คุณหมอสองรัก
บทที่ 1 Part : ญ๋า!~

"ทำความเข้าใจก่อนอ่าน" S1อาหมอ S2.2คุณหมอสองรัก (NEW!)  การอ่านที่ควรเพื่อไม่ให้งง มี2แบบ ดั่งนี้. เริ่มอ่าน s1อาหมอ ต่อด้วย s2.1 บำบัดรักแฟนเพื่อน (ตอบจบเก่า) เริ่มอ่าน s1อาหมอ ต่อด้วย s2.2 คุณหมอสองรัก (ตอนจบใหม่) ปล.ใครยังไม่เคยอ่านเรื่องแรก สามารถเริ่มอ่านเรื่องใหม่ 'คุณหมอสองรัก' ได้เลยนะครับ เดี๋ยวไรท์จะลำดับเหตุการณ์คร่าวๆของS1ไว้ให้ เพื่อใครอยากเริ่มอ่านที่เรื่องนี้เลย S1.ญะญ๋าและหมอปืนทั้งคู่เป็นอาหลาน (เพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของพ่อ) ญ๋ามาอาศัยอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของหมอปืนและทำงานที่เดียวกันจึงเกิดความรักขึ้น ญะญ๋าป่วยเป็นแพนิคและซึมเศร้า มีเรื่องฝังใจมากมาย เช่น ความเครียดในวัยเด็ก เธอมีเพื่อนคนเดียวคือแสนดีเพราะหลายคนไม่ชอบที่เธออ่อนแอและความกดดันจากการเรียนแพทย์ (ญ๋าเรียนไม่เก่ง หัวไม่ดีแต่ก็พยายามถึงที่สุดเพื่อจะเป็นหมอ) บุกคลิกของเธอที่เป็นสาวหวานน่ารักไร้เดียงสา ท่าทางของเธอไม่ถูกใจเพื่อนร่วมงานจนถูกเอาไปนินทาในกลุ่มลับว่าเธอเป็นพวกแอ๊บใส ซึ่งต่อหน้าทุกคนทำเป็นพูดดีด้วยแต่ลับหลังพูดถึงเธอเสียๆ หายๆ ถึงอาการป่วยที่เธอเป็น (ว่าเป็นโรคอ่อยผู้ชายยอดฮิต) แต่เธอกลับมองว่าพวกเขาเป็นเพื่อนที่น่ารักกลุ่มหนึ่งซึ่งความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น เหตุการณ์ฝั่งใจที่ทำให้อาการเธอแย่ขั้นสุด คือเธอไม่สามารถรักษาคนไข้ต่อได้เพราะอาการแพนิคกำเริบจนทำคนไข้เสียชีวิตคาเตียงผ่าตัด เรื่องที่ต้องปิดบังพ่อแม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ลับๆ ของเธอกับหมอปืน และเหตุผลอีกมากมายที่ทำให้คนอ่อนแออย่างญะญ๋าตัดสินใจฆ่าตัวตาย (ในตอนจบของเรื่อง s1อาหมอ) จนเป็นที่มาให้หมอปืนคนรักของเธอเสียสติ ตอนจบใหม่ NEW! [คุณหมอสองรักเขียนต่อจากตอนจบของเรื่องอาหมอ เพื่อแก้ตอนจบใหม่ที่ไม่เศร้า คืนชีวิตให้กับญะญ๋า]  ...หากวันนั้นหมอปืนและแสนดีช่วยญะญ๋าไว้ทัน หากญะญ๋าไม่จากไปเส้นทางความรักที่เหลือจะจบอย่างไร?... ไปเริ่มกันเลย!! • ACTION • สวนชั้นลอย… “ถ้าทิ้งทุกอย่างลงไปจะดีไหมนะ?”  เธอพูดถามกับตัวเองเมื่อมองไปยังเบื้องล่างที่เป็นพื้นถนน เรื่องกดดันและความเศร้าที่เธอเจอนำพาให้เธอปีนขึ้นไปนั่งอยู่บนขอบกำแพงของชั้นลอย และห้อยขาลงไปด้านล่างอย่างน่าหวาดเสียว ดวงใจที่แสนอ่อนแอและบอบช้ำเริ่มคิดหาวิธีหยุดเรื่องในหัวด้วยการทิ้งทุกสิ่งลงไปด้านล่าง รวมถึงตัวของเธอด้วยเช่นกัน “ญ๋า!”  “ญ๋า!”  เสียงของหมอปืนและแสนดีตะโกนเรียกญะญ๋าขึ้นพร้อมกัน เมื่อเขาเห็นภาพที่เธอกำลังนั่งอยู่ในที่ไม่ปลอดภัยเช่นนั้น ใจแข็งแกร่งเริ่มสั่นไหว “ญ๋าครับ ทำไมไปนั่งอยู่ตรงนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” หมอปืนพูดเสียงสั่นและค่อยๆ เดินเข้าไปหาเธอช้าๆ เพื่อไม่ให้เธอแตกตื่นจนทำเรื่องที่เขากลัว “ญ๋าเหนื่อยค่ะอา ในหัวของญ๋ามันคิดถึงแต่เรื่องแย่ๆ ญ๋าหยุดมันไม่ได้ ฮือ~” เธอพูดระบายถึงสิ่งที่ทำให้เธอเป็นทุกข์อยู่ในเวลานี้ เสียงร้องไห้โหยหวนของเธอทำคนที่ได้ยินเกิดร้องตาม “ญ๋า ฮึก” แสนดีร้องไห้ตามเมื่อเห็นว่าญะญ๋าดูเริ่มจะถอดใจและทำเรื่องสิ้นคิดที่เธอไม่อยากให้เกิดขึ้น “ถ้างั้นเดี๋ยวอาพาไปหาหมอ เรายังมีทางรักษานะ ญ๋าลงมาหาอาก่อนนะครับเด็กดี ลงมานะ”  “หาหมอเหรอคะ หาหมอแล้วจะมีอะไรดีขึ้นเหรอคะ ญ๋าจะลืมเรื่องที่ตัวเองฆ่าคนไข้ได้ไหม หรือจะลืมเรื่องที่คนพวกนั้นพูดถึงญ๋าไม่ดีได้ ฮือ ญ๋าอยากลืมทุกอย่างค่ะอา~”  เธอกำลังคิดว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันหนักหนามากสำหรับเธอ มันเกินกว่าที่คนอ่อนแออย่างเธอจะรับไหว ซึ่งอาการป่วยจิตที่เธอเป็นมันไม่เพียงทำร้ายแค่เธอ แต่ยังทำร้ายจิตใจคนรอบข้างไปด้วย ที่ต้องเห็นว่าเธอมีสภาพน่าเวทนาเช่นนี้ และเธอก็กลัวว่าพวกเขา คนที่เธอรักจะต้องตกมาอยู่ในสภาพเดียวกันกับเธอเข้าสักวัน หากเป็นเช่นนั้นเธอคงทนเห็นไม่ได้ และการไม่รับรู้อะไรก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่เธอคิดออก “ญ๋า แกอย่าทิ้งฉันนะ ฉันมาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะแก ห้ามทิ้งฉันนะ ฮึก” แสนดีพูดขึ้นเพื่อหยุดเรื่องไม่ดีที่ญะญ๋ากำลังคิดจะทำกับตัวเอง “ฮือ ฉันจะหาทางรักษาแกให้ได้ฉันสัญญาลงมาเถอะนะ”  “อย่าเสียเวลาเพราะฉันเลยแสนดี แกควรได้ทำอะไรที่แกชอบและอยากทำจริงๆ นะ ไม่ใช่เอาแต่ทำเพื่อฉันแบบนี้”  ญะญ๋ารับรู้มาตลอดถึงความรักที่แสนดีมอบให้ และมันก็ยิ่งทำให้เธอเจ็บปวด ที่เธอไม่สามารถตอบแทนความรักที่แสนดีให้ได้มากเท่ากับที่เธอได้รับมา “นี่แหละที่ฉันชอบ ฉันชอบแก ไม่ใช่แบบเพื่อนญะญ๋า แกเป็นความสุขของฉันนะ”  เธอพูดทุกสิ่งที่คิด เพราะเชื่อว่าต้องมีสักคำพูดที่หยุดญะญ๋าไว้ได้… “ญ๋าครับ ลงมาคุยกันข้างล่างดีกว่านะครับ” หมอปืนและแสนดีเริ่มเดินเข้าไปใกล้เป้าหมายมากขึ้น และเขาสองคนก็คิดที่จะหยุดเธอไว้ให้ได้ แต่เหมือนว่ายิ่งใกล้เธอมากเท่าไหร่สีหน้าของญะญ๋ายิ่งดูเลื่อนลอยมากเท่านั้น “อารักญ๋านะครับ” เขาพูดคำบอกรักออกไปด้วยความจริงใจ เพราะคิดว่าจะหยุดทุกการกระทำของเธอไว้ได้  “ญ๋าก็...”  หมับ! ร่างของญะญ๋าถูกคว้าลงมาจากขอบกำแพงของชั้นลอย ลงสู่พื้นของดาดฟ้าชั้นลอยได้สำเร็จด้วยมือของทั้งสองคนที่เธอรักช่วยชีวิตเธอไว้... “ฮือ ปล่อยญ๋านะ ปล่อยญ๋า!~”  “ไม่ทำแบบนี้นะครับ ฮือ~” หมอปืนกอดร่างของคนอ่อนแอไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอดิ้นหลุด แล้วทำเรื่องน่าเศร้าที่เขากลัว “ฮือ ญ๋า~”  “ญ๋าไม่อยากอยู่แล้ว ญ๋าสมควรตาย”  “ไม่นะญ๋า อย่าพูดแบบนั้นสิครับ”  “ฉันรักแกนะญ๋า แกเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด เป็นความสุข เป็นทุกอย่างของฉัน แกมีความหมายกับฉันนะ ฮึก” แสนดีบีบมือญะญ๋าไว้แน่นและพูดให้เธอได้รับรู้ว่าเธอควรได้รับความสุขมากกว่าถอดใจและจบชีวิตของตัวเองไปเช่นนี้ “แสนดี~ ฉันฆ่าคนตาย ฉันมันโง่ มีแต่คนเกลียดฉัน ทำไมแกถึงมาเสียเวลาคบกับฉัน ฮือ~ ฉันมันไม่ดี”  เธอน้อยใจตัวเองอยู่ตลอดที่ไม่เก่งเทียบเท่าคนอื่น เป็นจุดด้อยจุดด่างและหนำซ้ำยังทำผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง จนอดคิดโทษตัวเองไม่ได้ว่าเป็นคนไม่เอาไหน ปุก ปุก! “ไม่มีใครในโลกนี้สมบูรณ์แบบหรอก ฉันเองก็เหมือนกันญ๋า แกเก่งเรื่องสร้างความสุขให้คนอื่นแต่ฉันไม่ แกยิ้มเก่งแต่ว่าฉันไม่ แกน่ารักมากๆ แต่ว่าฉันไม่ ฮึก เห็นไหมว่าแกเก่งกว่าฉันตั้งเยอะ”  แสนดีพยายามพูดเรื่องเล็กน้อยที่เธอมองข้ามในความเก่งของตัวเอง มีหลายอย่างที่ญะญ๋าเก่งและทำได้ แต่เธอกลับเอาข้อด้อยของตัวเองมาเทียบกับความเก่งของคนอื่น นั่นเลยทำให้เธอยิ่งรู้สึกไร้ค่า “ใช่ครับ ญ๋าเป็นคนเก่ง เรื่องแค่นี้ญ๋าผ่านมันไปได้แน่ เราจะรักษาญ๋าให้หายจากโรคนี้ ญ๋าอย่าเพิ่งถอดใจนะครับ”  “แล้วชีวิตของคนไข้ที่ญ๋าฆ่าเขาล่ะ ญ๋าจะเอาชีวิตเขาคืนมาได้ยังไง ฮือ!~”  ปุก ปุก! คนอ่อนแอใช้กำปั้นทำร้ายร่างกายของตัวเอง เธอพยายามลงโทษในความผิดที่เธอทำนั้น เพราะคิดว่าตัวเองสมควรได้รับมัน “ญ๋าครับ ญ๋า~” หมอปืนพยายามเรียกหยุดการกระทำของเธอไว้ ทั้งสองคนพาเธอออกมาจากจุดนั้นเพื่อไปยังที่ปลอดภัย และทำให้เรื่องในหัวของเธอเบาบางลงด้วยการใช้ยาเพื่อให้เธอได้หลับพักผ่อนไม่คิดถึงเรื่องที่ทำให้เธอเจ็บปวดใจ ห้องพักพยาบาล ช่วงสาย... หลังจากที่แสนดีและหมอปืนส่งญะญ๋าให้ถึงมือหมอ แสนดีก็แยกตัวออกมาเพื่อจัดการสิ่งที่คาใจและปล่อยให้หมอปืนอยู่เฝ้าญะญ๋าในห้องพักฟื้นผู้ป่วย “มึงเป็นคนเอาเรื่องที่พวกกูคุยกันในแชทไปบอกอีแสนดีใช่ไหม?”  “ก็พวกพี่ทำไม่ถูก หนูก็แค่...”  “เสือกจริงๆ เลยนะมึง!” หนึ่งในสามคนง้างมือใส่พยาบาลเด็กใหม่แต่ก็ยังไม่ทันลงมือ แสนดีก็เดินเข้ามาในห้องซะก่อน เธอจ้องตาเขียวล็อคเป้าหมายทั้งสามคน พยาบาลในกลุ่มลับนั้นที่มีส่วนทำให้อาการป่วยของญะญ๋าแย่จนเธอคิดฆ่าตัวตาย ผัวะ! “อ๊าย! อีแสนดี มึงเป็นบ้าเหรอ!?”  “เออ! กูมันบ้า!” ผัวะ! ผัวะ! เธอขว้างหมัดใส่ปากของสาวพยาบาลหนึ่งในคนที่ปากดีที่สุดในแชทเต็มแรงและเป็นคนเดียวกันกับที่กดดันญะญ๋าในห้องผ่าตัด ก่อนจะลุกขึ้นมาจัดการกับอีกสองคนอย่างคนคลั่ง เพื่อล้างแค้นให้กับคนอ่อนแอที่เธอรัก “อ๊าย!”  “อีบ้า! หยุดนะ!”  พยาบาลเด็กใหม่พยายามที่จะเข้าไปห้ามทั้งสี่คน แต่ก็กลายเป็นว่าเธอต้องเข้าไปอยู่ในวงชุลมุนนั้นด้วย ก่อนที่เสียงโวยวายจะเรียกให้มีคนเข้ามาแยกพวกเธอออกจากกัน -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]  [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]​

บทที่ 2 Part : ยังไงก็รัก

แปดเดือนต่อมา โรงพยาบาลจิตเวชเอกชล... หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในวันนั้นญะญ๋าก็อาการป่วยแย่ลง เธอคิดฆ่าตัวตายทุกวันในช่วงสองอาทิตย์แรกที่เข้ารับการรักษาตัวอย่างจริงจัง เธอได้รับการรักษาด้วยหลากหลายวิธี ทั้งกินยา ฉีดยา ช็อตไฟฟ้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น เธอต่อต้านทุกการรักษาจนทำให้เธอกลายเป็นคนเสียสติในที่สุด และนั่นก็นำพาให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ (โรงพยาบาลจิตเวช) นี้ อาการของเธอก็เหมือนจะดีขึ้น อาจจะเพราะความทรงจำในช่วงเลวร้ายในใจเธอถูกลบเลือนหายไปหมด ซึ่งนั่นเป็นผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยวิธีช็อตไฟฟ้า ทำให้เหลือเพียงแค่ความจำในช่วงวัยเด็กจนถึงช่วงอายุสิบแปดเท่านั้น และแน่นอนว่าช่วงที่เธอเรียนแพทย์และช่วงที่ได้รักกับอาหมอของเธอนั้น เธอก็ลืมมันไปจนหมดสิ้น… “แม่คะ เมื่อไหร่ญ๋าจะได้กลับบ้าน...” เสียงญะญ๋าในชุดคนไข้จิตเวชเอ่ยถามกับแม่ของเธอ  “ใกล้แล้วล่ะลูก”  “แล้วญ๋าต้องกินยาอีกถึงเมื่อไหร่คะ” เธอมองยาในมือที่ต้องทานทุกครั้งหลังอาหารด้วยแววตาเบื่อหน่าย “หมอบอกกับแม่ว่าญ๋าต้องกินยาไปตลอดจนกว่าจะหายดี แล้วพอออกจากโรงพยาบาลลูกจะต้องไปอยู่ที่บ้านอาปืนก่อนนะ”  “บ้านอาปืนเหรอคะ?”  “ใช่ ลูกต้องไปอยู่รักษาตัวที่นั่นนะ อาปืนของญ๋าจะเป็นคนดูแลญ๋าเอง”  สาวป่วยจิตไม่ได้ติดอะไรที่จะต้องไปอยู่บ้านของอาหมอของเธอ แต่ในเวลาเดียวกันก็ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อกับชีวิต ซึ่งหมอรวมถึงพ่อกับแม่ของเธอก็พยายามบอกกับเธอว่าตอนนี้เธอมีอายุจริงที่เท่าไหร่ เรียนจบแล้วทำงานอะไร ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่พวกเขากุขึ้นเพื่อรักษาอาการป่วยของเธอให้คงที่ และเธอก็เข้าใจไปว่าตัวเองเป็นคนไข้ความจำเสื่อมจากอุบัติเหตุไม่ใช่คนไข้ป่วยจิตอย่างที่เป็นอยู่ “…ก็ได้ค่ะ แล้วทำไมวันนี้แสนดีไม่มาด้วยล่ะคะ?”  “แสนดีติดธุระน่ะ อาจจะมาหาญ๋าช้าหน่อย” วันนี้เป็นวันที่แสนดีไปงานรับปริญญา เธอเรียนจบหมอตามฝันแต่น่าเสียดายที่ญะญ๋าลูกสาวของฉันไปไม่ถึงความฝันของเธอ  “เหรอคะ...”  ญะญ๋าพูดด้วยสีหน้าน้อยใจเพราะเบื่อที่ต้องอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้อีกทั้งเพื่อนรักก็มาช้ากว่าที่เธออยากให้มา แต่อีกไม่นานฝันร้ายและความโดดเดี่ยว ณ.ที่แห่งนี้กำลังจะจบลง ห้องฟังผลตรวจ... “อาทิตย์หน้าญ๋าก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้วใช่ไหม?” หมอปืนเอ่ยถามกับเพื่อนหมอของตน จิตแพทย์ประจำตัวของญะญ๋า “อือ อาการญ๋าไม่น่าเป็นห่วงเหมือนช่วงแรก กลับไปรักษาต่อที่บ้านได้แล้ว”  “แล้วเรื่องที่ญ๋าจำอะไรที่ผ่านมาไม่ได้ล่ะครับ..จะทำยังไง?” พ่อของญะญ๋าที่นั่งอยู่ข้างหมอปืนเอ่ยถามอย่างให้ความสนใจ “ผมคิดว่านี่เป็นผลดีแล้วนะครับ ให้เธอจำได้เพียงเท่านี้จะดีกว่า หากว่าเธอกลับมาจำเรื่องแย่ๆ ที่เคยเกิดขึ้นได้ ผมกลัวว่าเธอจะคิดทำร้ายตัวเองขึ้นมาอีก และถ้าเป็นแบบนั้นเราคงต้องเริ่มแผนการรักษาใหม่ตั้งแต่ต้น”  “แล้วลูกสาวผมจะหายกลับมาเป็นปกติไหมครับ?” คนเป็นพ่อถามอย่างมีความหวัง “โอกาสหายก็มีครับ แต่จะกลับมาอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ไหมอันนี้หมอคิดว่าไม่...”  “แค่เธอไม่กลับไปเป็นเหมือนตอนนั้นก็ดีแล้วล่ะครับพี่” หมอปืนพูดปลอบใจพ่อของญะญ๋าที่มีสีหน้าเป็นกังวล “ใช่ครับ ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว แค่เธอยอมกินข้าวกินยาทุกวันเหมือนช่วงสองเดือนที่ผ่านมานี้ รับลองว่าอีกไม่นานญ๋าจะกลับมาใช้ชีวิตในสังคมเหมือนคนปกติได้แน่”  เพนท์เฮ้าหมอปืน เวลาต่อมา... “อีกสามวันจะย้ายออกจากที่นี่ใช่ไหม?” พ่อของญะญ๋าเอ่ยถามกับหมอปืน “ใช่ครับ ตอนนี้ผมกำลังให้คนทำความสะอาดบ้านใหม่อยู่”  ในช่วงที่ญะญ๋าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนานแปดเดือน ผมปรับเปลี่ยนตารางงานให้น้อยลง และตั้งใจจะซื้อบ้านหลังใหม่ที่มีสนามหญ้ารอบบ้าน บอกลาตึกสูงแห่งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวญ๋าเองในอนาคต เพราะมันไม่เป็นผลดีหากว่าเกิดเหตุการณ์แบบวันนั้นขึ้นซ้ำอีก อย่างน้อยบ้านสองชั้นก็ไม่ทำให้เธอบาดเจ็บถึงชีวิต “ตอนนี้ญ๋าไม่ใช่ญ๋าคนเดิมแล้ว ปืนจะเปลี่ยนใจก็ยังทันนะ...” ผู้เป็นแม่ยื่นโอกาสที่จะทำให้หมอปืนหลุดพ้นจากเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้เขามาเสียเวลาติดอยู่กับลูกสาวของเธอที่มีอาการป่วยจิต “เธอยังเป็นญ๋าคนเดิมสำหรับผมครับ แล้วผมก็จะไม่ทิ้งเธอไปไหนเด็ดขาด...”  “แน่ใจนะปืน” พ่อญะญ๋าถามย้ำ “ครับ ผมแน่ใจ” เขาพูดตอบกลับอย่างมุ่งมั่น “ฮึก ขอบใจนะปืนที่ยังรักญ๋า” คนเป็นแม่อดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทั้งรู้สึกตื้นตันและขอบคุณที่เขาไม่ปล่อยมือจากลูกสาวของเธอ แม้ในเวลาที่เธอยื่นโอกาสให้ “ไม่เป็นไรครับ ถึงญ๋าไม่หายก็ไม่เป็นไร...”  “ขอบใจมากไอปืน”  พ่อญะญ๋าเดินเข้าไปกอดเพื่อนรุ่นน้องด้วยความขอบคุณจากใจจริง หากไม่ใช่เพราะเขา ญะญ๋าคงไม่ได้รับการรักษาที่ดีมาตลอดในช่วงที่เธอพักอยู่โรงพยาบาล อีกทั้งค่าใช้จ่ายร่วมๆ ล้านหมอปืนก็ยังเป็นคนดูแลให้ทั้งหมด  โรงพยาบาลจิตเวชเอกชล ในอาทิตย์ต่อมา... วันนี้เป็นวันที่ทุกคนมารับญะญ๋าออกจากโรงพยาบาล และกลับไปยังบ้านหลังใหม่ที่หมอปืนตั้งใจซื้อไว้เป็นเรือนหอเพื่ออยู่กับแฟนสาวของเขาในอนาคต “บ้านของอาปืนอยู่ไหนเหรอคะ ญ๋าจำไม่ได้?”  “เป็นบ้านหลังใหม่น่ะ อาเพิ่งซื้อกะว่าจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นั่นพร้อมกันกับญ๋า” หมอปืนพูดบอกกับสาวสวยคนรักของเขาอย่างนุ่มนวลถึงคำตอบที่เตรียมไว้แม้เธอจะจำไม่ได้ว่าเขาคือคนรักของเธอ “ที่นั่นมีแค่อากับญ๋าอยู่เหรอคะ หรือว่าแฟนอาอยู่ด้วย เอ่อแฟนอาชื่ออะไรนะ?” เธอพูดไปพรางทำท่าทางนึกถึงภาพความทรงจำที่หายไป “อาเลิกกันแล้วครับ เลิกไปนานหลายปีแล้ว” หมอปืนรีบพูดเพื่อไม่ให้ญะญ๋าถามถึงเรื่องอดีต “อ้าวเหรอคะ…ว่าแต่แสนดีไม่มารับญ๋าด้วยเหรอคะ?” คนติดเพื่อนเอ่ยถามกับพ่อของเธอ เมื่อไม่เจอหน้าแสนดีมากับทั้งสามคน “ญ๋า~”  “แสนดี^^” เธอวิ่งเข้าไปหาเพื่อนด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข เมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอเปิดประตูเข้ามาด้านในห้องพักผู้ป่วย “คิดว่าจะไม่มาซะแล้ว”  “ต้องมาสิ ตอนนี้ฉันมีเวลาให้แกแล้วนะ ว่างถึงสามเดือนเลย...”  “จริงเหรอ?”  “อือ^^” เธอมีเวลาว่างสามเดือนก่อนจะกลับไปเรียนแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งก็เป็นความตั้งใจเดิมของเธอนั่นคือเรียนจิตแพทย์เพื่อรักษาคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและคนรักอย่างญะญ๋า “งั้นแบบนี้ต้องเรียกว่าคุณหมอแสนดีแล้วใช่ไหม...ดีจังที่แกได้เป็นหมอ”  “ฉันเป็นหมอได้ก็เพราะแกเลยนะ”  “เพราะแกเก่งต่างหาก” ญะญ๋าพูดชมเพื่อนสนิทของเธออย่างภาคภูมิใจแทนความสำเร็จนั้นของเพื่อน “งั้นถ้าแกมีเวลาว่างแล้ว ไปอยู่เป็นเพื่อนฉันที่บ้านอาหน่อยสินะ นะแสนดี~”  ญะญ๋าเอ่ยถามอย่างตั้งตารอคำตอบ ซึ่งหมอปืนที่ได้ยินแบบนั้นก็พยายามจะขัดขวางความต้องการของเธอ เพราะรู้ว่าแสนดีคิดกับญ๋าเกินเพื่อนไปแล้ว จึงเกิดอาการหึงหวงขึ้นเล็กๆ “อาว่าแสนดีคง...”  “ได้สิ ฉันไปได้” แสนดีพูดสวนหมอปืนขึ้น “ไปได้เหรอ?” หมอปืนถามย้ำแสนดีเพราะต้องการให้เธอเปลี่ยนคำตอบ “ค่ะ ถ้าหมอไม่ว่าอะไร หนูขอไปอยู่เป็นเพื่อนญ๋าที่บ้านได้ไหมคะ?”  “...”  “นะคะอา~” คนหน้าหวานเกาะแขนล่ำอ้อนอาปืนของเธอเพื่อขอร้องให้เขายอมใจอ่อน “ได้สิครับ อาตามใจญ๋าอยู่แล้ว”  -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]  [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

บทที่ 3 Part : บ้านหลังใหม่

เขามองหน้าแสนดีอย่างแปลกใจที่เธอตัดสินใจตอบรับคำขอนั้นของญะญ๋า ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยคุยเรื่องนั้นกับเธอไปแล้ว ว่าขอให้เธอรักษาระยะห่างและมองญ๋าเป็นเพียงแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น แต่ทว่าสายตาของแสนดีที่มองต่อแฟนสาวของเขาเวลานี้ไม่ต่างไปจากเดิมเลย และมันก็เป็นเรื่องยากที่จะแยกเธอออกจากญะญ๋า หมู่บ้านจัดสรรสุดหรู... บ้านสองชั้นสไตล์ยุโรปที่สร้างบนเนื้อที่เกือบหนึ่งไร่รวมที่จอดรถและล้อมรอบไปด้วยสนามหญ้า ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าสิบล้านซึ่งหลังที่แพงสุดอยู่ที่แปดสิบล้านและหมอปืนก็เลือกหลังที่แพงที่สุดเพราะต้องการให้ที่นี่เป็นบ้านหลังสุดท้ายไว้สำหรับการสร้างครอบครัว ซึ่งพอรวมค่าต่อเติมบ้านและเฟอร์นิเจอร์ราคาก็พอๆ กับเพนท์เฮ้าส์เดิมของหมอปืนที่เพิ่งประกาศขายไป และที่นี่ยังมีความเป็นส่วนตัวมากๆ เพราะมีเพียงแค่สิบเก้าหลังในโครงการเท่านั้น  “ว้าว ที่นี่สวยจัง”  “ญ๋าชอบใช่ไหมครับ อาเพิ่งให้คนย้ายของเข้ามาเมื่อวานนี้เอง ตอนนี้ทุกอย่างก็น่าจะพร้อมเข้าอยู่แล้ว”  “รวมถึงของใช้ญ๋าด้วยเหรอคะ”  “ใช่ครับ ทั้งเสื้อผ้าแล้วก็ของใช้ของญ๋าอาย้ายมาที่นี่หมดแล้ว”  “งั้นญ๋าขอเดินดูรอบบ้านหน่อยได้ไหมคะ”  “ได้สิครับ” สิ้นเสียงหมอปืนญะญ๋าก็รีบวิ่งไปดูหลังบ้าน เพราะเธอมองเข้าไปเห็นบางสิ่งที่น่าสนใจจึงอยากเดินเข้าไปดูให้เห็นเต็มตา “ฝากญ๋าด้วยนะปืน เดี๋ยวพวกพี่ว่างจากงานรีสอร์ทที่เขาใหญ่แล้วจะแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ” แม่ของสาวป่วยจิตพูดฝากฝังลูกสาวของเธอไว้กับน้องชายคนสนิทหรือว่าที่ลูกเขยในอนาคต เพราะต้องกลับไปดูรีสอร์ทเล็กๆ ธุระกิจของบ้าน “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจ้างแม่บ้านมาอยู่ประจำที่นี่แล้วครับ เธอจะช่วยดูแลญ๋าในเวลาที่ผมไปทำงานหรือว่าไม่อยู่บ้าน”  “เดี๋ยวหนูช่วยดูค่ะ” แสนดีพูดอาสาขึ้นในความตั้งใจเดิมของเธอ “เธอเรียนจบแล้วไม่ไปเป็นหมอหรือไง?”  “หนูตั้งใจว่าจะเรียนต่อจิตแพทย์ ช่วงนี้เลยมีเวลาว่างสามเดือนก่อนเรียนต่อ หนูเลยอยากให้เวลากับญ๋ามากขึ้น ขอเวลาหนูอยู่กับเธอสักสามเดือนนะคะ”  “นานไป ฉันให้เธออยู่ที่นี่นานขนาดนั้นไม่ได้...” คนตัวสูงขมวดคิ้วพูดตอบกลับศัตรูหัวใจของตน “งั้นหนึ่งเดือนได้ไหมคะ ส่วนอีกสองเดือนหนูขอมาเช้าเย็นกลับ” แสนดีพูดต่อลองกับหมอปืนเพื่อให้ได้โอกาสอยู่กับญะญ๋าช่วงหนึ่ง ก่อนที่เธอจะต้องกลับไปตั้งใจเรียนแพทย์เฉพาะทางอีกครั้ง “งั้นพี่ขอกลับบ้านก่อนนะปืนฝากญ๋าด้วยนะ..แม่ฝากญ๋าด้วยนะแสนดี” คนเป็นแม่พูดขึ้นเพื่อหยุดคนทั้งสองไม่ให้ปะทะคารมกัน เพราะทั้งคู่มีท่าทางจะหยุมหัวกันตั้งแต่ขึ้นรถจนกระทั่งถึงที่หมาย ซึ่งพ่อแม่ของญะญ๋าก็พอรับรู้ได้ว่าสองคนเป็นศัตรูหัวใจกัน เพราะแย่งความรักจากลูกสาวเสียสติของเธอ “ญ๋าลูก~ วิ่งหายไปไหนแล้วล่ะ” คนเป็นพ่อตะโกนหาลูกสาวพร้อมกับชะเง้อคอมอง ก่อนที่เธอจะวิ่งกลับมาด้วยท่าทางสดใสและรีบเล่าให้ผู้เป็นพ่อฟังถึงเรื่องตื่นเต้นที่เธอเจอมา “หลังบ้านมีสระว่ายน้ำด้วยค่ะพ่อ...”  “ญ๋าชอบหรือเปล่า?” หมอปืนเอ่ยถาม “ชอบค่ะ^^”  “อาคิดไว้อยู่แล้วว่าญ๋าจะต้องชอบที่นี่เหมือนอา” หมอปืนพูดพร้อมกับลูบหัวคนตัวเล็กอย่างอบอุ่นและจ้องตาหวานเยิ้มใส่เธอ แววตาและการกระทำของเขาที่แสดงต่อเธอนั้นยังดูนุ่มนวลและอบอุ่นเสมอไม่เปลี่ยน “อยู่ที่นี่อย่าดื้อกับอานะลูก เดี๋ยวแม่กับพ่อจะมาเยี่ยมบ่อยๆ”  “ค่ะแม่” เธอตอบรับเสียงใส ท่าทางของเธอเวลานี้ราวกับเป็นเด็กสาวอายุสิบแปดอีกครั้ง แม้ทุกคนจะพยายามบอกว่าเธอแก่กว่านั้น แต่เธอยังคงมีท่าทางเหมือนกับสาวแรกแย้ม “งั้นพ่อกับแม่กลับก่อนนะ”  “ไม่อยู่ทานข้าวกันก่อนเหรอครับ จะกลับเลยเหรอ?”  “อือ ฝากญ๋าด้วยนะไอปืน”  “ได้ครับพี่ ขับรถดีๆ นะครับ” หมอปืนตอบรับคำฝากฝังของพ่อสาวป่วยจิต ก่อนที่ทั้งคู่จะล่ำลาเดินทางกลับบ้านที่เขาใหญ่ “งั้นเราเข้าไปดูในบ้านกันเถอะครับ” สิ้นเสียงหมอปืน เขาก็เดินจูงมือหลานสาวเข้าไปด้านในบ้าน ส่วนแสนดีก็เดินเนียนตามเข้ามา แม้ยังไม่ได้รับการยืนยันจากเจ้าของบ้านว่าจะให้เธออยู่ที่นี่ได้นานเท่าไหร่ ภายในบ้านหรู... หมอปืนพาญะญ๋าขึ้นมาดูห้องนอนของญะญ๋าที่อยู่ติดกับห้องนอนของเจ้าบ้าน ที่นี่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามเพื่อเอาใจสาวสวยเจ้าของห้อง “ชอบไหมครับ?”  “นี่ห้องของญ๋าจริงๆ เหรอคะ ทำไมมันใหญ่แบบนี้ล่ะ” ดวงตาคู่สวยเบิกโตเป็นประกาย เมื่อเห็นความใหญ่โตของห้องที่คุณอาคนใจดีเตรียมไว้ให้เธอ “ใช่ครับ ทั้งหมดในห้องนี้อาตั้งใจทำให้ญ๋าเลยนะ”  “ขอบคุณนะคะอา^^” คนตัวเล็กสวมกอดชายร่างสูงเจ้าของบ้านด้วยท่าทางชอบใจ “ส่วนห้องนอนของอาจะอยู่ติดกับห้องนอนญ๋า มีอะไรเรียกอาได้ตลอดเลยนะครับ”  “ค่ะอา…งั้นแกก็นอนที่ห้องฉันนะแสนดี”  “เอ่อ..อาว่าแยกห้องกันดีกว่านะครับ ที่นี่มีห้องนอนหลายห้องอย่านอนเบียดกันบนเตียงเลย”  “เอาตามที่อาแกบอกก็ได้นะ” แสนดีไม่กล้าที่จะเรื่องมาก เพราะกลัวว่าจะไม่ได้ในสิ่งที่เอ่ยขอไป “แต่ว่าญ๋าไม่อยากนอนคนเดียว” เธอทำหน้าหงอยเพราะไม่อยากที่จะต้องนอนอยู่คนเดียวเหมือนกับตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาล แม้จะไม่ชอบใจที่เป็นแบบนี้ แต่หมอปืนก็จำใจต้องตอบรับคำขอนั้น “…ก็ได้ครับ นอนด้วยกันก็ได้”  “ขอบคุณค่ะอา” เธอตอบรับเสียงใสและรีบวิ่งหายเข้าห้องแต่งตัวไปเพราะมีบางอย่างในนั้นดึงดูดความสนใจของเธอ หมับ! “อย่าแตะต้องญ๋า ห้ามเกินเลยกับแฟนฉันเด็ดขาด” คนตัวสูงออกคำสั่งอย่างระวังเสียงกับเจ้าของต้นแขนเล็กที่เขาเพิ่งคว้าไว้ “นี่เป็นโอกาสเดียวของหนู หมอรู้ใช่ไหมคะ?” เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธคำสั่งนั้น และหมอปืนก็รู้ได้ทันทีว่าแสนดีไม่ยอมถอยแน่ “ถ้าเธออยากจะท้าทายฉันก็ลองดู...”  -------------------------------------------------------------------------- [ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]  [-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

อ่านต่อ