INTRO!(สำคัญ) "ทำความเข้าใจก่อนอ่าน" S1อาหมอ S2.1 บำบัดรักแฟนเพื่อน (OLD.) ควรอ่านตามนี้เพื่อไม่ให้งง มี2แบบ ดังนี้. เริ่มอ่าน s1อาหมอ ต่อด้วย s2.1 บำบัดรักแฟนเพื่อน (ตอนจบแบบเก่า) เริ่มอ่าน s1อาหมอ ต่อด้วย s2.2 คุณหมอสองรัก (ตอนจบแบบใหม่) ปล.ใครยังไม่เคยอ่านเรื่องแรก สามารถเริ่มอ่านเรื่องใหม่ 'บำบัดรักแฟนเพื่อน' ได้เลยนะครับ เดี๋ยวไรท์จะลำดับเหตุการณ์คร่าวๆ ของS1ไว้ให้ เผื่อใครอยากเริ่มอ่านที่เรื่องนี้เลย S1.ญะญ๋าและหมอปืนทั้งคู่เป็นอาหลาน (เพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของพ่อ) ญ๋ามาอาศัยอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของหมอปืนและทำงานที่เดียวกันจึงเกิดความรักขึ้น ญะญ๋าป่วยเป็นแพนิคและซึมเศร้า มีเรื่องฝังใจมากมาย เช่น ความเครียดในวัยเด็ก เธอมีเพื่อนคนเดียวคือแสนดีเพราะหลายคนไม่ชอบที่เธออ่อนแอและความกดดันจากการเรียนแพทย์ (ญ๋าเรียนไม่เก่ง หัวไม่ดีแต่ก็พยายามถึงที่สุดเพื่อจะเป็นหมอ) บุกคลิกของเธอที่เป็นสาวหวานน่ารักไร้เดียงสา ท่าทางของเธอไม่ถูกใจเพื่อนร่วมงานจนถูกเอาไปนินทาในกลุ่มลับว่าเธอเป็นพวกแอ๊บใส ซึ่งต่อหน้าทุกคนทำเป็นพูดดีด้วยแต่ลับหลังพูดถึงเธอเสียๆ หายๆ ถึงอาการป่วยที่เธอเป็น (ว่าเป็นโรคอ่อยผู้ชายยอดฮิต) แต่เธอกลับมองว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่น่ารักกลุ่มหนึ่งซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เหตุการณ์ฝั่งใจที่ทำให้อาการเธอแย่ขั้นสุด คือเธอไม่สามารถรักษาคนไข้ต่อได้เพราะอาการแพนิคกำเริบจนทำคนไข้เสียชีวิตคาเตียงผ่าตัด เรื่องที่ต้องปิดบังพ่อแม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับๆ ของเธอกับหมอปืน และเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้คนอ่อนแออย่างญะญ๋าตัดสินใจฆ่าตัวตาย (ในตอนจบของเรื่อง s1อาหมอ) จนเป็นที่มาให้หมอปืนคนรักของเธอเสียสติ ตอนจบเก่า OLD! [แสนดีตั้งใจที่จะเรียนจิตแพทย์เพื่อญะญ๋า แต่กลับต้องมารักษาอาการป่วยจิตให้กับหมอปืนแฟนของเธอแทน] ...ฉันจะรักษาหมอปืนให้หาย แกไม่ต้องเป็นห่วงนะญะญ๋า... ไปเริ่มกันเลย!! • ACTION • วันนี้เป็นวันที่ฉันต้องมาพบกับคนไข้จิตเวชคนพิเศษ หลังจากที่เราไม่ได้เจอกันนานสามปี เพราะหลังจากที่พวกเราสูญเสียญะญ๋าไปทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง และกว่าที่จะตั้งหลักกับความเป็นจริงที่ไม่มีญ๋าได้ฉันก็ใช้เวลาไปเป็นปี แต่ยังมีอยู่คนนึงที่ติดอยู่กับเหตุการณ์ในอดีตไม่ยอมไปไหน และหากว่าเขายังเป็นแบบนี้อยู่อีกไม่นานก็คงเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เพราะการที่เขาอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์หรูนี้ลำพังและไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ไม่นานความโดดเดี่ยวจะฆ่าเขาในที่สุด หลังจากที่แสนดีปฏิเสธการรักษาหมอปืนอยู่หลายครั้ง เพราะกลัวว่าการที่ได้เจอหมอปืน มันจะทำให้พากันเศร้าทั้งคนไข้แล้วก็หมอ แต่สุดท้ายเธอก็รับรักษาคนไข้คนนี้เหตุผลก็เพราะเพื่อนรักของเธอ ติ๊งต่อง! พอได้ยินเสียงคนกดกริ่งเจ้าบ้านก็เดินมาเปิดประตูทันที แล้วก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่าแสนดีมาที่นี่ “อ้าวแสนดี ไม่เจอกันนานเลย มาหาญะญ๋าเหรอ...” คำพูดนั้นของหมอปืนทำให้เธอจุก จนแน่นิ่งไปสักพัก “ค่ะหมอ” นี่แหละสิ่งที่ฉันกลัว การที่หมอปืนยังพร่ำเพ้อพูดถึงญ๋าอยู่แบบนี้ “เข้ามาก่อนสิ ญ๋ายังหลับอยู่เลย” หลับอยู่เหรอ “...หมอปืนสบายดีใช่ไหมคะ” แสนดีมองดูสภาพผมยาวเฟื้อยหนวดไม่ได้โกน ร่างกายซูบผอมของคนไข้ของเธอแล้วก็รู้สึกเวทนา “ก็สบายดีนะ แต่ญ๋านี่สิเอาแต่นอนอย่างเดียวขี้เกียจตัวเป็นขนเลย ฮ่าๆ” หมอปืนหัวเราะออกมาทั้งที่สีหน้าของตัวเองนั้นดูเศร้ามากและมันก็ยิ่งทำให้คนที่เห็นรู้สึกหดหู่จนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “นั่งก่อนสิแสนดี” “ค่ะหมอ” เธอนั่งลงที่โซฟาห้องรับแขกและมองไปรอบๆ บ้านก็เห็นว่าที่นี่ดูสะอาดตาดีเหมือนว่าหมอปืนจะเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านเป็นปกติ แต่ที่ดูรกหูรกตาที่สุดก็หน้าจะเป็นเจ้าของบ้านนี่แหละ ตอนนี้หมอปืนผมยาวกว่าเธอซะอีกแถมหนวดเคราก็ยาวรกรุงรังปิดหน้าไปหมด พอเห็นสภาพคนไข้แล้วเธอก็รู้สึกท้อใจเพราะเขาดูแย่กว่าที่เธอคิดไว้ หมอปืนเดินเข้าไปเอาน้ำในครัวมาวางไว้ให้แสนดี ก่อนจะถามถึงธุระของเธอ “มีธุระอะไรกับญ๋าเหรอ?” “แค่คิดถึงญ๋าเฉยๆ น่ะค่ะ ก็เลยแวะมาหา” เธอรู้ว่าถ้าบอกคนไข้ไปตามตรงว่าเธอจะมารักษาเขา เธอคงจะโดนเขาไล่ออกจากบ้านแน่ “ช่วงนี้ญ๋าเอาแต่นอน ข้าวปลาก็ไม่ยอมลุกมากิน..ถ้าอยากเจอก็ลองเข้าไปเรียกดูสิเผื่อว่าญ๋าจะตื่น” ผู้ป่วยคิดไปว่าถ้าแฟนของตนเห็นว่าเพื่อนมาหาเธออาจจะดีใจ “ไปเรียกเหรอคะ” “ใช่ ในห้องนั้น เดินเข้าไปได้เลย” “ค่ะ” ถึงจะรู้ว่าภายในห้องนั้นไม่มีใคร แต่ฉันก็ต้องลุกไปดูญ๋าตามที่คนไข้ของฉันบอก เพราะการได้รู้ความเป็นอยู่ของเขามันน่าจะมีอะไรที่ฉันสามารถเก็บข้อมูลไว้ไปทำการรักษาเขาได้ พอเปิดเข้ามาในห้องนี้ก็ดูสะอาดตาเหมือนกับภายนอก พอมองไปที่เตียงฉันก็เห็นญ๋าของคนไข้ฉันจริงๆ หมอนข้างที่สวมชุดนอนสีฟ้าอ่อนมีโบผูกผมมัดไว้ที่จุกหมอนข้าง ภาพที่เห็นทำให้แสนดีกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะเธอเองก็ยังจดจำญะญ๋าได้ดีไม่เคยลืม “ฮึกๆ ญ๋า” เธอฟุบหน้าร้องไห้กับหมอนข้างตัวแทนของญ๋าที่นอนหลับไหลอยู่บนเตียง เพราะภาพจำทั้งหมดมันยากเกินจะทนเจ็บ เมื่อได้นึกถึง “ตั้งสติหน่อยสิแสนดี แกมารักษาหมอปืนนะ” เธอพูดเตือนตัวเองที่กำลังร้องไห้ฟูมฟาย “ญ๋าตื่นหรือเปล่าแสนดี?” “เอ่อ..ญ๋าบอกว่าอยากนอนต่ออีกหน่อยน่ะค่ะ” แสนดีรีบยกมือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาออก เพื่อไม่ให้หมอปืนเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้อยู่ “เราออกไปข้างนอกกันดีกว่านะคะ” จิตแพทย์อย่างแสนดีเริ่มคิดหาวิธีที่จะทำการรักษา และเขาควรจะได้รับยาเพื่อปรับสารเคมีในสมองที่เป็นผลต่อโรคให้มีความสมดุล ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะให้คนไข้จิตเวชทานยาตามที่หมอสั่ง “หมอปืนอยู่แต่บ้านไม่ออกไปไหนเลยเหรอคะ?” “ใช่..หมอไม่ได้ออกไปไหนหรอกอยู่บ้านเป็นเพื่อนญ๋าน่ะ จะมีก็แต่ไอเซฟกับแสนรักที่มาหาบ้าง” “อ๋อจริงสิ หนูมีของฝากมาให้หมอปืนด้วยน่ะค่ะ” ฉันหยิบกระปุกยาวิตามินอาหารเสริมที่ด้านในถูกสลับเปลี่ยนเป็นยาที่หมอปืนควรจะได้รับเพื่อการรักษา “วิตามินอาหารเสริมค่ะ ยี่ห้อนี้กินดีมากเลยนะคะ” ฉันวางกระปุกยาไว้ที่โต๊ะตรงโซฟาก่อนจะหาเรื่องชวนหมอปืนกินข้าว “หมอปืนทานข้าวหรือยังคะ” “กินหรือยังเหรอ?” เขาพยายามนึกว่าตนเองทานข้าวไปหรือยัง แต่ก็นึกไม่ออก มือที่สั่นไม่หยุดเพราะอดข้าวตอบกลับอีกคนได้เป็นอย่างดี “เราทานข้าวกันดีไหมคะ หนูยังไม่ได้กินอะไรมาเลย” “ได้สิ เดี๋ยวหมอทำอะไรให้กินนะ” เขาพูดจบก็ลุกเดินเข้าครัวไป แต่เมื่อเปิดดูของในตู้เย็นและตู้เก็บของในครัวก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเหลืออยู่ จะมีก็แค่มาม่าคัพเท่านั้น “อ้าว ลืมไปว่าในตู้เย็นไม่มีของเลย...ทำไงดีล่ะ” “ไม่มีของเหรอคะ?” “ใช่ หมอไม่ได้ออกไปซื้อของมาตุนไว้เลยน่ะ” “งั้นเราออกไปซุปเปอร์ใกล้ๆ ซื้อของกันก่อนดีไหมคะ” ฉันหลอกล่อหมอปืนให้ออกไปเจอโลกภายนอกบ้าง เผื่อว่าการที่เขาได้เห็นอะไรแปลกหูแปลกตา จะช่วยกระตุ้นให้เขาตื่นตัวพร้อมรับกับการรักษาของฉัน “ไม่ได้หรอก หมอทิ้งญ๋าไว้บ้านคนเดียวไม่ได้ เธอเป็นซึมเศร้าอยู่แสนดีลืมเหรอ” การทิ้งผู้ป่วยไว้คนเดียวเป็นเรื่องที่อันตราย ผมทำแบบนั้นไม่ได้ “แต่เมื่อกี้ญ๋าก็บ่นว่าหิวเหมือนกันนะคะ เห็นบอกว่าอยากจะกินตีนไก่เผ็ดด้วย สงสัยเธอคงต้องอดกินแล้วล่ะ” เธอยกญะญ๋าขึ้นมาอ้างเพื่อหลอกล่อหมอปืน “เอ่อ...” หมอปืนทำท่าทางคิดหนัก “เราไปซื้อของกันแล้วให้ญ๋านอนรออยู่ที่บ้าน พอทำเสร็จค่อยไปเรียกญ๋ามากินข้าวด้วยกันดีไหมคะ” “แต่ว่ารถหมอ...” “หนูเอารถมาค่ะ ไปรถหนูก็ได้” “งั้น..หมอขอไปบอกญ๋าก่อนนะว่าจะออกไปข้างนอก เดี๋ยวตื่นมาแล้วหาหมอไม่เจอเดี๋ยวจะงอแงอีก” “ได้ค่ะ..ฝากถามญ๋าด้วยนะคะว่าอยากกินอะไรเพิ่มไหม” การที่จะเป็นจิตแพทย์ได้ฉันก็ต้องเข้าใจคนไข้ที่ตัวเองรักษาโดยการเอาตัวเข้าไปอยู่ใกล้เขา แบ่งปันเรื่องเล่าความทุกข์จากเขาและบางทีฉันก็ยังต้องทำตัวบ้าเหมือนเขาอีกด้วย เคสหมอปืนก็ยังถือว่าดีกว่าคนไข้ของฉันก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตัวเองเป็นนางทาสในสมัยรัชกาลที่5 ซึ่งฉันก็แปลงร่างเป็นคุณหญิงเพื่อช่วยบำบัดคนไข้มาแล้ว เรื่องตามน้ำคนไข้จิตแพทย์แบบฉันถนัดเรื่องนั้นที่สุด ฉันสัญญานะญ๋า ว่าจะรักษาคนรักของแกให้หายกลับมาเป็นปกติให้ได้... -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
ซุปเปอร์มาร์เก็ต... เธอขับรถมาไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึงซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้บ้านของหมอปืน พอลงจากรถจิตแพทย์สาวก็เดินนำคนป่วยเข้าไปด้านใน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะไม่เห็นว่าหมอปืนเดินตามมา ฉันหันกลับไปมองก็เห็นว่าเขานั้นยืนมองไปรอบๆ ตัวด้วยสีหน้าที่มึนงง ราวกับว่าที่นี่ดูแปลกตาไปมากสำหรับเขา ไม่ออกจากบ้านตั้งสามปีก็แปลกอยู่หรอก... “หมอปืนคะ เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ” เธอเดินกลับมาตามหมอปืนที่รถ “หมอไม่ออกมาแค่ไม่กี่เดือนเอง ทำไมเปลี่ยนไปขนาดนี้ล่ะ” เวลาของคนปกติกับเวลาของคนไข้จิตเวชต่างกัน สองสามเดือนของผู้ป่วยจิตเวชคือสองสามปีของคนปกติหรืออาจจะต่างออกไปกว่านั้นแล้วแต่เคสผู้ป่วย “เขาเร่งก่อสร้างให้ทันน้ำท่วมใหญ่กรุงเทพไงคะ วันก่อนหนูขับรถผ่านแถวนี้ก็ยังแปลกใจอยู่เลยที่เห็นว่าแถวนี้เปลี่ยนไปมาก..เกือบหลงทางเลยนะคะ ฮ่าๆ” แสนดีขำตัวเองที่พูดโกหกแบบนั้นออกไป “นั่นสิ ฮ่าๆ ถ้าหมอออกมาคนเดียวหลงทางแน่ๆ” “เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ...” ดูเหมือนว่าเขาจะยังกล้าๆ กลัวๆ อยู่ เธอจึงตัดสินใจจับมือหมอปืนไว้เพื่อให้เขารู้สึกว่าเธอจะไม่หนีหายไปไหนเมื่อเขาหวาดกลัวหรือเจอกับอันตราย ภายในซุปเปอร์มาเก็ต... เราเข้ามาเดินเลือกซื้อของในโซนอาหารสดเพื่อไปทำอาหารกิน และหมอปืนก็เลือกวัตถุดิบทำอาหารอย่างสนุกราวกับว่าการทำอาหารเป็นกิจกรรมโปรดของเขา และฉันก็ตั้งใจว่าจะซื้อทุกอย่างไปตุนไว้ที่บ้านของหมอปืน ทั้งของกินและของใช้เพราะเขาคงไม่ได้ออกจากบ้านบ่อยๆ “เราซื้อของใช้ไปด้วยดีไหมคะ หมอจะได้ไม่ต้องออกมาซื้ออีก” “นั่นสิ ของใช้ก็หมดแล้วนี่นา” เขายืนเลือกของใช้จำเป็นที่เคยซื้อใช้อยู่ประจำ แล้วก็เห็นว่ามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ แปลกตาวางขายอยู่เต็มไปหมด ส่วนแสนดีนั้นก็พยายามเก็บข้อมูลของคนไข้ และคอยมองดูเขาอยู่ไม่ห่าง ภาพลักษณ์ของเขาเวลานี้ทำให้คนที่เดินผ่านทั้งคู่ไปมาเหลียวหลังมองตามกันทุกคน ผมยาวลุงลังแม้จะแต่งตัวดีใส่เสื้อผ้าสะอาดตา แต่คนที่เห็นก็รับรู้ได้ถึงความไม่ปกติของเขา “เดี๋ยวหนูไปหยิบตีนไก่ก่อนนะคะ..” แสนดีปล่อยมือจากแขนของหมอปืนและเดินตรงไปที่ตีนไก่ เมนูที่เธอจะทำทานในวันนี้กับคนไข้ของเธอ “ถุงเดียวพอแล้วมั้ง กินกันแค่สองคน” เธอเผลอละสายตาจากผู้ป่วยของเธอ และเมื่อหันมาก็ไม่เห็นว่าเขายืนอยู่ที่เดิม แต่เมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เจอ “หมอ...” แสนดีหันไปเห็นหมอปืนกำลังจ้องมองไปที่บางอย่างตาเขม็ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นราวกับว่าเขาโมโหสิ่งที่เขาจ้องมองอยู่ พอเธอมองตามไปก็เห็นว่าสิ่งที่ทำให้หมอปืนมีอารมณ์โกรธ คือนางพยาบาลที่เดินเลือกซื้อของอยู่ใกล้ๆ เขามีความแค้นฝังใจกับพยาบาลที่เป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุที่ทำให้ญ๋าจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับคืน และเคยถึงขั้นทำร้ายร่างกายพยาบาลที่เข้าใกล้หรือพบเห็นมาแล้ว “หมอปืน ไม่นะ!” แสนดีรีบวิ่งไปห้ามคนไข้ของเธอเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะพุ่งเข้าไปทำร้ายพยาบาลสาว “ไม่นะคะ” เธอวิ่งเข้ามาห้ามเขาไว้ได้ทัน และการกระทำของแสนดีก็ทำให้เขาหันกลับมาโฟกัสเพียงแค่เธอ “...” “อย่าทำร้ายเธอนะคะ” “ญ๋าเดินไปไหนมาครับ อามองหาทั่วเลย” หมอปืนพูดออกมาท่าทางโล่งใจ เมื่อเห็นว่าสาวในจินตนาการของเขามาโผล่อยู่ตรงหน้า ซึ่งวินาทีเมื่อครู่นี้ภาพในหัวของเขามันเกิดความผิดพลาดขึ้น และเห็นว่าแสนดีเป็นแฟนสาวของตนนั่นคือ ‘ญะญ๋า’ “ญ๋าเหรอคะ?” เขามองไปที่มือของแสนดีแล้วก็เห็นว่าเธอกำลังถือถุงตีนไก่อยู่ “อ๋อ ไปหยิบตีนไก่มานี่เอง” (เอาว่ะ ญ๋าก็ญ๋า) “ค่ะอา” เธอยอมเป็นญะญ๋าให้คนไข้ของเธอ เพราะคิดว่าวิธีนี้น่าจะเป็นประโยชน์และง่ายต่อการรักษาคนไข้ของเธอมากที่สุด -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
“เดี๋ยวนะ..” เขาหยุดนิ่งไปและมองเธอด้วยสีหน้าแปลกๆ ราวกับไม่ถูกใจบางอย่าง “ไปแอบตัดผมมาเหรอ?” “คะ?” ฉันตัดผมสั้นมาเกือบสิบปีได้แล้วนะ เออจริงสิ เขาคิดว่าฉันเป็นญะญ๋านี่นา “มันร้อนน่ะค่ะก็เลยตัดสั้น” “เหรอ อาว่าผมยาวน่ารักกว่านะ” เขาทำสีหน้าไม่ชอบใจทรงผมของเธอ แต่เพราะรักจึงมองข้ามทุกอย่าง “ไม่เป็นไรครับ แบบนี้ก็น่ารักแปลกๆ” “น่ารักแปลกๆ เหรอคะ?” คำชมที่ฟังแล้วไม่เหมือนคำชมนั่นอะไร “ญ๋าลองโทรหาแสนดีซิ๊ ว่าเพื่อนจะกินอะไร” เขายังจำเหตุการณ์ที่แสนดีมาหาที่บ้านได้ แต่จำไม่ได้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือแสนดี “ค่ะ” เธอแสร้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรทิพย์ “ฮาโหลแสนดี อยากกินอะไรอย่างอื่นเพิ่มหรือเปล่าฉันจะได้ซื้อเข้าไป...อ๋อไม่เหรอ โอเคๆ” “เอาแค่นี้เหรอครับ?” “ค่ะหมอ เอ่อ..ค่ะอา” เธอรีบเปลี่ยนคำพูดที่ใช้เรียกเขาเมื่อรู้ตัวว่าไม่ควรเรียกแบบเดิม “ค่ะหมอเหรอ? เดี๋ยวคืนนี้ก็โดนฉีดยาหรอก” หมอปืนทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ใส่สาวสวยผมสั้นที่ตนคิดว่าเป็นแฟนสาว แต่หน้าตาของเขากลับน่ากลัวสำหรับอีกคนจนทำเธอขนหัวลุกเมื่อได้มอง “ไปเถอะครับ ไปคิดตังกันเดี๋ยวแสนดีจะรอนาน” เขาเดินจูงมือสาวสวยไปที่เคาน์เตอร์คิดตัง เพราะในเวลานี้รถเข็นไม่มีที่จะใส่ของแล้ว และเขาก็ยังกลัวว่าแสนดีจะรอนาน ทั้งที่จริงเขาอยู่กับเธอในเวลานี้ เพนท์เฮ้าส์หมอปืน... “เดี๋ยวหนูจัดการแยกของใช้เข้าตู้เองค่ะ อาไปเตรียมอาหารเถอะ” เธออาสาทำหน้าที่ที่เขากำลังจะทำ และให้เขาไปทำในสิ่งที่เขาชอบทำแทนเพื่อให้เขาได้ทำอะไรที่มีความสุข เพราะนั่นเป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง “ญ๋าของอาเป็นเด็กดีจัง^^” เขามองเธอแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจ รอยยิ้มที่ไม่ได้ปรากฏบนใบหน้าของเขาเป็นเวลานานหลายปี “ว่าแต่แสนดีหายไปไหนแล้วล่ะเนี่ย?” เขามองหาเพื่อนสนิทของแฟนสาวรอบบ้าน แต่ก็ไม่เห็นว่าเธออยู่ที่นี่แล้ว นั่นสิ บอกว่าอะไรดีนะ... “เอ่อ แสนดีไลน์มาบอกว่าติดธุระต้องรีบกลับบ้านด่วนน่ะค่ะ ก็เลยขอกลับก่อนไม่ได้อยู่ทานข้าวด้วย” “อ้าวเสียดายจัง” “ไว้วันหลังค่อยชวนแสนดีมาทานข้าวที่บ้านก็ได้ค่ะ” คำพูดเมื่อครู่ที่ฉันเพิ่งพูดบอกหมอปืนไป มันทำให้ฉันคิดว่า เวลานี้แสนดีคนนั้นกลับบ้านไปแล้ว แล้วฉันที่เป็นแสนดีตัวจริงล่ะจะกลับบ้านยังไง... ฟอด~ “เหี้ย!” เธอถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อจู่ๆ หมอปืนก็เข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลังและขโมยหอมแก้มเธอในจังหวะที่เธอกำลังคิดหาวิธีเอาตัวลอด “อะไรนะ?” “เอ่อ..อาทำอะไรคะหนูตกใจหมดเลย” “ก็หอมแก้มไง ทำไมล่ะอาหอมแก้มไม่ได้เหรอ?” เขาทำหน้าหงอยเมื่อได้ยินเธอตะหวาดเสียงใส่และทำท่าทางรังเกียจเขาแบบนั้น “คือ คือว่า..” “...อาขอโทษครับ” เขาเอ่ยคำขอโทษทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายน้อยใจ “คือญ๋าไม่ชินกับทรงผมของอาน่ะค่ะ ญ๋าไม่ชอบหนวดอาเหมือนที่อาไม่อยากให้ญ๋าไว้ผมสั้น” ขอโทษนะหมอปืน เห็นหน้าหมอแล้วฉันก็อดตกใจไม่ได้จริงๆ แถมยังทำแบบเมื่อกี้อีกฉันไม่ตบเอาก็บุญแล้ว “อ๋อ เพราะหนวดอาเหรอ?” เขาเอามือจับหนวดของตัวเองต้นเหตุที่ทำให้เธอหวาดกลัว “งั้น..อาจะโกนทิ้งให้นะ แต่คงต้องเป็นวันหลังเพราะอาไม่ได้ซื้อที่โกนหนวดมา” “ได้ค่ะ วันหลังก็ได้” แสนดียิ้มให้กับหมอปืนเพื่อให้สถานะการณ์ตอนนั้นผ่านไป “จัดของเสร็จแล้วญ๋าเข้าไปอาบน้ำสิ จะได้เตรียมตัวมากินข้าวเย็น” “อาบน้ำ?” จริงด้วย ญ๋าอยู่กับหมอปืนที่นี่ งั้นฉันต้องอยู่ที่นี่เหรอเนี่ย... “ครับ ไปอาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวที่เหลืออาจัดการต่อเอง” ภายในห้องนอนหมอปืน... ฉันเดินเข้ามาในห้องอย่างไม่มีทางเลือก แล้วก็ไม่รู้ว่าจะมีทางออกสำหรับฉันอีกไหมในเวลานี้ “เอาไงดีเนี่ยแสนดี แกจะอยู่นี่เหรอ?” เธอเอ่ยถามกับตัวเองอย่างสับสนถึงทางออกที่ว่า และพยายามนึกหาทางออกอื่นที่จะทำให้เธอได้กลับบ้าน เพราะหมอปืนไม่ยอมปล่อยเธอกลับบ้านแน่หากเขายังคิดว่าเธอคือญะญ๋า “เอาว่ะทางสุดท้ายแล้ว บ้าแม่งไปเลยแล้วกัน” บาร์ครัวด้านนอก... “หมอคะ” แสนดีเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมกับหมอนข้างตัวแทนญะญ๋า “พอดีว่าหนูเข้าไปหลับรอในห้องน่ะค่ะ แล้วญะญ๋าก็เพิ่งเดินเข้าไปปลุก” แสนดีทำเนียนไปว่าเธอนั้นเดินออกมาจากห้องนอนพร้อมญะญ๋า เพื่อหลอกให้เขาคิดว่าญ๋าตัวจริงคือหมอนข้างที่เธออุ้มออกมาด้วย แล้วเธอก็คือแสนดีคนเดิม “...พูดอะไรของญ๋า แล้วเอาชุดไปใส่หมอนข้างทำไมครับ?” เ ว ร แ ล้ ว กู . . . “อาบอกให้เข้าไปอาบน้ำไงครับ จะได้มาทานข้าวเย็นพร้อมกัน” “ญ๋า” แสนดีพูดทวนคำของหมอปืน และชี้นิ้วไปที่หมอนข้างเพื่อบอกว่านั่นคือญ๋า แต่ทว่าหมอปืนกลับหัวเราะเธอ แสนดีจึงใช้นิ้วชี้มาที่ตัวเองเพื่อถามเขาให้แน่ใจอีกครั้ง “ครับ ไปอาบน้ำได้แล้ว” “ค่ะ” แสนดีลากหมอนข้างเดินเข้าห้องคอตก เพราะไม่รู้จะใช้วิธีไหนเพื่อหนีเอาตัวลอด “ญ๋ากลายเป็นคนตลกตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย^^” หมอปืนยืนหัวเราะชอบใจกับท่าทางของสาวสวยที่ดูแปลกๆ ไป แต่พอเห็นแล้วก็ชวนให้หัวเราะออกมาได้ ภายในห้องนอนหมอปืน... “เอาไงดีญ๋า ฉันนอนที่นี่ไม่ได้นะ” แสนดีเขย่าหมอนข้างและพูดบอกญะญ๋าเพื่อนรักของเธอด้วยความหนักใจ ฟุบ! จิตแพทย์สาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความสิ้นหวังเพราะในเวลานั้นไร้ซึ่งทางออกที่เธอจะกลับไปเป็นแสนดีเช่นเดิม... -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]