ถึงเฮียจะร้าย…หนูก็จะรัก (Jay & Aeng Aei )
บทที่ 1 Jay & Aeng Aei - Intro

“เอิงเอยแกดูอะไรอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน” เสียงเรียกจากเพื่อนสาว ทำให้หญิงสาวเจ้าของชื่อเอิงเอย หันไปหาเพื่อนสนิทก่อนจะส่งยิ้มให้ เธอชื่อเอิงเอย อายุ 22 ปี ตัวเล็กผอมบางหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ น้ำหนักเพียง 43 กิโลกรัม อาศัยอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ไม่มีญาติพี่น้อง พ่อและแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งคู่ แต่ท่านก็ทิ้งเงินค่าประกันไว้ให้เธอคนละหนึ่งร้อยล้านบาท ตอนนี้ผ่านมากว่าสามปีแล้วที่ทั้งสองจากไป เอิงเอยใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ ด้วยการเขียนนิยาย แต่เป็นนักเขียนนิยายวายนะ ไม่ได้ดังมากเท่าไหร่แถมรายได้ก็น่ารัก พอได้ค่าปกที่เอฟมาไม่หยุด แต่ก็นะ ยังไงเธอก็มีเงินเก็บจากเงินค่าประกันของพ่อแม่ด้วยเงินสดในบัญชีรวมกันถึงสองร้อยล้านบ้าน เรียกว่าสบายไปทั้งชาติ“แก้~ ฉันชอบผู้ชายคนนี้” เอิงเอยส่งมือถือให้กับเพื่อนสนิทดู ที่เห็นเธอเอาแต่นั่งจ้องมือถือก็เพราะว่า ในขณะที่กำลังอ่านนิยายวายจากแอปชื่อดัง จู่ ๆ ภาพมุมจอขวาด้านล่างก็ปรากฏหนุ่มหล่อขึ้นมา เธอเลยลองกดคลิกไปดู และพบว่าทางเว็บกำลังโปรโมทนิยายวายเรื่องนึง ซึ่งในหน้าจอมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งหล่อมาก เป็นไทป์ของเธอเลย เขาแต่งตัวเป็นพระเอกของเรื่อง ยืนถ่ายรูปคู่กับนายเอกของเรื่องอยู่ “แกพลาดแล้วเอิง นั่นพี่เจย์เขาไม่มองหญิงจ้ะ!” “หา...” O _ O เหมือนมีสายฟ้าผ่าลงกลางใจเอิงเอย เธอนิ่งไปชั่วครู่ แต่แล้วยังไงผู้ชายหน้าตาดีขนาดนี้จะหาจากไหนได้อีก เขาหล่อเหมือนคังซึงฮยอนจากเรื่องเธอคือดาวกลางใจ เป็นผู้ชายที่ตรงไทป์เธอทุกอย่างเธอจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ไงกัน “แล้วแกรู้จักเขาด้วยเหรอ?” เอิงเอยเอ่ยถามก่อนจะยื่นมือถือกลับ สายตายังคงมองใบหน้าหล่อของอีกฝ่ายที่อยู่ในมือถือด้วยความหลงใหล หัวใจของเธอเต้นรัวเร็วจนเกือบจะทะลุออกมาข้างนอก ทั้งที่ยังไม่เคยได้เห็นตัวจริงของผู้ชายคนนี้เลยด้วยซ้ำ “รู้สิ ก็พี่เจย์น่ะดังจะตาย” “เหรอจริงดิ เขาเป็นนายแบบเหรอ” เธอถามอีกครั้งด้วยความสนใจ ปกติติเอิงเอยติดอ่านนิยายมากกว่าดูซีรีส์หรือละครไทย เธอเลยไม่ค่อยได้ตามข่าว แต่ถ้าเป็นซีรีส์เกาหลีก็ไม่แน่ “พี่เขาเป็นโฮสต์จ๊ะ” คำตอบของเพื่อนทำเอาเอิงเอยหน้าเหวอ เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าคนหล่อขนาดนี้จะไปทำงานแบบนั้นได้ “โฮสต์ที่หมายถึง ...อ่า?” “ใช่ โฮสต์ที่เป็นเหมือนเพื่อนกินเหล้านะแหละ..แบบต้องไปดูแลไปเอนเตอร์เทนคนที่ซื้อตัวเองไป..เรียกง่ายๆ ว่าเหมือนเด็กดริ้งแหละ สรุปที่พูดไปนี่แกจะเข้าใจงี้?” คำถามของเพื่อนทำเอาเอิงเอยยิ้มแห้ง ๆ เธอพอรู้อยู่บ้างเรื่องโฮสต์ แต่ไม่เคยสนใจหรือมีข้อมูลเรื่องพวกนี้ในหัวเลย วัน ๆ อยู่แต่บ้านแต่งนิยายกับอ่านนิยายได้ทั้งวันทั้งคืน ส่วนเพื่อนสาวก็มาหาเป็นครั้งคราว ถามว่าเคยเหงาไหม ก็ไม่ได้เหงาสักเท่าไหร่ วัน ๆ ก็ดูซีรี่ส์แต่งนิยายหรืออ่านการ์ตูนแป๊บ ๆ ก็หมดไปหนึ่งวันแล้ว “แกฉันอยากไปดูหน้าเจย์ตัวเป็น ๆ อะ” “แต่ที่นั่นมันเป็นบาร์โฮสต์เกย์เลยนะ แกจะไปเหรอ?” เอิงเอยพยักหน้าทำตาปริบ ๆ ถามได้เธออยากไหม อยากไปสิ อยากไปเจอผู้ชายที่ตรงไทป์ใจจะขาด “เค ได้เลยงั้นก็ไปแต่งตัวกัน”

บทที่ 2 Jay & Aeng Aei - 1 สาวน้อยพร้อมเปย์

เพื่อนสาวชวนเอิงเอยไปอาบน้ำแต่งตัวทันที ก่อนที่เอิงเอยจะอาบน้ำเสร็จก่อน เธอเลยใช้เวลาอยู่นานมากในการแต่งตัวและเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่ยังไงวันนี้ เธอก็ตั้งใจะพิชิตใจพี่เจย์สุดหล่อให้ได้! ทว่าพอแต่งตัวเสร็จ แล้วออกมาเจอเพื่อนสาวเท่านั้นแหละ “ยัยเอิง อย่าบอกนะว่านี่แกจะแต่งตัวแบบนี้เที่ยวบาร์โฮสต์!” เพื่อนสาวถอนหายใจพลางส่ายหน้า “ทำไมอ่ามิ้น ฉันว่ามันก็น่ารักดีออก” เอิงเอยหมุนตัวโชว์เพื่อน ชุดกระโปรงบานสีชมพู เปียสองข้างถักยาวลงมาพร้อมกิ๊บตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ เธอคิดว่าตัวเองดูดีมากแล้วนะ ทำไมเพื่อนถึงติกันได้ เทสต์ไม่ถึงแน่ ๆ “จ้า~ ไอ้น่ารักมันก็น่ารัก แต่แกกำลังจะไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์เว้ย ไม่ใช่ทุ่งดอกไม้ มานี่เลยยัยเอิงฉันแต่งตัวให้ใหม่” พูดจบเอิงเอยก็โดนเพื่อนซี้ก็พาไปถอดชุดทิ้ง แถมยังแกะเปียที่เอิงเอยตั้งใจถักไว้ออกจนหมด สิบนาทีต่อมา เอิงเอยยืนมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง หลังจากปล่อยให้เพื่อนได้ทำนั่นนี่กับตัวเองจนพอใจ สภาพการแต่งตัวในตอนนี้คือ ใส่ชุดเกาะอกสีดำกับกระโปรงหนังสีดำสั้นจุ๊ดจู๋ ผมถูกดัดเป็นลอน แถมยังแต่งหน้าเข้มจัดอีก มันเป็นลุคที่เอิงเอยไม่คิดจะแต่งมันเลยด้วยซ้ำในชีวิตนี้ “แก~ มันโป๊ไปเปล่า” เอิงเอยเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจ “นี้แหละสวยแล้ว” “จริงนะ” “เชื่อมือเถอะน่า แกอยากให้พี่เจย์ปิ้งแกใช่ปะ งั้นก็เชื่อมือฉันเถอะ ปะไปกัน” เพื่อนของเอิงเอยดันหลังให้ออกจากที่พัก ก่อนจะพามุ่งตรงไปยังคลับดังแห่งหนึ่ง #คลับฟินิกซ์ไฟเยอร์ กว่าสองสาวจะมาถึงก็เกือบร่วมชั่วโมง เอิงเอยถูกเพื่อนสาวจูงเข้ามาข้างใน เธอถึงกับมองผู้คนด้วยความตื่นตาตื่นใจ เห็นผู้คนพากันเต้นโยกย้ายอย่างสนุกสนาน พอมาถึงที่นี่เธอก็เลยเพิ่งเก็ตว่า ทำไมยัยมิ้นถึงให้เธอแต่งตัวแบบจัดเต็มขนาดนี้ เพราะที่นี่มีแต่คนแต่งตัวคล้าย ๆ เธอ แต่ดูแต่งตัวแรงกว่าเป็นสิบเท่า เอิงเอยได้แต่มองซ้ายมองขวาอ้าปากค้างกับความแซ่บของสาว ๆ ในผับนี้ “เสียงโคตรดังอะแก แก้วหูจะแตก” เอิงเอยตะโกนพูด กับยัยมิ้นแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม ในขณะที่นางกำลังจูงมือพาเอิงเอยเดินเข้าไปข้างใน แสงไฟหลากสีสันสาดไปทั่วทั้งผับ แถมเสียงเพลงก็ดังสนั่นจนแสบแก้วหูไปหมด มิหนำซ้ำยังมีกลิ่นแอลกอฮอล์กับบุหรี่ตีพุ่งขึ้นมา จนเอิงเอยถึงกับย่นจมูก “แก...ฉันว่าเรากลับกันเหอะ” “มาถึงแล้วจะกลับเนี่ยนะ ยัยเอิง” “แต่แก...” “เพื่อนสาวคะ ที่นี่ไม่ใช่วัดนะคะ แต่มันคือคลับค่ะ” มิ้นหันมาทำตาดุใส่เอิงเอย “แต่แก~ ก็ฉันไม่ชินนี่นา” “น่า งี้แหละแก นั่งไปสักพักเดี๋ยวแกก็ชินไปเอง” มิ้นเอ่ยตอบก่อนจะจูงมือเอิงเอยไปนั่งที่โต๊ะตัวที่อยู่ด้านหน้าใกล้กับเวที บาร์โอสต์แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายความชอบมีทั้งชายและหญิงปะปนกันไป แม้จะเป็นบาร์เกย์ที่จะมีผู้ชายเยอะมากกว่าก็ตาม แต่ผู้หญิงก็ชอบมาเหมือนกัน เพื่อนสาวบอกกับเอิงเอยว่า เพราะโฮสต์ของที่นี่มันแซ่บสุด “วู้วววว~ สวัสดีคร้าบ ทุกคนขอต้อนรับทุกคนเข้าสู่คลับฟิลิกซ์ไฟเยอร์วู้วววววว~” เสียงดีเจประกาศสลับกับจังหวะดนตรีบีทมันส์ ๆ เอิงเอยเงยหน้าขึ้นไปมองบนเวที ที่มีพิธีกรอีกคนหนึ่งกำลังเดินขึ้นมาพูดบนเวทีอย่างสนใจ นี่เป็นครั้งแรกของหญิงสาวเลยก็ว่าได้ที่เคยมาสถานที่แบบนี้ พอหันไปมองรอบ ๆ ทุกคนต่างส่งเสียงโห่ร้องดังด้วยความสนุกสนาน เว้นก็แต่เอิงเอยที่เพียงมองตาปริบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น “เอิงแกดื่มปะ” มิ้นหันมาหาเพื่อนที่ส่งเครื่องดื่มให้กับเอิงเอย “ไม่เอาอะ แกดื่มเลย” เธอรีบปฏิเสธเพราะไม่ชอบดื่มเนื่องจากมันไม่อร่อยและขมบาดคอมาก ก่อนจะหันไปสนใจบนเวทีอีกครั้ง ตอนนี้พิธีกร เชิญหนุ่มโฮสต์ทั้งหมดขึ้นเวที ส่วนเอิงเอยก็มองหากวาดสายตาหาพี่เจย์ของเธอ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอ “เราจะเริ่มประมูลดื่มด้วยน้องซันกันนะครับ” เสียงพิธีกรประกาศอีกครั้งในขณะที่เอิงเอยพยายามชะเง้อจนคอยืด “มิ้น แล้วไหนพี่เจย์ของฉันอะ?” “แหม รอก่อนสิยะหล่อน ของดีก็ต้องเก็บไว้ที่หลังอยู่แล้วปะ” มิ้นเอ่ยตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะยกเหล้าขึ้นดื่ม เอิงเอยเลยหันไปสนใจหนุ่ม ๆ บนเวทีต่อ ก่อนจะเห็นผู้คนรอบข้างที่เริ่มประมูลดื่มกันอย่างสนุกสนาน จนเริ่มนึกสนุกไปกับคนอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาที่น่าตื่นเต้นในชีวิตมาก ที่ได้มาเที่ยวที่แบบนี้ “เอาล่ะครับเราก็มาถึงดาวเด่นของงานขอเชิญคุณเจย์เดย์หรือพี่เจย์ของเราขึ้นเวทีหน่อยเร๊วววว~” กรี๊ดดดดดดดด เอิงเอยร้องกรี๊ดลั่น พร้อมกันกับเสียงร้องคนอื่น ๆ ที่ดังไม่แพ้กัน มือเรียวยกขึ้นมาปรบมือเชียร์อย่างดีใจ รอยยิ้มฉีกกว้างด้วยความตื่นเต้น เสียงหัวใจของเอิงเอยเต้นแรงแข่งกับจังหวะบีทบนเวที เพราะนาทีนี้แสงสปอตไลต์กำลังส่องไปที่ใบหน้าของผู้ชายที่เอิงเอยแอบกรี๊ด ก่อนที่เขาจะส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับทุกคนพร้อมโบกมือทักทายไปด้วย ตายเลยนาทีนี้…ละลายหมดแล้วใจ หล่อ สุขุม อ่อนโยน เบ้าหน้าฟ้าประทาน แผงอก กล้ามแขน ท่อนขา โอย….ทั้งหมดที่เอิงเอยชอบมันรวมอยู่ในตัวผู้ชายคนนี้หมดแล้ว “วันนี้เจย์ของเรามาในลุคสบาย ๆ นะครับทั้งเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสีดำรองเท้าหนังอย่างดีส่วนใบหน้าก็แหม...หล่อครบเครื่องเชียว” พิธีกรบนเวทีประกาศ หัวใจของเอิงเอยเต้นถี่รัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก รีบส่งยิ้มและโบกมือทักทายเจย์ที่ยืนยิ้มอยู่บนเวที แม้เจ้าตัวจะไม่เห็นเอิงเอยเลยก็ตาม ^ ^! “ผมหวังว่าวันนี้ จะได้ดูแลคุณนะครับ:) ” “กรี๊ดดดดดดดด” หล่อยันเสียง เอิงเอยกรี๊ดออกมาอีกรอบ เพราะทันทีที่ความหล่อแบบตัวเป็น ๆ ของเจย์พุ่งเข้ามากระแทกตา หัวใจก็หลุดลอยไปตรงหน้า แถมน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่พูดออกมานั่นอีก มีตรงไหนที่ไม่หล่อ… โอยยยยย คุณแม่ขา.... หนูรักเค้าาาาาา “กรี๊ดดดดดดดด” “เก็บอาการหน่อยยัยเอิงโต๊ะข้าง ๆ มองแกกันหมดแล้ว” มิ้นเอ่ยเตือนสติเอิงเอย แต่ถามว่าฟังไหม ตอบเลยว่าไม่ค่ะ เอิงเอยแค่เพียงหันมายิ้มให้กับเพื่อนสาวแป๊บเดียวเท่านั้น ก่อนจะหันไปสนใจบนเวทีต่อ

บทที่ 3 Jay & Aeng Aei -1 (2) 5พันดื่มค่ะ

“งั้นเรามาเริ่มประมูลดื่มของเจย์กันครับเริ่มต้นที่500ดื่มครับ” “700ดื่มค่ะ!” “1200ดื่มครับ!” “1500ดื่มค่ะ!” “มะ มิ้น ไอ้ดื่ม ๆ มันคืออะไรเหรอ?” เอิงเอยหันไปถามเพื่อนทันทีหลังทุกคนต่างแย่งกันซื้อดื่ม ก่อนที่ยัยมิ้นจะส่ายหัว  เบา ๆ แล้วเริ่มอธิบาย “มันก็เหมือนกับซื้อตัวเขามาอยู่ด้วยนั่นแหละแต่เขาจะเรียกเป็นดื่มกัน ซึ่งแต่ละคนราคาก็จะต่างกันออกไป ส่วนพี่เจย์ของแกอะหนึ่งดื่มก็น่าจะเท่ากับเงินหลักพันแล้วมั้ง” เอิงเอยเบิกตากว้างทันทีเมื่อได้ฟัง ถ้าหนึ่งดื่มเท่ากับหลักพันและตอนนี้ที่จำนวนดื่มอยู่หลักพันงั้นเท่ากับว่า 1500 ดื่มก็เป็นเงินหลักล้านแล้วงั้นสิ! O _ O “3000 ดื่มครับ” เกิดเสียงโห่ร้องวี๊ดวิ้วขึ้นทันที เอิงเอยมองชายหนุ่มสุดหล่อที่อยู่บนเวที เห็นเขาส่งยิ้มให้กับผู้ชายหน้าตาดีอีกคนหนึ่งที่พึ่งจะประมูลเจย์ไปสามพันดื่ม และใช่...เท่ากับว่านั่นเป็นเงินกว่าสามล้านบาท! โห…นี่เขาแค่ทำงานวันเดียวก็ได้เงินหลักล้านแล้วเหรอเนี่ย! “มีใครให้เพิ่มอีกไหมครับเราจะเริ่มนับถอยหลังที่สามพันดื่มนะครับ!” หัวใจของเอิงเอยเต้นถี่แรง แข่งกับจังหวะดนตรีบีทบนเวที เธอหันไปมองผู้ชายคนที่เพิ่งประมูลพี่เจย์ไปในราคา3000 ดื่มที่ดูจะมั่นอกมั่นใจว่า ต้องชนะประมูลแน่ หญิงสาวหันกลับมองไปยังบนเวที เห็นพี่เจย์สุดหล่อของเธอกำลังส่งยิ้มให้กับผู้ชายคนนั้นอยู่ พลันความเสียดายที่พี่เจย์ของเธอ ต้องตกเป็นของตาเกย์นั่น ความฮึกเหิมของเอิงเอยก็พุ่งทะยานขึ้นสุด มือเรียวยกขึ้นท่ามกลางความเงียบของทุกคน ก่อนจะตะโกนไปสุดเสียงว่า “5พันดื่มค่ะ!” หลังจากที่เธอตะโกนประมูลดื่มออกไปสุดเสียง ทุกคนในผับก็เงียบกริบ! ก่อนที่สายตาทุกคน จะหันมาหาเอิงเอยเป็นตาเดียว เธอยิ้มแหย ค่อย ๆ หดมือลง ก่อนจะเงยหน้าไปมองเจย์ที่ยืนส่งยิ้มให้เธออยู่ พลันใบหน้าก็ฉีกยิ้มกว้างด้วยความเขิน เย้...ในที่สุด พี่เจย์ก็เห็นเธอแล้ว “หะ..ห้าพันดื่มนะครับวู้วววววว พึ่งเคยเจอเลยมีใครให้มากกว่าแม่สาวน้อยตรงนั้นอีกรึเปล่าครับถ้าไม่มีเราจะเริ่มนับถอยหลังพร้อมกันนะครับ!” “ยะ ยัยเอิงงงง~ บ้าไปแล้วเหรอห้าพันดื่ม มันห้าล้านบาทเลยนะเว้ย!!” มิ้นทำตาเหลือกหันมาหาเอิงเอยที่กำลังนั่งฝันหวาน ทำยังไงได้… รักเค้า… หลงเค้า… พร้อมเปย์สุด ๆ... ก็เธออยากให้พี่เจย์มองเธอบ้างนี่นา “และแล้วเราก็ได้ผู้ชนะวันนี้ เจย์ของเราตกเป็นทาสแม่สาวน้อยแล้วครับวู้ววววว~” เสียงตบมือและเสียงโห่ร้องขึ้นดังก้องแข่งกับเสียงดนตรีที่ดังตุบตึบแข่งกับหัวใจ “เอ้าพนักงาน ให้น้องคนสวยสแกนจ่ายเงินจำนวนห้าล้านบาทให้กับเจย์ของเราเลยคร้าบบบบ” พูดถึงเงินปุ๊ป สติกลับมาปั๊ป พอรู้ตัวเองว่าอาจจะต้องเสียเงินห้าล้านในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เอิงเอยถึงกับลอบกินน้ำลายอึกใหญ่ เสียงโห่ร้อง ทำให้เอิงเอยหันไปกวาดสายตามองทุกคน ก่อนจะยิ้มเขินออกมาอย่างทำตัวไม่ค่อยถูก ทว่าพอหันกลับมาก็เห็นพนักงานกำลังเดินเข้ามาหาพร้อมนำเครื่องรูดบัตรมาให้เอิงเอยสแกนชำระเงิน อึก…เงินห้าล้านของเอิงเอยจะหายไปจากบัญชีแล้ว ทุกสายตามองกดดัน รวมถึงพนักงานที่อยู่ตรงหน้า เอิงเอยหยิบมือถือขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะเงยหน้าไปมองทางเวทีที่เจย์ที่ส่งยิ้มหวานมาให้ แค่นั้นแหละ รอยยิ้มกระชากใจของเจย์ ทำให้มือเรียวของเอิงเอยรีบกดสแกนจ่ายพร้อมกดตัวเลขจำนวนเงินทันที โอนไว พร้อมเปย์เพื่อผู้ชายสุด ๆ ทว่าพอเสียงสัญญาณดังติ้ง~ ว่าเงินหายวับเรียบร้อยแล้ว หัวใจก็กระตุกแกว่งไปเหมือนกัน  เมื่อพนักงานกล่าวขอบคุณ เอิงเอยเลยเงยหน้าขึ้นไปยิ้มแห้งให้พนักงานหนึ่งที แง…ถ้าพ่อกับแม่บนสวรรค์รู้ว่า เธอเอาเงินมาใช้แบบนี้มีหวังต้องโดนตีจนตายอย่างแน่นอน -คุณพ่อคุณแม่บนสวรรค์อย่าโกรธเอิงเลยนะคะ คุณพ่อคุณแม่คงอยากให้ลูกสาวที่อยู่ตัวคนเดียวมีความสุขใช่ไหมคะ- “เจย์มีอะไรจะบอกกับการประมูลดื่มครั้งนี้ไหมครับ?” เมื่อเสียงพิธีกรประกาศอีกครั้ง สติของเอิงเอยก็กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกรอบ เอิงเอยมองบนเวทีอย่างตื่นเต้น เมื่อพิธีกรจ่อไมค์ให้เจย์พูดบ้าง “ขอบคุณมากนะครับ สำหรับน้องคนสวย” ความเสียดายเงินห้าล้านที่เสียไปเมื่อครู่ หายวับไปทันที เมื่อได้ยินเสียงหล่อ ๆ ของเจย์พูด เคลิ้มไปเลย~ “นี่เป็นการประมูลที่มากที่สุดที่เจย์เคยได้รับเลยนะครับ เพราะฉะนั้นเจย์ขอมอบสิทธิพิเศษให้กับคุณน้องคนสวย โดยการที่เจย์จะตามใจคุณน้องคนสวยทุกอย่างเป็นเวลาสามวันครับ” เกิดเสียงกรี๊ดขึ้นมาทันทีเมื่อร่างสูงพูดจบ ทุกคนต่างกรีดร้องด้วยความอิจฉา รวมถึงเอิงเอยที่ตอนนี้ดีใจจนนั่งไม่ติดเก้าอี้แล้วเช่นกัน กรี๊ดดดด~ “ว้าวววว นี่มันอะไรกันครับเนี่ย ผมละอิจฉาน้องคนสวยมาก ๆ เลย ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมขอปล่อยพี่เจย์เดย์ของเราไปหาแม่สาวน้อยคนนั้นนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปครับ” พิธีกรประกาศอีกครั้ง ก่อนที่เอิงเอยจะฉีกยิ้มกว้างทันที เมื่อเห็นเจย์ส่งยิ้มให้เธอ ก่อนจะเดินลงมาจากเวที “แก้~ พี่เขากำลังมาหาฉันใช่ปะวะ~” เอิงเอยถามเพื่อนซี้อย่างตื่นเต้น แต่ตามองจ้องพี่เจย์ของเธอไม่กะพริบ “เออค่า~ พี่เขากำลังเดินมาหาแกเลยค่า~” มิ้นตอบเอิงเอย ทำให้เธอหันไปยิ้มหวานให้นาง เห็นเพื่อนสาวส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนจะเอือมนิด ๆ เพราะไม่คิดว่าเอิงเอยจะกล้าเปย์เพื่อผู้ชายคนเดียวได้ขนาดนี้ แต่… เกือบลืมไปเลยว่าพี่เจย์ไม่ชอบผู้หญิง แง...จะคุ้มกับเงินห้าล้านที่เสียไปหรือเปล่านะ

อ่านต่อ