เล่ห์รักนายกรัฐมนตรี my love presiden (ต่อภาคจาก เล่ห์ลวงมาเฟียแค้นรัก)
บทที่ 1 คำโปรย

เรื่อง : เล่ห์รัก นายกรัฐมนตรี My love presiden เขียนโดย : กังสดาล อังศุมาลินทร์ ราคาปก : บาท ราคา E BOOK บาท จัดทำโดย : อังศุุมาลินทร์ กังสดาล พิมพ์มาดา ออกแบบปกปกนิยาย : ร้านเฉลา ปกวาด : Noey Kakari พิสูจน์อักษร : ฉวีวรร ยาท้วม พิมพ์ครั้งแรก กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging Publication Date อังศุมาลินทร์ : เล่ห์ลวงมาเฟียแค้นรัก mafia bluff love กุมภาพันธ์ 2566 350 หน้ากระดาษ 1 นวนิยาย 1 เรื่อง 978 616 594 589 9 ISBN จากใจนักเขียน สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่านเจอกันอีกครั้งกับนามปากกา ‘กังสดาล’ ซึ่งนามปากกานี้ นักเขียนมีไว้เพื่อเขียนแนวฝรั่งลูกครึ่ง และเรื่องนี้ก็เป็นแนว มาเฟีย ดราม่าโรมานช์ พระเอกหื่นโหดและใจร้ายกับนางเอก ที่นักเขียนจินตนาการขึ้นเอง ไม่ว่าจะเป็นชื่อเมืองและถนนอาจมีอ้างอิงถึง และเนื้อเรื่องจะเกิดขึ้นในช่วงยุค 90s มือถือในช่วงนั้นอาจ ไม่สำคัญ เวลาโทรหากันก็ใช้โทรศัพท์บ้านหรือหยอดตู้ข้างทาง นิยายชุดนี้จะมีทั้งหมดสี่เรื่อง โดยเล่มที่หนึ่ง และสองได้มีการจัดทำเล่มแล้วนะคะ สนใจแบบเล่มติดต่อนักเขียนได้เลยค่ะ… 1 สงครามรักต่างแดน ~ เดวิด – กล้วยไม้ (มีเล่มแล้ว) 2 เล่ห์ลวงมาเฟียแค้นรัก ~ แมทธิว – แคทริน (มีเล่มแล้ว) 3 เล่ห์รักนายกรัฐมนตรี ~ริชาร์ด – ยูริ 4 ทมิฬ BLACK HEART~ เจสัน – เรไร ‘เล่ห์รัก นายกรัฐมนตรี My love presiden’ เป็นนิยายต่อภาคจากเรื่อง ‘เล่ห์ลวงมาเฟียแค้นรัก’ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่ชายแคทริน กับน้องสาวต่างพ่อของแมทธิว และริชาร์ดได้มาโลดแล่นในวงการการเมืองตามรอยพ่อ… คำโปรย ริชาร์ด เคาน์ซิคาโด้ ชายหนุ่มรูปหล่อตัวใหญ่สูงร้อยแปดสิบห้า พ่อรวยและเป็นลูกผู้ดีเก่า เพราะเขาคือ ลูกชายคนโตของเดวิดกับกล้วยไม้ เขาเติบโตมาด้วยความรักล้นเหลือจากครอบครัวและเขาเจริญรอยตามเดวิดที่เคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของฝรั่งเศสมาแล้ว เขาจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสายเลือดไม่สำคัญเท่ากับการเลี้ยงดู หนุ่มหล่อพ่อรวยคนนี้ยังเป็นถึงนายกรัฐมนตรีอายุน้อย จึงมีทั้งคนที่ชื่นชอบ และคนที่เกลียดชัง งานก็ต้องทำให้ทุกคนเห็นความสามารถ เรื่องความรักก็ต้องจัดการ แต่แม้จะมีสาว ๆ มากมายเพียงใด ในหัวใจของเขาก็มีเพียง ยูริ อัชลันบิน คนเดียวเท่านั้น ยูริ พลเมืองไร้สถานะเชื้อชาติ แม่ของเธอเป็นชาวมาเลเซียและเป็นหญิงขายบริการส่วนพ่อไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่จู่ ๆ เธอก็ได้เป็นเพื่อนกับแคทริน นั่นทำให้ได้เจอกับพี่ชายของเพื่อน แม้จะดีใจที่ได้อยู่ใกล้ชิดชายคนที่เธอแอบรัก แต่เพราะรู้ฐานะตัวเองดี ทำให้เธอปิดกั้นหัวใจมาตลอดจนกระทั่ง… ตอนนี้ เธอคือ ยูริ เคาน์ซิคาโด้ (มาร์โก) น้องสาวต่างพ่อของแม่ แมทธิว มาร์โก มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ของอิตาลีที่เป็นน้องเขยของริชาร์ด แถมเธอยังเป็นหลานของเดวิดอีกด้วย นั่น ทำให้กวางตัวน้อยของริชาร์ด กลายเป็นลูกเสือที่พ่อเสืออย่าง แมทธิวหวงมาก แต่ริชาร์ถือคติว่า ไม่เข้าถ้ำลูกเสือแล้วจะได้ลูกเสือมาได้อย่างไร แต่ตอนนี้เขาจะต้องจัดการทั้งงานและสาว ๆ คนเก่าออกไปให้หมดก่อน.. แล้วเขาจะใช้ทุกเล่ห์ที่มีพากวางน้อยกลับมาให้ได้…..

บทที่ 2 chapter 1 ผู้นำคนใหม่

บทที่ 1 ผู้นำคนใหม่ ที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ตอนนี้กำลังมีการเฉลิมฉลองให้กับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส นั่นคือ ริชาร์ด เคาน์ซิคาโด้ ที่มีอายุน้อยเพียงสามสิบห้าปี เท่านั้น ซึ่งพิธีสาบานตนจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า.. “ผมจะให้เวลาพวกคุณสิบห้านาที อยากถามอะไรผมก็ถามได้เลยครับ เพราะอีกไม่กี่นาทีผมต้องไปเข้าร่วมพิธีสาบานตนแล้ว” ริชาร์ดในชุดสูทเรียบหรูยืนอย่างสง่าต่อหน้านักข่าวที่มาทำข่าวการขึ้นรับตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ “เมอซิเออร์มีความรู้สึกอย่างไรครับที่ได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างฝรั่งเศสครับ” นักข่าวชายช่องหนึ่งถามขึ้นเมื่อถึงโอกาสของเขา ซึ่งกว่าพวกเขาจะเข้ามาได้ต้องลงทะเบียนและต้องผ่านการตรวจสอบจากบอดี้การ์ดจำนวนมาก อีกทั้งคำถามยังต้องได้รับการตรวจสอบก่อนด้วย “ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทุกคนทั่วประเทศที่เปิดโอกาสให้ผมได้เข้ามาแสดงฝีมือ และขอบคุณที่ไว้ใจเลือกผมให้มายืนตรงจุดนี้” ริชาร์ดโปรยยิ้มกับกล้อง เพราะเขารู้ว่าอีกไม่นานภาพของเขาจะเผยแพร่ไปทั่วประเทศหรืออาจจะทั่วโลก เขาจึงเอ่ยเสียงสุภาพและตอบคำถามนักข่าวทุกคน ไม่ว่าคำถามนั้นจะเป็นคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวชีวิตประวัติของเขาก็ตาม เขาก็จะตอบคำถามนั้น “ประเทศอยู่ในความดูแลของเมอซิเออร์แล้ว เมอซิเออร์มีโครงการ ที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการบริหารประเทศยังไงบ้างไหมคะ?” นักข่าวหญิงจากช่องหนึ่งยิงคำถามมาอีก “ก่อนที่ผมจะดำรงตำแหน่งนี้ ผมเคยทำงานช่วยท่านประธานาธิบดีมาก่อน นั่นทำให้ผมได้เรียนรู้งานจากท่านมามากพอที่จะเห็นหนทางทำให้ประเทศชาติเจริญขึ้น ให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ไม่ยาก ส่วนนโยบายบางส่วนที่มีปัญหาก็อาจจะปรับเปลี่ยนครับ” ริชาร์ดตอบออกไปอย่างแน่วแน่ และแววตามีความจริงจังน่าเกรงขาม “เช่นเรื่องอะไรบ้างครับ ที่ท่านมองว่ามันคือปัญหาที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน” และนักข่าวอีกสองช่องก็ถามซ้อนกันขึ้นมา “ผมมองว่าประเทศของเราเป็นประเทศที่มีคนหลากหลายเชื้อชาติ และมีกลุ่มคนที่ยังไม่มีสัญชาติอยู่มาก คนที่เกิดในประเทศของเรา แต่กลับไม่มีสิทธิ์ในฐานะพลเมืองของประเทศเรา” ริชาร์ดพูดขึ้นและมองไปที่กล้อง เหมือนกำลังสื่อสารกับใครบางคนอยู่ และเขาเชื่อว่าคนคนนั้นก็จะได้เห็นเขาผ่านทางโทรทัศน์เหมือนกัน “ผมจะผลักดันให้บุคคลเหล่านี้ให้มีสัญชาติที่ถูกต้อง ให้ได้รับสิทธิ์เหมือนเป็นพลเมืองของประเทศ และให้ทุกคนมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน” ริชาร์ดพูดและมองไปที่เหล่าบอดี้การ์ดผิวสีของเขาที่อาเจสันฝึกฝนมาอย่างดีและส่งมาอารักขาเขา เขาคิดว่าทุกคนมีความเก่งในแบบของตัวเอง ไม่ควรที่จะให้สีผิวมากีดกันสิทธิ์และเสรีภาพของพวกเขา “ผมเห็นด้วยกับความคิดนี้นะครับเพราะในประเทศนี้ คงไม่มีใครโชคดีเท่าเมอซิเออร์อีกแล้ว ที่ขนาดถูกทิ้งไปแล้วยังมีเมอซิเออร์เดวิดเก็บมาเลี้ยงจนได้ดี และยังผลักดันให้มาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศแบบนี้” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากลุ่มนักข่าว และคำพูดของเขาก็ทำให้ทุกคนในห้องเกิดความเงียบพร้อมกัน เพราะน้อยคนที่จะรู้เรื่องนี้ ริชาร์ดมองบอดี้การ์ดที่จะเข้าไปล็อกตัวชายวัยกลางคนที่มีร่างท้วมคนหนึ่ง ที่ป้ายห้อยคอบ่งบอกว่ามาจากสถานีข่าวที่คอยโจมตีรัฐบาลมาตลอด ริชาร์ดโบกมือขึ้นซึ่งการ์ดก็เข้าใจจึงถอยกลับไปที่ของตัวเอง ริชาร์ดเหลือบตาไปมองข้าง ที่เมอซิเออร์เดวิดและมาดามกล้วยไม้ที่นั่งอยู่ และเมื่อเมอซิเออร์เดวิดพยักหน้าให้ ริชาร์ดก็ตอบอย่างจริงจังว่า “ผมถึงบอกอย่างไรครับ ว่าทุกคนที่เกิดมาในประเทศนี้ บางคนที่โชคร้ายที่หาที่ไปที่มาไม่ได้ จนทำให้สิทธิของพลเมืองหายไป ผมจึงอยากดำเนินการในเรื่องนี้ให้ทุกคนควรได้สิทธิของตัวเองอย่างชอบธรรมไงครับ” และก่อนที่นักข่าวคนนั้นและพูดต่อ ริชาร์ดก็พูดต่อว่า “และใช่ครับ ผมเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้มาเป็นลูกของคุณพ่อเดวิดกับแม่กล้วยไม้ ผมจึงขอสัญญากับทุกคนว่า ผมจะทำให้ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพเท่ากันทุกคน ขอเพียงพวกคุณเป็นคนของประเทศฝรั่งเศส” ริชาร์ดยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจที่ได้เป็นลูกของพ่อกับแม่ เป็นคนในตระกูลเคาน์ซิคาโด้ และเขาไม่เคยคิดที่จะอยากรู้ภูมิหลังของตนเอง จนกระทั่งตอนนี้.. ด้านปีเตอร์ลูกน้องคนสนิทของเดวิด ที่เวลานี้ได้มาเป็นมือขวาของริชาร์ด ซึ่งปีเตอร์มองหน้าแม๊กกี้เพื่อนคู่หู ก่อนจะมองไปที่นักข่าวคนนั้น และเป็นปีเตอร์เองที่เดินเข้ามาหาริชาร์ดที่อยู่ในวงล้อมของนักข่าว.. “ขอโทษครับ ได้เวลาที่ท่านจะต้องไปเข้าพิธีสาบานตนแล้วครับ” ปีเตอร์พูดขึ้น แล้วคอยป้องกันริชาร์ดจากพวกนักข่าว ด้านริชาร์ดหันไปมองหน้าปีเตอร์นิ่ง ๆ ก่อนจะหันมาที่นักข่าวทั้งหลายและพูดกับทุกคนว่า “สุดท้ายนี้ ขอเวลาให้ผมทำงานสักสามสี่เดือน แล้วเราค่อยมาดูกันใหม่ว่าผมจะเปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้าง แต่ผมขอสัญญากับพลเมืองของประเทศทุกคนว่า ผมจะบริหารประเทศนี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่ทุกคนเลือกให้ผมมาทำหน้าที่นี้ด้วยคะแนนที่ท่วมท้น ขอบคุณมากครับ” และเมื่อพูดจบริชาร์ดก็เดินไปหาพ่อและแม่ และเข้าไปกอดพ่อ และพ่อก็กอดตอบและยังตบหลังลูกชายเพื่อให้กำลังใจ “ขอบคุณนะครับพ่อ ที่เลี้ยงผมมาอย่างดี ให้ชีวิตใหม่กับผม ขอบคุณครับ” ริชาร์ดพูดกับพ่อเมื่อได้กอดพ่อเดวิด “ริคเป็นลูกของพ่อกับแม่ พ่อดีใจด้วยนะที่ริคได้ทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ พ่อภูมิใจในตัวลูกมากนะ” เดวิดบอกกับลูกชายคนโตจากใจริง “ขอบคุณครับ” ริชาร์ดบอก และหันไปเมื่อรู้สึกถึงมือเล็ก ๆ ที่ลูบหลังเขาอยู่ มือนั้นที่อยู่กับเขาเสนอมาตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ “ผมรักแม่นะครับ ขอบคุณครับที่ดูแลผมมาอย่างดี” ริชาร์ดหัน กลับไปกอดแม่ที่สูงแค่อกของเขา ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงกอดเอวบางของแม่ไว้ กล้วยไม้ลูบหัวลูกชายที่กอดเธอไว้เหมือนเป็นเด็ก ๆ ก่อนจะจับไหล่ให้เขาลุกขึ้นยืน ใช้มือจับปกเสื้อ จัดแจงแต่งตัวให้ลูกเหมือนตอนเด็ก ๆ “ลูกแม่โตเป็นหนุ่มแล้ว แม่จะบอกว่าเป็นเด็กดีนะลูกก็ไม่ได้แล้วสินะ งั้นแม่ขอบอกว่าตั้งใจทำงานนะครับ อดทนกับงานที่ได้รับ แต่ถ้าเหนื่อยนักก็กลับไปบ้าน เดี๋ยวแม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้กิน แม่รักลูกมากนะริค รักมากเพราะริคเป็นลูกชายของแม่ อย่าไปฟังอะไรที่มันบั่นทอนจิตใจ ขอให้ริคจำไว้แค่พวกเราทุกคนรักริคมาก เพราะริคเป็นลูกของพ่อกับแม่ เป็นพี่ของแคท ริคเป็นคนที่มาต่อลมหายใจของแม่ไว้ จำไว้แค่นั้นก็พอนะริค” กล้วยไม้บอกลูกชาย เพราะเธอกลัวว่าลูกชายจะคิดมากกับคำถามของนักข่าวเมื่อกี้นี้ “ขอบคุณครับแม่ ผมไม่ได้คิดอะไร เพราะพ่อกับแม่และแคทคือครอบครัวของผมเสมอมา ขอบคุณนะครับ ผมต้องไปแล้ว” ริชาร์ดก้มหน้าลงไปให้แม่หอมแก้ม และเขาก็หอมแก้มแม่กลับไป “ไปเถอะ เดี๋ยวเย็นนี้พ่อจะจัดงานเลี้ยงฉลองเล็ก ๆ ให้ที่บ้านของเรา” เดวิดบอกลูกชาย “ขอบคุณครับพ่อ เสียดายที่ยัยแคทกับพวกเด็กแสบไม่ได้มาด้วย คิดถึงนะครับ แต่ผมไม่ปล่อยให้พ่อกับแม่เหงาแน่นอนครับ ผมจะกลับบ้านบ่อย ๆ” ริชาร์ดบอก เมื่อเขารู้ว่าแม่คงจะเหงาถ้าเขาทำงานจนไม่มีเวลากลับบ้าน เพราะตอนนี้แคทรินกับหลาน ๆ ทั้งสี่คนไปอยู่ที่อิตาลีกับแมทธิว “ถ้ากลัวแม่เหงา ก็มีหลานให้แม่สักสองคนซิ แม่อยากเป็นย่าแล้วนะ” มาดามกล้วยไม้บอกลูกชาย เมื่อตอนนี้เขายังครองตัวเป็นโสด “แน่นอนครับแม่ อีกไม่นานแม่ได้เลี้ยงลูกของผมแน่นอน ขอให้อะไร ๆ ลงตัวสักพัก ผมจะไปตามแม่ของลูกกลับมาอยู่บ้านกับแม่นะครับ” ริชาร์ดพูดจบ ก็รีบเดินออกไป เมื่อเห็นปีเตอร์เดินเข้ามาส่งซิกว่าหมดเวลาในห้องนี้แล้ว.. “ลูกเรานี่เลียนแบบคุณเดทุกอย่างเลยนะคะ ทั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งมีความคิดที่ดี กล้วยไม้ภูมิใจในตัวคุณเดและริคนะคะ” กล้วยไม้กอดเอวของสามี และเงยหน้ามองเวลาพูดกับสามี ซึ่งเดวิดได้ละสายตาจากลูกชายก้มมองหน้าภรรยา “ก็เพราะตาริคเป็นลูกคุณเดกับกล้วยไม้ไงครับ ที่ลูกเติบโตมาแบบนี้เพราะมีแม่อย่างกล้วยไม้อบรมสั่งสอนเป็นอย่างดี คุณเดยังจำได้ว่าในตอนนั้น เวลาคุณเดไปทำงานที่ทำเนียบ ตาริคยังขอตามไปด้วยในบางครั้งเลย” เดวิดกอดเมียไว้หลวม ๆ และลูบหลังเธอเล่นเบา ๆ แล้วภาพความหลังของลูกชายตอนเด็กๆ ก็ปรากฏขึ้น.. ‘พ่อครับ พ่อจะไปไหนครับ’ เด็กชายอายุห้าขวบมองพ่อแต่งตัวและถามขึ้น ‘พ่อจะไปทำงาน ริคอยู่บ้านนะลูก ช่วยดูแลแม่กับน้องในท้องแทนพ่อด้วย’ เดวิดบอกเด็กน้อยที่มองมาที่เขาอย่างเทิดทูน ‘ครับ ริคจะดูแลแม่กับน้องให้ดีที่สุดเลยครับ’ ‘ดีมากลูก นี่สิถึงจะสมกับเป็น ริชาร์ด เคาน์ซิคาโด้’ ‘ครับ โตขึ้นผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนพ่อครับ’ ‘ถ้าอย่างนั้นก็ต้องมีความรับผิดชอบ ตอนนี้เริ่มจากดูแลคนในตระกูลแทนพ่อก่อน ให้สมกับเป็นลูกชายคนโตของเคาน์ซิคาโด้ ทำได้ไหม’ ‘ทำได้ครับ ริคจะเป็นลูกชายตระกูลเคาน์ซิคาโด้และนายกรัฐมนตรีครับ’.. เดวิดยังจำท่าทางของเด็กชายตัวน้อยแอ่นอกรับตำแหน่งจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้อย่างดี ซึ่งภาพเมื่อหลายสิบก่อนช่างเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้เอง ทั้งที่ความจริงมันผ่านมาสามสิบปีแล้ว “ขอบคุณคุณเดนะคะ ที่มอบลูกชายที่น่ารักที่สุดในโลกให้กล้วยไม้ กล้วยไม้รักคุณเดที่สุดเลยค่ะ” กล้วยไม้จูบที่อกของสามีเบา ๆ “งั้นรีบกลับบ้านดีกว่า คุณเดอยากให้กล้วยไม้แสดงให้ดูว่ารักคุณเดมากแค่ไหน” เดวิดผู้ชายที่ไม่หยุดหื่น เมื่อถูกภรรยาจับนิดจับหน่อยเขาก็เกิดอารมณ์อยากจะกินเมีย ตุบ!.. คำพูดของชายสูงวัยที่ไม่ยอมแก่ ทำให้ภรรยาสาวอายจนหน้าแดงระเรื่อ เธอจึงทุบที่อกแกร่งของสามีทีหนึ่ง “บ้า! คุณเดพูดอะไร ดีนะคะที่ไม่มีใครอยู่แล้ว” กล้วยไม้มองซ้ายขาวแล้วหันมาทำหน้างอใส่สามี “ฮ่าๆ คุณเดชอบที่สุดเลยที่เห็นเมียหน้าแดงแบบนี้ ป่ะ กลับบ้านกัน คุณเดอยากรู้แล้วว่าเมียจะรักคุณเดมากแค่ไหน” เดวิดหัวเราะชอบใจ ก่อนจะโอบกอดเมียเด็กไปที่ลิฟต์ที่เขาคุ้นเคย เพราะที่นี่ก็เหมือนบ้านหลังที่สองของเขามา 30 ปี เพราะเขาเคยเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของนายกรัฐมนตรีมาแล้ว.. ริชาร์ดแม้จะไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ของเขา แต่ริชาร์ดก็เปรียบเสมือนต้นไม้เล็กที่ปลิวมาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างเดวิด โดยมีกล้วยไม้เป็นคนดูแล รดน้ำใส่ปุ๋ยอย่างดี ทำให้ตอนนี้ริชาร์ดเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแกร่ง ฉะนั้นจะเรียกว่า...ลูกไม้(หลง)หล่นไม่ไกลต้นก็เรียกได้นะ…..

บทที่ 3 chapter 2 คู่กัด

บทที่ 2 คู่กัด ที่ชาร์โตเคาน์ซิคาโด้… ปัง!!!.. “คุณยายคะ/คุณยายคร๊าบ” เสียงเด็กน้อยที่วิ่งขึ้นบันไดมาทุบประตูห้อง ทำให้เดวิดจำเป็นต้องผงกหัวออกจากอกอวบๆ ของเมียเด็ก “คิกๆ ลุกไปเปิดประตูได้แล้วค่ะ กล้วยไม้จะไปอาบน้ำ” กล้วยไม้หัวเราะชอบใจเมื่อเห็นสีหน้าตื่น ๆ ของสามี เธอหอมแก้มของสามีแก่เพื่อเอาใจพร้อมบอกเสียงเบา ๆ “หัวเราะคุณเดเหรอ” เดวิดหันมาคาดโทษภรรยาโดยการจูบซ้ำบนเรียวปากนุ่ม แล้วลุกขึ้นยืน ซึ่งเขาไม่ได้ทำตามคำบอกของภรรยา “ว้าย! คุณเดปล่อยกล้วยไม้ลงเดี๋ยวนี้นะ” กล้วยไม้ร้องกรี๊ด แต่ไม่ขัดขืนเมื่อสามีอุ้มขึ้นแนบอก ซึ่งเธอยกแขนโอบคอหนาแล้วซุกหน้าลงบนอกแกร่ง “จะอาบน้ำไม่ใช่เหรอ” เดวิดบอกภรรยาชิดหัวของเธอ พร้อมทั้งอุ้มภรรยาเดินเข้าไปในห้องน้ำ “คุณเดไปเปิดประตูก่อนนะคะ ไม่งั้นมีย่ากับอชิได้พังประตูเข้ามาแน่” เสียงเคาะประตูห้องดังรัว ๆ ทำให้กล้วยไม้บอกสามี เมื่อสามีปล่อยเธอให้นั่งบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า แต่เขายังยืนกักขังเธอ “ต้องเป็นไอ้ลูกเขยตัวดีของเธอแน่ ที่อยู่เบื้องหลังลูกๆของมัน” ก่อนจะใส่เสื้อคลุมอาบน้ำและออกจากห้องน้ำไปเปิดประตูห้องให้หลาน ๆ นั้น เดวิดก็ทำหน้าเหี้ยมเมื่อเอ่ยถึงลูกเขยกับภรรยา.. ปังงง!!!.. เสียงประตูห้องดังรัว ๆ อีกครั้ง จนคนข้างในร้อนรนและต้องร้องบอก พร้อมทั้งเปิดประตูให้ “ครับ ๆ ตาเปิดประตูให้แล้วครับ” และเมื่อประตูห้องนอนเปิดเพียงแง้มไว้ เด็กน้อยสองคนก็พากันดันประตูแล้ววิ่งเข้าไปในห้อง และร้องเสียงดังด้วยความดีใจพร้อมกันว่า “เย้ ๆ คุณตาเปิดประตูแล้ว” ด้านเดวิดต้องขยับหลีกทางให้หลานทั้งสองเข้ามาในห้อง ซึ่งเด็กชายหญิงวัยห้าขวบ ที่หน้าตาเหมือนกันมากเพราะทั้งคู่เป็นลูกแฝดและเป็นลูกของแคทรินกับแมทธิวลูกสาวและลูกเขยของเขานั้นเอง.. “คุณยายไปไหนคะ” แม่หนูนามว่ามีย่าเอียงคอถามขึ้น เมื่อไม่เห็นยายกล้วยไม้ “ใช่ครับ อชิคิดถึงคุณยายคนสวยจะแย่อยู่แล้วครับ” พ่อหนูอชิก็พยักหน้ารอฟังคำตอบจากคุณตา “คุณยายอาบน้ำอยู่ ตาว่า หนูน้อยทั้งสองลงไปรอข้างล่างก่อนไหม เดี๋ยวตากับยายจะตามลงไป” เดวิดยืนกอดอกมองหลานทั้งสองที่เดินวนเวียนไปมาในห้องนอนของเขา “ไม่ได้ครับ พ่อแมทบอกว่าให้รอลงไปพร้อมกัน” อชิบอกพร้อมกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงของตาและยาย “ใช่ค่ะ พ่อแมทบอกว่าคุณตาจะพาคุณยายลงไปช้า ให้พวกเรามารับคุณยายลงไปค่ะ” มีย่าเสริมคำพูดพี่ชาย แล้วจะขึ้นไปนั่งบนเตียง แต่ก็ขึ้นไม่ได้ ตาเดวิดจึงเดินไปอุ้มหลานสาวและก่อนที่จะปล่อยหลานให้นั่งบนเตียงเขาก็หอมแก้มของหลานสาวไปทีหนึ่ง “คุณตาจะไปไหนคะ” หนูน้อยมีย่าถาม เมื่อได้นั่งบนเตียง และเห็นคุณตาจะเดินไป “ไปตามคุณยายไงครับ” เดวิดบอกหลาน แล้วนึกถึงไอ้ลูกเขยขึ้นมา นี้คงจะเป็นแผนการของไอ้ลูกเขยตัวแสบแน่ที่พยายามเอาคืนเขาที่เขาไม่ยอมให้มันเข้าใกล้ลูกสาวของเขาในบางครั้งแน่ “ผมไปตามเองครับ” เด็กน้อยอชิบอกพร้อมจะคลานลงจากเตียง “ตาว่า ตาไปตามคุณยายดีกว่า” เดวิดรีบบอกหลานชาย “ทำไมต้องคุณตาไปตามคะ ทำไมไม่ให้พวกเราไปตามเองคะ” หนูน้อยมีย่าถาม แต่สายตาเจ้าเล่ห์กับมองหน้าพี่ชายฝาแฝด “เพราะตาต้องช่วยคุณยายอาบน้ำไง” เดวิดตอบหลาน ๆ ทั้งที่ยืนกอดอก “อ่อ เหมือนพ่อแมทชอบช่วยแม่แคทอาบน้ำเหรอคะ” หนูน้อยมีย่าบอกคุณตา พร้อมทำท่าคุ้นคิด “อื้ม” ด้านเดวิดพยักหน้าให้หลานๆ พร้อมยิ้มมุมปาก “ว้า ทำไมผู้ใหญ่ชอบช่วยกันอาบน้ำนะ” เด็กชายอชิทำหน้าเซ็ง ๆ ใส่น้องสาว “นั่นสิ” หนูน้อยมีย่าก็ทำหน้าเบื่อหน่าย “นั่งรอตาอยู่นี้นะห้ามดื้อห้ามไปไหน และห้ามเรียกเวลาในห้องน้ำมีเสียงแปลก ๆ” เดวิดเดินไปยืนตรงปลายเตียงอ้าแขนให้หลานทั้งสองเข้ามาหา “ค่ะ/ครับ” ด้านเด็กน้อยทั้งสองเมื่อเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนกำยำของคุณตาแล้ว ก็พากันพยักหน้างึก ๆ เมื่อคุณตาให้รางวัลโดยการจูบหัวคนละที ด้านเดวิดเมื่อพูดให้หลานเข้าใจแล้ว เขาก็ปล่อยให้หลาน ๆ อยู่ในห้องนอน ส่วนเขาก็เข้าไปในห้องน้ำ และก่อนที่จะถอดเสื้อคลุมนั้น เขาก็ไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูห้องน้ำอย่างดี แล้วเขาก็เดินย่างสามขุมตรงไปหาภรรยา แล้วช่วยภรรยาเปลื้องผ้าและอาบน้ำด้วยกัน โดยไม่สนใจเวลา ว่าเขาและภรรยาจะอาบน้ำนานเกือบชั่วโมง… ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัว.. เดวิดโอบบ่ากล้วยไม้เดินลงบันไดมาที่ห้องรับแขก ซึ่งมีลูกสาวลูกเขยและหลาน ๆ ทั้งสี่นั่งคุยกันอยู่ เพราะวันนี้ที่บ้านมีงานเลี้ยงสังสรรค์เล็กน้อยระหว่างครอบครัวเพราะยินดีกับริชาร์ดที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี “คุณยายมาแล้ว” แม่หนูน้อยมีย่าเห็นยายก็รีบวิ่งไปกอดขายายกล้วยไม้ “ไงคะ เด็กน้อยของยาย” คุณยายกล้วยไม้นั่งคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย แล้วเด็กน้อยก็กอดคอและหอมแก้มคนเป็นยาย ก่อนจะพูดว่า “คุณยายตัวหอมจัง” “มีย่าก็หอมเหมือนกันค่ะ” “แต่ก็หอมไม่เท่าคุณยาย หนูอยากให้คุณตาอาบน้ำให้เหมือนที่คุณตาอาบน้ำให้คุณยายจังค่ะ” แม่หนูน้อยถามก่อนจะบอกเหตุผลที่ลงมาก่อน “เอ่อ หิวไหมคะ” คุณกล้วยไม้ถามหลานสาว และไม่กล้ามองหน้าลูกสาวและลูกเขย รวมทั้งหลานแฝดจีน่าจีโน่ ซึ่งตอนนี้หลานสองคนโตอายุสิบสองปีแล้ว “หิวค่ะ” มีย่าบอกคุณยาย “งั้นเดี๋ยวยายไปดูให้ว่ามีอะไรกินบ้าง” กล้วยไม้รีบลุกขึ้นยืน ทั้งที่จูงมือหลานสาว เพื่อออกไปจากตรงนี้ เพื่อจะหลบสายตาลูกๆ หลานๆ.. ด้านเดวิดเมื่อเห็นภรรยาเดินจูงมือหลานสาวไป เขาก็รีบคว้าแขนเล็กของเธอไว้ พร้อมถามเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน “จะไปไหน” “คุณเด ปล่อยค่ะ กล้วยไม้จะพาหลานไปหาอะไรกิน” กล้วยไม้บอก พร้อมทั้งทำตาเขียวใส่สามี ซึ่งเธอยังไม่ได้คิดบัญชีกับเขา ที่เขาชอบทำให้เธอได้อายลูกและหลาน “ไม่ต้องไปไหนหรอก เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไป มาลีมาพาเด็ก ๆ ไปหาอะไรกินที่ห้องอาหาร” เดวิดบอกภรรยา แล้วหันไปสั่งแม่บ้านให้พาเด็กๆ ออกไป “ค่ะ” แม่บ้านขานรับ แล้วพาเด็กทั้งสี่คนไปที่ห้องอาหาร… “คุณแม่ไม่สบายเป็นอะไรมากไหมคะ” แคทรินได้ยินว่าแม่ไม่สบาย ก็แกะแขนของสามีออกจากเอวแล้วลุกจากเก้าอี้ที่สามีคอยนั่งประกบ เธอเดินไปนั่งข้างแม่ “ก็แม่ของเรานะสิ ช่วงนี้เป็นอะไรก็ไม่รู้ เห็นบ่นเวียนหัวบ่อยมาก พ่อบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไป บอกแต่ว่าไม่เป็นอะไรๆ” เดวิดพูดกับลูกสาว แต่ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มองหน้าภรรยา “ทำไมคะ ทำไมแม่ไม่ไปหาหมอ ไปไหมเดี๋ยวพรุ่งนี้แคทพาไป” แคทรินบอก เมื่อมองหน้าแม่ ด้านกล้วยไม้มองสามีด้วยสายตาไม่พอใจ ที่เธอเป็นแบบนี้ก็เพราะเขานั้นแหละ ที่ทำให้เธอหมดแรง เธอทำหน้ายักษ์ใส่สามีแล้วหันไปพูดกับลูกสาวว่า “แม่ก็เวียนหัวตามประสาคนแก่นั่นแหละ แคทไม่ต้องเป็นห่วงนะลูก” “ทำไมพูดแต่แบบนั้นกับลูกละ คุณเดรู้นะว่าเรานะไม่สบาย” เดวิดถอนหายใจแรง ๆ เมื่อภรรยาจะทำให้แผนการที่เขาคิดไว้จะเสีย “แบบนี้ก็แย่สิคะ” ด้านแคทรินก็ห่วงแม่เช่นกัน “ใช่ พ่อกลัวแต่จะเป็นลมเป็นแล้งตอนไม่มีคนอยู่ด้วยนะสิ” เดวิดพูดขึ้นอีก ก่อนจะมองหน้าลูกสาว ด้านแมทธิวเริ่มมองออกแล้วว่าพ่อตาพยายามจะทำอะไร หลังจากที่เขานั่งเงียบคอยสังเกตพ่อตามาสักพัก เขาจึงเอ่ยขึ้นว่า “งั้นผมจะให้เอริคส่งคนจากโรงแรมมาคอยดูแลคุณแม่นะครับ” “ไม่ต้องหรอก ถ้าจะให้แม่บ้านที่โรงแรมมาอยู่เฝ้าแม่ พ่อว่าไม่ต้อง เพราะที่นี่ก็มีแม่บ้านเหมือนกัน” เดวิดบอกลูกเขยยิ้ม ๆ “ทำไมครับ” แมทธิวแกล้งถาม ทั้งที่รู้ว่าพ่อตาคิดอะไรอยู่ “นั้นสิคะ ทำไมคุณพ่อไม่อยากให้แม่บ้านที่โรงแรมมาดูแลคุณแม่คะ” แคทรินที่นั่งอยู่ในอ้อมกอดสามีนั้น เธอก็ถามพ่อเช่นกัน “พ่อคิดว่าที่แม่เขาเป็นแบบนี้ แม่เขาเหงานะสิ ไหนแคทก็มาแล้ว ก็อยู่เป็นเพื่อนแม่เขาสักสองสามเดือนก่อนดีไหมลูก ให้หลานๆ อยู่ด้วย แม่เขาจะได้ไม่เหงา ช่วงนี้เด็ก ๆ ก็ปิดเทอมด้วยไม่ใช่เหรอ” เดวิดพูดขึ้นมา ‘นั่นไง’ แมทธิวคิดในใจ ในที่สุดพ่อตาของเขาก็เปิดไพ่ออกมา ซึ่งไม่ต่างจากที่เขาคิดไว้เลย “แบบนั้นคงจะไม่ได้ ถ้าแคทอยู่ที่นี่แล้วผมจะอยู่กับใครล่ะ” แมทธิวรีบแย้งทันที “ทำไมจะไม่ได้แค่สองสามเดือนเอง ทีเมื่อก่อนไม่มีลูกมีเมียยังอยู่ได้เลย” เดวิดสวนกลับ “ไม่ได้” แมทธิวร้องประท้วง “ได้” เดวิดก็เอ่ยเสียงใหญ่ขึ้น ซึ่งทั้งสองคนยังเถียงกันไม่หยุด จนคนกลางอย่างแคทรินไม่รู้ว่าทำยังไง จึงเอาแต่มองหน้ากับแม่อย่างจนปัญญาจนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “มีอะไรกันเหรอครับ” ริชาร์ดที่เดินเข้ามาในห้องรับแขกเห็นชายทั้งสองคนมองสบตากันอย่างไม่ยอมกัน โดยเดวิดนั่งจ้องลูกสาวที่โดนลูกเขยจับมานั่งตักและกอดไว้อย่างหวงแหน เหมือนงูจงอางหวงไข่ “ก็พ่อเราน่ะสิ จะให้น้องกับหลานๆ มาอยู่ที่นี่สักสองสามเดือน แต่แมทเขาไม่ยอม เลยเล่นชักเย่อกันอยู่แบบนี้” กล้วยไม้นั่งกุมขมับ เมื่อเห็นลูกชาย เธอก็เล่าให้ลูกชายฟัง “ผมว่าก็ดีนะครับ ช่วงนี้คุณพ่อคงต้องช่วยผมทำงานก่อนสักระยะ แม่อยู่บ้านคนเดียวก็คงเหงา ถ้ายัยแคทกับหลาน ๆ มาอยู่ด้วยผมคิดว่าดีที่สุดครับ” ริชาร์ดเดินไปนั่งขนาบข้างแม่คนละฝั่งใกลัน้อง เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นพ่อแอบยิ้มมุมปากอย่างถูกใจ แมทธิวที่หน้าตาบูดบึ้งไม่พอใจในคำตอบ จึงพูดเสียงเข้มว่า “ทำแบบนั้นได้ยังไง ผัวเมียก็ต้องอยู่ด้วยกันสิ จะมาพรากลูกพรากเมียผมไปได้ยังไงกันครับ” “พี่แมท” แคทรินทำเสียงดุสามี ที่เขาเถียงพ่อ “ถ้าอย่างนั้น เราให้คุณแม่ไปอยู่อิตาลีกับเราดีไหมครับแคท” เมื่อถูกภรรยาทำตาเขียวใส่ แมทธิวก็ลุกขึ้นไปนั่งเบียดเมีย ไม่สนใจหรอกว่าโซฟานั่งได้แค่สามคน “ไม่ได้” แคทรินยังไม่ได้พูดอะไร เดวิดก็พูดแทรกขึ้นมา “ผมก็ไม่เห็นด้วยถ้าคุณแม่จะไปอยู่อิตาลี อย่าลืมว่าพี่แมทเป็นมาเฟีย ถึงแม้ว่าจะเป็นมาเฟียมีคุณธรรมเถอะ แต่พี่แมทอย่าลืมว่าศัตรูพี่มีมากแค่ไหน แค่พี่ดูแลยัยแคทกับเด็กๆ ก็พอแล้วครับ ส่วนคุณแม่พวกเราดูแลได้” ริชาร์ดพูดตามความคิด “ถ้าอย่างนั้นแคทขออยู่เป็นเพื่อนคุณแม่สักหนึ่งเดือนนะคะพี่แมท ให้คุณพ่อช่วยงานพี่ริคให้เข้าที่เข้าทางก่อน อีกอย่างช่วงนี้เด็ก ๆ ก็ปิดเทอมแล้ว” แคทรินเห็นด้วยกับพี่ชายและพ่อที่ไม่อยากให้แม่อยู่บ้านคนเดียว อีกอย่างเธออยากให้ลูก ๆ ได้ซึมซับวัฒนธรรมของฝรั่งเศส “ไม่เอานะแคท พี่ไม่ยอมหรอก แล้วพี่จะอยู่กับใครล่ะ” แมทธิวพูดขึ้น เมื่อเมียเห็นด้วยกับพ่อและพี่ชาย เขาอยู่ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่มีเมียและลูก ๆ “แค่เดือนเดียวเองค่ะ ถ้าพี่แมทคิดถึงก็มาหาแคทได้ตลอดอยู่แล้ว ปกติเราก็ไป ๆ มา ๆ อยู่แล้ว” แคทรินหน้างอใส่สามีเวลาพูด “ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นเราจะมาอยู่ที่นี่ด้วยกันทั้งหมดหนึ่งเดือนดีไหม แล้วค่อยกลับไปพร้อมกัน” สุดท้ายแมทธิวก็ต้องยอมแพ้ แต่เขาจะไม่ยอมห่างเมียเด็ดขาด “ขอบคุณนะคะพี่แมท” แคทรินบอกแมทธิว พร้อมกับจุ๊บแก้มอย่างเอาใจ “พี่ทำเพราะรักเธอนะ” แมทธิวบอกชิดแก้มของเมีย แต่สายตาเจ้าเล่ห์รู้ทันกลับมองหน้าพ่อตาอย่างคนมีชัยชนะ.. ด้านริชาร์ดมองพ่อและน้องเขยจ้องหน้ากัน ซึ่งเขาได้ละสายตาจากคนทั้งสองมองไปรอบ ๆ ห้อง จนแคทรินสังเกตเห็นและอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอย่างยิ้ม ๆ ว่า “พี่ริคมองหาใครคะ” “ปะ..เปล่า อ้อ พี่มองหาเด็ก ๆ น่ะ เห็นบ้านเงียบ” ริชาร์ดแกล้งถามหาหลานทั้งความจริงแล้วเขามองหาใครอีกคนที่เขาคิดถึง.. และช่วงเวลาที่แอบมองไปรอบห้องนั้น เสียงของเด็กน้อยทั้งสองก็ดังขึ้น “ลุงริคขา/ลุงริคคร๊าบ” เด็กหนูน้อยมีย่าวิ่งมาก่อน ตามด้วยเจ้าหนูอชิ ก่อนที่ทั้งคู่จะแย่งกันเข้าไปกอด และขึ้นไปนั่งบนตักของลุงริค ทำให้ทุกคนเห็นอดที่จะยิ้มไม่ได้ “ไงครับ” ริชาร์ดอุ้มหลานทั้งสองให้นั่งบนตัก และหอมหัวของหลานทั้งสองสลับกันไปมา แล้วช่วงเวลาที่เล่นกับหลานทั้งสองอยู่นั้น ก็มีเสียงเด็กรุ่น ๆ สองคนเดินตามมา ซึ่งเด็กทั้งสองได้สวมกอดริชาร์ด “สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะลุงริค” ตอนนี้ทั้งจีน่ากับจีโน่ในวัยสิบสองปี ได้รู้ความจริงแล้วว่าทั้งคู่เป็นลูกแม่แคทกับพ่อแมท และพ่อริคคือลุงริค “จีน่าจี่โน่ ไง หลานลุง” ริชาร์ดอุ้มสองหนูน้อยให้นั่งข้าง แล้วเขาก็ทักทายหลานทั้งสองโดยการโอบกอดและหอมหลานสาว ส่วนหลานชายนั้นริชาร์ดทักทายแบบจับมือที่วัยรุ่นจับมือกัน.. และเวลาผ่านไปหลายสิบนาทีที่นั่งคุยกันเพื่อรอเวลาอาหารเย็น ริชาร์ดมองทุกคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่สายตาของเขาก็ยังมองไปที่ประตูตลอดเวลา เพราะยังไม่เห็นอีกคนหนึ่งที่ควรจะอยู่ในห้องนี้ ‘ไปไหนของเธอนะ ถ้ารู้ว่าไปโปรยเสน่ห์กับผู้ชายคนอื่นอยู่ ฉันจะไม่ไว้หน้าเธอแน่ จะลงโทษให้สาสมแน่’ ริชาร์ดคิดในใจ และตั้งอกตั้งใจรอต่อไป… ในห้องนั่งเล่น.. แคทรินเมื่อพาลูกๆ กินข้าวเย็นและขึ้นห้องแล้ว เธอก็ลงมาหาสามีที่นั่งคุยอยู่กับพี่ชาย เธอจึงเดินไปนั่งตักของสามี และช่วงเวลาที่ทุบสามีที่เขาแอบจูบเธอนั้น เธอก็เห็นพี่ชายมองซ้ายมองขวาไปรอบบ้าน และไม่ยอมละสายตาจากประตูบ้าน เธอจึงยิ้มและถามขึ้นว่า “พี่ริค มองหาใครคะ” “เพื่อนเราไปไหนล่ะ ทำไมป่านนี้ยังไม่เห็นเลย” ริชาร์ดถามออกไปตามตรง เพราะที่ผ่านมาทุกคนก็รู้ว่าเขาคิดยังไงกับเพื่อนของน้องสาวที่เป็นน้องสาวของน้องเขย “อ๋อ ยูริ ไปตรวจงานที่โรงแรมค่ะ เดี๋ยวคงมา” แคทรินบอกพี่ชาย แต่สายตากับจ้องหน้าสามี ซึ่งแมทธิวไม่ยอมปล่อยภรรยา ขนานภรรยาจะขยับนั่งข้าง ๆ เขายังไม่ยอม ยิ่งกระชับกอดน้องไว้แน่กว่าเดิม “อื้อ” ริชาร์ดเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แล้วพยักหน้าให้น้องสาวรับรู้ “พี่ริครู้หรือยัง” แคทรินคุยกับพี่ชาย โดยที่มีสามียื่นหน้ามาคลอเคลีย “อะไร” ริชาร์ดทำหน้าสงสัย “ยูริจะกลับมาบริหารงานโรงแรมที่ฝรั่งเศสแล้วนะ” แคทรินเชียร์ทั้งคู่มาตลอด แต่พี่ชายของเธอเอาแต่มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อจะให้ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมา จึงทำให้ทั้งสองห่างกันไปบ้าง และแคทรินรู้ว่าถึงแมทธิวจะแกล้งหวงน้องสาวต่างพ่อ แต่แมทธิวไม่คิดจะกีดกันความรักของใคร เพราะเขารู้ดีว่ายูริก็มีใจให้กับริชาร์ด “ก็ดีนะ เพราะต่อไปยูริก็ต้องมาอยู่ที่นี่อย่างถาวรอยู่แล้ว” ริชาร์ดพูดขึ้น โดยไม่สนใจแมทธิวที่เกิดอาการหวงน้องสาวขึ้นมาทันที “ทำไมน้องฉันจะต้องมาอยู่ที่นี่ด้วย ยูริแค่จะมาดูแลงานก็เท่านั้นเอง” แมทธิวอุ้มเมียให้นั่งข้าง ๆ แล้วหันไปถามพี่ชายของเมียด้วยเสียงตึง ๆ “ก็ต่อไปยูริก็จะต้องมาเป็นเมียผม ก็ต้องอยู่กับผมที่นี่ซิครับพี่ชายว่าที่เมีย” ริชาร์ดยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะเขารู้ว่าแมทธิวหวงยูริมาก แต่จะว่าไปแมทธิวไม่ใช่แค่หวงยูริหรอก แมทธิวจะหวงทุกคนนั่นแหละ ทั้งเมีย ทั้งลูก ทั้งน้องนั้นแหละ แต่เขาไม่สนหรอก “ใครเป็นเมียแก อย่ามาพูดมั่วซั่วนะ น้องสาวฉันเสียหายได้นะโว๊ย” แมทธิวโวยวายเสียงดัง “ก็ยูริไง ว่าที่เมียผม” ริชาร์ดสวนกลับเสียงดังเช่นกัน “ไม่ใช่โว๊ย” แมทธิวยังโวยวายไม่หยุด “ใช่/ไม่ใช่” ทั้งสองเสียงดังใส่กัน.. ซึ่งแคทรินที่นั่งเป็นกลาง เธอมองสองหนุ่มที่เถียง ใช่ ไม่ใช่ กันอยู่อย่างไม่รู้จะห้ามยังไง เธอจึงเอาแต่นั่งกุมขมับถอดหายใจแรง แล้วบ่นเบา ๆ ว่า “เฮ้ย” และช่วงเวลาที่แคทรินนั่งถอนหายใจฟังพี่ชายและสามีทะเลาะกันนั้นก็ต้องเงยหน้าขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของลูกน้องพี่ชายพูดขึ้นว่า “ขอโทษครับ แขกเริ่มมาแล้วครับ” ปีเตอร์ได้รับคำสั่งจากเดวิดให้มาตามริชาร์ด “อื้อ ขอบใจ” ริชาร์ดหยุดทะเลาะกับสามีของน้องสาว แล้วลุกขึ้นเดินนำหน้าแมทธิวที่โอบบ่าเมียเดินตามริชาร์ดออกไปหาพ่อแม่ที่ห้องรับแขกอีกห้องหนึ่ง...

อ่านต่อ