เสือร้องไห้
บทที่ 1 บทนำ

"ฉันจะไปฝึกงานที่นี่แหละ" น้ำเสียงใสเอ่ยบอกเพื่อนสาวคนสนิทของตัวเองหลังจากที่ได้รับเอกสารแนะแนวการทำงานของสถานีโทรทัศน์ช่องรันซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์อันดับหนึ่งที่ใครต่างก็เฝ้าฝันอยากจะเข้าไปทำงานด้วย ค่าตอบแทนที่มากกว่าที่อื่น แม้จะทำงานหนักกว่าที่อื่นแต่มันก็คุ้มค่ามากๆ สำหรับเศรษฐกิจแบบนี้ "ฉันไปด้วย" "มีเธอแล้วจะไม่มีฉันได้ไง" ฐานิดา และ ธนัสพร ต่างก็พูดขึ้นพวกเธอเรียนอยู่คณะสื่อสารมวลชนด้วยกัน แม้จะเพิ่งรู้จักกันตอนเรียนปีหนึ่งแต่พวกเธอก็สนิทกันอย่างมากในชั้นปีไม่มีใครสนิทกันเท่ากับพวกเธออีกแล้ว "งั้นเราเขียนใบสมัครกัน อย่างน้อยต้องได้ฝึกงานที่นี่สองปี ถึงจะมีการพิจารณารับเข้าทำงานจริง" "ว่าแต่ยัยป้ามหาภัยของเธอจะยอมเหรอมิลก์" มารตี เพียงแค่ยักไหล่ให้เป็นคำตอบเธออยู่กับป้ามาตั้งแต่อยู่ ม.5 เพราะพ่อเธอเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตกะทันหัน ส่วนแม่เธอก็ไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่เธอเรียนอยู่ ม.2 ทำให้เธอต้องมาอยู่กับป้าที่มีลูกชายโตกว่าเธอหนึ่งปี และลูกสาวรุ่นเดียวกับเธอ แต่ก็นะ อาศัยบ้านเขาอยู่ เขาไม่ทิ้งขว้างเธอก็ดีเท่าไหร่แล้ว "อย่าไปสนใจเลย" "ฉันก็ต้องห่วงเธอไหม ดูเธอสิ เธอทั้งเรียบร้อย ทั้งน่ารัก แต่ที่ห่วงมากๆ ก็คือเธอไม่เคยทันคนเลยสักนิด ยังดีหน่อยที่มีนิสัยดื้อด้านอยู่มาก" "นี่! ยัยนิดาเธอว่าฉันอยู่นะย่ะ!" "คิก คิก" มารตีทำสีหน้าบูดบึ้งใส่ฐานิดาเพื่อนรักก่อนจะเอียงศีรษะไปซบไหล่ของธนัสพรอ้อนขอความเห็นใจที่ถูกฐานิดากลั่นแกล้ง ธนัสพรใช้มือเรียวลูบศีรษะของมารตีเบาๆ ใบหน้าหวานของทั้งสามคนประดับไปด้วยรอยยิ้มของสาวใสในวัย 21 ปี ปกติมหา'ลัยจะต้องฝึกงานตอนเทอมสุดท้ายของปีสี่ แต่เนื่องจากนักศึกษาคนไหนก็ตามที่สามารถสัมภาษณ์การฝึกงานผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องรัน ทางมหา'ลัยจะพิจารณาเรื่องการศึกษาให้เป็นพิเศษ เพราะนักศึกษาที่ได้ฝึกงานกับสถานีโทรทัศน์ช่องรันต้องฝึกงานทุกวันตามกฎของสถานีฯ โดยไม่ต้องเข้ามหา'ลัย แต่ให้เข้ามาเพียงแค่ช่วงก่อนสอบหนึ่งสัปดาห์ไปจนถึงหลังสอบเสร็จ แล้วถึงไปฝึกงานต่อได้โดยเริ่มตั้งแต่การศึกษาปีสามไปจนจบหลักสูตร นั่นหมายความว่าระหว่างที่ฝึกงานอยู่นักศึกษาก็ยังคงต้องเรียนเป็นปกติผ่านทางช่องทางออนไลน์ หากใครรับได้ก็ให้ไปทำเรื่องที่ห้องธุรการของทางมหา'ลัยได้เลย แปะ! "โอ๊ยยย! คิน" อาคิน เพื่อนชายเพียงคนเดียวของกลุ่มใช้ม้วนกระดาษตีเข้าที่หน้าผากมนของมารตีเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะยื่นเอกสารการสมัครฝึกงานให้กับเพื่อนสาวทั้งสามของตัวเอง "ไปเอามาได้ไงอะ เห็นว่าใบสมัครหมดแล้วไม่ใช่เหรอ" "เขียนๆ ไปเถอะน่า ฉันไปเอามาให้พวกเธอได้แล้วกัน" อาคินลูกชายเพียงคนเดียวของผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ช่องรันแต่เขาปกปิดตัวตนเอาไว้เพราะไม่ชอบให้มีเรื่องวุ่นวายตามมาทีหลังเพื่อนๆ ของเขาไม่มีใครรู้ว่าที่บ้านของอาคินทำธุรกิจอะไร ทุกคนรู้เพียงแค่ทำสื่อโฆษณาการตลาดออนไลน์เท่านั้น "นายนี่ ฉลาดสุดยอด ว่าแต่จะไปฝึกงานกับพวกเราไหมอ่า~" "นัส เธอได้ดูเอกสารที่ฉันส่งให้ปะเห็นชื่อฉันอยู่บนหัวกระดาษไหมยัยบื่อ!" "เอ้า! ใครเขาจะไปดูอะไรละเอียดขนาดนั้นอะ" "กรอกให้มันเร็วๆ หน่อยฉันหิวจะตายอยู่แล้วจะไปกินไหมสุกี้น่ะ" อาคินบ่นเข้าให้กับเพื่อนสาวของตัวเองฐานิดา กับธนัสพรไม่เท่าไหร่หรอกแต่ยัยมารตีสมองช้าเนี่ยสิ ทำให้เขาต้องปวดหัวหลายต่อหลายครั้ง "คุณมารตีครับ ตรงนี้เขาให้เขียนแต่ชื่อไม่ใช่ให้เขียนนามสกุลด้วยครับ" "อ้าว เราลืมยกมือดูอะ คินนนน~ มีใบใหม่ไหม~" "จะรอดไหมเนี่ยมิลก์เอ๊ย!" อาคินบ่นไปเพียงแค่นั้นเขารู้ว่าแม้มารตีจะซื่อบื้อ เรียบร้อย แต่เธอก็ยังมีความดื้อรั้น และฉลาดแฝงอยู่บ้างนิดหน่อย เวลาผ่านไปไม่นานนักทุกคนก็ส่งเอกสารการฝึกงานพร้อมกับเดินออกไปนอกห้องเรียนทันที เรียกง่ายๆ ว่าโดดคาบสุดท้ายเนี่ยแหละ เพราะถ้าชักช้าที่นั่งร้านสุกี้ในห้างฯ ดังก็จะเต็มไงละ - ร้านสุกี้ชื่อดัง @ห้างสรรพสินค้าxxx– "เกือบไม่ทันแล้ว มิลก์เร็วหน่อย" "นี่นัส นิดา อย่าวิ่งสิมันดูไม่ดีนะ" "โอ๊ย คุณมารตีขา~ ขืนชักช้าได้ยืนกินแน่!" "อะ! รอเราด้วยสิ" อาคินเองก็เอากับเขาด้วย วิ่งไปจองที่นั่งก่อนเป็นคนแรก แล้วตามด้วยฐานิดากับธนัสพร ทุกคนต่างหัวเราะคิกคักหยิบเมนูขึ้นสั่งอาหารเพราะรู้ว่ามารตีนั้นเรียบร้อย และชักช้า มันเป็นสิ่งที่พวกเขาและเธอชินกันแล้ว "ตัวเล็กระวัง!" มารตีเห็นเด็กผู้ชายตั้งหน้าตั้งตาวิ่งเธอกลัวว่าเด็กคนนั้นจะล้มแล้วเกิดอันตรายจึงรีบวิ่งตามไป สองแขนเรียวตั้งท่าจะคว้าตัวเด็กชายคนนั้นเอาไว้แต่เด็กน้อยก็วิ่งไปไวเหลือเกินทำให้เธอเผลอคว้าเข้าที่แขนแข็งแรงของใครบางคนเข้าอย่างจัง หมั่บ! "อ่ะ นี่ตัวเล็ก!" สองมือเรียวยังจับท่อนแขนแข็งแรงของใครบางคนอยู่ กลิ่นน้ำหอมของเขามันไม่เหมือนใครมือเรียวเริ่มสั่นเทิ้มเล็กน้อยสายตาสอดส่องหาเด็กน้อยแต่ก็ไม่พบ เธอมองเลยไปข้างหลังของชายหนุ่มกล้ามแน่นคนนี้ เห็นชายชุดดำยืนประกบด้านซ้ายและขวาอย่างน่ากลัว มารตีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนที่จะตัดสินใจค่อยๆ เงยหน้ามองเจ้าของแขนแข็งแรงที่เธอคว้าเอาไว้ "จะปล่อยได้ยัง ฉันไม่ชอบหรอกนะผู้หญิงที่เข้ามาหาฉันแบบนี้อ่ะ" "ขะ ... ขอโทษค่ะ ขอโทษนะคะ" มารตีก้มศีรษะลงปลกๆ [1] โดยลืมที่จะปล่อยมือ ผู้ชายคนนี้มีเรือนผมสีทองประกายใบหน้าหล่อตามสไตล์ผู้ดีอังกฤษเสียอยู่อย่างเดียวปากสุนัขไปสักหน่อย เขามีดวงตาที่สวยราวกับเทพบุตรเพียงแค่ท่อนแขนของเขาที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อก็ทำให้หญิงสาวอย่างเธอตกใจในความแน่นหนัดนี้ "เออ ... ขะ ... ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ นะคะ" "เธอก็ ... ดูน่ารักดีนะ เสียดายที่วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์" มือหนาจับที่ปลายคางมนของคนตัวเล็กตรงหน้า เขาโน้มใบหน้าเข้าใกล้เธอจนปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ มารตีตกใจจนเผลอผลักเข้าที่แผงอกแกร่งของชายหนุ่มแต่เขากลับไม่ขยับเลยสักนิด กินหิน กินปูนเข้าไปรึไง ตัวถึงได้หนักไม่ไหวติงขนาดนี้ ตาบ้า! "หึ ไปให้พ้นหน้าฉันซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเจอเธอเป็นครั้งที่สอง" มารตีรีบหมุนตัวกลับแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาไปไหนเลยก็ถูกมือแกร่งของใครบางคนคว้าเอาไว้แล้วรั้งร่างเธอเข้าหาตัว แผ่นหลังบางชิดกับแผงอกแกร่งของเขา เธอตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนที่อยู่ในห้างดังจำนวนมาก ใบหน้าหวานเริ่มเห่อร้อนเพราะความโมโห แล้วเธอก็ต้องโมโหหนักขึ้นเมื่อคนตัวสูงก้มหน้าลงจูบเข้าที่หน้าผากมนของคนตัวเล็กอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว "คะ ... คุณ! ทำอะไรของคุณคะ" "เธอผลักฉัน ฉันก็ต้องเอาคืนสิ" "คุณก็ผลักฉันคืนสิคะ ไม่ใช่มา ... เอ่อ ... มา ... " "มาอะไร ถ้าไม่พูดรอบนี้ไม่ใช่ที่หน้าผากแล้วนะ" "โรคจิต คุณมันโรคจิตชัดๆ อย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย!" มารตีไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เธอรีบวิ่งออกมาทันทีโดยที่มือเรียวยังถูหน้าผากของเธอซ้ำๆ จนแดงเถือก เธอวิ่งเข้าไปนั่งข้างๆ อาคินที่เว้นที่ว่างเอาไว้ให้เธอหนึ่งที่เป็นประจำ "ไปไหนมามิลก์ ทำไมนานจัง" "ฉะ ... ฉันไปเข้าห้องน้ำมาน่ะ" "อย่าโกหกนะ เธอโกหกไม่เก่งรู้ไหม" "ไม่ได้โกหกนะ กินกันเถอะฉันหิวแล้ว" ภายในร้านสุกี้ชื่อดังเป็นกระจกใสทำให้คนที่อยู่ด้านนอกจ้องมองเข้าไปได้อย่างชัดเจน ชายหนุ่มลูกครึ่งดวงตาสีน้ำตาลประกายทองระยิบระยับ เหลือบมองหญิงสาวที่อยู่กับเขาเมื่อครู่ ก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทีเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "นายครับ ผู้หญิงคนนั้น นายต้องการเธอไหมครับ" ปกติแล้วเขาต้องการอะไร เขาต้องได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นวิธีใดก็ตาม "ไม่ กูยังไม่มีอารมณ์" "แล้ววันนี้กลับบ้านเลยหรือว่าจะเข้าบริษัทครับ" "กูว่าจะไปเยี่ยมรัฐมนตรีสักหน่อย มันเลยกำหนดส่งเงินให้กูมาสองชั่วโมงแล้ว"

บทที่ 2 ค่าเสียเวลา

- คฤหาสน์หรูของนายกรัฐมนตรี – "นะ ... นายครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะไม่โอนจริงๆ นะครับ" ปัก! "อั่ก! ผะ ... ผมขอโทษครับนาย ผมจะรีบจัดการเดียวนี้เลยครับ" จิรโชตินายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่มีเบื้องหน้าเป็นดั่งพ่อพระแต่ดันพลาดท่าเข้าไปที่อาบอบนวดKJ. ย่านรัชดาฯ ทำให้นายใหญ่ของที่นั่นเห็นช่องโหว่และได้กุมอำนาจอย่างแท้จริง นายใหญ่คนนั้นใช้เวลาเพียงแค่สิบนาทีในการควบคุมจีรโชติ หลังจากนั้นชีวิตของจิรโชติก็เหมือนตกนรกทั้งเป็นเพราะต้องคอยออกหน้าให้กับนายใหญ่คนดังกล่าว "คุณเจครับ ผมยอมแล้ว ผมยอม" "เฮ้อ ... ผมไม่อยากต้องพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ หลายๆ ครั้งนะครับคุณโชติ ผมให้เวลาคุณสิบนาที เงินต้องเข้าบัญชีผม เจ็ดล้านบาท ไม่สิ ผมต้องคิดค่าเสียเวลาด้วยนี่ งั้นเป็นที่สิบล้านบาท โอเคนะครับ" ร่างกายที่สะบักสะบอมของจิรโชติทำให้ใครบางคนพอใจอยู่ไม่น้อยเขาเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวหรูของนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน มือหนาหยิบบุหรี่ขึ้นสูบอย่างไม่มีความเกรงใจ เขายกขาขึ้นแล้วยืดขาออกไปวางที่แผ่นหลังของจิรโชติที่หมอบอยู่ตรงหน้าเขา มือหนาของชายวัยกลางคนเปื้อนเลือดกดโอนเงินเข้าบัญชีของมาเฟียหนุ่มที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ด้วยท่าทางสบายใจพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วยความอารมณ์ดี "วันนี้ คุณตกบันไดจนได้รับการบาดเจ็บนะครับ ผมมาเยี่ยมคุณก็เพียงเท่านั้น" "ตะ ... ตกบันไดอะไรกันครับ ผมไม่ได้ตกบันได คุณเจ ผมถะ ... ถูกลูกน้องคุณซะ ...!" "งั้นก็ตกบันไดจริงๆ เลยละกันนะครับ จะได้สมจริง" ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนรอยยิ้มร้ายกาจ มาเฟียหนุ่มปล่อยควันบุหรี่ขาวคละคลุ้งใส่หน้าจิรโชติ ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องคนสนิทของตัวเองพยุงร่างหนาของชายวัยกลางคนให้ลุกขึ้นแล้วพาร่างกายที่สะบักสะบอมขึ้นไปบนชั้นสอง "จะตกเอง หรือจะให้พวกผมช่วย ก็บอกได้ครับ ถ้าให้พวกผมช่วย คุณก็แค่ปลิวลงมาจากชั้นสองเท่านั้นเอง แต่ถ้าตกเองก็เลือกเอาว่าจะปลิวลงมา หรือตกบันได" อึก ... โหดร้าย ... โหดร้ายเหลือเกิน ... จิรโชติเพียงแค่ลองตุกติกนิดหน่อยเท่านั้น เพราะอยากรู้ว่ามาเฟียหนุ่มที่ข่มขู่เขาจะมีความสามารถมากมายแค่ไหน เขาไม่คิดเลยว่านายทหารชั้นแนวหน้าของเขาร่วมยี่สิบนาย จะสู้คนห้าคนที่มาเยือนไม่ได้ "ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะพาคุณไปส่งโรงพยาบาลเอง" "ขะ ... ขอบคุณ คุณเจที่เมตตา" เมตตากับผีน่ะสิ ตกลงไปจากชั้นสองก็คงจะกระดูกร้าวเป็นแน่ จิรโชติเลือกที่จะตกบันไดแทนอย่างน้อยๆ ก็แค่กลิ้งๆ ลงไปเท่านั้น ตุบ! ตุบ! ตุบ! "คะ ... คุณพ่อ!" เสียงหวานใสดังขึ้นจากชั้นสองของคฤหาสน์หรู หญิงสาวผมสั้นประบ่าวิ่งออกมาจากห้องของตัวเองหน้าตาตื่น เธอชะโงกหน้ามองดูพ่อของตัวเองที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้น ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของมาเฟียหนุ่มแล้วชะงักไปเพียงนิด สองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านบนก็เดินลงมาด้วยท่าทางสบายๆ รอรับคำสั่งจากมาเฟียหนุ่มว่าจะเอายังไงต่อไป มาเฟียหนุ่มปลดกระดุมเสื้อสูทออกพร้อมกับปลดกระดุมที่ข้อมือ แล้วเสื้อเชิ้ตด้านใน เพียงแค่นี้ลูกน้องที่ทำงานกับเขามานานก็รู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร "คุณทำอะไรคุณพ่อของฉัน" "พ่อเธอ ตกบันได" ตึก ตึก ตึก ตึก! สองเท้าบางวิ่งลงมาจากชั้นสองหมายจะจับตัวผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตมีรอยน้ำตาคลออยู่พร้อมจะหลั่งมันออกมาทุกเมื่อ แต่ทว่ากลับถูกใครบางคนคว้าแขนของเธอเอาไว้ "อย่าจับ สกปรก" "มะ ... หมายความว่าไง นี่พ่อฉันนะ!" "ฉันไม่ชอบนอนกับผู้หญิงสกปรก!" "นะ ... นอนอะไร ใครจะนอนกับแกไอ้เลว!" "พ่อเธอไม่เป็นไรหรอก ห่วงตัวเองดีกว่า" มาเฟียหนุ่มพยักหน้าให้กับลูกน้องทั้งสองคนทราบ ลูกน้องทั้งสองคนของเขาพาตัวจิรโชติออกไป โดยมีดวงตากลมโตของหญิงสาวที่ถูกมือหนาจับเอาไว้มองตามไปจนสุดสายตา "คุณจะพาพ่อฉันไปไหน" "ไปโรงพยาบาล" "ฉันจะไปกับพ่อฉันด้วย" "เดี๋ยวได้ไปแน่" มาเฟียหนุ่มปลดเข็มขัดหนังราคาแพงออกแล้วรัดข้อมือของหญิงสาวตรึงไว้เหนือศีรษะ มือหนาข้างที่ว่างล้วงมือลงไปที่กระเป๋ากางเกงด้านหลังหยิบถุงยางอนามัยออกมา หญิงสาวที่เห็นแบบนั้นก็ใบหน้าซีดเผือดราวกับไก่ต้ม "ถ้ายอมฉันดีๆ เธอก็จะไม่เจ็บ แล้วก็ได้ไปหาพ่อเร็วๆ ด้วย แต่ถ้าไม่ บางทีเธออาจจะไม่ได้เจอหน้าพ่อตลอดชีวิตก็ได้" "คะ ... คุณจะมีอะไรกับฉันเหรอคะ" "เธอคิดว่าไงละ" "ตะ ... แต่ฉันยังไม่รู้จักคุณเลย" "ฉันก็ไม่รู้จักเธอ แต่ตอนนี้ฉันอยากเธอก็ต้องอ้าขาให้ฉันเอา" หญิงสาวถูกดันลงโซฟาหรูกลางห้องรับแขก ลูกน้องของมาเฟียหนุ่มส่งต่อจีรโชติไปให้ลูกน้องคนอื่นที่มาสมทบไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว และแน่นอนว่าคนสนิททั้งสองคนของเขาก็ยืนหันหลังอย่างรู้งาน "ยะ ... อย่างน้อยเราควรรู้จักชื่อกันก่อนนะคะ ละ ... แล้วตรงนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคนนะ" "ฉันไม่ถือ" เขาไม่ฟัง แต่กระชากแพนตี้ตัวบางที่อยู่ใต้กระโปรงบานออกจนติดมือ มาเฟียหนุ่มสวมเครื่องป้องกันแล้วจับสองขาของเธอแยกออกกว้าง "ฉันชื่อจินนี่ค่ะ อ๊าา~" ปึก! "ถ้าว่างก็หัดขมิบบ้าง ของเธอมันหลวมจนฉันแทบไม่รู้สึก!" - คลับKJ – "ทางนี้ยัยมิลก์" ฐานิดา กับธนัสพร ยกมือขึ้นสูงเพื่อเรียกให้มารตีเดินเข้าไปหา มารตีมาในชุดเดรสหวานยาวคลุมตาตุ่ม และเสื้อก็เป็นแขนยาว ทำเอาอาคินที่นั่งอยู่กับธนัสพรหลุดขำออกมากับลุคที่หญิงสาวแต่งออกมาเที่ยวคลับกับเพื่อนๆ "ฉันคิดว่าเธอจะมาไม่ได้" "ก็ต้องมาได้สิ" "แล้วเธอใส่ชุดอะไรของเธอมาเนี่ยยัยมิลก์เอ๊ย!" "ก็ฉันไม่รู้ว่ามาที่แบบนี้ต้องแต่งตัวยังไงนี่ แล้วนี่ก็เป็นการเที่ยวคลับครั้งแรกของฉันด้วย" "แล้วพาใครมาด้วย หล่อลากเลยแก" "ผู้ชายคนนั้นดูมีเสน่ห์ดีนะ" มารตีหันไปด้านหลังแล้วส่งยิ้มหวานก่อนจะหันกลับมาเมื่อชายหนุ่มด้านหลังเดินมาประชิดตัวเธอ อาคินที่เห็นแบบนั้นก็ตั้งท่าจะลุกขึ้นแล้วเดินไปแย่งมารตีมาแต่เขาก็หยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงมารตีแนะนำตัวคนที่มาด้วย "นี่พี่น้ำไนล์เรียกว่าพี่ไนล์เฉยๆ ก็ได้เป็นลูกชายป้า พี่ชายฉันเองพี่ไนล์อยู่ปี 4 แล้ว มอ.เดียวกับพวกเรา" "ฉันไม่เคยคิดว่าพี่ชายเธอจะหล่อขนาดนี้ยัยมิลก์" ฐานิดาพูดขึ้นดวงตาเป็นประกายระยิบระยับเมื่อมองไปที่น้ำไนล์ที่มีรูปร่างสูงล้ำเรือนผมสีเงินอีกทั้งเธอแอบเห็นรอยสักที่แผงอกของเขาเป็นคำ Ha Ha Ha เหมือนกับตัวโจ๊กเกอร์ในภาพยนตร์ไม่มีผิดเพี้ยน "เดี๋ยวพี่ไปหาเพื่อนตรงโน้นนะ มิลก์อยู่ตรงนี้ก็อย่า ดื้อ อย่าซน อย่าดื่ม พี่ขอแม่ให้ ไม่ได้หมายความว่ามิลก์จะดื้อได้ เข้าใจไหมคะ" "มิลก์ไม่ดื่มหรอกค่ะพี่ไนล์ ถ้ามิลก์ดื่มใครจะพาพี่ไนล์กลับบ้านล่ะคะ" ดวงตาคมของอาคินมองไปที่น้ำไนล์อย่างไม่ชอบใจเขารู้สึกว่าท่าทางที่น้ำไนล์แสดงออกมามันแปลกๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเมื่อน้ำไนล์เป็นพี่ชายของมารตี

บทที่ 3 ถือตัว

ร่างบางของฐานิดา กับธนัสพร โยกย้ายไปตามจังหวะเพลง ในขณะที่อาคินนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ยอมไปไหนรวมทั้งมารตีด้วย มารตีนั่งเล่นโทรศัพท์อย่างเบื่อหน่ายเธอรู้สึกว่าแบบนี้มันไม่ใช่เธอเลยด้วยซ้ำ เธอไม่ชอบเที่ยวคลับแต่เธอชอบที่จะอ่านหนังสือหาความรู้ไปเรื่อย เหตุที่มาวันนี้เพราะเมื่อตอนเย็นมีข้อความจากมหา'ลัยแจ้งว่าพวกเธอทั้งสี่คนได้เข้ารับการฝึกงานที่สถานีโทรทัศน์ช่องรันแล้ว "คิน มิลก์ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" "ให้คินไปเป็นเพื่อนไหม" "ไม่ต้องๆ อยู่เฝ้าของที่โต๊ะเนี่ยแหละ ยัยนัส กับยัยนิดา เมาแล้วเห็นไหม" มารตีเดินออกมาเธอทำธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยแล้วล้างมืออยู่ที่อ่างล้างหน้า มองซ้ายมองขวากับกระจกเพื่อเช็กความเรียบร้อยของตัวเอง เธอดื่มไปแค่หนึ่งอึกเท่านั้นเพราะเพื่อนเธอคะยั้นคะยอให้ดื่ม สองเท้าบางตั้งท่าจะก้าวออกจากห้องน้ำ เธอก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังออกมาจากห้องด้านใน ปึก ปึก ปึก! "อ๊าา~ แรงได้อีกค่ะ" "แบบนั้นแหละค่ะ" หืม ... เสียงอะไรน่ะ มารตีเดินเข้าไปยืนหน้าประตูห้องน้ำของห้องด้านในสุดก่อนจะตัดสินใจเคาะประตูห้องน้ำห้องนั้น เพราะเธอคิดว่าคนด้านในอาจจะต้องการความช่วยเหลือ ก๊อกๆ ก๊อกๆ "คุณคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ" "ซี้ดดดด~ จะแตกแล้ว" ปึก ปึก ปึก! "คุณคะ มีอะไรให้ฉันช่วยไหม" "มะ ... ไม่มีค่ะ อ๊าา~" "ตะ ... แต่เสียงคุณมันแปลกๆ นะคะ" มารตียังเป็นห่วงคนด้านใน หรือว่าคนด้านในกำลังเจออันตราย หะ! ไม่นะ ถูกข่มขู่งั้นเหรอ ไม่สิ เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวด้วยแบบนี้จะช่วยเหลือคนด้านในได้ไงคงต้องรีบไปหาคนมาช่วยแล้วเธอคนเดียวเอาไม่อยู่แน่! "ดะ ... เดี๋ยวฉันจะรีบไปตามคนมาช่วยนะคะ" มารตีหมุนตัวออกสองเท้าบางตั้งท่าจะเดินออกไปหาคนมาช่วยหญิงสาวที่กำลังเดือดร้อนอยู่ด้านใน แต่เธอยังไม่ทันได้ออกมาจากห้องน้ำเลยสักนิดก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก ชายหนุ่มรูปร่างดีเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย และดูหงุดหงิด แต่เอ๊ะ ผู้ชายคนนี้หน้าเหมือนคนที่เธอเคยเจอเลย "คะ ... คุณ!" นิ้วชี้เรียวเล็กชี้หน้าชายหนุ่มคนนั้น เจ้าของใบหน้าลูกครึ่งที่หล่อราวกับผู้ดีอังกฤษ สีหน้าของเขานิ่งและดูหงุดหงิดจนดูน่ากลัว ไม่นานนักหญิงสาวที่ร้องราวกับทรมานเมื่อครู่ก็เดินออกมาด้วยสภาพไม่ต่างกัน และสีหน้าก็ดูหงุดหงิดไม่ต่างกัน พรึ่บ! "คุณผู้หญิง คุณเป็นอะไรไหมคะฉันจะไปตามคนมาชะ ... ช่วย" มารตีรีบวิ่งเข้าไปประคองแขนเรียวของหญิงสาวคนนั้น แต่กลับถูกเธอสะบัดแขนออกแล้วชักสีหน้าใส่ ก่อนที่เธอจะเดินไปก็ทิ้งคำพูดเจ็บแสบเอาไว้ให้มารตีอีกด้วย "แส่ไม่เข้าเรื่อง!" หะ! นี่มันบ้าอะไรกัน เธอคนนี้ยินยอมถูกผู้ชายคนนี้บังคับขืนใจงั้นเหรอ "ทริกซี่ไปดูก่อนนะคะคุณเจ" ชายหนุ่มลูกครึ่งคนนั้นไม่ตอบหญิงสาว แต่เขาเอาแต่จ้องมารตีตั้งแต่ออกมาจากห้องน้ำแล้ว ไม่เพียงแค่จ้องธรรมดา แต่จ้องแบบเคียดแค้นอีกต่างหากเธอสัมผัสได้เลยว่าเขาแค้นเธอมากจริงๆ แต่เธอไปทำอะไรให้เขาแค้นเธอกันละ "นี่มันห้องน้ำหญิงนะคะ" มารตีต่อว่าเขาน้ำเสียงเบาจนเขาแทบจะไม่ได้ยิน อีกทั้งมุมปากหนาก็ยกยิ้มขึ้นอย่างร้ายกาจราวกับเจอเรื่องสนุกอะไรบางอย่าง "เธอทำให้ฉันไม่เสร็จ" "มะ ... หมายความว่ายังไงคะ" "ฉันคิดว่าเธอต้องรับผิดชอบฉัน" "ถะ ... ถ้าคุณไม่เสร็จ ก็ไปเข้าห้องน้ำต่อสิคะ ดะ ... เดี๋ยวฉันเฝ้าหน้าห้องน้ำให้ก็ได้ ใครจะไปรู้เล่าว่าห้องน้ำชายเต็มจนคุณคนนี้ทนไม่ไหว ต้องไปเข้าห้องเดียวกับผู้หญิงคนนั้น" มารตีหมุนตัวหันหลังให้ เธอจะรับผิดชอบให้ด้วยการเฝ้าห้องน้ำให้ชายคนนี้ บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจจะกำลังเฝ้าหน้าห้องน้ำให้ แต่พอมีคนเดินเข้ามาเลยทำให้ต้องเข้าไปแอบกับผู้ชายคนนั้นก็ได้ แต่ทว่าอยู่ๆ ฝ่ามือหนาของชายด้านหลังก็จับแขนของเธอให้หมุนตัวเข้าไปเผชิญหน้าเขาตรงๆ "ไร้เดียงสาจังเลยนะ" "อ่ะ มาจับแขนฉันทำไม ปล่อยนะ" "ทำไมฉันต้องปล่อย" "ผู้หญิงกับผู้ชายไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไป ที่บ้านคุณไม่ได้สอนรึไง ปล่อยมือออกเดี๋ยวนี้นะ" มาเฟียหนุ่มยกยิ้มอย่างขบขัน เขาเกิดมาจนอายุ 28 ปีแล้วเพิ่งจะเจอเรื่องขบขันแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยนะ มีด้วยเหรอผู้หญิงที่ไม่อยากเข้าหาเขา มีด้วยเหรอผู้หญิงที่คิดว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน "อะ ... อาจจะเพราะคุณเป็นฝรั่งใช่ไหม คงไม่เข้าใจธรรมเนียมไทยสินะ" "ก็คงอย่างนั้นมั้ง" มาเฟียหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว จนมารตีสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ถูกเป่ารดลงปลายจมูกของเธอ มุมปากหนายังคงยกยิ้มอยู่ตลอดเวลาราวกับกำลังเจอเรื่องอะไรบางอย่างที่ถูกใจ มือหนายังจับไปที่แขนเรียวของเธอ แล้วดึงเธอเข้าใกล้เรื่อยๆ มารตีเบี่ยงหน้าหนี เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในสถานการณ์แบบนี้เธอต้องทำยังไง "คุณคะ ชะ ... ช่วยปล่อยมือทีฉันเจ็บ แล้วก็คุณไม่ควรเข้าใกล้คนที่ไม่รู้จักขนาดนี้นะคะ มันดูไม่มีมารยาท" ประโยคท้ายมารตีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากนักแต่ก็ไม่ได้เบาจนคนตรงหน้าไม่ได้ยิน แต่สิ่งที่เธอพูดออกไปมันไม่ได้ทำให้มาเฟียหนุ่มตรงหน้ารู้สึกผิดเลยสักนิด เธอเหมือนลูกแมววัยสองเดือนที่กำลังฝึกขู่ราชสีห์ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึก น่าสนใจ ... "เฮนรี่" "คะ?" "ฉันชื่อเฮนรี่" "อ่อ ค่ะ คุณช่วยปล่อยฉันได้ไหมคะ เพื่อนฉันรอนานแล้ว" มาเฟียหนุ่มไม่ปล่อยแต่เขาเหยียดตัวตั้งตรง แล้วรั้งเอวบางของคนตัวเล็กเข้าหาตัว เขายกเธอขึ้นด้วยแขนแกร่งเพียงข้างเดียวให้นั่งลงที่ขอบอ่างล้างหน้า "เธอชื่ออะไร" "ฉันคิดว่า เราไม่น่าจะได้เจอกันอีกนะคะ" "ให้ฉันทายไหม" "คุณช่วยออกไปห่างๆ หน่อยได้ไหมคะฉันไม่ชินที่มีผู้ชายคนอื่นสัมผัสถูกเนื้อตัว" มารตีพยายามดันแผงอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มให้ออกห่าง เธอไม่อยากเข้าใกล้คนแปลกหน้ามันอันตราย เธอไม่โอเค แต่คนแปลกหน้าคนนี้สิ มือไม้อย่างกับปลาหมึกน่าเกลียดน่ากลัว "ถือตัวจังนะ เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร" "ไม่รู้ค่ะ" บ้าจริง เขาไม่เชื่อหรอกนะที่จะมีคนที่ไม่รู้จักเขาน่ะ "ฉันดังมากนะ ในวงการธุรกิจน่ะ" "ฉันไม่ได้สนใจเรื่องธุรกิจเลยไม่รู้ ฉันไปได้รึยังคะ" ยัยเด็กนี่! มาเฟียหนุ่มเลียกลีบปากล่างของตัวเองด้วยความหงุดหงิดเมื่อคนตัวเล็กปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์กับเขาอย่างตรงไปตรงมา และแน่นอน เธออาจจะไม่รู้ตัวว่าเธอกำลังท้าทายเขาทางอ้อม "ชื่อเธอ" "ไม่บอกค่ะ" "งั้นก็ไม่ต้องออกไป ..." เขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว "คุณลุงคะ ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้วพรุ่งนี้ฉันต้องไปสัมภาษณ์การฝึกงาน" คุณลุง! เขาไม่ได้แก่ขนาดที่เธอต้องมาเรียกว่าคุณลุงเลยนะ ยัยเด็กนี่อยากลองดีใช่ไหม! "นี่เธอ!"

อ่านต่อ