บนชั้นสูงสุดด้วยระดับน้ำทะเล 227 เมตรหรือกว่า 62 ชั้นของ ‘Riches City’ กาสิโนหรูมีระดับแห่งภาคพื้นเอเชีย ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นไนต์คลับหรูที่เนืองแน่นทุกคืนสำหรับนักท่องราตรี โดยเฉพาะส่วนบาร์เครื่องดื่ม ร่างน้อยอรชรในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่าของบาร์เทนดี้สาว เจ้าของเรืองร่างชวนมองนั้นกำลังวาดลวดลายเขย่าเครื่องดื่มคอกเทลให้นักเที่ยวขาประจำด้วยเสน่ห์เร้าใจ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสาวสวยเจ้าของหุ่นงดงามอวบอิ่มนี้มีส่วนเรียกแขกและเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดประจำคลับแห่งนี้ “บอสครับ คุณหนูแอบมาทำงานอีกแล้วครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มร่างสูง กรอกเสียงทุ้มแข่งกับเสียงดนตรีภายในสถานบันเทิงลงสมาร์ทโฟนเพื่อรายงานสถานการณ์ตรงหน้าให้บอสหนุ่มเจ้าพ่อกาสิโนได้รับทราบ สายตาคมยาวเรียวของบอดี้การ์ดหนุ่มจ้องตรงไปที่สาวน้อย โดยไม่ให้เธอรู้ตัว “เฝ้ายัยน้องไว้ให้ดีอย่าให้คลาดสายตา ฉันกำลังไปเดี๋ยวนี้!” เขาออกคำสั่งเสียงเข้มขึง ดวงตาคู่คมดำสนิทของเขานั้นเปล่งประกายโกรธเคืองอย่างเอาแต่ใจ จะไม่ให้โกรธได้อย่างไรล่ะ ก็ยัยน้องที่ถูกพูดถึงก่อเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน และครั้งนี้เขาจะถือเป็นครั้งสุดท้ายที่จะให้สาวน้อยมีโอกาสได้ออกไปก่อเรื่องแบบนี้อีก ‘พี่บอกแล้วไม่รู้กี่ครั้ง ยัยน้องยังกล้าขัดคำสั่ง เห็นทีต้องลงโทษให้หนัก!’ “ครับผม” วิสรุตต์บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าหล่อขัดกับสายอาชีพเสียเหลือเกินรับคำก่อนส่งปลายนิ้วแกร่งกดวางสายสมาร์ทโฟนล้ำสมัย แต่ทันใดนั้นเขาต้องเบิกตากว้างอีกครั้งด้วยความตกใจที่เห็นร่างสวยระหงของนางแบบสาวลูกครึ่งฝรั่งเศสคู่ขาของบอสหนุ่มย่างกรายเข้ามาบนไนท์คลับหรูแห่งนี้ด้วยท่าทางที่ตั้งใจจะมาเอาเรื่องใครหรือตามหาใครสักคน สายตาคมเฉี่ยวที่อยู่ใต้ไอน์ไลเนอร์ที่กรีดเรียวเฉียบยิ่งทำให้หน้าสวยนั้นยิ่งดูสูงส่งมากยิ่งขึ้นไปอีก “นั่นคุณเมญ่านิ่ มาทำอะไรที่นี่ บอสก็ไม่ได้มาดริ๊งค์ที่นี่นิ่นา” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างนึกสงสัย ปกติเขาจะเห็นเมญ่าเป็นเงาตามตัวบอสหนุ่มเจ้าเสน่ห์ของเขาไม่ห่าง แต่ทำไมคืนนี้นางแบบสาวกลับขึ้นมาบนคลับหรูนี้เพียงลำพัง แถมเดินตรงไปหาคุณหนูของเขาด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นมิตรและดูคุกคามเสียอีกด้วย ประสบการณ์ของบอดี้การ์ดทำให้เขาเดาสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ได้ตรงเผงและสิ่งที่เขาคาดก็ไม่มีผิดเลย “นี่หล่อน!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดฟังดูไม่เป็นมิตรถูกส่งออกไป ภาพที่บาร์เทนดี้สาวเห็นคือนางแบบสาวสวยหยุดยืนจังก้าตรงหน้าตัวเองในระยะประชิด สายตาเฉี่ยวที่กรีดด้วยอายไลเนอร์ที่แสนบรรจงมองจ้องร่างบอบบางบาร์เทนดี้สาวอย่างอาฆาตมาดร้าย “คุณเรียกฉันเหรอคะ?” อรินรดาหยุดถามระหว่างที่กำลังผสมเครื่องดื่มคอกเทลให้แขกนักท่องราตรีที่นั่งเรียงแถวอยู่หน้าบาร์เครื่องดื่ม แน่นอนว่าบรรดานักเที่ยวทั้งหมดในบริเวณนั้นถึงกับเงียบกริบ หยุดชะงักทุกการกระทำ มองไปตามเสียง หนุ่มนักเที่ยวบางคนถึงกับยิ้มด้วยความชื่นชมที่นางแบบสาวสวยระดับอินเตอร์มาอยู่ใกล้ๆ ที่สายตามองเห็น จมูกได้กลิ่นถึงเพียงนี้ ปกติดารานางแบบคนมีชื่อเสียงเข้าถึงยากจะตายไม่ใช่เหรอ “ย่ะ หล่อนนั่นแหละ หน้าด้านแพศยาไม่มีใครเกิน ก็เห็นจะมีแต่หล่อนนั่นล่ะที่ตอนนี้มาวอแวกับแฟนของฉัน” เมญ่าตวาดออกมาด้วยภาษาไทยที่สำเนียงฟังดูแปล่ง ก่อนที่นางแบบสาวจะหยุดจ้องอรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูแคลนเอาเรื่อง หนุ่มๆนักเที่ยวบางคนถึงกับปล่อยเสียงอือออกมาด้วยความผิดหวัง ก็จะไม่ให้ผิดหวังได้อย่างไรนางแบบหน้าสวยและมีผลงานออกสื่อที่น่าชื่นชม แต่สิ่งที่เธอพูดและเจอตัวจริงวันนี้กลับน่าผิดหวังเพราะดูท่าทางการพูดจาหาเรื่องแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับลูกสาวนักเลง นางแบบสาวมองไปทั่วก็เริ่มรู้ตัวว่าตนเองกำลังตกเป็นเป้าสายตาแต่ใช่ว่าสาวนางแบบหัวนอกจะสนใจมากไปกว่าการชำระแค้นมารหัวใจที่ยืนหน้าหวานอยู่ตรงหน้า หล่อนไม่ใช่แค่สวย แถมมันยังดูเย้ายวนกว่า เด็กกว่าจนน่าหมั่นไส้ แบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ‘ไม่น่าเชื่อว่าอรรค จะมาคั่วกับเด็กข้างถนนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างนังบาร์เทนดี้ไร้ราคานี่’ เมญ่าคิดอย่างสมเพทก่อนจะส่งมือไปจิกผมอรินรดาออกมาจากบาร์ แล้วตบฉาดใหญ่จนอรินรดาหน้าหันแบบงงๆ บาร์เทนดี้สาวรู้สึกชาวูบไปทั่วทั้งหน้าและมันเริ่มเห่อแดงขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว “นี่มันเรื่องอะไรกัน?” อรินรดาชักใบหน้าหันกลับมาในองศาเดิน สายตามองจ้องนางแบบสาวอย่างไม่เข้าใจ ทำไมอยู่ดีๆ ผู้หญิงที่จัดว่าสวยและมีดีกรีนางแบบดังพ่วงท้ายจึงมุ่งมาทำร้ายตนอย่างไม่อายใคร ‘ฉันไปทำอะไรให้ผู้หญิงคนนี้คิดแค้นหรือเดือดร้อนนักงั้นเหรอ ถึงมาทำร้ายกันแบบนี้ หรือว่ามีความเข้าใจผิด’ อรินรดาสับสนสมองคิดอย่างปราดเปรียวว่าจะรับมือกับผู้หญิงอารมณ์ร้ายตรงหน้าอย่างไร “หล่อนไม่มีปัญญาหาผัวเรอะถึงได้มายุ่งกับผู้ชายของฉัน?” มือของนางแบบปากไวฉวยเอาแก้วเครื่องดื่มสาดใส่หน้าอรินรดาอย่างคนพาลก่อนที่จะตวาดถามจนฟังแล้วแสบหูกับเสียงร้ายๆที่แทบจะเป็นเสียงกรี๊ด “ผู้ชายของคุณ?” อรินรดางงไปกันใหญ่ว่าผู้หญิงตรงหน้าหมายถึงใครกัน ในชีวิตนี้เธอไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายของใครให้ตัวเองเป็นผู้หญิงบาปเลยสักนิด ผู้หญิงสวยจัดคนนี้กำลังพูดถึงใครกันแน่ เธองงไปหมดแล้ว ‘ผู้ชายของฉันงั้นเหรอ ผู้หญิงคนนี้กำลังหมายถึงใคร นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?’ อรินรดาสับสนและงงไปหมดแล้ว “แกเป็นอะไรกับคุณอรรค แกแย่งผัวฉัน แกตาย” พูดจบร่างสูงเพรียวก็พุ่งตรงไปยังร่างบางของอรินรดาหมายจะตบตีลงไม้ลงมือให้สมกับความชิงชัง “หยุด” อรินรดาง้างมือรับฝ่ามือของเมญ่าที่จะตั้งใจตบเธอลงอีกครั้ง ก่อนผลักร่างสูงระหงนั้นออกสุดแรง มือเพรียวจำเป็นต้องใช้แก้วเชคสำหรับผสมเครื่องดื่มที่บรรจุน้ำแข็งเอาไว้สาดออกไปโดนตัวนางแบบเพื่อป้องกันตัว นางแบบสาวเต้นเร่าๆ เมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่กล้าตอบโต้ วิสรุตต์เห็นท่าจะไม่ดี รีบวิ่งเข้าไปห้าม มือแกร่งของเขารวบสะเอวคอดสวยของเมญ่ามาล็อกไว้ไม่ให้นางแบบสาวพุ่งตรงไปทำร้ายคุณหนูของเขาได้อีก “นี่แกเป็นใคร ปล่อยฉันนะ ฉันจะตบนังนี่ล้างน้ำให้หายแค้น” นางแบบสาวตวาดสุดเสียง สายตาตวัดจดจ้องอรินรดาอย่างอาฆาตมาดร้าย “คุณเมญ่า หยุดเถอะครับ มีเรื่องเข้าใจผิดแล้ว” บอดี้การ์ดหนุ่มพยายามสงบศึกแต่นางแบบสาวกลับยิ่งดิ้น ไม่น่าเชื่อว่าร่างระหงผอมบาง ดูเหมือนจะปลิวลมเวลาเดินเฉิดฉายบนเวทีแคทวอรคพอเอาเข้าจริงๆ จะแรงเยอะขนาดนี้ บอดี้การ์ดฝีมือพระกาฬอย่างเขาแทบจะเอาไว้ไม่อยู่ ทำเอาเหงื่อเร็ดกันเลยคราวนี้ “ปล่อยฉันนะ! แกเป็นใครมาวุ่นวายกับฉัน” ใบหน้าสวยคิ้วขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิดอารมณ์เสีย มีชายแปลกหน้ามาขัดใจ แถมยังขวางไม่ให้เธอจัดการยัยหน้าจืดนี่ได้อย่างสาสมใจ อารมณ์นางแบบสาวตอนนี้พร้อมระเบิดอยู่แล้ว แต่พอถูกขัดใจก็ยิ่งเต็มไปด้วยรังสีของการทำลายล้างที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ “ผมวิสรุตต์ เป็นการ์ดของคุณอรรคครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มแนะนำตัวเสียเลย “แต่ตอนนี้ถูกมอบหมายให้ดูแลคุณหนูคนนี้" ดวงตาสวยคมเฉี่ยวเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อ เธอไปไหนมาไหนกับอนรรฆบ่อยครั้งก็จริงแต่ไม่คุ้นหน้าบอดี้การ์ดคนนี้เลยหรือว่าตานี่จะแอบอ้าง ยิ่งบอกว่าต้องดูแลนังหน้าจืดนี่อีก พูดแล้วมันน่าแค้นน่ะสิจะตบล้างน้ำนังแพศยานี่กลับมีคนยื่นมือเข้ามายุ่ง มันขัดใจจริงๆ “ปล่อยนะ ฉันจะตบนังนี่ มันพยายามจะแย่งคุณอรรคไปจากฉัน” นางแบบอินเตอร์เกรี้ยวกราดโวยวายลั่นสีหน้าเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต เธอยืนนิ่งแต่ตัวสั่นระริกไปด้วยความโกรธและแรงอาฆาต สายตาเฉี่ยวจ้องแน่วนิ่งไปที่อรินรดาที่ยืนไม่รู้อีโหน่อิเหน่ “ที่แท้คุณก็คือผู้หญิงของพี่อรรคสินะคะ” อรินรดาเปรยเมื่อเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างและปะติดปะต่อเรื่องราว ‘ที่แท้ก็ผู้หญิงอีกคนในกรุของพี่อรรคแถมเธอคนนี้ไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของฉัน ว่าคือน้องสาวของมาเฟียเจ้าพ่อกาสิโน’ อรินรดาคิด ในใจเริ่มคิดให้อภัย เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นกับอรินรดาเสมอๆเลย ก็พี่ชายคนต้นเรื่องออกจะหล่อ รวย และมีแรงดึงดูดเพศตรงข้ามแบบนั้นมันไม่ใช่แค่เข้าใจ แต่อรินรดาถึงขั้นต้องทำใจกันเลยทีเดียว! “จะบอกให้รู้ตัวนะคะ ว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวของพี่อรรคหรอก คุณเป็นแค่หนึ่งในจำนวนผู้หญิงหลายๆ คนเท่านั้น” อรินรดาพูดใบหน้ายิ้มบาง “อย่างน้อยคุณจะได้ไม่สำคัญตัวผิด” สิ่งที่เธอบอกอีกฝ่ายก็แค่อยากจะให้ทางสว่างเผื่อว่านางแบบสาวลูกครึ่งจะได้เข้าใจและรู้สึกตัวได้สักทีว่ามีสถานะแบบไหนกับพี่ชายของตน “หุบปากพล่อยๆของแกนะ นังเด็กข้างถนน” ทั้งที่รู้ตัวว่าตนเองก่อเรื่องด้วยความเข้าใจผิด แต่ก็ยังไม่เลิกเกรี้ยวกราดจนวิสรุตต์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับพฤติกรรมที่ขัดกับหน้าตาของนางแบบสาวเสียเหลือเกิน ‘เสียดายเป็นถึงนางแบบ ก่อเรื่องหึงหวงเพราะความไม่รู้แบบนี้ เสียภาพหมดเลยครับคุณนางแบบ’ วิสรุตต์ตำหนิในใจ “เอ่อ...คุณเมญ่าครับ คุณข้าวหอมไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนนะครับ” บอดี้การ์ดอธิบาย สายตาคมกริบของบอดี้การ์ดหนุ่มจ้องลึกไปที่นางแบบสาวสวยราวต้องการสะกดจิต อย่างน้อยๆ ให้นางแบบสาวเรียกสติกลับคืนมาได้บ้างแต่จากที่ดู นางแบบสาวไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเลยแม้แต่น้อย “ช่างเถอะค่ะคุณรุตต์ อย่าไปเสียเวลาอธิบายกับผู้หญิงไม่มีสมองเลย” อรินรดาห้ามวิสรุตต์เหมือนว่าเธอไม่อยากให้บอดี้การ์ดหนุ่มอธิบายอะไร “กรี้ดดดดด แกตาย” เมญ่าดิ้นสุดแรงจนร่างเป็นอิสระแล้วพุ่งเข้าไปตบอรินรดา แต่มีหรืออรินรดาจะยืนนิ่งๆให้นางแบบสาวตบอยู่ฝ่ายเดียว รู้จักอรินรดาน้อยไปสิ! อรินรดาหมุนตัวหลบแล้วเข้าไปในบาร์เครื่องดื่ม คว้าแก้วที่มีเครื่องดื่มบรรจุอยู่แล้วสาดออกไปโดนตัวนางแบบสาวถือเป็นการล้างแค้นบ้าง จนทำให้หุ่นระหงดิ้นพล่านสายตากราดเกรี้ยวคู่นั้นยิ่งทวีความโกรธยิ่งกว่าภูเขาไฟบนเกาะบอร์เนียวเป็นสิบๆลูกระเบิดขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ร่างระหงของเมญ่าจะพุ่งเข้าโจมตีอรินรดา ในที่สุดก็เปิดศึกฟ้อนเล็บขึ้นระหว่างนางแบบอินเตอร์กับบาร์เทนดี้สาวพราวเสน่ห์ ท่ามกลางนักเที่ยวหนุ่มๆน้อยใหญ่ที่ส่งเสียงเชียร์บรรยากาศ ‘Cat fight’ อย่างเมามัน วิสรุตต์เห็นแล้วได้แต่อ่อนใจ ไม่รู้จะห้ามศึกนี้อย่างไรดี ผู้หญิงคนหนึ่งก็คุณหนูของเขา อีกคนก็คู่ควงของบอส ในสมองของบอดี้การ์ดหนุ่มตอนนี้ได้แต่คิดถึงบอสหนุ่มเจ้าเสน่ห์ว่าเมื่อไหร่จะมาถึงที่นี่สักที ก่อนที่จะเละเป็นโจ๊ก $$$$$$$$
มาเฟียเจ้าพ่อกาสิโนหนุ่มรีบเคลียร์เอกสารอย่างรวดเร็วก่อนพับเก็บแฟ้มแล้ววางเรียงบนโต๊ะ มือแกร่งเอื้อมไปกดสายโทรศัพท์ถึงเลขานุการหนุ่มส่วนตัวเขา “ผมเซ็นต์เอกสารเรียบร้อยแล้ว มาเอาไปจัดการต่อไป ผมจะขึ้นไปที่คลับเฮ้าส์” น้ำเสียงเจ้าพ่อกาสิโนหนุ่มเรียบเฉยแต่ฟังดูมีอำนาจ “ครับบอส” เอกสิทธิ์เลขานุการหนุ่มคนที่อนรรฆไว้วางใจที่สุดคนหนึ่ง ทำงานกับเขามาเกินกว่าสิบปี ไม่นานมาเฟียเจ้าพ่อกาสิโนเจ้าของร่างสูงโปร่งแลดูสมาร์ท มีเสน่ห์ดึงดูดกระชากใจสาวๆ ก็พาตัวเองมาถึง ‘Riches Paradise’ ซึ่งก็คือคลับหรูสำหรับนักดื่มลูกค้าวีไอพีของ Riches City แต่เจ้าพ่อหนุ่มต้องประหลาดใจเมื่อเสียงเชียร์แคทไฟท์ดังกึกก้อง ภาพที่เห็นทำเขาแทบจะอารมณ์ระเบิด มันเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อที่ผู้หญิงที่เขารู้จักทั้งสองคนจะมาเผชิญหน้ากันในสถานการณ์แบบนี้! “หยุดเดี๋ยวนี้!!” น้ำเสียงของชายหนุ่มทรงพลังและเปี่ยมอำนาจดังก้องคลับหรูทุกสายตามองไปตามเสียงทรงพลังของเขาเพียงคนเดียว ดนตรีพักการบรรเลงลงไปทันที ส่งผลให้สงครามระหว่างสองสาวสวยสงบศึกลงชั่วขณะ “พี่ชาย!” เสียงหวานสะดุ้งอุทาน ตาคู่สวยเบิกโพรงไม่นึกฝันว่าพี่ชายจะรู้ว่าเธอมาหาอาชีพเสริมทำที่นี่ แน่ล่ะ! ทำไมไม่ทำที่ไนท์คลับไกลๆ จะของใครก็ได้ แต่อรินรดาคิดว่า ที่ๆอันตรายที่สุด คือที่ๆปลอดภัยที่สุด เธอได้ยินในหนังสมัยเด็กๆน่ะ ยิ่งหนีพี่ใหญ่ทำงาน ยิ่งต้องทำในที่ๆพี่ใหญ่บริหารนั่นแหละที่สาวน้อยคิด แต่ไม่คิดฝันเลยว่าเรื่องจะแดงเร็วขนาดนี้ ไหนพี่พอลย้ำนักย้ำหนาว่าพี่อรรคไม่มีทางรู้ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะนางแบบสาวคู่ขาของพี่อรรคมาหาเรื่องเธอเพราะความเข้าใจผิดคิดว่าอรินรดาเป็นกิ๊กคนใหม่ของอนรรฆละก็ ไม่มีทางที่พี่อรรคจะรู้ว่าเธอมาทำงานที่นี่ แย่ที่สุด!! “ตกใจมากเหรอข้าวหอม?” เสียงเรียบนิ่ง สีหน้าเข้มดุกำลังจดจ้องมาที่น้องสาวหัวดื้ออย่างน่าทำโทษ “พี่ชายมาได้ไง? รู้ได้ยังไงว่าข้าวหอมอยู่ที่นี่?” เสียงหวานอึกอักเพราะนี่เป็นแค่ไม่กี่คืนที่เธอมาทำงานบาร์เทนดี้ที่คลับนี้ตามคำแนะนำของพงศกร สายตาคู่สวยปรายไปมองหน้าบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างวิสรุตต์ที่เฝ้าดูแลเธอ “คุณรุตต์ฟ้องพี่อรรคเหรอคะ?” สาวน้อยเอ่ยน้ำน้ำเสียงไม่พอใจ ทำหน้างอง้ำอย่างคนเอาแต่ใจ “เปล่านะครับ!” วิสรุตต์ปฏิเสธเสียงแข็งก่อนให้คำอธิบายต่อไปว่า “คุณหนูครับ ถึงผมไม่บอก สักวันบอสก็ต้องรู้อยู่ดี” วิสรุตต์แก้ตัวสีหน้าเจื่อนๆ เขาไม่อยากทำอะไรให้คุณหนูไม่พอใจแต่คราวนี้มันจำเป็นจริงๆ พออนรรฆมาถึงคลับ ลูกน้องก็ตามขึ้นมาเป็นพรวนรวมทั้งสิทธิเดชผู้จัดการใหญ่ของ Riches City “คุณสิทธิเดช ผมฝากช่วยดูแลคุณเมญ่าด้วย พาเธอไปส่ง ส่วนผมจะพาน้องสาวตัวดีกลับไปทำโทษ” อนรรฆสั่งธุระกับผู้จัดการคลับแห่งนี้ แต่สิ่งที่เขาเพิ่งบอกออกไปมันย้ำถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอรินรดาทันที ซึ่งทำเอานางแบบสาวสวยถึงกับอึ้งตาค้างเพราะว่าเธอเข้าใจผิดมาตลอด จึงเป็นเหตุให้เธอกลายเป็นคนก่อเรื่องวุ่นวายในวันนี้ขึ้นแถมแม่สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มนั่น ไม่ใช่กิ๊กของอนรรฆอย่างที่เธอถูกเสี้ยมมาแบบผิดๆ แต่เธอเป็นน้องสาว ‘น้องสาว’ ทำไมเธอไม่เคยรู้เลย เมญ่าคิด สมองนางแบบตอนนี้หมุนติ้วเป็นพายุเฮอร์ริเคน นึกถึงความผิดพลาดของตนแล้วอยากจะแทรกแผ่นดินหนี และการก่อเรื่องครั้งนี้เมญ่าจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย ต่อไปนี้อนรรฆจะคิดกับเธอยังไงเนี่ย จบกัน! “น้องสาวคุณงั้นเหรอคะอรรค” เมญ่าถามอย่างไม่น่าเชื่อหลังจากนิ่งอ้าปากหวออยู่นานหลายนาที ภาพนั้นของนางแบบสาวทำเอาบอดี้การ์ดหนุ่มถึงขึ้นสะใจอยู่ลึกๆ เลยทีเดียว เตือนแล้วไม่รู้ฟัง ตาไม่ถึงแล้วมั๊ยล่ะ เป็นนางแบบระดับอินเตอร์ซะเปล่า นี่ละน๊าที่เขาบอกว่ามีตาหามีแววไม่ “ครับ ผู้หญิงคนนี้คือน้องสาวของผม” เขาหยุดมองน้องน้อยด้วยแววตาหวงแหนแสนรัก แต่ก็มีประกายของความดุและเผด็จการปนอยู่ในนั้นด้วย จนทำให้ร่างอรชรที่ถูกล็อกเอวไว้รู้สึกร้อนวูบวาบที่แก้มทั้งสองข้างโดยหาสาเหตุไม่ได้ “ข้าวหอม คือน้องสาวของผม” เขาบอกสถานะอีกครั้งราวจงใจย้ำสถานภาพให้ชัดๆ ก่อนเปลี่ยนสายตาคมที่กำลังจ้องน้องน้อยเป็นคาดโทษแทน “ไปกับพี่ข้าวหอม” เขาสั่งเสียงดุ แววตาเข้มขึง “ปล่อยข้าวหอมนะ” อรินรดายังดื้อกลับ ก็เหตุการณ์ครั้งนี้เธอไม่ใช่คนก่อเรื่องสักหน่อย ถ้าจะผิดก็คงแค่เรื่องหนีมาทำงานนี่แหละ แต่ถึงอย่างไรอรินรดามั่นใจว่าเธอเอาตัวรอดได้ “ไม่ปล่อย อย่าดื้อกับพี่” เขาดุเสียงเข้ม มือแกร่งจับล็อคน้องน้อยไว้จนสิ้นฤทธิ์ พอคนหน้าสวยหมดทางตอบโต้ ก็พาลหันไปลงที่บอดี้การ์ดหนุ่มที่อยู่ใกล้ๆแทน “คุณรุตต์ฟ้องพี่อรรคเหรอคะ? พี่อรรครู้ว่าข้าวหอมมาทำงานพิเศษที่นี่เพราะคุณรุตต์ฟ้องพี่ชายใช่มั๊ยคะ? ข้าวหอมจะไม่ให้อภัยคุณรุตต์เลย คอยดู!” อรินรดาคาดโทษบอดี้การ์ดหนุ่มก่อนที่ร่างน้อยของตนจะปลิวไปตามแรงฉุดของพี่ชาย “สถานการณ์แบบนี้ถ้าผมไม่รายงานบอส คุณหนูของผมก็เละสิครับ” วิสรุตต์หยุดจ้องหน้าสวยพร้อมปรายสายตามองนางแบบคู่กรณี “แต่ละคนมือตบอันดับหนึ่งทั้งคู่!” วิสรุตต์สรุปอย่างจ๋อยๆ เห็นฝีไม้ลายมือการดวนตบกันระหว่างนางแบบสาวกับคุณหนูของเขาแล้ว นึกว่าคุณหนูข้าวหอมเป็นนักวอลเล่ย์บอลทีมชาติมากกว่าเป็นบาร์เทนดี้สาวพราวเสน่ห์ที่คอยผสมเครื่องดื่มให้นักท่องราตรีในคลับหรูแห่งนี้เสียอีก! ‘เห็นหน้าหวานๆ ฝีมือการตบน่ากลัวจนขนหัวลุก’ “สามัคคีกันจริงนะคะ” สาวน้อยพ้อเสียงเบา ดวงหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกขัดใจ ขณะเดียวกันก็หน้างอง้ำเป็นปลาทู ภาพนั้นทำเอาบอดี้การ์ดหนุ่มเริ่มใจคอไม่ค่อยดี ก็ถ้างานนี้คุณหนูงอนเขาขึ้นมาจริงๆ เขาซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่คุณหนูควรจะเข้าใจเขาบ้างว่าทั้งหมดที่ทำลงไปก็เพื่อคุณหนู เพื่อความปลอดภัยของคุณหนูทั้งนั้นนะครับ “พี่ห้ามแล้วไม่ใช่เหรอ?” มือแกร่งคว้าแขนเรียวลากถูลู่ถูกังออกจากคลับ “เห็นไหม ก่อเรื่องอีกจนได้” พี่ชายบุญธรรมมาดมาเฟียจอมเย็นชาอบรมเสียงดุมาตลอดทาง หนีมาทำงานพิเศษยังไม่พอ ยังไปเกเรตบตีเมญ่าคู่ขาของเขาอีก ถือว่าครั้งนี้แม่น้องน้อยตาโตมีความผิดสองกระทงและต้องลงโทษให้หนัก เพื่อว่าต่อไปจะได้ไม่กล้าหนีเขามาทำอะไรพิเรนทร์ให้เป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้อีก พูดแล้วมันน่าจับตีก้นให้ลายตรงนี้เลยจริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าพวกบอดี้การ์ดอยู่กันขรมแบบบนี้ เขาจัดการแม่น้องน้อยจอมดื้อไปตั้งนานแล้ว “เรื่องนี้ข้าวหอมไม่ได้เป็นคนก่อนะ ผู้หญิงนั่นมาหาเรื่องข้าวหอมก่อน” อรินรดาเถียงหน้างอง้ำเหมือนเด็กที่ถูกขัดใจ ก็เรื่องจริงนิ่นา แม่นางแบบนั่นมาหาเรื่องเธอก่อนจริงๆ เพราะความเข้าใจผิด มีตาหามีแววไม่ ผู้หญิงอะไรหน้าตาดีสวยไม่มีที่ติแต่กิริยามารยาทนี่สิช่างต่างกับหน้าตาเสียเหลือเกิน ไม่มีเสน่ห์ ไม่น่าเข้าใกล้เอาเสียเลย พี่อรรคไปคบหาเข้าไปได้ยังไงร้ายกาจออกปานนั้นอรินรดาคิดสระตะแต่หารู้สายตาคมกริบของพี่ชายผู้ปกครองจ้องเธอนิ่งลึกและดูเย็นชาน่าเกรงขามกว่าทุกๆ ครั้ง เห็นทีความผิดครั้งนี้ เธอจะรอดยากเสียแล้ว “เงียบ!!” เขาเอ็ดเสียงดังกังวานฟังดูน่าเกรงขามชวนขนลุกจนอรินรดาหุบปากเงียบกริบ ดวงหน้าหวานๆ ตาโตๆ ที่ระคนแววใสซื่อก็เปลี่ยนเป็นสลดลงไปเลย แถมยังทำหน้างอนตุ้บป่องแบบเด็กเอาแต่ใจ ความจริงนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่ชายดุเธอหรอกนะ น่าจะชินได้แล้ว แต่คราวนี้โทษคงจะหนักหนาสาหัสจริง มองยังไงก็รู้สึกเหมือนมีรังสีดำอำมหิตระบายออกมาจากดวงหน้าเย็นชาน่าเกรงขามนั้นของเขา มันก็หล่อดีหรอกถ้าเขาอยู่ในอารมณ์ปกติหรือตอนอารมณ์ดีน่ะ แต่มันผิดกันราวฟ้ากับเหวในนาทีนี้มาก เขาจ้องสะกดน้องน้อยอยู่นานหลายนาทีก่อนที่จะลากตัวร่างน้อยให้เดินตามไปแบบขืนๆ แรกๆ อรินรดาก็บิดข้อมือเล็กอย่างสุดฤทธิ์แต่กระนั้นร่างน้อยๆบอบบางรึจะต้านทานมือที่แข็งแกร่งทรงพลังราวกับคีมเหล็กรวมกันยี่สิบอันมาบีบข้อมือเธอกันล่ะ เธอแทบจะปลิวไปตามแรงฉุดกระชากลากถูของเขาอยู่แล้ว “พี่อรรคจะพาข้าวหอมไปไหน?” สาวน้อยถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจระคนปริ่มๆจะร้องไห้สะอื้น ดวงตาคู่หวานเปล่งประกายโกรธตอบพี่ชายผู้ปกครองที่สวมบทบาทจอมเผด็จการไปเสียทุกเรื่องและทุกวาระที่มีโอกาส “กลับบ้าน!!” เขาตอบเสียงดุขณะร่างแกร่งคว้าแขนเรียวเล็กหมับติดมือ “ข้าวหอมไม่กลับ” สาวน้อยตากลมขัดขืน พี่ชายคนโตที่ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองที่เผด็จการไปเสียทุกเรื่อง บางครั้งอรินรดาก็ไม่มีทางเลือก และตอนนี้เธอจะกล้าขัดใจผู้ปกครองจอมบงการคนนี้ให้โลกเห็น และอรินรดาจะไม่ทน! “ทำไมห้ามไม่ฟังฮ๊ะ? อยากนักใช่มั้ย มาทำงานกลางคืนให้พวกนักเที่ยวแทะโลมเนี่ย?” เจ้าพ่อกาสิโนหนุ่มตวาดเสียงเข้ม ยิ่งสายตาคู่นั้นของเขามันประกาศว่า สาวน้อยจะต้องเชื่อฟังและขัดคำสั่งเขาไม่ได้อีกต่อไป ภาพพี่ชายตัวสูงสมาร์ทกับน้องสาวแสนรั้นกำลังยื้อยุทธกัน โดยรอบๆเต็มไปด้วยบรรดาบอดี้การ์ดมากฝีมือ Riches City บ่อนกาสิโนชั้นหรูระดับเอเชียที่อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของอนรรฆ เปรมดิ์ฤทธา หลังจากที่บริหารกาสิโนซิตี้จนสำเร็จ เขาจึงมีไอเดียสร้างกาสิโนโครงการใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม มูลค่าหลายพันล้าน มีกระจายอยู่หลายประเทศ อาทิเช่นที่เมืองไทย มาเลเชีย สิงคโปร์ และมาเก๊า แต่ละแห่งล้วนสร้างรายได้มหาศาลให้ตระกูลเปรมดิ์ฤทธาเปรียบเหมือนเป็นแท่นปั้มเงินระดับมาสเตอร์พีชเลยทีเดียว อนรรฆ เปรมดิ์ฤทธา ทายาทคนโตของกัมปนาท เจ้าพ่อมาเฟียสัญชาติไทยที่ทุกวงการรู้จักดี ‘ฉันเห็นตัวเองทุกครั้งที่มองอนรรฆ’ กัมปนาทเคยบอกสมุนคนสนิทด้วยประโยคนี้ทุกครั้ง สำหรับมาเฟียรุ่นใหญ่อย่างเขาแล้ว อนรรฆคือทายาทที่พึ่งพาได้เพียงคนเดียวที่ให้สืบทอดธุรกิจทั้งหมดสำหรับการนำพานาวาธุรกิจหลักของตระกูลให้ประสบความสำเร็จ เจ้าของนัยน์ตาสีดำสนิท ประกายความเคร่งขรึม บางครั้งดูเย็นชาบางครั้งดูเยือกเย็น คิ้วหนาเป็นเส้นตรงและมีไรคิ้วเกือบจรดต่อกันที่หัวคิ้ว รับกับจมูกโด่งคมสัน เข้ากันดีกับริมฝีปากหยักสวยกระชับได้รูปหากทว่ามีรอยคล้ำหมองเล็กน้อย ถ้าไม่สังเกตก็มองไม่เห็นชัดนักเพราะพิษของควันบุหรี่จัดจ้านที่เขามักจะระบายกลุ่มควันสีหม่นเข้าไปในอากาศเวลาที่ต้องขบคิดและอยู่กับตนเอง ความที่อนรรฆ เป็นบุตรชายคนโตของตระกูลเปรมดิ์ฤทธา เขาจึงต้องเป็นผู้รับสืบทอดธุรกิจอันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของตระกูลโดยปริยาย ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ มันหล่อหลอมให้ชายหนุ่มมีบุคลิกสุขุม มั่นคง มีภาวะผู้นำสูง ไม่วอกแวกแต่อย่างใด การตัดสินใจของเขาเฉียบขาด ภาวะอารมณ์ยากเกินคาดเดา อีกทั้งปฏิภาณไหวพริบที่ฉลาดหลักแหลมแต่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ใช้เมื่อคราวจำเป็นที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู ประสบการณ์เหล่านั้นถูกนำออกมาใช้เมื่อใด ยังความพินาศมาให้พวกมันอย่างไม่ต้องสงสัย! แต่คืนนี้อยู่ๆเขาก็ต้องกลายเป็นสายลับจับน้องเล็ก น้องสาวบุญธรรมที่เขาแสนรักแสนห่วงอย่าง ‘อรินรดา วงษ์สมภัทร’ ในโทษฐานที่แอบหนีมาทำงานพิเศษในเวลาค่ำมืดแบบนี้ ทั้งที่เขาเคยออกคำสั่งแล้ว แต่อรินรดายังฝ่าฝืน เห็นทีคราวนี้ยัยน้องของมาเฟียเจ้าพ่อกาสิโนอย่างเขาจะต้องจัดการให้เข็ดหลาบ มือแกร่งลากแขนอันนุ่มนิ่มของสาวน้อยร่างบางขึ้นรถสปอร์ตหรูเพื่อมุ่งตรงกลับคฤหาสน์หรูของเขา ระหว่างนั้นเขาพบว่ามีอะไรแหม่งๆไม่ชอบมาพากล “ข้าวหอมหมอบลง” เขาสั่งเสียงเข้ม “เกิดอะไรขึ้นคะ?” เจ้าของหน้าสวยเอ่ยถามด้วยหัวใจเต้นรัวตื่นเต้นไปด้วยความกลัวภัยร้ายที่กำลังโจมตี “เงียบ แล้วทำตามที่พี่สั่ง!” เขาสั่งเสียงดุขณะก้มลงต่ำคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมากดโทรออกหาบอดี้การ์ดยอดฝีมือคนสนิท “ส่งรถกันกระสุนมารอรับฉันด้วย มีคนร้ายตามล่าฉัน” ‘ครับบอส ผมจะส่งคนไปเดี๋ยวนี้’ บอดี้การ์ดที่อยู่ปลายสายรับคำสั่ง “ขอบใจ” เขากดวางสายพร้อมโน้มร่างแกร่งอยู่เหนือร่างบางราวต้องการจะเป็นเกราะป้องกันอันตรายที่กำลังคืบคลานมา “พะ...” สาวน้อยตาโตแหงนหน้าขึ้นมองกำลังจะถาม แต่กลีบปากอิ่มสีสวยแสนชุ่มชื้นนั้นก็ถูกแตะด้วยปลายนิ้วชีที่แสนแข็งแกร่งนั้นของเขา สายตาที่เคยมีประกายความดุดันทุกครั้งที่มองเธอ ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นเอ็นดูปกป้องและหรี่ลงเล็กน้อยราวจะบอกว่าอย่าเพิ่งถามหรือพูดอะไรในตอนนี้ สาวน้อยตาโตเงียบเสียงลงอย่างว่าง่ายและตั้งสติพร้อมรับทุกสถานการณ์ นาทีตื่นเต้นระบายอยู่รอบตัวเธออีกแล้วสินะ ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘น้องสาวของมาเฟีย’ $$$$$$$$
อรินรดาแหงนมองร่างแกร่งของพี่ชายที่บังคับพวงมาลัยรถสปอร์ตหรูไปด้วยความเร็วขณะที่เขาก็มองมาที่เธอแทบจะนาทีต่อนาทีเพราะความเป็นห่วงว่าเธอจะได้รับอันตราย ไม่นานรถสปอร์ตของเขาก็จอดนิ่ง พี่ชายมาดดุมองมาที่น้องน้อยตาโตหวานฉ่ำ “เราต้องเปลี่ยนไปนั่งรถกันกระสุนที่จอดอยู่ข้างๆ คนของเราจะยิงคุ้มกัน” ไม่พูดเปล่าแขนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคีมเหล็กเอื้อมมาคว้าร่างบางเบาให้ลอยข้ามไปนั่งตักบนตัวเขา แล้วประตูรถสปอร์ตหรูก็ถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว เขากลิ้งตัวลงไปพร้อมโอบร่างน้อยไว้แล้วส่งเธอขึ้นรถกันกระสุนที่เปิดประตูรออยู่ด้วยความว่องไว ปังๆๆ เสียงกระสุนปืนดังถี่ขึ้นจนเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ไม่ต้องบอกก็เดาได้ว่ามีการต่อสู้กันขึ้นระหว่างสองฝ่ายอย่างไม่มีใครยอมใคร เขาเหนี่ยวไกปืนสาดกระสุนออกไปยังฝ่ายตรงข้าม พร้อมๆ กับลูกน้องอีกนับสี่สิบชีวิตที่ระดมกระสุนสาดออกไปยังฝ่ายตรงข้ามเพื่อที่จะปกป้องเขา “ออกรถ” ร่างแกร่งขึ้นมาบนเบาะที่นั่งรถกันกระสุนก่อนที่คำสั่งเสียงเข้าจะถูกบัญชาออกไป บอดี้การ์ดคนสนิทออกรถจนมันกระตุกด้วยความเร็วและส่งเสียงเอี๊ยดลั่นกังวานถนนที่กว้างใหญ่ แต่ไม่มีรถคันไหนกล้าเข้าแหยมเข้ามาในบริเวณนี้เพราะกลัวจะถูกลูกหลง เขาเปลี่ยนไปนั่งรถยนต์โดยสารอีกคันที่มีบอดี้การ์ดขนาบข้าง และมีคนขับรถประจำตำแหน่ง รถยนตร์ของมาเฟียหนุ่มหล่อดีกรีเจ้าพ่อกาสิโน พร้อมน้องสาวหน้าตาสวยจิ้มลิ้มน่ารักแล่นไปได้ระยะหนึ่ง ก็รู้สึกมั่นใจว่าพวกที่สะกดรอยตามเพื่อมาทำร้ายน่าจะเป็นพวกเสี่ยพงศ์ขาประจำ พวกมันยังคงตามจ้องล้างผลาญไม่มีวันเลิกรา “บอสครับ พวกเรากำลังถูกสะกดรอยตามพวกมันยังไม่รามือ” เมษ บอดี้การ์ดยอดฝีมือที่เขาวางใจพูดส่งสัญญาณ หลังจากที่เขามองเห็นรถคันหนึ่งขับตามมาแบบกระชั้นชิดและตามมานานจนไม่น่าไว้ใจ “ฉันรู้แล้ว ทำตามแผน” อนรรฆรับรู้ก่อนส่งสายตาเป็นสัญญาณ ทุกครั้งที่ถูกไล่ล่าทั้งเขาและบอดี้การ์ดฝีมือระดับพระกาฬจะรู้ๆกันว่าจะต้องใช้มุกไหนจึงจะสามารถเอาชีวิตรอดออกไปได้ สายตาคมปรายมามองหญิงสาวข้างกายก่อนที่จะเบือนออกไปมองนอกหน้าต่างอย่างเย็นชา เขาดูนิ่งและสุขุมพร้อมรับสถานการณ์ อกแกร่งเป็นเกราะคุ้มภัยให้สาวน้อยร่างอรชร อรินรดาคือน้องบุญธรรมที่เขาต้องดูแลไม่ต่างอะไรจากการเป็นผู้ปกครอง ‘เธอคือ ‘หน้าที่’ของฉันอรินรดา!’ ประโยคนี้อยู่ในความคิดของเขาตลอดเวลา ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นหลายครั้ง มันเกือบจะทลายกำแพงความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นอยู่หลายต่อหลายครั้ง เมื่อสาวน้อยต้องมาพักเรือนหลังเล็กในอาณาเขตคฤหาสน์ส่วนตัวของเขาย่านบางนา มยุเรศหรือแม่ใหญ่ให้เหตุผลว่ากลัวยัยน้องเหนื่อยกับการเดินทางระหว่างมหาวิทยาลัยซึ่งไกลลิบกันคนละซีกเมืองกับคฤหาสน์เปรมดิ์ฤทธาของบิดาและมารดาย่านเอกมัย เขาก็ตามใจมารดา แต่ใครจะคิดว่ายัยน้องยิ่งโตก็ยิ่งยั่วใจเขา อนรรฆ แม้จะเป็นมาเฟียจอมโหดแต่กับเรื่องความรักแล้วไม่เคยมีเรื่องเสียหายให้ผู้เป็นบิดาต้องปวดหัว ต่อให้เขาถูกใจใคร เจ้าพ่อกาสิโนหนุ่มก็ไม่มีทางใช้กำลังข่มเหงรังแกเด็ดขาด มันเสียเชิงราชสีห์หนุ่มอย่างเขา ความสัมพันธ์มากมายกับหญิงสาวหุ่นสวยสะโอดสะองเหล่านั้นมันเพราะความพอใจที่ตรงกันมากกว่าความรัก แน่นอนต้องไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร เป็นที่ร่ำลือว่าเจ้าพ่อกาสิโนแห่ง Riches City คือหนุ่มเจ้าเสน่ห์น่าหลงใหลเป็นชายในฝันของสาวๆ ด้วยร่างกายที่งดงามและทรงพลังทางเพศหากสาวคนไหนได้เข้าใกล้ล้วนติดใจเขาทั้งนั้น แต่ขอโทษผู้ชายอย่างอนรรฆเมื่อได้ลิ้มชิมผู้หญิงคนไหนเขาไม่มีรีเพลย์ซ้ำ ด้วยเหตุนี้ภาพอนรรฆควงสาวสวยไม่ซ้ำหน้ากลับมาพักค้างด้วยที่คฤหาสน์หลังใหญ่จึงเป็นภาพที่อรินรดาเห็นจนชินตาในฐานะที่น้องน้อยพักอาศัยอยู่บ้านหลังเล็กในบริเวณใกล้เคียงนั่นเอง อรินรดาศึกษาระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านบางนา หลังจากเรียนจบระดับมัธยมของโรงเรียนนานาชาติ ทางมยุเรศและกัมปนาทเห็นความสำคัญเรื่องภาษาต่างประเทศ ก็เลยให้อรินรดาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเอกชนที่เป็นเลิศด้านภาษาที่นี่ ถึงตอนนี้สาวน้อยหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้มพริ้มเพราก็ใกล้จบการศึกษาเต็มที แต่คู่อริอย่างพวกเสี่ยพงศ์ก็ยังไม่ยอมรามือ มันพยายามจะจับตัวสาวน้อยไปล้างแค้น พวกมันไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คนของเสี่ยพงศ์ และอนรรฆรู้ดีว่าเพราะเหตุใดพวกมันจึงต้องการตัวแม่สาวน้อยคนนี้นักหนา เขาสั่งให้บอดี้การ์ดและมีรถรับส่งสาวน้อยระหว่างไปเรียนทุกวัน ทำเช่นนี้เป็นเวลานานหลายปี และวันนี้ก็เช่นกันจะต่างตรงที่เขานำเจ้าเฟอร์รารี่คู่ใจออกมารับเธอลำพังเท่านั้น แต่ระหว่างทางถูกลอบทำร้าย บอดี้การ์ดของเขาจึงรีบตามมาอารักขาและเปลี่ยนไปนั่งรถตู้ไฮโซกันกระสุนที่มีเหล่าบอดี้การ์ดขนาบข้างคอยคุ้มกันและมีคนขับรถประจำตำแหน่งคอยบังคับพวงมาลัยให้เท่านั้นเอง ‘มันระยำอย่างไร้จรรยาบรรณขนาดนี้เลย คนของได้เสี่ยพงศ์!’ “มันใกล้เข้ามาแล้วครับบอส” เมษบอดี้การ์ดหนุ่มมาดหล่อฝีมือระดับพระกาฬส่งเสียงรายงานเจ้านายหนุ่ม อนรรฆได้ยินดังนั้นมือแกร่งกระชับปืนแน่น นิ้วแกร่งพร้อมเหนี่ยวไกออกไปปลิดชีวิตเป้าหมายฝ่ายตรงข้ามได้ทุกเมื่อ สายตาคมกริบหรี่ลงอย่างอาฆาตมาดร้าย เขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกมันรุกอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้อีกต่อไป ปังๆๆ!! เสียงปืนดังสนั่นเมืองทำให้อรินรดากลัวจนตัวสั่น หัวใจหญิงสาวเต้นแรงในนาทีเสี่ยงตาย ไม่มีใครรู้ว่ามัจจุราชจะมาพรากวิญญาณของเธอและพี่ชายไปเมื่อไหร่ ร่างน้อยอยู่ใต้อ้อมกอดอันแข็งแกร่งและทำให้หญิงสาวรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่แบบนี้ เสียงปืนยังดังถี่รัวและพี่ชายของตนก็ชักปืนออกมายิงตอบโต้ฝูงอริร้ายพวกนั้นอย่างไม่ยำเกรงเช่นกัน อ้อมแขนแกร่งโอบล้อมร่างน้อยเอาไว้ราวปกป้องคุ้มภัย ขณะที่มือแกร่งอีกด้านพร้อมเหนี่ยวไกเพื่อตอบโต้อีกฝ่ายอย่างไม่มีทางลดราวาศอก ปังๆๆ !! สงครามกระสุนสาดใส่กันอยู่นานจนกระทั่งเวลาผ่านเลยไปได้สักพักใหญ่ เสียงปืนจึงค่อยๆลดจังหวะเสียงดังลง จนกระทั่งเงียบสนิท ขณะรถยนต์ของเขาแล่นมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เมื่อเขาแน่ใจว่าทุกอย่างปลอดภัยจึงก้มมองน้องน้อยในอ้อมอกแกร่งของตน “เป็นยังไงบ้าง?” เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ ลมหายใจอุ่นๆของพี่ชายเป่ารดขมับสวยของน้องน้อย “พวกเราจะปลอดภัยมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามกระท่อนกระแท่นด้วยหัวใจสั่นรัวขณะซุกในอ้อมอกแกร่งนั้นด้วยน้ำเสียงตกใจ ดวงตาคู่หวานส่งประกายหวาดกลัวจนพี่ชายนอกไส้อย่างเขาสัมผัสได้เป็นอย่างดี “พวกเราต้องปลอดภัยจ้ะ” มาเฟียหนุ่มหล่อเจ้าพ่อกาสิโนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่สายตาคมกริบคู่นั้นที่มองมายังร่างน้อยอย่างอ่อนโยนและอบอุ่นกว่าทุกๆครั้ง ‘จะต้องรอให้มีเหตุการณ์ร้ายๆ และเสี่ยงชีวิตแบบนี้ใช่มั้ย พี่ชายถึงจะอ่อนโยนกับเรา...และหยุดดุ เลิกเผด็จการใส่เราสักที’ น้องน้อยมองและคิดตัดพ้อเขาอย่างเงียบๆ ในใจตนเอง “ทำไมพวกมันถึงคิดร้ายเราคะ?” อรินรดายังไม่เลิกสงสัย ป้อนคำถามต่อไป ซึ่งมันก็เป็นคำถามที่เธอเฝ้าหาคำตอบมานาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการไล่ล่าแบบนี้ และคนพวกนั้นก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเสี่ยพงศ์และพวก เธอถูกคนของเสี่ยพงศ์ออกตามล่าตัวมาโดยตลอดเป็นเวลานานหลายปี มันเพราะอะไรกันแน่? ทำไมไม่มีใครพูดความจริงกับเธอ “อยู่นิ่งๆเถอะน่ะ เรื่องวุ่นวายทั้งหมดเกิดขึ้นก็เพราะเราคนเดียวนั่นล่ะ รู้ตัวบ้างมั๊ย?” พี่ชายที่อยู่ในมาดอบอุ่นเปลี่ยนโหมดกลับมาดุดันเหมือนเดิมจนอรินรดาปรับอารมณ์ตามไม่ทัน เขาเอ็ดเมื่อน้องสาวคนสวยถามถึงสิ่งที่เขายังไม่อยากตอบในตอนนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องเป็นฝีมือของไอ้เสี่ยพงศ์เจ้าหนี้ของสาโรช บิดาของอรินรดาเป็นแน่! เขารู้ดีว่ามันอยากได้ตัวอรินรดาไปเป็นนางบำเรอมันอยู่แล้ว หลังที่มันสืบรู้ความจริงว่าอรินรดาอยู่ในการปกครองของเขามันก็เทียวมาเฝ้าที่มหาลัย จนกระทั่งครั้งหนึ่งมันนึกอยากจะฉุดอรินรดาไปมันก็อุกอาจ ดีที่เขาสั่งให้บอดี้การ์ดตามเฝ้าอรินรดาไว้ไม่ให้คลาดสายตา บางครั้งเจ้าพ่อกาสิโนถึงกับต้องมารับมาส่งสาวน้อยในปกครองเอง จนเสี่ยพงศ์มันหมั่นไส้ ลำพังตัวอรินรดาแล้วมันควรมีสิทธิ์ในตัวเธอ เพราะพ่อบังเกิดเกล้าของอรินรดาอย่างนายสาโรชติดหนี้บ่อนของมันเป็นหลักสิบล้าน ไม่ได้เงิน ก็เอาลูกสาวมาชดใช้ให้ก็น่าจะยุติธรรมแล้วนี่ หนำซ้ำยังเอาเด็กสาวที่มันหมายตาไปให้คู่แข่งอย่างอนรรฆ แห่ง Riches City เป็นใครก็แค้น ยิ่งเห็นก็ยิ่งเดือดดาล เพราะบ่อนทั้งสองก็แข่งกัน คนไม่ถูกกันอยู่แล้ว ขัดผลประโยชน์มาตลอดถึงเรื่องผู้หญิง อนรรฆก็ปาดหน้าเค้กมันแบบนี้ เลยถึงคราวที่เสี่ยพงศ์ถึงจุดระเบิดประกาศสงครามกับเจ้าพ่อกาสิโนหนุ่มทุกครั้งที่มันมีโอกาส! เสียงดุของเขาทำเอาอรินรดาเงียบไปอย่างเจียมตัว บางครั้งเธออยากจะเถียงเขาเสียเหลือเกิน แต่ก็ไม่กล้าพอ เพราะเห็นความเย็นชาที่ราวเทือกเขาน้ำแข็งสีดำทมึนนั่นด้วยแล้ว อารมณ์เจ้าพ่อยากคาดเดา ผู้ปกครองคนนี้บทจะโหด ก็โหดเกินใคร กัมปนาทมอบหมายให้อนรรฆดูแลเธอในฐานะผู้ปกครอง มาเฟียหนุ่มมาดหล่อจัด คุณสมบัติเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบด้วยวัย 32 ปีกับสาวน้อยวัยย่าง 20 ปีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอย่างอรินรดา บางครั้งสาวน้อยก็ซ่อนประกายความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่มิด ตลอดเวลาที่เธออยู่ภายในคฤหาสน์หลังนั้น หญิงสาวเห็นพฤติกรรมมากรักของเขาจนชิน จนบางครั้งเธอก็รู้สึกหงุดหงิดโดยไม่ทราบสาเหตุเวลาที่เห็นเขาหิ้วพวกแม่สาวสวยพวกนั้นกลับมาค้างอ้างแรมหลังเวลาเลิกงานจาก Riches City แต่กับเธอเขากลับหัวฟัดหัวเหวี่ยงทุกครั้งที่มีผู้ชายเข้าใกล้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย เพื่อนชายร่วมคณะ หรือแม้แต่บอดี้การ์ดหนุ่มๆสมุนคนใกล้ชิดของเขาเองก็ตาม อรินรดาเคยเห็นเขาออกคำสั่งไม่ให้พวกบอดี้การ์ดเหล่านั้นเข้าใกล้เธอเกินครึ่งเมตร ชีวิตของอรินรดาไม่มีโอกาสได้เป็นส่วนตัวเลยสักนาทีเดียว ไปไหนมาไหน ต้องมีคนตามเป็นพรวน เหมือนองครักษ์พิทักษ์เจ้าหญิงองค์รัชทายาท เอ...หรือจะเหมือนเจ้าหญิงสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดดี แต่บอดี้การ์ดของเธอไม่มีใครแคระสักคน ที่เห็นๆ ก็หล่อและร่ำรวยซิกแพคกันทั้งนั้น แถมความเจ้าชู้ขั้นเทพ เธอสัมผัสได้ พี่ชายจอมเผด็จการอ้างว่าที่ส่งคนมาตามเธอเป็นพรวนแบบนี้ก็เพื่อคอยคุ้มกันคนร้ายโดยเฉพาะเสี่ยพงศ์ เพราะธุรกิจมืดพวกนั้นเธอจึงมีชีวิตแบบนี้ เธอก็พอรู้ระแคะระคายอยู่หรอกว่าตระกูล ‘เปรมดิ์ฤทธา’ทำธุรกิจอะไร และรู้ว่าคุณพ่อและพี่อรรคพยายามปิดบังอะไรเอาไว้และที่บิดาบังเกิดเกล้าอย่างสาโรชต้องพาเธอมาฝากให้เป็นเด็กในปกครองของชายหนุ่มหน้าโหดอย่างอนรรฆก็คงเพราะการพนันนั่นแน่ๆ เพียงแต่ว่าอรินรดายังไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างละเอียดเท่านั้นเอง เธอต้องรู้ความจริงให้ได้ ระหว่างอรินรดาคิดอะไรไปเพลินๆ บทสนทนาของบอดี้การ์ดหนุ่มๆกับพี่ชายจอมเผด็จการก็แทรกขึ้นมา “ต้องเป็นคนของเสี่ยพงศ์มันส่งมาแน่ๆ มันจ้องเล่นงานเรามาตลอด” วิสรุตต์ บอดี้การ์ดมาดหล่อเนี้ยบเดา แต่ก็เป็นการเดาบนหลักการและเหตุผล ก็ตระกูลเปรมฤทธาจะมีศัตรูที่ไหนได้นอกเสียจากพวกเสี่ยพงศ์ที่ขัดผลประโยชน์เรื่องกาสิโนนั่นล่ะ “มันคงทนไม่ได้ที่บ่อนกระจอกๆของมันกำลังจะเจ๊งน่ะครับ ก็คนแห่มาเสี่ยงโชคที่ Riches City” เมษ บอดี้การ์ดหน้าโหดอีกคนสำทับ “เมษ!” เสียงทุ้มกำราบขึ้นเพราะสิ่งที่บอดี้การ์ดคนสนิทพูดออกมาเมื่อครู่นั้นมันคือความจริงที่เขายังไม่อยากให้อรินรดารู้อะไรระแคะระคายมากเกินไปกว่านี้ สายตาคมปราบจดจ้องไปที่บอดี้การ์ดหนุ่มหล่อดูโอมากฝีมือทั้งสองเป็นเชิงห้ามว่าไม่ต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกาสิโนและไอ้พวกเสี่ยพงศ์นั่น “นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ข้าวหอมงงไปหมดแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมพี่ชายถึงไม่เคยเล่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับข้าวหอม บอกข้าวหอมทีได้มั้ยคะว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมมีแต่คนตามล่าข้าวหอม ข้าวหอมเคยไปทำอะไรใครเขาไว้เหรอคะ” เสียงหวานถามหาความจริงอย่างผู้หญิงเอาแต่ใจ ดวงตาคู่โตที่แสนหวานฉ่ำก็เริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่ค่อยๆเอ่อขึ้นมาปริ่มจะร้องไห้ ด้วยความค้างคาใจมานานอรินรดาจึงรวบรวมความกล้าพูดออกมาด้วยความสับสนสงสัย “ไว้ฉันจะเล่าให้เธอฟังทีหลังก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เงียบๆ แล้วรอทำตามที่ฉันสั่งถ้าไม่อยากตายจากฝีมือคนของไอ้เสี่ยพงศ์มัน เข้าใจมั้ย?” อนรรฆดุสาวน้อยขณะเดียวกันมือแกร่งก็กุมต้นแขนที่เจ็บแปลบเอาไว้ ดูเหมือนว่าความเปียกชื้นของเลือดมันเริ่มซึมผ่านใยเสื้อเชิ้ตของเขาออกมาทีละน้อย เขารู้ตัวดีว่าพลาดโดนกระสุนของอีกฝ่ายเข้าเสียแล้ว $$$$$$$$