ณ คฤหาสน์หรู “อ๊ะ..ฮื่อ” ธนกรนั่งกัดปากแน่นพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเเละเพิ่มจังหวะในการช่วยตัวเองเขานั่งที่เก้าอี้พลางจินตนาการถึงสาวที่ฝันเมื่อคืนพร้อมกับเพิ่มจังหวะในการช่วยตัวเอง เสียงร้องครวญครางถึงความเสียวซ่านได้เป่งออกมาจากปากหนา ๆ ของเขา ยังไม่ทันที่เขาจะถึงฝั่งฝันก็มีป้าแม่บ้านมา ขัดจังหวะซะก่อน เขามีอาการหัวเสียนิด ๆ ก๊อก ๆ “คุณหนูคะ ป้าขอเข้าไปในห้องได้ไหมคะ” ธนกรจึงรีบใส่กางเกงโดยเร็วพร้อมเอ่ยปากตอบรับป้าน้อย “ครับเข้ามาเลย มีอะไรเหรอครับป้าน้อย" ธนกรเอ่ยถามป้าน้อยพร้อมหอบเสียงเบาๆ ออกมา “อ๋อป้าจะเข้ามาทำความสะอาดในห้องให้น่ะจ้ะ” พูดจบป้าน้อยก็ลงมือเก็บกวาดภายในห้อง “คุณหนูคะ เย็นนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าคะ” “เอ่อ..ผมว่าจะไม่กินข้าวที่บ้านครับผมมีนัดกับเพื่อนช่วงเย็น” ชายหนุ่มเอ่ยตอบพลางลุกเดินออกมาจากเก้าอี้หน้าคอม และลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อไปจัดการทำภารกิจของตัวเองให้เสร็จ เขาค่อย ๆ ถอดกางเกงออกและ เริ่มบิ้วอารมณ์ใหม่อีกครั้งเขาพยายามนึกถึงหน้าหญิงสาวที่เคยเห็นในฝัน พรางพูดออกมาเบา ๆ “อยากให้เธอมีตัวตนจริง ๆ จังฮื่อ แม่สาวน้อยฉันอยากร่วมรักกับเธอ” ยิ่งนึกถึงเขายิ่งเพิ่มความเร็วขึ้นมาเป็นเท่าตัว และในที่สุดเขาก็เสร็จสิ้นภารกิจช่วยตัวเอง ในขณะที่เขากำลังล้างมือและล้างทำความสะอาดน้องชายก็มีเสียงป้าแม่บ้านตะโกนขึ้น “คุณหนูมีธุระกับคุณทัชเหรอคะ” ชายหนุ่มตอบ “ใช่ครับป้า” ชายหนุ่มตะโกนตอบเสียงดังก้องออกมาจากห้องน้ำ “งั้นผมขอตัวลงไปข้างล่างก่อนนะครับเดี๋ยวจะเกะกะ ป้าน้อย เอา” “อีกสักครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้วค่ะคุณหนู...เอ่อ คุณหนูคะป้าฝากไปตามยัยลี่ให้ขึ้นมาหาป้าที่ห้องคุณหนูหน่อยนะคะพอดีป้าจะให้มันมาช่วยเก็บผ้าปูที่นอนไปซัก” “ได้เลยครับป้า” พลันสายตาชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นกระดาษทิชชู่ใต้เตียงที่ตนใช้เช็ดหลังจากที่ตัวเองสำเร็จความใคร่ไว้เมื่อคืนเขารีบหยิบมันขึ้นมาและโยนทิ้งไว้ในถังขยะใต้โต๊ะคอม “โอ้โหคุณหนูคะ พักนี้คุณหนูใช้ทิชชู่เยอะจังเลยนะคะเนี่ย” ป้าน้อยเอ่ยแซวเขาเหมือนรู้ว่าเขาใช้มันทำอะไร แต่ชายหนุ่มกลับอมยิ้มและรีบเดินออกมาจากห้องทันทีด้วยความเขินอาย ก๊อก ๆ “ค่า ๆ จะออกไป เดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ อุ๊ย!! คุณหนูเองหรือคะเนี่ยลี่ นึกว่าป้าน้อยมาเคาะประตูซะอีก” “อืมป้าน้อยให้ไปช่วยเก็บห้องน่ะ” “ที่ห้องของใครหรอคะ” ลี่เอ่ยถามพร้อมกับยื่นมือออกมากำลังจะจับแขนของเขาแต่กลับโดนปฏิเสธโดยการสะบัดแขนหนี “ ห้องของฉัน” พูดเสร็จเขาก็เดินหนีหายไปหลังบ้านปล่อยให้ลี่ยืนหน้าบึ้งอยู่ที่หน้าประตูลี่ยืนบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวพร้อมกับกระทืบเท้า ชักสีหน้าไม่พอใจก่อนจะรีบเดินไปหาป้าน้อย ชายหนุ่มรูปหล่อกำลังนั่งเหม่อนึกถึงสาวในฝันเป็นเรื่องน่าแปลกที่เขาฝันถึงเธอแทบทุกคืนและเกือบเดือนแล้ว “อ้าว...ตาหนูมานั่งตรงนี้นานหรือยังลูก” พลันความคิดของเขาก็มลายหายไปเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียงอันไพเราะนุ่มหวานทำให้เขารู้ทันทีเลยว่าใครเอ่ยเรียก “แม่…สวัสดีครับแม่กลับมาตอนไหนครับเนี่ย” “มาถึงสักพักแล้วจ้ะ เราล่ะจ๊ะเป็นไงบ้างช่วงที่แม่ไม่อยู่แอบไปมีแฟนที่ไหนมาหรือเปล่า” ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนจะเอ่ยกับผู้เป็นแม่ “โห...แม่ครับแม่ก็รู้นี่ครับว่าผมยังไม่อยากเอาใครมาทำให้ปวดหัว แล้วแม่กลับมารอบนี้จะไปทำงานอีกทีตอนไหนครับเนี่ย” “ อีกสามวันก็ไปทำงานอีกจ้ะ” “แบบนี้ผมเหงาอีกแล้วสิครับเนี่ย” เขาเอ่ยปากบอกผู้เป็นแม่พร้อมกับส่งยิ้มอ่อน ๆ กลับไป “ให้ทำยังไงได้ล่ะจ๊ะแม่กับป๊าต้องไปดูงานเปิดตัวสวนเงาะที่จันทบุรี” “ผมอยากให้แม่รู้ไว้นะครับว่าผมเป็นห่วงแม่มาก ๆ ผมแค่อยากให้แม่ได้พักบ้าง” “แม่เข้าใจจ้ะ แต่แม่ก็สัญญานะลูกแม่ขอเวลาหน่อยให้อะไร ๆ มันลงตัวแล้วแม่จะยกธุรกิจร้านเพชรให้ตาหนูเป็นคนดูแล” “ไม่ต้องรีบหรอกครับแม่ ถึงยังไงผมรอได้ผมเองก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองเหมือนกันให้แม่มั่นใจในตัวผมก่อนว่าคนแบบผมสามารถดูแลธุรกิจที่ แม่ยกให้ผมได้หรือเปล่า” “ลูกชายแม่น่ารักจริง ๆ เลยแม่ชักอยากจะรู้แล้วสิว่าถ้าสักวันหนึ่งตาหนูของแม่เกิดแต่งงานมีครอบครัวไปสาวคนไหนน้อจะได้เป็นคนที่โชคดีที่ได้เจอคนดี ๆ แบบลูกชายของแม่” “ฮ่า ๆ ไม่รู้สิครับแต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่พร้อมที่จะมีใคร” “ จ้ะ พ่อหนุ่มหล่อของแม่ “ “แม่ครับช่วงที่แม่ไปทำงานผมขอไปเที่ยวพักผ่อนทางใต้ได้ไหมครับ” “ได้สิจ๊ะ แล้วตาหนูจะไปคนเดียวเหรอลูก” “ไม่ครับเดี๋ยวผมไปกับไอ้ทัช ว่าจะลงไปหาไอ้กันเนอร์มันด้วยพวกผมไม่เจอมันมาตั้งหลายเดือนแล้วตั้งแต่เรียนจบมา” “แม่ล่ะอยากไปเที่ยวด้วยเลยแต่ติดตรงงานนี่สิจ๊ะไม่ไปก็ไม่ได้ปะป๊าเราน่ะสิบังคับให้ไปดูงานด่วนกัน” “ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมซื้อของมาฝากนะแล้วผมก็จะถ่ายรูปภาพสวย ๆ ที่ทางใต้มาฝากแม่เยอะ ๆ เลยครับ” “ลูกชายแม่เนี่ยน่ารักจริง ๆ เลย” พูดจบผู้เป็นแม่ก็เข้าสวมกอดชายหนุ่มด้วยความรักและความเอ็นดู.... ที่บ้านของทัช ธนกรขับรถมอเตอร์ไซค์มาหาทัชที่บ้าน ทัชเป็นเพื่อนเก่าและสนิทกับเขามาก ๆ ตั้งแต่เรียนอนุบาลเขาทั้งสองเป็นเพื่อนกันมานานมาก รถมอเตอร์ไซค์ของธนกรได้จอดอยู่ที่หน้ารั้วบ้าน สักพักก็มีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวขาววิ่งหน้าตั้งออกมาจากประตูบ้านหน้าตายิ้มแย้มดีใจที่เห็นธนกรมาหาตนที่บ้านทัชจึงรีบเปิดประตูรั้วให้เพื่อนเข้ามา “อ้าว ไอ้กรมาไวจังเลยน่าจะโทรมาหากันก่อนเนี่ยกำลังจะขึ้นไปอาบน้ำแต่ได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ก็เลยรีบมาเปิดประตูรั้วให้ก่อน” ธนกรก้าวขาลงจากรถพร้อมถอดหมวกกันน็อคเผยให้เห็นใบหน้าคมคายและสันจมูกโด่ง ๆ ของเขา “จะโทรบอกทำไมล่ะก็คุยกันรู้เรื่องแล้วไง” เขาพูดพร้อมกับเดินเข้ามากอดคอเพื่อนและพากันเดินเข้าบ้าน “ว่าไงเพื่อนเรื่องที่เราเคยคุยกันตอนอาทิตย์ก่อนตกลงว่าไง” ชายหนุ่มผิวขาวที่ชื่อทัชเอ่ยปากถามผู้เป็นเพื่อน “อืม ตกลงว่าไปก็ดีเหมือนกันจะได้ไปหาไอ้กันเนอร์ด้วยก็ไม่ได้เจอมันตั้งหลายเดือนแล้วคิดถึงมันเหมือนกัน” ทัชมีสีหน้าที่ดีใจและตอบกลับเพื่อน “วันไหนดีเพื่อนว่ามาเลย” “รออีกสามวันแม่กูจะไปทำงานต่างจังหวัดรอหน่อยอีกแค่สามวันเองขอใช้เวลาอยู่กับแม่ก่อน” “ได้เลยครับเด็กติดแม่ฮ่า ๆ “ “ไม่ได้ติดเว้ยแค่อยากมีเวลาอยู่กับแม่กับป๊าเฉย ๆ เว้ย” “ได้ไม่แซวมึงล่ะงั้นก็แจ่มเลยเพื่อนจะรีบเก็บกระเป๋ารอเลย” ธนกรนั่งมองหน้าเพื่อนสักพัก เพราะมีเรื่องที่อยากจะปรึกษากับทัชแต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าเพื่อนจะหัวเราะ แต่อีกใจนึงก็อยากจะเปิดใจเล่าให้เพื่อนฟังเพราะว่าทัชกับธนกรเป็นเพื่อนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก “ทัชมึงเคยฝันถึงใครสักคนหนึ่งไหม” “ฮ่า ๆ เคยดิเพื่อนฝันถึงพ่ออะดิแกมาหลอกในฝันอะฮ่า ๆ” ทัชพูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจใหญ่เมื่อเขาพูดถึงพ่อของเขาที่ได้จากโลกนี้ไปเมื่อหลายปีที่แล้ว “ไม่ใช่สิเพื่อนแบบฝันถึงผู้หญิงอะ” “เฮ้ยเพื่อนฮ่าๆอย่าบอกนะว่า มึงฝันเปียกอะ” “มันมากกว่านั้นเพราะถึงกับเก็บเอามาช่วยตัวเองเลยทุกครั้งที่มีอารมณ์ก็จะนึกถึงแต่หน้าผู้หญิงที่ฝันมึงว่าแปลกไหม” ทัชทำหน้างุนงงและขมวดคิ้วขึ้น “อืมคิดว่าน่าจะเป็นผู้หญิงที่เด็ดนะถึงทำให้กับนึกถึงได้ แถมยังเก็บเอาไปช่วยตัวเองอะฮ่า ๆ มึงนี่อาการหนักนะเว้ย ไหนบอกหน่อยสิว่าแบบไหนที่มึงฝันอะ” ธนกรเอามือเกาหัวทำท่าเขินอายและเล่าให้เพื่อนฟัง “ก็...หน้าตาสะสวยหน้าอกใหญ่สะบึมสะโพกกลมมล ผิวขาวอมชมพู” “เข้าใจแล้วสวยสุด ๆ เลยนี่หว่าทำเอาเพื่อนเราลืมไม่ลงเลยเว้ยฮ่า ๆ ผีสาวมาเข้าฝันหลอกมึงหรือเปล่าฮ่า ๆ “ “พอ ๆ เลิกคุยเถอะไปหาข้าวกินกันดีกว่าปะ” ทัชยังคงหัวเราะใส่ธนกรไม่เลิกพร้อมลุกขึ้นเดินตามหลังเพื่อนออกมาข้างนอก “ร้านไหนดีวะ” ธนกรเอ่ยถามเพื่อนรักและสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ “ร้านเดิมดีกว่าที่เราเคยไปกินกันบ่อย ๆ หลังวัดอะ” ไม่นานรถของธนกรก็ขับออกไปอย่างเร็วโดยมีทัชเพื่อนรักนั่งซ้อนท้ายไปด้วย...
...วันเดินทาง.. “พ่อกับแม่ไปก่อนนะ แล้วเราน่ะจะไปเที่ยวอย่าไปเมาหลับที่ไหนนะลูกแม่เป็นห่วง” เสียงสาววัยกลางคนเอ่ยกับลูกชายพร้อมกับสวมกอดกันอย่างอบอุ่นสามคนพ่อเเม่ลูก “ครับเดินทางปลอดภัยนะครับพ่อกับแม่” เมื่อกล่าวอำลาเสร็จรถเก๋งก็ขับออกจากตัวบ้านธนกรยืนมองรถที่ขับออกไปจนลับตา เขาจึงรีบเดินเข้าบ้านและเตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวหาเพื่อนที่ทางใต้ สถานีรถไฟ “ไอ้กร ๆ รถไฟมาเเล้วไปเร็วเว้ย” ทัชดึงแขนของธนกรและพากันวิ่งขึ้นรถไฟ “ไม่ได้นั่งรถไฟนานแล้วบรรยากาศดีเหมือนกันนะเนี่ยได้มองวิวทิวทัศน์ด้วย” ธนกรเอ่ย “กันเนอร์มันจะเป็นไงบ้างนะมันยังสบายดีไหมหรือว่าตอนนี้มันทำงานช่วยตามันล่ะวะ” “เห็นมันเคยพูดไว้ว่าหลังจากมันเรียนจบมันก็จะช่วยตามันออกเรือหาปลา” “แล้วเราสองคนจะลองออกเรือหาปลากับมันกันบ้างไหมวะเปิดประสบการณ์ไง” “เอาดิ่” เสียงของธนกรพูดสมทบเพื่อน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปได้นานแค่ไหนทั้งสองได้เผลอหลับไปตื่นมาอีกทีตอนนี้ก็เป็นเวลาพลบค่ำรถไฟได้ลงจอดอีกสถานีหนึ่งทั้งสองพากันลงที่สถานีนั้นและได้ต่อรถไปอีกเรื่อยๆ รุ่งเช้า.. “โอ้ยเมื่อยตัวไปหมดเลยโว้ยย” ทัชพูดพร้อมกับยืดแขนและบิดไปมาข้างรถทัวร์ “อีกไกลไหมกว่าจะถึงบ้านไอ้กันเนอร์” ธนกรถามเพื่อน “นั่งรถต่ออีกเที่ยวก็ถึงแล้วเพื่อน” “หิวข้าววะหาข้าวกินกันก่อนปะ” ธนกรเอ่ยชวนเพื่อน “อืมว่างั้นล่ะ” ในระหว่าที่ทั้งสองกำลังนั่งกินข้าวกันก็มีเสียงของใครคนนึงดังขึ้น “ขนมหวานไหมจ๊ะช่วยซื้อหน่อยจ้า” เสียงหวานสดใสของหญิงสาว “เฮ้ยเพื่อนๆดูผู้หญิงคนนั้นสิ” ธนกรตักข้าวใส่ปากไม่ยั้งไม่สนใจคำพูดของเพื่อนจนกระทั่งเสียงหวานสดใสได้มาหยุดพูดอยู่ตรงโต๊ะของพวกเขา “พี่จ๋าขนมหวานไหมจ๊ะเหลือห้าห่อสุดท้ายช่วยซื้อหน่อยได้ไหม” ธนกรได้เงยหน้ามองก่อนจะ ตะลึงกับสาวที่อยู่ตรงหน้าเธอมีหน้าตาที่สวยคิ้วเข้มดวงตากลมโตจมูกโด่ง ปากอวบอิ่มสีชมพูและผมที่ดำเป็นมันขลับได้ถูกมัดรวบเอาไว้เธอมีหุ่นบอบบางและยังมีหน้าอกที่ใหญ่ “ซื้อไหมจ๊ะพี่” เสียงยี่หวาเอ่ยขึ้นจึงทำให้ธนกรเลิกจ้องมองเธอ “ครับซื้อครับเอาหมดเลยครับ” ธนกรรีบหยิบเงินส่งไปให้สาวตรงหน้าแถมยังไม่เอาเงินถอนจากเธออีก ยี่หวากล่าวขอบคุณหลังจากนั้นก็เดินหายไป “แหมเพื่อนเจอสาวสวยถึงกับเหมาเลยหรอเนี่ยฮ่าๆไม่พอนะยังไม่เอาตังค์ถอนอีก” ธนกรอมยิ้มและหันหน้าไปทางอื่น ปิ๊นๆๆๆๆๆ ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะกินข้าวหมดจานเสียงบีบแตรของรถสองแถวก็ดังขึ้นทั้งสองจึงรีบจ่ายตังค์และวิ่งขึ้นรถ ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงที่หมาย เบื้องหน้าของทั้งสองมีบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง บ้านมีลักษณะเก่าและอยู่ติดริมทะเล ที่นี่คือบ้านของกันเนอร์ ทางบ้านเขามีอาชีพออกเรือหาปลาไม่รอช้าสองหนุ่มพากันเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านไม้ ก็เห็นชายชรายืนตากปลาอยู่กลางแจ้ง ทัชรีบเอ่ยทักทายลุงชิด ซึ่งเป็นตาของกันเนอร์ “ตาชิดๆสวัสดีครับจำพวกผมได้ไหมครับ” ชายชราหันมามองก็เห็นสองหนุ่มยืนยกมือไหว้อยู่ตาชิดจึงส่งยิ้มให้เเล้วเดินมาหาพวกเขา “เอ้าไปไงมาไงเนี่ยพวกเอ็งมาๆเข้ามานั่งที่ใต้ถุนบ้านก่อนยายทรงหาน้ำมาให้เด็กๆมันกินหน่อยเร็ว” “ตาชิดสบายดีนะครับ” ธนกรเอ่ยถามตาชิด “ก็เรื่อยๆแหละพักนี้ข้ารู้สึกปวดหลังมาก แล้วพวกเอ็งล่ะสบายดีไหมเป็นยังไงบ้างหลังเรียนจบมีงานการทำกันหรือยัง” ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้ตอบอะไรตาชิดเสียงยายทรงที่เป็นเมียตาชิดก็ดังขึ้น “มาเเล้วๆน้ำเย็นๆ” เสียงหญิงวัยชราเอ่ยขึ้นและเดินลงมาจากบันไดในมือถือขันน้ำสแตนเลส “ยายทรงสวัสดีครับผม/ครับ” ทั้งสองกล่าวสวัสดีพร้อมกัน ยายทรงรับไหว้และกล่าวขึ้น “ไอ้เจ้ากันเนอร์น่ะมันไม่อยู่หรอกออกไปส่งปลาแดดเดียวที่บ้านยายสร้อยเดี๋ยวมันก็คงใกล้จะกลับแล้วล่ะ แล้วมากันได้บอกมันหรือยัง” “ไม่ได้บอกมันหรอกครับกะจะมาเซอร์ไพรส์มันด้วย” พูดยังไม่ทันขาดคำกันเนอร์ก็ขับรถพ่วงข้างเข้ามาในบ้าน บรึ้นๆๆๆๆ “อ้าวนั่นไงมาแล้ว” ยายทรงกล่าวชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ก้าวขาลงมาจากรถพ่วงข้าง “อ้าวเฮ้ยพวกเอ็งมากันตอนไหนวะ”ชายหนุ่มร่างใหญ่กระโดดกอดเพื่อนทั้งสองคน ด้วยความดีใจกันเนอร์ไม่คิดว่าจู่ๆเพื่อนรักทั้งสองจะมาหา “พวกกูคิดถึงมึงนะเนี่ยเลยมาหาถึงที่บ้านเนี่ย” “ดีใจนะเว้ยที่เห็นพวกเอ็งมาหาถึงบ้านดีเลยเดี๋ยวพาเที่ยวรอบเกาะเลย” ตอนบ่าย .. กันเนอร์ทัชและธนกรพากันเดินมาถึงชายหาด “ร้อนๆแบบนี้ต้องเล่นน้ำทะเล” กันเนอร์กล่าวชวนเพื่อนๆ “เอาสิรอไร” ทัชเสริมขึ้นเมื่อพูดจบหนุ่มๆสามคนก็พากันลงเล่นน้ำทะเลอย่างครึกครื้น “เฮ้อทำไมหลังเรียนจบมึงไม่มาหาพวกกูเลยล่ะ” “เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องกลับมาดูเเลตากับยายที่บ้านแค่ช่วงที่ข้าไปเรียนไม่ค่อยได้กลับมาบ้านก็เป็นห่วงตากับยายจะแย่” “ใช่หรือเปล่าไม่ใช่มึงติดสาวนะเว้ย”ทัชพูดปนหัวเราะใส่เพื่อน “อย่าไปแซวมันสิมันเขินเเย่แล้วเนี่ย”ธนกรเอ่ยห้ามทัชไม่ให้เเซวกันเนอร์ “ไม่ใช่นะเว้ยเข้าใจผิดแล้วพวกเอ็งอ่ะ แต่ข้าก็แอบรักสาวอยู่คนหนึ่งนะเว้ยแต่เขาไม่รู้ตัวหรอกเว้ย” “นั่นแน่ว่าแล้วใครวะๆบอกข้ามาซะดีๆ” เพื่อนสองคนพากันล้อกันเนอร์ ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานานกันเนอร์จึงเอ่ยปากเล่าให้ฟัง “บอกก็ได้สาวที่ข้าแอบมองอ่ะเขาเป็นหลานยายช้อยแกตั้งแผงขายขนมหวานอยู่หลังเกาะ” “บร้ะ...เพื่อนเราเนี่ยร้ายนี่หว่าบอกมาเลยนะเว้ยว่าสวยหรือเปล่าน่ารักไหมแล้วที่สำคัญหุ่นเนี่ยเชพบ๊ะไหมว่ะเพื่อน” ทัชพูดเเซวพร้อมกับหัวเราะใส่เพื่อน “เอาแบบนี้เดี๋ยวหลังจากเล่นน้ำเสร็จแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดที่บ้านข้า เดี๋ยวข้าจะพาพวกเอ็งไปดูสาวที่ข้าแอบรัก” “ต้องแจ่มแมวแน่ๆเลยกรว่าปะ” ธนกรไม่ตอบได้เเต่ส่งยิ้มไปเฉยๆตอนนี้ในหัวของเขากำลังนึกถึงใครบางคนอยู่นั่นคือสาวที่ขายขนมหวานให้เขาเมื่อเช้านั่นเอง เขารู้สึกถูกชะตากับสาวคนนั้นแบบแปลกๆแต่ในใจก็คิดว่าแค่สาวขายขนมที่เจอแล้วก็ผ่านไปแต่เขากลับยังคงนึกถึงเธออยู่ ณ แผงขายขนม “เฮ้อยายจ๋าหนูกลับมาเเล้วจ้ะ” เสียงหวานใสของสาวแสนสวยดังขึ้นยี่หวาอายุยี่สิบสองปีเธอเป็นหลานสาวเพียงคนเดียวของยายช้อยยี่หวาไม่มีพ่อแม่มาตั้งเเต่เด็ก เพราะทั้งสองคนเลิกลากันไปและทิ้งเธอไว้ให้ยายเลี้ยง “ขายขนมหมดไหมลูก” ยายช้อยเอ่ยถามหลานสาว “หมดสิจ๊ะยายไปขายแถวๆที่มีนักท่องเที่ยวเนี่ยขายหมดตลอดเลยจ้ะพรุ่งนี้หนูว่าจะไปไกลกว่านี้อีกนิดนึง” “พอแล้วล่ะลูกแค่ที่ไปน่ะก็ไกลจากร้านมากๆแล้วอันตรายยายเป็นห่วง” “ก็ได้จ่ะยาย เอ้อ.. ว่าแต่ยายจ๋าวันนี้ครบเดือนแล้วนี่เถ้าแก่เขามาเก็บค่าเช่าที่หรือยังจ๊ะยาย” “ยังเลยลูก..ถึงมายายก็ยังไม่มีจ่ายให้เขาหรอก” “นี่ยายก็ติดเขาไว้จะสองเดือนเเล้ว” ยี่หวาทำหน้าตาตกใจแต่เธอก็รู้ว่ายายไม่ได้จ่ายแค่ค่าเช่าที่อย่างเดียวยายต้องนำเงินไปจ่ายหนี้สินจากที่อื่นอีกที่ยายไปกู้มาส่งยี่หวาเรียนจนจบม.3แต่เธอก็ไม่นิ่งดูดายเร่ขายขนมไปทั่วหาเงินช่วยยายแต่มันก็ยังไม่พอจ่ายค่าเช่าที่ จนตอนนี้ทำให้ยายช้อยติดค่าเช่าที่กับเถ้าเเก่สุรศักดิ์หลายพัน ยี่หวาได้เดินเข้ามากอดยายช้อย และเอ่ยเสียงหวานกับยาย “พรุ่งนี้หนูจะเอาขนมไปขายอีกนะจ๊ะจะได้มีเงินเยอะๆมีพอมาจ่ายค่าที” ยายช้อยกอดหลานสาวด้วยความรัก แต่แล้วในขณะที่ยายหลานกำลังกอดกันก็ต้องโดนขัดซะก่อนเพราะเสียงเถ้าแก่สุรศักดิ์ดังขึ้น “อ้าวๆยายช้อยวันนี้มีตังค์จ่ายค่าเช่าที่ฉันหรือยัง” เสียงของเถ้าแก่ตะโกนถาม “สวัสดีจ้ะเถ้าแก่” ยายช้อยกล่าวสวัสดีกับเถ้าแก่สุรศักดิ์ “สวัสดียายช้อยเมื่อกี้เห็นยืนกอดกันกลมเชียวกำลังมีความสุขอะไรกันเหรอหรือดีใจที่เห็นฉันมา” “เถ้าแก่จ๊ะยังไงฉันขอเลื่อนไปอีกสักเดือนนึงได้ไหม” “แต่ยายช้อยก็พูดแบบนี้มาเดือนนึงแล้วนะ” เถ้าแก่สุรศักดิ์ตะคอกใส่ยายช้อย “ฉันพูดจริงๆนะจ๊ะขอเลื่อนออกไปแค่เดือนเดียว แล้วฉันสัญญาเลยจะจ่ายให้แน่นอน” เถ้าแก่สุรศักดิ์แสยะยิ้มที่มุมปาก และเอ่ยกับยายช้อย “จริงๆแล้วเราก็คนกันเองล่ะนะงั้นเอาแบบนี้ได้ไหม” “เถ้าแก่พูดมาเลยจ้ะ” เถ้าแก่สุรศักดิ์อมยิ้มเจ้าเล่ห์และกวาดตามามองที่หลานสาวยายช้อย “ก็...มันก็ง่ายๆแค่ยายช้อยยอมให้หลานสาวมานั่งกินข้าวกับฉันสักสองชั่วโมงฉันก็จะลดค่าเช่าที่ที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งนึงแถมจะปล่อยให้ยายช้อยขายของไปฟรีๆอีกหนึ่งเดือนเลยเป็นไงดีไหม” “เอ่อ..เถ้าแก่จ๊ะฉันว่ามันคงไม่ค่อยเหมาะหรอกจ้ะหลานฉันน่ะมันยังเด็กฉันกลัวมันจะทำอะไรให้เถ้าแก่ไม่พอใจเอาได้” “ไม่พอใจอะไรกันยายช้อยฉันแค่อยากนั่งกินข้าวกับหลานสาวของยายช้อยก็เท่านั้นเอง” เถ้าแก่สุรศักดิ์ไม่พูดเปล่ายังคงส่งสายตามองไปที่ขาอ่อนของยี่หวา เมื่อยี่หวารู้ตัวว่าโดนเถ้าแก่สุรศักดิ์จ้องมองเธอจึงรีบเดินไปหลบอยู่ที่ข้างหลังของยาย ยายช้อยรู้ทันทีเลยว่าเถ้าแก่สุรศักดิ์นั้นมีเลศนัยอะไรแอบแฝงอยู่ “เถ้าแก่จ๊ะถือว่าฉันขอล่ะให้เวลาฉันหน่อยนะอีกแค่เดือนเดียว” เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการเหมือนไม่พอใจ “อะไรวะยายช้อยถ้ายายช้อยไม่ตกลงข้อเสนอก็จ่ายค่าเช่ามาภายในวันนี้” “เถ้าแก่จ๊ะฉันยังไม่มีให้เลยเมตตาฉันสักครั้งหนึ่งนะ” “แกจะพูดแบบนี้มันก็ไม่ถูกนะยายช้อยแกจะว่าฉันไม่เมตตาแกได้ยังไง ฉันปล่อยแกมาเดือนกว่าแล้วจะสองเดือนแล้วเรื่องง่ายๆแค่ให้หลานมากินข้าวกับฉันที่บ้านเรื่องมันก็จบเเล้วถ้าส่งมาฉันก็ลดค่าเช่าที่ติดค้างไว้ให้ครึ่งหนึ่งแถมปล่อยให้ฟรีๆอีกตั้งหนึ่งเดือน” “ยายจ๋าหนูไม่ไปนะจ๊ะยาย” เสียงยี่หวาร้องบอกยายด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ต้องตกใจหนักขึ้นเมื่อเถ้าแก่สุรศักดิ์เดินเข้ามาดึงแขนของยี่หวาและบังคับจะให้ไปกินข้าวด้วยกันให้ได้ แต่แล้วเสียงกันเนอร์ก็ดังขึ้นเขาทั้งสามคนธนกรทัชที่แอบดูสถานการ์ณมาสักพักแล้วเห็นว่ามันเกินไปจึงรุดเข้ามาช่วย “เฮ้ยเถ้าแก่จะทำอะไรอ่ะปล่อยนะเว้ย” เสียงของชายหนุ่มนามว่ากันเนอร์ตะโกนลั่น “แล้วเอ็งจะมายุ่งอะไรด้วยวะไอ้เด็กหาปลา” ไม่พูดเปล่าแต่ยังส่งสายตาดูถูกใส่กันเนอร์ “อ้าวจะมาไม่ให้ผมยุ่งได้ยังไงล่ะครับก็เถ้าแก่กำลังฉุดกระชาก ใช้กำลังกับผู้หญิงอ่ะ” “นั่นมันก็เรื่องของข้าโว้ย” เถ้าแก่เถียงกลับ “แล้วมันเรื่องอะไรกันทำไมเถ้าแก่ถึงต้องไปกระชากเขาด้วยล่ะ” “เอ็งไม่รู้อะไรอย่าเข้ามาจุ้นจ้านยายช้อยเนี่ยติดค่าเช่าข้ามาจะสองเดือนแล้วโว้ยข้าก็แค่จะพาหลานสาวยายช้อยเนี่ยไปกินข้าวด้วยกันเพื่อขัดดอกก็เท่านั้นเอง” “เถ้าแก่จะพาไปกินข้าวแบบไหนกันล่ะแถวนี้ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าเถ้าแก่นะหัวงู” เมื่อสิ้นคำพูดของกันเนอร์เถ้าแก่สุรศักดิ์ ถึงกับเลือดขึ้นหน้าทันทีและปล่อยมือจากยี่หวาเดินตรงปรี่มาที่กันเนอร์ แต่ธนกรก็เข้ามายืนบังเพื่อนไว้ ทำให้เถ้าแก่หยุดชะงั้นตกใจในความสูงของธนกรแต่เถ้าเเก่ก็ยังไม่หยุดพูด “เอ็งไม่รู้อะไรจริงอย่ามาปากดีเอ็งมันก็แค่ไอ้คนหาปลาล่ะว่ะ ลำพังตัวเองก็ยังเอาไม่รอดริอาจมายุ่งเรื่องชาวบ้านระวังไว้เถอะเดี๋ยวจะอายุสั้น” “อ้าวๆทำไมเถ้าแก่พูดจาแบบนี้ล่ะยายช้อยติดเงินเถ้าแก่ไว้เท่าไหร่ว่ามาเลย” สถานการณ์ตอนนี้ตึงเครียดทำให้ทัชและธนกรต้องรีบห้ามกันเนอร์ “เฮ้ยเพื่อนใจเย็นอย่ามีเรื่องนะเว้ย”ทัชเอ่ยห้ามกันเนอร์ “ไม่มีเรื่องได้ยังไงวะพวกเอ็งก็เห็นว่าเถ้าแก่เนี่ยทำตัวหัวงูใส่หลานสาวยายช้อย” ธนกรจ้องมองไปยังหญิงสาวเขาก็ต้องตกใจเพราะเธอคือหญิงสาวที่เอาขนมมาขายให้เขาและเหมือนเธอกำลังส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาที่เขา ธนกรจึงตัดสินใจพูดบางอย่างออกไป “ค่าเช่าที่อ่ะที่ติดเถ้าแก่ไว้ ทั้งหมดมันเท่าไหร่” ธนกรเอ่ยปากถามเถ้าแก่สุรศักดิ์แต่กลับถูกเถ้าแก่หัวเราะใส่และเอ่ยวาจาดูถูกออกไป “น้ำหน้าอย่างพวกเอ็งน่ะไม่มีปัญญาจ่ายคืนหรอกเพราะข้าต้องการวันนี้และก็เดี๋ยวนี้” ธนกรเดินเข้ามาใกล้ๆเถ้าแก่สุรศักดิ์ และจ้องมองตาเข็มงและถามประโยคเดิมอีกครั้ง “ผมถามว่าทั้งหมดเท่าไหร่คุณก็ตอบผมมาสิ” ธนกรเอ่ยถามย้ำอีกครั้งพร้อมกับหน้าตาที่จริงจังเถ้าเเก่สุรศักดิ์เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเอาจริงจึงตอบกลับด้วยความกลัว “เก้า..เก้าพันบาทยังไงล่ะมีจ่ายให้ข้าไหม” เถ้าแก่สุรศักดิ์พูดเสียงตะกุกตะกัก ธนกรไม่พูดอะไรออกมาแต่เขาหยิบเงินสดออกมาจากกระเป๋าสตางค์พร้อมกับนับมันและส่งยื่นไปให้เถ้าแก่สุรศักดิ์ “เอานี่ไป เก้าพันบาทผมขอจ่ายแทนและคุณก็ช่วยกลับไปได้เเล้ว” เถ้าแก่สุรศักดิ์มีอาการอึ้งๆ เพราะเขาคิดว่าธนกรไม่น่ามีเงินสดจ่ายเขาจริงๆ แต่ด้วยการที่กลัวตัวเองจะเสียภาพลักษณ์สุดท้ายก็ต้องรับเงินจากธนกรไว้ “แล้วก็กลับไปได้แล้วครับ” ธนกรเอ่ยปากไล่เถ้าเเก่สุรศักดิ์ หลังจากที่เถ้าแก่กลับไปเขาทั้งสามคนก็ได้รับคำขอบคุณจากยายหลาน และกันเนอร์ก็แนะนำให้ยายช้อยฟังว่าทั้งสองคนคือเพื่อนของตนที่มาเที่ยวหา ยายช้อยกล่าวขอบคุณธนกรอีกครั้งที่จ่ายเงินค่าเช่าให้ “ขอบใจอีกครั้งนะลูกยายไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย” ยายช้อยพูดออกมาด้วยความดีใจ “ผมเต็มใจช่วยครับ” “ไม่ได้ยังไงยายก็ต้องใช้หนี้คืน” “ไม่ต้องหรอกครับยายผมไม่เอา” ยายช้อยที่พยายามจะใช้หนี้คืนแต่มันไม่เป็นผลสำเร็จยายช้อยจึงเปลี่ยนคำพูดใหม่แต่ก็ต้องโดนทัชพูดขัดขึ้นมา “ไม่ต้องใช้หนี้หรอกครับเพื่อนผมคนนี้มันรวย” ยายช้อยหันไปมองหน้าธนกรและเอ่ยขึ้น “ถ้าอย่างนั้นให้ยายตอบแทนอะไรได้บ้างไหมถ้าหนูจะไม่เอาเงินยาย” ธนกรมองไปยังยี่หวาและแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยตอบกลับ “ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกครับเอาไว้ถ้าผมนึกออกว่าจะให้ตอบแทนอะไรผมผมจะบอกนะครับ” สายตาของธนกรที่มองยี่หวาแบบไม่กระพริบตาทำให้ยี่หวาหลบสายตาด้วยความเขินอายไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหนที่ทั้งสามคนอยู่ที่แผงขายของและทัชเริ่มหิวข้าวจึงขอตัวกลับแต่ขณะที่กำลังจะเดินกลับธนกรได้ก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของยี่หวา “ค่าเช่าที่ที่จ่ายให้วันนี้น่ะมันไม่ฟรีหรอกแต่ถ้าอยากจะใช้หนี้คืนฉันจริงๆแล้วไม่มีเงินจ่ายมันก็ไม่ยากก็แค่แก้ผ้าของเธอออกซะ” พูดจบเขาก็เดินตามหลังเพื่อนไปปล่อยให้ยี่หวานั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก
ที่บ้านกันเนอร์ “ไอ้ทัชกับไอ้กรพวกเอ็งนอนห้องนี้กันนะ” กันเนอร์พาเพื่อนมาดูที่พักภายในห้องค่อนข้างเล็กเเละคับแคบแต่ยังดีที่มีหน้าต่างเอาไว้ระบายอากาศ “มันจะนอนเบียด ๆ กันหน่อยนะเว้ยโทษทีบ้านข้ามันเล็กวะ” กันเนอร์บอกเพื่อนและหัวเราะแห้ง ๆ เขารู้ตัวเองดีว่าในบรรดาเพื่อนทั้งสองคนฐานะทางเขามันเเย่ที่สุดแต่เขาก็ยังดีใจที่ทั้งสองคนไม่รังเกียจเขา และยังคบกับเขามาจนถึงทุกวันนี้ “อย่าคิดมากเว้ย แค่มึงมีห้องให้กูสองคนนอนกันก็ดีแล้วล่ะ” ธนกรพูดให้กันเนอร์สบายใจ “เอ้อ..พวกเอ็งนอนพักผ่อนกันเถอะเดินทางมากันน่าจะเหนื่อย” “แล้วมึงไม่นอนเหรอวะกันเนอร์” เสียงธนกรถามเพื่อน “ไม่วะข้าว่าจะไปถางหญ้าหลังบ้านหน่อยพวกเอ็งนอนกันไปเถอะ เก็บแรงไว้เดี๋ยวตอนเย็นจะพาไปเดินเล่นที่วัดเขาจัดงานวันแรก” กันเนอร์พูดจบก็ขอตัวออกไปถางหญ้าหลังบ้าน ทั้งสองคนจึงพากันเก็บของจัดที่นอน และนอนพักผ่อน ช่วงเย็น “อ้าว เฮ้ยตื่นได้เเล้วเว้ยไอ้ทัช” เสียงกันเนอร์ตะโกนลั่นบอกเพื่อน “อื้้อ..กี่โมงแล้วเนี่ย” ทัชที่ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจพร้อมกับหาววอด ๆก่อนจะหันมามองธนกรที่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้อง ทัชจึงลุกออกมาจากห้องนอนและเดินลงมาข้างล่างทัชเมื่อเห็นหน้ากันเนอร์ก็ถามถึงธนกรว่าหายไปไหน “กันเนอร์ไอ้กรมันหายไปไหนวะ” “โอย...มันลุกก่อนเอ็งตั้งนานแล้วนู่นอยู่นั่นไงไปช่วยตาข้าซ่อมเรือเอ็งไปอาบน้ำได้เเล้วไปเดี๋ยวจะพาไปเที่ยวที่งานวัด” “เออแล้วนี่ยายเอ็งไปไหนวะกูไม่เห็นตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว” ทัชถามกันเนอร์เพราะไม่เห็นยายทรงที่บ้าน “อ๋อ ยายข้าไปจองที่ไว้เพราะยายจะเอาปลาที่ตากไว้ไปขายที่วัดเย็นนี้” กันเนอร์เอ่ย “อ้าวเหรอวะ งั้นข้าไปอาบน้ำก่อนนะ” ทัชพูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำ ส่วนกันเนอร์เดินไปหาตาชิดกับธนกรให้ทั้งสองคนเลิกซ่อมเรือและเตรียมตัวไปที่วัด ที่งานวัด 18:57 น. บรื้น ๆ กันเนอร์ได้พาเพื่อนเเละตาชิดมาที่งานและจอดรถไว้ตรงลานวัดเมื่อทั้งสี่คนทัชธนกรกันเนอร์และตาชิดเปิดประตูรถออกมาก็ได้ยินเสียงเพลงในงานที่เปิดเสียงดังสนั่น และเสียงกรรมการวัดประกาศให้ชาวบ้านปิดทองในงานยังมีของขายมากมายหลายร้านละลานตาไปหมด กันเนอร์ที่พาเพื่อน ๆ ตามหายายทรงที่ขายปลาแดดเดียว ใช้เวลาเดินกันช้าเพราะคนในงาน ค่อนข้างเยอะมากทั้งเบียดและเเออัดในช่วงจังหวะนัันพลันสายตาของธนกรก็เหลือบไปเห็นยี่หวาเธอมาตั้งร้านขายขนมหวานและน้ำอัดลมใบหน้าของธนกรเกิดรอยยิ้มขึ้นมา “โห่..กว่าจะหลุดออกมาจากตรงนั้นได้แทบตาย” กันเนอร์ที่พาเพื่อน ๆ และตาชิดมาหายายทรงที่ร้านบ่นให้ยายทรงฟังทัชที่รีบกุลีกุจอช่วยยายทรงขายของ “มา ๆ ช่วยด้วยคน” กันเนอร์และทัชช่วยกันคนล่ะหน้าที่อีกคนรับหน้าที่ถอนเงินอีกคนทอดปลาส่วนธนกรนั้นก็มาช่วยเอาปลาแดดเดียวใส่ถุงธนกรได้ช่วยเพื่อนขายของไปสักพักแล้วก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยปากบอกเพื่อน ๆ “เฮ้ย พวกมึงหิวน้ำไหมวะจะไปซื้อให้ ยายทรงตาชิดกินน้ำอะไรดีครับผมเลี้ยง” ธนกรเอ่ยเสียงดัง “เอาแป๊ปซี่แก้วนึง” “แล้วมึงเอาน้ำอะไรกันเนอร์” กันเนอร์ที่ทำหน้าคิดชั่วครู่ “เอาแบบไอ้ทัชก็ได้ ส่วนตากับยายข้าเอาเป็นน้ำเปล่านะเพราะแกสองคนไม่กินน้ำอัดลม” เมื่อกันเนอร์พูดจบธนกรพนักหน้ารับและรีบเดินออกไปซื้อน้ำแต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มีเจตนาที่จะไปซื้อน้ำเพียงอย่างเดียวแต่ ธนกร นั้นตั้งใจที่จะเดินไปหายี่หวา เขาใช้เวลาเดินไปยังร้านยี่หวาสักพักในที่สุดเขาก็มาถึงที่ร้านของยี่หวานั้นมีคนซื้อขนมหวานและน้ำเต็มร้านเขาจึงแกล้งตีเนียนเดินเข้าไปและกล่าวสวัสดียายช้อยอีกครั้งและเข้าไปช่วยขายของ “รับอะไรดีครับ” ธนกรเอ่ยถามลูกค้าเบื่องหน้ายี่หวาตกใจอยู่ดี ๆ ก็มีคนมาเยอะช่วยขายเธอจึงเงยหน้ามองด้วยความสงสัยและเธอก็รู้ว่าเป็นเพื่อนของกันเนอร์ แต่แล้วคำพูดของ ธนกร ที่พูดกับเธอเมื่อช่วงบ่ายก็ได้ผุดขึ้นมาเธอจึงยืนจ้องหน้าธนกรด้วยความสงสัยธนกรเมื่อรู้ว่าเธอจ้องมอง หน้าเขาก็ยิ่งตีเนียนทำเป็นขายของไม่รู้ไม่ชี้ แต่แล้วลูกค้าก็เข้ามาขัดจังหวะในการคิดของยี่หวา “แม่หนู ป้าเอาขนมถ้วยสี่สิบบาทแล้วก็เอาน้ำแดงมาด้วยแก้วนึง” “ได้จ้ะป้า” ยี่หวาจึงรีบหยิบขนมถ้วยใส่ถุงให้ลูกค้าก่อนจะรีบหันมาทำน้ำแดงใส่แก้ว แต่เเล้วหน้าเธอก็ชนเข้ากับแผ่นหลังของธนกรเข้าอย่างจังธนกรอมยิ้มและเอ่ยขึ้น “ก็ขายขนมไปเดี๋ยวน้ำจะช่วยขายให้” ยี่หวาทำหน้ามึนงงและหันไปขายของต่อเมื่อลูกค้าน้อยลงเธอจึงเอ่ยถาม “แล้วพวกพี่ล่ะจ๊ะไม่มาเหรอหนูเห็นยายทรงมาขายของด้วยไม่ใช่เหรอจ๊ะ” “ก็มา” เขาตอบเธอเพียงสั้น ๆ เเต่ยี่หวาก็ยังถามต่อ “แล้วทำไมไม่ไป ช่วยเพื่อนขายของล่ะ” ครั้งนี้น้ำเสียงของเธอฟังดูเหมือนไม่ค่อยพอใจเขาแต่ธนกรก็ยังคงนิ่งเงียบ ร้านยายทรง ยายของกันเนอร์ “เฮ้ยไอ้กรมันหาร้านขายน้ำเจอป่าววะ” ทัชเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าธนกรนั้นหายไปนานมากกันเนอร์จึงออกมายืนหน้าร้านและพยายามมองหาเพื่อนก็ไร้วี่แววของเพื่อน “มันอาจจะกำลังมาก็ได้เเต่คนในงานเยอะมาก ๆ มันน่าจะโดนคนในงานเบียดอยู่” กันเนอร์เอ่ยตอบทัช ในด้านของธนกร “ต้องขอบใจพ่อหนุ่มมาก ๆ เลยนะลูกที่มาช่วยยายขายของเนี่ยเผลอแป๊ปเดียวของขายใกล้จะหมดแล้วไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลยทำไมแสนดีแบบนี้ล่ะลูก” ยายช้อยเอ่ยชมธนกร เขาได้เเต่อมยิ้มเมื่อเขาก้มมองหน้ายายช้อยดี ๆ สีหน้ายายช้อยไม่ค่อยสู้ดีนักเนื่องจากแกไม่สบายและยังมีท่าทางที่อิดโรย “ยายครับกลับไปพักผ่อนก่อนไหมครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านเองจะยืมรถเพื่อนขับไปส่งที่บ้าน” คราวนี้ยี่หวาเบิกตาโพรงและหันไปมองหน้ายายถึงยายช้อยจะเห็นด้วยกับธนกร แต่ยายช้อยก็ยังแอบกังวลเพราะหลานสาวไม่เคยไปไหนคนเดียวตอนกลางคืน “ยายก็อยากกลับไปพักนะ แต่ห่วงยี่หวามันไหนจะของที่ร้านต้องขนกลับคนเดียว” ยังไม่ทันที่ยายช้อยจะพูดจบธนกรก็เอ่ยขึ้นมา “เดี๋ยวผมกับกันเนอร์ช่วยขนของไปส่งที่บ้านให้ครับไม่ต้องห่วง ยายน่ะดูอิดโรยนะครับต้องรีบกลับไปพักผ่อนให้มาก ๆ” ในที่สุดยายช้อยก็ทนลูกตื้อของธนกรไม่ไหวจึงยอมกลับไปพักผ่อนแต่โดยดียี่หวาเมื่อเห็นแบบนั้นเธอจึงรีบเข้าไปคุยกับยายช้อย “ยายจ๋าไหนยายเคยบอกไงจ๊ะว่าไม่ให้ไปไหนกับคนแปลกหน้า” ยายช้อยยื่นมือมาลูบหัวยี่หวาและพูดขึ้น “ใช่ยายสอนหนูแบบนั้นลูก แต่นี่กันเนอร์มันก็จะมาช่วยขนของด้วยแถมพ่อหนุ่มคนนี้ก็ช่วยเหลือเราไว้เมื่อตอนบ่ายไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลหรอก ยายไว้ใจกันเนอร์ ว่ามันไม่ทำอะไรที่ไม่ดีหรอก” ธนกรรีบเทแป๊ปซี่ใส่แก้วและหยิบน้ำเปล่าไปสองขวดก่อนจะยื่นเงินไปให้ยายช้อยและขอตัวไปเอากุญแจรถจากเพื่อนก่อน ที่ร้านยายทรง “อ้าว ๆ นั่น ๆ ไอ้กรตัวเเซบมันมาโน่นแล้ว” เสียงทัชที่ตะโกนบอกกันเนอร์ “โห่ไอ้กรเอ็งไปซื้อถึงไหนมาวะพวกข้ารอกินน้ำกันจนคอแห้งหมดแล้ว” กันเนอร์บ่นใส่ธนกรแต่ธนกรก็ไม่ได้พูดอะไรแต่ส่งน้ำแป็ปซี่ไปให้เพื่อนทั้งสองคน และน้ำเปล่าไปให้ตาชิดกับยายทรง แล้วจึงหันมาพูดกับกันเนอร์ “ขอโทษทีเพื่อนกูยืนดูสาวเเดนเซอร์นานไปหน่อยวะ” ทั้งกันเนอร์และทัชต่างหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง เพราะตั้งแต่เป็นเพื่อนกับธนกรก็ไม่เคยเห็นจะคบกับใครหรือดูสาวที่ไหนเต้นสักคน เขาสองคนงงที่ได้ยินธนกรพูดแบบนั้น “เออไอ้กันเนอร์แล้วก็กูยืมรถมึงแป๊ปนึงได้ไหมวะอยากไปขับรถชมวิวหน่อย พอดีไม่ค่อยถูกกับที่ ๆ มีเสียงดังเท่าไหร่เลย” แต่กันเนอร์ก็รู้ดีว่าธนกรเป็นคนไม่ค่อยชอบเสียงดังแต่จะชอบที่เงียบ ๆ มากกว่า “ข้าไม่น่าพาเอ็งมาเลยไอ้กรก็รู้อยู่แล้วว่าเอ็งไม่ชอบอะไรที่มันหนวกหู อะ.. กุญแจรถแล้วเอ็งอย่าขับไปไกลมากนะเว้ยเดี๋ยวหลงทางเอา” กันเนอร์เตือนธนกรด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อน “ขอบใจนะเว้ยกูจะกลับมาให้ทันตอนมึงเก็บร้านแน่นอน” ธนกรพูดรับปากกับเพื่อนก่อนจะรีบเดินไปหายายช้อยที่ร้าน “มาแล้วครับยาย ปะไปกันครับ” ไม่พูดเปล่าธนกรยังเดินเข้ามาในร้านและจูงมือยายช้อยออกไป ยี่หวาเห็นแบบนั้นก็รีบพูดขึ้นมา “ยายจ๋ากลับบ้านไปรีบอาบน้ำนอนเลยนะห้ามไปทำขนมต่อนะจ๊ะยาย” “เออ..ยายจะนอนเลยไม่ต้องห่วงยายหรอกลูกอยู่ขายแค่เท่าที่ไหวนะลูกไม่ต้องกลับดึก” เมื่อพูดจบยายช้อยก็เดินไปกับธนกรยี่หวาได้แต่มองยายเดินหายไปจนลับตา