ท่านรองเย็นชากับเลขาจอมยั่ว
บทที่ 1 ใครก็ได้

ณ บ้านเอกเรืองกิจไพศาล ภายในห้องของบ้านหลังใหญ่ สมาชิกในครอบครัวซึ่งประกอบไปด้วยคุณดิลกชายวัย 53 ปี คุณกัลยาวัย 53 ปีผู้เป็นภรรยาและทิวัตถ์ในวัย 29 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายคนเดียวของบ้าน ทั้งสาวคนกำลังนั่งดูทีวีและพูดคุยกันตามปกติ ซึ่งลูกชายจะแวะมาทานอาหารเย็นที่บ้านและอยู่คุยกับบุพการีทั้งสองในทุกเย็นวันอาทิตย์ “เรื่องเลขาของเราว่ายังไง เมื่อไหร่จะหาได้สักที” คุณดิลกถามลูกชาย ซึ่งตอนนี้เขาใช้เลขาคนเดียวกับบิดาเนื่องจากเลขาคนก่อนของตนเองนั้นลาออกเพื่อไปแต่งงาน “ผมว่าไม่ต้องหาหรอกครับพ่อ คุณอรก็ทำงานดีอยู่แล้ว” เขาพอใจที่ได้ทำงานร่วมกับอรดีเลขาของผู้เป็นบิดาที่ทำงานมานานหลายปี “พ่อรู้ว่าคุณอรทำงานดี แต่ตอนนี้งานเธอหนักมากนะ พ่อกลัวว่าเธอจะทนไม่ไหวแล้วลาออกขึ้นมาเราสองคนจะแย่เอา พ่อว่าวัตถ์หาเลขาคนใหม่เถอะ” “แม่เห็นด้วยกันพ่อนะ ถ้าเราขี้เกียจจะหาให้แม่หาให้ไหม” “นั่นสิพ่อก็เห็นด้วยนะ ลูกสาวรุ่นน้องของพ่อเพิ่งเรียนจบกลับมาพอดีเลย พ่อว่าเธอน่าจะช่วยงานลูกได้เยอะนะ ได้ยินมาว่าเธอพูดได้หลายภาษาเลย” “พ่อครับ คนเรียนจบจากต่างประเทศและพูดได้หลายภาษาแบบนั้นเขาไม่สนใจงานเลขาหรอกครับ ผมให้ผมหาเองดีกว่า” “พ่อได้ยินเราพูดจะหาเองมาเกือบสองเดือนแล้วนะ” “ครั้งนี้ผมจะหาเองจริงๆ ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้ฝ่ายบุคคลประกาศรับสมัครเลย” “อย่าเสียเวลาเลย แม่ว่าพรุ่งนี้ให้หนูแพรไปเริ่มงานเลยดีกว่า” “ใครนะครับแม่” “หนูแพรลูกสาวอาทรงภพกับอาดรุณีไง วัตถ์จำไม่ได้เหรอ ตอนเด็กๆ ก็เคยเจอกัน” “นั่นสิ พ่อว่าได้คนกันเองมาเป็นเลขาก็ดีเหมือนกันนะ หนูแพรน่าจะช่วยงานลูกได้เยอะเลยทีเดียว” ทิวัตถ์นึกถึงภาพในอดีตแล้วส่ายศีรษะ เพราะคนที่จะมาเป็นเลขาของเขานั้นจะต้องสวยในระดับหนึ่งไม่ใช่เด็กกะโปโลผอมแห้งที่เขารู้จัก “แม่ครับ ผมว่าผมหาเองดีกว่า” “แต่มันจะช้าไปนะ” “ไม่ช้าหรอกครับมา ผมว่าจะให้คนแรกที่มาส่งใบสมัครเลยดีไหมครับ” ทิวัตถ์รู้ดีว่า “วัตถ์ทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้หนูแพรไปเป็นเลขาใช่ไหม” “เปล่าครับมา แม่ก็รู้ว่าเลขาของผมต้องทำงานหนักมาก แถมบางครั้งก็ต้องออกต่างจังหวัดหรือไปคุยงานถึงต่างประเทศ ผมกลัวว่าหนูแพรของแม่จะเหนื่อย ผมเกรงใจอาภพครับถ้าต้องให้ลูกสาวมาทำงานกับผม” “แม่จะยอมวัตถ์ครั้งหนึ่งละกันนะ พรุ่งนี้ให้ฝ่ายบุคคลประกาศรับสมัครเลยแล้วกัน” “ครับแม่ ผมจะให้เขาประกาศในเพจสมัครงาน เพจหลักของบริษัทและจะติดประกาศที่หน้าบริษัทด้วย ถ้าใครมาถึงก่อนแล้วมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนดผมก็จะรับเข้าทำงานเลย” “แล้วคุณสมบัติที่ว่านี่ต้องสวยด้วยไหม” “พ่อไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกครับ ถึงเลขาที่ได้จะสวยแค่ไหน แต่ผมก็ไม่ใช่สมภารที่จะกินไก่วัดนะครับ” “แล้วถ้าไก่ตัวใหม่ที่จะรับเข้าทำงานเกิดอยากจะเป็นอาหารของสมภารล่ะ” คุณกัลยาถามลูกชาย “ผมไม่สนใจหรอกครับ ผมมีเรนนี่อยู่แล้ว” “แม่ว่ามันไม่เสียหายอะไรนะ ถ้าไก่ที่เราพูดถึงนั้นสวยและรู้จักทำงาน ไม่เหมือนแม่เรนนี่อะไรนั้น มีข่าวไม่เว้นแต่ละวัน” “มันก็แค่ข่าวครับแม่ เรนนี่ไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก” “มันก็ต้องมีความจริงอยู่บ้างนั่นแหละ เพราะถ้าไม่จริงป่านนี้เธอคงฟ้องคนที่ปล่อยข่าวไปหมดแล้ว” “เรนนี่บอกผมว่าเธอไม่อยากมีเรื่องครับ เดี๋ยวคนก็ลืมกันไปเอง” “ไม่อยากมีเรื่องหรือกลัวว่าเรื่องที่ปิดไว้จะถูกขุดขึ้นมากันแน่” คุณกัลยาพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เพราะเรนนี่ที่พูดถึงนั้นเป็นนางแบบที่มักจะมีข่าวฉาวและข่าวล่าสุดที่ได้ยินก็คือเรนนี่เป็นเมียน้อยของเสี่ยคนหนึ่งที่ค่อนข้างมีอิทธิพลในวงการบันเทิงเนื่องจากเธออยากจะขยับจากนางแบบไปเล่นละครกับเขาบ้างหญิง “เราคุยกันเรื่องเลขาอยู่นะครับมา แล้วนี่วนมาเรื่องเรนนี่ได้ยังไงล่ะ” “เอาล่ะ พ่อว่าเราคุยเรื่องนี้กันจบแล้ว ถ้าภายในสามวันนี้วัตถ์ยังหาเลขาที่ถูกใจไม่ได้ พ่อและแม่จะบอกอาทรงภพว่าให้หนูแพรมาเริ่มงานได้ทันที” “ผมว่าคงไม่ต้องหรอกครับพ่อ” ทิวัตถ์พูดอย่างมั่นใจนาทีนี้เขาขอใครก็ได้ที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นเลขาของเพราะถ้าให้ลูกสาวของคุณอาทรงภพมาทำงานด้วยเขาก็กลัวว่ามารดาและบิดาจะคิดวางแผนทำอะไรไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มรู้ดีว่าบิดามารดาเคยพูดถึงลูกสาวของเพื่อนๆ ว่าอยากจะได้มาเป็นสะใภ้แต่เขาก็พยายามเลี่ยงมาตลอดเพราะแต่ละคนนั้นสวยไม่เท่าครึ่งของนางแบบสาวอย่างเรนนี่ “ถ้าวัตถ์มั่นใจแบบนั้นแม่ก็ขออวยพรให้ได้เลขาที่ถูกใจนะ” “ขอบคุณครับแม่ คืนนี้ผมขอตัวกลับก่อนนะ” “ดึกแล้วนะลูกไม่ค้างกับแม่เหรอ” “ผมว่าจะไปหาอะไรดื่มสักหน่อย” “เมาแล้วก็อย่าขับรถนะลูก” ผู้เป็นมารดาเตือนด้วยความเป็นห่วง “ครับแม่ ผมไม่ดื่มจนเมาหรอกครับ แค่อยากไปเจอเพื่อนๆ เท่านั้นเอง ไปก่อนนะครับ พ่อ แม่” พอลูกชายคนเดียวออกไปจากแล้วคุณดิลกก็ถอนหายใจเพราะเรื่องที่เขาหวังนั้นมันกลับถูกลูกชายตัวดีปฏิเสธ “แล้วแบบนี้เรากับบ้านนั้นจะได้เกี่ยวดองกันไหม น่าเสียดายนะ พี่อยากได้หนูแพรมาเป็นสะใภ้จริงๆ” “น้องก็อยากได้ค่ะ ถ้าตาวัตถ์ได้เลขาแล้ว เราก็ให้หนูแพรไปทำงานตำแหน่งผู้ช่วยได้นี่คะ” “แล้วลูกเราจะยอมเหรอกัลยา” “ถ้าเราพูดแล้วเขาไม่ยอม ก็ต้องให้คุณทรงภพมาพูดเอง ลูกเราคงไม่กล้าปฏิเสธผู้ใหญ่หรอก” “นั่นสิคะ พี่ลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย แบบนี้ค่อยได้ลุ้นหน่อย หนูแพรทั้งสวยทั้งเก่งแบบนั้นถ้าหลุดมือไปพี่เสียดายแย่เลย

บทที่ 2 เลขาคนใหม่

บริษัท ไพศาลมิลค์แอนด์ฟูด จำกัด เพียงวันแรกที่เปิดรับสมัครก็มีคนสนใจส่งใบสมัครมากกว่าที่คิดไว้ แต่ละคนก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นผู้สมัครที่ชื่อแพรรดาเพราะเธอนั้นเรียนจบต่างประเทศและสามารถพูดภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศสและที่น่าสนใจกว่าคนอื่นก็คือหญิงสาวคนนี้สามารถพูดภาษาจีนได้ด้วยซึ่งทิวัตถ์กำลังต้องการอยู่พอดี เนื่องจากเขาต้องติดต่อธุรกิจกับชาวจีนอยู่บ่อยครั้ง คุณสมบัติของหญิงสาวนั้นเทียบได้กับลูกสาวของคุณอาทรงภพที่บิดามารดาพยายามจะฝากเข้าทำงานทำให้เขาตัดสินใจรับเธอเข้าทำงานในตำแหน่งเลขาโดยไม่ต้องมีการสัมภาษณ์ ซึ่งฝ่ายบุคคลก็ไม่ได้ท้วงติงอะไรสักนิด “พรุ่งนี้ให้เธอมาเริ่มงานได้เลยนะคุณพนิดา” “ได้ค่ะท่านรอง” หัวหน้าฝ่ายบุคคลเดินออกจากห้องไปแล้วทิวัตถ์ก็เรียกคุณอรดีเข้ามาพบตนเอง “ท่านรองได้เลขาแล้วเหรอคะ” หญิงวัยกลางคนถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งเพราะเมื่อครู่หัวหน้าฝ่ายบุคคลเพิ่มบอกเธอไป “ครับคุณอร พรุ่งนี้เธอจะมาทำงานวันแรก ผมฝากคุณอรช่วยสอนงานเธอด้วยนะครับ” “ได้ค่ะท่านรอง อรจะสอนให้เก่งเลยค่ะ” อรดีรีบบอกเจ้านายเพราะถ้าสอนจนเลขาคนใหม่ของเจ้านายจนเก่ง ภาระงานของเธอก็คงจะน้อยลงด้วย สองเดือนที่ผ่านมาเธอทำงานอย่างหนักเพราะต้องเป็นทั้งเลขาของท่านประธานซึ่งเป็นบิดาของชายหนุ่มตรงหน้าและยังพ่วงตำแหน่งเลขาของรองประธานอีกด้วย “ขอบคุณครับ” “อรขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ วันนี้ท่านรองเรียกใช้งานอรได้เต็มที่เลยนะคะ ก่อนที่จะมีเลขาคนใหม่” “ครับ” เช้าวันใหม่ทิวัตถ์มาทำงานในเวลาปกติ แต่พอมาถึงก็แปลกใจเพราะแทนที่หน้าห้องของตนเองจะมีเลขานั่งอยู่แต่มันกลับว่างเปล่า เขาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เพราะที่ผ่านมาเลขาของเขาแต่ละคนจะต้องมาทำงานก่อนเจ้านาย ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องและเริ่มทำงาน ผ่านไปไม่นานเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น “เชิญ” คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่เลขาของเขาอย่างที่คิดไว้แต่เป็นคุณอรดีเลขาของบิดาที่เดินถือแฟ้มเข้ามา “ผมนึกว่าวันนี้เลขาของผมจะมาทำงานแล้วเสียอีกนะคุณอร” “เธอมาตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ มาก่อนอรเสียอีก อรเห็นว่าท่านรองยังไม่มาก็เลยพาเธอไปรู้จักแผนกต่างๆ ในบริษัท” “แล้วตอนนี้เธออยู่ไหนล่ะ คุณอรถึงเอาแฟ้มมาเอง” ทิวัตถ์อยากจะเห็นหน้าเลขาเพราะรูปในใบสมัครงานมันไม่ชัดเท่าไหร่ “นั่นไงคะ” อรดีชี้ไปทางประตูห้องซึ่งหญิงสาวคนกำลังถือกาแฟเข้ามาพอดี ทิวัตถ์ยอมรับในทันทีเลยว่าเลขาคนใหม่ของตนนั้นสวยมากอีกทั้งหุ่นและการแต่งตัวของเธอก็ต่างจากเลขาคนก่อนอย่างลิบลับ เธอไม่ได้สวมสูทกับกระโปรงทรงเอ แต่เธอสวมเสื้อเชิ้ตพอดีตัวคอผ่าลึกกับกระโปรงสั้นเหนือเข่าที่เปิดเผยให้เห็นเรียวขาอย่างชัดเจน ผมดัดลอนปล่อยยาวเน้นกรอบหน้าสวยกับดวงตากลมโตให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หญิงสาววางกาแฟตรงหน้าก่อนจะถอยออกไปแล้วยกมือไว้เจ้านายด้วยท่าทางที่มองดูเพลินตาอย่างบอกไม่ถูก “สวัสดีค่ะท่านรอง ฉันชื่อแพรรดาค่ะ” “มีชื่อเล่นไหม” “รดาค่ะ” “อรพาเลขามาส่งให้แล้ว ขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ” “ครับ” พออรดีเดินออกไปแล้วรองประธานหนุ่มก็หันมาสนใจกับเลขาคนใหม่ต่อ “นั่งก่อนสิ” “ขอบคุณค่ะ” “คุณอรบอกแล้วใช่ไหมว่าต้องทำอะไรบ้าง” “ค่ะ ท่านรอง” “คุณรดาเคยทำงานที่อื่นมาก่อนไหน” “ไม่เคยค่ะ ท่านรองอย่าเรียกคุณรดาเลยนะคะ เรียกรดาเฉยๆ ก็พอค่ะ” “อือ” “รดาเพิ่งมาทำงานที่นี่เป็นที่แรกยังไงก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ มีตรงไหนที่รดาทำไม่ถูกใจท่านรองบอกรดาได้ตลอดเลยนะคะ” “ทำงานกับผมไม่มีอะไรมากหรอก ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนจะถามผมหรือคุณอรก็ได้” “ขอบคุณค่ะ รดาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” “อือ” เลขาคนใหม่ออกจากห้องไปแล้วทิวัตถ์ก็หยิบแฟ้มประวัติของเธอขึ้นมาดูอีกครั้ง รูปในใบสมัครงานกับตัวจริงนั้นต่างกันมากอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขารู้ว่าหญิงสาวจะสวยมากขนาดนี้คงไม่รับมาทำงานตั้งแต่แรก ใช่ว่าเขาไม่ชอบคนสวยแต่เขากลัวว่าเรนนี่จะไม่พอใจและมีปัญหากับเลขาคนใหม่มากกว่า แต่ในเมื่อรับหญิงสาวเข้ามาทำงานแล้วก็อยากจะให้โอกาสเธอได้ทำงานก่อน ถ้ามีอะไรไม่ถูกใจเขาค่อยหาทางไล่เธอออก เรนนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่อยากมีเลขาเพราะเธอมักจะหึงเขาตลอดถ้าเขาต้องออกไปทำงานข้างนอกหรือต้องไปค้างที่อื่นกับเลขา แต่ในเมื่อตอนนี้เขามีเลขาแล้วก็ควรจะรีบบอกแฟนสาวเพราะถ้าเธอเจอกับแพรรดาคงได้มีปัญหากันอีกแน่ อันที่จริงเขาก็เคยสั่งห้ามเรนนี่แล้วว่าไม่ให้เข้ามาวุ่นวายที่บริษัทแต่บางครั้งหญิงสาวมาถ่ายแบบใกล้ๆ ก็มันจะเข้ามาหาซึ่งเขาเองก็ห้ามไม่ได้เพราะยิ่งห้ามก็เหมือนว่าเขามีอะไรซ่อนอยู่ที่บริษัท เพราะเรื่องนี้มารดาของเขาก็เลยไม่ค่อยชอบเรนนี่เท่าไหร่บวกกับเธอมักจะมีข่าวกับผู้ชายคนอื่นอยู่บ่อยๆ ซึ่งเขาเองก็ไม่ค่อยได้ตามข่าวเหล่านั้น พอหญิงสาวบอกว่าเป็นแค่ข่าวเขาก็เชื่อ ไม่ใช่เพราะไว้ใจแต่เพราะเขาไม่ได้คิดจริงจังเท่าไหร่ แต่ที่ยังคบกับเธออยู่แบบนี้มานานเกือบครึ่งปีก็เพราะเขากับเธอนั้นเข้ากันได้ดีในเรื่องบนเตียง ในเมื่อเธอยังคงให้ความสุขเขาได้ทิวัตถ์เลยไม่คิดจะคบคนอื่น แต่เขาก็ไม่เคยประมาทเพราะทุกครั้งที่นอนกับหญิงสาวเขาเองก็ป้องกันอย่างดี เมื่อคิดถึงเรื่องบนเตียงทิวัตถ์ก็ตาเป็นประกายเพราะคิดว่าวันนี้จะโทรนัดให้เธอไปค้างด้วยที่คอนโด เพียงแค่คิดถึงเรื่องอย่างว่าเขาก็แทบจะรอเวลาให้เลิกงานไม่ไหว พอถึงเวลาเที่ยงชายหนุ่มจึงเดินออกมาทันที “รดา บ่ายนี้ผมเข้าบริษัทนะ ถ้ามีเรื่องด่วนก็โทรเข้ามือถือ ถ้าไม่ด่วนก็ให้รอพรุ่งนี้” “ท่านรองจะไปไหนคะ รดาต้องไปด้วยไหม” “ไม่ต้องเพราะฉันไปทำธุระส่วนตัว ถ้าใครถามก็บอกตามนั้น” “ได้ค่ะ”

บทที่ 3 คู่หมั้น

เย็นวันอาทิตย์ตามปกติแล้วทิวัตถ์ต้องมาทานอาหารเย็นที่บ้านกับครอบครัวแต่ที่แปลกจากเดิมก็คงจะเป็นสมาชิกบนโต๊ะอาหารที่มีเพิ่มมาถึงสองคนนั่นก็คือคุณทรงภพและภรรยาซึ่งทิวัตถ์คิดว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าการทานอาหารธรรมดาแน่ๆ แล้วชายหนุ่มก็คิดถูกเพราะหลังทานอาหารแล้วทุกคนก็มานั่งคุยกันที่ห้องรับแขกซึ่งเขาก็ถูกมารดาสั่งให้นั่งฟังด้วย “วัตถ์จำได้ใช่ไหม ที่เราเคยคุยกันว่าถ้าวัตถ์อายุ 30 แล้วยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนวัตถ์จะต้องหมั้นกับผู้หญิงที่พ่อกับแม่หาให้” “แต่ผมมีแฟนแล้วนะครับแม่” “นั่นไม่เรียกว่าแฟนหรอกนะ แม่รู้ว่าลูกชายของแม่ฉลาดพอที่จะไม่คว้าผู้หญิงแบบนั้นมาเป็นแม่ของลูก” “แต่ผมกับเธอก็ยังคบกันอยู่” “แม่จะไม่พูดถึงเรนนี่อีกแต่แม่คิดว่าไม่นานเธอคงออกไปจากชีวิตของวัตถ์ แต่เรื่องที่แม่จะพูดต่อจากนี้คือเรื่องของวัตถ์กับหนูแพร” “ผมกับน้องแพรทำไมเหรอครับ” เขาพูดพลางหันไปมองคุณอาทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ “วัตถ์จะต้องหมั้นกับหนูแพร” “เราสองคนแทบไม่รู้จักเนะครับ ไม่ได้เจอกันสิบกว่าปีแล้ว จะให้หมั้นกันยังไง ขอโทษนะครับคุณอาที่ผมพูดตรงๆ” “ไม่เป็นไร อาไม่บังคับก็แค่อยากฟังคำตอบเพราะเรื่องนี้อากับพ่อแม่ของวัตถ์คุยกันไว้ตั้งแต่หนูแพรเกิด ถ้าวัตถ์ไม่อยากหมั้นอาก็เข้าใจ” “ขอบคุณครับคุณอา” “ถึงอาภพจะเข้าใจหรือไม่โกรธแต่ยังไงพ่อก็อยากให้เรากับลูกสาวอาภพหมั้นกันจริงๆ วัตถ์จะไม่ลองทำความรู้จักน้องก่อนเหรอ เราสองคนน่ะเหมาะสมกันมากนะ” “อย่าบังคับลูกเลยค่ะพี่ดิลก ณีกับภพเข้าใจหนุ่มสาวสมัยนี้ดี ยายแพรเองก็คงไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ วันนี้นัดกันแล้วว่าพามากราบพี่ทั้งสองยายแพรยังเบี้ยวนัดเลย” “น้องแพรก็ไม่อยากหมั้นกับผมเหมือนกันใช่ไหมครับคุณอา” “ยายแพรยังไม่รู้เรื่องหมั้นหรอกจ้ะ แต่ถ้ารู้ก็คงไม่ยอมง่ายๆ เหมือนกัน ลูกสาวอาน่ะชอบเอาชนะ ถ้าเราไปบังคับให้เขาทำอะไรเขาจะทำตรงข้าม อาสองคนถึงไม่โกรธที่วัตถ์จะปฏิเสธเรื่องหมั้น แล้วเรื่องนั้นเราก็คุยกันไว้ตั้ง 20 กว่าปีแล้ว” “แต่พี่อยากให้เราเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ นะ” คุณกัลยาพูดด้วยความเสียดาย “พี่กัลยาคะ เราเป็นพี่เป็นน้องกันได้นี่ค่ะ เอาไว้มากรุงเทพครั้งหน้าณีจะพายายแพรมากราบคุณพี่ทั้งสองและพามาเจอวัถต์ วัตถ์คงไม่ว่าอะไรใช่ไหม” “ไม่หรอกครับ ผมไม่ได้เจอน้องมานาน ได้เจอได้คุยกันเราสองคนอาจจะเป็นพี่เป็นน้องที่ดีต่อกันได้” “อาก็อยากให้รู้จักกันไว้ ยิ่งตอนนี้น้องมาอยู่กรุงเทพคนเดียวอาก็เป็นห่วง” “ผมคิดว่าน้องช่วยงานคุณอาที่สมุทรสาครเสียอีก” “น้องอยากหาประสบการณ์ก่อนน่ะ แล้วค่อยกลับไปทำงานที่บ้าน อาอยากจะขอเบอร์โทรศัพท์วัตถ์ไว้หน่อยได้ไหม เผื่อน้องมีปัญหา เพราะกว่าอาจะขับรถมาถึงก็เกือบชั่วโมง” “ได้ครับ” กลับมาจากบ้านของคุณดิลกแล้วคุณทรงภพและภรรยาก็แวะหาลูกสาวที่คอนโดมิเนียมอีกครั้งก่อนกลับสมุทรสาคร “ทำไมพ่อกับแม่ไปนานจัง หรือแอบแวะไปที่ไหนมาคะ” “ไม่ได้แวะที่ไหนหรอกลูก เราก็แค่มีเรื่องคุยกันนิดหน่อย” “คุณลุงคุณป้าสบายดีใช่ไหมคะ” “ท่านสองคนสบายดี เอาไว้ครั้งหน้าแม่จะพาเราไปหาท่านนะ กลับมาตั้งหลายอาทิตย์แล้วยังไม่ไปเจอท่านเลย” “ก็ได้ค่ะ แล้วแม่คุยธุระอะไรกับคุณลุงคุณป้าเหรอคะถึงได้กลับช้าขนาดนี้” “ก็คุยเรื่องหมั้นของเขากับพี่วัตถ์ไงล่ะ” “หมั้นเหรอคะ” “ใช่สิ” “หนูไม่หมั้นนะคะ จู่ๆ จะให้หมั้นกับใครที่ไหนก็ไม่รู้หนูไม่เอาด้วยหรอกนะคะแม่” “หนูก็รู้จักพี่วัตถ์ดีนี่ ไม่ใช่ใครที่ไหนที่ไม่รู้จัก” “แต่หนูไม่อยากหมั้นค่ะ พี่เขามีแฟนแล้ว” “นั้นไม่ใช่แฟนสักหน่อย เขาก็แค่คบฆ่าเวลา ป้ากัลยาไม่มีทางให้เธอมาเป็นสะใภ้หรอก” “ถึงเขาจะไม่มีแฟนหนูก็ไม่หมั้นหรอกค่ะแม่” “หนูมั่นใจนะว่าไม่อยากจะหมั้นกับพี่เขาจริงๆ” “ทำไมแม่ถามอย่างนั้นล่ะคะ” “ก็แม่รู้ว่าหนูเคยแอบชอบพี่เขา” “นั่นมันตอนที่หนูยังเด็กค่ะ แต่ตอนนี้หนูโตแล้วและพี่วัตถ์ก็ไม่ใช่ผู้ชายในสเปกหนูเลย” เป็นความจริงที่ว่าแพรรดาเคยชอบเขามากถึงตอนนี้ก็ยังคงชอบอยู่เธอถึงได้ไปสมัครงานที่บริษัทของเขาตามที่บิดามารดาของเธอของเขาแนะนำ แต่การเจอกันครั้งนี้ก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกเสียความมั่นใจไปมากเพราะเขาจำเธอไม่ได้เลยสักนิด ทั้งที่แต่ก่อนเขาและเธอก็คุ้นเคยกันดีเพราะนอกจากบิดามารดาของทั้งสองจะเป็นเพื่อนกันแล้วพี่ชายของเธอกับเขาก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันและเขาก็มักไปนอนค้างที่บ้านของเธออยู่บ่อยครั้ง “แม่ได้ยินแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย” “สบายใจเหรอคะ หนูคิดว่าพ่อกับแม่จะโกรธหนูเสียอีก” “แม่กับพ่อจะโกรธทำไม ในเมื่อที่คุยกันวันนี้พี่เขาก็ไม่อยากหมั้นกับหนูเหมือนกัน” “เหรอคะ แล้วเขาบอกเหตุผลไหมว่าทำไมถึงไม่ยอมหมั้นกับหนู” “แม่ก็ลืมถามเลย ว่าแต่หนูไม่โกรธใช่ไหมที่พี่เขาปฏิเสธแบบนั้น” “ไม่หรอกค่ะ หนูเข้าใจ คนเราก็ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ หนูเองยังไม่ชอบเลยพี่เขาก็คงไม่ชอบเหมือนกัน” “ก็ดีนะที่บอกกันตรงๆ ไม่ใช่ว่ายอมหมั้นแล้วสุดท้ายมาเลิกกันทีหลังแบบนั้นจะมองหน้ากันไม่ติด” “แต่ทำไมพ่อกับแม่ดูผิดหวังล่ะคะ” “นิดหน่อยจ้ะ เพราะพี่เขาเหมาะสมกับหนูมากเลยนะ ดูท่าทางเป็นผู้ใหญ่ ทำงานก็เก่งแต่เมื่อทั้งสองคนไม่อยากจะหมั้นพ่อกับแม่ก็ไม่บังคับหรอก แล้วหนูจะเอายังไงต่อล่ะ จะทำงานที่บริษัทเขาต่อไปหรือจะกลับบ้านไปทำงานกับพ่อกับพี่ดีล่ะ” “หนูจะทำงานที่เดิมว่าแต่หนูขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมคะ” แพรรดามองหน้าบิดาด้วยสีหน้าจริงจัง “ถามมาสิลูก” คุณทรงภพเห็นท่าทางของลูกสาวแล้วก็เริ่มคิดหนักเพราะท่าทางแบบนี้หมายความว่าหญิงสาวคงกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างซึ่งมันต้องเป็นอะไรที่ไม่เหมือนคนทั่วไปทำแน่ๆ “พ่อกับแม่อยากได้พี่วัตถ์เป็นลูกเขยมากไหมคะ” “อยากได้สิ ไม่ใช่แค่พ่อกับแม่ที่อยากได้เขาเป็นลูกเขยแต่ลุงดิลกกับป้ากัลยาก็อยากจะได้หนูเป็นสะใภ้ ว่าแต่หนูถามแม่ทำไมในเมื่อหนูเองก็ไม่อยากจะหมั้น” “หนูว่าหนูเปลี่ยนใจแล้วค่ะ” “แพรคิดจะทำอะไร” “ก็ทำให้พ่อ แม่และลุงกับป้าสมหวังไงคะ” ดรุณีมองหน้าสามีแล้วแอบยิ้ม เธอรู้ว่าลูกสาวเป็นคนชอบเอาชนะยิ่งได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่อยากจะหมั้นก็ยิ่งกระตุ้นให้เธออยากจะทำตรงกันข้าม

อ่านต่อ