พ่อจำเป็น daddy
บทที่ 1 Part : ลูกสาวตัวแสบ

• ACTION • หลังจากที่พ่อและแม่ใหม่ของผมเสียชีวิตได้ไม่นานผมก็ต้องหยุดความฝันทุกอย่างของตัวเองไว้เพื่อขึ้นรับตำแหน่งแทนพ่อและทำงานหาเลี้ยงน้องๆ ผมกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวในวัยเพียงแค่ยี่สิบเอ็ดปี  แถมยังต้องเลี้ยงน้องวัยสิบเก้าและน้องสาวต่างแม่วัยสี่ขวบอีกด้วย ผมล้มลุกคลุกคลานอยู่นานเจอปัญหามากมายที่เด็กเพียงอายุยี่สิบกว่าอย่างผมเกินจะรับไหว แต่ผมก็ทิ้งทุกอย่างไปไม่ได้  และทุกครั้งที่ผมเจอกับปัญหามันก็ทำให้ผมโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผมพาบริษัทไวน์ของพ่อขึ้นสู่บริษัทส่งออกไวน์อันดับหนึ่งในไทย ซึ่งมันก็ใช้เวลาอยู่หลายปีเช่นกัน  จนตอนนี้ก็ผ่านมาสิบสองปีได้แล้วที่ผมขึ้นรับตำแหน่งประธานบริษัท ตอนนี้การทำงานของผมอยู่ตัวมากขึ้นไม่ต้องเหนื่อยเหมือนแต่ก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ผมหนักใจมากขึ้นทุกวันและไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงก็คือเรื่องมายูนี่แหละ ที่ตอนนี้ผมกับไอซีนายกลายเป็นพ่อจำเป็นให้เธอไปแล้ว “แด๊ดดี้~”  เสียงห้าวของเด็กผู้หญิงวิ่งตะโกนรอบบ้านซึ่งทำผมกับเฮียโซ่ปวดหัวทุกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของเธอ “อยู่นี่!” ผมตะโกนขานรับเสียงเรียกหาของเด็กสาวที่ดังมาจากชั้นสองของบ้าน ฉันชะโงกหน้าไปมองตามเสียงที่ดังมาจากห้องโถงใหญ่กลางบ้านซึ่งพอมองลงไปก็เห็นว่าพวกแด๊ดนั่งอยู่ที่โซฟาห้องรับแขกใหญ่กลางบ้านเลยรีบวิ่งลงไปหาพวกเขาเพื่อให้แด๊ดจัดการธุระสำคัญให้ “มีอะไร เรียกหาแด๊ดทำไม” ผมเอ่ยปากถามมายูที่วิ่งลงบันไดมาหน้าตาตื่นราวกับว่าเธอนั้นมีเรื่องสำคัญ “แกะตะขอเสื้อในให้หน่อย มายูแกะไม่ออก” ฉันเพิ่งจะลองใส่มันอยู่ไม่กี่ครั้งเพราะก่อนหน้านี้ฉันใส่แต่เสื้อซับกับเสื้อกล้าม แต่การใส่เสื้อในครั้งนี้มันแกะยากมากกว่าครั้งก่อนๆ ฉันแกะมันอยู่นานแล้วจนคิดว่าคงต้องหาคนช่วยเอามันออกแล้วล่ะ พอได้ยินสิ่งที่มายูพูดผมก็โยนขี้ไปให้ไอซีนายทันที “ไปให้ไอซีนายแกะเลย”  “อ้าวเฮีย..” เฮ้อ ผมละปวดหัวกับเด็กคนนี้จริงๆ เธอไม่เคยระวังตัวกับพวกเราเลยทำตัวเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กผู้ชายที่เพิ่งมีนมไปได้ ฉันเดินเข้าไปหาแด๊ดซีนายที่โซฟาก่อนจะหันหลังและเอาตูดดันขาสองข้างของแด๊ดซีนายให้แยกออกจากกันเพื่อที่ตัวเองจะแทรกตูดเข้าไปนั่งตรงกลางระหว่างขาของแด๊ดได้ “ดูนี่สิแด๊ดมันใหญ่ขึ้นทุกวัน...ใหญ่ขึ้นไม่พอแถมยังเจ็บอีก”  มายูพูดพร้อมกับใช้มือบีบขย้ำก้อนเนื้อนุ่มสองก้อนบนหน้าอกของตัวเองให้ผมเห็น แล้วผมก็ดันโชคร้ายที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับมายูพอดี “มายู! อย่าทำแบบนั้นสิหนูโตแล้วนะ”  ผมได้ยินเสียงเฮียโซ่ดุมายูซึ่งผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเธอทำอะไรถึงโดนเฮียดุแบบนั้นเพราะผมกำลังมือสั่นอยู่กับการปลดตะขอเสื้อในให้ลูกสาวสุดดื้ออยู่ เฮ้อกูจะบ้าตาย “ทำไมต้องดุด้วยล่ะ” ฉันก็แค่ต้องการให้แด๊ดเห็นก้อนเนื้อที่มันงอกขึ้นมาบนตัวของฉันซึ่งฉันไม่ถูกใจกับมันเอามากๆ เพราะมันทำให้ฉันเจ็บ มายูยกคิ้วถามผมด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่ได้มีความเกรงกลัวผมเลย เธอจะชอบพูดตลอดว่าผมใส่แว่นเหมือนเด็กติ๋มสงสัยที่เธอจะไม่กลัวผมเพราะแบบนั้น เฮ้อ “ไม่ต้องถาม แด๊ดบอกว่าอย่าทำก็คืออย่าทำ” ผมพูดบอกเธอจบก็เปิดหนังสือหน้าที่อ่านค้างอยู่เพื่ออ่านต่อ แต่ด้วยความเป็นเด็กขี้สงสัยของมายูเธอก็ไม่ลดละความพยามที่จะถามผมเอาคำตอบให้ได้ “แล้วทำไมถึงทำไม่ได้ล่ะ ทำไม่ได้ก็ต้องมีเหตุผลสิว่าเพราะอะไร” ฉันพูดพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นและแบมือออกเพื่อที่จะเอาคำตอบจากแด๊ดเคนโซ่ “ทำไมถึงทำไม่ได้คะ?” “เสร็จแล้ว ขึ้นห้องไปไป๊” พอปลดตะขอเสื้อในให้มายูเสร็จผมก็ดันหลังเธอให้ลุกออกจากระหว่างขาของผมทันที “เลิกสงสัยได้แล้วขึ้นไปเปลี่ยนชุดไป” ผมไล่เธอให้ขึ้นไปเปลี่ยนถอดชุดนักเรียนออกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องตอบคำถามนั้นกับเธอ พอเห็นว่าถามยังไงแด๊ดก็ไม่ยอมบอกก็เลยสบัดตูดขึ้นห้องนอนมาเปลี่ยนชุด “เชอะ!” หลังจากที่มายูเดินขึ้นห้องผมก็เอนหัวพิงกับพนักพิงโซฟาทันที เพราะรู้สึกเอือมระอาและเหนื่อยที่จะตอบคำถามของเธอ...วันๆ ไม่รู้จะสงสัยอะไรนัก กริ่งๆ เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นและพอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็ต้องแปลกใจที่เบอร์นี้โทรเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปสักพัก “สวัสดีครับครู” ตอนนี้ผมกำลังลุ้นอยู่ว่าครูประจำชั้นของมายูจะโทรมาหาผมเรื่องอะไร “เอ่อ...วันนี้มายูโดดเรียนสามวิชาค่ะ” ฉันทำใจอยู่นานที่จะโทรมาบอกพ่อของมายูดีหรือเปล่าแต่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอทำแบบนี้ แล้วฉันก็ไม่อยากจะเห็นเด็กนักเรียนของตัวเองเรียนซ้ำชั้นอีกด้วยเลยคิดว่าโทรมาปรึกษาคุณพ่อของเธอน่าจะดีกว่า “โดดเรียนอีกแล้วเหรอครับ..” และเรื่องที่ครูบอกก็เป็นเรื่องที่ผมไม่อยากจะฟังเลย “โดดเรียนวิชาอะไรครับ..”  “วิชาคณิตศาสตร์ อังกฤษ แล้วก็เพศศึกษาค่ะ”  ดูเหมือนว่าลูกสาวของเราจะสร้างเรื่องอีกแล้วดูจากที่เฮียโซ่คุยกับครูของมายูหน้ามุ่ยแบบนั้นแล้ว เด็กนี่แสบจริงๆ  “แล้วมายูโดดเรียนไปไหนครับ”  “เห็นบรรณารักษ์ห้องสมุดบอกว่าเธอแอบเข้าไปอ่านการ์ตูนอยู่ในนั้นจนถึงเลิกเรียนเลยค่ะ”  “ขอบคุณมากครับคุณครูเดี๋ยวผมจะจัดการเธอเอง” ผมรีบวางสายทันทีเพราะคิดว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างกับมายูแล้วขืนปล่อยไปแบบนี้เหมือนครั้งก่อนๆ เธอได้เรียนซ้ำชั้นแน่ และผมก็ไม่อยากที่จะใช้เงินยัดเพื่อให้เธอเรียนจบเหมือนตอนมอต้นแล้วด้วย  “ตีเลยไหมเฮีย ฮ่าๆ” ผมพูดแหย่เฮียขำๆ เพราะเห็นว่าเฮียดูจะเครียดกับมายูลูกสาวของเราเอามากๆ  ห้องนอนเคนโซ่... ตอนแรกผมก็กะว่าจะเข้าไปคุยกับมายูที่ห้องแต่ผมเคลียร์งานนานไปหน่อยพอเปิดเข้าไปก็เห็นว่าเธอหลับไปแล้วเลยไม่ได้ปลุกเธอขึ้นมาคุย “พรุ่งนี้ค่อยคุยแล้วกัน” พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพอดีผมมีเวลาคุยปรับทัศนคติลูกสาวตัวแสบของผมได้ทั้งวันเลยล่ะ ครืน ครืน เปรี๊ยง!  ขณะที่ผมกำลังจะเอนหลังลงนอนก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังขึ้นเหมือนว่าคืนนี้จะฝนตกหนัก ผมหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูแล้วก็เห็นว่าตอนนี้เกือบจะตีหนึ่งได้แล้ว ''คงไม่ตื่นหลอกมั้ง'' ผมกลัวว่าคนที่จะตื่นขึ้นกลางดึกเพราะเสียงฟ้าร้องนั่นจะเกิดงอแงเข้ามานอนห้องผมอีกเหมือนทุกครั้ง แต่ดึกป่านนี้แล้วเธอคงจะหลับสนิทแล้วล่ะ ผมเองก็หวังให้มันเป็นแบบนั้นแต่ก็อดจ้องมองไปที่ประตูไม่ได้ “หาว~”  ครืน เปรี๊ยง!! แก๊ก!  ห้องนอนซีนาย... “ฮึกๆ ...” เสียงฟ้าร้องนั่นทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นจนต้องมานอนในที่หลบภัย และห้องแด๊ดซีนายก็ไม่ได้ล็อกพอดี ฉันหมุนตัวเข้าไปซุกกอดแด๊ดเพราะหาเกาะป้องกันจากเสียงฟ้าร้องที่ดังคำรามน่ากลัวนั่น และถึงฉันจะเหม็นกลิ่นเหล้าที่ตัวแด๊ดมากแค่ไหนก็ต้องฝืนนอนที่นี่เพราะแด๊ดเคนโซ่ล็อกห้องนอนไว้ฉันเลยเข้าไม่ได้ “กินหรืออาบมาเนี่ยแด๊ด!” ขนาดฉันพูดบ่นขนาดนี้แด๊ดซีนายยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นเลยไม่รู้ว่าหลับหรือน็อกเหล้าตายไปแล้ว แต่ก็ยังดีกว่านอนในห้องคนเดียวล่ะวะ เวลา9โมงเช้า... ผมนอนหลับตาลูบคลำเรือนร่างของผู้หญิงที่ผมหิ้วมานอนที่บ้านเมื่อคืนหลังกลับจากไปเที่ยวผับ ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่ผมพากลับมาหน้าตาเป็นยังไงแต่เพียงแค่ได้กลิ่นหอมๆ จากซอกคอของเธอและผิวเนียนนุ่มที่เหมือนผิวเด็กบนร่างเล็กๆ นี่แล้วก็รู้ได้ทันทีว่าเธอต้องสวยมากแม้จะยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองก็ตาม ผมเริ่มลากมือขึ้นมาบีบก้อนเนื้อนุ่มบนหน้าอกของเธออย่างเบามือพร้อมกับใช้แกนชายที่เริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นบดเบียดเด้าบั้นท้ายสวยของเธอ (แต่...เมื่อคืนกูแดกเหล้าที่บ้านนี่หว่า)  พอผมเริ่มสร่างเมาขี้ตาและจำความได้ก็ลืมตาขึ้นมองคนที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของผมทันทีว่าเธอคือใครและผมก็ต้องเห็นเข้ากับสีหน้าของเด็กสาวที่ผมคุ้นชินกับใบหน้าของเธอดีและตอนนี้เธอกำลังขมวดคิ้วและยกคิ้วข้างนึงขึ้นก่อนจะลากสายตาขึ้นลงมองที่หน้าของผมด้วยท่าทางกวนโอ๊ย “ทำอะไรของแด๊ดเนี่ย!” ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะรู้สึกเจ็บที่แด๊ดบีบนวดตัวฉัน ไม่รู้ว่าที่เขาทำเพราะนอนละเมอหรือจะแกล้งให้ฉันตื่นกันแน่  “หยุดเอาอะไรแข็งๆ มาทิ่มก้นมายูได้แล้ว มายูจะนอน” ผลัก! ฉันใช้มือดันของแข็งที่กำลังทิ่มก้นของฉันอยู่ให้ออกห่างจากก้นของฉันเพราะสิ่งนั้นมันทำให้ฉันรำคาญและมันก็กวนเวลานอนพักผ่อนยาวๆ ในวันหยุดแบบนี้ มือน้อยของมายูหมับเข้าที่แกนชายของผมก่อนจะดันเป้าผมให้ถอยออกห่าง “อุ๊ย! มายูกลับไปนอนห้องดีกว่าไหม”  ตอนนี้ผมอยากให้เธอย้ายกลับไปนอนที่ห้องของตัวเองมากๆ เพราะว่าผมเกิดรู้สึกผิดที่มีอารมณ์แบบนั้นกับมายูแถมผมยังเผลอไปลวนลามเธออีก แล้วดูท่าแกนชายของผมจะยิ่งขยายใหญ่มากขึ้นเมื่อมันโดนสัมผัสด้วยมือเล็กของเด็กคนนี้ เฮ้อ… -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]  [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

บทที่ 2 Part : ทำโทษเด็กดื้อ

แก๊ก! ผมเดินเข้าไปหามายูที่ห้องนอนแต่ก็ไม่เห็นว่าเธอนอนอยู่ในห้องเลยเดินมาดูที่ห้องไอซีนายแล้วก็เจอว่าเธอนอนอยู่ที่นี่จริงๆ “มายู” พอเห็นว่าเฮียเดินเข้ามาในห้องก็เห็นว่าผมจะได้หลุดพ้นจากมายูแล้ว “เฮียช่วยด้วย เข้ามาตอนไหนไม่รู้เนี่ย”  “อือ~ มายูจะนอน”  มายูขานตอบกลับผมด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและเท้าเล็กที่ตะกุยถีบผ้าห่ม ท่าทางไม่พอใจนั่นของเธอมันขัดใจผมทุกครั้งที่ต้องเห็นมันแต่ก็ไม่กล้าลงมือกับเธอจริงๆ สักทีเพราะเห็นว่าเธอเป็นน้องสาวต่างแม่ ผมไม่เคยมองเธอเป็นลูกเลยเพราะผมไม่อยากมีลูกดื้อๆ แบบนี้ “ลุก..”  ฉันดันตัวลุกขึ้นมานั่งบนที่นอนก่อนที่จะโวยวายใส่แด๊ด “แด๊ด!~ ให้มายูนอนก่อนไม่ได้หรอเมื่อคืนฟ้ามันร้องทั้งคืน มายูไม่ได้นอนเลยนะ แถมยังเหม็นเหล้าแด๊ดซีนายจนนอนไม่หลับอีก” ฉันถีบเท้างอแงอยู่บนที่นอนแล้วจู่ๆ แด๊ดเคนโซ่ก็นั่งลงที่ข้างเตียงก่อนจะใช้มือรวบกดหยุดข้อเท้าของฉันที่กำลังถีบงอแงให้นิ่งสงบลง “เมื่อวานโดดเรียนทำไม” ผมจ้องหน้าถามมายูเสียงเข้ม เพราะรู้สึกไม่ชอบใจกับท่าทางที่ดื้อรั้นและงอแงของเธอ ครูประจำชั้นโทรมาฟ้องแด๊ดแน่เลยแก้ตัวยังไงดีเนี่ย “คือ...”  “ไม่อยากเรียนแล้วเหรอ ถ้าไม่อยากเรียนแล้วแด๊ดจะได้พาไปลาออกแล้วให้ไปไถนาซะ” คำนี้ผมจำมาจากแม่ของผมที่เคยพูดบอกผมในวัยเด็ก แต่ดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้กับมายู “ไถนานี่ไม่ต้องใช้สมองใช่ไหมแด๊ด” ฉันหยุดคิดไม่นานก่อนจะตอบตกลงแด๊ดไป “งั้นพรุ่งนี้ไปลาออกเลยค่ะ” ฉันตอบกลับแด๊ดอย่างมั่นใจเพราะฉันคิดว่าเรียนไปก็ไม่มีประโยชน์บ้านฉันรวยอยู่แล้วเรียนจบมาก็มีเงินแด๊ดใช้อยู่ดีไม่เห็นจะต้องออกไปทำงานหรือเรียนให้ปวดหัวเลย...นอนอยู่บ้านเล่นเกมดูการ์ตูนกินขนมแบบนั้นยังสนุกซะกว่า …เธอเด็กเกินกว่าที่จะคิดสร้างอนาคตด้วยตัวเอง อีกทั้งความสะดวกสบายที่เคนโซ่และซีนายสร้างไว้ให้ มันก็ทำให้เธอคิดว่าตัวเองจะมีกินมีใช้ไปตลอดแม้ไม่ต้องออกแรงทำงาน “คึกๆ ^^” ผมกระตุกขำกับคำพูดนั้นของมายูที่พูดตอบกลับเฮียในทันที และดูเหมือนว่าคำพูดนั้นจะไม่ได้พูดออกมาแบบกวนๆ แต่มันออกมาจากใจเธอจริงๆ ตอนนี้ผมรู้สึกเอือมระอากับเธอเต็มทนแล้วล่ะ ถ้าไม่ดัดนิสัยเปลี่ยนความคิดเธอในตอนนี้หากโตขึ้นกว่านี้เธอต้องกลายเป็นเด็กมีปัญหาแน่ๆ ถ้าถึงตอนนั้นผมคงจะมานั่งสอนเธอแบบนี้ไม่ได้แล้ว ผมยืนขึ้นก่อนจะดึงแว่นที่สวมอยู่ออกใส่กระเป๋ากางเกงและอุ้มเธอขึ้นพลาดบ่าออกมาจากห้องของไอซีนาย เป็นพ่อใจดีไม่ชอบอยากเจอพ่อเล่นบทโหดใช่ไหมมายูได้ “โอ๊ยแด๊ดทำอะไรอ่ะ ปล่อยสิอย่าตีมายูนะก็แค่โดดเรียนเอง” ฉันดิ้นและร้องโวยวายเพื่อให้แด๊ดยอมปล่อยตัวฉันลงแต่เหมือนว่าแด๊ดจะโมโหเอามากๆ กับเรื่องที่ฉันโดดเรียนนี่ “งือแด๊ด ทำไมต้องโมโหด้วยล่ะครั้งก่อนแด๊ดยังไม่เห็นโมโหขนาดนี้เลย” ห้องนอนมายู... ผมวางมายูลงที่เตียงนอนของเธอก่อนจะเดินไปล็อคห้องและลากเก้าอี้คอมเธอมานั่งเพื่อจะคุยข้อตกลงกับเธอ “ถ้าโดดเรียนอีกครั้งแด๊ดจะเผาหนังสือการ์ตูนนี้ให้หมด แล้วคอมนี่ก็ไม่ต้องเล่นด้วย” มายูเธอติดทั้งเกมส์ติดทั้งหนังสือการ์ตูน ถึงเธอจะไม่ได้เกเรไปในทางอื่นแต่การที่เธอโดดเรียนแบบนี้ก็เป็นการทำร้ายตัวเองในอนาคตได้เหมือนกัน “ถ้าไม่เชื่อวันจันทร์หน้าลองดูได้เลย”  แด๊ดเคนโซ่จ้องหน้าโกรธใส่ฉันอย่างไม่กระพริบตา ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธฉันมากๆ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ยอมให้แด๊ดเผาหนังสือของฉันหลอก “ขอโทษค่ะแด๊ด”  ฉันก้มหน้ารับความผิดพร้อมกับพูดขอโทษเพื่อให้แด๊ดเห็นใจ ก่อนจะเดินลุกขึ้นไปนั่งอยู่บนตักของแด๊ดและโน้มตัวไปกอดคอเขาไว้แน่น ฉันไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิดแค่แสร้งทำมันไปแบบนั้นแหละเพื่อหวังจะให้แด๊ดอภัยในความผิดนี้และไม่ทำโทษฉันเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา… “คิดว่าทำแบบนี้แล้วแด๊ดจะใจอ่อนเหมือนทุกครั้งเหรอ ฮะ?” “ฮึ^^ ไม่หายโกรธจริงหย๋อ~” ฉันฟัดจมูกลงที่แก้มของแด๊ดอยู่หลายต่อหลายครั้งเพื่ออ้อนให้เขาหายโกรธแต่สีหน้าของแด๊ดก็ดูไม่มีทีท่าว่าจะเลิกเก๊กขรึมเลย จุ๊บ “มายูขอโทษนะแด๊ด ต่อไปจะไม่โดดเรียนแล้ว” จุ๊บๆๆ ฉันจุ๊บๆ ปากของแด๊ดอยู่ซ้ำๆ จนปากที่เก๊กขรึมอยู่เริ่มคลายยิ้มออกมาให้เห็น... “พอแล้ว” ผมยกมือหนาขึ้นมาปิดกลั้นปากมายูไว้ไม่ให้จุ๊บผมได้อีกเพราะกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนกับลูกอ้อนของเด็กดื้อ “รีบลุกไปอาบน้ำ แด๊ดจ้างครูพิเศษมาติวสอนให้แล้ว” หลังจากที่ผมบอกข่าวดีกับมายูเธอก็ลุกยืนงอแงกระทืบเท้าไม่พอใจทันที และท่าทางแบบนั้นมันทำให้ผมอยากจะตีเธอสักครั้งจริงๆ “นี่มันวันหยุดนะแด๊ด ทำไมวันหยุดต้องเรียนพิเศษอีกล่ะ ไม่เอา” เมื่อได้ยินข่าวร้ายที่แด๊ดบอกฉันก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะแด๊ดกำลังจะทำลายวันหยุดอันแสนสนุกของฉัน ยิ่งมายูทำกิริยาแบบนี้มันก็ยิ่งทำให้ผมหงุดหงิดและยิ่งโทษตัวเองที่แต่ก่อนไม่มีเวลาสอนเธอมัวแต่เอาเวลาไปทำงานและปล่อยให้เธออยู่คนเดียวแต่ในห้องจนกลายเป็นเด็กเกเรไม่เอาการเรียนแบบนี้ “ถ้ายังไม่เลิกนิสัยกระทืบเท้าเอาแต่ใจแด๊ดจะให้คนมายกคอมออกจากห้อง เลือกเอาว่าจะรีบไปอาบน้ำลงไปเรียนพิเศษหรือจะให้แด๊ดจัดการกับคอมนี่”  ผมพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ และน้ำเสียงที่เย็นชานั้นก็เหมือนจะทำให้มายูเริ่มมีทีท่าว่าจะเกรงกลัวต่อคำขู่ของผมมากขึ้น...ผมลุกจากเก้าอี้เพื่อจะเดินออกจากห้องแต่ยังไม่ทันได้เดินพ้นประตูก็ได้ยินเสียงของเด็กสาวพูดขึ้นเสียงของเธอสั่นเครือเหมือนกับว่าเธอจะเสียใจไม่น้อยที่โดนผมทำโทษแบบนี้ “แด๊ดใจร้าย..”  “แด๊ดจะใจร้ายกว่านี้อีกถ้ามายูยังไม่เลิกดื้อ...” ผมหันไปพูดกับเธอจบก็ดันปิดประตูทันทีและก่อนที่บานประตูจะปิดสนิทลงผมก็ได้เห็นน้ำตาของเด็กดื้อไหลอาบแก้มใสของเธอ ผมคิดว่าการที่ผมทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วล่ะผมควรจะดุเธอบ้าง ถ้าขืนยังตามใจสปอยเธออยู่แบบเมื่อก่อนเธอได้เสียคนแน่ ห้องอ่านหนังสือ... สุดท้ายฉันก็ต้องลงมาเรียนตามที่แด๊ดสั่งเพราะกลัวว่าแด๊ดจะทำอย่างที่ตัวเองพูดขู่ไว้จริงๆ ซึ่งตอนแรกฉันก็คิดว่าแค่เรียนๆ อ่านๆ ไปแบบนั้นน่าจะชิวๆ ไม่มีอะไรมากแต่ตอนนี้เหมือนว่าจะไม่ชิวแล้วสิ  เด็กสาวขว้างสายตาฆ้อนมองมาทางผมที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆ กับที่เธอนั่งเรียนดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยพอใจที่ผมมานั่งเฝ้าติดตามการเรียนของเธอแบบนี้ ซึ่งวันนี้ผมก็ให้ครูจัดตรางสอนในวิชาที่เธอโดดเรียนไปเมื่อวาน...อยากไม่เข้าเรียนดีนักต้องเจอแบบนี้แหละ เริ่มเรียนวิชาแรกก็เจอวิชาที่ฉันเกลียดที่สุดเลย ไม่รู้ว่าคนเราจะต้องเรียนวิชาคณิตศาสตร์ไปทำไม ทั้งๆ ที่ก็มีเครื่องคิดเลขให้ใช้ เฮ้อ.... ระหว่างคราบเรียนมายูนั่งหาวสัปหงกตลอด ปึง! ปึง! ผมลุกเดินเข้ามานั่งอยู่ข้างๆ มายูก่อนจะทุบโต๊ะเพื่อเรียกสติของเธอให้กลับมาเพราะตอนนี้หน้าของเธอเอนลงจนจะหมอบไปกับโต๊ะอยู่แล้ว “ถ้าไม่ตั้งใจเรียนพรุ่งนี้แด๊ดจะให้อาจานเขามาสอนอีกดีไหม” มายูมองค้อนใส่ผมก่อนจะสบัดหน้าหันกลับไปมองที่กระดานไวท์บอร์ด ให้มันได้แบบนี้สิยัยเด็กดื้อ น่าตีจริงๆ … “วิชาสุดท้ายแล้วมายูสู้ๆ นะจ๊ะ” ฉันเอ่ยปากบอกลูกศิษย์ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะอยากนอนมากกว่าอยากเรียนให้ฮึบสู้เฮือกสุดท้าย “ค่ะ” รอบนี้แด๊ดนั่งประกบฉันอยู่อย่างใกล้ชิดไม่ลุกห่างไปไหนเลย...ทำไมต้องบังคับกันขนาดนี้ด้วยเนี่ย “เรื่องที่เพื่อนเรียนกันไปเมื่อวานจะเป็นเรื่องการสืบพันธุ์ หรือ การขยายพันธุ์ การสืบพันธุ์ของสัตว์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ และ การสืบพันธ์แบบอาศัยเพศ ซึ่งมนุษย์เราจะจัดอยู่ในประเภทที่สอง”  “แล้วมนุษย์สืบพันธุ์กันยังไงคะ?” นี่เป็นวิชาแรกเลยก็ว่าได้ที่ฉันรู้สึกมีความสนใจเกี่ยวกับเนื้อหาการเรียน ฉันเองก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าตัวเองเกิดมาได้ยังไงและทำยังไงถึงเกิดมา “เอ่อ ก็คือมนุษย์...”  “เอ่อ...ผมว่าวันนี้พอแค่นี้ดีกว่านะครับ” ผมเห็นท่าทางของอาจานที่พูดตะกุกตะกักกับคำถามนั้นของมายูแล้วก็เลยพูดแทรกเธอขึ้นและคิดว่าคงให้จบการเรียนแค่ตรงนี้ดีกว่าเดี๋ยวเกิดมายูจะสงสัยอะไรขึ้นมาอีกจะเป็นเรื่องเอาผมอนุญาตให้เธอติดศูนย์วิชานี้ได้วิชาเดียว “ครูกลับได้เลยนะครับ”  “เดี๋ยวสิแด๊ดหนูยังไม่รู้เลยว่ามนุษย์สืบพันธุ์ยังไง...” อยู่ๆ ก็จะให้ครูกลับทั้งที่ฉันจะตั้งใจเรียนเนี่ยนะ “เดี๋ยวผมเดินไปส่งนะครับ...” ผมเลือกที่จะเมินคำพูดของมายูและเดินไปส่งครูขึ้นรถที่หน้าบ้านแทน ดันมาอยากรู้เรื่องที่ไม่อยากให้รู้เนี่ยนะมายู เฮ้อจริงๆ เลยเด็กคนนี้ -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]  [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

บทที่ 3 Part : เด็กดื้อขี้สงสัย

แด๊ดเคนโซ่เดินหนีหายไปจะเหลือก็แต่แด๊ดซีนายที่ยืนกินน้ำอยู่ในครัวนี่แหละ “แด๊ดคะ รู้ไหมว่ามนุษย์เราสืบพันธุ์กันยังไง”  พรวด! แคร่กๆ พอได้ยินคำถามของมายูเมื่อกี้น้ำที่ไหลเข้าปากก็พุ่งสวนกลับออกมาทันที “อะไรนะมายู?” ผมถามเธออีกครั้งเพื่ออยากให้แน่ใจว่าที่เธอพูดถามผมเมื่อกี้ผมไม่ได้คิดมากหมกมุ่นไปเอง “มายูอยากรู้ว่าคนเราเกิดมาได้ยังไง แล้วทำยังไงถึงเกิดมา?” “เอ่อ เกิดยังไงเหรอ..” ตอนเรียนผมก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนซะด้วยสิเน้นปฏิบัติเอาอย่างเดียวแต่ถ้าจะอธิบายไปห้วนๆ แบบนั้นคงไม่เหมาะเท่าไหร่ “คือคนเราเกิดมาจาก...เดี๋ยวนะแล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาถามแด๊ดล่ะเนี่ย”  “ก็ครูสอนถึงตรงนี้ แล้วแด๊ดเคนโซ่ก็ให้ครูกลับบ้านไปก่อน มายูยังไม่ทันรู้คำตอบเลยพอถามแด๊ดเคนโซ่ก็ไม่ยอมตอบ เดินหนีหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้”  “แด๊ดอยู่นี่...” ผมเดินเข้ามาได้ยินลูกสาวตัวแสบกำลังนินทาผมอยู่พอดีแล้วก็คิดว่าถ้าวันนี้เธอไม่รู้คำตอบเธอคงเดินถามพวกเราทั้งวันไม่ต้องเป็นอันทำอะไรแน่ “อยากรู้อะไรถามมา”  “คนเราเกิดมายังไงคะ..” ฉันหันหน้าไปจ้องรอคำตอบของแด๊ดเคนโซ่อย่างตั้งอกตั้งใจฟัง  “มนุษย์เกิดจากการสืบพันธุ์แบบปฏิสนธิภายในโดยการร่วมเพศ ซึ่งเพศชายจะสอดใส่ในช่องคลอดของเพศหญิงจนกระทั่งเพศชายหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอดของเพศหญิง แล้วจากนั้นอสุจิก็จะไปฝังตัวอยู่ในลังไข่แล้วก็ฟักเป็นตัวอ่อน ตัวอ่อนก็คือเด็กตัวเล็กจิ๋วนั่นแหละ” หลังจากเรียบเรียงคำและอธิบายให้มายูฟังจนจบผมก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจที่ได้พูดมันออกไป เกี่ยวกับความสงสัยที่คาใจเธออยู่  “แล้วผู้ชายใส่อะไรเข้าไปในช่องคลอดของผู้หญิงเหรอคะ...” แด๊ดพูดแค่ว่าสอดใส่แต่ไม่ได้อธิบายว่าใส่อะไรเข้าไป “แล้วแด๊ดเคยหลั่งน้ำอสุจิเข้าช่องคลอดผู้หญิงหรือเปล่า”  แคร่กๆ! หลังจากที่ดูเหมือนว่าเฮียจะเอาตัวลอดจากคำถามแรกได้แต่พอเจอคำถามต่อมาผมคิดว่าเฮียคงไม่น่าจะตอบได้แน่นอนเพราะสายตาของเฮียที่กำลังสั่นเลิ่กลั่กมันฟ้องหมดแล้วผมเองก็ควรจะหนีเอาตัวลอดก่อน “ผมขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะเฮีย เดี๋ยวต้องออกไปทำธุระข้างนอก...”  “เฮ้ยเดี๋ยวไอซี ไอซีนาย...” ตอนนี้มายูเอาแต่จ้องมองหน้าผมแบบไม่ละสายตาเลยดูเหมือนว่าเธอจะสนใจเรียนการให้กำเนิดมนุษย์เอามากๆ “เอ่อ..เคยไหมเหรอก็...อุ๊ยแด๊ดทำงานค้างไว้อยู่นี่นาเดี๋ยวแด๊ดไปทำงานต่อก่อนนะ”  “งั้นมายูเสิร์จเน็ตหาเองก็ได้ว่าเขาทำยังไง..” ฉันล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อไขข้อสงสัยที่ยังติดค้างอยู่ในใจ ถ้าวันนี้ฉันไม่รู้ฉันนอนไม่หลับแน่ ขวับ! ผมเดินไปคว้าโทรศัพท์มือถือจากมือของมายูมาก่อนจะวิ่งหนีขึ้นห้องทำงานอย่างสิ้นหวัง ตอนนี้ผมก็จนปัญญาที่จะตอบคำถามของเธอได้แล้วล่ะเพราะเหมือนว่ายิ่งตอบเธอจะยิ่งสงสัยมากขึ้น “แด๊ด! ทำอะไรของแด๊ดเนี่ย?” ฉันวิ่งไล่ตามแด๊ดขึ้นไปชั้นบนซึ่งดูเหมือนจุดหมายที่แด๊ดจะวิ่งไปคือห้องทำงานและฉันก็แหย่แขนเข้าไปทันพอดีที่แด๊ดปิดประตู ฉันยอมลงทุนโดนประตูหนีบแขนขนาดนี้ยังไงฉันก็ต้องรู้ให้ได้ ยิ่งพวกแด๊ดไม่อยากบอกฉันก็ยิ่งอยากรู้ “อ๊าย! เจ็บๆ!” พอเห็นว่าผมปิดประตูหนีบแขนมายูผมก็ต้องจำใจผ่อนแรงต้านออกและยอมให้เธอเข้ามาในห้องแต่โดยดี “เอาโทรศัพท์มายูมานะ! แฮ่กๆ” ฉันหายใจเหนื่อยหอบไม่เป็นจังหวะเพราะเมื่อกี้ใช้แรงที่มีเร่งฝีเท้าให้ทันแด๊ดจนตอนนี้ฉันทั้งเหนื่อยแถมยังโมโหอีกด้วย “เด็กห้ามศึกษาเรื่องนี้คนเดียว ไว้แด๊ดว่างแล้วแด๊ดจะอธิบายให้ฟังเข้าใจหรือเปล่า”  “งั้นแด๊ดก็อธิบายตอนนี้เลยสิคะ ทำแบบนี้มายูนอนไม่หลับนะ ทีตอนอยากให้เรียนก็หาครูมาสอนพอทีนี้มายูอยากรู้แด๊ดก็กลับไม่บอกมายู”  “ก็ที่มายูถามมันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ไง มายูต้องรอโตกว่านี้ก่อนเข้าใจไหม” ผมยกเรื่องเด็กเรื่องผู้ใหญ่มาพูดมายูจะได้เลิกถามเซ้าซี้ผมสักที “มายูก็โตแล้วนะ”  “ตัวเท่าลูกหมาร้องโต ไปๆ กลับห้องได้แล้วแด๊ดจะทำงาน” ผมเปลี่ยนเรื่องพูดและไล่ให้เธอกลับห้องไปนอนก่อนที่จะเดินมานั่งที่โต๊ะทำงานและเปิดลิ้นชักวางโทรศัพท์มือถือของเธอไว้ด้านในนั้นเพื่อไม่ให้เธอหยิบมันไปใช้งานได้ ฉันเดินเข้ามาหยุดยืนใกล้ๆ แด๊ดก่อนจะกระโดดขึ้นนั่งบนโต๊ะทำงานและจ้องมองไปที่แด๊ดที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้ทำงานด้านหน้า “แด๊ดก็รู้หนิคะว่าห้องมายูมีคอม ถ้าแด๊ดไม่อธิบายตอนนี้มายูก็จะไปหาดูในคอมอยู่ดี เพราะงั้นบอกมาดีดีเถอะนะคะยังไงมายูก็ต้องรู้อยู่ดีเพราะสักวันมายูก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ จริงไหมคะ”  “ทีงี้ฉลาดเชียวนะ...” ดูเหมือนว่าผมจะต้องเป็นคนอธิบายให้เธอเข้าใจในเรื่องที่เธอสงสัยด้วยตัวเองแล้วล่ะ เพราะยังไงเธอคงหาเอาคำตอบเองจนได้อยู่ดี และถ้าเธอเสิร์ชหาข้อมูลเองผมกลัวว่าเธอจะไปเจออะไรที่มันเกินกว่าเนื้อหาในการเรียน แด๊ดดึงแขนของฉันลงไปนั่งที่ตักของเขาก่อนจะดันเก้าอี้เข้ามาหาโต๊ะทำงานและเปิดแม็คบุ๊คขึ้นเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมเพศ “โห่ที่แท้แด๊ดก็ไม่รู้นี่เอง...เป็นเด็กติ๋มอะไรทำไมถึงไม่รู้เรื่อง”  “เดี๋ยว เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะว่าแด๊ดเป็นเด็กติ๋มเหรอ”  “ใช่ ก็แด๊ดใส่แว่นเหมือนเด็กติ๋มหน้าห้องที่ตั้งใจเรียน แต่กลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยต้องมานั่งเสิร์ชหาข้อมูลเอาแบบนี้” ฉันก็คิดว่าที่แด๊ดไม่อยากพูดจะมีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่านั้น แต่ที่แด๊ดไม่ตอบก็เพราะไม่รู้นี่เอง ผมดึงแว่นที่เกาะอยู่ที่สันจมูกออกไปวางไว้บนโต๊ะทำงานและใช้มือรวบดึงขาสองข้างของเธอหันมาให้นั่งอยู่บนตักของผมในท่านั่งขวางเก้าอี้เพื่อที่จะได้ตักเตือนเธอถึงคำพูดเมื่อกี้ “แด๊ดไม่ใช่เด็กติ๋มครับ ที่แด๊ดใส่แว่นก็เพราะสายตาสั้น” ผมทำงานอยู่แต่หน้าคอมกับเอกสารอยู่เป็นสิบๆ ปีก็ไม่แปลกที่สายตาของผมจะเสียไปตามการใช้งาน “เด็กติ๋มก็เป็นแบบนั้นเหมือนกันไง เพราะสายตาสั้นถึงตัดแว่นไปนั่งหน้าห้องเรียนไม่ใช่เหรอ”  “เพราะเขาตั้งใจเรียนต่างหาก เพื่อนมายูคงไม่อยากให้พ่อแม่ของเขาผิดหวังเลยทำตัวเป็นเด็กน่ารักตั้งใจเรียนแบบนั้นไง” ผมพูดพร้อมกับยกคิ้วใส่มายูเพื่อให้เธอนั้นฟังคำพูดของผมแล้วสำนึกตาม “งั้นถ้าแด๊ดอยากให้มายูตั้งใจเรียนก็ตอบคำถามมายูมาสิคะว่าแด๊ดเคยทำแบบนั้นหรือเปล่าแล้วตอนทำแด๊ดสอดใส่อะไรเข้าไปคะ...”  เธอจ้องหน้าผมตาไม่กระพริบจนผมต้องคิดรวบรวมคำพูดอีกครั้งเพื่อตอบคำถามของเธอ “ผู้ชายจะสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในช่องคลอดของผู้หญิงเพื่อทำการมีเพศสัมพันธ์และหลั่งน้ำอสุจิใส่ในช่องคลอดของผู้หญิงหลังจากเสร็จการมีเพศสัมพันธ์”  “อวัยวะเพศหมายถึงตรงนี้เหรอ..” ฉันพูดพร้อมกับชี้นิ้วไปที่ของลับของตัวเองเพื่อถามแด๊ดให้แน่ใจว่าฉันไม่ได้เข้าใจผิด และแด๊ดก็พยักหน้าตอบกลับคำถามของฉัน “ส่วนของผู้ชายก็ที่เอาไว้ฉี่ใช่ไหม...อันเท่านี้เหรอ” ฉันพูดพร้อมกับใช้นิ้วโป้งขีดไปที่ข้อนิ้วชี้ตามขนาดที่ฉันเคยเห็นของลูกชายป้าแม่บ้านตอนที่มันมาแอบเยี่ยวในสวนหลังบ้าน “อันเท่านั้นไปดูของใครมาเนี่ยฮะ? อย่าบอกนะว่าเพื่อนที่โรงเรียนเหรอ นี่!มายูเป็นเด็กเป็นเล็กห้ามทำอะไรแบบนั้นรู้ไหม ทำไมทะลึ่งแบบนี้เนี่ยไปแอบดูของผู้ชายแบบนั้นได้ยังไง....” จู่ๆ มายูก็พุ่งหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของผม งับ! ฉันใช้ฟันคมงับลงที่ริมฝีปากล่างของแด๊ดเพื่อเงียบเสียงบ่นหน้ารำคาญนั่นเพราะแด๊ดเอาแต่บ่นไม่ทิ้งช่วงให้ฉันได้อธิบายบ้างเลย “โอ๊ย!!~ เจ็บๆ” ผมสลัดปากที่โดนฟันคมของมายูงับอยู่ออกก่อนจะดุเธอถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมเมื่อกี้ “กัดแด๊ดทำไมเนี่ยเป็นหมาเหรอฮะ!”  “ก็แด๊ดชอบดุมายู โดนกัดแบบนี้แหละสมควรแล้ว” ปากของแด๊ดเอาแต่บ่นๆ พูดๆ ต้องกัดให้ปากหลุดไปเลยจะได้ไม่ต้องมีปากมาว่าฉันอีก เธอเชิดหน้าเถียงผมคอเป็นเอ็นอย่างไม่เกรงกลัว และมันทำให้ผมหมั่นเขี้ยวเธอจนทนไม่ไหวเลยช้อนหน้าเธอดึงเข้ามาใกล้ก่อนจะระดมฟันงับปากเล็กของเธอ แต่พอเธอยิ่งดิ้นยิ่งดันตัวออกห่างร่างเล็กของเธอก็ยิ่งบดเบียดเข้ามาใกล้ร่างหนาของผมมากขึ้นก้อนเนื้อนุ่มนิ่มสองก้อนบนหน้าอกของเธอก็บดถูอยู่กับอกแกร่งของผม และจากที่ผมงับปากเธออยู่ก็กลายเป็นว่าเธอสู้ตอบกลับงับปากผมคืน แต่ครั้งนี้ความเจ็บที่ผมได้รับมันมาพร้อมกับความรู้สึกเสียววูบวาบจนเผลอสู้กลับปากเธอด้วยการบดจูบปากเล็กของเธออย่างเร่าร้อนเพราะตอนนี้มายูทำผมหัวโล่งขาดสติยั้งคิดไปแล้วว่าอะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ... -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]  [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

อ่านต่อ