อ่า..ฉันคิดว่าตัวเองกำลังอยู่ในช่วงตกหลุมรักล่ะ เวลาตกหลุมรักใครสักคนหัวใจก็จะเต้นแรง หน้าแดงทุกที ในตอนที่เจอเขาใช่ไหม? อาการมันเป็นแบบนั้นเลยในยามที่หันไปมองภาพวาดขนาดใหญ่ที่ติดอยู่ตรงหัวเตียง “วันนี้ก็ยังคงหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะมาไคล์ ถ้าได้ฝันถึงคุณก็ดีสิ” เธอรู้แล้วน่า..ว่าเขาเป็นตัวร้าย แต่เขาโตมาในครอบครัวประสาทแดกแบบนั้นมันเลยหล่อหลอมให้เขาต้องร้ายเพื่อมีชีวิตรอด ถึงแม้ว่าเขาจะสังหารผู้คนมากมาย แต่เพราะเขาเป็นแม่ทัพนี่ เขาต้องปกป้องจักรวรรดิ แถมยังต้องปกป้ององค์รัชทายาทที่ไม่ได้เรื่องนั่นอีก เป็นพระเอกประสาอะไรไม่ยอมออกไปรบ อยู่แต่ในพระราชวังเพื่อสั่งการ ผู้ที่ต้องออกไปจับดาบออกรบและปกป้องราชวงศ์มีแค่ตัวร้ายสุดหล่อของเธอเท่านั้นเอง.. ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หรอกที่เขาลุกขึ้นมาก่อกบฏในตอนที่รู้ว่าอเดเรียกับองค์รัชทายาทฮาร์วีจะแต่งงานกันน่ะ ถึงแม้นิยายเรื่องเจ้าหญิงผู้ถูกรักจะเป็นนิยายฮาเร็มแต่ก็ไม่มีฉากรักของอเดเรียกับมาไคล์เลย ซึ่งมัน..ดีมากๆ เขาเป็นของฉันจ้า นางเอกของเรื่องมีผู้ชายที่รักเยอะแล้วอย่ามายุ่งกับเมนของฉันเลย ฉันค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ เพราะทำงานมาเหนื่อยทั้งวัน ฉันจึงเข้าสู่ห้วงนิทราได้อย่างง่ายดาย.. วันนี้ฉันอยากฝันถึงคุณนะคะมาไคล์ อยากเจอคุณสักครั้ง..ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากโอบกอดคุณจากทุกความเจ็บปวดทั้งปวด นางเอกของเรื่องไม่รักคุณก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะว่าฉันที่อยู่ตรงนี้จะรักคุณเอง!! “ลืมตาขึ้นมา อย่าแสร้งทำเป็นอ่อนแออยู่เลยทารีน่า รีบมาคุยเรื่องนี้ให้จบ เราจะได้แยกย้ายกันกลับบ้าน” น้ำเย็นจัดถูกสาดเข้ามาใส่ใบหน้าของเธอ และแน่นอนเธอลืมตาขึ้นมาด้วยความรวดเร็วเพราะว่าน้ำที่สาดมามันเย็นราวกับน้ำแข็งเลย ดวงตากลมโตพลันเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอเห็นใบหน้านี้มานับครั้งไม่ถ้วนจากรูปภาพบนหัวนอนแต่ในตอนนี้เขากำลัง กะพริบตา.. เธอยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองก่อนจะกรีดร้องออกมาในใจ นี่เธอกำลังฝันอยู่ใช่ไหม เธอฝันเห็นมาไคล์ แถมยังอยู่ใกล้กันในระยะประชิดอีกด้วย มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมากอบกุมใบหน้าของเขาเอาไว้ มันอบอุ่นเหมือนกับว่าเขากำลังมีชีวิตอยู่เลย “มาไคล์...” “เหอะ! นี่เจ้ากล้าเรียกชื่อของข้าอย่างนั้นหรือ? ช่างไม่หวาดกลัวความตายหรืออย่างไร ถึงได้กล้าเรียกชื่อของผู้กุมความตายเช่นนี้?” ฉายาของเขาในสนามรบคือทารอนผู้กุมความตาย ไม่มีใครกล้าเรียกชื่อของเขาออกมาเพราะทุกคนต่างหวาดกลัว “นี่คงเป็นความฝันที่เหมือนจริงที่สุดเลย ขะ..ขอจูบสักครั้งได้ไหมคะ จะไม่ลืมพระคุณเลย” หลังจากนั้นเธอก็เคลื่อนใบหน้าไปหาเขาแต่ทว่าทำไมริมฝีปากของมาไคล์ถึงได้เย็นเฉียบขนาดนี้กันนะ เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังจูบบนดาบของเขา “หากกล้าทำเรื่องเช่นนี้อีก ดาบเล่มนี้จะแทงเข้าไปในปากเจ้าแทน” อ่า..โหดชะมัดเลยล่ะพ่อคุณ เธอรีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองในทันทีเมื่อเขาขู่ออกมาเช่นนั้น “อย่าทำให้ข้าเสียเวลาทารีน่า รีบบอกมาเถอะว่าอเดเรียอยู่ที่ไหน ความอดทนของข้ามันไม่ได้มีจำกัดอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ” ทารีน่างั้นเหรอ? นี่นางร้ายคนนั้นก็อยู่ที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย ว้าว..เป็นความฝันที่คุ้มค่าสุดๆ ไปเลยได้เห็นใบหน้าสวยๆ ของนางร้ายอย่างทารีน่าด้วย เธอหันไปมองด้านหลังของตัวเองก็ไม่เจอใคร ไม่อยู่ข้างหลังแบบนี้ แสดงว่าอยู่ด้านหลังของท่านมาไคล์ใช่หรือไม่ เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็โยกใบหน้าไปด้านข้างเพื่อมองไปยังด้านหลังของท่านมาไคล์ ไม่มีใครอยู่เลยนี่นา..ในที่แห่งนี้มีแค่เธอและเขาเท่านั้นเอง มีแค่เราสองคนแต่เมื่อครู่เขาทำท่าทางเหมือนกับกำลังคุยกับทารีน่า ฮะ..ฮ่า!! ไม่ใช่หรอกมั้ง เธอคงไม่ได้ฝันว่าตัวเองเป็นทารีน่าหรอกใช่ไหม? เธอหันไปหาเงาน้ำที่สะท้อนอยู่บนพื้น สิ่งที่เด่นชัดไม่ใช่ใบหน้านี้แต่เป็นผมสีแดงแปร๊ดที่อยู่บนศีรษะของเธอต่างหาก..อย่างไม่ต้องสงสัยนี่เธอฝันว่าตัวเองเป็นทารีน่าจริงๆ ด้วยสินะ!! “อะ.เอ่อ ท่านดยุคกำลังเข้าใจผิด คือข้าไม่ได้..” “ข้าจะนับถึงสาม หากเจ้ายังไม่เปิดปากบอกที่อยู่ของอเดเรีย ดาบนี่จะแทงทะลุร่างกายของเจ้าเป็นแน่..” ก็แทงมาสิโว้ย นี่มันในฝัน เพราะอย่างนั้นมันไม่เจ็บหรอก เธอน่ะไม่ยอมให้เขาไปหาอเดเรียหรอก ไหนๆก็ฝันว่าเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายแล้วก็จะร้ายซะให้สาแก่ใจเลย!! “ข้าไม่มีทางบอกที่อยู่ของอเดเรียให้ท่านหรอกค่ะ ข้าไม่อยากให้ท่านหานางพบเจอเพราะว่าข้ารักท่าน...” “ฉึก!!..” ดาบในมือของเขาแทงลงไปที่สีข้างของเธอ เลือดสีแดงสดไหลรินออกมายังส่วนที่ถูกแทง พร้อมๆ กับ..ความเจ็บปวด... ห๊ะ!! ทำไมเจ็บเหมือนถูกแทงจริงเลยวะเนี่ย!! แถมกลิ่นคาวเลือดที่ไหลออกมายัง..อุ่นๆ เหมือนเป็นเลือดของเธอจริงๆ เลย หรือว่านี่มันไม่ใช่ความฝัน แต่ถ้าไม่ใช่ความฝันแล้วเธอจะได้เจอเมนของตัวเองได้ยังไงกัน.. ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อคิดถึงเรื่องการทะลุมิติแบบในนิยายสามร้อยห้าสิบเรื่องที่เคยอ่านมา แต่เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน เธอยังไม่ตายสักหน่อย.. เอ๊ะ..หรือว่าตัวเธอตายไปแล้ว นอนหลับไหลตายไปเลยงั้นเหรอ? “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าพูดอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องกับอเดเรีย ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งว่านางอยู่ที่ไหน?” เธอเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขา ก่อนที่หยาดน้ำตาจะไหลออกมาโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้ออกมาทำไมกัน “ท่านดยุคแทงข้า อ่า..ให้ตายเถอะ ถึงแม้ว่ามันจะเจ็บปวดแต่มันก็มีความสุขมากจริงๆ ช่วยแทงข้าอีกสักครั้งจะได้ไหมคะ?” เสียสติไปแล้วรึไง? แต่แววตาของทารีน่านั้นเปลี่ยนไปเมื่อนางฟื้นขึ้นมา หลังจากล้มหัวกระแทกพื้น นางมองเขาราวกับว่าเขาคือความหวังเดียวของนาง มองเขาเหมือนกับว่านางกำลังตกหลุมรักเขายังไงอย่างนั้น นี่มัน..บ้าไปแล้วแน่ๆ “ท่านดยุคทารอน นี่ท่านทำร้ายคู่หมั้นของข้าอย่างนั้นหรือครับ” นี่ใช้คำว่าเกือบหลับแต่ยังกลับมาได้ ได้รึเปล่านะ เพราะเสียงที่ดังขึ้นมานั้นทำให้เธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแล้วหันไปมองบุรุษที่กำลังวิ่งเข้ามาหาเธอ เขายกมือขึ้นมาโอบกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับกดแผลที่พึ่งถูกแทงเอาไว้ “ไม่ต้องกลัวนะทารีน่า ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว” ผมสีทองแบบนี้คงจะเป็น วินเทอร์คู่หมั้นของทารีน่าสินะ
ผมสีทองที่สว่างราวกับแสงของดวงตะวัน แววตาของเขาในยามที่มองมาที่เธอมันอ่อนโยนเหมือนกับว่าเขาหลงลืมไป ว่าทารีน่าคือตัวร้ายที่ชั่วช้าแบบสุดๆ .. วินเทอร์และทารีน่าหมั้นหมายกันตั้งแต่ทั้งสองยังเด็ก และทารีน่าพยายามยกเลิกการหมั้นหมายนั้นเป็นอย่างมาก หากแต่วินเทอร์ไม่ยินยอม ในตอนที่อ่านนิยายมุมมองของเธอที่มีต่อความสัมพันธ์ของวินเทอร์และนางร้าย มันเหมือนกับว่านี่ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวแต่มันคือความอยากปกป้องน้องสาวของวินเทอร์ต่างหาก เขาน่าจะมองทารีน่าเป็นน้องสาวมากกว่าคนรัก..เพียงแต่มีบางอย่างที่เธอไม่รู้มาก่อนเลยว่าวินเทอร์จะหล่อขนาดนี้ แม่เจ้า..เขาหล่อเหลาราวกับรูปเทพบนผนังของวิหารเลย ใบหน้าที่อ่อนโยนมาพร้อมๆ กับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเมตตา “เรื่องนี้อยู่นอกเหนือความสามารถของท่านเคาน์ทรอย ข้าได้รับคำสั่งจากองค์รัชทายาทให้มาตามหาเลดี้คาเรน จากเบาะแสทั้งหมดที่ข้าตามสืบมา ผู้ที่น่าสงสัยมากที่สุดคือคู่หมั้นของท่าน” “ดยุคทารอน หากท่านจะสอบสวนนาง ข้าย่อมไม่ขัดแต่ว่านี่ท่านกำลังทำร้ายร่างกายของนาง ข้ายอมไม่ได้ที่ท่านกระทำการหยาบช้าเช่นนี้กับสตรีตัวเล็กๆ อย่างทารีน่า” ดวงตาคมเข้มแฝงไปด้วยความทรงอำนาจดุจราชสีห์ของมาไคล์จ้องมองไปบนใบหน้าของทารีน่า “ทหาร นำตัวเคาน์ทรอยออกไป ข้าจะสอบสวนเลดี้โรแกนต่อ” ทีคนอื่นอยู่ด้วยมาทำทรงเป็นพูดจาห่างไกล เมื่อครู่เขายังเรียกชื่อของเธออยู่เลยไม่ใช่เรอะ!! แต่เมนของฉันที่เย็นชาแบบนั้น ก็ยังคงน่ารักในสายตาของฉันเสมอ เพียงแต่ช่วย..ทำแผลให้ก่อนได้ไหม ตอนนี้รู้สึกเหมือนเลือดไหลออกมาจะหมดตัวอยู่แล้ว “ท่านกลับไปก่อนเถอะค่ะ ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อพูดคุยกับท่านดยุคให้รู้เรื่อง หลังจากนั้นจะตามท่านกลับไป” วินเทอร์มองหน้าของทารีน่าด้วยสายตาที่แปลกใจ น้ำเสียง ใบหน้านั้นยังคงเป็นของทารีน่าเพียงแต่ความรู้สึกในยามที่นางกล่าวออกมามันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลย เหมือนกับว่าสตรีที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในยามนี้คือคนอื่น ไม่ใช่ทารีน่าที่เขารู้จัก “ข้าจะรอเจ้าที่ด้านนอก เราจะกลับบ้านพร้อมกับ” เธอส่งยิ้มให้กับวินเทอร์ก่อนจะหันไปหามาไคล์ เขาไม่ยอมรามือแน่หากไม่รู้ว่าอเดเรียอยู่ที่ไหน และเธอก็ยังไม่อยากตายวันนี้ ถึงแม้ว่าการตายด้วยน้ำมือของเมนตัวเองจะเป็นสิ่งที่ทำให้มีความสุขแต่เธอก็ยังอยากจะมองหน้าเขาอีกสักหน่อย “ข้าจะบอกท่านดยุคเองว่าเลดี้คาเรนอยู่ที่ไหน เพียงแต่ข้ามีบางอย่างที่ต้องการจากท่าน” เขาแสยะยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาหาเธอ สภาพของทารีน่านั้นแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นแววตาของนางช่างแน่วแน่ยิ่งนัก “ว่ามาสิ ขอแค่ได้พบกับอเดเรียไม่ว่าเจ้าจะต้องการทรัพย์สมบัติ หรือว่าคฤหาสน์ทารอน ข้าล้วนแล้วแต่ยินยอมยกให้เจ้า..” “จูบข้า..หลังจากที่ข้าบอกว่าเลดี้คาเรนอยู่ที่ไหนข้าต้องการเพียงจุมพิตจากท่านสักครั้งก็พอ” เป็นอีกครั้งที่สตรีผู้นี้ทำให้เขาแปลกใจไม่หยุดหย่อน นางถูกเขาแทงแผลลึกเช่นนั้นแต่กลับร้องขอให้เขาแทงนางอีกครั้ง และในยามนี้ทั้งๆ ที่นางสามารถต่อรองกับเขาได้ อำนาจของทารอนไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่นางกลับไม่ต้องการสิ่งที่นางต้องการ..คือจุมพิตจากเขาเท่านั้น “ข้ารับปาก เช่นนั้นก็บอกมาได้แล้วว่าอเดเรียอยู่ที่ไหน” อ่า ขาทั้งสองข้างแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว เลือดเธอออกเยอะมากจนชุ่มโชกชุดเดรสที่สวมไปหมด มือที่กดแผลเอาไว้สั่นระริกพร้อมๆ กับสติที่แทบจะไม่หลงเหลืออยู่ในหัวแล้ว เพราะกลัวเลือดเธอถึงไม่ได้ก้มไปมองเลยว่าเลือดตัวเองไหลออกมามากน้อยแค่ไหน แต่หากให้เดาสภาพของเธอในยามนี้คงไม่น่าดูสักเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่อยากเป็นคนที่สวยที่สุดเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาแท้ๆ เลย “อยู่ที่บ้านของบารอนแคนนอนค่ะ อเดเรียอยู่ที่นั่นนางปลอดภัยดีไม่มีอะไรให้ท่านต้องเป็นห่วง..ในเมื่อข้าบอกเรื่องของอเดเรียแก่ท่านแล้ว เช่นนั้นสัญญาของข้า..” ภาพเบื้องหน้าพลันมืดลงไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด ทารีน่าล้มลงในทันที เธอล้มตัวลงในอ้อมกอดของมาไคล์ เขาอุ้มเธอขึ้นมาก่อนจะรับพาเธอไปยังคฤหาสน์ทารอนเพื่อทำการรักษา “นางเสียเลือดมากพอสมควร อาจจะหลับไปอย่างน้อยสองสัปดาห์” นานขนาดนั้นเลยเหรอ เขาใช้แรงที่แทงดาบลงไปที่นางไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วนเลยด้วยซ้ำ “เรียนท่านดยุค เลดี้คาเรนปลอดภัยดีครับ นางกล่าวว่าต้องการอยู่ที่บ้านของท่านบารอนแคนนอนไปก่อน เพราะว่านางชื่นชอบการทำไร่..” อเดเรียอาจจะกำลังไม่พอใจที่เขาไม่ได้ไปรับนาง “ทราบแล้ว เอาไว้เลดี้โรแนนฟื้นข้าจะไปรับอเดเรียกลับมาที่นี่ด้วยตัวเองก็แล้วกัน” ให้นางได้มีความสุขกับการทำไร่ของนางไปก่อน ส่วนเขา..เมื่อลองคิดทบทวนดูเหมือนว่าเขาจะติดค้างคำขอของสตรีผู้นี้อยู่ จุมพิตหนึ่งครั้งที่แลกมากับ..ความเกือบตายของนาง เลดี้ทารีน่า แห่งโรแกน สตรีที่มีใบหน้าสวยหวานละมุน ความงดงามที่เรียกได้ว่าผู้ใดเดินผ่านนางจะต้องเหลียวหลังกลับไปมอง ทารีน่าเป็นเช่นนั้นและนางมั่นในรักที่มีต่อองค์รัชทายาทเป็นอย่างมาก สตรีชั่วช้าที่ทอดทิ้งคู่หมั้นของตัวเองเพื่อไปหาองค์รัชทายาทฮาร์วี ทำตัวไร้เกียรติด้วยการเดินตามหมอนั่นต้อยๆ ทั้งที่ฮาร์วีไม่เคยชายตามามองนางด้วยซ้ำ อาจจะเพราะว่าฮาร์วีเองก็หลงรักอเดเรียไม่ต่างจากเขา มันจึงทำให้หมอนั่นไม่มองสตรีใดเลย ถึงแม้ว่าสาวงามอย่างทารีน่าจะทอดกายให้ฮาร์วีครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม มาไคล์ยกมือขึ้นมาเท้าคางมองใบหน้าของทารีน่าที่กำลังหลับอยู่ “ตกลงแล้ว ทารีน่าที่เป็นสตรีชั่วช้าแห่งยุคกับทารีน่าที่ไม่หวาดกลัวความตาย..แบบไหนกันนะที่เป็นเจ้าตัวจริง หรือการกระทำเมื่อครู่ของเจ้า มันคือการปั่นหัวข้าเล่น พอฮาร์วีไม่เล่นด้วยเลยเลือกจะเปลี่ยนเป้าหมายใหม่อย่างนั้นหรือ? เจ้านี่ช่างเป็นสตรีที่น่ารังเกียจเสียจริง..” แต่ถึงอย่างนั้นนางก็งดงามมากเช่นกัน มาไคล์ลุกขึ้นเพื่อเดินกลับไปยังห้องนอนของเขา เมื่อได้รับรู้ว่าอเดเรียปลอดภัยเขาก็สามารถนอนหลับได้อย่างไร้ความกังวล ที่เหลือก็แค่รอคอยให้นางตื่นแล้วจุมพิตนางตามที่สัญญากันเอาไว้ หลังจากนั้นเขาจะเดินทางไปรับอเดเรียให้กลับมาอยู่ด้วยกันที่คฤหาสน์ทารอนห่งนี้ จะอย่างไรเสียตำแหน่งดัชเชสก็จะต้องเป็นของอเดเรียเพียงคนเดียวเท่านั้น
“กลับไปพร้อมกันเถอะอเดเรีย เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นห่วงเจ้ามากแค่ไหน ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้มาที่นี่เพราะอยากมาแต่มันเป็นเพราะเลดี้โรแกนใช่ไหม นางบังคับเจ้ามาที่นี่ใช่รึเปล่า?” องค์รัชทายาทฮาร์วีกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของอเดเรีย หากจะเปรียบเทียบความงดงามนี้ จริงอยู่ที่อเดเรียอาจจะสู้ทารีน่าไม่ได้ แต่อเดเรียนางเป็นสตรีที่ดูอ่อนโยน ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเมตตาอีกทั้งนางยังอ่อนแอและน่าปกป้อง ตามนิสัยของบุรุษแล้วย่อมชื่นชอบสตรีที่ว่านอนสอนง่าย มิใช่สตรีที่อารมณ์ร้ายเช่นทารีน่า เพราะแบบนั้นเขาถึงได้ไม่เคยชายตามองทารีน่าเลย นางไม่ใช่สตรีในแบบที่เขาชื่นชอบยังไงล่ะ.. “ข้ามาที่นี่เพราะว่าอยากมาเพคะองค์รัชทายาท อย่าใส่ร้ายเลดี้โรแกนอีกเลย นางมิได้รู้เรื่องด้วย” “อเดเรีย ข้าล้วนแล้วแต่ตามใจเจ้า..เรื่องของเลดี้โรแกนข้าจะไม่ถามอีก แต่เจ้าต้องเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงพร้อมกันกับข้า ที่พระราชวังได้จัดเตรียมห้องของว่าที่พระชายาเอาไว้แล้ว..อย่าได้เป็นกังวลเพราะไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็จะได้เป็นจักรพรรดินีเคียงข้างข้าที่จะขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิของจักรวรรดินี้” อเดเรียส่งยิ้มให้กับองค์รัชทายาท ดวงตาของเธอหรี่เล็กลงในขณะส่งยิ้มให้เขา น่าเบื่อ..จังเลย ผู้ชายในเรื่องนี้ล้วนเหมือนกันทั้งหมด มองเธอราวกับจะกลืนกิน เพราะเป็นนางเอกของเรื่องอย่างงั้นเหรอเธอถึงได้รับการปฏิบัติที่พิเศษมากกว่าทุกคน.. ฉันไม่ได้อยากเป็นนางเอก แต่ฉันอยากออกไปจากที่นี่ต่างหาก กลับไปยังโลกที่เคยอยู่กลับไปหาคนรักของฉัน.. เพียงแต่การจะกลับไปที่นั่นจำเป็นจะต้องผู้หญิงคนอื่นเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เพราะเนื้อเรื่องหลักย่อมไม่เดินต่อ เมื่อนางเอกของเรื่องหายไป.. “ก็ได้เพคะ หม่อมฉันจะกลับไปที่เมืองหลวงพร้อมกันกับพระองค์” กลับไปครั้งนี้ ฉันจะต้องพูดคุยกับทารีน่านางร้ายของเรื่องให้ได้เลย เผื่อว่าสตรีผู้นั้นจะต้องการมาอยู่ในร่างของอเดเรีย.. ......... กว่าทารีน่าจะตื่นก็เป็นช่วงเย็นของอีกวัน ถึงแม้จะหลับไปนานมากขนาดนั้นแต่แผลที่ถูกแทงยังเจ็บจี๊ดๆ เหมือนพึ่งถูกแทงสดๆ ร้อนๆ เลย อ่า..ใครใช้ให้เขาจ้วงแทงมาลึกขนาดนั้น แค่แทงขู่ๆ ก็ได้ทำไมต้องคิดแทงจริงจังด้วย “ตื่นแล้วเหรอ ข้ารอคอยการตื่นของเจ้ามานานมากทีเดียว เพราะว่าข้าจะต้องส่งมอบจุมพิตให้เจ้าตามคำสัญญา มาสิยื่นปากของเจ้ามา..” วะ..ว่าไงนะ จุมพิตสุดแสนจะโรแมนติกที่แลกมากับการถูกแทงจนเลือดสาด เขาจะทำมันแบบลวกๆ งั้นเรอะ!! “ข้าต้องการจุมพิตแสนหวานที่เหมือนกับเจ้าหญิงและเจ้าชายในนิทานก่อนนอน แน่นอนว่าข้าไม่ได้รีบร้อน เพราะอย่างนั้นหากวันนี้ท่านดยุคไม่สะดวกก็ทำกัน..วันหลังก็ได้ค่ะ” มาไคล์ยกมือขึ้นมาเสยผมสีดำสนิทของเขาไปด้านหลัง “ข้าไม่คิดจะมาเจอเจ้าบ่อยๆ หรอกนะ อย่าได้คิดว่าจะเอาเรื่องจูบมาอ้างเพื่อมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง” ระ..รู้ทันได้ยังไงกัน “ข้าไม่ขอปิดบัง ข้าเคยบอกไปแล้วว่าข้าชอบท่าน เพราะอย่างนั้นข้าอยากมาที่นี่บ่อยๆ มายังที่ที่ท่านดยุคเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ คงจะดีหากว่าได้เข้าไปในห้องนอนของท่านด้วย” ทารีน่าระบายยิ้มหวานบนใบหน้า เธอจ้องมองใบหน้าที่ไม่เปลี่ยนสี ของมาไคล์ด้วยหัวใจที่เต้นแรง เป็นอีกครั้งที่เธอสารภาพรักออกไป และเป็นอีกครั้งที่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปสักนิดเหมือนประโยคที่เธอพึ่งกล่าวออกไปมันไม่ใช่ประโยคสารภาพรัก.. “บางที กับบางเรื่องปิดบังบ้างก็ได้ ข้าจะให้คนไปส่งเจ้าส่วนเรื่องสัญญา..หากเจ้าต้องการเมื่อไหร่ก็ส่งจดหมายมาให้ข้า” ทารีน่าฉีกยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “ข้าสามารถส่งจดหมายมาหาท่านได้..” “แน่นอนว่าจดหมายนั้นส่งมาได้ฉบับเดียวเท่านั้น หากเจ้าส่งมาเกินข้าจะถือซะว่าสัญญาที่จะมอบจุมพิตให้เจ้าเป็นโมฆะ” ได้ยังไงกัน แต่ไม่เป็นไรเพราะวันนี้เธอหยดคำหวานใส่เขาเยอะแล้วเอาไว้ค่อยหาเรื่องไปเจอเขาเรื่อย เขาแค่บอกว่าไม่ให้ส่งจดหมายไปหา ไม่ได้บอกว่าห้ามไปเจอกันสักหน่อย.. เพื่อได้เห็นหน้าเมนแล้ว ฉันไม่มีทางทำพลาดอย่างเด็ดขาด หลังจากนั้นมาไคล์ก็ส่งเธอมาขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับคฤหาสน์โรแนน ในนิยายบรรยายว่าทารีน่านั้นร่ำรวยมาก นางคือทายาทสายตรงเพียงคนเดียวของท่านอาร์คดยุคแห่งโรแกน ทว่าพ่อแม่ของทารีน่าเสียชีวิตลงเมื่อสองปีก่อน ในยามนี้นางจึงเป็นนายหญิงเพียงคนเดียวของคฤหาสน์โรแกน สวยและรวยมากขนาดนี้ ทำไมถึงมีนิสัยแย่สุดๆ ไปเลยนะ ทั้งๆ ที่แค่มีหน้าตาแบบนี้ยืนนิ่งๆ ผู้ชายมากมายน่าจะแย่งชิงกันวิ่งเข้ามาหา ไม่รู้ว่าทารีน่าคนเก่ายึดติดอะไรกับองค์รัชทายาทฮาร์วีนัก ไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนหล่อมีมากมายดันไปชอบองค์รัชทายาทที่นิสัยแย่ที่สุดในเรื่อง คุณนักเขียนไม่อ่อนโยนกับนางร้ายเลยนะคะ เมื่อเดินเข้ามาในคฤหาสน์ทารีน่าก็เห็นวินเทอร์นั่งรอเธออยู่ เขาลุกขึ้นในทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามา “ดยุคทำร้ายเจ้าตรงไหนอีกรึเปล่า?” “ไม่เลย เขาไม่ได้ทำร้ายข้าเลยนอกจากตรงหัวใจ อ่า..ใบหน้าหล่อๆ ของเขามันอันตรายต่อหัวใจชะมัดเลย..” ทารีน่าล้มตัวนอนลงบนโซฟา เธอยกยิ้มขึ้นมาโดยที่มือยังคงกุมอยู่บนบาดแผลที่ยังไม่หายเจ็บ “รินา..ข้าเคยบอกกับเจ้าเอาไว้ว่าหากเจ้าพบเจอคนที่เจ้ารักจริงๆ และอยากจะใช้ชีวิตกับเขาให้เจ้ามาบอกกล่าวกับข้า ข้าจะถอนหมั้นให้ แต่หากคนที่เจ้าชื่นชอบคือท่านดยุคทารอน ข้าไม่มีทางยอมถอนหมั้นให้เจ้าอย่างเด็ดขาดเลย เขาอันตราย..” ทารีน่าหันหน้าไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของวินเทอร์ เขาหล่อมากจนใจเจ็บเรื่องนี้ไม่เถียงเลย เพียงแต่สัญญาเรื่องการหมั้นหมายนี้มันทำให้เขาไม่สามารถแต่งงานกับสตรีใดได้เช่นกัน ทั้งๆ ที่คนอย่างวินเทอร์น่าจะมีสตรีมากมายมาชอบเขา แต่เขากลับผูกติดกับทารีน่ามากเกินไป อาจจะเพราะทารีน่าไม่มีใครแล้วนอกจากเขา เขาจึงอยากจะปกป้องนางในฐานะของน้องสาว “ท่านพี่วินเทอร์ ปีนี้ข้าอายุสิบเก้าแล้ว เมื่อปีที่แล้วข้าได้ขึ้นเป็นนายหญิงแห่งโรแกน และดูแลตระกูลนี้ด้วยตัวเอง ท่านน่ะถอนหมั้นกับข้าไปเถอะ ไม่ต้องมาห่วงใยข้าอีกแล้วเพราะว่าข้าสามารถดูแลตัวเองได้ อย่าเอาสัญญาในอดีตมาผูกมัดกันไว้เลย ทั้งท่านและข้าต่างก็เสียเวลามามากพอแล้ว ต่อให้ไม่มีสัญญาการหมั้นหมายนี้ข้าก็ยังมองเห็นท่านเป็นพี่ชายเสมอเลยนะ ไม่ต้องเป็นกังวลไป..” วินเทอร์กำมือแน่นด้วยความเจ็บปวด นางมองเขาเป็นพี่ชายแต่ทว่าเขาไม่ได้มองนางเป็นน้องสาวเลยสักนิด..