสั่งปิดไปเยอะเพราะให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้า ร้านของเราก็เลยคึกคักเป็นพิเศษ” “แล้วร้านเราไม่ปล่อยเด็กเข้าแน่นะ ฉันมาอยากมีปัญหากับตำรวจเท่าไหร่” “เด็กที่ไหนจะเข้ามาละ ค่าสมาชิกรายเดือนเป็นหมื่น ถ้าจะมีก็มากับพวกเสี่ยกระเป๋าหนัก แล้วเสี่ยพวกนั้นก็คนใหญ่คนโต ตำรวจไม่กล้ายุ่งหรอก” “มันก็จริงนะ” “นายรอฉันก่อนนะเดี๋ยวจะกลับมาคุยด้วย ขอไปสั่งงานลูกน้องก่อน” “อือ ไปเถอะ” “จอมนายมาที่นี่บ่อยไหม” เขาหันมาถามลูกน้องที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัว “ไม่บ่อยครับ ที่นี่คุณศิลาเอาอยู่ครับไม่ต้องเข้ามาดูบ่อย” มาร์คัสยังมีผับอีกหลายที่ซึ่งเขาจะให้จอมทัพเป็นคนคอยดูแลแทนตัวเอง “บอสครับ จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะขอตัวกลับก่อน” “ไม่ดื่มด้วยกันเหรอ ฉันนั่งดื่มกับแพทริคสองคนเหงาแย่” “ไม่ดีกว่าครับ พรุ่งนี้เช้ามีงานครับ” “งั้นก็ตามสบายเลย” พอจอมทัพออกไปแล้วแพทริคก็ขอตัวออกไปโทรศัพท์ ตอนนี้จึงเหลือเพียงมาร์คัสนั่งอยู่ที่ชุดโซฟาเพียงคนเดียว ขณะกำลังนั่งคิดว่าจะช่วยเหลือน้องสาวยังไง ก็มีพนักงานเอาเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟ “คุณศิลาให้ฉันเอาเครื่องดื่มมาให้ค่ะ” พนักงานสาวพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะน่าฟังจนทำให้มาร์คัสนึกอยากเห็นหน้า หญิงสาวเอาเครื่องดื่มออกจากถาด วางลงบนโต๊ะเตี้ยจนครบ ก็เงยหน้าขึ้น มาร์คัสหัวใจกระตุกเมื่อตาคมของตนสบเข้ากับดวงตากลมโตของผู้หญิงตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นดูสดใสและเป็นประกาย ชายหนุ่มจ้องมองเหมือนคนต้องมนตร์ “คุณจะรับอะไรเพิ่มก็บอกได้นะคะ” เสียงหวานบอกกับเขาพร้อมส่งวมาให้อย่างเป็นมิตร” “ครับ” เขานึกเสียดายหญิงสาวตรงหน้า เธอทั้งสวยทั้งหุ้นดีอีกทั้งน้ำเสียงก็ไพเราะน่าฟัง แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนที่ทำให้น้องสาวของเขาต้องเจ็บ “นั่งลงก่อนสิ ฉันขอคุยด้วยหน่อย” “ค่ะ” หญิงสาวถอยห่างจากโต๊ะเล็กน้อยแล้วคุกเข่าลงบนพรมหนารอฟังคำสั่งจากแขกวีไอพีที่คุณศิลาบอกให้เธอขึ้นมาบริการเขา “เธอชื่ออะไร” “มิรันดาค่ะ เพื่อนๆ เรียกฉันว่ารันค่ะ” “ชื่อเพราะดีนะ” “ขอบคุณค่ะ” “ทำงานที่นี่มานานหรือยัง” มาร์คัสชวนคุย “ทำได้สองเดือนแล้วค่ะ” “ถึงว่าฉันเพิ่งเคยเห็น” “ขอถามได้ไหม ว่าทำไมถึงเลือกมาทำงานที่นี่ล่ะ” มิรันดามองหน้าเขาแล้วยิ้มก่อนจะตอบคำถามนั้นไปตามความจริง “ที่นี่เงินดีกว่าที่อื่นค่ะ แขกก็ทริปเยอะค่ะ” “อ้อ ฉันขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะไม่อยากอ้อมค้อมให้เสียเวลา” มิรันดามองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ เขาและเธอไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่เพราะเกรงใจคุณศิลาถึงได้ยอมนั่งคุยกับเขา “ในเมื่อเธอก็ได้เงินจากน้องเขยของฉันทุกเดือนอยู่แล้วจะลำบากออกทำงานที่นี่ทำไม” “น้องเขยของคุณใครคะ” “สาวน้อย อย่าทำหน้าซื่อตาใสอย่างนั้นสิ ถึงฉันจะชอบมองก็เถอะ แต่ฉันรู้เรื่องของเธอมากเกินกว่าที่จะหลงไปกับท่าทางใส่ซื่อที่เธอกำลังแสดงอยู่” “คุณพูดเรื่องอะไรคะ” “ฉันถามหน่อย เธอรู้จักนายต้นไหมล่ะ” “อ๋อ พี่ต้นรู้จักค่ะ แต่ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ” “อย่าปิดฉันเลยเรื่องของเธอน่ะ ฉันรู้มาหมดแล้ว รู้แม้จะกระทั่งเธอเข้าไปขอเงินน้องเขยฉันถึงบริษัท ฉันยอมรับเลยว่าคุณเป็นเมียน้อยที่กล้ามาก” “ฉันไม่ใช่เมียน้อยใครทั้งนั้น” “เก็บคำนี้ไปบอกคนอื่นเถอะนะสาวน้อย เอาล่ะ ฉันมีขอเสนอมาให้เธอด้วยนะ” “ข้อเสนออะไรฉันไม่อยากฟังหรอกค่ะ ฉันยืนยันว่าฉันไม่ใช่เมียน้อยของเขา” “ไม่ลองฟังฝังหน่อยเหรอ” “ไม่ค่ะ” “40 ล้าน ฉันให้มากกว่าที่เธอขอจากนายต้น” “40 ล้าน” มิรันดาตาโตที่ได้ยิน เงินจำนวนนี้มันจะแก้ปัญหาทุกอย่างที่เธอเจออยู่ในตอนนี้ได้อย่างไม่ต้องสงสัย “คุณคงไม่ให้ฉันฟรีๆ” “แน่นอนมันก็ต้องมีขอแลกเปลี่ยน” “ลองบอกมาสิคะ” มิรันดาถามด้วยความตื่นเต้น “เธอต้องเลิกยุ่งกับนายต้นและออกไปจากชีวิตเขา” มิรันดาถอนหายใจอย่างหนัก เรื่องนี้เธอต้องคิดให้รอบคอบเพราะการเลิกยุ่งเกี่ยวกับเขมทัตมันไม่ใช่เรื่องที่เธอจะตัดสินใจได้เพียงคนเดียว “นี่นามบัตรฉัน ถ้าเธอตัดสินใจได้ก็โทรมา ฉันให้เวลาถึงพรุ่งนี้เที่ยงคืน” มาร์คัสยืนนามบัตรสีทองของตนเองให้กับหญิงสาวตรงหน้า “ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะ ฉันขอคิดดูก่อนแล้วจะรีบติดต่อมา” “หวังว่าจะเป็นข่าวดีนะ” เขาบอกเธอพร้อมส่งยิ้มเจ้าเล่ห์
มาร์คัสมองตามหลังหญิงสาวไปด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าเสียดายมากแค่ไหน เขายอมรับว่าสนใจทั้งหน้าตาและรูปร่างของเธอแต่มันติดตรงที่ว่าเธอคือเมียน้อยของเขมทัต “ขอโทษที่ให้รอนาน แล้วนี่ทำไมอยู่คนเดียวล่ะ ลูกน้องคนสนิทไปไหน” “แพทริคไปคุยโทรศัพท์ส่วนจอมทัพกลับไปแล้ว” “ครั้งนี้จะอยู่นานไหม” พูดพลางเทบรั่นดีราคาแพงส่งให้เพื่อน “ก็คงสักพัก ฉันไม่ได้มากวนเวลางานใช่ไหม” “ไม่หรอก ปกติฉันก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้วก็แค่ดูความเรียบร้อยทั่วๆ ไป” “เด็กที่เอาเหล้ามาให้เมื่อกี้ทำงานเป็นไงบ้าง” “ก็ดีนะ ขยันและมาทำงานตรงเวลา สนใจเหรอ” “ไม่หรอกก็แค่ถามดูเพราะเพิ่งเคยเจอ” “สนใจไปก็เท่านั้น น้องเขาไม่ทำงานเสริม” “เหรอ” มาร์คัสอยากจะหัวเราะที่เพื่อนบอกว่าเธอไม่รับงานเสริม “ไม่ใช่นายคนแรกที่สนใจหรอก” “คงเนื้อหอมน่าดูเลย” “ประมาณนั้นถ้าน้องมันสนใจป่านนี้คงรวยไปแล้ว ฉันว่านายอย่าไปสนใจเลย เสียเวลาเปล่า ฉันตามน้องพลอยให้แล้ว” “ขอบใจนะ กำลังเมื่อยพอดีเลย” “พอพูดถึงหญิงตาก็เป็นประกายเลยนะครับคุณมาร์คัส” “มันก็แน่อยู่ แล้วไปก่อนนะ ไม่อยากให้น้องพลอยรอนาน” น้องพลอยหรือพลอยนิชาที่ชายหนุ่มพูดถึงก็คือเด็กสาวที่เขานอนด้วยเมื่อหนึ่งปีก่อน เธอเป็นคนสวยและเก่งเรื่องบนเตียงจึงไม่แปลกที่มาร์คัสจะเรียกหาเธอทุกครั้งที่กลับมาที่นี่ มาร์คัสเดินขึ้นไปยังชั้นสามที่มีห้องนอนไว้คอยบริการแขกอยู่หลายห้อง เขาผลักประตูเข้าไปก็เจอกับพลอยนิชาที่สวมเกาะอกสีแดงรออยู่แล้ว “คุณมาร์คัส พลอยคิดถึงคุณมาก” หญิงสาวเดินมาสวมกอดด้วยความดีใจ ทุกอย่างไม่ใช่การประจบเอาใจแต่เพราะเธอหลงรักผู้ชายคนนี้มาตลอด พอได้เจอก็อดที่จะแสดงออกไม่ได้ “อือ เตรียมน้ำแล้วใช่ไหมผมอยากอาบน้ำ” มาร์คัสทำหน้านิ่ง สำหรับเขาแล้วการไม่เจอใครสักคนไม่ได้ทำให้เกิดอาการคิดถึงแต่อย่างใด เพราะหัวใจของเขามันตายไปแล้วตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน ทุกอย่างระหว่างเขาผู้หญิงที่ผ่านเข้ามามันก็เป็นแค่ความต้องการทางร่างกายเท่านั้น “ค่ะ พลอยเตรียมน้ำอุ่นไว้แล้ว คุณจะให้พลอยช่วยอาบให้ไหมคะ” “ไม่เป็นไร เตรียมนวดให้ผมก็พอ นั่งเครื่องมาหลายชั่วโมงเมื่อยไปทั้งตัวแล้ว” “ได้ค่ะ” พลอยนิชารับคำอย่างว่าง่าย ไม่ว่ามาร์คัสจะให้ทำอะไรแบบไหนเธอก็ยินดีทำให้เขาทุกอย่าง เพราะอยากให้เขาประทับใจและมาเจอกับเธอทุกครั้งที่กลับมาประเทศไทย มาร์คัสเดินออกมาจากห้องน้ำโดยนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เขาเดินมาที่เตียงและล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง “พลอยนวดให้นะคะ” ฝ่ามือเล็กของหญิงสาวเริ่มขยับบีบนวดไปตามท่อนแขนแกร่งด้วยน้ำหนักมือไม่หนักไม่เบาจนเกินไป นวดแขนจนครบทั้งสองข้างจึงย้ายฝ่ามือลงมาบีบนวดบนขาทั้งสองข้างก่อนจะมากดลง บนฝ่าเท้าและหลังเท้าทั้งสอง “นวดดีใช้ได้เลย ไปเรียนมาเหรอ” มาร์คัสถาม เพราะตอนนี้เข้ารู้สึกผ่อนคลายความเมื่อยล้าลงมากทีเดียว “พลอยดูตามยูทูปค่ะ” “เคยนวดให้ใครมาก่อนไหม” “ไม่ค่ะ พลอยตั้งใจนวดให้คุณมาร์คัสคนเดียว พลอยขอตัวไปล้างมือก่อนเดี๋ยวจะกลับมานวดคิ้วกับท้ายทอยให้นะคะ” “นวดแค่นี้ก็พอแล้วฉันไม่อยากเสียเวลา” “อย่าใจร้อนสิคะยังไงคืนนี้พลอยก็อยู่กับคุณได้ทั้งคืน” “ฉันไม่ได้จ่ายเงินมาเพื่อให้เธอนวดทั้งคืนหรอกนะ” “เดี๋ยวสิคะ ว้าย!” พลอยนิชาร้องด้วยความตกใจ เมื่อถูกมาร์คัสรั้งจนล้มลงทับไปบนตัวของเขา “หึหึ” มาร์คัสหัวเราะกับท่าทางเหมือนไม่เต็มใจของเธอก่อนจะพลิกขึ้นมาคร่อมเหลือร่างพลอยนิชา ปากประกบจูบลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเปิดปากรอรับลิ้นแลกจูบอย่างดูดดื่ม จูบรุนแรงอย่างกระหาย ในขณะที่มือเริ่มปลดเปลื้องชุดสีแดงเพลิงออกจากร่างกายอวบอิ่มของเธอด้วยความชำนาญ “เหมือนมันใหญ่ขึ้นนะพลอย” “ใหญ่ขึ้นแล้วชอบไหมคะ” พลอยนิชาถามอย่างยั่วยวน ในเมื่อเธออุตส่าห์เจ็บตัวไปแล้วก็อยากจะได้ยินคำชมจากเขา “อื้อ” ชายหนุ่มกอบกุมเต้าอวบที่มันใหญ่จนล้นละลัก คลึงเคล้นราวกับว่ามันเป็นของเล่นชิ้นโปรด ปลายนิ้วโป้งบดบี้ยอดถันอย่างสนุกมือ แล้วงับยอดที่แข็งเป็นไตเข้าปากร้อนดูดกลืนอย่างหิวกระหาย พลอยนิชาครางเบาๆ รู้สึกเสียวซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย “อื้อ คุณมาร์คัส” เสียงหวานคราง ทรมานกับความเสียวซ่าน สองมือจิกไปบนผ้าปูเมื่อเขาดูดดื่มเต้าอวบอย่างตะกละตะกลาม มือใหญ่เลื่อนต่ำลงมายังใจกลางกายสาวส่งปลายนิ้ว เข้าไปยังกลีบสาวถูไถไปมาจนเธอดิ้นพล่าน “คุณมาร์คัส อื้อ” เธอครางเสียงสั่นยกสะโพกขึ้นสูงเหนือพื้นที่นอนเพื่อให้ช่องสวาทได้รับการปรนเปรอจากปลายนิ้วที่ขยับเข้าใส่ เสียงหวานกรีดร้องเมื่อเขาส่งเธอไปยังจุดสูงสุดของอารมณ์ เขาถอดปลายนิ้วออกก่อนแล้วล้มตัวลงนอนหงายบน ส่งนิ้วที่เปียกชุ่มเธอดูดเลีย พลอยนิชาเข้าใจโดยไม่ต้องบอกว่าหลังจากดูดเลียปลายนิ้วที่เต็มไปด้วยกลิ่นกายของตนเองแล้วจะต้องทำยังไงต่อเพื่อให้เขาพอใจ มือเล็กบรรจงปลดผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวของเขาออก หญิงสาวมองใบหน้าเขาสลับกับความใหญ่โตแล้วส่งยิ้มยั่วยวน ก่อนจะใช้มือเล็กเอื้อมมากอบกุมท่อนเอ็นร้อนที่ขยายใหญ่กว่าของทุกคนที่เธอเคยเห็น เธอรูดรั้งท่อนเหล็กร้อนขึ้นลงเป็นจังหวะก้มกดริมฝีปากสีแดงสดลงบนส่วนปลายของแก่นกายที่เป็นรอยบุ๋ม แล้วปลายลิ้นเล็กตวัดไปมารอบรอยหยักอย่างชำนาญ “อื้อ ดีมากพลอย” เสียงครางแหบต่ำออกจากปากหยักได้รูปของมาคาร์คัส เขาเสียวซ่านและร้อนผ่าวไปทั้งตัว พลอยนิชาปรนเปรอเข้าด้วยปากอย่างเต็มที่ ชายหนุ่มดันข้อศอกกับพื้นที่นอนนุ่มผงกศีรษะดูเรียวปากที่กลืนกินมันน่ามองและกระตุ้นอารมณ์จนเขาแทบทนไม่ไหว ฝ่ามือใหญ่กดศีรษะให้แนบชิดสะโพกสอบขยับเข้าหาอุ้งปาก “อือ พลอย อีกนิด อื้อ อ้าห์..” น้ำขาวขุ่นพุ่งแรงเข้าไปลำคอขนพลอยนิชาจนหญิงสาวแทบสำลัก แต่เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด มาร์คัสพลิกให้ตนเองมาคร่อมเธอเอาไว้อีกครั้ง สวมถุงยางอย่างรวดเร็ว มือใหญ่แยกขาออกกว้างแล้วขาทั้งสองข้างของเธอพาดลงบนบ่า จากนั้นสอดความแข็งร้อนเข้าไปในโพรงลึกทีเดียวจนสุดลำ “อ๊ะ คุณมาร์คัส” พลอยนิชาร้องเสียงหลง ตัวสั่นคลอนจากแรงกระแทกที่เข้ามาทีเดียวอยากไม่ทันตั้งตัว มาร์คัสเร่งเครื่องขยับเข้าออกอยากรุนแรง ไม่สนใจว่าเธอ จะรู้สึกเจ็บหรือไม่เพราะอารมณ์ของเขากำลังพุ่งสูงขึ้น ชั่วขณะหนึ่งชายหนุ่มมองเห็นหน้าของพลอยนิชาเป็นหน้าของหญิงสาวที่คุยด้วยเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เขาชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็กระแทกกระทั้นเข้าลึกอย่างรุนแรง สาดอารมณ์ลงไปอย่างเต็มที่ พลอยนิชาครวญครางออกมาฟังไม่เป็นศัพท์ ความเจ็บเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน มันมากล้นจนเธอแทบรับไม่ไหวหน้าอกอวบกระเพื่อมไปตามแรงกระแทก “คุณมาร์คัสขา พลอยเสียวไปหมดแล้ว อื้อ” เสียงครวญสั่นของหญิงสาวที่เขาได้ยิน ทำให้เขาออกแรงมากขึ้น แรงขึ้นและเร็วขึ้น สองมือบีบเคล้นเต้าอวบอย่างไม่ปรานี “ตอดแรงอีกนิด พลอย แบบนั้นแรงอีก อื้อ” เสียงชายหนุ่มครางอย่างพอใจ “คุณมาร์คัสขา เสียว พลอยเสียวมาก แรงๆ เลยนะคะ” เขาตอกอัดความแข็งร้อนลงไปอีกไม่กี่ครั้งพลอยนิชาก็กรีดร้องอย่างสุขสม มาร์คัสถอนตัวตนออกจากนั้นพลิกให้เธออยู่ในท่าคลานเข่าก่อนจะสอดตัวตนเข้าไปทางด้านหลัง กระแทกเข้าลึกจนสุดโคนแล้วถอนออกเกือบสุด ทำแบบนั้นสลับกับจังหวะรัวเร็ว ผ่านไปอีกเกือบสิบนาทีร่างกายของเขาก็ร้อนราวกับไฟ เลือดในกายมารวมกันที่ส่วนปลาย มันปวดหนึบจนแทบคลั่ง เมื่อตอกอัดเข้าไปอย่างรุนแรงอีกไม่กี่ครั้ง เสียงแหบพร่าก็ครางอย่างสุขสม ชายหนุ่มเพิ่งปลดปล่อยไปได้แต่เพียงครั้งเดียวก็รู้สึกไม่อยากทำต่อ เพราะรู้สึกหมดสนุกเมื่อนึกไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องสาว อีกทั้งใบหน้าหวานของมิรันดายังคอยตามมากวนใจอยู่ตลอด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินให้กับพลอยนิชาเป็นจำนวนที่คนรับเห็นแล้วยิ้มหายเหนื่อยราวกับปลิดทิ้ง “คุณจะกลับเลยเหรอคะ พลอยนึกว่าเราจะอยู่ด้วยกันทั้งคืน พลอยไม่ได้เจอคุณนานเลยนะคะคิดถึงคุณมาก” “เอาไว้ฉันจะนัดใหม่นะ” “แน่นะคะ แล้วคุณจะกลับอิตาลีตอนไหน” “คงอยู่เมืองไทยอีกนาน” “ถ้าคุณว่างโทรหาพลอยนะคะ ช่วงที่คุณอยู่เมืองไทย พลอยจะไม่รับงานอื่นเลย” “อือ” มาร์คัสตอบสั้นๆ ก่อนจะเข้าไปอาบน้ำและแต่งตัวในชุดเดิมแล้วเดินออกจากห้องลงไปยังชั้นสองที่ผู้ช่วยของเขารออยู่