โรคซึมเศร้า MDD (Major Depressive Disorder) โรคที่มาพรากความสุขไปจากเราทุกๆคน ถ้าใครท้อ ใครสิ้นหวัง ลองนึกถึงวันที่เราเคยมีความสุขดูสิคะ….. โรคที่น่ากลัวที่สุดในยุคนี้ ถ้าเราไม่รักตัวเอง ก็ขอให้รักคนอื่น แต่ถ้ารักคนอื่นมากไปแล้วมันทุกข์ ก็ขอให้หันกลับมารักตัวเอง แนะนำตัวละคร พระเอก ชื่อเล่น ไดร์ฟ ชื่อจริง ดรัณภพ เดชชัชพงษ์ อายุ27ปี นักร้องหนุ่มบอยแบนด์สมาชิกวง THE PRINCEมีสมาชิกวงทั้งหมดห้าคน มีฐานแฟนคลับทั่วโลก แต่อนาคตของเขากำลังจะไปได้ดีแต่ต้องมาหยุดชะงักเมื่อไดร์ฟมีอาการป่วยทางจิต เขาประกาศลาออกจากวงท่ามกลางคอนเสิร์ตที่มีแฟนคลับนับแสนคน สร้างความสะเทือนใจให้แฟนคลับใจเสียกันไปตามๆกัน ทางต้นสังกัดไม่ยอมให้ไดร์ฟลาออกเพราะเขายังไม่หมดสัญญา เขาตรวจพบว่าเป็นโรค ซึมเศร้า แต่ทางต้นสังกัดไม่อยากให้ข่าวของไดร์ฟรั่วไหลไปจึงต่างพากันคิดหาวิธีทางที่จะช่วยเหลือเขา “ผม….จะขอลาออกจากวง THE PRINCE” นางเอก ชื่อเล่น ไอริส นางสาว อันฤดี รัตกุล อายุ25ปี นักศึกษาจบใหม่ เธอมีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียนในสำนักพิมพ์ สานฝัน จนเธอได้เป็นหนึ่งในนักเขียนของสำนักพิมพ์จริงๆ เธอมีผลงานถูกวางขายในโลกออนไลน์และได้รับตำแหน่งนักเขียนดาวรุ่ง นิยายของเธอถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นหนังเป็นละครจนนามปากกาของเธอโด่งดังเป็นพลุแตก “อยากตาย…ก็ตายดิ….ตายเลย…” “ฉันจะนั่งดูนายตาย…ตั้งแต่วิธีแรกยันนายหมดลมหายใจ…” พรึบ ตุ๊บ “โอ้ย!” “ชนแล้วยังไม่ขอโทษอีก!” “มะไม่ต้องขอโทษก็ได้ค่ะ…ฉันโง่เองที่ชนคุณพี่…” “เอ่อ…คะคุณพี่จับน้องทำไมคะ?” “มีคนอยากเจอ…” “เมื่อคืน….ไดร์ฟกับเธอ…กอดกันใช่ไหม?” “หนู…ไม่ได้เป็นแฟนคลับเขาค่ะ…บังเอิญว่าเขาวิ่งชนหนู…และทำให้โทรศัพท์ของหนูพังหนูเลยวิ่งตามเขาเพื่อจะให้เขารับผิดชอบนะคะ” “แต่หนูเห็นเขามีท่าทางแปลกๆ” “ท่าทางแปลกๆ?” “ค่ะ…หนูเคยศึกษาเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเพื่อจะเอามาเขียนนิยาย…และหนูเห็นว่าเขามีอาการแบบนั้น…” “เธอก็เลยกอดเขา?” “เธอคงจะไม่ได้ชอบเขาใช่ไหม?” “ค่ะ…หนูมีแฟนอยู่แล้วค่ะ…” “งั้นก็ดี…ฉันมีเรื่องอยากจะขอร้องเธอ….” “ช่วยทำให้เขาหายจากการเป็นโรคซึมเศร้าทีเถอะนะ…” “ช่วยเขาด้วย….” “ค่ะ….แต่หนูก็ไม่มั่นใจว่าหนูจะช่วยเขาได้ไหม…เพราะหนูไม่ใช่หมอที่รักษาเฉพาะทาง…” “หนูคิดว่าคุณควรจะพาไดร์ฟไปพบจิตแพทย์นะคะ…” “เธอ….มาทำดีกับฉันทำไม?” “ก็เพราะฉันรักนายยังไงล่ะ…” “มองตาฉันสิ….นายไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้นะ…” “แต่นายยังมีฉัน…ฉันอยู่ข้างๆ นายตรงนี้ไง…” “ไดร์ฟ….นายจะใช้ข้ออ้างว่านายป่วยซึมเศร้าแล้วจะมาจูบฉันบ่อยๆ แบบนี้ไม่ได้นะ…” “ทำไมอ่ะ…ก็ฉันอยากจูบเธอ….” "ฉัน…เคยอ่านนิยายของเธอด้วยนะ…” “มันมีฉากสยิวด้วย….เธอเคยทำกับแฟนเหรอ? ถึงได้เขียนจนเห็นภาพนึกว่าไปแอบอยู่ใต้เตียงขนาดนั้น..” “ไดร์ฟ…คนป่วยซึมเศร้าเขาไม่มีอารมณ์อย่างว่ากันหรอกนะ” “นิยายเล่มนั้น….ที่เขาบอกว่าใช้เซ็กส์บำบัดซึมเศร้า..” “เธอ….ลองใช้มันกับฉันได้ไหม….” “ไดร์ฟบ้า!!” “ฉันมีแฟนแล้ว!”
…THE PRINCE... มีสมาชิกวงทั้งหมดห้าคน แนวเพลง เค-ป็อปผสม อาร์แอนด์บีและฮิปฮอปรวมไปถึงร็อกอีกด้วย เป็นบอยแบนด์ที่โด่งดังไม่แพ้ต่างประเทศ มีฐานแฟนคลับทั่วโลก …THE PRINCE..ถูกก่อตั้งมาจากบริษัทTEมีหัวหน้าค่ายยักษ์ใหญ่ที่เป็นอดีตนักร้องนักแต่งเพลงและนักดนตรีชื่อดัง นายธยศ ศรีอำนาจ…. …THE PRINCE..ถูกรับคัดเลือกมาจากการแข่งขัน แต่งเพลง เล่นดนตรีและเต้น คนคนหนึ่งจะต้องมีความสามารถครบถ้วนตามที่ธยศต้องการ …THE PRINCE..ถูกก่อตั้งมาได้3ปีเต็ม และได้ผลตอบรับตั้งแต่ครั้งแรกที่่เปิดตัว เจ้าชายทั้ง5ของTHE PRINCE …THE PRINCE….คือคนที่เหนือกว่าคนธรรมดา นำทีมโดย…. 1.เจ้าชาย….สุขุมนุ่มลึกแห่งราชอาณาจักรอันดับหนึ่ง ไดร์ฟผู้ที่ถูกแฟนคลับและเพื่อนๆในวงต่างเรียกขานเขาว่า ท่านไดร์ฟราชาแห่งเดอะพริ้นซ์ เจ้าชายเหนือเจ้าชาย ไดร์ฟมีหน้าที่เป็นลีดเดอร์ของวงรวมไปถึงร้องหลักอีกด้วยและแร็ปนำ เขาจะแต่งเพลงและแร็ปเองรวมไปถึงทำเมโลดี้ของเพลงเองด้วยบางทีก็คิดค้นท่าเต้นเอง เขามีความเป็นผู้นำสูงมีอายุมากกว่าเพื่อนๆในวงแค่ไม่กี่เดือน เขาจึงถูกเพื่อนๆในวงตั้งให้เป็น ลีดเดอร์ของวง 2.เจ้าชาย…เจ้าพ่อคำคมขวัญใจสาวๆแห่งราชอาณาจักรอันดับสอง ฟีฟ่า ฟีฟ่ามีหน้าที่ร้องนำและเต้นเสริม 3.เจ้าชาย….เจ้าพ่อตลก นักสร้างเสียงหัวเราะของวงแห่งราชอาณาจักรอันดับสาม กวิน หนุ่มอีสานบ้านเฮา เขามีหน้าที่เต้นหลักและร้องเสริม 4.เจ้าชาย…หล่อเลอค่าเขามีหน้าที่แค่ทำหน้าหล่อ เจ้าพ่อศัลยกรรมและเจ้าพ่อนำแฟชั่นแห่งราชอาณาจักรอันดับสี่ ธามไฟท์ เขามีหน้าที่แค่เป็นหน้าเป็นตาของวงเพราะการแต่งตัวของเขาก็โดดเด่นพออยู่แล้ว 5.เจ้าชาย…ขี้เล่น ยิ้มหวานเอาใจเก่งแห่งราชอาณาจักรอันดับห้า เอพริ้ว หนุ่มลูกครึ่งฝรั่งเศสไทย หน้าตาคมคาย เขาอายุน้อยที่สุดแต่เป็นตัวสร้างสีสันของวง เอพริ้วมีหน้าที่เป็นหนุ่มตัวน้อยของพี่ๆและแฟนคลับ เขาจะเต้นนำและแร็ปเสริม
มหาลัยประจำนานาชาติ QW อาคารกิจกรรม การดนตรี…. พรึบ “ไอ้ไดร์ฟ!”เสียงเข้มตึงของผู้ชายวัยรุ่นที่อยู่ในชุดกีฬาพร้อมทำกิจกรรมเอ่ยเรียกผู้ชายวัยรุ่นอีกคนที่เขาตั้งหน้าตั้งตาจดโน้ตเพลงและเเต่งเนื้อเพลงรวมไปถึงทำนองด้วยสีหน้ามุ่งมั่นและตั้งใจ “ว่า?”ไดร์ฟเด็กหนุ่มวัยยี่สิบปีเศษเรือนผมสีน้ำตาลเข้มใบหน้าเรียวไข่ได้รูปผิวขาวใสริมฝีปากสีชมพูสดดวงตาชั้นเดียวเงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อนสนิทที่เป็นรูมเมทของเขาอย่างสงสัยที่เห็นเพื่อนวิ่งหน้าตาตื่นตะหนกมาแบบนั้น “มีโทรศัพท์เข้ามาหามึง”ชาญเอ่ยบอกไดร์ฟเพื่อนสนิทของเขาไป ไดร์ฟก็ขมวดคิ้วหนาเข้าหากันอย่างงุนงงว่าใครกันที่โทรมาหาเขา “ใครวะ?” “ไม่รู้….รู้แต่ว่าเรื่องสำคัญ…”ชาญทำสีหน้าจริงจังพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวยาวตัวเดียวกันกับไดร์ฟเพื่อนของเขาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบจากการวิ่งมาด้วยระยะทางที่ไกลพอสมควร “อ่า…เคๆชอบใจมาก…”ไดร์ฟยื่นมือไปตบไหล่ชาญพร้อมกับเอ่ยขอบคุณและเริ่มเก็บของของเขาลงในกระเป๋าเป้เพื่อจะไปยังห้องพักของอาจารย์ที่นั่นเป็นที่ให้นักศึกษาได้ใช้โทรศัพท์สนทนากับทางบ้านได้ ไดร์ฟก็แอบแปลกใจว่าทำไมคนนั้นไม่โทรเข้าเบอร์มือถือของเขาล่ะ “ดรัณภพครับ….”ไดร์ฟเอ่ยขึ้นในขณะที่เขาเดินมาถึงห้องพักของอาจารย์แล้ว “อ่ะ…สายของเธอจ้ะ…” “ขอบคุณครับ…อาจารย์^_^”ไดร์ฟเอ่ยพร้อมคลี่ยิ้มอย่างสดใสขอบคุณอาจารย์ที่ทำหน้าที่เฝ้าห้องนี้ไปพร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะและหยิบโทรศัพท์ของมหาลัยขึ้นมาพูดใส่ปลายสายไป “ฮัลโหล…สวัสดีครับ..ผมไดร์ฟพูดสายอยู่ครับ”ไดร์ฟเอาโทรศัพท์แนบหูและเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพ ปลายสายที่เงียบเพื่อรอการตอบรับก็เอ่ยตอบกลับมาทันทีที่ได้ยินเสียงของไดร์ฟ (ไดร์ฟ!…นี่ป้าพร…ป้าข้างบ้านของไดร์ฟนะ)ปลายสายร้อนรนเอ่ยพูดออกมาจนรัวเร็ว ทำให้ไดร์ฟรู้สึกงุนงงและสงสัยว่าป้าพรป้าข้างบ้านที่อาศัยอยู่ติดกับบ้านของเขาโทรมามีธุระด่วนอะไร “ครับ…ป้าพรสวัสดีครับ…” (ไดร์ฟ…ทำใจดีๆไว้นะลูก…) (แม่ของไดร์ฟ…ผูกคอตายแล้ว….) ตุ๊บ ไดร์ฟตกตะลึงเผลอปล่อยโทรศัพท์ของทางมหาลัยหลุดมือ เขากำลังอยู่ในอาการช็อคสุดขีด ทันทีที่เขาได้ยินว่าแม่ของเขาผูกคอตายเหมือนโลกทั้งใบในตอนนี้หยุดหมุนและพังทลายลงเพราะเขารู้ดีว่าแม่ของเขา ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงแล้ว แต่ในการเสียใจในครั้งนี้ทำให้ไดร์ฟกำหมัดแน่นแววตาดุดันอย่างโกรธจัดน้ำตาสีใสเอ่อคลอรอบดวงตาคู่สวย เขาขบกรามแน่นนึกโกรธคนเป็นพ่อที่รู้ว่าแม่ของเขาป่วย แต่กลับไม่พาไปรักษาแถมยังให้เขากลับมาอยู่ที่มหาลัยประจำอีก เขาจะกลับบ้านไปหาแม่ของเขาได้ก็ต่อเมื่อมหลาลัยปิดเทอมหรือมีวันหยุดเยอะๆ งานศพของแม่ไดร์ฟ…… “แม่…แม่ครับ…หลับให้สบายนะครับ…”ไดร์ฟพยายามกลั้นน้ำตาที่มันไหลอยู่เต็มด้านในอกของตัวเองไว้ในวันสุดท้ายที่เขาจะส่งแม่ของเขาไปสวรรค์โดยที่ไร้เงาของผู้ชายที่แม่ของเขารักนักรักหนา “วันสุดท้ายของแม่แล้วแท้ๆ…แต่เขาก็ยังไม่มา….”ไดร์ฟเอ่ยขึ้นพร้อมกับความคับแค้นที่อยู่ในใจ เมื่อนึกถึงหน้าของผู้ชายคนนั้นที่ยังคงออกโทรทัศน์ด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มไม่สะทกสะท้านกับการจากไปของแม่เขาเลยสักนิด “เราจะกลับมาอยู่ที่นี้เลยหรือเปล่าล่ะไดร์ฟ…?”เสียงอบอุ่นจากป้าพรเพื่อนข้างบ้านเอ่ยถามไดร์ฟที่เขายืนเกาะอยู่ข้างโลงศพของเขาแม่เขาอยู่จึงต้องค่อยๆละใบหน้าหล่อไปมองหน้าของป้าพร คนเดียวที่มางานศพของแม่เขา “ครับ….ผมคงไม่กลับไปเรียนแล้ว….” “ทำไมล่ะไดร์ฟ…” “ป้าว่าแม่ของไดร์ฟไม่อยากให้ไดร์ฟหยุดเรียนนะ…” “ครับ….ถ้าผมไม่หยุดเรียนก็คงกลับมาอยู่บ้านนะครับ…และหางามเสริมทำเอา…” “อืม…ป้าก็เห็นด้วยนะ….” “อยู่ให้ได้นะ….” “ขอบคุณครับ…ป้าพร…”ไดร์ฟยกมือไหว้ป้าพรไปอย่างเคารพ เพราะเขาอยู่กับแม่เขามาแค่สองคนตลอดเวลา โดยแม่ของเขาทำงานอย่างหนักเพื่อส่งเสียเขาเรียนจนพักหลังๆมา แม่ของเขามีอาการโรคซึมเศร้าทำให้แม่ของเขาต้องหยุดทำงานและรักษาตัวอยู่ที่บ้าน โดยตลอดเวลาคนที่ขึ้นชื่อว่าพ่อของเขากลับไม่เคยมาเยี่ยม เพียงแค่ส่งเงินมาให้เขากับแม่แค่นั้นเอง โดยที่เขาก็แทบจะจำหน้าพ่อตัวเองไม่ได้แล้ว….ถ้าไม่เห็นทางโทรทัศน์นั้น เคยไหมครับ…? อยู่ดีๆก็นึกเบื่อ…? เบื่อโลก…. เบื่อคนรอบตัว…. เบื่อตัวเอง…. เหนื่อย…และล้ากับการ…ที่จะหายใจ เบื่อแม้กระทั่งที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกที่เงียบเหงาเช่นนี้…. เหมือนตัวคนเดียวทั้งๆที่มีผู้คนมากมายรายล้อมรอบๆตัว…