เป้าหมายของฉัน คือการได้เป็นภรรยาเจ้าป่า (ฮาเร็ม)
บทที่ 1 1.ยังไม่ตายใช่ไหม

"ใบหน้าที่งดงามจะต้องเชิดขึ้นมาเสมอ และรอยยิ้มที่มุมปากจะต้องพอดิบพอดี ไม่มากหรือว่าน้อยจนเกินไป อย่าลืมว่าเลดี้จะต้องนั่งในตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทนะคะ ตำแหน่งที่สตรีทั่วทั้งจักรวรรดิต่างก็ใฝ่ฝันถึงทั้งนั้น การประพฤติตัวให้มีมารยาทที่ชนชั้นสูงพึงมีถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะสำคัญมากทีเดียว" รอยยิ้มจางๆปรากฏอยู่บนใบหน้าที่แสนงดงามประหนึ่งภาพวาดของเซียร่า แลนด์ เธอคือทายาทเพียงผู้เดียวของตระกูลแลนด์ผู้กล้าหาญ วีรบุรุษสงครามที่กอบกู้จักรวรรดิคิงส์ตันให้กลับมาอยู่ในมือขององค์จักรพรรดิอีกครั้ง และด้วยความดีความชอบที่ใหญ่หลวงนี้องค์จักรพรรดิจึงพระราชทานสัญญาหมั้นหมายให้แก่องค์รัชทายาทและบุตรีของตระกูลแลนด์ ถึงเซียร่าจะเป็นบุตรีที่เกิดจากตระกูลนักรบ แต่ทว่าเธอไม่เคยได้มีโอกาสจับดาบหรือว่าคุ้นเคยกับการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย เซียร่าถูกท่านพ่อบังคับให้อยู่ที่คฤหาสน์เพื่อเรียนหนังสือและเรียนเรื่องมารยาท "ถึงลูกจะมาจากตระกูลนักรบที่แสนต่ำต้อย แต่ทว่าลูกจะต้องเป็นเลดี้ชนชั้นสูงที่ทรงเกียรติ" เซียร่ามิได้ทำให้ท่านพ่อผิดหวังเพราะว่าเธอร่ำเรียนมารยาทเรียนเรื่องการเมืองการปกครองไม่แพ้บุรุษที่เป็นชนชั้นสูงเลย เธอทำได้ดีดั่งที่ท่านพ่อคาดหวังเอาไว้ ทว่าเซียร่าที่งดงามและถึงพร้อมด้วยกิริยามารยาทที่งดงาม กลับไม่เป็นที่ต้องการขององค์รัชทายาท จริงอยู่ที่นางงดงามและจริงอยู่ที่นางจะเป็นประโยชน์แก่เขา แต่ถึงอย่างนั้นองค์รัชทายาทมิอยากได้พระชายาที่ทั้งจืดชืดและไร้สีสันเช่นลูกสาวของนักรบที่เป็นเพียงสามัญชน มันทั้งน่าเบื่อหน่ายและน่าขยะแขยงจริงๆ เขาควรจะคู่ควรกับเลดี้ชนชั้นสูงที่เป็นลูกสาวของดยุคหรือว่าบุตรีของเคาน์สิ นี่พ่อนางยังไม่มียศอะไรเลยด้วยซ้ำแต่กลับจะมาแต่งงานกับเขา เรื่องนั้นองค์รัชทายาทอาเดนไม่สามารถทำใจยินยอมรับได้จริงๆ "ก็แค่กำจัดนางสิเพคะ แค่ลูกสาวทหารคนเดียว ต่อให้นางตายไปก็ไม่มีใครกล้าเคลือบแคลงเจตนาของพระองค์หรอก" หรือต่อให้มีคนสงสัยจริงๆใครมันจะไปกล้าพูด ทุกคนจะต้องปิดปากเงียบสนิทอย่างแน่นอนหากว่าเขาลงมือกับเซียร่า ยัยบ้านนอกนั่น "องค์รัชทายาทมีข่าวลือหนาหูเรื่องสตรีเลยล่ะ การต้องไปเป็นภรรยาคนแบบนั้นมันคือนรกที่รอคอยเทพธิดาอย่างเจ้าแน่นอนเซียร่า" เซียร่าส่งยิ้มจางๆให้กับนาเดียภรรยาคนสวนที่คฤหาสน์ อันที่จริงเราคือเพื่อนกันเป็นเพื่อนมากกว่าที่จะเป็นเจ้านายหรือลูกน้อง "แล้วข้าดูเหมือนคนที่มีทางเลือกอย่างนั้นหรือนาเดีย" เธอถูกขังอยู่ในคฤหาสน์แลนด์ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้อายุสิบเก้าปีก็ยังคงถูกขังอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ เซียร่าไม่เคยมีเพื่อนหรือว่าคนรัก เธออยู่ที่นี่เพื่อร่ำเรียนอย่างหนักตามที่ท่านพ่อสั่ง ส่วนท่านแม่จากไปตั้งแต่เธอยังเด็ก การเติบโตขึ้นมาท่ามกลางความเข้มงวดของท่านพ่อ สร้างความอึดอัดใจให้เซียร่าไม่น้อย เธอมิได้อยากไปเป็นพระชายาอะไรนั่นสักหน่อย เธออยากจะมีคนรัก อยากมีความรักที่แสนหวานเหมือนในนิยายที่เคยอ่าน มีค่ำคืนที่แสนเร่าร้อนบนเตียงและ..มีลูกๆที่น่ารัก ทว่าความฝันก็คือความฝันเพราะว่าในยามนี้เธอจะต้องเดินทางไปเผชิญความจริง วันนี้เป็นวันที่จะต้องเข้าร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังและวันนี้เป็นวันแรกที่จะเปิดตัวเธอในฐานะพระชายา.. หลังจากอยู่ในกรงที่ท่านพ่อสร้างเอาไว้จนถึงอายุสิบเก้า เธอก็จะต้องเดินทางไปติดอยู่ในกรงทองที่เรียกได้ว่ามันคือพระราชวัง กฎระเบียบมากมายพวกนั้นจะตรึงเธอเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก "ชีวิตมันเป็นของเจ้าเซียร่า พระเจ้าสร้างเราขึ้นมาเพื่อให้มีสิทธิ์เลือกทางเดินของตัวเอง และเจ้าในยามนี้มิใช่เด็กน้อย เจ้าคือสตรีที่งดงามสะพรั่งและคือสตรีที่ถึงวัยออกเรือนแล้ว เจ้าจะยินยอมให้พ่อของเจ้าบงการชีวิตไปถึงไหนกัน?" ในกระจกเงาสะท้อนใบหน้าที่ลังเลของเซียร่าอย่างชัดเจน เธอจ้องมองนาเดียด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวั่นใจ "ข้าแค่เพิ่มทางเลือกให้เจ้า และแน่นอนหากในใจมันมีแต่ความหวาดกลัว เจ้าก็แค่เดินตามทางที่ปลอดภัยทางที่พ่อของเจ้าขีดเส้นเอาไว้ให้" มีความลังเลอัดแน่นอยู่เต็มหัวใจของเธอ เซียร่าเข้าใจความหมายที่นาเดียจะสื่อ เพราะหากว่าเธอไม่หนีในวันนี้ จะไม่มีโอกาสให้เธอได้หนีไปอีกแล้วเพราะเมื่อเธอเปิดตัวพระชายา ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปทั้งหมด วันนี้เป็นวันสุดท้ายด้วยซ้ำที่เธอจะได้อยู่ที่นี่ แต่ท่านพ่อก็ยังไม่มาส่งเธอเลย ท่านพ่อยังคงอยู่ที่ชายแดน คงคิดว่าการส่งเธอไปที่พระราชวังในฐานะพระราชาจะทำให้เธอมีความสุขมากๆงั้นสิ เซียร่าโบกมือลาเดียน่าและคนงานที่คฤหาสน์แลนด์ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปที่พระราชวัง เราอาจจะต้องเดินทางถึงสองวันเต็มๆด้วยระยะทางที่ห่างไกล องค์รัชทายาทผู้นั้น ใบหน้าที่เธอเห็นผ่านรูปวาดนั้นก็ดูไม่เลวแต่ด้วยนิสัยที่มักมากของเขา เซียร่าคิดว่าเธอไม่น่าจะทนเขาได้ ในมือกำถุงเหรียญทองและของสำคัญเอาไว้แน่น ต้องหนี..มีแต่จะต้องหนีตอนนี้เท่านั้น! เธอปรายตามองไปที่ด้านนอกหน้าต่าง หากกระโดดไปตอนนี้แขนหรือว่าขาของเธออาจจะหักได้เพราะว่าเรากำลังเดินทางไปตามทางที่ลัดเลาะภูเขา แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะว่าเธอจะได้เป็นอิสระ เธอจะได้ไปตามหาความรักที่สวยงามดั่งเทพนิยายที่เคยฟังก่อนนอน เอาวะ เป็นไงเป็นกัน! ขณะที่เซียร่าเปิดหน้าต่างรถม้าเพื่อจะปีนออกไป คนขับรถม้าก็ดึงเชือกเพื่อหยุดรถ เซียร่าที่ไม่ทันได้ตั้งตัวพุ่งออกมานอกหน้าต่างรถม้าในทันที เธอกลิ้งลงไปสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นของหน้าผาที่สูงชัน.. "ปกป้องคุณหนู เราถูกโจมตี!" ..... "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเจ้าหญิงที่แสนงดงามนามว่าเพเนลีน่า ความงดงามที่ทำให้อัศวินหนุ่มที่พบพานเพียงครั้งละทิ้งทั้งดาบและชุดเกราะเดินเข้ามาขอเจรจาสงบศึก.." "ว้าว ความรักมันงดงามอย่างนั้นเลยเหรอคะแม่นม" "ใช่แล้วค่ะคุณหนูเพราะว่าความรักนั้นมีพลังวิเศษ ที่สามารถทำให้หัวใจของเราเต้นแรง เพียงสบตาก็สามารถทำให้เราตกอยู่ในห้วงแห่งความหลงใหลที่ไม่มีวันจบสิ้น" ข้าเองก็อยากจะมีช่วงเวลานั้นเหมือนกันค่ะแม่นม ข้าอยากจะมีความรักที่เพียงสบตาหัวใจก็พองโตขึ้นมา.. "บอกข้าทีว่าเจ้ายังไม่ตายใช่ไหม?" เซียร่าคิดว่าร่างกายของเธอมันขยับไม่ได้เลย มันชาไปหมด และพอมองดูตามแขนและขาก็พบว่ามีผ้าและใบไม้พันเอาไว้หนาๆจนมันกลายเป็นว่าตัวเธอถูกห่อหุ้มด้วยใบไม้ ส่วนชุดที่ใส่มาก็ถูกกิ่งไม้เกี่ยวขาดไปหมด ทว่านั่นไม่ใช่สาระสำคัญ ไม่ใช่เลย..ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะมีแค่ผ้าบางๆที่ปิดตรงส่วนนั้นเอาไว้แต่มันมีสิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือหัวใจของเธอมันกำลังเต้นแรง เพียงสบตาก็ทำให้หัวใจเต้นแรงแล้ว ข้าพบแล้วค่ะแม่นม คนรักของข้า!

บทที่ 2 2.รักแรกพบ

ลีโอเดินออกมาหาล่ากระต่ายป่าเพราะว่าเขารู้สึกหิว อีกทั้งยังไม่อยากจะรบกวนใครทั้งนั้น แต่ทว่าวันนี้เขากลับไม่ได้กระต่ายป่ากลับมาเพราะสิ่งที่เขาได้กลับมาคือสตรีผู้งดงามที่กำลังนอนจมอยู่ในกองเลือด อาการของนางนับว่าสาหัสยิ่งนัก เขาคือผู้สืบทอดสายเลือดแวร์บีสต์ที่แสนเก่าแก่ของสิงโต แต่เขาไม่คิดอยากจะฉีกทึ้งกายเนื้อของนางเลย อาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่กินเนื้อมนุษย์มานานมากๆ แล้ว ลีโอถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปหาสตรีที่นอนหายใจรวยริน เพื่อช่วยเหลือเธอ “..แม่นมคะ ข้าอยากจะ..มะ..มีความสุข” ร่างกายเล็กๆ ของนางบาดเจ็บสาหัสมากทีเดียว ขาข้างซ้ายอาการสาหัสมากกว่าเพื่อนเลยเพราะว่าถูกกิ่งไม้แทงเข้าไป แต่ด้วยฝีมือรักษาของเขาและสมุนไพรที่เขามี อาการของนางไม่นับว่าน่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่นัก สามวันหลังจากนั้น นางลืมตาขึ้นมามองหน้าเขานิ่งๆ “บอกข้าทีว่าเจ้ายังไม่ตาย” “อ่า..ท่านช่วยข้าเอาไว้อย่างนั้นหรือคะ หากไม่..เป็นการรบกวนมากจนเกินไป ข้าขอน้ำหน่อยได้ไหม?” เซียร่ารู้สึกว่าคอของเธอมันกำลังเหือดแห้งราวกับผุยผงเลย ที่นี่คือบ้าน..มันดูไม่เหมือนบ้านสักเท่าไหร่นัก เพราะว่ามันดูเหมือนคอกม้าที่คฤหาสน์แลนด์มากกว่า แถมการแต่งกายของเขา..เขาสวมผ้าบางๆ ผืนเดียวเท่านั้น ไม่ได้สวมเสื้อหรือว่าอะไรนอกเหนือจากนั้น ผมยาวสีดำสนิทถูกมัดด้วยเชือก ร่างกายที่กำยำสวยงามราวกับรูปสลักในวิหารนั่นกำลังตรึงสายตาของเธอเอาไว้ สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคงจะเป็นแผลเป็นบนใบหน้าของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างของเขามันกำลังชวนให้หัวใจของเธอสั่นไหว ให้ตายเถอะ เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย มันสั่นไหวไปทั้งหัวใจแล้วบนใบหน้าก็พลันเห่อร้อนขึ้นมา เขาเดินถือน้ำมาป้อนเธอ มันคือแก้วน้ำที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ ที่นี่อาจจะเป็นชนเผ่าอะไรสักอย่างเรื่องภูมิประเทศของจักรวรรดินี้เธอร่ำเรียนและศึกษามาเป็นอย่างดี แต่ทว่าก็ไม่เห็นปรากฏอยู่ในบทเรียนไหนเลยว่ามีชนเผ่าอะไรแบบนี้อาศัยอยู่ด้วย หรือว่าเธอเรียนพลาดบทไหนไป เซียร่าค่อยๆ ดื่มน้ำที่เขายื่นมาให้ “ขอบคุณค่ะ ข้าชื่อว่าเซียร่า” “เรื่องแนะนำตัวข้าไม่เห็นถึงความจำเป็นเพราะว่าเมื่อหายดี เจ้าจะต้องไปจากที่นี่ทันที คนในเผ่าของเราไม่ชื่นชอบคนนอกสักเท่าไหร่นัก ข้าจะให้น้องสาวของข้ามาดูแลเจ้าต่อก็แล้วกัน” เธอส่งยิ้มจางๆ ให้เขา เพราะไม่มีความกล้ามากพอที่จะเหนี่ยวรั้งเขาเอาไว้ และเมื่อเขาเดินจากไปก็มีสตรีผู้หนึ่งเดินเข้ามา “อย่ามองเขาด้วยสายตาเช่นนั้นเพราะว่าท่านเจ้าป่าไม่มีทางชอบหญิงสาวที่ผอมแห้งแบบเจ้าหรอกนะ มาเถอะข้าจะเช็ดตัวและล้างแผลให้เจ้าเอง” เธอไม่เห็นถึงความไม่เป็นมิตรมาจากหญิงสาวเบื้องหน้าอย่างที่ชายเมื่อครู่บอกกล่าวแก่เธอเลย “ข้าชื่อเซียร่า” “ข้าชื่ออัน เป็นน้องสาวของชายที่ช่วยเหลือเจ้าเอาไว้” เธอคือหญิงสาวที่มีผิวสีแทนและสะโพกที่ผายออกอย่างสวยงาม แถมเนินอกก็กลมโตแบบที่เธอเทียบไม่ติดเลย “เจ้าเป็นคนที่ไหนกัน ถูกทำร้ายอย่างนั้นหรือ โชคดีมากรู้ไหมที่พี่ชายของข้าช่วยเหลือ เพราะปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะมีเมตตากับมนุษย์สักเท่าไหร่” เซียร่าพยายามตอบในทุกคำถามที่อันกล่าวถามออกมา ยกเว้นเรื่องที่ว่าเธอเป็นใคร “เจ้ากล่าว ราวกับว่าเจ้ามิใช่มนุษย์” อันยักไหลก่อนจะสวมเสื้อให้เธอ อันที่จริงมันคือผ้าคาดที่เอาไว้ปิดหน้าอกเท่านั้น “ก็ไม่เชิงเพราะว่าพวกเรามีสายเลือดของแวร์บีสต์ ตกใจล่ะสิ” “ไม่เลย ข้าเคยเรียนเรื่องแวร์บีสต์ วิเศษมากเลยอัน ข้าน่ะอยากจะเห็นแวร์บีสต์มาตั้งนานแล้ว เจ้าคือเผ่าพันธุ์ที่วิเศษยิ่งกว่ามนุษย์ซะอีก” ไม่รู้ทำไมอันถึงรู้สึกว่าเซียร่านั้นเหมือนกับลูกกระต่ายน้อยที่ทั้งไร้เดียงสาและไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยพวกเราคือแวร์บีสต์สิงโตที่สามารถเอาชีวิตนางอย่างง่ายดาย แต่นางกลับไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวซะงั้น นางโง่จริงๆ หรือว่าแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องกันแน่ “สำหรับมนุษย์ น้อยคนนักที่จะคิดแบบนั้น” เซียร่าพยายามยกน้ำขึ้นมาดื่มด้วยตัวเอง “เช่นนั้นข้าก็คงจะเป็นคนส่วนน้อย ว่าแต่พี่ชายของเจ้ามีภรรยาหรือว่าคนรักรึยัง?” อันระเบิดหัวเราะออกมา “ข้าบอกเจ้าไปรึยังว่าเราคือแวร์บีสต์สิงโต” “เป็นเจ้าป่าเลยอย่างงั้นเหรอ?” “ใช่เซียร่า และนิสัยของสิงโตตัวผู้ค่อนข้างเอาใจยาก เขาไม่สนใจตัวเมียที่ทั้งอ่อนแอและไม่มีปัญญาหาอาหารมาให้แบบเจ้าหรอก” เซียร่ามองอัน พร้อมกับกะพริบตาปริบๆ นี่การจีบสิงโตจะต้องหาอาหารมาให้เขาด้วยอย่างนั้นหรือ? “แต่ถึงอย่างนั้น..” “วางใจเถอะน่า ไม่มีใครไล่เจ้าไปจากที่นี่หรอก พักผ่อนให้หายดีแล้วค่อยไปเรียนรู้การหาอาหารกับข้าก็ได้” โลกนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับเธอมากจนเกินไป อย่างน้อยก็ส่งชายหนุ่มที่แสนหล่อเท่อย่างพี่ชายของอันมาให้และส่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องการจีบเขาอย่างอันมาให้เธอพร้อมๆ กันอีกด้วย เธอจะต้องเป็นลูกรักของพระเจ้าอย่างแน่นอน! เซียร่าใช้ชีวิตอยู่ในบ้านพักของท่านลีโอ เธอทราบชื่อเขาเพราะว่าอันบอกมา ถึงแม้ว่าเขาจะเย็นชาแต่ทว่าเขาก็ยังคงดูแลเธอเป็นอย่างดี อันกล่าวว่านางจะต้องเดินทางไปหาสมุนไพร เพราะฉะนั้นการดูแลเซียร่าจึงตกเป็นหน้าที่ของลีโอแทบจะทั้งหมด ขาทั้งสองขาของเธอยังเดินไม่ได้และกระดูกที่แขนก็ยังไม่สมานกัน “ขอบคุณนะคะ” ดวงตาที่แฝงไปด้วยความเย็นชาของเขา เบนสายตามามองหน้าเธอพักหนึ่ง ก่อนจะหันมองไปทางอื่น “หากจะขอบคุณกันจริงๆ ก็ช่วยรีบหายดี แล้วไปจากที่นี่ซะ” ถึงแม้คำกล่าวของเขามันจะชวนให้รู้สึกแย่ แต่เซียร่าคิดว่านี่มันคือนิสัยของพระเอกในนิยายเลยนี่นา พระเอกมักจะเย็นชากับนางเอกแบบนี้เสมอเลย ก่อนที่ท้ายๆ เรื่องจะคลั่งรัก เธอรู้เพราะว่าเธออ่านนิยายมานับเล่มไม่ถ้วนแล้ว “แต่ข้ากลับ..คาดหวังที่จะได้อยู่ที่นี่นานๆ” “ที่เจ้ากล่าวออกมาแบบนั้นเพราะว่าเจ้ายังไม่รู้จักที่นี่ดีต่างหาก พวกเราไม่ค่อยเป็นมิตรกับมนุษย์มากนักหรอกนะ และข้าจะขอบคุณมากๆ หากเจ้าไม่เดินออกไปจากบ้านของข้า ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่” “หากท่านต้องการให้ข้าอยู่ด้วยก็แค่บอกกล่าวมันออกมาดีๆ ข้ายินดีที่จะรับฟังท่านเสมอนะคะท่านลีโอ” ลีโอมองหน้าเซียร่านิ่งๆ เขามิได้ถือสาหรือว่าคิดอะไรกับคำกล่าวที่ไร้ซึ่งเหตุผลของนาง เพราะระหว่างที่ตกเขา บางทีหัวของนางอาจจะกระแทกอะไรอย่างแรงจนทำให้นางอยู่ในสภาวะไร้สติ

บทที่ 3 3.แค่อาหาร

ข่าวลือเรื่องการถูกลอบทำร้ายของบุตรีเพียงผู้เดียวของวีรบุรุษสงครามตระกูลแลนด์ แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไฟที่ลุกไหม้ไร่ข้าวโพด ไม่มีใครเหลือรอดอีกทั้งแต่ละศพที่ถูกพบก็อยู่ในสภาพที่น่าเวทนา เพราะถูกลอบทำร้ายบนเขาระหว่างการเดินทางมาที่พระราชวัง ทำให้ศพบางส่วนถูกสัตว์ป่ากัดกินจนเหลือเพียงแค่โครงกระดูกเท่านั้น อีกทั้งบางศพก็ไม่อาจระบุเพศได้เลยว่าเป็นหญิงหรือชาย “ไม่มีใครกล้าสงสัยเราเลยนะเพคะฝ่าบาท อาจจะเป็นเพราะว่าแม่ทัพแลนด์สร้างศัตรูเอาไว้เยอะมากจนจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าใครกันแน่ที่ลอบสังหารลูกสาวของเขา” อาเดนยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มพร้อมกับหลับตาลงช้าๆ ใบหน้าที่ทรงเสน่ห์ขององค์รัชทายาทแสยะยิ้มขึ้นมา ก่อนที่เขาจะลูบผมสตรีที่อยู่เคียงข้างเบาๆ “เรื่องนั้นต้องยกความดีความชอบให้เจ้า..ต้องการอะไรล่ะ เงินทองหรือว่าคฤหาสน์สักหลัง..” แววตาที่เต็มไปด้วยความเสน่ห์หาช้อนสายตาขึ้นมามองหน้าของอาเดน “ต้องการ...ฝ่าบาทเพคะ” อาเดนแสยะยิ้ม “เช่นนั้นความต้องการของเรามันก็คงจะไปในทางเดียวกัน..มาเถิด เดินเข้ามาหาข้าสิ ข้าจะส่งมอบค่ำคืนที่เร่าร้อนให้เจ้าเอง” …. แม่ทัพแลนด์เดินทางกลับมาที่คฤหาสน์ ข่าวการตายของลูกสาวทำให้เขาต้องใช้เหล้าในการกล่อมนอนทุกคืน เซียร่านั้นงดงามราวกับแม่ของนาง เขาทั้งเป็นห่วงและหวงแหนจนความหวาดกลัวสั่งให้เขากักขังนางเอาไว้ที่คฤหาสน์แห่งนี้ เพราะที่ข้างนอกเต็มไปด้วยอันตราย เขาไม่อาจปล่อยให้ลูกสาวเพียงคนเดียวต้องพบเจอเรื่องราวที่เลวร้ายได้ ใครเลยจะล่วงรู้ว่านางจะต้องมาตายหลังจากที่เดินทางออกจากคฤหาสน์เป็นครั้งแรก ความรู้สึกผิดความเสียใจกัดกินหัวใจของเขาจนแทบจะกระอักเลือดออกมา แสดงว่าที่ผ่านมาคนผิดคือเขา คนผิดพลาดมากที่สุดคือเขาเอง เพราะเขาทำให้นางจะต้องมีสภาพเช่นนี้ เซียร่าลูกรัก.. ไม่ว่าลูกจะอยู่ที่ไหน หรืออยู่ในอ้อมกอดของพระเจ้า พ่อขอให้ลูกมีความสุข ได้โปรดช่วยมีความสุขมากกว่าในยามที่ลูกอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ด้วยเถอะนะ ….. “ข้าเองก็เห็นว่าท่านเจ้าป่าอุ้มสตรีมา ในคืนนั้นหมอกหนามากก็จริงแต่สายตาของข้าไม่มีวันผิดพลาดอย่างแน่นอน” โรซี่กล่าวออกมาพร้อมกับกินผลไม้ที่พึ่งหามาได้ “ข้าได้กลิ่นเลือดที่หอมหวาน นางจะต้องเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน มนุษย์แสนขี้เหร่อีกทั้งยังผอมบาง” เมื่อโมนากล่าวออกมา สตรีทั้งสามก็ถอนหายใจพร้อมๆ กัน “เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวลเพราะว่าท่านเจ้าป่าน่าจะแค่พาอาหารกลับมา” แอลลี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม เพราะว่าเราคือลูกครึ่งแวร์บีสต์ที่อาศัยอยู่ภายใต้การดูแลของท่านเจ้าป่าลีโอ มีแวร์บีสต์ชนิดต่างๆ อาศัยอยู่ราวร้อยกว่าตัว และแอลลี่คือแวร์บีสต์กระต่าย เธอหลงรักท่านเจ้าป่าที่เป็นสิงโตและอยากจะถูกร่างกายที่ใหญ่โตของเขาตะครุบสักครั้งในชีวิต แต่ทว่าท่านลีโอก็ไม่เคยชายตามองเธอเลย อันที่จริงท่านเจ้าป่าไม่เคยชายตามองใครเลยต่างหาก หรือว่าเขากำลังหาสิงโตตัวเมียที่สามารถหาอาหารมาให้เขาได้ หากว่าเป็นแบบนั้นเธอก็หมดสิทธิ์หวังเลยสิเพราะว่าเธอคือกระต่ายที่ลืมเรื่องการออกล่าไปได้เลย “ข้าคิดว่าข้าอยากจะไปดูให้เห็นกับตา..” โรซี่มองหน้ากับโมนา และแอลลี่ “เช่นนั้นเราควรจะรอจนกว่าจะถึงเวลาที่ท่านเจ้าป่าออกไปหาอาหาร” ทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกันก่อนจะเริ่มแผนการเดินทางไปที่บ้านของท่านเจ้าป่า พวกเธอทั้งสามรอคอยให้ท่านลีโอเดินออกมาก่อนจะรีบวิ่งตรงไปที่หน้าต่างด้านข้างบ้าน และเมื่อมองเข้าไปผ่านทางหน้าต่าง พวกนางทั้งสามก็ต้องตกตะลึง “พระเจ้าช่วยนั่นคือมนุษย์อย่างนั้นหรือ?” มีหญิงสาวนั่งอยู่บนเตียง ผมยาวสลวยของนางถูกรวบเอาไว้ที่ด้านหลัง ดวงตากระจ่างใสราวกับดวงจันทร์ในยามค่ำคืน จมูกโด่งเป็นสันอีกทั้งริมฝีปากน้อยๆ นั่นกำลังยกยิ้มขึ้นมา นางกำลังอ่านหนังสือที่ถืออยู่ในมือ ทั้งสามคนนั่งลงในทันที พร้อมกับมองหน้ากันด้วยสายตาเลิ่กลั่ก “ไหนเจ้าบอกว่านางคืออาหารของท่านเจ้าป่าล่ะ ดูจากที่นางยังสบายดีและใบหน้าที่แสนงดงามนั่น ดูท่าจะเป็นอาหารบนเตียงล่ะไม่ว่า” โมนาหรี่ตามองแอลลี่ “ก็เพราะว่าปกติแล้วท่านเจ้าป่าไม่เคยมองใครมาก่อน แต่ถ้าหากว่านางงดงามขนาดนั้น..ไม่นะ โรซี่ข้าไม่อาจยินยอมรับความเจ็บปวดได้หากว่าท่านเจ้าป่าจะแต่งงานมีคนรัก” โรซี่เป็นเพื่อนกับแอลลี่มานาน นางรู้ดีกว่าใครว่าแอลลี่หลงรักท่านเจ้าป่ามาเนิ่นนานหลายปี “เช่นนั้นเราจะต้องคิดหาแผนการ ทำให้สตรีผู้นั้นเห็นความน่ากลัวของที่ป่าแห่งนี้ อย่าลืมสิว่านางเป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น และดูจากสภาพของนาง นางยังได้รับบาดเจ็บอยู่ อย่าพึ่งคิดมากสิแอลลี่บางทีท่านเจ้าป่าอาจจะมีเมตตาต่อนางเพราะว่านางบาดเจ็บก็ได้” แอลลี่เช็ดน้ำตาก่อนจะมองเข้าไปด้านในบ้านของท่านเจ้าป่าอีกครั้ง เธอพยายามจับเส้นผมที่ฟูฟ่องให้มันเสยไปด้านหลัง “เจ้าคิดว่าระหว่างข้ากับนาง..ใครงดงามมากกว่ากัน” โรซี่และโมนาถึงกับอึ้งกับคำถามของสหาย สุดท้ายโมนาส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับแอลลี่ แอลลี่คือแวร์บีสต์กระต่ายที่มีผิวสีน้ำตาลเข้ม ส่วนผมของนางก็ฟูขึ้นมาเพราะไม่ได้รับการหวีมาเป็นระยะเวลาหลายปีนางคือกระต่ายป่าตัวอ้วนขนสีน้ำตาล “ต้องเป็นเจ้าอยู่แล้วเพื่อนรัก หญิงมนุษย์ผู้นั้นแค่มีผิวที่ขาวและใบหน้าพอดูได้เท่านั้น สะโพกของนางเล็กเช่นนั้นจะให้กำเนิดทายาทของท่านเจ้าป่าได้อย่างไรกัน เจ้าดีกว่านางอยู่แล้วเพื่อนรัก” แอลลี่ยกยิ้มขึ้นมา “เช่นนั้นก็แล้วไป รอนางหายดี ข้าจะมาดูเหตุการณ์อีกรอบว่านางคิดเช่นไรกับท่านเจ้าป่าของข้า!” ....... ตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่ เซียร่าใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือมากมายของอัน มีทั้งนิยายและหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรมากมายที่น่าสนใจมาก ส่วนท่านลีโอ เขาเดินทางเข้าๆออกๆที่บ้านหลังนี้ตลอดทั้งวัน ไปหาอาหารบ้างและมาตรวจดูแผลของเธอ "ยังเจ็บอยู่รึเปล่าเมื่อข้าใช้นิ้วกดลงไปแบบนี้.." "จะ..เจ็บค่ะ" เรื่องความเจ็บ เธอยังเจ็บอยู่มากเมื่อเขาใช้นิ้วกดลงไปบนขาของเธอ เจ็บจนรู้สึกว่าน้ำตาพานจะไหลออกมาเลยล่ะ "อืม เรื่องการจะให้กระดูกค่อยๆประสานกันอาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ" เซียร่าดึงชายกระโปรงของเขาเอาไว้..มันคือชายกระโปรงจริงๆเพราะว่ามันพลิ้วไหวในทุกครั้งที่เขาเดินและมันเป็นสิ่งที่สามารถดึงดูดสายตาของเธอได้มากทีเดียว เธอคอยจะลุ้นอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่จะมีพายุเข้าแล้วลมจะสามารถพัดเศษผ้าที่เขาสวมอยู่ในพัดเปิดขึ้นไปด้านบน

อ่านต่อ