ณ หน้าโรงเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ วันสุดท้ายของการสอบกลางภาคมักจะเสร็จสิ้นในช่วงเช้า ดังนั้น ในช่วงบ่ายนักเรียนที่ไม่มีการสอบซ่อมก็จะเริ่มทยอยกันกลับบ้าน บางส่วนจับกลุ่มกันไปห้างสรรพสินค้าซึ่งเป็นแหล่งรวมความบันเทิงเพียงแห่งเดียวในจังหวัดที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญ เช่น โรงภาพยนตร์ คาราโอเกะ หรือ การนั่งรับประทานไอศกรีมในห้องแอร์เย็น ๆ “เมย์ ! เมย์ ! เดี๋ยวสิ !” เด็กชายร่างโยงในชุดมัธยมปลาย สวมแว่นหนาเตอะ สะพายเป้สีดำวิ่งกระหืดกระหอบ ไล่ตามหลังเหยียดตรงของเด็กสาวมัธยมปลาย รูปร่างของเธอผู้นั้นสูงเพรียว มีส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้หญิงในวัยสาวบานสะพรั่ง ผมสีดำขลับยาวสลวยของเธอถูกรวบเป็นหางม้า มัดด้วยโบสีขาว ที่บ่งบอกถึงวัยบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของวัยแรกสาว “ว่าไงคะ ท่านหัวหน้าห้อง” หญิงสาวร่างสวยที่ถูกเรียกหยุดชะงัก พร้อมกับหันหน้ามาส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มซึ่งวิ่งมาหยุดตรงหน้าหล่อนพอดี ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องของเธอราวกับสวรรค์บรรจงแต่งแต้ม ขนตายาวงอนเรียงกันเป็นแพใต้คิ้วโก่งดังคันศร อีกทั้งจมูกโด่งที่เชิดขึ้นคล้ายกับเด็กสาวจอมรั้นชวนให้คันหัวใจเด็กหนุ่ม ดวงตากลมโตของเธอเป็นประกายระยับ บวกกับริมฝีปากอิ่มสวยที่กำลังส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจมาให้เขา จึงทำให้เด็กชายที่เพิ่งแตกหนุ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หัวใจเต้นตึกตัก จนเขาไม่แน่ใจว่าที่หัวใจเต้นแรงนั้น เพราะความสวยของเธอ หรือเพราะเขาวิ่งมาเร็วจนเกินไป เมื่อคนเรียกเธอให้หยุดเอาแต่มองเธอไม่วางตา เด็กสาวจึงผลักเขาที่หัวไหล่ทีหนึ่งก่อนเอ่ยว่า “นี่ภานุ มีอะไรก็พูดมาสิ” เสียงของเธอทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้สติ จึงเอามือจับท้ายทอยของตนแก้เก้อพร้อมกับบอกว่า “สอบกลางภาคเสร็จแล้ว เหลือเวลาอีกตั้งครึ่งวันกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน รถของรีสอร์ตก็ยังไม่มารับ พวกเราไปดูหนังกันดีไหม” ภาณุรีบเอ่ยชวนหญิงสาวที่ตนหมายปองมานานอย่างกระตือรือร้น เมย์ หรือ เมทินี เป็นลูกสาวของเจ้าของรีสอร์ตอิงผา และยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเดียวกับเขา ซึ่งเขาแอบชอบเธอมาตั้งแต่แรกเข้ามัธยมศึกษา จวบจนวันนี้ที่ทั้งคู่เรียนจนจะจบชั้นมัธยมศึกษากันแล้ว แต่เขายังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหล่อนเป็นการส่วนตัวเลยสักครั้ง หากพลาดโอกาสนี้อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าพวกเขาก็ต้องแยกย้ายกันไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเขาไม่รู้ว่าจะได้เรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันหรือไม่ “ขอโทษที พอดีวันนี้ฉันไปด้วยไม่ได้ เพราะเป็นวันเกิดเมย์ ก็เลยอยากรีบกลับบ้านไปหาแม่น่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธอย่างจริงจัง เพราะเธอตั้งใจเอาไว้แล้วว่าหากสอบเสร็จเร็วก็จะแวะไปซื้อขนมเทียนเจ้าอร่อยที่แม่ชอบ ในวันนี้เธออยากให้ความสำคัญกับแม่มากที่สุด เพราะเธอรู้ว่าวันเกิดลูกคล้ายกับวันตายของแม่ “วันนี้วันเกิดเมย์หรอ” ภาณุถามอย่างตื่นเต้น สาวน้อยพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกว้างเต็มใบหน้า รอยยิ้มของเธอนั้นช่างทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวยิ่งนัก “จ๊ะ ครบรอบ 19 ปีพอดี” เมย์มีอายุแก่กว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน 1 ปี เพราะว่าเธอเข้าเรียนช้ากว่าเด็กคนอื่น ๆ โดยแม่ของเธอให้เหตุผลว่า เมื่อยังเป็นเด็ก เธอป่วยหนักต้องหยุดอยู่ที่บ้านนานเป็นปี “แย่จัง นุไม่รู้เลยว่า วันนี้วันเกิดเมย์ นุเลยไม่มีของขวัญให้ เอาไว้วันหลัง นุจะเอาของขวัญวันเกิดมาให้นะ” “ขอบใจมาก เมย์ไปนะ “แล้วเมย์จะกลับยังไง รถรีสอร์ตยังไม่มารับนี่” เด็กหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เพราะปกติแล้วเมย์จะไปกลับโรงเรียนโดยอาศัยรถของรีสอร์ตซึ่งคอยวิ่งรับนักท่องเที่ยว “เมย์จะกลับรถสองแถว ว่าจะแวะไปที่ตลาดในเมืองก่อนจ๊ะ” “เมย์ไม่กลัวพวกไร่ปลายดาวแล้วเหรอ ให้ภานุไปส่งเมย์ดีไหม” ภาณุอาสาด้วยความเป็นห่วง และในส่วนลึกนั้น เขาอยากจะหาโอกาสอยู่กับหล่อนนาน ๆ เมย์ย่นคิ้วเล็กน้อยในหัวของเธอกำลังนึกถึงไร่ปลายดาวที่อยู่ใกล้กับรีสอร์ตของเธอ ไร่แห่งนี้เป็นที่กล่าวขานว่าเป็นแหล่งรวมคนเถื่อน และยังมีข่าวลือว่าเจ้าของรีสอร์ตถูกฆ่ายกครัว ดังนั้น พ่อกับแม่ของเธอจึงมักจะคอยเตือนหล่อนเสมอว่า ห้ามเข้าไปใกล้ไร่ปลายดาวเป็นอันขาด หรือห้ามแม้กระทั่งพูดคุยกับคนในไร่นั้น “อืม ก็ดีเหมือนกันนะ” เมย์พยักหน้าน้อย ๆ “ไปกัน รถมอเตอร์ไซค์เราจอดอยู่ในโรงรถ” ภาณุยิ้มฉีกยิ้มจนแทบจะถึงใบหู …………………………………………………………………… พลั๊วะ ! กรีีดดดดดดดด “อย่า !” เสียงกำปั้นกระทบเนื้อ ตามมาด้วยเสียงร้องห้าม ผสมผสานกับเสียงร้องโหยหวนดังสะอึกสะอื้นอยู่เป็นระยะ ท่ามกลางเสียงอันน่ารันทดใจเหล่านั้น ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ยังคงสูบซิการ์ นั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟารับรองแขกของรีสอร์ตอิงผาอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับว่า เสียงร้องอย่างทุกข์ระทมเช่นนั้น เป็นดนตรีบรรเลงขับขานให้บันเทิงใจ พลั๊วะ ! ตุบ ! ร่างอ้วนท่วมของเจ้าของรีสอร์ตถูกเตะจนกระเด็นลงมาหมอบแทบเท้า บุรุษที่นั่งชมความบันเทิง ร่างในชุดเสื้อสีขาวทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์ ขายาวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแกร่งสวมทับด้วยกางเกงยีน ใช้เท้าที่สวมด้วยรองเท้าหนังสีน้ำตาลเข้มเชยคางให้คนถูกซ้อมจนหน้ายับยู่ยี่ขึ้นมองเขา ดวงตาของคนอยู่ใต้เท้าบวมเบ่ง เลือดกบเต็มปาก เขาเป็นชายอายุ 47 ปี ศีรษะที่มีผมสีดอกเลาเบาบางจนแทบจะไม่เหลือเคล้าของเสือเมฆผู้อาจหาญในอดีตแม้แต่น้อย “ไง ไอ้เสือเมฆ ฉันตามล่าตัวแกมาตั้งนาน ไม่คิดว่าแกจะลอกคราบจากเสือกลายเป็นหมา ซุกตัวหลบอยู่ใกล้ ๆ ตีนฉันนี่เอง” “ไอ้พยัคฆ์ !” คนถูกเรียกว่าหมา เปล่งเสียงออกมาจากปากบิดเบี้ยวที่ถูกชกจนแตกยับ ยิ่งเขาถลึงตาด้วยความโกรธ ดวงตาที่ถูกต่อยจนเขียวช้ำยิ่งถลนออกมาอย่างน่ากลัว ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่ง เขาจะถูกผู้ที่อ่อนกว่าถึง 10 ปีหยามเกียรติถึงถิ่นตน ! “ขอบคุณพี่ชายที่ยังจำน้องชายคนนี้ได้ และฉันก็ไม่เคยลืมไอ้คนทรยศเช่นแกเหมือนกัน แม้ว่าแกลอกคราบจากเสือเป็นหมา ฮ่า ๆ ศักดิ์ศรีของไอ้เสือผู้ทระนงหายไปไหนหมดละวะฮ่า ๆ” ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาหัวเราะลั่นขณะที่บดเท้าเหยียบลงบนศีรษะคนใต้เท้า ฮ่า ๆ ฮ่า ๆ เสียงหัวเราะของเหล่าลูกน้องนับสิบคนของพ่อเลี้ยงพยัคฆ์หัวเราะอย่างครื้นเครงด้วยความสะใจไปกับเจ้านาย
“พี่เมฆ !” บัวตอง หญิงวัยกลางคนในชุดสุภาพร้องเรียกสามีลั่น น้ำตาอาบหน้า ทรุดตัวอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง “ปล่อยพวกเราไปเถอะ ฉันขอร้องล่ะ” หล่อนถูกลูกน้องของพ่อเลี้ยงพยัคฆ์กันไว้ไม่ให้เข้ามาในวงการลงทัณฑ์ของเจ้านาย เสียงร่ำไห้ของเธอนั้นคล้ายกับแมลงตัวหนึ่งเท่าหนึ่ง จึงไม่มีใครสนใจเธอแม้แต่น้อย “ถึงกูจะเป็นหมา แต่กูก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและรอดตายมาได้ตั้ง 12 ปี ไม่โง่ดักดานยอมเป็นควายเฝ้าสมบัติเหมือนมึงแล้วกัน !” พลั๊ก ! ตุบ ! คำพูดนั้นทำให้ร่างสูงใหญ่เตะเสยปลายคางของไอ้เสือดำรงเต็มแรง จนเลือดกระทะลักออกทั้งปาก และจมูก “ปากดีนักนะมึง เดี๋ยวกูส่งมึงไปลงนรกเดี๋ยวนี้เลย !” ความโมโหจนแทบจะไร้สติทำให้เขาพ่นคำหยาบออกมา เพราะคำพูดของคนใต้เท้าเหมือนกับลูกศรที่พุ่งทะลุเข้าสู่หัวใจพ่อเลี้ยงพยัคฆ์ ใบหน้าหล่อคมคายกระด้างขึ้น เมื่อนึกถึงอดีตเมื่อ 12 ปีก่อน บัวตองรีบพุ่งตัวเข้ามาสวมกอดร่างของสามีเอาไว้ แล้วร่ำไห้ขณะที่ขอร้องว่า “เห็นแก่ที่พวกเราเคยรู้จักกัน เคยอยู่ด้วยกัน ปล่อยพวกเราไปเถอะ น้าขอร้องพ่อพยัคฆ์นะ สิ่งใดที่มันเกิดขึ้นแล้ว ก็ให้แล้วกันไปเถอะนะ ฮือ ๆ” “ปล่อยไปเหรอ ! เมื่อ 12 ปีก่อน พ่อเลี้ยงสิงหากับครอบครัวก็ร้องขอชีวิตเช่นกัน แล้วมีใครเหลือรอดสักคนไหม !” พ่อเลี้ยงพยัคฆ์โน้มตัวลงตะคอกใส่คู่สามีภรรยาด้วยความเกรี้ยวกราด ดวงตาคมของเขาแดงก่ำด้วยความแค้นที่ฝังในใจมานาน “ส่วนคนหักหลังอย่างพวกมึงก็หอบเอาทรัพย์สมบัติของพ่อเลี้ยงมาเสพสุขกัน !” ร่างสูงตระหง่านราวกับซาตานที่ยืนคุมอยู่ประตูนรกชักกระบอกปืนออกมาเล็งไปที่เสือเมฆ ดวงตาคมกริบสั่นไหวเล็กน้อย เขากับเสือเมฆเคยเป็นลูกน้องของพ่อเลี้ยงสิงหาตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจด้านมืด ไม่ว่าจะเป็นค้ายา หรือลักลอบขนอาวุธเถื่อนข้ามชายแดน พวกเขาทั้งคู่ล้วนเป็นดั่งมือซ้ายขวาของพ่อเลี้ยงสิงหา แต่แล้วเมื่อพ่อเลี้ยงสิงหาได้แต่งานกับคุณนภาลูกสาวของเจ้าของไร่ปลายฟ้า แล้วเมื่อลูกสาวคนแรกเกิดจึงได้เปลี่ยนชื่อไร่ตามชื่อลูกสาวเป็น “ไร่ปลายดาว” จากนั้น พ่อเลี้ยงสิงหาจึงคิดจะวางมือในเส้นทางผิดกฎหมายเพื่ออยู่กับครอบครัวอย่างสงบสุข ดังนั้น พ่อเลี้ยงสิงหาจึงให้ทุนตั้งตัวสำหรับลูกน้องที่ต้องการไปเริ่มชีวิตใหม่ส่วนเขาเลือกที่จะอยู่รับใช้เคียงข้างพ่อเลี้ยงเช่นเดิมในขณะนั้นตนมีเพียงอายุ 25 ปี และเสือเมฆขอแยกทางไปตั้งตัวกับครอบครัว หลังจากนั้น 3 เดือนต่อมา เสือเมฆร่วมมือกับไอ้เสือสนศัตรูของพ่อเลี้ยงสิงหา ยกพวกเข้ามาบุกไร่ปลายดาว มันกอบโกยเอาทรัพย์สินของพ่อเลี้ยงสิงหา คนในไร่กว่าครึ่งหนึ่งถูกสังหารจนสิ้น ส่วนพ่อเลี้ยงยิ่งต่อสู้กับศัตรูเพื่อปกป้องลูกเมียจนตัวตาย ก่อนสิ้นลมหายใจพ่อเลี้ยงสิงหาฝากฝังกับเขาว่าให้ช่วยดูแลไร่ปลายดาวและลูกเมีย เขาไล่ยิงศัตรูจนพวกมันถอยออกไปจากไร่ และเสือเมฆหนีรอดไปได้ เมื่อสถานการณ์สงบลงแล้วเขาระดมคนในไร่ที่เหลือออกตามหานายหญิงและคุณหนูปลายดาว จนมาพบศพนายหญิงที่ท้ายไร่ ส่วนคุณหนูหายสาบสูญ พ่อเลี้ยงหารับเด็กกำพร้าอย่างเขามาเลี้ยงตั้งแต่อายุ 10 ปี พ่อเลี้ยงสอนงานเขาทุกอย่าง ทั้งการต่อสู้ และการยิงปืน เขาจึงรักพ่อเลี้ยงสิงหาเหมือนพ่อแท้ ๆ นายหญิงก็เมตตาเขาเหมือนน้องชายคนหนึ่ง ดังนั้น เมื่อครอบครัวพ่อเลี้ยงสิงหาถูกฆ่าล้างตระกูล เขาจึงเหมือนกับคนสูญเสียครอบครัวที่รักไป ! หลังจากนั้น เขาจึงดูแลไร่ปลายดาวในฐานะพ่อเลี้ยงสืบต่อมา และออกตามล่าสังหารศัตรูพ่อเลี้ยงสิงหาจนสิ้น เหลือเพียงไอ้คนทรยศคนนี้เท่านั้นที่เขาตามหามันมานานถึง 12 ปี ! “อย่า... ฮือ ๆ สงสารพวกฉันเถอะ” บังตองยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่ม เขาเปรียบดังมัจจุราชที่สามารถลั่นไกสังหารสามีของเธอได้ทุกเมื่อ ปลายกระบอกปืนสั่นเล็กน้อย ไม่มีการสังหารครั้งใดที่ทำให้พ่อเลี้ยงพยัคฆ์รู้สึกลังเลได้เท่าครั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่าเขาเคยนับถือเสือเมฆเฉกเช่นพี่ชาย และเคยได้รับความเอื้ออาทรจากพี่บัวตองยามเมื่ออยู่ที่ปลายดาวด้วยกัน แกร๊บ ! “แม่ !” เสียงถุงขนมหล่นลงกระทบพื้น พร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจของหญิงสาวในชุดนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย “เมย์ ! หนีไปลูก ! อย่าเข้ามา !” บังตองร้องบอกลูกสาวสุดเสียง หัวใจของเธอกระตุกวูบด้วยความกลัวที่จะต้องสูญเสียลูกไปต่อหน้าต่อตา “แม่ !” เด็กสาวในชุดมัธยมปลายวิ่งเข้ามากอดผู้เป็นมารดาอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด เธอรู้แต่เพียงว่า เธอจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายแม่ของเธอเป็นอันขาด ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสบัดนี้วาวโรจน์ เธอจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นดั่งซาตานด้วยความแค้นเคือง “อย่าทำอะไรแม่ฉันนะ !” เมื่อภานุขับมอเตอร์ไซค์มาส่งเธอถึงหน้ารีสอร์ต เธอจึงให้เขากลับบ้านเลยเพราะไม่อยากให้พ่อและแม่เห็นว่ามีผู้ชายมาส่งถึงหน้าบ้าน และทันทีที่เข้ามาในรีสอร์ต หัวใจของเธอก็กระตุกวูบเมื่อเห็นรถของไร่ปลายดาวจอดอยู่สองสามคัน รถของไร่ต้องห้ามมาจอดในบริเวณบ้านของเธอแบบนี้ ต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ ๆ เธอจึงรีบสาวเท้าเข้ามา และเห็นผู้ชายป่าเถื่อนคนนี้กำลังเอาปืนเล็งที่พ่อแม่ของเธอ พ่อเลี้ยงพยัคฆ์มองสาวน้อยด้วยความสนใจ ความสวยหวานปานจะกลืนของเธอนั้น ขัดกับกิริยาท่าทางแข็งกร้าว และน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าเธอจะสู้ไม่ถอย หากเขาทำอะไรแม่ของหล่อน “นี่ยัยเมย์ลูกเป็ดขี้เหร่เหรอ นึกไม่ถึงเลยว่าโตเป็นสาวแล้วจะสวยจนฉันแทบจำไม่ได้” พ่อเลี้ยงพยัคฆ์หวนนึกถึงสมัยที่เคยเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กสาวสองคนที่วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานบนสนามหญ้า คนหนึ่งลูกพ่อเลี้ยงสิงหา อีกคนคือลูกสาวของคนทรยศ ! ชายหนุ่มโน้มตัวลง หมายจะเอื้อมมือไปเชยคางสาวน้อยให้เห็นอย่างเต็มตา แต่กลับถูกบัวตองดึงตัวสาวน้อยเข้ามากอดไว้อย่างหวงแหน “อย่าแตะต้องลูกสาวฉันนะ !” บัวตองกอดลูกสาวแน่น ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อ 12 ปีก่อน เธอก็ใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงมาตลอด ไม่มีความสุขเลยสักวัน ความทุกข์ที่ได้รับเปรียบเสมือนการชดใช้กรรมที่พวกเธอได้ก่อเอาไว้กับครอบครัวของพ่อเลี้ยงสิงหา “ฮ่า ๆ ฉันมาคิด ๆ ดูแล้ว ถ้าฉันฆ่าพวกแกให้ตาย มันคงดีเกินไปสำหรับคนเลว ๆ อย่างแกเกินไป สู้ทำให้พวกแกอยู่เหมือนกับตายทั้งเป็นไม่ดีกว่าเหรอ” พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ยิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้าย “แกจะเอายังไงกับฉันว่ามา” อดีตเสือเมฆกัดฟันพูด แม้จะเจ็บเจียนตาย แต่เพราะศักดิ์ศรีของอดีตเสือเขาจึงไม่ยอมร้องขอชีวิต “ฉันจะเอาลูกสาวแกไปเป็นตัวประกัน !” สิ้นคำ มือแกร่งก็กระชากร่างบางออกมาจากอ้อมกอดของผู้เป็นมารดา “ไม่นะ ! อย่าเอาลูกฉันไป ! ฮือ ๆ” บังตองร้องไห้ปริ่มใจจะขาด ถลาเข้าไปกราบลงแทบเท้าของซาตานหนุ่ม ผู้กระหายการแก้แค้น “แม่ ! ไม่ต้องไปกราบขอร้องอ้อนวอนไอ้คนเลว ๆ แบบนี้ !” เมย์ใช้มือข้างที่เหลือทุบเข้าที่แขนของชายหนุ่ม พร้อมกับกัดลงที่มือเขาเต็มแรง “โอ๊ย !” ชายหนุ่มคำรามลั่น พร้อมกับสะบัดมือออกด้วยความเจ็บปวด มือของเขาปรากฏรอยแดงเป็นฟันซี่เล็ก ๆ เด็กสาวอาศัยจังหวะนั้น ไปพยุงแม่ของตนขึ้นมาแล้วถอยไปอยู่รวมกันกับบิดา “ศักดิ์ เอาเชือกมัดลูกหมาตัวนี้ไว้ !” พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ตะโกนสั่งสมุนมือขวา จากนั้น ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยก็ตรงเข้าไปมัดมือของเด็กสาวอย่างว่องไว
“ศักดิ์ เอาเชือกมัดลูกหมาตัวนี้ไว้ !” พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ตะโกนสั่งสมุนมือขวา จากนั้น ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยก็ตรงเข้าไปมัดมือของเด็กสาวอย่างว่องไว “ไม่ อย่าทำลูกฉัน” บัวตองพยายามเข้ามาขัดขวางแต่ถูกลูกน้องอีกคนจับตัวไว้ ส่วนพ่อของเธอนั้นได้แค่ขบกรามแน่น “ปล่อยฉันนะไอ้พวกชั่ว ! ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาลากพวกแกเข้าคุกให้หมด !” เมย์ร้องลั่น ข้อมือเล็ก ๆ ถูกเชือกปอเส้นโต มัดเข้าหากันจนแน่น ปัง ! พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ยิงปืนขึ้นฟ้า เสียงดังราวกับสายฟ้าพิโรธนั้น ทำให้ทุกคนเงียบสนิท “เอาสิ แจ้งเลย แจ้งตำรวจ ฉันอยากจะรู้นักว่าระหว่างฉัน กับพ่อของเธอที่ฆ่าล้างโคตรคนในไร่ปลายดาว ตำรวจจะจับใคร !” ชายหนุ่มกระชากข้อมือเล็กที่ถูกพันธการเอาไว้ขึ้น ร่างบางก็ลอยติดมือเขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย เมย์มองสบตาซาตานตรงหน้า แววตาของเธอวูบไหวกับสิ่งที่ได้ยิน สมองของเธอกำลังถูกโจมตีจากถ้อยคำที่เพิ่งจะได้รับรู้ว่าพ่อของเธอเป็นฆาตกร ! “หากเธอไม่อยากให้พ่อกับแม่เธอตาย ก็ยอมไปกับฉันดี ๆ” ชายหนุ่มโน้มหน้าลงใกล้ใบหน้าสวย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคุกคามจนเด็กสาวตัวสั่นระริก “หนี้แค้นครั้งนี้ เธอจะต้องชดใช้แทนอย่างสาสม !” สิ้นคำ พ่อเลี้ยงก็กระชากเชือกที่ผูกข้อมือหญิงสาวรั้งให้หล่อนเดินตามเขาออกไปในฐานะตัวประกัน ก่อนก้าวพ้นประตูออกไปเขาบอกกับสองสามีภรรยาโดยไม่หันกลับมามองว่า “พวกแกต้องส่งเงินมาให้ฉันเดือนละแสน หากเดือนไหนไม่ได้ เดือนนั้นก็เตรียมรับศพลูกสาวแกไปได้เลย !” “ไม่นะ ! อย่าเอาลูกฉันไป เมย์ ! ลูกแม่ ! ฮือ ๆ” บัวตองร้องไห้ปริ่มใจจะขาด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงได้แต่มองตามร่างลูกสาวตัวน้อยถูกกระชากลากถูกไปตามทางจนหายลับตาไป เมื่อคนจากไร่ปลายดาวกลับไปจนหมดแล้ว เสือเมฆก็เข้ามาพยุงคู่ชีวิตให้ลุกขึ้น ซึ่งบัดนี้ดวงตาเหม่อลอยคล้ายกับคนที่เสียสติไปแล้ว “บัวตอง มีสติหน่อย ลูกสาวเธอยังไม่ได้ตายเสียหน่อย” คำพูดของเขาทำให้ภรรยามีน้ำตาอีกครั้ง พร้อมกับกรีดร้องออกมาว่า “คุณรู้ดีแก่ใจใช่ไหมว่าต้องมีวันนี้ ! คุณถึงไม่ยอมพาฉันหนีให้ไกลจากที่นี่ !” “ใช่ ! ผมรู้ดีว่าสักวันมันต้องมา !” เสือเมฆยอมรับกับภรรยา เขาหันไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของหล่อน “คุณมันเห็นแก่ตัว !” เสือเมฆหันกลับมองภรรยา แววตาเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้หล่อน ขยับปากเอ่ยว่า “ถ้าผมไม่เห็นแก่ตัว แล้วมีใครหน้าไหนที่เห็นแก่เราบ้าง !” เขาอดทนรอคอยมาถึง 12 ปี อะไรที่ควรเป็นของเขาตั้งแต่ต้น เขาก็ควรที่จะได้มันมา ! ............................................. “นี่ ! มันจะมากไปแล้วนะ !” เมย์ตะเบ็งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอรั้งข้อมือเข้าหาตนเองเพื่อให้ร่างสูงหยุดลากเธอไปขึ้นรถ เมื่อเขาหันมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอก็ตะโกนใส่หน้าเขาต่อว่า “จับฉันไปเป็นทาสแล้วยังจะข่มขู่เอาเงินกับพ่อฉันอีก แบบนี้มันต่างจากพวกโจรชั้นต่ำ รีดไถเงินชาวบ้านตรงไหน !” “ลูกหมาอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับฉัน” พ่อเลี้ยงพยัคฆ์กระชากเชือกที่ถืออยู่ในมือรั้งร่างบางเข้าใกล้ แล้วเชยคางเธอขึ้นด้วยมืออีกข้างหนึ่ง การกระทำของเขานั้น ทำให้บรรดาลูกสมุนสิบกว่าคนหยุดยืนรายล้อมมองเขาทั้งคู่อย่างสนใจ ยิ่งเมื่อเขาทำท่าเหมือนจะขย้ำสาวน้อยตรงหน้าให้แหลกลาญ พวกมันยิ่งหัวเราะออกมาอย่างครึกครื้น “แต่สิ่งที่คุณกระทำมันเกินไป” เมย์ดึงพยายามข้อมือของตนเองกลับเต็มแรงเพื่อให้อยู่ห่างจากเรือนร่างกำยำของเขา ผิวนุ่มเสียดสีกับเชือกหยาบ ๆ รู้เจ็บแสบไปหมดจนต้องกัดฟัน “เกินไปเหรอ” เขาดึงเชือกเข้าหาตัวมากขึ้น แล้วใช้มืออีกข้างโอบรอบเอวบางรั้งตัวเธอให้แนบชิดเรือนกายเขายิ่งกว่าเดิม ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำให้หญิงสาวถึงกับลืมหายใจไปชั่วครู่ หัวใจของเธอเริ่มเต้นระส่ำ “ฉันจะบอกอะไรเธอไว้อย่างหนึ่งนะ เงินทองที่เธอและพ่อของเธอใช้จ่ายอย่างสุขสบายทุกวันนี้เป็นเงินของพ่อเลี้ยงสิงหาที่ถูกปล้นมาทั้งนั้น ที่ฉันเรียกคืนเดือนละแสนมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ” น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นด้วยความแค้นที่เก็บกดไว้มาแสนนาน เรือนกายของเขาเสียดสีอยู่กับความอ่อนนุ่มของเนื้อสาว “ไม่จริง” เมย์ร้องออกมาอย่างตระหนก จะให้เธอเชื่อได้อย่างไรว่า แท้จริงแล้วพ่อกับแม่ของเธอเป็นคนเลว “ตอนนั้นเธอเองก็ 7 ขวบแล้วนี่ อย่าแกล้งทำเป็นเด็กใสซื่อจำอะไรไม่ได้หน่อยเลย” เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ใบหน้าสวยมากยิ่งขึ้น ริมฝีปากบางของเขาฉาบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นทั่วทั้งร่าง “ฉะ ฉันจำไม่ได้” หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่อาจจะขัดขืนได้มากนัก เขาใช้มืออีกข้างจับคางของเธอเอาไว้ทําให้ไม่อาจจะหลีกหนีได้อีก “จำได้ ไม่ได้ ไม่สำคัญ แต่ที่เธอต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าเธอคือ เชลยในกำมือของฉัน !” สิ้นคำ เขาก็ประทับริมฝีปากลงมาบดจูบกลีบปากบางอิ่มของหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างเหี้ยมโหด และดุดันเท่าที่เขาอยากจะลงทัณฑ์ลูกของคนทรยศ ! “อื้อ” หญิงสาวครางประท้วงในลำคอ เธอเพิ่งเคยถูกผู้ชายรุกรานอย่างหยาบช้าเช่นนี้เป็นครั้งแรก ร่างน้อยดิ้นเร้าคล้ายกับคนกำลังจะจมน้ำ และเมื่อจูบล้ำลึกมากขึ้น วงแขนแกร่งก็รั้งร่างนุ่มนิ่มของหล่อน แนบสนิทกับเรือนกายกำยำของเขามากขึ้นกว่าเดิม เด็กสาวรู้สึกถึงความร้อนร้อนรุ่มบางอย่างถูกกระตุ้นขึ้นมาจนเธอมึนงง ความรู้สึกอันแปลกใหม่นี้ราวกับว่าตัวเธอเหมือนจะค่อย ๆ ลอยขึ้น ไฟปรารถนาที่ซ่อนเร้นในกายสาวลุกไหม้ไหม้อย่างรวดเร็ว จนพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งกาย เมื่อร่างบางในอ้อมกอดอ่อนระทดระทวยไปกับรสจูบที่เขามอบให้อย่างหนักหน่วง เขาก็ถอนริมฝีปากออก แล้วมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างสาแก่ใจว่า “จำเอาไว้ เธอก็เป็นแค่เชลย อย่าริอาจมาต่อรองกับฉัน !” คำพูดนั้นเรียกเสียงโห่ร้องอย่างสะใจจากลูกน้องของเขาได้เป็นอย่างดี จากนั้นเขาก็ผลักร่างอ่อนปวกเปียกของหญิงสาวให้ห่างออก เมย์จึงล้มพับลงไปกับพื้นดิน เพราะร่างของเธอยังคงสั่นสะท้านกับการถูกเขาจู่โจมเมื่อครู่ เธอรู้สึกทั้งอับอาย ทั้งไร้ทางสู้ จนหัวใจของเธอเจ็บร้าวเหมือนถูกบีบอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตสั่นระริก มีน้ำตารื้อขึ้นมา “ไม่ต้องมาทำเป็นสำออย” พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ดึงปลายเชือกที่ผูกโยงกับข้อมือของหญิงสาวเพื่อให้เธอลุกขึ้นเดินไปที่รถ แม้เมย์จะรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือ แต่เธอก็กัดริมฝีปากตนเองเอาไว้ ไม่ให้มีเสียงร้องออกมา เธอจะไม่มีวันให้เขาได้สมใจที่ต้องการเห็นเธอทุกข์ทรมาน ! .............................................