หน้าจอโน้ตบุ๊กเครื่องหรูสว่างวาบในช่วงเวลาตีสามกว่าๆ พร้อมกับมือบางที่คลิกเมาส์กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่จะพาเพื่อนรักไปแก้คำสาป ก่อนหน้านี้เธอพาดาร์เรนเดียเพื่อนรักเพียงคนเดียวของเธอไปดูดวง ไปวัด ไปศาลเจ้า มาแล้ว แต่โจทย์ที่ยากนักของพวกเธอก็คือ ต้องตามหาเทพแห่งความรักมาแก้คำสาปให้ดาร์เรนเดีย "ที่นี่น่าจะเด็ดนะ แต่ก็เคยไปมาแล้วนี่ ไปซ้ำก็ไม่เป็นไรหรอกมั้งเขาว่ากันว่าตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก" มือเรียวคัดลอกลิงก์เข้าแอปพลิเคชันไลน์ส่งไปให้ดาร์เรนเดียที่ยังนอนหลับปุ๋ยอยู่ที่เตียงข้างๆ ก่อนที่ตัวเองจะเข้าแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์เมื่อเห็นจุดแดงขึ้น เธอกดเข้าไปดูรูปโพรไฟล์ของอีกฝ่ายที่ส่งมา เมื่อเห็นว่าถูกใจก็กดเข้าไปทักทายตอบกลับชายคนที่ทักมา Messenger วีลล์ : สวัสดีครับ ใช่วิเวียนรึเปล่า วิเวียน : ค่ะ วีลล์ : ผมวีลล์นะครับ วิเวียน : ค่ะ ทักมาดึกดื่นมีอะไรรึเปล่าคะ วีลล์ : ไม่มีอะไรครับ ผมเห็นวิเวียนนอนดึกก็เลยอยากคุยด้วยเฉยๆ วิเวียน : ถ้าไม่ได้ทักมาจีบวิขอตัวไปนอนก่อนนะคะ วีลล์ : เดี๋ยวครับ เดี๋ยว จีบครับ จีบ ผมอยากรู้จักวิเวียนมากกว่าแค่ดูรูปจากในเฟซได้ไหมครับ มุมปากบางยกยิ้มพอใจ เธอนะเจ้าแม่เรื่องนี้เลยนะใครก็อย่ามาแย่งตำแหน่งนี้ของเธอ วิเวียนคุยแชตกับวีลล์ไปเรื่อยจนรู้สึกถูกคอเธอคิดว่าเธอกับเขาน่าจะเข้ากันได้ดี เขาและเธอนัดหมายกันจะไปออกเดตและได้มีการตกลงพูดคุยกันเรื่องวันเวลาสถานที่เรียบร้อยแล้ว - วันต่อมา – วิเวียนหมุนซ้าย หมุนขวาอยู่หน้ากระจกในช่วงเวลาเจ็ดโมงเช้าของวันใหม่โดยที่ดาร์เรนเดียวยังนอนอุตุอยู่บนที่นอน หญิงสาวแต่งหน้าบางๆ ให้พอมีสีสันเน้นความเป็นธรรมชาติโชว์ใบหน้าเนียนใส มือเรียวหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำตัวออกมาแล้วพรมลงทั่วตัว ก่อนจะยิ้มให้ตัวเองในกระจกเหมือนทุกวันที่ทำแล้วเดินไปปลุกดาร์เรนเดียบนที่นอนนุ่ม "ยัยเดีย นี่! ยัยเดีย" "อื้อออ~ เช้าแล้วเหรอ" ดาร์เรนเดียตอบน้ำเสียงงัวเงียโดยที่ยังไม่ลืมตา ทำให้วิเวียนต้องจับใบหน้าสวยของเพื่อนรักให้เงยขึ้นแล้วส่ายไปส่ายมากลั่นแกล้งเพื่อนสาวของตัวเองจนดาร์เรนเดียทนไม่ไหวทำหน้าตาบูดบึ้งจ้องมองเธอด้วยความงอแง "ฉันจะไปข้างนอกหน่อยนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปไหว้เจ้าที่เดิม" "ทำไมต้องไปที่เดิมด้วย" "ฉันศึกษามาแล้ว ที่นี่เด็ดจริง ศักดิ์สิทธิ์จริง" "แต่เมื่อวานเราก็เพิ่งไปที่นั่นมาไม่ใช่เหรอ" "แกเนี่ยไม่รู้อะไรเลยนะ เขาว่ากันว่าตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก แกต้องตื๊อเทพ เทพถึงจะช่วยแกเชื่อฉัน" วิเวียนทำสีหน้ามั่นใจส่งไปให้เพื่อนรัก ดาร์เรนเดียกำมือขึ้นเรียกความฮึกเหิมให้ตัวเอง ก่อนที่หญิงสาวจะก้มหน้าลงกดจูบที่แก้มป่องของเพื่อนรักแล้วโบกมือไปมาให้กับเธอ "อย่ากลับดึกละ" "รู้แล้วน่า!" สองเท้าบางเดินออกมาจากคอนโดขนาดเล็กมือเรียวโบกแท็กซี่และบอกจุดหมายปลายทางที่นัดกับวีลล์เอาไว้ โดยจะต้องผ่านหน้าศาลเจ้าที่จะพาดาร์เรนเดียไปตามหาเทพแห่งความรักในวันพรุ่งนี้ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถติดไฟแดงพอดี ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าไปที่ศาลเจ้าที่ประดับไปด้วยเชือกสีแดงห้อยระโยงระยาง และโคมไฟสวย ภายในมีดอกกุหลาบหลากสีที่ใครหลายๆ คนนำมากราบไหว้เทพแห่งความรักเพื่อขอพร ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ขึ้นเชื่อเรื่องมาขอพรเรื่องความรักได้อย่างโดดเด่นและส่วนมากผู้คนก็จะสมหวัง สถานที่แห่งนี้เป็นที่โล่งกว้างโดยข้างในจะแบ่งเป็นศาลเจ้าเล็กๆ เพื่อให้ผู้คนมาขอพร การขอพรที่นี่ต้องจดชื่อ และที่อยู่ปัจจุบันของตัวเองเอาไว้ ถ้าหากตกหล่นไปแม้แต่ตัวอักษรเดียวพรที่ขอไว้ก็จะไม่เป็นผล วิเวียนมองสถานที่ที่ผู้คนพลุกพล่านดวงตากลมโตที่ประดับไปด้วยแพขนตาสวยสะดุดเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูดีออร่าจับ เขาใส่กางเกงสีดำพอดีตัวและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงแค่ข้อศอกเท่านั้นดูแล้วอายุน่าจะราวๆ ยี่สิบสี่ หรือยี่สิบห้าได้ "โอ้โห ออร่าเกิ๊น หล่ออย่างกับเทพแหนะ" ดวงตากลมโตยังจ้องมองเขาไม่วางตา เขาน่าจะเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าแห่งนี้หรือเปล่านะทำไมถึงได้ก้มดูสมุดที่จดชื่อสำหรับขอพรอยู่แบบนั้น มือหนาข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง ผมดำขลับพลิ้วสวยไปตามแรงลม ใบหน้าขาวผ่องราวกับเทพบุตร ให้ตายเถอะในโลกนี้จะมีคนที่หล่อขนาดนี้จริงเหรอ จริงสิ วันนี้เธอจะไปออกเดตนี่นา ... สองมือเรียวยกขึ้นกระพุ่มไหว้ ดวงตากลมโตมองไปที่ศาลเจ้าแห่งนั้นก่อนจะตั้งจิตอธิษฐาน 'ขอให้ฉันได้เจอรักแท้ ขอให้ฉันได้เจอเนื้อคู่ดีๆ ด้วยเถิดเพี้ยง!' ใบหูของเทพฯ หนุ่มกระดิกเพียงนิด เขาเหลียวมองหาเสียงที่ดังมาตามลมแต่ทว่าเมื่อหันกลับไปก็พบกับรถยนต์มากมายเคลื่อนตัวไปข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว น้ำเสียงที่เขาได้ยินช่างหวานใสราวกับระฆังใบใหญ่ที่ดังก้อง อีกทั้งความตั้งใจแน่วแน่นั้นมันทำให้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนจนน่าประหลาดใจ แต่ทว่าดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอประกายแสงระยิบระยับเมื่อสัมผัสเข้ากับแสงอาทิตย์ ทำให้เขาสามารถมองเห็นเงาร่างบางของใครบางคนที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่สีเขียวเหลือง มุมปากหนายกยิ้มก่อนจะมุ่งหน้าตามร่างเงาลางๆ ของร่างบางนั้นไป มนุษย์ผู้นี้ไม่รู้หรือไงว่าขอพรต้องมาจดชื่อด้วย ไม่งั้นเขาจะจับคู่ให้ได้ยังไงละ ... เทพฯ หนุ่มคิดในใจจนรถแท็กซี่ที่เขาตามจอดอยู่หน้าห้างสรรพสินค้าดังย่านกลางเมืองร่างบางลงกำลังลงรถ ส่วนเทพฯ หนุ่มก็พยายามเพ่งมองใบหน้าของเธอเพื่อจดจำแล้วจะได้นำกลับไปทำหน้าที่ของเขาต่อ แต่ทว่ากลิ่นหอมที่ไม่เหมือนใครจากกายเธอก็โชยเข้ามาแตะปลายจมูกเทพฯ หนุ่มหลับตาพริ้มสูดดมกลิ่นหอมของเธอเข้าปอด ก่อนจะได้สติแล้วหันไปมองหาเธออีกครั้ง ... "เจ้ามาทำอะไรที่นี่อาเธอร์" ไดอาน่าเทพแห่งความรักที่ทำงานในศาลเจ้าเดียวกันกับอาเธอร์เอ่ยขึ้น เธอเห็นอาเธอร์ออกมานอกศาลทั้งที่ยังทำงานไม่เสร็จเกิดสงสัยก็เลยตามมา อาเธอร์เทพฯ หนุ่มหันกลับไปมองข้างหลังเขากวาดสายตามองหาร่างบางคนเมื่อครู่แต่ก็ไม่พบ ทำให้ต้องหันกลับมาแล้วตอบกลับไดอาน่าด้วยท่าทีสบายๆ "ข้าได้ยินเสียงมนุษย์ขอพร เลยจะมาดูเพราะเจ้ามนุษย์นั่นไม่ได้ให้ข้อมูลข้าไว้" "เจ้าใส่ใจคนที่ไม่ทำตามกฎตั้งแต่เมื่อไหร่"
วิเวียนเดินเข้าไปในห้างดัง ตรงเข้าไปในร้านอาหารที่นัดกับวีลล์เอาไว้ หญิงสาวสั่งอาหารรออยู่เพียงชั่วครู่ชายหนุ่มหน้าตาดีก็เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม "รอนานไหมครับวิ" "ไม่นานค่ะ วิเพิ่งมาเมื่อกี้นี้เองนั่งก่อนสิคะวีลล์" ชายหนุ่มนั่งลงฝั่งตรงข้าม เขาใช้สายตากรุ้มกริ่มไล่มองวิเวียนอย่างมีความต้องการอะไรบางอย่าง เขามองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าพลางคิดว่าอย่างไรเสียวันนี้เขาต้องจัดการรวบหัวรวบหางเธอให้ได้ "มีอะไรรึเปล่าคะวีลล์" "เปล่าครับ วิสั่งได้เลย" ชายหนุ่มเริ่มต้นด้วยการสนทนากับเธอด้วยความสุภาพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้สึกดีที่ก่อเกิดภายในจิตใจของหญิงสาว วิเวียนเริ่มรู้สึกคุยถูกคอกับชายคนนี้ เธอเองก็สนทนาโต้ตอบกับเขาด้วยความสุภาพเช่นกัน "วิขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ" "ตามสบายครับ" วิเวียนลุกขึ้นยืนอย่างคนบุคลิกภาพดี แล้วเดินออกไปจัดการกับธุระส่วนตัวด้วยความไว้ใจในตัวชายหนุ่มที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานนักเธอจึงไม่ได้ระแวดระวังอะไรกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น วีลล์มองซ้ายมองขวา เห็นว่าปลอดคน เขาหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนแล้วเทใส่ในแก้วน้ำเปล่าของคนตัวเล็กก่อนจะรีบทำท่าทีตามปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ทว่า ... การกระทำของเขาไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาของเทพบางองค์ได้ อาเธอร์ที่กลับไปเคลียร์งานที่ศาลเจ้าจนเรียบร้อยเขาก็รีบหายตัวมาที่ห้างสรรพสินค้าทันทีเพราะยังคาใจกับเสียงที่เอ่ยขอพรจากเขาเมื่อครู่ แต่เมื่อมาถึงก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยพูดกับชายหนุ่มบางคนจึงเร้นกายพรางตัวเอาไว้แล้วนั่งอยู่ข้างๆ ชายหนุ่มเพื่อดูว่าเขากำลังทำอะไร "แผ่นหลังมนุษย์ผู้หญิงคนนั้น ช่างเหมือนกับเธอคนที่ขอพรแบบไม่รอบคอบเสียจริง" หลังจากที่เห็นว่ามนุษย์หนุ่มใส่อะไรบางอย่างลงไปในแก้วน้ำเปล่าของหญิงสาว เทพอาเธอร์ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเพียงแค่รอดูความครึกครื้นของโลกมนุษย์เพียงเท่านั้น เทพอาเธอร์นึกสนุกยกมือขึ้นสแกนมนุษย์ผู้ชายตั้งใจดูพื้นเพของเขาแต่ทว่าระบบเอไอของเทพก็แจ้งเตือนขึ้นว่ามนุษย์ผู้ชายที่นั่งข้างกายของเขานั้นไร้วาสนากับมนุษย์ผู้หญิงที่กำลังเดินเข้ามา 'ในเมื่อไร้วาสนา ก็อย่าเสียเวลาเลย' หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาเทพอาเธอร์ที่ไม่เคยหวั่นไหวกับผู้ใดมาก่อนจ้องร่างเธอตาไม่กะพริบ ยิ่งเธอเดินเข้ามาใกล้หัวใจของเทพหนุ่มก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เขารับรู้ได้ว่าร่างกายของเขานั้นเริ่มร้อนรุ่มแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเริ่มมีสติอีกครั้งก็ตอนที่เห็นว่าหญิงสาวหย่อนสะโพกนั่งลงอย่างมีกิริยาแล้วหยิบแก้วน้ำกำลังยกขึ้นดื่ม เพล้งงง! เทพอาเธอร์ใช้พลังลมปัดแก้วน้ำที่อยู่ในมือของหญิงสาวออกจนกระเด็นแตก เสียงดังภายในร้านทำให้ผู้คนบริเวณรอบหันมามองเป็นตาเดียวไม่เพียงแค่นั้นมนุษย์หนุ่มข้างกายของเขายังมีอาการไม่พึงพอใจที่เห็นแก้วน้ำหล่นแตกอย่างไม่ทราบสาเหตุ "ตายแล้ววิขอโทษนะคะ สงสัยน่าจะมือลื่นน่ะค่ะ" "ไม่เป็นไรครับ" "งั้น เราไปกันเลยดีไหมครับ" "ไปไหนคะ" "ดูหนังไง วีลล์ซื้อตั๋วหนังมาแล้วนะ" มนุษย์หนุ่มชูตั๋วหนังขึ้นสองใบพลางคิดไปว่า ไม่เป็นไรครั้งหน้ายังมีโอกาส เดี๋ยวได้แล้วค่อยทิ้งก็ได้ ในขณะที่ทั้งสองกำลังลุกขึ้นยืนกำลังจะเดินออกไปที่เคาน์เตอร์เพื่อคิดเงินค่าอาหาร ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้นข้างๆ พวกเขาแล้วดึงมือของหญิงสาวให้ออกมาจากตรงนั้นอย่างอุกอาจ "เห้ยย!" วีลล์หันกลับไปพยายามจะตามแต่ก็ถูกพนักงานของร้านดึงแขนเอาไว้เพราะยังไม่ได้ชำระเงิน เขาจำต้องชำระเงินให้เสร็จก่อน แล้วถึงวิ่งออกมาตามหาหญิงสาวที่ถูกใครบางคนดึงมือหนีไปแล้ว "แม่งเอ๊ย! เงินก็เสีย ยาก็เสีย หญิงก็ไม่ได้ฟัน วันนี้มันวันซวยอะไรของกูวะเนี่ย" - อีกด้าน – ตึก ตึก ตึก ตึก "นี่! คุณเป็นใครอะ ปล่อยฉันนะพาฉันออกมาทำไม" " ... " ชายหนุ่มตรงหน้า หน้าตาดีไม่น้อยเธอไล่มองพิจารณารูปร่างหน้าตาของเขาดูหล่อดูดีมีออร่าจากประสบการณ์ที่ออกเดตมานับครั้งไม่ถ้วนทำให้เธอพิจารณารูปร่างชายหนุ่มตรงหน้าได้ราวกับเครื่องสแกน เขาน่าจะสูงราวๆ 189 รูปร่างกำยำอย่างเป็นผู้ชายเต็มตัว ผิวขาวราวกับหิมะ นิ้วมือเรียงตัวกันสวยราวกับมือผู้หญิง เส้นผมสลวยสีดำขลับแต่ดันใส่หมวกแก๊ปปกปิดเอาไว้แถมยังใส่แมสก์สีดำปิดบังใบหน้าไว้เพื่ออะไรก็ไม่รู้ "ปล่อยมือฉันได้ยัง ริอ่านเป็นโจรเหรอหายังหนุ่มยังแน่นแท้ๆ" วิเวียนใช้กระเป๋าสะพายฟาดใส่เขาอย่างไม่ออมแรง ชายแปลกหน้ายกมือขึ้นกันความบาดเจ็บจากแรงตีของหญิงสาว "ผมช่วยคุณไว้แท้ๆ ยังจะกล้ามาตีผมอีกเหรอ" "ช่วยอะไรยะ ฉันไม่ได้อยู่ในอันตรายสักหน่อย คุณคิดดูนะกว่าจะมีผู้ชายมาขอออกเดตกับฉันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ แล้วดูคุณทำสิ คุณทำทุกอย่างพังหมดเลย" เธอแสดงท่าทีหัวเสียออกมาจนดูขัดหูขัดตาของเทพเจ้าหนุ่ม "เจ้ามนุษย์นี่ ช่างโง่เขลานัก" "อะไร คุณพูดอะไรของคุณ" 'น่ารำคาญเสียจริง!' เขาเพียงแค่คิดแต่ไม่ได้พูดออกมา อยากจะหายตัวไปเสียเดี๋ยวนี้เลยแต่ดันปรากฏตัวในร่างมนุษย์ไปแล้วหากอยู่ๆ หายตัวไปยัยนี่ช็อกตายเขาต้องถูกขังคุกสวรรค์เป็นแน่ "แล้วนั่นจะไปไหน" " ... " "นี่! คุณผู้ชายคุณจะไปไหน" เทพอาเธอร์เลือกที่จะเดินหนีออกมาเพราะเขาดูแล้วว่าบริเวณนี้ปลอดภัยสำหรับเธอแล้ว แต่พอเขาเดินหนีออกมายัยมนุษย์น่ารำคาญนี่ก็เดินตามเขาต้อยๆ "กลับบ้าน แล้วคุณจะตามผมมาทำไม กลับบ้านคุณไปสิ" วิเวียนหน้าบูดยืนมองชายหนุ่มร่างสูงราวกับนายแบบเดินห่างไกลออกไปแต่ทว่าอยู่ๆ เขาก็หยุดเดินแล้วหันกลับมามองเธอที่ยืนหน้าบูดอยู่นิ่งๆ 'อาเธอร์เอ๊ย! ทำไมไม่ปล่อยให้ยัยนั่นโดนวางยาไปวะ ภาระจริงๆ' เทพอาเธอร์ที่ไม่เคยอยากจะวุ่นวายกับมนุษย์มาก่อนดันเผลอช่วยเหลือมนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่งเข้า และช่างเป็นอะไรที่บังเอิญเพราะทันทีที่ได้ยินเสียงของเธอเขาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอคือคนที่ขอพรจากเขาโดยไม่ให้ข้อมูลอะไรมาเลย "กลับมาทำไมคะ" วิเวียนหน้าบูดบึ้ง เมื่อมองเห็นชายหนุ่มตรงหน้าเดินกลับมาจากอีกฟากของถนน เข้ามาในตรอกที่เธอยังยืนอยู่นิ่งๆ ด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนัก "ทำไมไม่รีบกลับบ้าน" "ก็คุณลากฉันมาที่ไหนก็ไม่รู้ฉันกลับบ้านไม่ถูก" "เห้อออ~ วุ่นวายจริงๆ ไปเดี๋ยวผมไปส่ง"
- หลายวันต่อมา – วิเวียนได้คุยกับดาร์เรนเดียเล่าว่าเธอเจอเข้ากับเทพที่สามารถช่วยเหลือเรื่องถอนคำสาปของเธอได้แล้ว แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยไว้วางใจนักไม่รู้ว่าเป็นเทพจริงๆ หรือเทพเก๊กันแน่ แต่เธอก็ต้องไปสำรวจดูหน่อยว่าเทพคนที่ดาร์เรนเดียวเล่าถึงนั้นดูน่าไว้ใจมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่ได้ไปเจอมาขอบอกตามตรงเลยว่า เทพก็คือเทพจริงๆ หล่อขั้นเทพ หุ่นดีขั้นเทพ แต่เสียอย่างเดียวออกจะปากร้ายไปเสียหน่อย แต่ก็ช่างเถอะนับจากนี้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวแม้จะแอบเหงาอยู่บ้างแต่ไม่เป็นไรเพราะอย่างไรเสียเธอกับดาร์เรนเดียก็ยังติดต่อกันได้อยู่ดี ตอนนี้วิเวียนกำลังนั่งเหงาอยู่ภายในห้องของตัวเองที่ปกติแล้วจะมีดาร์เรนเดียคอยอยู่เคียงข้าง พวกเธอมักจะหัวเราะไปด้วยกัน เศร้าไปด้วยกัน สร้างเรื่องปวดหัวไปด้วยกัน และใช่ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นคือสิ่งที่รวบรวมเอาไว้เธอเรียกเจ้าสิ่งเหล่านี้ว่า 'ความสุข' วิเวียนเดินไปเดินมาในห้องอย่างไม่รู้จะทำอะไร เธอเพิ่งเรียนจบแล้วทำอาชีพเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้าออนไลน์ไลฟ์สดผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าเธอเป็นคนมีสไตล์การเลือกเสื้อผ้ามาขายของเธอจึงโดดเด่นขายดิบขายดีได้ในระดับหนึ่งแต่ก็ไม่ถึงกับขายดีมากแค่ไม่ขาดทุนและมีกำไรนิดๆ หน่อยๆ "เฮ้อ ... ยัยเดียไปแล้วเหงาเลยฉัน" ระหว่างที่กำลังบ่นอยู่นั้น วิเวียนเดินไปเช็กสต๊อกเสื้อผ้าที่ยังมีอยู่ เธอขายทั้งมือหนึ่ง และมือสองแบบไม่มีหน้าร้านให้ลูกค้าเข้าไปเลือกเพราะเธอเห็นว่าแบบนี้ก็เป็นการดีอยู่แล้วที่ไม่ต้องเสียเงินไปเช่าที่เช่าทางใครเขา เพียงแค่จัดแต่งห้องให้ดูน่ารักสักหน่อยเวลาไลฟ์ขายของก็จะดูดีหน้าซื้อยิ่งขึ้น "เช็กสต๊อกแล้ว เดี๋ยวไปเอาตัวนี้เพิ่มดีกว่า ดูเหมือนจะขายดีเป็นพิเศษ ใช่สิวันนี้ยังไม่ได้โพสต์รูปขายของเลย" วิเวียนนั่งทำงานอยู่ในห้องเพียงคนเดียวกำลังแต่งรูปลงขายในสื่อโซเชียลเรียกได้ว่าหากเป็นสินค้าใหม่เธอก็จะทำโพรโมชันและแต่งรูปน่ารักๆ ถ้าเป็นสินค้ามือสองหรือค้างสต๊อก เธอก็จะเอามาจัดเซตให้เข้ากันแล้วขายแบบลดราคาเพื่อเคลียร์สต๊อก หลังจากที่วิเวียนอัปรูปลงโซเชียลได้ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น Messenger ลูกค้า 1 : วันนี้จะไลฟ์ขายของไหมคะ วิเวียน : ไลฟ์ช่วงค่ำๆ นะคะเดี๋ยวแจ้งอีกทีที่หน้าเพจค่ะ ลูกค้า 1 : โอเคค่ะ รอนะคะ เสื้อผ้าร้านคุณวิน่ารักมาก ชอบมากเลยค่ะ วิเวียน : ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ มือเรียววางโทรศัพท์มือถือลงกับโต๊ะ พลางนึกถึงชายหนุ่มที่เคยทักมาจีบเธอเมื่อหลายวันก่อนวีลล์หายไปเลยตั้งแต่เธอถูกไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ลากเธอให้วิ่งตามออกมา หลังจากวันนั้นไอ้บ้านั่นบอกว่าจะมาส่งเธอกลับคอนโดเธอก็แอบแปลกใจไปแล้วเพียงเล็กน้อย แต่ที่แปลกใจมากกว่าเดิมคือ ไอ้บ้านั่นรู้ได้อย่างไรว่าคอนโดของเธออยู่ที่ไหน! "พูดถึงไอ้บ้านั่นแล้วก็โมโห มาจากไหนก็ไม่รู้ยังจะลวนลามเธอด้วยการจูงมือเธอด้วย" หัวสมองพลันกระเจิดกระเจิงเมื่ออยู่ๆ ก็นึกถึงไอ้บ้านั่นขึ้นมา ในวันนั้นผู้ชายคนนั้นดูโดดเด่นหล่อเหลาราวกับเทพที่เธอเจอ หมายถึงเทพที่เพื่อนเธอไปอยู่ด้วย เขาดูมีออร่าราวกับว่ารอบลำตัวของเขามักจะมีหมอกควันสีขาววิ้งๆ แพร่กระจายอยู่รอบลำตัว อีกทั้งผู้ชายคนนั้นยังมือนุ่มเนียนเรียบราวกับไม่เคยทำงานหนักมาก่อน "ตายแล้วยัยวิ เธอไปนึกถึงไอ้บ้านั่นได้ไง" เธอส่ายหัวไปมา ก่อนจะใช้มือเรียวตีหน้าของตัวเองสองสามที่เพื่อเรียกสติที่หลุดลอยไปให้กลับมา วิเวียนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดแอปหาเพื่อนคุยอย่างที่เคยทำเป็นประจำ จนเจอเข้ากับคนหนึ่งที่น่าสนใจ "ผิวขาว ปากสวย ดูเจ้าชู้อยู่นะแต่ช่างเถอะก็แค่คุยแก้เหงาปะ" เธอกดเข้าไปดูโพรไฟล์ของชายคนนั้น ยังไม่ทันได้เลื่อนดูอะไรเสียงแจ้งเตือนข้อความส่วนตัวจากแอปนั้นก็เด้งขึ้นมาเป็นชายหนุ่มที่เธอกำลังดูโพรไฟล์ของเขาอยู่ talk friends app เขตต์ : สวัสดีครับ ว่างคุยไหม วิเวียน : คุยได้อยู่นะ มีอะไรหรือเปล่าคะ เขตต์ : พอดีทางแอปแจ้งเตือนว่าคุณอยู่ละแวกใกล้เคียงกับผม เลยว่าจะหาเพื่อนคุยหน่อยครับ วิเวียน : แค่อยู่ใกล้เคียงกัน ไม่แน่ว่าเราอาจจะเคยเจอกันก็ได้นะคะ เขตต์ : ครับ ผมเคยเจอคุณวิอยู่สองสามครั้ง ถ้าคุณวิพอจะจำได้ผมเคยกางร่มให้คุณด้วยวันที่ฝนตก วิเวียน : อ๋อ จำได้แล้วค่ะ วิเวียนมักจะเข้าแอปหาคู่ หรือเพื่อนคุยอยู่บ่อยครั้งเธอมีความปรารถนาที่จะมีรักดีๆ สักครั้ง ทั้งชีวิตเกิดมาก็ไม่เคยเจอรักดีๆ เลย ไม่โดนหลอก ก็เจอคนไม่ใส่ใจ เธอเพียงโหยหาความรักเท่านั้น ในทุกๆ วันเธอมักจะเปิดแอปพลิเคชันเพื่อดูดวงความรัก และการเงินของเธอในแต่ละวัน จนทำให้เธอกลายเป็นคนที่หมกมุ่น ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวไปเช่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากที่เขาว่าดัง หรือไปกราบไหว้ขอพรจากที่เขาว่าดี เธอก็ไปหมด เรื่องการนัดบอดดูตัวของเธอนั้นก็ไม่เคยว่างเว้น เธอไปบ่อยยิ่งกว่าทำมาหากินเสียอีก คุยกับเขตต์ได้สักพัก วิเวียนก็ขอตัวหยุดการสนทนาเพราะว่าเธอต้องออกไปซื้อเสื้อผ้ามาสต๊อกเอาไว้ เธอเตรียมข้าวของไม่ลืมที่จะใส่สายสิญจน์ด้ายแดงที่เพิ่งมูมาจากแอปพลิเคชันรูปนกสีฟ้ามาใส่เพื่อดวงเรื่องเนื้อคู่ ทว่าเมื่อทันทีที่บานประตูไม้สีขาวครีมถูกเปิดออกก็ปรากฏร่างของชายหนุ่มคนเมื่อวานที่ยืนพิงขอบประตู เขายังใส่หมวกแก๊ปเอาไว้จ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา มุมปากหนายกยิ้มเพียงข้างเดียวแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงมองว่ามีเสน่ห์เสียได้ มือของเขาล้วงกระเป๋ากางเกงยีนเพียงหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างยกขึ้นหมายจะเคาะประตูห้องของเธอ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะเคาะประตูทำไมในเมื่อหน้าห้องมีกริ่งสามารถกดได้ นอกจากจะบ้าแล้วยังโง่อีก ผู้ชายคนนี้มีดีแค่หล่อเท่านั้น แต่เอ๊ะ! เมื่อวานเขาส่งเธอข้างล่างนี่แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ชั้นบนสุด และห้องวิวที่สวยที่สุดของคอนโดนี้ ... หรือว่า ... เขาจะเป็นพวกโรคจิต! เป็นฆาตกรต่อเนื่องที่ชอบข่มขืนแล้วฆ่าเหยื่อผู้หญิงสวยๆ มิน่าล่ะเมื่อวานนี้เขาถึงพุ่งเป้ามาที่เธอ เพราะว่าเธอคงจะสวยจนสะดุดตาเขาแล้วเขาอาจจะมีปมเรื่องนี้ จนต้องเที่ยวไล่ฆ่าเธอ เขาจะฆ่าก่อนแล้วค่อยข่มขืนเหรอ อี๊! เธอรับไม่ได้นะ เอ๊ะ! หรือจะข่มขืนก่อนแล้วค่อยฆ่า ไม่ได้การละ เธอต้องเอาตัวรอดจากสถานการณ์แบบนี้! วิเวียนยืนประมวลความคิดต่างๆ นานาโดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอคิดออกมาทั้งหมดนั้นผู้ชายตรงหน้าของเธอรับรู้ และได้ยินมันทั้งหมดผ่านการอ่านใจ! เขาถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องของเธอโดยที่เจ้าของห้องยังไม่ได้อนุญาต เมื่อเธอได้สติก็ไม่ทันอะไรแล้วเพราะชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้ามาอยู่กลางห้องของเธอแล้ว "เอ๊ะ! คุณ!"