ฉันแต่งงานกับศัตรูของอดีตสามี
บทที่ 1 อยู่ต่อได้ไหม?

วันนี้เป็นการแต่งงานของตระกูลเจียงและตระกูลกู้แห่งเมืองเอ งานถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ห้องจัดเลี้ยงที่มีพื้นที่กว่าพันตารางเมตรได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราและชวนฝันมาก พิธีกรบนเวทีกำลังกล่าวเชิญเจ้าบ่าว “ขอเชิญคุณกู้อี้อัน เจ้าบ่าวสุดหล่อของเราขึ้นมาบนเวทีได้เลยครับ!” พอพิธีกรพูดจบ ผู้ชมก็ปรบมือดังกึกก้อง แต่หลังจากที่พิธีกรกล่าวเชิญจบไปแล้วหลายวินาที ก็ยังไม่เห็นวี่แววของเจ้าบ่าวที่ควรจะปรากฏตัวขึ้นจากด้านข้างของเวทีเลย ผู้ชมที่อยู่ด้านล่างเริ่มซุบซิบกันขึ้นมา พิธีกรบนเวทียิ้มอย่างสงบเพื่อชดเชย “เรื่องไม่คาดคิด” นี้ หลังจากสงบไปได้ครึ่งนาที พิธีกรก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติเลยหยุดพูดไป บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเลยเงียบขึ้นมาทันที ในขณะนี้เอง จู่ ๆ ก็มีเสียงตบหน้าดังมาจากหลังเวที ญาติและเพื่อนที่อยู่ใกล้เวทีนั้นต่างก็มองเห็นภาพหลังเวทีได้อย่างชัดเจน และก็เห็นว่ากู้อี้อันที่เป็นเจ้าบ่าวนั้นโดนแม่ของเขาตบหน้าเข้าอย่างแรงหนึ่งที กู้อี้อันกระชากเข็มกลัด “เจ้าบ่าว” ที่หน้าอกซ้ายของเขาออก ก่อนจะหันหลังกลับไปพลางก้าวเท้ายาว ๆ แล้ววิ่งออกไปทันที ในขณะเดียวกัน เจียงเหวยอี้นั้นกำลังกอดแขนเจียงเฉาเชิงอยู่ สองพ่อลูกนั้นกำลังรอประตูด้านหลังเปิด จากนั้นก็จะเดินขึ้นไปบนเวที “ตื่นเต้นเหรอ อี้อี้?” เจียงเฉาเชิงตบแขนลูกสาวของเขาด้วยความรัก เจียงเหวยอี้ก็เหลือบมองพ่อของเธออย่างอาย ๆ และตอนที่เธอกำลังจะพูดนั้น จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงคุณนายกู้ดังมาจากด้านหลังเธอ “กู้อี้อัน กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” พอได้ยินเสียงคุณนายกู้ เจียงเหวยอี้ก็หันกลับไปมองทันที พอเธอหันกลับไป เธอก็เห็นกู้อี้อันวิ่งผ่านเธอไปอย่างรีบร้อน พอเห็นเธอ สายตาของกู้อี้อันก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย “อี้อี้ ผมขอโทษนะ มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเสี่ยวเหยียนน่ะ เลื่อนงานแต่งงานออกไปก่อนสองสามวันละกัน!” ตอนที่พูดนั้น เท้าของเขาไม่ได้หยุดเลย พอเจียงเหวยอี้ได้ยินที่เขาพูดเช่นนี้ เธอก็รู้สึกว่าความสุขที่มีนั้นเหมือนโดนเขาเอาน้ำเย็นราดซะจนไม่เหลืออะไรแล้ว เมื่อกี้เจียงเฉาเชิงถามเธอว่าตื่นเต้นรึป่าว ใช่ เธอรู้สึกตื่นเต้นนัก แต่เธอไม่ได้ตื่นเต้นเพราะที่จะได้แต่งงานกับกู้อี้อัน เธอตื่นเต้นกับเรื่องที่ว่างานแต่งงานคืนนี้จะไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่จ้าวชือเหยียนบอกในข้อความเมื่อคืนหรือไม่ต่างหากล่ะ! สีหน้าของเจียงเฉาเชิงที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งดูไม่สู้ดีเข้าไปใหญ่ งานแต่งงานกำลังจะเริ่มแล้ว ในงานนั้นก็เต็มไปด้วยแขกเหรื่อมากมาย แต่กู้อี้อันนั้นกลับจากไปตอนสำคัญแบบนี้ซะได้! เจียงเหวยอี้ยืนอยู่ที่นั่นพลางมองร่างของกู้อี้อันที่วิ่งออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ ตัวของเธอนั้นแข็งและเย็นไปหมด ไม่! เธอจะปล่อยให้กู้อี้อันจากไปไม่ได้! เจียงเหวยอี้กลับมาได้สติก่อนจะยกกระโปรงแต่งงานแล้ววิ่งตามไปทันที “กู้อี้อัน!” เธอสวมรองเท้าส้นสูงซึ่งทำให้เท้าของเธอเจ็บ ทุกก้าวที่เธอวิ่ง ส้นเท้าของเธอนั้นรู้สึกเหมือนมีคนใช้มีดคม ๆ หั่นเนื้อของเธอไม่มีผิด แต่เจียงเหวยอี้ก็ไม่ได้หยุดวิ่งสักที เธอกัดฟันและพยายามไล่ตามกู้อี้อันไปให้ทัน งานแต่งงานจัดขึ้นบนชั้นสอง กู้อี้อันวิ่งไปที่บันได พอได้ยินเสียงเจียงเหวยอี้ก็ชะงักไป แต่ก็หยุดไปแค่ครู่เดียว จากนั้นเขาก็รีบเดินออกไปจากโรงแรมอย่างรวดเร็วทันที ตอนที่เจียงเหวยอี้วิ่งออกมาจากโรงแรมนั้น กู้อี้อันนั้นก็เดินไปถึงถนนฝั่งตรงข้ามซะแล้ว เจียงเหวยอี้นั้นรีบตามเข้าไปอย่างไม่ได้คิดอะไรทันที กู้อี้อันกำลังจะขึ้นรถ แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเบรกกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของแม่ของเขา “อี้อี้!” เจียงเหวยอี้ที่สวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์นั้นถูกรถเก๋งสีดำชนเข้า ความปวดที่น่องนั้นแผ่ขยายขึ้นมาทันที เจียงเหวยอี้โดนชนจนล้มลงกับพื้น ชุดแต่งงานสีขาวของเธอมีเลือดไหลออกมาทันที แขนของเธอถลอกไปหมด คุณเจียงที่สวยและสง่างามเมื่อครู่นั้นตอนนี้กลับอยู่ในสภาพแย่และน่าสงสาร เจียงเหวยอี้เอามือเท้ากับพื้นและบังคับตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง กัดริมฝีปากเอาไว้และจ้องมองไปที่กู้อี้อันที่ยืนอยู่ข้างรถอย่างไม่ละสายตา เธอไม่ได้พูดอะไร แต่น้ำตาคลอเบ้านั้นเต็มไปด้วยคำขอร้อง อยู่ต่อได้ไหม? เลือกเธอสักครั้งได้ไหม?

บทที่ 2 เจ็บมาก เจ็บหัวใจมาก

แต่ถึงอย่างนั้น กู้อี้อันที่อยู่ฝั่งตรงข้ามก็แค่มองดูเธออยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลดสายตาลงเพื่อหลบสายตาของเธอ ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปในรถทันที พอกู้อี้อันขึ้นรถไปแล้ว รถเก๋งสีดำก็แล่นไปบนถนนอย่างรวดเร็วทันที ภายในเวลาแค่สองสามวินาที เจียงเหวยอี้ก็มองไม่เห็นรถของกู้อี้อันแล้ว ภายใต้แสงไฟสลัว ๆ บนถนน ชุดแต่งงานสีขาวที่โชกไปด้วยเลือดนั้นกลายเป็นสีแดงสดที่สะดุดตา คุณนายกู้ยืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดเพราะความตกใจ เธอไม่กล้าแตะต้องเจียงเหวยอี้ เพราะกลัวว่าจะทำให้เธอบาดเจ็บไปมากกว่านี้ “อี้อี้ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะเรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ!” ตอนนี้ คุณนายกู้นั้นไม่มีเวลามาสนใจเรื่องที่กู้อี้อันหนีไปแล้ว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรเรียกรถพยาบาลทันที เจียงเฉาเชิงรีบวิ่งเข้ามาหา พอเห็นเจียงเหวยอี้ที่ล้มอยู่บนพื้นก็หน้าซีดเซียวขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดเสียงสั่นขึ้นมาว่า “อี้อี้ ลูกเป็นยังไงบ้าง?” เขาไม่กล้าแตะต้องลูกสาวของเขาเช่นกัน ตอนนี้ชายวัยห้าสิบคนนี้ร้อนใจจนตาแดงก่ำไปหมดแล้ว เจียงเหวยอี้ยกมือขึ้นจับแขนพ่อของเธอ ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่น่องของเธอทำให้ใบหน้าของเธอขาวซีดราวกับกระดาษ เธอมองไปที่เจียงเฉาเชิง แววตาแดงก่ำของเธอนั้นไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ “พ่อคะ หนูเจ็บมากค่ะ...” เจ็บมาก เจ็บน่อง และก็เจ็บใจด้วยเช่นกัน! เจียงเฉาเชิงไม่เคยเห็นเจียงเหวยอี้ร้องไห้มาก่อน แต่ตอนนี้พอเห็นลูกสาวสุดที่รักของเขาร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด เขานั้นก็อยากจะโดนชนแทนซะจริง ๆ ! “ไม่ต้องกลัวนะอี้อี้ พ่ออยู่นี่แล้ว!” เขาโน้มตัวเข้าไปกอดเจียงเหวยอี้อย่างระมัดระวัง แต่เจียงเหวยอี้นั้นทนไม่ไหวแล้ว ก่อนจะเรียกว่า “พ่อ” แล้วก็หมดสติไปทันที เจียงเหวยอี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งไปที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นก็ได้รับการช่วยชีวิตข้ามคืนถึงแปดชั่วโมงถึงจะออกมาจากห้องผ่าตัดได้ แต่ถึงอย่างนั้น เจียงเหวยอี้นั้นก็ยังไม่พ้นภาวะวิกฤติอยู่ดี ถ้าเธอไม่สามารถฟื้นขึ้นมาในช่วงสี่สิบแปดชั่วโมงวิกฤตินี้ได้หล่ะก็จะไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว พอเจียงเฉาเชิงรู้ข่าวนี้ เขาก็แทบจะหมดสติไปทันที ภรรยาของเขาจากไปเร็วและทิ้งเจียงเหวยอี้ ลูกสาวสุดที่รักเอาไว้ วันนี้ควรจะเป็นวันดี แต่กลับต้องกลายมาเป็นแบบนี้เพราะกู้อี้อันหนีไปแท้ ๆ ! พอเห็นคนของตระกูลกู้ เจียงเฉาเชิงก็ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป “ไสหัวไปซะ! พวกแกไสหัวไปให้หมดเลยนะ!” เขาไล่คนตระกูลกู้ออกไปทันที ในห้องผู้ป่วยนั้นเหลือแค่หลี่จื่อหลี เพื่อนสนิทของเจียงเหวยอี้แค่คนเดียว หลี่จื่อหลีที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวนั้น ในงานแต่งงาน เธอก็อยู่ในห้องจัดเลี้ยงเหมือนเพื่อนเจ้าสาวคนอื่น ๆ แต่รอจนกว่าที่เธอได้รับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เจียงเหวยอี้ก็ถูกนำตัวขึ้นรถพยาบาลไปแล้ว เธอไม่เข้าใจว่า ทั้ง ๆ ที่เป็นวันแต่งงานดี ๆ แต่แล้วอี้อี้ของเธอ จะกลายมาเป็นสภาพแบบนี้ได้อย่างไร! กู้อี้อันนั้นไม่เห็นใจคนอื่นบ้างเลยรึไงกัน! หลี่เยว่หรงกับกู้เฉิงหล่างนั้นโดนเจียงเฉาเชิงไล่ออกมาจากตึกผู้ป่วยใน พอมองแผ่นหลังของเจียงเฉาเชิง กู้เฉิงหล่างก็อดไม่ได้และถามขึ้นมาว่า “กู้อี้อันอยู่ที่ไหน? !” พอพูดถึงกู้อี้อัน สีหน้าของหลี่เยว่หรงก็ดูแย่ขึ้นมาทันที คืนนี้ ถ้ากู้อี้อันไม่หนีไปจากงานแต่งงานหล่ะก็ เจียงเหวยอี้ก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ หลี่เยว่หรงนั้นไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองนั้นจะหลงใหลในตัวจ้าวชือเหยียนจนหน้ามืดตามัวอะไรนักหนา ถึงได้จากไปอย่างไม่สนใจอะไรในวันสำคัญเช่นนี้ได้ พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ตระกูลกู้กับตระกูลเจียงก็กลายเป็นตัวตลกในเมืองเอ คนที่ซวยที่สุดนั้นก็คงจะเป็นเจียงเหวยอี้แล้ว คืนวันงานแต่งงานนั้น เธอเกือบจะได้ขึ้นไปบนเวทีและเข้าพิธีกันแล้ว แต่กู้อี้อันที่เป็นเจ้าบ่าวกลับหนีไปโดยที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น การกระทำที่กู้อี้อันหนีงานแต่งงานไปแบบนี้ มันทำให้เจียงเหวยอี้กลายเป็นคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอับอายที่สุดเลยอย่างไม่ต้องสังสัย ตอนที่เจียงเหวยอี้ฟื้นขึ้นมานั้นก็เป็นเช้าวันที่สองแล้ว พอเธอลืมตาก็เห็นหลี่จื่อหลีฟุบอยู่ข้างเตียง เธออยากจะขยับแต่กลับพบว่าทั้งตัวนั้นถูกพันด้วยผ้าก็อซ มีแค่มือทั้งสองข้างเท่านั้นที่ยังดีอยู่ เจียงเหวยอี้เห็นโทรศัพท์มือถือที่อยู่ข้าง ๆ เธอ เธออดทนต่อความเจ็บปวดและหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดดูหน้าจอ แต่กลับพบว่าไม่มีข้อความใด ๆ เลย จู่ ๆ โทรศัพท์ก็สั่นและมีข่าวท้องถิ่นปรากฏขึ้นมาว่า “งานแต่งงานระหว่างตระกูลเจียงกับตระกูลกู้นั้น คุณชายกู้เลือกที่จะหนีงานแต่งงานและบินไปหาคนรักที่เมืองบีในคืนวันนั้น...”

บทที่ 3 เธอทนมามากพอแล้ว

มือของเจียงเหวยอี้สั่นเทา โทรศัพท์มือถือเลยหล่นไปกระแทกราวกั้นเตียงผู้ป่วยและตกลงบนพื้นดัง “ตึก” หลี่จื่อหลีสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนจะมองไปที่เจียงเหวยอี้ พอเห็นเจียงเหวยอี้ฟื้นขึ้นมาแล้ว หลี่จื่อหลีทั้งตื่นเต้นและปวดใจ “อี้อี้ เธอฟื้นแล้วเหรอ?” “จื่อหลี...” เจียงเหวยอี้มองไปที่หลี่จื่อหลีก่อนจะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา หลี่จื่อหลีเพิ่งตื่นขึ้นมา บวกกับว่าเจียงเหวยอี้นั้นเพิ่งได้รับการผ่าตัดมาเลยไม่ได้คิดอะไรมาก และคิดแค่ว่ามีอะไรร่วงลงมาแล้วเท่านั้น เธอโน้มตัวลงไปและเห็นโทรศัพท์มือถือของเจียงเหวยอี้ หลี่จื่อหลีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทันทีที่เธอหยิบมันขึ้นมา เธอก็เห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ ด้านล่างนั้นยังมีภาพกู้อี้อันกอดจ้าวชือเหยียนอยู่ด้วย หลี่จื่อหลีโกรธจนตัวสั่นไปหมด เธอไม่รู้ว่าเจียงเหวยอี้เห็นแล้วรึยัง เพราะกลัวว่าเจียงเหวยอี้จะยิ่งรู้สึกไม่ดีเลยพยายามระงับความโกรธไว้ ก่อนจะแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อี้อี้ เธอฟื้นแล้ว ฉันไปเรียกหมอมานะ!” เจียงเหวยอี้เหลือบมองโทรศัพท์มือถือที่หลี่จื่อหลีวางกลับไปบนโต๊ะข้างเตียง ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหลับตาลงและพูดเบา ๆ ว่า “ค่ะ” หลี่จื่อหลียังคงสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวเมื่อวานอยู่ เมื่อคืนเธอไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าและอยู่เฝ้าเธอที่นี่ทั้งคืน! เจียงเหวยอี้ไม่อยากให้เพื่อนสนิทของเธอเป็นห่วงเธออีก แถมตอนนี้เธอเองก็ควรจะได้สติสักทีแล้ว ถึงจะเป็นเพื่อนสมัยเด็กสิบสองปีแล้วจะยังไงหล่ะ เมื่อมีจ้าวชือเหยียนอยู่ด้วย เธอก็เป็นได้แค่ตัวเลือกที่สองของกู้อี้อันเท่านั้น แต่ก่อนนั้น เธอบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร คนที่กู้อี้อันรักคือเธอ ไม่เป็นไรหรอก แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดปางตายทั่วร่างกายของเธอกำลังบอกเธอว่ามันไม่ใช่เป็นแบบนั้น ถ้ากู้อี้อันรักเธอจริง เขาจะทิ้งเธอไปอย่างไม่สนใจใยดีทุกครั้งแบบนี้ได้ยังไงกัน? พอแล้ว! พอแล้วจริง ๆ ! เจียงเหวยอี้กำผ้าปูที่นอนแน่นและกัดฟัน แบบนี้ก็ยิ่งทำให้แผลบนตัวของเธอนั้นยิ่งเจ็บเข้าไปอีก แต่คงต้องเป็นแบบนี้ เธอถึงจะได้มีสติมากขึ้น เธอทนมามากพอแล้ว! ไม่นานหลี่จื่อหลีก็กลับมาแล้ว เจียงเฉาเชิงซื้ออาหารเช้ามาด้วย พอเห็นว่าในที่สุดเจียงเหวยอี้ก็ฟื้นขึ้นมาได้สักที ความตึงเครียดมาตลอดทั้งคืนนั้นก็ผ่อนคลายลงในที่สุด พอหมอตรวจเจียงเหวยอี้เสร็จ เจียงเฉาเชิงที่เพิ่งจะเดินออกไปจากห้องผู้ป่วยได้ไม่กี่ก้าวก็หมดสติไปทันที พอเจียงเหวยอี้ได้ยินเสียงจากข้างนอก ก็ตะโกนเรียก “พ่อ” ขึ้นมาทันที ใบหน้านั้นซีดเผือดและฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมา หลี่จื่อหลีปลอบเจียงเหวยอี้และรีบออกไปดูทันที เจียงเหวยอี้นอนอยู่บนเตียงคนไข้ พลางเงยหน้ามองเพดาน เธอไม่เคยรู้สึกเกลียดตัวเองมากขนาดนี้มาก่อนเลย พอเสิ่นจิ้นโจวกับเฉินเจียมู่ออกมาจากลิฟต์ก็เห็นเจียงเฉาเชิงโดนหมอและพยาบาลพยุงไปที่ห้องพักญาติ เฉินเจียมู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “คุณเสิ่น?” ผู้ชายคนนั้นเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะยกมือเพื่อบอกให้เฉินเจียมู่ไปดูสถานการณ์ พอเฉินเจียมู่ได้รับคำสั่งก็รีบหันหลังและตามไปดูสถานการณ์ของเจียงเฉาเชิงทันที เสิ่นจิ้นโจวเก็บสายตาและเดินเข้าไปยังเขตห้องพักผู้ป่วยต่อ ไม่นาน เขาก็เดินมาถึงห้องของเจียงเหวยอี้ แววตาสีดำของเขาขยับเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าเข้าไป พอได้ยินเสียงฝีเท้า เจียงเหวยอี้ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็สบตาเข้ากับแววตาสีดำที่ลึกล้ำของผู้ชายคนนั้นเข้า “คุณเสิ่น?” “คุณเจียง คนที่ชนคุณเมื่อวานนี้คือผมเอง คุณอยากให้ชดเชยยังไง?” เสียงของผู้ชายคนนั้นทุ้มและเบา แต่น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นกลับดูเย็นชาและเหินห่าง คำพูดแบบนี้นั้น เขาพูดออกมาได้เรียบและสงบมาก เจียงเหวยอี้อึ้งไปครู่หนึ่ง เรื่องเมื่อคืนถือว่าเป็นอุบัติเหตุ เป็นเพราะเธอที่ตามกู้อี้อันไปก็เลยไม่ทันได้มองรถ พอคิดดูแล้ว เธอเองก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน เจียงเหวยลดสายตาลงมาเพื่อมองผ้าก๊อซบนตัวและไม่ได้พูดอะไร จู่ ๆ โทรศัพท์ที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็สั่น หน้าจอนั้นสว่างขึ้นมา เธอหันหน้าและพยายามหยิบโทรศัพท์อย่างยากลำบาก แต่กลับไปดึงบาดแผลเข้า ความเจ็บปวดนั้นทำให้ใบหน้าของเธอซีดเผือดขึ้นมาทันที เสิ่นจิ้นโจวมองอยู่อย่างนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์แล้ววางไว้ตรงหน้าเธอ เจียงเหวยอี้ยังไม่ทันรับโทรศัพท์มาก็เห็นข้อความของจ้าวชือเหยียนจากหน้าจอที่ยังสว่างอยู่ เจียงเหวยอี้มองดูข้อความนั้น จู่ ๆ ก็มีความคิดที่เกินเลยและไร้สาระผุดขึ้นมา เธอไม่ได้รับโทรศัพท์ แต่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วมองไปที่เสิ่นจิ้นโจวโดยตรง “แต่งงาน” เธอรู้ว่าตัวเองกำลังบังคับให้คนอื่นทำเรื่องลำบากใจอยู่ แต่ทุกคนนั้นต่างก็หัวเราะเยาะเธอ เธออยากจะตบหน้าคนที่หัวเราะเยาะเธอแรง ๆ สักรอบ! เธอกัดฟันและพูดย้ำขึ้นมาอีกครั้ง “คุณแต่งงานกับฉัน”

อ่านต่อ