หมอฟันคลั่งรัก
บทที่ 1 ตอนที่ 1 หมอฟันสุดหล่อ

คุณเชื่อเรื่องรักแรกพบไหม ? สำหรับผมที่เป็นหมอฟัน มีชีวิตมาสามสิบสามปียังไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้สักครั้ง ใครกันที่จะทำให้หัวใจเต้นแรงเพียงสบตากันครั้งเดียว ใช่ว่าผมไม่เคยมีความรัก ก็มีมาหลายหนลองมาหลายทีแต่จบไม่ดีสักราย ผมนอกใจเขาบางทีเขาก็นอกใจผม เข้ากันไม่ได้ก็หลายคน สรุปแล้วผมไม่เคยโชคดีในเรื่องนี้เลย หวังว่าการมาพักผ่อนครั้งนี้จะได้พบเรื่องดีๆ กับเขาบ้าง เกาะสมุย ชายหนุ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดเพื่อหลบหนีความวุ่นวายในเมืองหลวงรวมถึงบริเวณรอยต่อเขตปริมณฑล นี่ไม่ใช่วันหยุดเป็นวันพุธกลางสัปดาห์ถ้าออกสักเจ็ดโมงคงเกือบเที่ยงกว่าจะพ้นกรุงเทพ สายลมยามเช้าแสงแดดอ่อนๆ ช่วยให้จิตใจสดชื่น หลังจากต้องง้างปากคนไข้มาหลายเดือนติด ในที่สุดผมก็ได้พักร้อนกับเขาสักที ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าคราวนี้ลาได้ตั้งห้าวัน ผมจะอาบแดด เล่นน้ำ สูดไอทะเลให้ชุ่มปอดไปเลย เที่ยงกว่าก็มาถึงดอนสักมันเป็นท่าเรือขนาดใหญ่ที่ผู้คนบนฝั่งกับบนเกาะใช้ข้ามไปมา เรือเฟอร์รี่กำลังเข้าเทียบส่วนผมก็เตรียมเหยียบคันเร่งเพื่อนำรถเข้าไปจอดในเรือ อันที่จริงนั่งเครื่องบินเร็วกว่าแต่ผมชอบขับรถชอบมองวิวข้างทางและที่พลาดไม่ได้ก็คือแวะดื่มกาแฟไปเรื่อยๆ เจอร้านถูกใจก็ลงไปพักขายืดเส้นยืดสาย เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งในการลอยล่องอยู่กลางทะเลไม่น่าเบื่อสักนิด เมื่อจอดรถเรียบร้อยก็เดินขึ้นไปบนเรือที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง เช่น ซุ้มขายอาหารและขนม โทรทัศน์ให้ชมฆ่าเวลาแต่ที่ชอบที่สุดก็คือมีห้องนวด ผมเลือกนวดเท้าเพราะใช้เหยียบใช้เดินมาครึ่งค่อนวัน “สวัสดีค่ะคุณเซบาสเตียน สุธีร์ มอนต์โกเมอรี่ โรงแรมหาดสวยยินดีต้อนรับค่ะ” เมื่อมาถึงท่าเรือหน้าทอนที่เป็นศูนย์กลางของเกาะสมุย ผมก็ขับรถไปอีกสิบห้านาทีแล้วก็ถึงที่พักที่จองไว้ “เรียกซะเต็มยศเลย เรียกธีร์ก็พอครับ” ชายหนุ่มบอกแล้วยิ้มโชว์ฟันขาว “อุ๊ยตาย ! พูดไทยได้ด้วย ขอโทษค่ะ” พนักงานต้อนรับเผลอทำกิริยาตกใจจนเกินงามจึงรีบกล่าวขออภัย “ไม่เป็นไรครับ ก็หน้าฝรั่งจ๋าขนาดนี้แต่ดันพูดไทยชัดปร๋อใครจะไม่งงบ้าง ใช่ไหมครับ” ชายหนุ่มพูดไปยิ้มไป “กุญแจห้องค่ะ อาหารเช้าตั้งเวลาหกโมงถึงสิบโมงเช้านะคะ คุณเซบาสเตียนต้องการรับประทานเวลาไหนขอให้แจ้งทางเราในตอนเย็นของแต่ละวันนะคะ” ผมจองวิลล่าริมหาดไว้มันเป็นห้องพักที่แพงที่สุดการบริการจึงดีที่สุดเช่นกัน ผมไม่ต้องไปรับประทานอาหารรวมกับลูกค้าคนอื่นแต่จะมีพนักงานนำมาส่งให้ถึงหน้าห้องเลยทีเดียว “ผมแจ้งตอนนี้ได้เลยไหมครับ” “ได้เลยค่ะคุณเซบาสเตียน” แม้ลูกค้าจะให้เรียกแค่ชื่อเล่นแต่พนักงานก็ยังเกรงใจอยู่ดี “ผมขอเป็นตอนเจ็ดโมงครึ่งทุกวันเลยครับ ถ้าเป็นไปได้” “ได้แน่นอนค่ะ ดิฉันลงบันทึกให้แล้ว ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนนะคะ” “ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มรับกุญแจห้องแล้วขยิบตาให้สาวๆ “ส้ม ! แกไม่รู้จักคุณธีร์เหรอ” อมราหรืออ้อมที่ยืนข้างๆ กลับมาพูดเป็นปกติก็ตอนที่พ่อเทพบุตรเดินไปไกลแล้ว ก่อนหน้านั้นอมรามัวแต่ตกตะลึงในความสมบูรณ์แบบของเซบาสเตียนจนพูดไม่ออก “หึ … นายแบบเหรอ ฉันไม่ค่อยได้ตามพวกนี้” สุชาดาตอบ “หมอฟัน นายแบบและที่สำคัญรวยมาก … มากแบบ ก. ไก่ ล้านตัว แม่เป็นคนไทยพ่อเป็นคนอังกฤษมั้งไม่แน่ใจเขาเป็นลูกครึ่งที่พูดไทยชัดแจ๋วเพราะคุยกับแม่ด้วยภาษาไทย คุยกับพ่อด้วยภาษาอังกฤษแล้วก็เยอรมัน” “โอ้โฮ ! นี่แกอยู่ข้างบ้านเขาเหรอ รู้เยอะรู้ดี” “เห็นบุ๊คกิ้งตั้งแต่เดือนก่อนว่าเขาจะมา ฉันนี่ตั้งตารอเลย พ่อคุณเอ๊ย ! หล่อกว่าในหนังสือล้านเท่า” อมรายังเพ้อไม่หยุด “หนังสืออะไร ใครหล่อเหรอ” แสงจันทร์แทรกเข้ามาตรงกลางระหว่างเพื่อนสองคน “คุณเซบาสเตียน ลูกค้าที่มาเช็กอินน์เมื่อกี้ ออร่าเหมือนหล่นลงมาจากสวรรค์” สุชาดาบอกเพื่อนที่มาทีหลัง “อ้อ … ก็ลูกค้าไง เห็นแล้วว่ามีชื่ออยู่ ตื่นเต้นอะไรกัน” แสงจันทร์วางกระเป๋าแล้วหยิบแฟ้มออกมากางเพื่อดูงานของช่วงเช้า “เซ็งสุด นี่แกสองคนไม่รู้จักคุณธีร์จริงๆ เหรอ” อมราถาม “หึ ไม่รู้จัก” แสงจันทร์กับสุชาดายืนยันด้วยเสียงหนักแน่น “คืองี้จันทร์ส่วนส้มแกฟังให้ชัดๆ อีกที คุณเซบาสเตียนเป็นหมอฟัน เป็นนายแบบ รวยมาก หล่อมาก สุภาพมากแล้วก็ยิ้มหวานสุดๆ สมแล้วที่เป็นหมอฟันเพราะฟันขาวสะอาดเรียงซี่สวยงาม” อมราร่ายยาวแบบไม่พักหายใจ “ฉันต้องหาข้อมูลบ้างแล้ว” สุชาดาหยิบมือถือขึ้นมาจิ้มอย่างรวดเร็ว ไม่กี่อึดใจประวัติต่างๆ ตั้งแต่เด็กจนโตของเซบาสเตียนก็มาอยู่ในมือ “โอ้โฮ ! นี่ไม่ใช่คนแล้ว เทพเจ้าลงมาเกิดในร่างมนุษย์ชัดๆ เล่นกีฬาเก่ง แกฟังนะว่าเขาเล่นอะไรบ้าง ฟุตบอล บาสเกตบอล กอล์ฟ ว่ายน้ำ ฟันดาบ วิ่ง เคยลงแข่งไตรกีฬาแล้วก็คือเป็นหมอฟันด้วย ทำทั้งหมดได้ยังไงวะ นี่แค่เดินขึ้นบันไดเข่าก็ลั่นแล้วไม่ต้องนึกถึงวิ่งเลยและที่สำคัญ ฉันอ่อนกว่าเขาเป็นสิบปี” สุชาดาอ่านประวัติสุดยอดเยี่ยมของเซบาสเตียนด้วยความชื่นชมปนอิจฉา ตอนอยู่ลอนดอนเซบาสเตียนถ่ายแบบเป็นอาชีพเสริมพอกลับมาเมืองไทยก็มุ่งมั่นกับหหน้าที่หมอฟันเพียงอย่างเดียวเพราะอยากพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ “ไหมล่ะ บอกแล้วว่าเขาน่ะดีพร้อม” อมราสำทับ “ว่าไหมจันทร์” สุชาดาถามเพื่อน “ไรเหรอ” แสงจันทร์เงยหน้าขึ้นมาถามแบบงงๆ เพราะไม่ได้ฟังที่เพื่อนคุยเลยสักคำ “โอ๊ย ! ยายชีแสงจันทร์ ละทางโลกแล้วไปถือศีลแปดไหม” “อะไรเล่าก็ไม่รู้จักจะสนใจทำไม เขาก็เหมือนลูกค้าคนอื่นๆ ตื่นเต้นไรหนักหนา นายแบบ พระเอก ก็มาพักโรงแรมเราออกจะบ่อย ละครก็ยังเคยมาถ่ายมีแต่คนหน้าตาดีๆ ทั้งนั้น ยังไม่ชินอีกเหรอ” “แต่นี่คือเซบาสเตียน สุธีร์ มอนต์โกเมอร์รี่ ไม่เหมือนกันแน่นอนจ้ะเพราะเขาไม่ได้แค่หล่อแต่เพอร์เฟคทุกอย่างและๆๆ ที่สำคัญก็คือยังโสดด้วยจ้า” อมราพูดด้วยตาเป็นประกาย “แล้วไงคิดว่าเขาจะมองเด็กกะโปโลแบบพวกเรางั้นสิ” “โอ๊ย ! แกเนี่ย ไม่เคยให้ความหวังเพื่อนเลยนะจันทร์” อมราทำหน้างอที่เพื่อนมาดับฝันกลางวัน “เตรียมเอกสารเถอะ เดี๋ยวลูกค้ากลุ่มนี้ก็มาแล้ว ไม่น่าเกินชั่วโมง” สามสาวจึงเลิกคุยแล้วกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง

บทที่ 2 ตอนที่ 2 รักแรกพบ

หกโมงตรงเซบาสเตียนก็ลุกไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วสวมกางเกงขายาวจากนั้นก็มุ่งหน้าไปที่ชายหาดเพื่อวิ่งออกกำลังกาย อากาศริมทะเลสดชื่นไม่มีสิ่งใดเทียบได้ อยากตื่นมาเจอฟ้าสวยน้ำใสแบบนี้ทุกวัน เมื่อวิ่งจนเหงื่อโทรมกายก็ลงไปว่ายน้ำเพื่อคลายร้อน ชายหนุ่มดำผุดดำว่ายแล้วพาตัวเปียกโชกกลับไปที่ห้องพัก “ตรงเวลาเป๊ะเลย ขอบคุณมากครับ” เจ็ดโมงครึ่งพนักงานก็นำอาหารมื้อเช้ามาส่ง “เดี๋ยวผมวางไว้ที่เดิมนะแล้วก็ไม่ต้องทำห้องนะครับ” “วันนี้ใช่ไหมคะ” “ทุกวันเลยครับ มานอนแค่ห้าวันเอง ผ้าเช็ดตัวก็มีตั้งสามผืนเกินพอแล้วครับ เตียงก็ปล่อยมันรกไปเถอะนอนคนเดียวไม่ต้องเรียบร้อยก็ได้” “ได้ค่ะ ดิฉันจะแจ้งแม่บ้านให้ ขอให้คุณเซบาสเตียนมีความสุขกับวันพักผ่อนค่ะ” “นี่จะไม่มีใครยอมเรียกชื่อเล่นจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย” ชายหนุ่มพูดไปขำไปที่โดนเรียกด้วยชื่อเต็มยศ “ดิฉันกลัวจะเป็นการไม่เหมาะสมค่ะ” “ไม่เป็นไรครับ เรียกตามที่พวกคุณสะดวกใจแล้วกัน ผมขอตัวไปกินข้าวก่อนนะ ต้องอร่อยมากแน่ๆ” “ได้ค่ะ สวัสดีค่ะ” พนักงานยกมือไหว้แล้วเดินไป เซบาสเตียนเข็นรถอาหารเช้าเข้าไปด้านในแล้วไปอาบน้ำก่อนเพราะนั่งทั้งตัวเปียกๆ เดี๋ยวจะไม่สบาย น้ำที่นี่รู้สึกว่าอาบแล้วสดชื่นกว่าน้ำที่เมืองกรุงไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่ผมหลงรักเกาะนี้เข้าให้แล้วอยากย้ายสำมะโนครัวมาเป็นชาวเกาะจริงๆ ให้ตายสิ เริ่มสายสนทนา ปรีชา: ตื่นรึยังธีร์ เซบาสเตียน: ตื่นแล้วพี่ป๊อก กำลังจะออกไปนี่แหละ เพิ่งกินข้าวเสร็จ ปรีชา: อ้าว ! บ้านนี้ทำแกงไว้หม้อเบ้อเร่อ เซบาสเตียน: กินแล้วก็กินอีกได้ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกินจุ ปรีชา: เออๆ แล้วเจอกัน ก้อนเมฆร้องหาแกตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เซบาสเตียน: บอกหลานเลยว่าคุณอาสุดหล่อกำลังจะไป จบสายสนทนา เซบาสเตียนไม่ลืมหยิบของสำคัญไปด้วยนั่นก็คือของขวัญวันเกิดของหลานสาวคนเล็ก วันนี้ฝนโปรยอายุครบหนึ่งขวบพ่อแม่จึงจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ให้ซึ่งมีแต่คนในครอบครัว ผมดีใจมากที่ได้รับเชิญด้วย ปรีชาคือรุ่นพี่แม้อายุจะห่างกันเป็นสิบปีแต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคใดๆ พี่เขามาทำฟันแล้วคุยกันเรื่องฟุตบอล ยิ่งคุยยิ่งถูกคอจนสุดท้ายนับถือกันเหมือนพี่น้อง ตอนนั้นพี่เขาเพิ่งมีลูกคนแรกก็เด็กชายก้อนเมฆที่ร้องหาผมนั่นแหละ ผมถูกชะตากับพี่แล้วก็เอ็นดูก้อนเมฆมากๆ ผมชอบเด็กผมอยากมีลูกมาตลอดแต่ก็ยังไม่เจอคนที่ใช่ มันอาจเป็นการตัดสินที่เห็นแก่ตัวไปสักหน่อยแต่สำหรับผมถ้าได้สบตากันแล้วไม่ชอบขี้หน้าผมก็จะไม่ยุ่งด้วยเลยแต่กับพี่ปรีชาผมเปิดใจให้ตั้งแต่คุยกันครั้งแรก ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนดีไม่มีนอกไม่มีในแล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ พี่เขามีลูกนำผมไปแล้วสามหน่วยถ้าไม่ปิดอู่คิดว่าคงมีเป็นสิบตั้งทีมฟุตบอลได้แน่นอนเพราะพี่กับภรรยายังหวานไม่เปลี่ยนเหมือนเพิ่งคบกันได้สามเดือน “อิจฉาชะมัด” เซบาสเตียนงึมงำกับกล่องของขวัญสีชมพูแล้วหยิบกุญแจรถ “ว้าย ! ขอโทษค่ะ” ผมกำลังวุ่นวายกับโบว์บนกล่องเพราะมันคอยจะหลุดอยู่เรื่อยแล้วอยู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบตรงหน้าอก “ขอโทษจริงๆ ค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวฉันหาผ้ามาเช็ดให้นะคะ” แสงจันทร์หน้าซีดเป็นไก่ต้มเมื่อรู้ตัวว่าเดินชนลูกค้าแถมไม่ได้ชนธรรมดาทำกาแฟเย็นหกใส่ด้วย “ไม่ …” เซบาสเตียนมองรอยสีน้ำตาลบนเสื้อแล้วมองคนตรงหน้า อยู่ๆ ก็ลืมว่าจะพูดอะไร ช็อกเพราะโดนน้ำเย็นเหรอไม่หรอกใครจะหนาวตายเพราะกาแฟใส่น้ำแข็งแค่ไม่กี่ก้อน แต่ผมกำลังจะตายเพราะหัวใจเต้นรัวมากกว่า เธอโผล่มาจากไหนไม่รู้แต่เราสองคนก็เจอกันจนได้ ผู้หญิงคนนี้แหละคนที่ผมเฝ้ารอมาแสนนานคนที่ทำให้ใจด้านชากลับมาเต้นตึกตักอีกครั้ง นัยน์ตาของเธอสีน้ำผึ้ง ริมฝีปากมีลิปสติกสีอ่อนเคลือบไว้ ผมยาวดำขลับมัดเป็นมวยแล้วคลุมด้วยตาข่ายเพื่อความเรียบร้อยแม้เธอจะแต่งตัวเหมือนพนักงานคนอื่นแต่เธอโดดเด่นกว่าใคร ผมละสายตาจากเธอไม่ได้เลย “ไม่อะไรคะ” แสงจันทร์ถาม “ไม่เป็นไรครับ ผมไปเปลี่ยนเสื้อง่ายกว่า” แล้วเซบาสเตียนก็เดินงงๆ กลับไปที่ห้องตัวเอง เธอชื่อแสงจันทร์เพราะมีเข็มกลัดติดอยู่บนหน้าอก แสงจันทร์แสนสวยของผม “แกๆ เห็นลูกค้าที่เสื้อเปื้อนกาแฟเมื่อกี้ไหม” ฉันงงมาก ทำไมเขาทำหน้าเหมือนเห็นผีก็ไม่รู้แล้วอยู่ๆ ก็เดินหนีไปเลย ไม่ใช่โทรไปฟ้องผู้จัดการแล้วเหรอ “เห็น อย่าบอกนะว่ากาแฟบนเสื้อนั่นแกเป็นคนทำ” อมราถาม “ไม่ได้ตั้งใจไหมล่ะ เขาอยู่ห้องไหนแกรู้ไหม” “คุณเซบาสเตียนไง” “เออๆๆ ไม่ได้อยากรู้ชื่อ อยากรู้ว่าห้องไหน” “หนึ่งศูนย์หนึ่ง ถามทำไม” “จะไปขอโทษอีกที ถ้าเขาไปบอกผู้จัดการฉันซวยแน่” แสงจันทร์รีบเดินให้เร็วที่สุดกว่าจะถึงก็เหงื่อผุดเต็มหน้าผากเพราะไกลพอสมควรแล้วก็กลัวด้วย ถ้าเขาแจ้งเรื่องไปที่ฝ่ายบริหารฉันงานเข้าแน่นอน เห็นว่ารู้จักกับผู้จัดการด้วย “แสงจันทร์เอ๊ย ! ลูกค้ามีเป็นร้อยแกก็ต้องมาซวยชนคนนี้ด้วยนะ” สาวน้อยบ่นกับตัวเอง เมื่อมาถึงหน้าห้องพักฉันก็ยืนรอจะกดกริ่งเรียกก็ไม่กล้าคิดว่าถ้ารอสักสิบนาทีแล้วไม่มีใครออกมาค่อยกดแล้วกันแต่ก็ไม่ต้องรอนานเลย “คุณ !” เซบาสเตียนตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว “ขอโทษค่ะ” เขาทำหน้าเหมือนเห็นผีอีกแล้ว ฉันน่าเกลียดขนาดนั้นเลยเหรอ “เอ่อ … คุณมาทำไมเหรอ” “ฉันมาขอโทษอีกทีค่ะ คุณคงโกรธมากใช่ไหมคะเพราะเดินหนีมาเลย” “เปล่าๆๆ ไม่ใช่แบบนั้น” เซบาสเตียนปฏิเสธเป็นการใหญ่ “ฉันขอโทษจริงๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” “ไม่เป็นไร ผมก็ผิดด้วยที่เดินไม่มองทาง … ไม่ต้องคิดมากนะ” ผมย้ำเพราะเธอหน้าซีดแถมเม้มปากแน่น “ให้ฉันเอาซื้อไปซักได้ไหมคะ” “ไม่เป็นไรเดี๋ยวกลับมาค่อยซักก็ได้” “ทิ้งไว้นาน คราบมันจะฝังแน่นจนซักไม่ออกนะคะ ให้ฉันซักเถอะอย่างน้อยก็เพื่อเป็นการไถ่โทษ” “โอเคผมจะเอาเสื้อมาให้แต่ไม่ใช่เพราะต้องการให้คุณไถ่โทษนะเพราะกลัวซักคราบไม่ออกมากกว่า” “เดี๋ยวฉันให้แม่บ้านเอาไปวางไว้บนเตียงนะคะ ไม่น่าเกินเที่ยงค่ะ” แสงจันทร์รับเสื้อมาถือแล้วค่อยโล่งใจขึ้นหน่อย “พรุ่งนี้คุณทำงานไหม” “ทำค่ะ” “เข้างานกี่โมงเหรอ” “แปดโมงค่ะ” “งั้นเจ็ดโมงครึ่งเอาเสื้อมาส่งให้ผมแล้วกัน ผมอยากดูความเรียบร้อยอีกที” “ได้ค่ะ” แสงจันทร์ตอบแล้วก็งงอีกรอบเพราะเขาเดินหนีไปอีกแล้ว

บทที่ 3 ตอนที่ 3 ปรึกษาพี่ชาย

“อาธีร์มาแล้ว” เด็กชายวิ่งซอยขาถี่ยิบเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่แสนคุ้นหู “ระวังล้มนะครับก้อนเมฆ” มารดาเอ่ยไล่หลังคนที่วิ่งผ่านไปไวๆ โตขึ้นเป็นนักวิ่งคงได้เหรียญทองแน่นอน “สวัสดีครับอาธีร์” เด็กน้อยวิ่งไปเกาะขาชายหนุ่มด้วยความคิดถึง “สวัสดีครับก้อนเมฆ กินข้าวรึยัง” เซบาสเตียนอุ้มหลานรักขึ้นไปกอดแล้วถามไถ่ “กินแล้วครับ เค้กน้องสวยมาก” “อาอยากเห็นแล้วสิ” หนุ่มใหญ่ก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้เมื่อคนที่รายงานพูดด้วยสายตาเป็นประกาย เด็กกับขนมหวานเป็นของคู่กันจริงๆ ขนาดตัวผมเป็นหมอฟันก็ยังแจกลูกอมให้เด็กอยู่บ่อยๆ “สวัสดีครับพี่ป๊อกแล้วรุ้งไปไหนล่ะ” “ไปเอาน้ำ นั่นไงมาพอดีเลย” “สวัสดีจ้ะธีร์ ดื่มน้ำก่อน” “ขอบคุณมากครับแล้วสาวสวยของผมอยู่ไหนเนี่ย” “พากันไปผูกผมเปียในห้องน้ำเดี๋ยวก็มาจ้ะ” “โทษทีนะพี่ไม่ได้ตั้งใจจะใส่เสื้อสีดำมางานหลานแต่พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย” “ไม่เป็นไรใส่สีอะไรก็เหมือนกันแหละแล้วเกิดอะไรขึ้น” “พอดีเสื้อโดนกาแฟหกใส่ครับ ตอนแรกผมใส่สีขาวเลยต้องมาเปลี่ยนเป็นตัวนี้” “แล้วเอาแช่น้ำรึยังธีร์ไม่งั้นซักไม่ออกนะ” “พนักงานเอาไปจัดการให้แล้วครับ คนที่เดินชนนั่นแหละ … ยิ้มอะไรกันครับ” เซบาสเตียนมองหน้าปรีชากับสายรุ้งที่อมยิ้มให้กันอย่างมีเลศนัย “ก่อนจะถามพี่ว่ายิ้มทำไม ถามตัวเองก่อนเถอะว่าทำไมถึงยิ้มไม่หุบ” “ผมเปล่านะ” คนมีพิรุธรีบเถียงทันควัน “คงเป็นการโดนชนที่มีความสุขมากเลยใช่ไหมธีร์” สายรุ้งถาม “นี่ผมเก็บความลับไม่ได้เลยใช่ไหม” “ใช่” สายรุ้งกับปรีชาตอบพร้อมกัน “พนักงานเหรองั้นก็ต้องเป็นคนไทยสิ พี่คิดว่าแกโปรดแต่สาวผมทอง” “คนไทยแท้ๆ เลยครับ น่ารักมาก สูงพอๆ กับรุ้งเลยมั้ง” “ชื่ออะไรเหรอ ได้ถามไหม” “แสงจันทร์ ไม่ได้ถามหรอกเห็นจากป้ายชื่อ” “คงเป็นแสงจันทร์ที่สวยมากแน่ๆ” สายรุ้งรู้จักแววตาแบบนี้ดีมันคืออาการของคนตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก “ใช่ สวยมาก” เซบาสเตียนตอบเสียงเลื่อนลอย “งั้นก็ขอให้โชคดีนะไอ้ธีร์” ปรีชาอวยพรน้องชาย “สวัสดีค่ะอาธีร์” สองสาวกระพุ่มมือชดช้อยไหว้ผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมเยียน ฟ้าใสกับฝนโปรยติดกันยิ่งกว่าตังเม จะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ “สวัสดีจ้ะ อามีของมาฝากฝนโปรยด้วยนะ” “ทำยังไงก่อนคะฝนโปรย” สายรุ้งเตือนความจำลูกสาวที่ยื่นมือรับของก่อนจะทำบางอย่าง เมื่อได้ยินเสียงนิ่งๆ ของแม่ เด็กน้อยจึงยกมือไหว้ “เก่งมากจ้ะ” สายรุ้งชมเมื่อลูกทำตามมารยาทที่ดีจากนั้นก็ยิ้มให้ ลูกจะได้ไม่รู้สึกว่าถูกเอ็ด “เข้าไปเปิดในบ้านกันดีกว่า” ปรีชาบอกแล้วทุกคนก็เดินเข้าไปด้านใน “ผมอยากไปดูรถอาธีร์” “กินข้าวก่อนครับก้อนเมฆ” สายรุ้งบอกลูกชาย “ได้ไปดูแน่นอนครับ ก่อนไปเราค่อยขอแม่รุ้งอีกทีนะ” เซบาสเตียนรับปาก ตอนที่เจอสายรุ้งครั้งแรกผมคิดว่าเธอเป็นคนหวานๆ แต่ความจริงแล้วเด็ดขาดมาก ลูกทั้งสามไม่กล้าดื้อรั้นกับแม่เลยรวมถึงพ่อด้วย พี่ปรีชาอยู่ในโอวาทของภรรยาโดยที่เธอทำเพียงแค่อย่างเดียวนั่นก็คือรักสามีหมดหัวใจ ผมไม่เคยพบใครที่เหมาะกันราวกิ่งทองใบหยกแบบนี้ ตอนคบกันใครๆ ก็พากันอิจฉาในความรักของคนทั้งคู่ พอมีลูกก็เลี้ยงดูให้เป็นเด็กดีมีมารยาทไม่ขาดตกบกพร่อง และที่น่าอิจฉาที่สุดก็คือแม้จะลูกสามแต่ยังหวานไม่เปลี่ยน เช่นตอนนี้ ก็เดินจับมือกันจนคนโสดแบบผมอดตาร้อนไม่ได้ ฝนโปรยคือนางเอกของงานจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษโดยเฉพาะพี่ๆ ทั้งสองคนที่อยู่ไม่ห่างน้องเลย ถึงก้อนเมฆจะเป็นผู้ชายชอบเอะอะโวยวายเวลาเล่นกับเพื่อนตัวเองแต่พออยู่กับน้องสาวก็จะอ่อนโยนเหมือนเป็นคนละคน สายรุ้งไม่เคยเห็นลูกชายตะคอกน้องๆ เลยสักครั้ง งานเลี้ยงมีพ่อแม่ ปู่ย่าตายายแล้วก็ผมที่เป็นคนนอกแต่ได้สิทธิ์พิเศษกลายเป็นคนในเพราะความสนิทชิดเชื้อ บ้านหลังนี้พี่ปรีชาสร้างรอท่าตั้งแต่ยังไม่มีลูกสักคน ถ้าจำไม่ผิดพี่ชายผมสร้างบ้านให้ลูกกับเมียหลังแต่งงานได้ไม่กี่วันจะหาใครคลั่งรักได้เท่านี้อีก ผมจึงไม่แปลกใจที่ทั้งคู่ไม่เคยเหลียวมองใครเพราะคนที่อยู่ตรงหน้าแสนดีทุกอย่าง “ขอบใจมากนะธีร์ อุตส่าห์ขับรถมาตั้งไกล” สายรุ้งพอจะมีเวลาคุยแล้วเพราะตอนนี้ลูกๆ กำลังง่วนกับของขวัญของเล่น “ต้องมาสิครับ ถ้าไม่ติดธุระสำคัญจริงๆ ผมต้องมาแน่นอน วันเกิดหลานสาวทั้งที” “นี่ลาไว้ห้าวันใช่ไหมธีร์” “ใช่ๆ พักร้อนไปในตัว” “คืนนี้จะพาพี่ป๊อกไปเที่ยวก็ได้นะ” “รุ้งนี้ใจดีจังไม่เหมือนผู้หญิงอื่นที่เคยเจอ” “ยังไงเหรอ” “ก็ยอมให้พี่ป๊อกไปข้างนอก เมียคนอื่นหวงจะตาย จะไปไหนทีแทบจะต้องกราบอ้อนวอน” “อืม … มีแบบนั้นด้วยเหรอ” สายรุ้งถามด้วยความงงงวย ถึงจะแต่งงานรักกันแค่ไหนแต่ทุกคนก็ต้องมีเวลาส่วนตัวแล้วคนเราก็ไม่ได้ชอบเหมือนกันทุกอย่างจะให้มาตัวติดกันตลอดเป็นไปไม่ได้หรอก สามีของฉันชอบดูบอลแต่ฉันไม่ชอบเลย เวลามีคู่หยุดโลกพลาดไม่ได้เขาก็จะออกไปดูบ้านเพื่อนหรือไม่ก็ตามร้านอาหาร ฉันไม่เคยตามไม่เคยระแวงเพราะรู้ว่าเขาไว้ใจได้ “มีอะไรเหรอจ๊ะสายรุ้ง” ปรีชาถามภรรยา “ธีร์น่ะค่ะ เขาบอกว่ารุ้งใจดีที่ยอมให้พี่ป๊อกไปไหนมาไหน รุ้งก็เลยถามว่ามีไม่ให้ไปด้วยเหรอ ก็มีขากันทุกคนจะล่ามโซ่ติดกันไว้รึไง ใครๆ ก็อยากมีเวลาส่วนตัวทั้งนั้น” “ฮ่าๆๆ เยอะแยะไป เพื่อนๆ พี่น่ะ เมียตามจิกทุกสิบนาที” “เอ่อ … แล้วหนูต้องทำแบบนั้นด้วยไหมคะพี่ป๊อก” สายรุ้งเริ่มไม่แน่ใจ “ไม่ต้องหรอกจ้ะ จะทำเพื่ออะไรเสียสุขภาพจิตเปล่าๆ พี่ไปกับเพื่อนก็คืออยู่กับเพื่อนจริงๆ แต่ไอ้พวกนั้นมันไม่ซื่อ” “เข้าใจแล้วค่ะ น่าสงสารผู้หญิงนะคะ” “แต่พี่ไม่ได้เป็นแบบนั้นนะ” ปรีชารีบบอก “หนูรู้ค่ะ พี่ป๊อกจะมีใครได้ติดลูกขนาดนี้” “ติดหนูด้วยจ้ะ” ว่าแล้วปรีชาก็หอมแก้มเมียรักเพื่อเป็นการยืนยัน “พี่ป๊อก ! คนอยู่เต็มบ้าน บัดสีจริง” สายรุ้งตีแขนคนรุ่มร่าม “หอมเมียตัวเอง บัดสีตรงไหน” “พอเลยค่ะ หนูไปเล่นกับลูกดีกว่า” “เล่นกับลูกพี่ก็ตามไปหอมได้” ชายหนุ่มพูดไล่หลังไปแล้วหัวเราะชอบใจความหน้ามึนของตัวเอง การได้แกล้งเมียคือความสุขที่ปรีชาโปรดปราน “อิจฉาโว้ย” เซบาสเตียนทั้งขำทั้งหมั่นไส้ “อิจฉาก็รีบหาเมียสิครับน้องชาย” “ถ้ามันหาได้ง่ายๆ ก็ดีสิครับพี่ชาย” “แล้วเป็นไง พนักงานคนนั้น” “พี่ป๊อก …” เซบาสเตียนนิ่งไปหลายนาทีแล้วพูดขึ้นมา “อะไร แกทำให้พี่กลัวนะเนี่ย ทำไมทำหน้าทำเสียงแบบนี้หรือมีมากกว่ากาแฟหกใส่” “เปล่าพี่ ผมจะถามว่าพี่ชอบรุ้งตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเลยไหม” “อืม … ไม่นะ ครั้งแรกไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำเจอกันในงานแจกลายเซ็น อีกครั้งก็พอๆ กันเพราะพี่ต้องรีบไปสอนแล้วก็ครั้งที่สามนั่นแหละที่ทำให้พี่เริ่มถามตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฟ้าถึงพาผู้หญิงคนนี้มาให้เจอถึงสามครั้งสามครา” “เหรอครับ” เซบาสเตียนรับคำแบบหงอยๆ “ถามทำไมเหรอ” “คนจะรักหรือชอบกันต้องใช้เวลาใช่ไหมพี่” “ก็ไม่อีกนั่นแหละถึงพี่จะไม่ได้ชอบรุ้งตั้งแต่เจอครั้งแรกแต่ก็สะดุดตาพอสมควรเพราะเขามีของมาฝากแต่พอได้เจอกันที่นี่ ความรู้สึกของพี่จากศูนย์ก็พุ่งไปร้อย” ปรีชาคิดถึงควาหลังที่แสนหวานชื่น ตอนนั้นผมมาแจกลายเซ็นที่เกาะสมุยแล้วคนดูแลงานก็คือสายรุ้งกับเพื่อนอีกคน เมื่อฟ้าส่งเธอมาเป็นครั้งที่สามผมจึงคว้าไว้และตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ยังรักกันไม่เปลี่ยน “พี่ว่ามันจะแปลกไหมถ้าผมชอบพนักงานคนนั้น” “ไม่แปลกเลยธีร์ ในชีวิตจะมีแค่คนเดียวที่เจอแล้วเหมือนเวลาหยุดหมุนเหมือนทั้งโลกมีแค่เราสองคน” ปรีชาตอบด้วยความมั่นใจเพราะเขาเองได้เจอกับคนคนนั้นแล้ว

อ่านต่อ