“ฟาเบียนนี่มันระเบียงนะคะ” ทิพย์ดาราปัดป้อง ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังผลักเธอให้หันหลังให้ ถลกชายกระโปรงของเธอขึ้นไปกองไว้ที่เอว เขาแค่รูดซิบกางเกงลง แล้วก็ใช้มือจับตัวใหญ่ของเขาฟาดไปกับเนื้อสะโพกเด้งที่เจ้าของรักษาหุ่นเป็นอย่างดี “คุณมาหาผมก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือ” ฟาเบียนพูดกระซิบที่หลังติ่งหู เขาใช้นิ้วกรีดขอบบิกินีขาวให้พ้นไปจากกลีบนุ่ม ๆ ชายหนุ่มใช้ขาแข็งแกร่งบังคับให้เธออ้าขากว้าง เธอหันมามองใบหน้าหล่อของเขาทันที “หันไปมองข้างล่างสิ ดูให้ทั่ว ๆ ว่ามีใครแอบดูเราหรือเปล่า” เขาพูดพลางหัวเราะหึ ๆ เบียดหัวหยักแทรกเข้าไปในร่องหลืบที่แค่ได้ยินเสียงของเขาน้ำใสก็หลั่งริน พรึบ... กึก... เขาดันตัวเองเข้าไปในร่องนั้นอย่างรวดเร็ว “อู้...” เสียงร้องของทิพย์ดารา นักแสดงสาวมากชื่อเสียงของวงการบันเทิงเมืองไทย “คุณชอบแบบนี้ใช่ไหม” เขาใช้ฝ่ามือสอดเข้าไปบี้ขยี้เม็ดรัญจวนที่อยู่ในพรูเนื้ออวบอุ่น “อ๊า... ฟาเบียนขา... อย่าแกล้งดาด้าเลย กระแทกลงมาสิคะ” เธอหมุนตัวร้องครางครวญ สะโพกมนหมุนวนและอัดกระแทกเข้ากับหน้าขาของชายหนุ่ม “ร่านนักนะ ได้เลย ปิดปากของคุณเอาไว้ อย่าครางดังมากนะ ผมไม่รู้ว่าห้องข้าง ๆ มีใครอยู่หรือเปล่า” คำพูดของเขาทำให้เธอหันหน้าเลิ่กลั่กมองไปมา “อะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ...” ไม่ทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มโยกขยับชักท่อนเนื้อเข้าออกอย่างหนักหน่วง สองมือของทิพย์ดารายึดเกาะราวระเบียงเอาไว้แน่น น้ำกามาของเธออาบชโลมหัวมนและท่อนยักษ์จนมันเลื่อม เธอกลั้นเสียงร้องอย่างสุดชีวิต น้ำหูน้ำตาไหลพราก ๆ มันช่างถึงอกถึงใจจริง ๆ “ไม่ไหวแล้วค่ะ ฟาเบียนขา แตก ๆ แตกแล้ว อ้า...” เธอหวีดร้องขึ้นมาทันที เนื้อสะโพกเต้นระยิบ ร่องร้อนตอดขมิบท่อนใหญ่จนคนตัวโตครางอื้อ เขาไม่รอช้าถอนตัวเองอย่างรวดเร็ว หมุนตัวเธอเข้าข้างฝา หลังของหญิงสาวกระแทกกระจกกั้นห้อง สายตาที่เธอมองเขามันช่างหื่นกระหาย หญิงสาวชอบหนักหนากับบทรักของชายหนุ่มที่มันช่างดิบเถื่อนถึงขั้วหัวใจ ฟาเบียนยกขาเธอขึ้นพาดแขนเอาไว้ข้างหนึ่ง ก่อนจะสอดตัวเองเข้าไปในช่องทางที่น้ำใส ๆ ยังไหลริน “น้ำเยอะจริง ๆ ผมเข้าลึกถึงใจคุณใช่ไหม” เขาก้มหน้าลงไปถามเธอ ทิพย์ดาราเงยหน้าขึ้นเผยอปากอ้าพะงาบ ๆ ด้วยอาการเหนื่อยหอบ “อูย... อ้า... ไม่เคยเอากับใครแล้วมันเท่ากับคุณเลย ทั้งใหญ่ ทั้งยาว อะ ๆ ๆ ๆ...” เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พร่ำรำพันมาก ชายหนุ่มกระทุ้งท่อนใหญ่เข้าลึกให้ถึงใจของเธอ หัวหยักชนผนังภายในกึก ๆ เธอธาตุลมแตกซ่าน ยกมือขึ้นขย้ำหน้าอกของตัวเอง ห่อปากร้องสูดครางอยู่ตลอดเวลา เสียงผนังกระจกนั้น หากทำไม่ดีราคาถูก ๆ คงพังครืนลงมาแล้ว เขาอัดโยกจนร่างบางหวีดร้องขึ้นมาอย่างสุดเสียงอีกครั้ง ฟาเบียนถอนตัวเองออกมาอย่างรวดเร็ว ทิพย์ดารานั่งลงอย่างรู้งาน เธออ้าปากงับหัวหยักนั้นไปไว้ในปาก สองมือรูดลำใหญ่แค่เบา ๆ ชายหนุ่มร้องโอ้ฉีดความสุขสมใจเข้าไปในโพรงปากของเธอ “กินมันลงไป” เขาออกคำสั่ง ทิพย์ดารากลืนมันลงคออย่างเอร็ดอร่อย “น้ำคุณหวานมากนะคะ” เธอยกหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้เขา และบรรจงใช้ปากทำความสะอาดให้เขาจนหมดจด ฟาเบียนเก็บเจ้าลูกชายของเขาให้เข้าที่ แล้วเดินกลับเข้าไปทำงานต่อ หญิงสาวก้มลงสำรวจร่างกายของตัวเอง เธอแทบเดินขาถ่าง ยังเจ็บจุกในท้องน้อย แต่นั่นไม่เท่าเขาพาเธอขึ้นลงสวรรค์ตั้งหลายรอบ ฟาเบียนนั่งเขียนเช็คยิก ๆ ก่อนจะฉีกมันและส่งให้เธอ ทิพย์ดาราทำสีหน้าแบบไม่รู้เรื่อง “อะไรคะ” เธอทำเป็นพูดจีบปากจีบคอ แต่ก็ยื่นมือไปรับเช็คนั้นมาถือเอาไว้ พอเห็นตัวเลขก็ยิ้มออกมาได้ “ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณเขา ยื่นหน้าเท้าแขนและทำปากจู๋ “จุ๊บ ๆ ๆ นะคะ” เธอคิดว่าตัวเองคงน่ารักที่สุด “เช็คใบนั้น คุณคงซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมได้สักใบ” เธอยิ้มกว้างก่อนที่จะหุบยิ้มเพราะประโยคต่อไปของเขา “ต่อไปคุณไม่ต้องมาที่นี่อีก ถ้าผมไม่เรียก” เขาทำเสียงเข้ม ทั้งแววตาและสีหน้าเอาจริง เธอผวาตกใจถลาเข้าไปหาเขาแทบทันที “ทำไมคะฟาเบียน ดาด้าทำอะไรผิด หรือทำอะไรให้คุณไม่พอใจ” เธอกอดคอของเขาเอาไว้แน่น ฟาเบียนหยิบมือถือขึ้นมาถือ ก่อนจะเปิดข่าวที่ทิพย์ดาราให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวเขา “ดาด้าขอโทษค่ะ” เธอทำท่าทางสำนึกผิด “ผมไม่ชอบการผูกมัด และไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายในชีวิตของผม ผู้หญิงในเมืองไทยมีมากมาย ผมชี้จะนอนกับผู้หญิงคนไหนก็ได้ อย่างผมมีตังค์ซื้อกิน ถ้าผมหิว ผมจะซื้อกินเอง” เขาดึงแขนของเธอที่โอบกอดให้พ้นไปจากร่างกาย ทิพย์ดารายืนตัวสั่น เธอรู้สึกเสียหน้าไม่ใช่น้อย เขาควงเธอแบบเปิดเผย แต่ไม่ให้เรียกว่าแฟน ชายหนุ่มใช้นิ้วกดโทรศัพท์ภายใน “คุณมุกดา บอกการ์ดมาเชิญตัวคุณทิพย์ดาราออกไป แล้วต่อไปห้ามเธอเข้ามาในเขตบริษัทของเราอีก” น้ำเสียงพูดที่จริงจังของเขาทำให้เธอใจหาย “ฟาเบียนอย่าทำแบบนี้กับดาด้านะ” เธอหวีดร้องขึ้นมาทันที ชายฉกรรจ์สี่คนเดินเข้ามาประชิดร่างเธอ พวกเขาไม่ต้องรอคำสั่งของนายเป็นครั้งที่สอง ทั้งสี่ยึดทั้งแขนและขาของเธอ และหามเธอออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ได้ยินแต่เสียงของทิพย์ดาราร้องวี้ด ๆ ด้วยความไม่พอใจ ร่างของเธอถูกนำไปวางไว้ข้างรถเก๋งคันหรูของเธอเอง ทิพย์ดาราแหงนหน้าขึ้นไปมองบนตึกด้วยหัวใจที่เจ็บปวด “คอยดูนะคะ คุณต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายมาง้องอนดาด้า” เธอปรามาสเขาเอาไว้ ใช้กุญแจเปิดรถ เข้าไปนั่ง แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
“อะ... จิล ฉันให้แก” “อะไรอ่ะแก” ปองรักยกหน้ามองสุจิราเพื่อนสาวคนสนิท “บัตรทำผมที่ร้าน........... พอดีมันจะหมดวันอาทิตย์นี้ ฉันก็ลืมเอาไปใช้ วันศุกร์ฉันต้องบินไปญี่ปุ่นกับคุณพ่อคุณแม่ เสียดาย แกเอาไปใช้เถอะ” สุจิราบอก “ว้าว... ของร้านดังด้วย ว่าแต่ไม่ต้องจ่ายตังค์เพิ่มใช่ไหม” ปองรักดีใจสุด ๆ นานแล้วมั้งที่ไม่ได้เข้าร้านทำผม “เออ... ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ทำอะไรทุกอย่างในร้านได้หมด” “แหม... โชคดีจัง ขอบใจนะ” เธอพูดไปยิ้มไป “ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ไปกินข้าวเป็นเพื่อนหน่อยนะ วันนี้เราเลี้ยงเธอเอง” สุจิราบอกกับปองรักเพื่อนรัก เพราะเธอรู้ว่าช่วงนี้ที่บ้านของปองรักมีปัญหาด้านการเงินทำให้เธอต้องกระเบียดกระเสียร ปองรักทำท่าจะปฏิเสธ สุจิราจับมือเธอและลากขึ้นทันที หญิงสาวจำใจต้องเดินตามเพื่อน “ให้เลี้ยงทุกวัน เกรงใจ” เธอบอกสุจิราเสียงแผ่ว “เกรงอกเกรงใจอะไรกัน แกช่วยฉันเรื่องเรียนตั้งหลายเรื่อง อีกอย่างแกก็ไม่ได้กินอะไรเยอะ ขนหน้าแข้งจิราไม่ร่วงหรอกนะ” สุจิราเป็นลูกเจ้าของร้านจิวเวลรี่ที่ดังที่สุดในเมืองไทยตอนนี้ “ขอบใจนะเพื่อน” ปองรักและสุจิรายิ้มให้กันอย่างจริงใจ ณ ร้านเสริมสวย................ ในห้างใหญ่กลางกรุงเทพฯ “ลมอะไรหอบมาคะคุณน้อง” ช่างชลลี่ทักทิพย์ดาราตั้งแต่เธอย่างกรายเข้ามาในร้าน “มีคิวว่างไหมคะ” ทิพย์ดาราถามเพราะเห็นลูกค้านั่งกันอยู่หลายคน “สำหรับน้องดาด้าว่างเสมอ วันนี้จะทำอะไรมั่งคะ” ช่างชลลี่รีบรับกระเป๋าแบรนด์ดังจากมือของเธอไปวางเอาไว้บนโต๊ะกระจกข้างหน้า ดาราสาวเข้าไปนั่งประจำที่ “ซอยเล็มปลายแล้วก็สระไดร์ค่ะ” เธอบอกช่างชลลี่ ก่อนจะทำหน้าเหี่ยว ๆ “เป็นอะไรคะคุณน้องท่าทางอารมณ์บ่จอย” ชลลี่เป็นช่างที่รู้ใจ และก็เปรียบเสมือนเพื่อนสนิทที่ทิพย์ดารารู้จักตั้งแต่เข้ามาเป็นดาราใหม่ ๆ “เซ็งคนค่ะ มีเงิน แล้วทำตัวใหญ่โต เอาแต่ใจ” เธอนึกไปถึงหน้าของฟาเบียนแล้วโมโห ยิ่งนึกถึงตอนที่เขาเอาเงินฟาดหัวของเธอแล้วก็ยิ่งช้ำใจ “แหม... เพิ่งเห็นข่าวให้สัมภาษณ์ถึงหวานใจ” ชลลี่แซว “นั่นแหละค่ะ เขาล่ะที่ดาด้าชักจะเกลียดเสียแล้ว” เธอพ่นลมหายใจออกมา ชลลี่ขยับเข้าใกล้อย่างสอดรู้สอดเห็น “วันก่อนก็ไปเที่ยวยุโรปมาด้วยกันไม่ใช่หรือคะ พี่คิดว่าจะตกร่องปล่องชิ้นกันแล้วเสียอีก” “ผู้ชายนะคะพี่ มีเงินก็คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า ใช้แต่เงินฟาดหัวคนโน้นคนนี้ ยังไงดาด้าก็ต้องเอาชนะเขาให้ได้” เธอพูดอย่างมั่นหน้า “พี่ไม่เข้าใจอ่ะ” ชลลี่งง เพราะไม่เข้าใจที่ทิพย์ดาราพูดออกมาสักนิด “ฟาเบียนเขามีเงินนี่คะ เงินถุงเงินถัง เขาจะเอาผู้หญิงคนไหนที่เขาพอใจมาขึ้นเตียงก็ได้ ก็แค่จ่ายเงิน ดาด้าขอสาปส่งเลยนะคะ แช่งเลยว่าให้เขาไม่มีคู่ครองไปจนตาย” “ว้าย ๆ... ถึงกลับจะไม่เผาผีกันเลยหรือคะ น้ำผึ้งหวาน ๆ ขมปี๋ซะแล้ว” “ยังไม่ทันขึ้นรวงเลยค่ะ ร่วงลงมาซะก่อน ดาด้าก็อยากจะเห็นน้ำหน้าเมียที่เขาจะพาออกหน้าออกตาเหลือเกิน เชอะ...” เธอทำเสียงขึ้นจมูก มองสบตากับช่างชลลี่อย่างสะใจ ปองรักที่นั่งอบไอน้ำอยู่ที่เก้าอี้ห่างไปอีกตัว ได้ยินเรื่องราวที่ทั้งสองสนทนากันอย่างชัดเจน เธอนั่งเปิดเฟซบุ๊กและเช็กข่าวดารา ‘อ๋อ... ทิพย์ดารา คนนี้นี่เอง’ เธอมองไปยังมือถือ และเหลือบตามองใบหน้าของทิพย์ดารา ข่าวที่เธอให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์กับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง (ผู้นำของธุรกิจนำเข้าและส่งออกมือหนึ่งของเมือง ฟาเบียน ฟรองซัว วัย 32 ปี ที่ไม่ยอมแต่งงานเสียที มิน่าล่ะ... เป็นขาประจำคนคุ้นเคยกับนักแสดงมากฝีมืออย่าง ทิพย์ดารา นวลพรรณนี่เอง ไม่น่าเชื่อ ว่าเธอจะชวนเขาลงจากคานทองมาได้ สยบข่าว คาสโนว่าตัวพ่อ ที่มีคอนเซ็ปที่สาว ๆ ฟังแล้วขนลุกไปตาม ๆ กัน “หากอยากได้ทุนการศึกษา ใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่”) ‘นักข่าวก็ช่างเขียนข่าวนะ’ ปองรักหัวเราะหึ ๆ “จะเอายังไงคะคุณ เสี่ยทรงพลเขายื่นคำขาดมาแล้ว” ปิ่นรักมองหน้าสามีน้ำตาคลอ เธอยังตกใจไม่หายที่วันนี้มีชายฉกรรจ์สี่ห้าคนมาหาที่บ้าน และก็ยื่นคำขาดให้ ชาญชัย ใช้หนี้พวกเขา “ต้องขายบ้าน มีทางเดียวแล้ว” คุณชาญชัยนั่งกุมขมับตัวเอง น้ำตาของลูกผู้ชายไหลริน “คุณพ่อคะ คุณแม่คะ” ปองรักเดินออกมาจากมุมมืด เธอแอบฟังบทสนทนาของทั้งสองท่านอยู่นานแล้ว “ยายจิล” แม่มีสีหน้าตกใจไม่น้อย ทั้งสองท่านไม่เคยปริปากว่าตอนนี้ลำบากแค่ไหน แต่เธอรู้ได้จากการที่แม่ลดค่าขนมไปเรียน “จิลมีเงินฝากค่ะ” เธอนั่งลงใกล้ ๆ แม่ แล้วยื่นบัญชีที่เตรียมเอาไว้ให้คุณพ่อ ใบหน้าของคุณพ่อดูหม่นหมองลงไปมาก เขาผิดเองที่ไว้ใจคนผิด เอาเงินเก็บที่มีและยังไปกู้เสี่ยทรงพลอีกสองล้านห้าเพื่อเอาไปลงทุนในครั้งนี้ นอกจากจะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรแล้ว ยังแบกภาระหนี้สินเพิ่มมาอีก เกือบล้าน “แค่สามแสน หนูจิล ลูกเก็บเงินของลูกเอาไว้เรียนต่อนะ พ่อจะพยายามขยับขยายและขอผ่อนผันกับเสี่ยทรงพลอีกที” คุณพ่อลุกขึ้นทันทีที่พูดจบ แต่เธอรู้ว่า พ่อคงเสียใจมาก ไหล่ของท่านสั่นไหวเหมือนคนร้องไห้ แม่รับบัญชีคืนให้เธอ ก่อนจะรีบตามคุณพ่อขึ้นไปบนเรือนอย่างรวดเร็ว “โธ่... แล้วหนูจะทำอะไรให้คุณพ่อได้บ้างคะ” ปองรักเดินกลับขึ้นห้องนอนของตัวเอง เธอนั่งเปิดดูและอ่านเรื่องราวต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่บนเฟซบุ๊ก (สาวจีนประกาศขายพรหมจรรย์ 1 ล้านบาท เพื่อรักษาพี่ชายที่ป่วยเป็นลูคีเมีย) (สาว 18 ชาวบราซิล ประกาศขายตัวเพื่อนำเงินมารักษาแม่ของเธอที่ป่วย) “ทำไมพวกเธอกล้าทำ” เธอนั่งถามตัวเอง
“กรี๊ด...” เสียงแม่กรีดร้องดังลั่น แม่กำลังยื้อยุดฉุดกระชากให้พ่อลงมาจากเก้าอี้ ท่านกำลังจะแขวนคอตาย ปองรักวิ่งอย่างสุดชีวิตเข้าไปในห้องนอนของท่าน แม่ร่ำไห้กอดกันกลมกับพ่อ เธอเห็นแม่ตบหน้าพ่อตั้งหลายครั้ง คุณพ่อทิ้งตัวลงไปนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ร้องไห้ปานน้ำตาจะเป็นสายเลือด ภาพที่เห็นตรงหน้าสะเทือนเข้าไปในหัวใจของปองรักมากมาย เธอเดินเข้าไปอย่างช้า ๆ และทรุดนั่งลงไปกอดพ่อกับแม่เอาไว้แน่น ทั้งสามคนต่างโอบกอดกันแล้วร้องไห้ “อย่าทำแบบนี้อีกนะ” เสียงแม่ตะคอกพ่อเสียงดัง ยกมืออันสั่นเทาของตัวเองขึ้นเช็ดน้ำตาให้กับเขา ผู้ชายที่เคยเป็นผู้นำ เป็นเสาหลักของบ้าน แข็งแกร่งที่สุด ตอนนี้พ่ายแพ้หมดรูป แม่กอดรัดพ่อเอาไว้แน่นปล่อยโฮออกมาเสียงดัง จิลร้องไห้เพราะความสงสารพ่ออย่างสุดหัวใจ พ่อชักกระตุกอยู่ตรงนั้น แม่หวีดร้องดังขึ้นไปอีก ปองรักวิ่งหาสิ่งที่อยู่ใกล้มือที่สุดมาใส่ปากท่านเอาไว้ เพื่อไม่ให้พ่อกัดลิ้นของตัวเอง เธอยัดผ้าเช็ดตัวใส่ในปากของพ่อก่อนวิ่งวุ่นลงบ้านไปหาเอาช้อนกินข้าวไปงัดปากพ่อเอาไว้ เธอวิ่งกลับลงมาอีกครั้ง ตะโกนร้องดังอยู่ที่หน้าบ้านขอให้คนช่วย เพื่อนบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นต่างวิ่งกรูกันเข้ามา เธอเล่าพลางร้องไห้พลาง โชคดีที่มีพยาบาลอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองหลัง เธอปฐมพยาบาลพ่อของปองรัก และสั่งให้คนที่มีสติโทรตามรถพยาบาลอย่างเร่งด่วน คุณแม่เป็นลมหมดสติพอรู้ว่ารถพยาบาลมาถึง ปองรักเป็นห่วงทั้งพ่อและก็แม่ เธอสั่นกลัวและหวั่นในหัวใจ น้ำตาของปองรักไหลพราก ๆ เธอประคองแม่เอาไว้ เพื่อนบ้านหลายคนต่างช่วยเหลือเป็นอย่างดี สภาพของพ่อตอนนี้มีสายระโยงระยาง เธอเกาะกระจกมองท่านด้วยแววตาหม่นเศร้า ส่วนผู้เป็นแม่ยังร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปทั่วให้คุ้มครองสามีของเธอ นายแพทย์เจ้าของไข้เรียกทั้งสองแม่ลูกเข้าไปคุย ท่านบอกว่า พ่อเครียดมาก เลยทำให้เส้นเลือดฝอยในสมองแตก ตอนนี้ใช้ยาระงับเอาไว้อยู่ต้องดูอาการไปอีกสักระยะหนึ่ง ฝ่ายการเงินเดินเข้ามาคุย ขอให้ญาติผู้ป่วยวางเงินประกันค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นไว้ที่หนึ่งแสนบาท ปองรักจัดการเอาเงินเก็บของตัวเองออกมาใช้ เพื่อยื้อชีวิตของพ่อให้ยาวนานที่สุด แม่ไม่ยอมกินข้าวกินปลา จนเธอยื่นคำขาด “แม่จ๋า ฟังจิลนะ แม่ต้องเป็นเสาหลักให้ลูกได้ยึดเหนี่ยว แม่ไม่ต้องกลัว เราจะเผชิญโลกนี้ไปด้วยกัน พ่อต้องหาย แต่แม่ทำหัวใจให้เข้มแข็ง แม่ต้องเป็นคนดูแลพ่อ จิลจะเป็นคนหาเงินมารักษาพ่อ และจะหาเงินมาใช้หนี้ทั้งหมดนี้เอง แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ จิลจะต้องทำได้” เธอไม่ร้องไห้อีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น เธอต้องเข้มแข็งยิ่งกว่าแม่ และต้องพาครอบครัวนี้ให้อยู่รอดไปให้ได้ ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ คุณแม่ของปองรักค่อยทำใจกับเหตุการณ์ได้ โดยมีลูกสาว และญาติ ๆ ของแม่ที่คอยมาให้กำลังใจ ปองรักต้องกลับไปเรียน เพราะอีกแค่เทอมเดียวเธอก็จะจบการศึกษาแล้ว “เอาละนะทุกคน ได้รับเอกสารที่จะต้องกรอกแล้วนะ เป็นเอกสารส่งตัวเองไปฝึกงาน ที่นี่จะมีรายชื่อบริษัทต่าง ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยได้รับการอนุเคราะห์รับนักศึกษาในเอกฯ ของเราไปฝึกงานทุกปี อาจารย์ส่งไปในไลน์ของทุกคนแล้ว ให้ทุกคนรีบเลือกและก็ส่งกลับมาให้อาจารย์โดยด่วน บริษัทต่าง ๆ เขารับคนจำนวนจำกัดนะ ใครเลือกก่อนส่งก่อน มีสิทธิ์ก่อน วันนี้พอแค่นี้” “ขอบคุณค่ะ / ขอบคุณครับ” เสียงอึกทึกก็ดังขึ้น ทุกคนต่างฮือฮานั่งจับกลุ่มหาบริษัทที่ตัวเองสนใจ “จิล พ่อแกเป็นไงบ้าง” สุจิราถามปองรักด้วยความเป็นห่วง “ยังทรง ๆ อยู่” เธอหันไปยิ้มให้เพื่อน “เข้มแข็งนะ ถ้ามีอะไรให้เราช่วยก็บอกนะ ไม่ต้องเกรงใจ” สุจิรายังแสดงน้ำใจต่อเธอเสมอ สองคนจับมือกันแน่น (ฟาเบียน คอนเซ็นเตอร์ ชิปปิ้ง จำกัด) แค่ชื่อก็สะดุดตาสะดุดใจเสียแล้ว เธอนึกไปถึงหัวข้อข่าวที่อ่านเจอเมื่อหลายวันก่อน (“สยบข่าว คาสโนว่าตัวพ่อ ที่มีคอนเซปที่สาว ๆ ฟังแล้วขนลุกไปตาม ๆ กัน “หากอยากได้ทุนการศึกษา ใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่”) “คุณฟาเบียน” เธอขยับปากเรียกชื่อเขาออกมา เธอรีบเสิร์ชหาประวัติและเรื่องราวของเขาในอินเทอร์เน็ต สิ่งที่ได้รับรู้ คือเขาเปลี่ยนผู้หญิงข้างกายเป็นว่าเล่น และทุกคนสวย ๆ ทั้งนั้น และจิลก็ไปเจอบทสัมภาษณ์หนึ่งของเขาในยูทูป (“มีอยู่ประเทศหนึ่งที่คุณฟาเบียนไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนไปเที่ยวเลย เพราะอะไรครับ”) (“ฝรั่งเศสครับ เพราะผมจะเก็บเอาไว้ไปฮันนีมูนกับภรรยาตัวจริง มันเป็นประเทศที่คุณพ่อกับคุณแม่ของผมพบรักกัน และได้ร่วมกันปลูกต้นรักที่นั่น และมีผมที่นั่นด้วย ผมจึงอยากให้เป็นสถานที่ที่เป็นความทรงจำของภรรยาและลูกของผมในอนาคตครับ”) (“คุณฟาเบียนเป็นคนโรแมนติกมากนะครับ”) พิธีกรชม (“คุณฟาเบียนมีเคล็ดลับในการเลือกผู้หญิงยังไงครับ”) เขายิ้มสดใส มีเสน่ห์ และน่ามองมาก เขาส่งสายตาหวานมายังกล้องเบื้องหน้า (“ผมเป็นคนตรง ๆ ผมก็ชอบผู้หญิงที่ตรง ๆ ไม่เรื่องมาก และไม่จุกจิก ไม่ต้องทำฉลาดกว่าผม และผู้หญิงของผมต้องทำให้ผมหายเครียดได้ ยิ้มได้ หัวเราะได้ และเธอก็ต้องยอมผมทุกอย่าง”) พิธีกรชายถึงกับหัวเราะออกมาในคำตอบของเขา เขาเอ่ยแซว (“โอ้โห... คงจะหายากน่าดูนะครับ”) (“ผมไม่ต้องหานะครับ เดี๋ยวก็มีเข้ามาเอง”) เขาโอ้อวดตัวเอง (“แล้วถ้าสาว ๆ อยากจะส่งใบสมัครเป็นแฟนของคุณฟาเบียนต้องทำอย่างไรบ้างครับ”) (“ที่บริษัทของผมเปิดรับเสมอ ตลอดเวลาครับ”) (“แหม... จบรายการนี้ คงมีคนส่งใบสมัครกันจนรับไม่หวาดไม่ไหว”) (“แล้วจริงหรือเปล่าครับ ที่เขาลือกันว่า... คุณชอบแจกเงินให้กับสาว ๆ โดยเฉพาะนักศึกษา”)